บันทึกการแก้ปัญหาแบบหมูๆ
Group Blog
 
All Blogs
 

เรื่องของการรีโมทคอนโทรล ....

Remote control หรือ Remote Access หรือ Remote Desktop ล้วนมีความหมายใกล้เคียงกัน หรือเหมือนกันเลยก็มี ผมเรียกสั้นๆ ว่า Remote ก็แล้วกัน


Remote คือ


Remote คือการเข้าไปจัดการเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องหนึ่งจากเครื่องอีกเครื่องหนึ่งที่อยู่ไกลออกไป (ไม่งั้นไม่ "Remote"- แต่ความจริงเราอาจรีโมทเครื่องข้างๆ ก็ได้)


ผมจะพูดถึงเพียงสั้นๆ ตั้งใจว่า จะพยายามบันทึกการแก้ปัญหาแบบหมูๆ บ่อยๆ (จะทำได้เหรอ) ดังนั้นทำได้อย่างเดียวคือ เขียนสั้นๆ กระชับๆ


ศัพท์แสงของ Remote


Server คือ ตัวที่ถูก Remote ส่วน Viewer คือ ตัวที่ไป Remote เค้า


Remote ทำอะไรบ้าง


ตัว Viewer จะส่งรหัสคีย์บอร์ด และ ตำแหน่งเม้าส์ (รวมทั้งการคลิกเมาส์) ไปยังตัว Server และเอาหน้าจอตัว Server กลับมา นี่คือ Feature หลัก ส่วน Feature รองๆ ลงมาหลากหลายขึ้นทุกวันๆ เช่น



  • ย่อ/ขยายหน้าจอ ได้ เฉพาะจุดก็ได้

  • ห้ามคีย์บอร์ดและเมาส์ปลายทางได้

  • ปรับการส่ง background หรือ สี หรือ Resolution ของการส่งได้ (เพื่อให้เหมาะสมกับความเร็วของการสื่อสาร)

  • ทำ FTP ได้

  • ทำ File/ Print Sharing ได้

  • เป็นต้น


Remote ในยุคแรก


ผมเคยใช้ Norton PC Anywhere ผ่าน modem ด้วยนะ ช้าได้ใจ (modem ยุคแรกนี่ 56k ก็เก่งแล้ว)


Remote ภายในวงแลน


แน่นอน ต้อง VNC, VNC เป็นตัว Freeware แต่มีหลากลาย version (ต้นแหล่งเดียวกัน) มีทั้งฟรีไม่ฟรี ดีไม่ดี ไว้ผมจะนำตัวที่ใช้ประจำมาเสนอ


Remote Desktop ของ Microsoft อันนี้ เป็น Service พิเศษของ Microsoft ฝังมาใน Windows แน่นอนว่า มันก็จะเร็วกว่า secure กว่า และเก่งกว่าการทำเป็น Utility ข้างนอกอย่าง VNC


Remote ผ่าน Internet


ตัวยอดนิยมมีอยู่ 2 ตัวคือ


TeamViewer ทำไมดังหรือครับ ก็มันมี Version ฟรีให้ใช้งัยครับ (เงินมี แต่ของฟรี ชอบ) ทั้งนี้ โหมดฟรี ของ TeamViewer นี่ ไม่ฟรีจริงทั้งหมดนะครับ โดยเค้าจะจำกัด เครื่องที่เราจะ Remote ได้ คือ ถ้าเรา Remote แค่เครื่อง -2 เครื่อง อย่างบ้านที่ทำงานอย่างนี้ไม่มีปัญหา ฟรีครับ แต่อย่างผมนี่ ลักไก่ คือ เอามาดูแลลูกค้า ดังนั้น เครื่องจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ซักพักเดียว (ไม่เคยนับ) Teamviewer จะขึ้นมาด่าๆๆๆ เราว่าเราขี้โกง เค้าให้ใช้ Non-commercial แต่เราใช้แบบ commercial


ถึงมันจะจับได้ แต่ก็ไม่ถึงกับตัดไปเลยนะครับ แต่จะยอมให้ Remote ครั้งละ 5 นาที หยุด 5 นาที น่ารำคาญเป็นที่สุด ถ้าเจอปัญหาแบบนี้ และยังอยากจะโกงต่อไป ผมมีวิธี hack มันนะครับ จะนำมาบันทึกไว้ในโอกาสต่อไป


