Group Blog
 
All blogs
 
กัมพูชา แดนอัปสรา



หายไปจากการอัพบลอกนานเลยค่า ต้นเดือน พ.ย นี้มีโอกาสไปเที่ยวเขมรค่ะ ต้องบอกว่าสนุกมากๆเลย ถึงจะเป็นการเดินทางที่ดูเหมือนวิบากเพราะสภาพถนนที่ไม่ได้ลาดยาง แต่โดยรวมแล้วเป็นทริปที่วิเศษมีแต่เสียงหัวเราะ

แผนการเดินทางโดยสรุป


วันที่ 2 พฤศจิกายน 4.00 น.เดินทางด้วยรถตู้ ข้ามด่านปอยเปตไปเปลี่ยนรถเป็นบัส ปรับอากาศ โทรมเล็กน้อย เดินทางไปถึงเสียมเรียบบ่าย 2 ได้ หลังจากเช็คอินเข้าพักที่ Ankor Hotel รร. ระดับ 4 ดาว ก็เดินทางไปชมโตนเลสาป หรือทะเลสาปเขมร

วันที่ 3 พฤศจิกายน 7.00 น. พร้อมกันเพื่อขึ้นรถบัสปรับอากาศไปเที่ยวชม ปราสาทบันทายศรี ปราสาทตาพรม ปราสาทบายน ปราสาทนครวัด ปราสาทพนมบาเค็ง

วันที่ 4 พฤศจิกายน 7.00 น. ไปเที่ยวชมกลุ่มปราสาทต่างๆ ปราสาทเกาะแกร์ ปราสาทศิวลึงค์ ปราสาทเล็กๆน้อยรอบบริเวณ ปราสาทบึงมาลา ตลอดจนดูวิถีการดำเนินชีวิตของชาวกัมพูชาที่พบได้ตามถนน หนทางที่ผ่านไป

วันที่ 5 พฤศจิกายน 7.30 น. ไปชมศิวลึงค์และรูปสลักที่แกะสลักไว้ใต้น้ำ บ่อน้ำศักดิสิทธิ์ 7 สี พร้อมกับเล่นน้ำตกพนมกุเลน

วันที่ 6 พฤศจิกายน 7.00 น. ไปชอปปิ้งตอนเช้าและเดินทางกลับกรุงเทพ ถึงกรุงเทพ 20.30 น. อย่างปลอดภัย

ไกด์ของเราชื่อมะลิ ค่ะ เป็นชาวกัมพูชาที่พูดไทยชัดเจน ดี แถมมีความรู้ในสถานที่และประวัติศาสตร์ในแต่ละที่ที่พาชมเป็นอย่างดี แต่ละวันก็จะมีอะไรที่สนุก จะทะยอยนำมาลงค่ะ

วันที่ 1 ของการเดินทาง
        พร้อมกันตี 4 ที่สวนลุมค่ะ ส่วนมากจะได้นอนกันประมาณ 2ชม. บางคนไม่ได้นอนเลย รถวิ่งเร็วมากนะค่ะ ไปถึงด่านบ้านคลองลึก ตลาดโรงเกลือนะค่ะ กว่าจะผ่านด่านกัมพูชานะคะ ยืนมอง จนท.เค้าทำงานกันแบบสบายๆมากเลย นักท่องเที่ยวเยอะ ก็รอไป เห็นคาสิโนของเค้าแล้วเฉยๆค่ะ ยังนึกเลยว่าทำไมชอบไปเล่นกันนัก แต่วันกลับเราก้ได้เข้าไปเดินดูข้างในแปบนึง
รถที่มารับเราเป็นรถบัสพร้อมไกด์ท้องถิ่น ชื่อมะลิ จำได้ว่า ตอนแรกๆที่ฟีน่าแจ้งว่าไม่มีไกด็ไทย ก็รู้สึกกังวลเล็กน้อยว่าจะฟังเค้า หรือสื่อสารกันได้คล่องตัวหรือเปล่า แต่โชคดีที่มะลิเป็นไกด์ภาษาไทยที่ดีที่สุด อันดับ1 ใน 5 ของกัมพูชาเลยค่ะ น่ารักมาก และเอนเตอเทนลูกทัวร์ได้ดี ใจเย็น วันสุดท้าย หลายคนจะพูดไทยเพียนแบบมะลิ แบบว่าต้องมาได้ยินฟีน่า ออกเสียงแล้วจะฮากลิ้ง:lol:
เรายังไม่พ้นด่านไปเลยนะค่ะ

