Group Blog
 
All Blogs
 

100รูป ร้อยกวี 100ปี พุทธทาส




เป็นนิทรรศการศิลปกรรรมที่ดำเนินการโดยอาจารย์ ชัยวัฒน์ วรรณานนท์ ศิลปิน ที่เป็นลูกศิษย์ท่านพุทธทาสครับ


แสดงวันไหน ใกล้บ้านใคร ก็เชิญไปดูได้นะครับ (คลิ๊กที่ภาพดูรายละเอียด)

ศิลปินจากทั่วประเทศ

รูปจากคุณladydunce



กระทู้ต้นเรื่อง
//www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A4362006/A4362006.html



เพิ่มเติม

ทำเนียบผู้ผ่านทางศิลปะ

เพื่อนสมาชิกที่หลวมตัว เอ้ย! ไม่ใช่ เต็มใจลงชื่อไว้ในทำเนียบผู้ผ่านทางศิลปะในกระทู้
//www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A4341959/A4341959.html


เพราะกระทู้ศิลปะของเราโดนเบียดตกเร็วมาก ก็เลยใช้วิธีเอามาใส่บล๊อกและสร้างทำเนียบขึ้น
ซึ่งมีสมาชิกดังนี้

1: ว่านน้ำ
2: bigwores
3: ซาโบก้า
4: Enixma
5: patsypacky
6: หมาร่าหมาหรอด
7: หลักสี่
8: นู๋เองง่ะ
9: ที่รักของมุซาชิ
10: ถวิลหา
11: ladydunce
12: อิสรภาพแลนด์
13: ลูกเป็ดขี้เกียจ
14: damrongthai
15: the author
16: mrs.night owl
17: wAtch dog (ไม่มีล๊อกอิน)
18: ธนะรัตน์ เอ็กโซติก
19: ชาย2เพลท
20: qweet
21: kpjrt
22: jimkong
23: เต็มฟ้า เติมฝัน
24: แมวดำข้ามโลง
25: มินเอง
26: rachomon
27: ## WoodStock ##

ยังรับสมาชิกรับข่าวสารทางศิลปะเรื่อย ๆ ไม่จำกัดนะครับ






 

Create Date : 13 พฤษภาคม 2549    
Last Update : 13 พฤษภาคม 2549 17:59:01 น.
Counter : 870 Pageviews.  

*+**+* ก๊อกๆๆ รบกวนถามผู้รู้เรื่องเทคนิกการแปะทอง + ทำทองเก่าค่ะ .. *+**+*

*+**+* ก๊อกๆๆ รบกวนถามผู้รู้เรื่องเทคนิกการแปะทอง + ทำทองเก่าค่ะ .. *+**+*



//www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A4265644/A4265644.html


ขอเก็บกระทู้หน่อย เผื่อมีคนถามอีก


***


*+**+* ก๊อกๆๆ รบกวนถามผู้รู้เรื่องเทคนิกการแปะทอง + ทำทองเก่าค่ะ .. *+**+*
ประมาณนี้อ่ะค่า..
แปะทองยังไง ด้วยอะไร ซื้อทองเปลวเกรดดีๆที่ไหนคะ
แล้วถลอกๆนี่คือต้องทาสีรอง ( เช่น แดง / ดำ )
แปะทอง แล้วเอากระดาษทรายขัด ให้มันพอถลอกๆ เห็นสีที่รองไว้รึเปล่าคะ
เสร็จแล้วต้องเคลือบแลกเกอร์ หรืออะไรไหมคะ???








จากคุณ : ว่านน้ำ - [ 7 เม.ย. 49 10:28:28 ]


----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 1

อันนี้ทองน้อยไปหน่อย..


จากคุณ : ว่านน้ำ - [ 7 เม.ย. 49 10:29:56 ]






ความคิดเห็นที่ 2

แล้วการเขียนบีบเส้นทอง ที่มันจะเป็นเส้นนูนๆหน่อยน่ะค่ะ
( เข้าใจว่าใช้สีผสมสำเร็จเป้นหลอดๆ )
เค้าใช้แบบไหนคะ ซื้อที่ไหนคะ
.
ขอบคุณมากค่า..

จากคุณ : ว่านน้ำ - [ 7 เม.ย. 49 10:40:31 ]






ความคิดเห็นที่ 3

จริง ๆ แล้ว พอรู้แบบ งู ๆ ปลา ๆ ติดทองล่าสุดก็สมัยเรียนลายรดน้ำตอนเรียน ป.ตรี (เมื่อไม่กี่ปีมานี่เอง...มั้ง?)