ขอดีออย่างยิ่งของ TeamViewer คือ ขนาด และการติดตั้งใช้งานครับ โดยเฉพาะ ตัว Server อย่างผมมีลูกค้าที่เครื่องโดนไวรัส เอาเครื่องไปฟอร์แมตมา ต้องการลงโปรแกรมผมใหม่ อันนี้ เพียงแต่ผมคุยกับลูกค้าทาง โทรศัพท์ ให้เขาเข้าไปที่ web TeamViewer, Download, (รุ่นปัจจุบันแค่ 3 MB) ได้ ID/password เสร็จ ขอเสียคือ ช้ากว่า Logmein คือตัวโปรดของผมในย่อหน้าถัดไป


LogMeIn ตัวนี้ก็มีรุ่นฟรีให้ใช้ และฟรีของเค้านี่ ฟรีจริงๆ ไม่มีการตัดเวลา แต่ตัด feature บางอย่างออก อย่างโอนไฟล์ไม่ได้เป็นต้น และหลังๆ นี่มีแกล้งพวกใช้ฟรี คือ ยกเลิกการทำ Group พวกใช้ฟรีที 60-70 เครื่องลูกค้าอย่างผมนี่ List ยาวยืดเลยครับ (แต่ก่อน Group ได้ ก็จะง่ายกว่านี้มาก)


LogMeIn ลงยากกว่า (สำหรับลูกค้า ถ้าต้องทำเอง)และใหญ่กว่า แต่ตอน Remote จะเร็วกว่า เพราะใช้ Java ทั้งฝั่ง Server และ Viewer โดยตัว Java ตัวนี้เก่งมากจริงๆ ขนาด bandwidth ไม่เยอะเท่าไรบางครั้งยังรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ที่เครื่องปลายทาง...


ยังมีจุดเด่นสำคัญยิ่งของตัว Remote ผ่าน Internet ของคู่นี้คือ มันสามารถทะลุ Firewall ได้ !!! เพราะมันสื่อสารด้วย protocol http ธรรมดานี่เอง ถ้าคุณออก Internet ได้ คุณก็จะ Remote ได้ ดังนั้นต้องมี Security เสริมครับ


ส่วนตัว VNC หรือ Remote Desktop ของ Microsoft สามารถ Remote ผ่าน Internet ได้เหมือนกัน แต่ไม่สามารถผ่าน Firewall ได้ ถ้าไม่ใส่ Exception ไว้ รวมทั้งต้องมี IP จริง (หรือ Dynamic DNS ก็ได้) และถ้าผ่าน Router ก็ต้องทำ Forward Port อีก ยุ่งจัง


ดึกแล้ว เมื่อยแล้ว ง่วงแล้ว บันทึกต่อวันหลังละกัน






Free TextEditor




 

Create Date : 06 ตุลาคม 2553    
Last Update : 6 ตุลาคม 2553 1:47:48 น.
Counter : 688 Pageviews.  

มากันไม่ให้ Thumb drive ของเราเป็นพาหะนำไวรัส

กันไม่ให้ Thumb Drive ติดไวรัสแบบ Autorun


((แก้ไข: 7 เมษา 2552 แก้ไข ข้อความเดิม มีหลายๆ คำ ที่เขียนคำว่า autorun.inf เป็น autoexec.inf แก้เป็น autorun.inf ทั้งหมด ขอบคุณคุณแจ่มครับ ที่เม้นมา ))

ต่อจาก Blog ที่แล้ว ที่ผมเขียนเรื่อง Write Protect Thumb Drive ไป
(//www.bloggang.com/mainblog.php?id=cyberpig&month=06-04-2009&group=1&gblog=3) ยังมีอีกปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นกับ Thumb Drive ที่จำเป็นต้องไปเสียบที่เครื่องโน้นเครื่องนี้บ่อยๆ (ที่จริงมันก็เป็นหน้าที่ของ thumb drive นี่นา...) คือ การติดไว้รัสผ่าน Autorun.inf ...


