วันนี้ ทุกจอคอมพิวเตอร์ ในบ้านคุณ

รีวิวหนัง : Unfriended ประชุมสายมรณะ


ไม่นานมานี้ผมได้ดูแคมเปญโฆษณาของต่างประเทศ เป็นรูปของผู้หญิงยืนอยู่ปลายหน้าผา และ ผู้ชายยืนอยู่ริมถนน พร้อมข้อความ Comment ฆ่าคนได้ เพื่อรณรงค์ให้ผู้คนที่ใช้สื่อโซเชี่ยลมีเดียคิดก่อนพิมพ์ เพราะข้อความที่คุณเขียนด้วยความคึกคะนองเพียงเสี้ยววินาทีอาจจะผลักให้คนที่คุณเขียนถึงก้าวลงไปสู่ความตายแบบที่คุณคาดไม่ถึง ซึ่งประเด็นนี้เข้ากับหนังเรื่อง Unfriended มากๆ

Unfriended เป็นภาพยนตร์สยองขวัญทุนตํ่าที่น่าจับตาเรื่องหนึ่งในซัมเมอร์นี้ หลังจากที่ก่อนหน้านี้หนังสยองขวัญวัยรุ่นฮอลลีวู้ดประสบความล้มเหลวซะเป็นส่วนใหญ่ พล็อตของ Unfriended แปลกแหวกแนวเกี่ยวกับการล้างแค้นผ่านทางหน้าจอคอมพิวเตอร์ของ ลอร่า บาร์นส์ สาวที่ถูกเพื่อนๆหักหลังด้วยการนำคลิปของเธอออกมาแฉ ผลงานการกำกับของ เลวาน กาเบรียดเซ 

เรื่องย่อไม่มีอะไรซับซ้อน หลังการฆ่าตัวตายครบรอบ1ปีของ ลอร่า บาร์นส์ สาววัยรุ่นที่ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองหนีความอับอายจากการถูกมืดดีนำคลิปแอบถ่ายเธอไปโพสต์ลงในยูทูป คืนนั้น แบลร์ กำลังคุยสไกป์กับ มิตช์ แฟนหนุ่มตามปกติแต่ก็พบเรื่องแปลกๆหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับ ลอร่า บาร์นส์ เพื่อนสาวที่จากไป ต่อมาเธอประชุมสายกับเพื่อนๆคือ เจส , อดัม , เคน และ วาล เพื่อปรึกษา ทว่านั้นกลับเป็นจุดเริ่มต้นความสยองซึ่งพวกเขาไม่เคยพบมาก่อน

หนังมีไอเดียการนำเสนอที่ทันสมัย เข้าอกเข้าใจวัยรุ่นเป็นอย่างดี เป็นภาพยนตร์สยองขวัญรูปแบบใหม่ที่โดดเด่นมีแนวทางเป็นของตัวเอง แม้ตัวหนังจะแช่ภาพบนหน้าจอคอมพิวเตอร์มากกว่าหน้าตัวละครแต่ก็ยังเล่าเรื่องออกมาได้ชวนติดตาม ส่วนหนึ่งก็เพราะเครื่องมือต่างๆที่นำมาใช้คือสื่อสังคมออนไลน์ที่คนดูคุ้นเคย ทั้ง สไกป์ ยูทูป เฟซบุ้ค และ กูเกิล

ขณะเดียวกันหนังยังตีแผ่สังคมออนไลน์โดยโยงกับชีวิตจริงได้น่าสนใจ สะท้อนด้านมืดของโลกโซเชี่ยลที่หาความจริงใจไม่ได้ มีการหักหลัง แอบนินทากันไปมาในกลุ่มเพื่อนตลอดเวลา ชอบฉากที่ แบลร์ พิมพ์ข้อความหลายครั้งแต่ก็ไม่ยอมกดเอ็นเทอร์ บางคราวเธอก็ปลี่ยนคำ บางคราวเธอก็ลบออกเขียนใหม่ จุดนี้เป็นนิสัยที่หลายๆคนเคยทำมาก่อน มันแสดงถึงอาการลังเล ซึ่งส่วนใหญ่ข้อความสุดท้ายที่ส่งออกไปจะเป็นคำโกหก