เพราะฉะนั้น แนะนำให้ว่าน ไปเดินเล่นแถวเสาชิงช้า
ไหว้ศาลเจ้าพ่อเสือ กินขาหมูเจ้าอร่อย กินมนนมสด ทักทายผู้ว่า
แล้วเดินไปตามร้านทำพระ แถวนั้น
จะมีแผ่นทองขายหลายแบบทั้งแท้ ทั้งสังเคราะห์
มีน้ำยาติดหลายประเภท ทั้งแบบธรรมชาติ แบบวิทยาศาสตร์

ส อ บ ถ า ม ไ ด้ เ ล ย จ๊ ะ

***

ส่วนแบบบีบ ไม่แนะนำ
เพราะถ้าไม่ชำนาญเหมือน สาวสันกำแพงบีบสี งานหนูจะเจ้ง

ลป.(องหนูนั่นแหละ) แบบนี้ก็สวยดีออก ถ้าจะทำเอง พี่ว่าเก็บไว้อย่างนี้ดีกว่า

ถ้าไม่ใช่ช่างจริง ๆ เละนะจ๊ะ!!!!!

หรืออยากจะทำจริง ๆ จะลากเกจิศิลปะไทยมาตอบให้

จากคุณ : d4b - [ 7 เม.ย. 49 12:17:39 ]






ความคิดเห็นที่ 4

อ๋อ ที่ทำไม่ใช่ตัวนี้อ่ะพี่
เป็นไม้สลักธรรมดา ลงสีทองด้านไปแล้ว แต่มันดูไม่มีมิติไปหน่อย
มันทองแบนๆไปหมด
เลยอยากแก้เองมากกว่า แหะๆๆ
.
หรี่ตามองไม่น่ายาก( มั้ง ) เลยว่าจะทำเองน่ะค่ะ

จากคุณ : ว่านน้ำ - [ 7 เม.ย. 49 12:41:48 ]






ความคิดเห็นที่ 5

งั้นก็ไม่ยาก หาซื้อยางมะเดื่อ แผ่นทองคำเปลว ที่ร้านสังฆภัณฑ์ ใกล้บ้าน
นานาภัณฑ์ ท่าพระอาทิตย์ สโมฯศิลปากรก็มีขาย
(ทำใมเรารู้จักแต่ตรงนี้วะ? ใครรู้จักที่อื่นก็แนะนำหน่อย)

แผ่นทองแท้ ร้านทองบางแห่งจะมีขาย

***

ขัดล้างของเก่า ให้ดี ถ้าไม่เสียดายทองเก่า ก็ขัดมันทั้งหมดเลย แต่ระวัง มุมของลายด้วย เดี๋ยวเหลี่ยมหาย(คำนี้พิมพ์ได้ไหมนี่ อิอิ)

จากนั้นก็ลงพื้นสีด้วยสีน้ำมันทาไม้ ตามชอบ
-สีแดง...ปิดทองแล้วทองจะเปล่งแบบส้ม ๆ เหมือนตามวัด
-สีดำ ...ทองจะออกเหลืองตามธรรมชาติ เหมือนลงรักปิดทอง

ปล่อยไว้ให้แห้งสนิท
ก็ทายางมะเดื่อ ถ้าชิ้นงานไม่ใหญ่มากก็ทาให้หมดทั้งแผ่นเลย
จากนั้นก็ก็ทิ้งไว้ซัก 15 นาที ก็เรื่มกระบวนการแปะทอง อย่าลืมเตรียมพู่กัน แห้ง นุ่ม ๆ คอยปัดตามซอกด้วยนะ

ทำเสร็จแล้วเอามาให้ดูด้วยเด้อ

จากคุณ : d4b - [ 7 เม.ย. 49 13:20:10 ]






ความคิดเห็นที่ 6

แผ่นทองคำเปลว ตามร้านสังฆภัณฑ์ คุณภาพจะเป็นไงอ่ะคะ
หมองอ่ะพอว่า แต่มันจะดำป่าว -"-
ไอ้เรื่องมุมของลายนี่ก้อห่วงๆอยู่เหมือนกัน เพราะมันเป็นลายนูนต่ำ ( คล้ายๆๆรูปแรกอ่ะแหละ )
รึจะแกะลายใหม่เลยดีหว่า -"-

จากคุณ : ว่านน้ำ - [ 7 เม.ย. 49 13:33:54 ]






ความคิดเห็นที่ 7

ไม่รู้เรื่องเลย มารับความรู้ครับ...