มารู้จักกับ autorun.inf ก่อน


autorun.inf เป็น text file ที่แปะอยู่ที่ root directory ของ removable drive ต่างๆ ของ windows เช่น CD-ROM, รวมทั้ง Thumb drive ด้วย
จุดประสงค์ของไฟล์นี้ ชัดเจนตามชื่อมันคือ Autorun หรือ run โดยอัตโนมัตินั่นเอง
แต่เนื่องจากไฟล์ที่จะ run ของแต่ละแผ่น cd หรือ แต่ละ thumb drive อาจแตกต่างกัน microsoft จึงใช้วิธี เก็บชื่อไฟล์ที่จะเรียกใช้เป็นโปรแกรมแรกไว้ในไฟล์ autorun.inf นี้นั่นเอง
ตัวอย่างเช่น
เราต้องการให้ทำการ setup โปรแกรม โดยเรียก setup.exe ที่อยู่ใน Thumbdrive ของเรา สามารถทำได้โดย สร้าง autorun.inf ด้วย text editor ธรรมดา แล้วพิมพ์....
[autorun]
open=setup.exe


แค่นี้เองครับ


ไวรัสใช้กลไกอันนี้ แพร่พันธุ์ตัวเองออกไป


คนเขียนไวรัสจึงใช้กลไกอันนี้ ในการเผยแพร่พันธุ์ตัวเองออกไป โดยการ "กระโดดเกาะ" thumb drive ที่มาเสียบที่เครื่องที่ติดไวรัสอยู่
วิธีการก็คือมันจะ copy ตัวโปรแกรมไวรัส เช่น virus.exe พร้อมกับสร้าง autorun.inf ไว้ใน thumb อันนั้น ให้เรียก virus.exe


จากนั้น เมื่อผู้ใช้เอา thumb drive ไปเสียบยังเครื่องใหม่ windows ในเครื่องนั้น จะเรียก autorun.inf แล้วก็... เสร็จมันละครับทีนี้


ป้องกันได้


ดังนั้น จึงมีการเตือนกันมาตลอดๆๆๆ ว่า ให้เจ้าของเครื่องทุกๆ เครื่อง พยายามป้องกันตัวเองด้วยการ
- config Windows ให้ไม่ให้เรียก autorun.inf
- หรือ กด shift ค้างไว้ ก่อนเสียบ thumb drive แปลกหน้า (ไม่งั้น shift อาจ หายได้ 555)


นั่นเป็นการป้องกันที่ปลายเหตุนะ


ที่จริง ถ้าเราป้องกันการติด autorun.inf ให้ได้ตั้งแต่ต้น ก็จะเป็นอนิสงค์แก่เครื่องของตนเอง และของผู้อื่นที่เราจะไปเสียบ (thumb)
วิธีหนึ่งคือ การ "write protect" thumb drive ของเรา ดังใน blog ที่แล้ว
อีกวิธีหนึ่ง ทำได้ดังนี้คือ

- สร้าง folder ชื่อ autorun.inf ไว้ที่ root ของ thumb drive ของเรา


แค่นี่แหละครับ เสร็จแล้ว !!!
เพราะกลไกของ windows จะไม่ยอมให้มีไฟล์ที่มีชื่อซ้ำกัน หรือ ซ้ำกับชื่อ folder ในตำแหน่งเดียวกัน ดังนั้น เมื่อมี folder ชื่อ autorun.inf อยู่แล้ว ก็จะไม่สามารถมี autorun.inf ที่เป็นไฟล์ได้อีก ไวรัสก็จะเกาะไม่ได้นั่นเอง


((แล้วทำไมไม่สร้างเป็นไฟล์ autorun.inf หละครับ ทำไมต้องทำเป็น folder??))


ใครถามคำนี่ ... ถามได้ดีครับ Smiley
เพราะถ้าเป็นไฟล์ มันสามารถถูกเขียน"ทับ" ได้ครับ เป็น folder เนี่ยะ ไฟล์ทับไม่ได้ครับ มันจึงแข็งแรงกว่าครับ


 






Free TextEditor




 

Create Date : 06 เมษายน 2552    
Last Update : 7 เมษายน 2552 14:21:52 น.
Counter : 1599 Pageviews.  