ด้านความสยองถือว่าไม่เท่าไหร่ บทตามสูตร เดาทางได้เกือบหมด ตัวละครไม่น่าเอาใจช่วย บางฉากไม่สมจริง หนังเด่นในเรื่องการสร้างความสงสัยให้ผู้ชมมากกว่า โดยเฉพาะการตายของตัวละครที่ดูคลุมเครือว่าเกิดจากอะไร ผี หรือ คน ? แม้หนังจะผูกปมมาดี แต่ข้อเสียก็คือการคลายปมที่ไม่เคลียร์ ความลับบางอย่างที่สำคัญของ ลอร่า บาร์นส์ ถูกเก็บงำไว้ ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายเนื่องจากเธอคือตัวละครที่มีสเน่ห์กว่าใครในหนัง

แต่สิ่งที่น่าผิดหวังที่สุดคือตอนจบของหนังซึ่งตัดอารมณ์คนดูมาก ซํ้าบทสรุปของมันยังดูง่ายดาย ไร้ชั้นเชิง จนทำให้โครงเรื่องที่อุตสาห์ปูมาเป็นชั่วโมงพังทลายลงจนหมด จากที่ควรจะเป็นหนังสยองขวัญหน้าใหม่มาแรงเลยพลิกกลายเป็นหนังสยองขวัญดาดๆในเวลาไม่กี่นาที เป็นที่น่าเสียดายจริงๆ

อย่างไรก็ตามหนังให้แง่คิดเกี่ยวกับการใช้สื่อออนไลน์ในโลกยุคใหม่ได้ลึกซึ้งระดับหนึ่ง ประโยคที่ ลอร่า พิมพ์หา แบลร์ ว่า สิ่งที่เธอทำจะคงอยู่ตลอดไป นั้นตีความได้ว่า ลอร่า อาจไม่ได้หมายถึงโลกจริงๆอย่างเดียว ความผิดพลาดในโลกออนไลน์เป็นอีกสิ่งที่เราไม่อาจเรียกคืนได้เช่นกัน ดังนั้นก่อนที่คุณจะใช้ปลายนิ้วพิมพ์อะไรลงในสื่อโซเชี่ยลมีเดีย พึงระลึกอยู่เสมอว่ามันได้ผ่านสมองและหัวใจของคุณแล้ว

คะแนน 6.5/10

โดย นกไซเบอร์

ดูตัวอย่างหนัง //movie.bugaboo.tv/watch/178084/?link=4




 

Create Date : 25 พฤษภาคม 2558    
Last Update : 25 พฤษภาคม 2558 18:51:21 น.
Counter : 1179 Pageviews.  

รีวิวหนัง : Tomorrowland โลกในวันพรุ่งนี้


Tomorrowland เป็นภาพยนตร์ผจญภัยแฟนตาซี และเป็นหนังเรื่องที่ 6 ต่อจาก The Haunted Mansion , Pirates of the Caribbean , The Country Bears , Mission to Mars และ The Tower of Terror ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเครื่องเล่นในสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ โดยครั้งนี้ได้ แบรด เบิร์ด ผู้กำกับมากฝีมือจาก The Incredibles , Ratatouille และ Mission: Impossible - Ghost Protocol มารับหน้าที่กำกับ

นักแสดงนำทีมโดย จอร์จ คลูนีย์ ดาราชายเจ้าบทบาทของฮอลลีวู้ดที่คราวนี้ต้องมาแสดงร่วมกับนักแสดงสาวหน้าใหม่อย่าง บริตต์ โรเบิร์ตสัน หนังเล่าถึง เคซี่ เด็กสาวไอคิวสูงที่ชื่นชอบในวิทยศาสตร์ที่ได้รับเข็มกลัดแปลกๆซึ่งเผยให้เธอเห็น ทูมอโรว์แลนด์ เคซี่ ออกเดินทางตามหาที่มาของเข็มกลัดจนพบกับอันตราย โชคดีที่ได้ อธีนา เด็กสาวลึกลับโผล่มาช่วยทัน 