จากคุณ : นัยนะ - [ 7 เม.ย. 49 17:29:32 ]






ความคิดเห็นที่ 8

จะมาช่วยแนะนำร้านซื้อ
แต่ร้านที่รู้จักนั้น..... เหมือน คคห 5 คุณ d4d เด๊ะเลย - -"
(สงสัยจะคุ้นเคยย่านเดียวกัน ^_^)

จากคุณ : an_owl - [ 7 เม.ย. 49 18:39:32 ]






ความคิดเห็นที่ 9

ทองคำเปลว แท้ ๆ ที่ซื้อขายกันในปัจจุบัน แบ่งเป็น

- ทองจิ้ม ขนาด 1.5 x 1.5 ซม.

- ทองเต็มแผ่น ขนาด 3.6 x 3.6 ซม.

ราคาขึ้นอยู่กับราคาทอง เพราะเป็นทองแท้ เกจิศิลปะไทยที่ถามมา มันบอกว่า
ถ้าติดเนี๊ยบ ๆ ตอนนี้ ตารางฟุตละไม่น่าเกิน 3-400 บาท แต่คุ้มนะจ๊ะ สุกสว่างกระจ่างตาไปนานเชียว

ทีนี้เนื่องจากมันแพงไง มันก็เลยมีทองผสม รวมทั้งแผ่นทองวิทยาศาสตร์

ไอ้ทองวิทยาศาสตร์นี่ตัวดี จะเอาเฉดไหน เหมือนจริงแค่ไหน มีเกือบหมด
ราคาไม่แพงอีกต่างหาก ส่วนมากจะใช้ในพวกสื่อสิ่งพิมพ์ พวกพิมพ์ทองนั่นแหละ

ตามร้านสังฆภัณฑ์ ส่วนใหญ่ก็ขายทองพวกนี้แหละ ถามว่าคุณภาพวัดยังไง

ร า ค า สิ จ้ ะ

ของแบบนี้ไม่มีแบรนด์ .... วัตถุดิบล้วน ๆ ของดีก็ราคาสูง เหมือนปลาหมึกย่างเยี่ยงนั้นแล อิอิ


***


ส่วนเรื่องลายนูนต่ำ เกจิด้านนี้ กล่าวว่า

ถ้าจะแต่งของเก่า ให้ยึดโครงสร้างเดิม ๆ เป็นหลัก อย่าปรับมาก ให้เหลือกลิ่นเดิมไว้ให้เยอะที่สุด


ไ ป ห า ซื้ อ ม า ทำ ไ ด้ แ ล้ ว

ถ้าอยากรู้ว่าอันไหนดี ไม่ดี
ซื้อมันมาทุกแบบ อย่างละแผ่น ลองติด ดู
แล้วตากแดดจัด ๆ ดูสักวันก็รู้ผลแล้วน้อง

(อย่ามาถามนะว่าถ้าไม่มีแดด ทำไง!!!!)

จากคุณ : d4b - [ 7 เม.ย. 49 18:42:11 ]






ความคิดเห็นที่ 10

ความคิดเห็นที่ 4

อ๋อ ที่ทำไม่ใช่ตัวนี้อ่ะพี่
เป็นไม้สลักธรรมดา ลงสีทองด้านไปแล้ว แต่มันดูไม่มีมิติไปหน่อย
มันทองแบนๆไปหมด
เลยอยากแก้เองมากกว่า แหะๆๆ
.
หรี่ตามองไม่น่ายาก( มั้ง ) เลยว่าจะทำเองน่ะค่ะ

จากคุณ : ว่านน้ำ - [ 7 เม.ย. 49 12:41:48 ]

^
^
กรรม ๆ พึ่งสังเกตุ
งั้นก็ง่าย หนูเลือกปิดเฉพาะส่วนที่จะให้มัน "เด้ง" นะ
ภาษาพวกประติมากรเขาเรียก "ปัด" คือ ใช้พู่กันเบอร์ใหญ่จุ่มยางมะเดื่อ หมาด ๆ ปัดที่งานเป็นแนวขนาน
ยางมะเดื่อก็จะติดเฉพาะส่วนบน จากนั้นก็แปะทอง

ทองเปลวก็จะอยู่ในส่วนที่เป็นยอดลาย

ยิ่งนานไป ยิ่งเพิ่มมิติแบบที่อยากได้นะ

เอ......ยากไปไหมเนี่ย???????