มาทำ Write-Protect Thumb drive กันไวรัสกัน !

?? อะไรกัน Thumb drive ทำ Write protect ได้เหรอ ??



ไวรัสมาป่วน Thumb drive ของผมอีกแล้ว.... เฮ้อ


ไวรัส หรือ หนอน (worm) หรือ สปายแวร์ (spyware) เป็นตัวสร้างปัญหาปั่นป่วนระบบของเรามานาน โดยเฉพาะเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2552 ที่ผ่านมา...



ในวันนั้น ทั่วโลกต้องตื่นตัวและรับมือกับ Conficker Virus (หรือ Downadup, หรือ Kido) หลังจากที่มีเพียงไวรัส ตัวเล็กๆ ไม่น่ากลัวอะไรมานาน


ที่จริง Conflicker ก็ไม่ถึงกับจะทำลายข้อมูล มันเพียงแต่ต้องการจะ "ขโมย" ข้อมูลเท่านั้น โดยวิธี "โทรกลับบ้าน" (Phone home) เหมือน ET ที่หลงมาในโลกเรา บังเอิญความที่มัน "พยายาม" (หรือ "โลภ"นี่แหละ) มาก และบังเอิญอีกที่ไวรัสตัวนี้ทำงานได้เก่งมาก ขยายตัวรวดเร็ว ข้อมูลที่มันจะต้องส่งกลับก็เลยมีมากมายมหาศาล ทำให้ระบบที่ติดไวรัสตัวนี้ ทำงานช้าลงๆ จนเป็นที่สังเกตเห็นของผู้ใช้ระบบ ทำให้ไวรัสตัวนี้ดังระเบิดเสียก่อน


เอาหละ เรื่อง Conflicker ไว้ก่อนละกัน ไว้วันหลังจะมาแลกเปลี่ยนกันอีกที แต่ที่เกริ่นมาก็เพราะ เจ้า Conflicker นี่แหละ ที่ทำให้ผมรู้สึกว่า เจ้า "Thumb drive" หรือ "Flash drive" หรือ "Handy drive" หรือ "USB drive" ฯลฯ ของผม ช่างไม่ปลอดภัยเสียจริงๆ เวลาเอาไปเสียบที่เครื่องลูกค้ามักจะได้ของแถมที่ไม่พึงปรารถนาบ่อยๆ


ผมเคยคุยกับอาจารย์ที่นับถือคนนึงว่า สมัย Thumb drive ออกมาใหม่ๆ จะมีสวิทช์ "Write Protect" มาด้วย ทำให้สามารถบังคับให้ Thumb drive กลายเป็น mode "Readonly" ได้ ดีจริงๆ แต่สมัยนี้ ไม่มีแล้วครับ


เวลาที่ผมเอาไฟล์ไปลงที่เครื่องลูกค้า ต้องเสียวทุกทีว่าจะติดอะไรกลับมา ผมพยายามคิดๆๆๆ ว่าทำอย่างไร เจ้า Thumb drive ของผมถึงจะอยู่ใน โหมด write protect หรือ Readonly ได้ ??


ค้นๆ ดูใน Internet จะพบว่ามี software ตัว Write protect Thumb drive อยู่มากมายหลายตัว ส่วนใหญ่ ฟรีเสียด้วย โหลดมาหมดแหละครับ ลองมันทุกตัว แต่ที่ไหนได้ ไม่ตรงความต้องการ...


เพราะ software utility เหล่านี้ ล้วนทำงานบนตัว PC ทั้งสิ้น คือ ต้องติดตั้งลงในเครื่องที่จะเอา Thumb drive ไปเสียบ มันไม่ใช่แน่ๆ การ write protect มันต้องอยู่บนตัว Thumb drive สิ ?