อธีนา พา เคซี่ ให้มาพบกับ แฟรงค์ อดีตเด็กอัจฉริยะที่ตอนนี้กลายเป็นลุงแก่ๆขี้โมโห วันๆเอาแต่เก็บตัวอยู่ในบ้าน ต่อมามีกลุ่มคนร้ายออกมาตามตัว เคซี่ เธอกับเขาจึงต้องร่วมมือกันเพื่อกลับไปยังดินแดนแห่งอนาคต พร้อมกับหาทางแก้ไขก่อนที่โลกจะถึงจุดจบ

บทหนังเต็มเปี่ยมไปด้วยจินตนาการตามสไตล์ดิสนีย์ ฝันถึงโลกอนาคตอย่างมีความหวัง ถ่ายทอดแนวคิดแง่บวกและให้กำลังใจ หน้าหนังอาจจะดูเด็ก แต่เราทุกคนต่างก็เคยเป็นเด็กมาก่อน เคยมีความฝันแบบตัวละคร ฉากต่อสู้น้อย ส่วนใหญ่เป็นฉากไล่ล่ากันซึ่งก็ทำออกมาได้ตื่นตาตื่นใจพอสมควร โดยเฉพาะซีนที่หอไอเฟล มีพาร์ทตลกประปราย ภาพสวยในระดับหนึ่งแต่ยังไม่ละเอียดมาก ซาวด์ประกอบคมชัดดี

ข้อเสียของหนังคือการเล่าเรื่องที่ยังไม่ค่อยกระชับ เก็บความลับดีแต่เฉลยได้ค่อนข้างธรรมดา ไทร์อินเยอะแถมยังไม่เนียน มองแบบผิวเผิน Tomorrowland อาจจะดูยัดเยียด สอนสั่งมากไปหน่อย แถมยังพูดออกมาตรงๆทื่อๆ จุดนี้ปัญหาเกิดจากการที่ภาพยนตร์วางเนื้อหาให้คลอบคลุมทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ซึ่งส่วนตัวรู้สึกได้ถึงความตั้งใจของผู้กำกับที่ต้องการการปลูกฝังแนวคิดดีๆให้กับเด็กๆ พร้อมกับตั้งคำถามแรงๆให้ผู้ใหญ่ฉุกคิด สนับสนุนให้ทุกคนลุกขึ้นมาสร้างหรือทำสิ่งต่างๆเพื่อเปลี่ยนโลก ไม่ได้แค่โปรโมทสวนสนุกหรือขายไอเท็มสะสมตัวใหม่ (แต่เชื่อว่าเข็มกลัดของหนังจะกลายเป็นอีกสินค้าขายดีของดิสนีย์)

จอร์จ คลูนีย์ ในบท แฟรงค์ เป็นชายสูงวัยที่ดูวัยรุ่นมากๆ ตัวละครค่อนข้างเหมาะกับเขา ฉากที่เขาพูดถึงประเด็นหนักๆอย่าง สังคม สิ่งแวดล้อม หรือ การเมือง แม้จะคล้ายกับการหาเสียงไปบ้าง ทว่าเมื่อมันออกจากปากเขาข้อความจึงดูน่าสนใจ บริตต์ โรเบิร์ตสัน ที่แสดงเป็น เคซี่ กับการรับบทเด่นในหนังดังครั้งแรกถือว่าสอบผ่าน เธอต่อล้อต่อเถียงกับ คลูนีย์ ได้แบบสมนํ้าสมเนื้อ ไม่กลัวบารมีรุ่นใหญ่ ฉายเสน่ห์อย่างโดดเด่น แต่ที่ขโมยซีนจริงๆคงเป็น ราฟฟี่ คาสซาดี้ (เล่นเป็น สโนว์ไวท์ ใน Snow White and the Huntsman) สาวน้อยพูดจาฉะฉานที่เล่นเป็น อธีนา บุคลิกน่ารักและความเป็นผู้ใหญ่เกินตัวของเธอเข้ากับคาแร็กเตอร์นี้มาก 