ระยะทาง 150 กม จากด่านไปถึงเสียมเรียบ มีพักทานข้าวที่จังหวัดศรีโสภณ เป็นครั้งแรกที่เจอถนนวิบากประเภทพ้นเมืองไป 10 กม. ถนนไม่ราดยาง มีร่องรอยการทำทางเป็นระยะๆ ใครนั่งท้ายรถน่าสงสารมากเลยค่ะเพระเวลารถกระดอนก้นลอยสูงจากเบาะมากทีเดียว เย็นนั้นหลายคนต้องกินยาคลายกล้ามเนื้อทั้งที่ยังไม่ได้ปีนป่ายอะไรเลย ขนาดตัวเองยังเอวเคล็ดเลยค่ะ
พอไปถึงที่พักแบบหัวสั่นหัวคลอน ก็เช็คอินเข้าโรงแรม (โรงแรมและโรงพยาบาลทุกแห่งจะมีเศียรของพระเจ้าชัยวรมันต์ที่ 7 ปรากฏอยู่ค่ะ เพราะว่าท่านเป็นผู้บุกเบิกในการสร้าง ) หลังจากนั้นได้พักอาบน้ำก้เดินทางไปชม โตนเลสาป หรือทะเลสาบเขมรกันค่ะ เป็นเส้นเลือดหล่อเลี้ยงชีวิตของชาวกัมพูชาทั้งประเทศ ปลาทั้งหมดมาจากที่นี่ละค่ะ แต่หลังจากจีนสร้างเขื่อนหลายแห่งทำให้ทะเลสาปที่เคยมีความลึก 15 เมตร เหลือไม่ถึง 8 เมตรนะค่ะ มีชาวเวียดนามและชาวกัมพูชาที่ยากจนมาสร้างแพอาศัยอยู่ในทะเลสาปนี้เยอะมากเลยค่ะ

โตนเลสาป หรือทะเลสาปเขมรที่เคยเรียนในวัยเด็ก มีขนาดกว้างใหญ่ไพศาล มี 5 จังหวัดล้อมรอบทะเลสาปเลยละ ในนั้นมีพันธ์ปลาเป็นร้อยๆชนิด ปัจจุบันเค้านิยมเพราะเลี้ยงจรเข้ ส่งให้จีนค่ะ ตัวนึงขายได้หลายร้อยดอลล่าร์นะค่ะ วันที่ไปชมทะเลสาป มะลิ(ต่อไปจะเรียกไกด์ว่ามะลิทุกครั้งนะค่ะ)บอกว่าถ้าพวกเราอยากกินเนื้อจรเข้ก้ได้นะค่ะ ซื้อตัวนึงแล้วให้เค้าทำให้ทาน แต่ไม่มีใครลอง
เด็กๆชาวเวียดนาม สวยมากนะค่ะทั้งผิวพรรณและหน้าตา




ภาพการใช้ชีวิตอยู่ในโตนเลสาป



        ผู้คนที่อาศัยอยู่ในโตนเลสาปคือคนยากจนของกัมพูชาค่ะ ส่วนใหญ่เป็นชาวเวียดนาม พวกเค้ามีชีวิตอยู่กับผืนน้ำ ตั้งแต่เกิดจนตายก็ว่าได้ ที่นี่ มีโรงเรียนลอยน้ำ มีศาลาประชาคมเพื่อทำพิธีแต่งงานและสวดศพ(เมื่อก่อนมะลิเล่าว่าเค้านิยมนำศพคนตายไปไว้บนยอดไม้ที่อยู่ปากปากแม่น้ำพอเหลือแต่กระดูกแล้วค่อยไปเก็บเอา นึกภาพสมัยก่อนคงมีนกแร้งบินว่อนทีเดียว แต่ปัจจุบันไม่มีแล้วนะค่ะ ) สำหรับโรงเรียนเด็กที่จะมาเรียนหนังสือมีกฏว่าจะต้องว่ายน้ำเป็น เพราะครูดูแลนักเรียนไม่ไหว
ที่กัมพูชาครูเงินเดือน 400 บาทเองนะค่ะ แต่เค้าสอนวันละ 3 ชม. เท่านั้นเอง