แต่มาลองคิดตามตรรกะดู ก็พบว่า เป็นไปไม่ได้ เพราะ Thumb drive เป็นอุปกรณ์ "Passive" ไม่ใช่อุปกรณ์ "Active" ... นั่นคือ ตัว Thumb drive แม้จะสามารถเก็บข้อมูลได้ เก็บโปรแกรมได้ แต่โปรแกรมจะไม่ทำงานบนตัวมันแน่นอน เพราะมันไม่มีส่วน cpu ถ้าจะ "เรียกใช้" โปรแกรมบนตัวมัน ก็ต้องส่งไปให้ cpu ของเครื่องที่มันเสียบอยู่ทำงานแทนเท่านั้น


ซึ่งก็หมายความว่า ไม่ใช่แล้ว ถ้ามีการส่งข้อมูลกลับไปกลับมาอย่างนี้ตั้งแต่ต้น ก็เท่ากับเปิดคางให้กับไวรัสแล้ว ... การกันไวรัสต้องกันตั้งแต่วินาทีแรกที่เสียบ Thumb drive เข้าเครื่องไม่ว่าเครื่องใดๆ


แต่ในที่สุด ผมก็พบคำตอบ


คำตอบที่ได้ มันช่างตรงไปตรงมาอย่างที่สุด ไม่ต้องคิดอะไรมากเลย


แนวความคิดคือ ทำอย่างไรก็ได้ที่จะทำให้ไม่สามารถเขียนไฟล์ใหม่ใดๆ ลงใน Thumb drive ของเรา เท่านั้นเอง


วิธีการคือ ก็ทำให้มันไม่มีพื้นที่เหลือสิ ง่ายมั๊ย


ง่ายครับ และได้ผลแน่นอน เหมือนกับ CD-ROM เลยครับ เวลาที่เราดู properties ของ cd-rom จะพบว่าไม่มีพื้นที่เหลือ เต็มพอดี แบบนั้นเลยครับ


แต่วิธีการทำให้ไม่มีพื้นที่เหลือนี่สิครับ ถ้าไม่มีตัวช่วยอาจจะลำบากหน่อย ยิ่งสมัยนี้ Thumb drive แต่ละตัว Big เบิ้มทั้งนั้น อย่างของผม 8 G, มีที่เหลือ 3 G กว่า จะหาไฟล์อะไรมาเติมให้เต็ม 3 G กว่า แล้วต้องไม่มีพื้นที่เหลือเลยนี่ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย


มี Utility มาช่วยครับ


มีหลายตัวครับ แต่ละตัว ก็จะช่วย "เติมเต็ม" ช่องว่างในพื้นที่ใน Thumb drive ของคุณได้แบบไม่เหลือหรอ มาดูกันครับ


ก่อนอื่น : เรามาดูตัวอย่างก่อนว่า Thumb drive ของเรามีพื้นที่เหลือเท่าไหร่ โดยทำการ คลิกขวาที่ Thumb drive แล้วเลือก Properties...



ตัวอย่างนี้ เรามีพื้นที่เหลืออยู่ 618,070,016 ไบท์ครับ (ไม่เอา 589 MB นะครับ ไม่ละเอียดพอ)
จากนั้นเราจะมาสร้าง "Dummy File" ที่มีขนาดเท่ากับ พื้นที่ว่างตรงนี้พอดีๆ


1. ใช้ Dos Utility ของ windows xp โดยตรง คือ คำสั่ง fsutil



  • คลิก start

  • เลือกคำสั่ง run

  • พิมพ์ cmd

  • เมื่อเข้าใน command Prompt แล้ว ให้พิมพ์
    fsutil file createnew I:dummy 618070016
    แล้ว enter ( ในที่นี้ I: คือ drive ของ Thumb ของเรา, dummy เป็นชื่อไฟล์ที่เราตั้งขึ้นมา จะใช้ชื่ออื่นก็ได้ครับ)

  • จากนั้นก็ รอ ครับยิ่งพื้นที่เหลือเยอะ ยิ่งต้องรอนาน นาน นานนนนนน



2. ใช้ utility สำเร็จรูปอย่าง



  • Dummy File Creator ของ mynikko.com //www.mynikko.com/dummy/ โหลดและใช้ได้ฟรี ให้เลือก download ตัว zip ที่บอกว่า w/o Installer ได้เลยครับ ตัวเล็กนิดเดียว 23KB