Tomorrowland เป็นหนังที่สนุก ดูได้ทั้งครอบครัว หลายคนอาจบอกว่าหนังดูพยายามเกินตัวไปหน่อย ขายฝัน แต่อย่างน้อยมันก็ได้ลองสื่อสารอย่างเต็มที่แล้ว กล้าฝันและช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้คนดูไม่ให้ยอมแพ้ต่ออะไรง่ายๆ เพราะโลกในวันพรุ่งนี้ อีก50หรือ100ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไรนั้น คำตอบส่วนหนึ่งอยู่ในมือของเราทุกคน 

คะแนน 8/10

โดย นกไซเบอร์

ตัวอย่างหนัง //movie.bugaboo.tv/watch/147636/?link=4




 

Create Date : 21 พฤษภาคม 2558    
Last Update : 21 พฤษภาคม 2558 19:05:11 น.
Counter : 3558 Pageviews.  

รีวิวหนัง : Parasyte ปลาเล็กกินปลาใหญ่


Parasyte เป็นภาพยนตร์ที่สร้างจากการ์ตูนมังงะชื่อดังของ ฮิโตชิ อิวาอากิ บ้านเรารู้จักกันในชื่อ ปรสิต เดรัจฉาน เนื้อหาเกี่ยวกับโลกซึ่งค่อยๆถูกคุมคามด้วยสิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆแบบ ปรสิต ฉบับหนังกำกับโดย ทาคาชิ ยามาซากิ ได้ โชตะ โซเมะตานิ กับ ไอ ฮาชิโมโตะ สองนักแสดงหนุ่มสาวมาแสดงนำ

หนังเริ่มต้นด้วยการตั้งคำถามกว้างๆหนักๆอย่าง ถ้าประชากรมนุษย์ลดลง50% ป่าไม้จะถูกทำลายลดลงครึ่งหนึ่งหรือไม่ กับ เรามาจากที่ไหน และกำลังไปที่ใด ก่อนที่จะโฟกัสไปที่ ชินอิจิ เด็กหนุ่มมัธยมขี้อายที่ถูก มิกกี้ สิ่งมีชีวิตประเภทปรสิตควบคุมมือ ซึ่งเป็นความผิดพลาดเพราะ ปรสิต ตัวอื่นๆจะเข้าควบคุมสมองของมนุษย์ พร้อมกับยึดเอาร่างทั้งหมดไป

ชินอิจิ มีอาการแปลกไปจนแม่กับ ซาโตมิ มุราโนะ เพื่อนสาวสังเกตได้ ขณะเดียวกันปรสิตตัวอื่นๆที่มีความดุร้ายก็ออกล่ามนุษย์กินเป็นอาหาร เหยื่อของมันเริ่มตกเป็นข่าวดังในสื่อต่างๆมากขึ้นเรื่อยๆ ต่อมา ปรสิตที่ยึดร่าง เรียวโกะ ทามิยะ ได้เข้ามาเป็นครูคนใหม่ในโรงเรียนของชินอิจิ เธอสนใจความสัมพันธ์ของ ชินอิจิ กับ มิกกี้ รวมถึงมีแนวคิดต้องการที่จะอยู่ร่วมกับมนุษย์ แต่พวกพ้องของเธอไม่เห็นด้วย เอ ปรสิตจอมโหดในร่างตำรวจจึงออกตามล่า ชินอิจิ 