วันแรกของเราจบด้วยการไปทานอาหารที่ร้านๆนึง อาหารที่นี่ส่วนใหญ่ก็เป็นปลานะค่ะ คนที่ทานหมู ทานไก่ถือเป็นผู้มีอันจะกิน แต่เนื่องจากเราเสียเงินไปทัวร์แล้ว ฉะนั้นเราก้เลยได้ทานอาหารรสชาดไทย ไทย มีหมู มีไก่ ทุกมื้อเลยค่ะ สิ่งที่ขาดไม่ได้คือไข่เจียว แม่มดกับฟีน่า เป็น 2คนที่จองจานไข่ เนื่องจากเราไม่ทานปลา แต่ก็เจออยู่ร้านนึงชื่อร้านเชียงใหม่ ปลาที่นี่อร่อยมากเลยค่ะ ไม่เชื่อให้ฟีน่ามาเล่าเพราะเธอทานไปหลายตัว ขนาดต้องขอดกระเทียมในจานอาหาร อิอิ

        ก่อนที่จะเล่าถึงวันที่ 2 แม่มดจะเล่าเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่ได้ฟังมาจากมะลิ ให้ทุกคนฟัง เสียดายแม่มดไม่ได้จดอะไรเลย เล่าเท่าที่จำได้นะค่ะ

คนกัมพูชาไม่ชอบถูกเรียกว่าเขมร หรือขแมร์ มันเหมือนดูถูกเค้าว่าเป็นพวกบ้านนอกนะค่ะ ตลอดเวลาที่เราเที่ยวอยู่ที่โน่นเราเลยต้องท่องไว้ในใจตลอดเวลาว่า ไม่พูดคำว่าเขมร

        มะลิบอกว่ารัฐบาลพยายามจะพัฒนาเสียมเรียบให้ดีที่สุด เพื่อให้นักท่องเที่ยวรู้สึกพึงพอใจมากที่สุด เค้าปลูกฝังประชาชนของเค้าให้มองว่านักท่องเที่ยวเหมือนพ่อแม่ ถ้าไม่มีนักท่องเที่ยว คนกัมพูชาก็ไม่มีงานไม่มีเงิน คิดดูว่าในกัมพูชามีถนนลาดยางไม่กี่สายเอง ประชาชนของเค้าเวลาจะเจ็บป่วยไม่สบายจะไปโรงพยาบาล ต้องนั่งรถเข้าไปในเมืองใหญ่เช่นเสียมเรียบ พนมเปญ ระยะทาง 150 กม.จากด่านที่เราไปเสียมเรียบใช้เวลาประมาณ 5 ชมได้ น้ำมันที่นั่นราคา 40 กว่าบาทต่อลิตร ค่ารถเวลาเดินทางมาด่านไทยจากเสียมเรียบ ตกคนละ 2-300 บาท แถมรถที่นั่งถ้าใครมาเห็นจะ amazing มาก ที่นั่นนำเข้ารถมือสองจากญี่ปุ่น เราเลยเห็น camry วิ่งกันเกลื่อน สนนราคาคันนึงไม่ถึง 100000 บาท สภาพรถยังดีมากนะค่ะ เค้านำมาใช้เป็นประมาณแท็กซี่ บ้านเรา แต่วิธีการนั่งของเค้า ด้านหน้านั่ง 4 คน ด้านหลังอีก 4 คนนะค่ะ คันนึงต้องนั่งได้ 8 คน ถ้าเป็นรถกระบะยิ่งamazing กว่า เพราะนั่งกันตั้งแต่กระโปรงหน้ารถยันกระบะท้ายค่ะ แม่มดเห็นมาแล้วด้วย นั่งบนกระโปรงหน้านะ แถมรถเค้าไม่ได้ขับช้านะค่ะ ถามมะลิว่ามีตกมาบ้างมั้ย เค้าก็บอกมี แขนขาหักไป คิดดูสิว่าคนของเค้าเสี่ยงภัยแค่ไหน