  • Dummy File Creator (ชื่อเดียวกันเป๊ะ) อันนี้ของ nod32 ที่ทำตัว antivirus นั่นแหละครับ มีให้โหลดได้มากมายหลายที่ ผมยกมาที่นึงแล้วกันครับ ที่ download.com//download.cnet.com/Dummy-File-Creator/3000-2248_4-10468596.html โหลดฟรีและใช้ฟรีเหมือนกัน ตัวใหญ่กว่า ฟีเจอร์เยอะกว่า แต่ผมชอบใช้อัน 1. มากกว่าครับ

  • DummyFile.exe อันนี้เล็กมาก 20 KB ผมพยายามหาที่มา แต่ไม่สามารถหาได้ รู้แต่ว่า เป็นตัวยอดนิยมของพวกที่ทำแผ่นเกมส์กัน ที่ต้องคอยปรับขนาดพื้นที่ให้ตรงกับมาตรฐาน ก็จะใช้ตัวนี้ ในการสร้าง dummy file ครับ download ได้จากที่นี่ครับ
    dummyfile.zip

    ขนาดไฟล์จะเป็น MB ครับ และผมไม่แน่ใจว่ามันจะตรงเป๊ะหรือไม่ เอาเป็นว่า ผมแนะนำให้ใช้อันแรกครับ


จริงๆแล้วยังมีตัวอื่นอีกนะครับ เอาเป็นว่า ผมแนะนำแค่นี้ก่อนแล้วกัน ทีนี้มาดูผลที่ได้กัน

เห็นหรือไม่ครับว่าพื้นที่เราหมดเกลี้ยงไปแล้ว ไวรัสอะไรก็ไม่สามารถเขียนลงมาได้แล้วครับ 5555


ถ้าจะเขียนไฟล์เพิ่มลงไป จะปลดล็อกอย่างไร


เนื่องจากการ write protect ของเรา ไม่ใช่การ write protect จริงๆ การปลดล็อก จึงต้องใช้วิธีกำปั้นทุบดิน คือ ลบไฟล์ dummy ของเราทิ้งไป ก็จะได้พื้นที่กลับมา เมื่อเพิ่มหรือลดไฟล์เสร็จสิ้นแล้ว ค่อยทำการสร้าง dummy file ขึ้นมาเติมเต็มใหม่ครับ


มี trick เล็กๆ ที่ใช้ได้ ในกรณี ที่ไม่อยากเสียเวลามากๆ ในการสร้าง dummy file ทุกๆ ครั้งที่มีการปรับเปลี่ยนไฟล์ใน thumb drive คือ ผมจะสร้าง dummy file หลายๆ ไฟล์ ขนาดประมาณ 500 MB วางๆๆๆ ไว้ ใน folder เฉพาะ จะเพิ่มไฟล์ก็ลบ dummy ออกไป ตัวหรือ 2 ตัวจนกว่าจะพอใช้ ผลก็คือ การทำตัว dummy ตัวสุดท้าย จะไม่ต้องทำตัวใหญ่มากให้เสียเวลาครับ


ลองอ่านวิธีการกันไม่ให้ Thumb drive ของเราเป็นพาหะนำไวรัสกัน





 

Create Date : 06 เมษายน 2552    
Last Update : 6 เมษายน 2552 18:36:48 น.
Counter : 7976 Pageviews.  

มาใช้ ResourceHacker ปรับแต่ง Windows กัน

ResourceHacker เป็น Freeware Utility ที่สามารถเข้าไปปรับแก้ Resource ต่างๆ ของโปรแกรมที่เขียนเพื่อทำงานใน Windows เช่น ปรับตำแหน่ง ขนาดของ Control ต่างๆ ....

อ่า คือ Control คือ ส่วนประกอบต่างๆ ที่อยู่ใน Windows นั่นแหละ เช่น พวก Textbox, Button, ComboBox เป็นต้น

ตัวอย่างสืบเนื่องจาก blog ที่แล้วคือ แผ่นมาม่า ... นอกจากจะมีรูป Logo แปลกๆ แล้ว ในกรอบของคำสั่ง Run (คลิก Start>Run) ก็มีมาอีก ดังตัวอย่าง ...