ต้องชมความแข็งแรงของพล็อตดั้งเดิมที่เป็นการ์ตูน ซึ่งถึงแม้จะไม่ได้อธิบายที่มาที่ไปของเจ้าปรสิตเหล่านี้แบบชัดเจน(หนังยังไม่ได้บอกว่าเป็นมนุษย์ต่างดาว อาจตั้งใจเก็บเป็นความลับ) แต่โครงสร้างการดำรงชีวิตของมันที่อ้างอิงจากสัตว์ชั้นล่างของห่วงโซ่อาหาร (ผู้ถูกล่า) โดยสามารถอัพเกรดมาเป็นมนุษย์สัตว์ชั้นบนของห่วงโซ่อาหาร (ผู้ล่า) ได้อย่างรวดเร็วก็น่าสนใจมากพอ การยึดร่างคนของปรสิตนั้นเข้าทำนอง ปลาเล็กกินปลาใหญ่ ปรากฏการณ์ที่ไม่ค่อยมีให้เห็น

บทสนทนาของ มิกกี้ กับ ชินอิจิ เสียดสีสังคมมนุษย์ได้เจ็บแสบ ทั้งนิสัยกินสิ่งมีชีวิตทุกอย่าง การดูถูกสิ่งมีชีวิตอื่นๆว่าตํ่าต้อย มองว่าเผ่าพันธุ์ตัวเองเลิศเลอ จิตใจสูงส่ง แต่ที่จริงส่วนใหญ่ก็มีแต่ความเห็นแก่ตัว กระนั้น ช่วงกลางถึงตอนท้ายหนังก็ค่อยๆเผยให้เห็นด้านดีหลายอย่างของมนุษย์ อาทิ ความอ่อนโยน การเสียสละเพื่อผู้อื่น และ สัญชาติญาณการเป็นแม่ ส่วนปมความสัมพันธ์ของ ชินอิจิ กับ มิกกี้ ก็สร้างความสงสัยให้คนดูได้ดีว่าตกลง ปรสิต เป็นภัย หรือ เป็นมิตร กันแน่

พาร์ทดราม่าประเด็นครอบครัวถูกนำเสนอออกมาได้น่าสนใจ จุดเด่นของหนังคือบรรยากาศความน่ากลัวในการรุกคืบของเหล่าปรสิต ที่ใช้เวลาไม่นานก็เริ่มปรับตัวและแทรกซึมเข้าสู่สังคมมนุษย์ในระดับสูงขึ้นเรื่อยๆ หนังมีฉากรุนแรงหัวขาดเลือดนองน่าสยดสยองเยอะมาก ไม่เหมาะกับเด็กหรือคนที่กลัวเลือด ซีจีถือว่าเนียนพอสมควร การดูเสียงซาวด์แทร็กช่วยคงความซีเรียสของหนังได้ 

โชตะ โซเมะตานิ ในบท ชินอิจิ ถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะความแค้นจากการสูญเสีย ตัวละครมีพัฒนาการทั้งความสามารถและจิตใจ อีกคนที่โดดเด่นคือ เอริ ฟุคัตสึ ที่เล่นเป็น เรียวโกะ ทามิยะ ปรสิตในร่างครูสาว สายตาเธอคมดุอย่างกับใบมีด บุคคลิกเย็นชา ลึกลับ น่าเกรงขาม ในซีนที่เธอปรากฏตัวเราจึงอดขนลุกไม่ได้ แต่สำหรับ ไอ ฮาชิโมโตะ ดาราสาวขวัญใจหนุ่มๆซึ่งแสดงเป็น ซาโตมิ มุราโนะ บทน้อยกว่าที่คิดไว้ คาดว่าในภาคต่อไปน่าจะมีส่วนร่วมมากขึ้น

นอกจากความสนุกและลุ้นตลอดเรื่อง Parasyte ยังจับประเด็นใหญ่ๆได้ครอบคลุมไม่ว่าจะเป็น ครอบครัว สังคม สิ่งแวดล้อม ไปจนถึง การเมือง สร้างคำถามมากมายในหัวผู้ชม เป็นหนังที่น่าติดตามชนิดเมื่อดูภาคแรกจบก็อยากดูภาคสองต่อทันที

คะแนน 8/10

โดย นกไซเบอร์

ดูตัวอย่างหนัง //movie.bugaboo.tv/watch/180668/?link=4




 

Create Date : 19 พฤษภาคม 2558    
Last Update : 20 สิงหาคม 2558 16:30:48 น.
Counter : 498 Pageviews.  