จากคุณ : d4b - [ 7 เม.ย. 49 19:02:18 ]






ความคิดเห็นที่ 11

.. เอางี้ เด๋วถ่ายหน้างาน ณ ตอนนี้ให้พี่ดูละกัน
จะได้ชัวชัวไปเลยว่าจะทำจะใดต่อไปดี แหะๆ

จากคุณ : ว่านน้ำ - [ 7 เม.ย. 49 23:11:28 ]






ความคิดเห็นที่ 12

แอบถามด้วยคนค่ะ

ถ้าจะเอาไปปิดรูปวาดล่ะคะ ใช้ทองคำเปลวธรรมดาๆ ที่ขายทั่วไปได้หรือเปล่าคะ ต้องทากาวไหมคะ หรือว่า แปะๆ บนภาพ แล้วกรีดๆ ตามรูปร่างที่ต้องการได้เลยคะ
ปล.ภาพดินสอบนกระดาษธรรมดาๆค่ะ แบนๆ ต้องการให้เด้งบางจุด เลยหาทองมาปิดค่ะ

จากคุณ : ลูกเป็ดขี้เกียจ - [ 8 เม.ย. 49 01:16:48 ]






ความคิดเห็นที่ 13

รอดูงานอยู่นะว่าน

***



ลูกเป็ด(ไม่อยากตอบคนนี้เลย ชอบมาเรียกเราว่าคุณอา)

หลักการของการปิดทองง่าย ๆเลย ลองเอาพู่กันจุ่มน้ำหมาดๆ วาดลงบนกระดาษเป็นรูปอะไรก็ได้
แล้วใช้สีฝุ่น ถ้าไม่มีก็ดินแถว ๆนั้นแหละโรยลงไปบนกระดาษ จากนั้นก็เป่าดินออก ดินก็จะติดเฉพาะส่วนที่เราเขียนไว้

การปิดทองก็เช่นกัน เขาจะใช้ยางมะเดื่อ (สมัยโบราณใช้กระเทียม) ทาส่วนที่อยากให้ทองติด พอหมาดๆ ก็ปิดทอง รอให้แห้งสนิทก็ใช้พู่กันปัดออก ทองส่วนที่ไม่ติดยางมะเดื่อก็จะหลุดไป

เ ข้ า ใ จ ไ ห ม เ นี่ ย




แก้ไขเมื่อ 09 เม.ย. 49 12:30:39

จากคุณ : d4b - [ 9 เม.ย. 49 07:49:01 ]







ความคิดเห็นที่ 14

แล้วเดี๋ยวนี้ยังใช้กระเทียมได้ไหมพี่..
กลิ่นคงฉมโฉยพิลึก อิอิ

จากคุณ : ว่านน้ำ - [ 9 เม.ย. 49 22:03:42 ]






ความคิดเห็นที่ 15

ขอบคุณมากค่ะ
งั้นขออนุญาตเปลี่ยนเป็นคุณพี่สุดหล่อแทนแล้วกันค่ะ
ขอบคุณค่ะ คุณพี่สุดหล่อ (TMT)

จากคุณ : ลูกเป็ดขี้เกียจ - [ 9 เม.ย. 49 22:52:23 ]






ความคิดเห็นที่ 16

ว่าน ไม่ใช้แล้ว เพราะแห้งง่ายติดได้พื้นที่น้อย ส่วนกลิ่น ถ้าคนชอบกระเทียมคงมีความสุขพิลึก ฮา

***

ลูกเป็ด ก็..แหม

จากคุณ : d4b - [ 10 เม.ย. 49 08:05:56 ]






ความคิดเห็นที่ 17

ลืมเอาสายอัพโหลดมาอ่ะ
เอารูปไกลๆไปก่อนละกันนะคะ คุณพี่สุดหล่อที่สุด อิอิ
( ไกลมาก )









จากคุณ : ว่านน้ำ - [ 10 เม.ย. 49 13:02:54 ]






ความคิดเห็นที่ 18

.
.
.
โอย..แค่นี้ก็หรูแล้ว เอาไว้มันหมองก่อน ค่อยตบทองเปลวนะ สุดสวยยยยยยยยย
.
.
.