เราสามารถจะเปลี่ยนรูปนี้ได้โดยใช้ ResourceHacker ครับ

ก่อนอื่น ต้องโหลด ResourceHacker มาใช้ สามารถโหลดได้ที่นี่ครับ

//angusj.com/resourcehacker/

โปรแกรมนี้ เป็นโปรแกรมแบบ Portable คือ ไม่ต้องติดตั้ง download มาวางไว้ที่เครื่องของเราแล้วสามารถเรียกใช้ได้เลย ตัว Execute ที่จะเรียก มีชื่อว่า ResHacker.exe จากนั้น จึงเปิดไฟล์ Shell32.dll แล้วแก้ไข... มาดูขั้นตอนกัน

1. เรียก ResHacker.exe
2. ไปที่เมนู File>Open
3. Browse ไปที่ c:windowssystem32 (บางเครื่องอาจเป็น drive อื่น หรือ windows.0 .1 ก็ได้)
4. เลือกไฟล์ shell32.dll
5. ไปที่ Dialog>1003>1033 จะได้ดังรูป

6. แล้วจะมีกรอบเล็กๆ ขึ้นมาด้วย


เราจะมาทดลองลบรูปออก
7. คลิกที่รูปภาพ สังเกตว่า จะมีปุ่มขึ้นมารอบๆ รูป ขณะเดียวกัน จะมีดาวแดงปรากฎอยู่ที่บรรทัดหนึ่งใน code ด้วย ดังภาพ



8. คลิกปุ่ม Delete จะเห็นว่า รูปหายไป พร้อมกับบรรทัดที่มีดาวแดงเมื่อซักครู่นี้


9. จริงๆ แล้ว เราจะปรับแก้ส่วนต่างๆ จนเสร็จแล้วค่อย compile แต่สำหรับ blog นี้ ขอแก้แค่นี้ก่อน แก้เสร็จ กดปุ่ม Compile Script

10. กด File>Save แล้วปิด Resource Hacker ได้

11. ทดลองโดยทำการ Boot เครื่องใหม่ - เนื่องจากตัวที่เราแก้คือ Shell หรือ ตัวทำงานของ OS ดังนั้น เราต้องทำการ Load ใหม่โดยการ Restart ครับ

ลองคลิก Start > Run ดูจะเห็นว่า รูปหายไปแล้วครับ

blog หน้าจะเพิ่มเติมเทคนิคการปรับแก้ลักษณะนี้เพิ่มเติมให้นะคร้าบบบบ




 

Create Date : 28 มกราคม 2552    
Last Update : 1 กุมภาพันธ์ 2552 17:49:43 น.
Counter : 1476 Pageviews.  

อยากเปลี่ยน Logo ในหน้า System Properties !

เดี่ยวนี้ เรามีแผ่น Windows มาม่า คือเป็นแบบกึ่งสำเร็จรูป แค่เติมน้ำกินได้เลย ... สำหรับ Windows คือ ลงแผ่นเดียวได้ครบหมด (เราไม่พูดถึงลิขสิทธิ์กันในที่นี้นะ) สะดวกดี


แต่ปัญหาคือ พวก Windows มาม่าพวกนี้ มักจะมีรูป Logo ที่มีหน้าตาประหลาดๆ แถมมาให้ ซึ่งถ้าเราติดตั้งให้ลูกค้าที่ Serious หน่อย ก็จะดูไม่ค่อยดี มีวิธีแก้ครับ ง่ายมาก



  1. หารูปภาพที่ต้องการทำเป็น Manufacturer Logo ซึ่งต้องเป็น BMP นะครับ ถ้าไม่ใช่ก็ต้องแปลงให้เป็น bmp

  2. จากนั้นปรับขนาดรูปให้เหลือ 110x110 pixel

  3. เปลี่ยนชื่อเป็น oemlogo.bmp

  4. เอาไปวาง(ทับ)ลงใน windowssystem32

  5. ส่วน ข้อมูลใน Support Information นั้น อยู่ใน oemlogo.ini






 

Create Date : 28 มกราคม 2552    
Last Update : 28 มกราคม 2552 2:35:30 น.
Counter : 1347 Pageviews.  


หมูกระแทก
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add หมูกระแทก's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.