รีวิวหนัง : Mad Max Fury Road ความบ้าคลั่งกลางทะเลทราย


Mad Max เป็นภาพยนตร์ดิสโทเปียฟอร์มเล็กทุนตํ่าที่เอารถเก่าๆมาพังเล่นในพื้นที่รกร้างของออสเตรเลีย แต่กลับกลายเป็นหนังแอ็คชั่นที่สร้างปรากฏกาารณ์ในปี1979  และขึ้นแท่นหนังคลาสสิกในปัจจุบัน นอกจากจะแจ้งเกิดให้กับ เมล กิ๊บสัน แล้ว จอร์จ มิลเลอร์ ผู้กำกับยังสร้างภาค2 Mad Max The Road Warrior มาโกยรายได้ต่อทันทีในปี1981 ซึ่งเป็นหนังภาคต่อไม่กี่เรื่องที่ถูกยกย่องว่าดีกว่าภาคแรก ก่อนที่กระแส Mad Max จะแผ่วลงในภาค 3

ห่างจากภาคแรก36ปี จู่ๆ จอร์จ มิลเลอร์ ในวัย70นิดๆลุกขึ้นมาปัดฝุ่น Mad Max ให้กลับมาโลดแล่นบนแผ่นฟิล์มใหม่อีกครั้งในชื่อ Mad Max Fury Road เนื้อหาเกี่ยวกับสังคมอันล่มสลายในโลกอนาคตที่มีแต่ผืนทะเลทรายกว้างขวางสุดลูกตา นํ้าและนํ้ามันกลายเป็นสิ่งมีค่า ผู้คนแบ่งแยกกันอยู่เป็นเผ่าอย่างไร้อารยธรรม เห็นแก่ตัว ดิ้นรนเอาชีวิตรอด แม็กซ์ หนุ่มพเนจรที่มีอดีตอันเลวร้ายตามหลอกหลอนถูกจับตัวไปขังโดย วอร์บอย กลุ่มทหารคลั่งการต่อสู้ชนิดไม่กลัวตายของ อิมมอร์แทน โจ ผู้ปกครองสุดอัปลักษณ์ที่ควบคุมทรัพยากรทั้งหมดเอาไว้ในอาญาจักรกลางทะเลทราย

ฟูริโอซ่า สาวแขนเดียว พลขับที่ได้รับการไว้ใจให้บังคับ วอร์ริก รถพ่วงทรงพลังวางแผนทรยศ โจ โดยการนำสาวงามของเขาหนีไป ราชาจอมโหดจึงยกพลวอร์บอยทั้งหมดตั้งขบวนรถไล่ตามเธอ แม็กซ์ ติดร่างแหมาด้วยเพราะวอร์บอยชื่อ นุค เอาเขามาเป็นถุงเลือดอยู่หน้ารถ ต่อมาหลังการปะทะกัน แม็กซ์ หลุดออกมาได้ ก่อนที่เขาจะยอมช่วย ฟูริโอซ่า กับกลุ่มสาวงามหนีไปหาดินแดนที่ดีกว่า

ต้องบอกว่า Mad Max Fury Road คือสุดยอดของหนังภาคต่อ สร้างโลกอนาคตออกมาได้ โหด ดิบ เถื่อน ถึงใจ แอ็คชั่นมันส์สุดๆ พลิกถนนมาเป็นสมรภูมิ ดุเดือด ไฟลุกท่วมจอ ลุ้นระทึกจนคนดูแทบไม่ได้พักหายใจ เปรียบเป็นพาหนะก็คือรถที่พอผู้โดยสารนั่งคนขับก็เหยียบคันเร่งไม่หยุดตลอดสองชั่วโมง พาเราพุ่งทะยานไปผจญภัยกับตัวละคร กระนั้นก็มีมุขตลกร้ายรายทางมาผ่อนคลายบรรยากาศเครียดๆในเรื่อง ส่วนตัวคิดว่ามันคือ Water world เวอร์ชั่นทะเลทรายที่ใส่ลูกบ้าเข้าไปเต็มเปี่ยม