จากคุณ : d4b - [ 10 เม.ย. 49 17:48:53 ]






ความคิดเห็นที่ 19

มันแบนๆ หมดเลยอ่ะพี่ ดูไม่มีมิติเลยอ่ะ
เด๋วพรุ่งนี้โคลสอัพให้ดู

จากคุณ : ว่านน้ำ - [ 10 เม.ย. 49 22:33:26 ]






ความคิดเห็นที่ 20

นี่อ่ะ ใกล้หน่อย..









จากคุณ : ว่านน้ำ - [ 11 เม.ย. 49 10:04:02 ]






ความคิดเห็นที่ 21

ชิดๆ
ว่านว่ามันดูแบนแต๊ดแต๋ไปหมดเลยอ่ะ
ถ้าขัดๆทองออก แล้วลงดำ แล้วค่อยปิดทองอีกที ดีไหมคะ?
หรือปิดทองทับไปเลยดี?









จากคุณ : ว่านน้ำ - [ 11 เม.ย. 49 10:05:12 ]






ความคิดเห็นที่ 22

ปิดทองทับไปเลยจ๊ะ ลงดำใหม่ก็ไม่มีประโยชน์ เพราะพื้นก็เป็นสีเข้มอยู่แล้ว ทาสีใหม่ยิ่งจะทำให้ความคมของลายลดลง

***

จะปิดทองทั้งหมด หรือเลือกปิดเฉพาะส่วนที่เป็นสันขึ้นมาก็ได้นะ อันนี้แล้วแต่ความชอบ

จากคุณ : d4b - [ 11 เม.ย. 49 14:22:44 ]






ความคิดเห็นที่ 23

ขอบคุณก๊าบ..
ว่าแต่.. ว่านจะรู้ได้ไง ว่าเค้าไม่เอาทองวิทยาศาสตร์มาหลอกขายเป็นทองแท้ -"-
แง้..

จากคุณ : ว่านน้ำ - [ 11 เม.ย. 49 17:43:38 ]






ความคิดเห็นที่ 24

จบข่าว ทำงาน
หลังจากนี้หนูเก่งกว่าเราอีก


***

ห้ามถามต่อ จากนี้ไป คิดเอา (ซึ่งมันสุดๆ แล้วุ

ไม่ได้เฝ้าพันทิพ หลายเดือนแล้ว ตอบยาวไม่ได้

เจอกระทู้ปิดทองต้องมาเฝ้าทุกเช้าเย็น

แต่ก็ดีใจ นานๆ มี สาระ มาให้คุย
แก้ไขเมื่อ 11 เม.ย. 49 22:23:14

จากคุณ : d4b - [ 11 เม.ย. 49 22:20:54 ]







ความคิดเห็นที่ 25

แง้.. ลอยแพน้อง

จากคุณ : ว่านน้ำ - [ 12 เม.ย. 49 11:14:17 ]










 

Create Date : 18 เมษายน 2549    
Last Update : 18 เมษายน 2549 9:27:29 น.
Counter : 2323 Pageviews.  

ใบไม้เอย ใบไม้ร่วง

สมัยที่ผมเป็นน้องใหม่ ในคณะวิจิตรศิลป์ ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่
(ไม่รู้จะย่อพูดกำกวมทำใม ที่เชียงใหม่มันมีที่เดียว แต่เห็นหนังวัยอลวน 4 กับ เพื่อนสนิทเขาใช้ ก็เลยอยากอิงกระแสกับเขามั่ง)

ตอนรับน้องใหม่เตรียมตัวขึ้นดอย มีอยู่หลายเพลงที่กินใจ(จะพูดถึงเฉพาะเพลงกินใจ เพลง ฮา ๆ ไว้คราวหน้า)
อย่างเพลง เห่....ผองเรา ชะ เลือดแดงชาด ข้นทุกหยาด ...เพลงนี้กว่าจะร้องได้ขลังก็เล่นเอาต้องโดนทำโทษอยู่หลายรอบ
แต่พอร้องบูชาพระธาตดอยสุเทพเสร็จ ก็ได้แต่ต่อมน้ำตาแตกกันระนาว