มะลิ เค้าเล่าเกี่ยวกับสงคราม 30ปีกับเขมรแดงให้ฟังด้วยมุมมองที่เราไม่เคยคิดมาก่อน เป็นมุมมองของคนกัมพูชาที่น่าสนใจมากเลยค่ะ เรื่องการพิพากษาพลพต สำหรับคนกัมพูชา เค้ามองว่าสงครามนั้นเป็นอดีตไปแล้วสำหรับคนกัมพูชา ไม่ควรรื้อฟื้นขึ้นมาหาถูกผิด เพราะคนที่เป็นจำเลยได้ตายไปแล้ว
เค้าเล่าถึงสมเด้จฮุนเซ็น ว่าเป็นประธานาธิบดี(หรือเปล่าไม่แน่ใจ) ที่มีความตั้งใจในการที่จะทำให้คนจนมีเงินใช้ หรือมีงานทำ ถึงขนาดที่ว่าในอนาคตท่านจะถูกยกย่องเป็นมหาบุรุษทีเดียว นะค่ะ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ท่านอยู่ฝ่ายเขมรแดงนะค่ะ แต่มะลิบอกว่าคนเขมรมองว่าสงครามนั้นเป็นอดีตไปแล้วสำหรับคนกัมพูชา ต่อให้เค้าลืมไม่ลงแต่คนกัมพูชาเป็นคนที่ให้อภัย ถึงก่อนหน้านี้ทำไม่ดีไว้มากมาย แต่ถ้าในปัจจุบันเค้าทำดีเพื่อประชาชน คนกัมพูชาก็พร้อมจะอภัย
รับบาลของเค้ายอมเสียผลประโยชน์ 50%เพื่อให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนในสิ่งที่เค้าไม่สามารถทำได้ในอนาคตอันใกล้ เช่นการบูรณะดูแลโบราณสถาน การทำถนน หนทาง บัตรเข้าชมนครวัดมีราคาถึง 20 US$/คน แต่กำไรจากตรงนั้นคนที่ได้สัมปทาน เค้าจะนำไปปรับปรุงถนน สำหรับนักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวชม (ยอมรับว่าเค้าทำได้ดีและสะอาด)ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือพนมกุเลน ซึ่งถ้าไม่มีเงินเหล่านี้มาช่วยๆปีๆนึงจะไม่สามารถเข้าไปชมได้หลายเดือนเนื่องจากน้ำท่วม ทางไม่ดี
ห้องน้ำตามโบราณสถานที่มีการขายบัตรเข้าชม จะสะอาดมากเหมือนในโรงแรมเลยค่ะ มีน้ำ มีกระดาษทิชชูพร้อม เป็นที่ประทับใจของพวกเรามาก ขนาดร้านอาหารจีนที่พวกเราไปทานห้องน้ำยังสู้ไม่ได้
ในกัมพูชาไฟฟ้ายังมีใช้ไม่ทั่วถึง ขนาดในเสียมเรียบ โรงแรมที่เราพัก เมื่อถึงเวลา 4 ทุ่มไปแล้ว เค้าต้องสลับมาใช้ไฟจากเครื่องปั่นไฟของตัวเอง เพราะการใช้ไฟของรัฐบาลมีโควต้า ถ้าใช้เกินจะเสียค่าไฟแพงขึ้นไปอีก


โรงแรมที่เราพักค่ะ







Create Date : 12 พฤศจิกายน 2550
Last Update : 14 พฤศจิกายน 2550 8:57:46 น. 13 comments
Counter : 544 Pageviews.

 
ไปที คุ้มเลยน่ะค่ะ น่าไปจังเลย


โดย: สเนโก้ วันที่: 12 พฤศจิกายน 2550 เวลา:12:43:25 น.  

 
รูปยังไม่มาก็ไม่เป็นไรครับ มาอ่านเอาความรู้ก่อนก็ดีครับ เขมรนี่อยากไปมานานแล้วครับ ยังไม่มีโอกาสไปเลย เดี๋ยวมาชมรูปสวยๆไว้ก่อนนะครับ แล้วจะหาทางไปเที่ยวบ้าง


โดย: ซอร์บอนน์ (ซอร์บอนน์ ) วันที่: 12 พฤศจิกายน 2550 เวลา:13:52:05 น.  

 
ใช่ค่า สเนโก้ คุ้มแต่มันไปไม่ครบนะค่ะ เวลาไม่พอ อย่างนครธมนี่ได้ชมจากบนรถ ไม่ได้ลงไปเดิน ตอนนี้เริ่มมีคนวางแผนแบบว่าปีหน้าไปอีกที กะเดินดูปราสาทอย่างเดียว อิอิ
คุณ ซอร์บอน์น ที่เล่ามาทั้งหมดจำจากไกด์เล่าให้ฟังนะค่ะ จริงๆได้คู่มือการท่องเที่ยวเล่มนึงวึ่งจัดทำโดยคุณไกด์เถื่อน แต่สารภาพยังไม่ได้อ่าน


โดย: แม่มด IP: 124.121.160.39 วันที่: 12 พฤศจิกายน 2550 เวลา:14:07:16 น.  