เพลง โอ้หล่ะหนอ บ้านเฮา .....รุ่นพี่ใช้ร้องตอนรับน้องเข้าคณะ

แต่เพลงที่ทำให้มีบทความนี้เกิดขึ้นคือ
ใบไม้ร่วง

ใบไม้เอยใบไม้ร่วง
เจ้าจะร่วงกันไปถึงไหน
ทำใมไม่เหลือเอาไว้สักใบ
แล้วต่อไปจะเหลืออะไรไว้เชยชม

เพลงนี้เป็นเพลงเพื่อชีวิตที่กล่าวถึงการปฎิวัติของปัญญาชน
พี่ ๆ สต๊าฟสั่งให้ร้องเวลาน้อง ๆเริ่มท้อเริ่มเหนื่อย เริ่มสู้ไม่ไหว ก็จะสั่งให้ร้องเพลงนี้
แล้วพากันเดินงอนตุ๊บป่องออกไป(หาเหล้ากิน)ปล่อยให้รุ่นน้องว๊ากกันเอง


ซึ่งก็ได้ผล หลังจากปล่อยโฮกันน้ำหูน้ำตาไหลจนหนำใจแล้ว

พี่สต๊าฟต้วปลอบก็จะเดินเข้ามาพร้อมกับกิ่งไม้เล็ก ๆ หลายอัน พร้อมกับสอนเรื่องความสามัคคีด้วยการหักกิ่งไม้

มุขตื้น ๆอย่างนี้ แต่ได้ผลดีนักแลเวลาคนท้อใจ


นั่นเป็นเรื่องเมื่อประมาณปี 2530 กี่ปีแล้วก็อย่านับเลย

มาวันนี้ผมต้องมานั่งครางเพลงนี้อีก ตอนที่ขับรถไปงานศพลูกศิษย์ด้วยอุบัติเหตุ

เรื่องเด็กกำลังอยู่ในวัยแห่งการค้นหาแล้วมาเสียชีวิตก่อนวัยอันควรนี่ ไม่รู้มันเป็นอะไร มันเกิดกับผมบ่อยเหลือเกิน
จริง ๆแล้วมันเริ่มตังแต่มัธยมแล้วหล่ะ ที่ครูพาไปงานศพเพื่อนร่วมชั้น
แต่ผมขอเริ่มที่ปี 2534 ที่ผมต้องเสียน้องชายผมไปดวยการจมน้ำที่หัวหิน ตอนนั้นไอ้เสือร้ายกำลังซ่า เรียนศิลปะที่ มศว ประสานมิตร กำลังปิดเทอมจะขึ้นปี 3

เฮ่อ


ขพักหายใจก่อนนะครับ




 

Create Date : 25 กันยายน 2548    
Last Update : 25 กันยายน 2548 21:16:44 น.
Counter : 488 Pageviews.  

กระทู้แรกในห้องเฉลิมไทย...ถึงเด็กที่ชื่อฮาร์โมนิก้า


ตั้งกระทู้ตำหนิบุคคลหนึ่งตรงๆ...
อาจถุยึด Login แต่ก็ต้องขอตั้ง...
เพราะเหลือดเหลือทนกับความคิดและมารยาทของเด็กคนนี้

//www.pantip.com/cafe/library/topic/K3678964/K3678964.html


ถ้าเด็กคนหนึ่งที่ไม่เคยรู้จักงานศิลป...ของศิลปินแห่งชาติ
ก็ช่างเถิด...ไม่เป็นไร..

แต่ถ้าไม่รู้จัก แต่ใช้ถ้อยคำที่ไม่สมควร
ด่าท่านอังคาร กัลยาณพงศ์ได้แบบนี้
โดยไม่คิดขออภัย.....

ผมบอกได้คำเดียวว่า...ผมหมดหวังครับ...

แก้ไขเมื่อ 22 ส.ค. 48 14:46:52

จากคุณ : หมู4X - [ 22 ส.ค. 48 14:46:27 ]

***

เรื่องนี้เป็นเรื่องของ

1. ผู้ใหญ่ไม่เปิดใจ...เด็กเขามีสิทธิ์คิดต่าง...

2.เด็กไม่ฟังเหตุผล..รากเหง้ารากแก้วของงานคืออะไรไม่สน...
อยากปลูกพืชกินไว ได้เด็ดผลกินแล้ว ต้นจะตายยังไงช่างมัน..

และ 3. พวกด่าตามน้ำ ฮา

***

ในวงการศิลปะ (ขอเปรียบเรื่องศิลปะนะ เพราะที่นี่เป็นห้องศิลปะ...ไม่ใช่ห้องด่าตามน้ำ ฮา อีกที)

ในวงการศิลปะ ก็มีเด็กรุ่นใหม่ที่ท้าทาย แนวคิดเก่า
(เราจะไม่พูดถึงฝรั่งเพราะไกลตัวเกินไป)

ในเมืองไทย มีกลุ่มศิลปะกลุ่มนึงที่ มีลักษณะคล้าย ๆกับ คนที่เจ้าของกระทู้เรียกว่า "เด็ก"
พวกเขาใช้ชื่อกลุ่มว่า " อุ ก า บ า ต "
พวกเขาสร้างสรรค์งานศิลปะ (ที่เขาว่า)แนวใหม่ ประเภท
-ศิลปะจัดวาง (installations),
-สื่อผสม(combine sculpture) ,
-ศิลปะที่แสดงออกด้วยท่าทาง( performance),
-ศิลปะที่แสดงกับพื้นที่( land art)

บางคนกร้าว ๆถึงกับประกาศว่า "ภาพเขียนตายแล้ว"

พวกเขา(บางคน)สร้างชื่อเสียงให้ตัวเองด้วยการท้าทาย ด่าทอ ศิลปินรุ่นเก่า
-เคส มิตร ใจอินทร์ กะ ถวัลย์ นั่นถึงไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับกลุ่มแต่ก็ถือว่าเป็นบริบทได้
-สิ่งที่วสันต์ สิทธิเขตต์ ทำ...
-สิ่งที่ ผศ. กมล เผ่าสวัสดิ์ ทำ ศิลปินรุ่นเก่าดูแคลน แต่ผลงานของพวกเขาไปปรากฏที่ เวนิชเบียนนาเล่ เวทีศิลปะระดับโลก

ฯลฯ

ยังงี้แหละครับวงการศิลปะถึงได้แตกแยก..ออกเป็นหลายกลุ่ม
สมัยนู้นนน...เวทีสัมมนาศิลปะระดับชาติที่โตชิบ้าเป็นสปอนเซ่อร์ให้ ก็กลายเป็นเวทีโชว์พาวเวอร์ อัดกัน จนสปอนเซอร์เขาระอาใจ จัดได้ 3 ครั้งก็หยุด (เพราะเศรษฐกิจด้วย)

ปัจจุบัน เวลาสถาบันไหนจะเป็นเจ้าภาพจัดสัมมนาหาประเด็นทางศิลปะที
ผู้จัดต้องเลือกเอาว่าจะเชิญกลุ่มไหน ก็เอาซะกลุ่มนึง ไม่งั้น

ไ ม่ ไ ด้ ข้ อ ส รุ ป

เถียงกันตั้งแต่ในห้องยันร้านเหล้าข้างโรงแรม

***

อย่างเช่นที่ เจ้าของกระทู้ ตั้งประเด็นมา ก็เข้าใจครับ
ผมก็ฉุนนะเนี่ย ตอนอ่านเนื้อหาของเขาในหัวข้อกระทู้นั้น
แต่พออ่านมาเรื่อย ๆ ก็พอรับได้

คนที่จะเรียกคนอื่นว่าเด็กบางทีต้องใจเย็นมากกว่านี้นะครับ
(พูดง่ายทำยาก ผมเองบางทีก็หลุดแต่ผมไม่เคยเรียกใครว่าเด็กเพราะผมยังวัยรุ่นอยู่เสมอ อิอิ)

คนที่คุณว่าถึงนี่ เขามีความสุขกับการที่จะมีใครสักคนเต้นเร่า ๆ ไปกับคำพูดของเขา

ซึ่ ง คุ ณ เ ป็ น เ ห ยื่ อ เ ข า แ ล้ ว


ส่วนเพื่อนฮาโมฯ...ในฐานะที่มีส่วนดีอยู่บ้าง คือคิดด้านข้าง ให้คนได้หันมาทบทวนบาท
แต่ขอเตือนนิดนะว่า

ทฤษฎีการคิดด้านข้าง( Literal Thinking) มีข้อห้ามอยู่ข้อนึงคือ

ห้ า ม ล บ ห ลู่

ขอบคุณที่อ่านจบครับ




 

Create Date : 22 สิงหาคม 2548    
Last Update : 22 สิงหาคม 2548 17:41:52 น.
Counter : 420 Pageviews.  