 
มารอดูรูปด้วยคนนะคะพี่


โดย: ชะนีลำดวน IP: 81.241.96.209 วันที่: 12 พฤศจิกายน 2550 เวลา:22:31:45 น.  

 
โรสเองค่ะ ตามมาอ่านเร่องไปเที่ยวแล้วน่าไปจังเลย รูปคุณแม่มดสวยด้วยนะค่ะ


โดย: พริมโรส IP: 125.27.211.29 วันที่: 13 พฤศจิกายน 2550 เวลา:15:59:36 น.  

 
แวะมาอ่านและดูรูปค่ะคุณจิ๋ว เห็นแล้วอยากไปจังเลยง่า...ฮือๆๆ นี่ถ้าไม่มีน้องรับรองว่าไปเที่ยวด้วยแล้วล่ะค่ะ


โดย: คีตาญชลี IP: 58.8.49.208 วันที่: 15 พฤศจิกายน 2550 เวลา:15:18:55 น.  

 
คุณปุ๊ก รูปมาแล้ว มาดูหรือยัง
คุณพริมโรส ขอบคุณค่ะ
คุณคีฯ ดีแล้วที่ไมได้ไปนึกสภาพคนท้องเดินทางถนนอย่างนั้น

ไว้อาทิตย์หน้าหายใจก่อนแล้วจะมาลงให้จบค่ะ เพราะเพื่อนก็ยังลงกันไม่จบ อิอิ


โดย: แม่มด IP: 124.121.159.155 วันที่: 16 พฤศจิกายน 2550 เวลา:13:36:08 น.  

 
ท่าทางชีวิตที่เขมรจะสบายๆ นะคะ ภาพถ่ายสวยจังค่ะพี่


โดย: แมวจอมกวน วันที่: 29 พฤศจิกายน 2550 เวลา:4:36:11 น.  

 
ฟีน่าจาพยายามรีบๆลงนะคะ แต่ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่วาเจ้านายท่านอยู่อ่ะเปล่าด้วยจ้า


โดย: ฟีนา IP: 58.8.62.32 วันที่: 4 ธันวาคม 2550 เวลา:9:14:54 น.  

 
แมวจอมกวนค่ะ คนกัมพูชาเค้าอดทนมากกว่าค่ะ เพราะชีวิตความเป็นอยู่ของเค้ายังไม่ค่อยมีอะไรศิวิไลซ์เท่าไหร่ ขนาดๆฟฟ้ายังไม่ค่อยจะมีใช้ และค่าครองชีพของเค้าสูงค่ะ
ฟีน่า ไว้จะรอชมค่า ปูมวันที่ 2 และต่อๆไปนะค่ะ


โดย: แม่มดจิ๋ว วันที่: 4 ธันวาคม 2550 เวลา:14:31:07 น.  

 
บล็อคน่ารักจังเลย พี่มด

นี่อัพบล็อคเรื่องไปเที่ยวไว้ ป่านนี้ยังมิเสร็จเลย
ตัวเป็นขนเต็มไปหมด


โดย: ภคิน วันที่: 23 ธันวาคม 2550 เวลา:0:34:12 น.  

 
สวัสดีค่าคุณภคินไว้จะแวะไปเยี่ยมชมบลอกนะค่ะ จะว่าไปบลอกเกี่ยวกับท่องเที่ยวก้ดองเหมือนกันนะค่ะ อิอิ


โดย: แม่มดจิ๋ว วันที่: 24 ธันวาคม 2550 เวลา:14:36:59 น.  

 
เคยไปเหมือนกันค่ะ ประทับใจนครวัด-ธมมาก ตอนแรกตั้งใจว่าจะกลับไปอีกที (ไปเที่ยวที่อื่นที่น่าสนใจค่ะ) แต่หลังจากมีเรื่องกับเขมรเรื่องเสียดินแดน เลยไม่อยากกลับไปอีกเลยค่ะ


โดย: คุณค่าชีวิต วันที่: 23 พฤศจิกายน 2551 เวลา:19:13:20 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

แม่มดจิ๋ว
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





ยินดีต้อนรับสู่ บ้านหลังน้อยของแม่มดค่า
[Add แม่มดจิ๋ว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.