ความเป็นจริงของมหาวิทยาลัยสมัยนี้....กับเหตุผลที่ว่า ต้องปฏิวัติระบบรับน้อง



ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เปิดโอกาสทางการศึกษา

เปิดมหาวิทยาลัยใหม่ได้ง่าย..........
เปิดคณะวิชาใหม่ได้อย่างหลากหลาย...........
เปิดภาคพิเศษ ภาคสมทบกันกระจาย............
คุณย่าคุณยาย อายุแค่ไหนก็มาเป็นน้องใหม่...........

คนเรียนมันหลากหลายขึ้น...จะมาใช้มุข

"น้องใหม่มีค่าเป็นศูนย์"

ค ง ไ ม่ ไ ด้


จะมาใช้การรับน้องแก้วแรก ตัดเกรดความเป็นชายอยู่
ก็ไม่ไหวเช่นกัน.........

ต้อง

" บูรณาการ "



เรื่องกิจกรรม

ตอนนี้ตั้งแต่มีความคิดเรื่องการออกนอกระบบของมหาวิทยาลัย
ทำให้มหาวิทยาลัยมีรายได้เสริมจากภาคพิเศษภาคสมทบ
(มาเพิ่มเงินประจำตำแหน่งให้พวกตัวเองได้..-"- )

แต่ก็มีส่วนที่ตกหล่นมาถึงเด็ก ๆ บ้างในรูปแบบเงินบำรุงชมรม
(แต่อาจารย์ที่ปรึกษาชมรมก็ได้เงินค่าตอบแทนด้วย-*-)
เดี๋ยวนี้ชมรมHip-Hop ที่มีเด็กแรฟโย่ว เล่นอยู่ไม่ถึงสิบคน ก็ได้งบเท่ากับชมรมอาสาแล้ว

(เด็กฮิปฮอปมันหล่อ ไปล่ารายชื่อสาว ๆ มาได้เป็นพัน
แต่คนเล่นจริง ๆไม่กี่คน ส่วนเด็กอาสา กว่าจะได้รายชื่อสมาชิกแต่ละคนแทบรากเลือด)

การเปิดชมรมใหม่หมายถึงงบประมาณ...ก็เลยขอเปิดกันระห่ำ
ยกตัวอย่าง
"ชมรมถ่ายภาพ" ก็ส่งรองประธานชมรมไปขอจดเพิ่มเป็น"ชมรมสร้างภาพ"
เพื่อจะได้งบมาอีกก้อน เป็นต้น

ถ้าพูดถึงข้อดี ก็คือ มหาวิทยาลัย สนับสนุนกิจกรรมอย่างเต็มที่
แต่ประเด็นที่เป็นปัญหาอยู่ที่
ชมรมใหม่ที่เกิดขึ้นอย่างมากมาย....แต่ความ"ยั่งยืน"ไม่มี
ไม่เหมือนชมรมเก่า ๆ อย่างชมรมอาสา ฯ..ที่เขามีความเป็นมาที่ยาวนาน
ชมรมใหม่พวกนี้ตั้งได้ไม่กี่ปีก็มีปัญหา...สมาชิกหาย
อาจารย์ที่ปรึกษามีภาระการสอนเยอะก็ไม่มีเวลามาดูเด็กอย่างใกล้ชิด
แต่ถึงเวลาประชุมงบ ไม่รู้โครงการมาจากไหน
พอได้เงินไปแล้ว ก็เอาไปถลุงกัน ซื้อใบเสร็จมาเมคกันสนุกสนาน

ทำให้กิจกรรมชมรมแทบทุกมหาวิทยาลัยเท่าที่ได้รับรู้มา"กลวง"อย่างเห็นได้ชัด

พวกเด็กชมรมเก่า ๆ ที่เคยมีอุดมการณ์ก็หมดกำลังใจทำงาน....

ทำกิจกรรมมหาวิทยาลัยไม่เวอร์ค หนีไปทำกิจกรรมอย่างอื่น เช่น จับคู่กันอยู่ตามหอนอกดีกว่า

กรรม ๆ








 

Create Date : 12 มิถุนายน 2548    
Last Update : 12 มิถุนายน 2548 8:09:58 น.
Counter : 217 Pageviews.  

1  2  3  

d4b
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






  • บล๊อกบันทึกการเดินทางของจิ๊กโก๋ภูธร





  • Links
     

     Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.