ดนตรีประกอบหนังยอดเยี่ยม บิ้วอารณ์คนดูได้ตลอดเวลา แน่นอนว่าทุกคนต้องพูดถึง ดูฟวาก้อน รถที่มีมือกีตาร์ไฟกับทีมมือกลองแบ็คอัพคอยบรรเลงเพลงร็อคปลุกใจเหล่าวอร์บอยราวกับพวกเขากำลังอยู่ในคอนเสิร์ตวงเฮฟวี่เมทัล เป็นคาแร็กเตอร์ที่เพี้ยนหลุดโลกแต่ได้ใจ ฉากต่อสู้เจ๋งๆมีหลายฉากต่อเนื่อง เหมือนการไล่ล่าสุดขอบฟ้าแบบไม่มีที่สิ้นสุด ไคลเม็กซ์ช่วงท้ายคือการขับรถบดขยี้แบบแหลกกันไปข้าง สะใจคอหนังบู๊สุดๆ

ตัวละครในเรื่องคลั่งมาก แฟนตาซีจัดแต่กลับสร้างสีสันอย่างไม่น่าเชื่อ มีการออกแบบการทำกามิกาเซ่(พลีชีพ)ของ วอร์บอย ออกมาใหม่ซึ่งดูน่าขัน ผ่อนคลายมากกว่าฮึกเหิม รวมถึงการนำความเชื่อของ ไวกิ้ง ที่ว่านักรับที่ตายในสงครามจะได้ไปอยู่ที่วิหารวัลฮาลามาใช้ แม้ว่าตัวละครในเรื่องส่วนใหญ่จะเป็นเพศชาย ทว่าหนังกลับมีแนวคิดสตรีนิยมเต็มเปี่ยม ในแง่ของการเป็นผู้นำลุกขึ้นต่อกรกับอำนาจอันมิชอบของฝ่ายชาย แถมยังเสียงสีระบบการปกครองแบบเบ็ดเสร็จได้อย่างน่าสนใจสิ่งที่ชอบอีกอย่างคือแม้หนังจะโหดแต่ก็ไม่ได้ขายความรุนแรงหรือฉากสยดสยอง เราได้เห็นเลือดน้อยมากๆ แถมเลือดก็ไม่ได้แดงฉานน่ากลัว ออกข้นๆเข้มๆ เลือดในหนังคือตัวแทนของชีวิตมากกว่าความตาย

ทอม ฮาร์ดี้ แสดงได้ดีตามมาตรฐาน เผยให้เห็นความบ้าในตัวเขาพอสมควร แต่ภาคนี้บทไม่ค่อยส่งตัวละคร แม็กซ์ เท่าไหร่ ตัวละครอื่นบ้ากว่าเขาเยอะ โดยเฉพาะ นิโคลัส ฮอลท์ ที่เล่นเป็น นุค วอร์บอยสุดระหํ่า บุคลิกโดดเด่น สร้างความจดจำให้กับคนดูในทุกฉาก ขณะที่ในหนังตัวเดินเรื่องจริงๆกลับเป็น ชาร์ลิซ เธอรอน ในบท ฟูริโอซ่า เธอถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้ดีมาก บางฉากที่เธอเจ็บคนดูบางคนก็เจ็บไปด้วย ทำให้เราลืมภาพเธอจากหนังเรื่องเก่าๆไปหมด ตัวละครนี้เป็น1ในไม่กี่คนในเรื่องที่เรารู้สึกว่ามีความเป็นมนุษย์หลงเหลืออยู่ เป็นคนที่น่าเอาใจช่วย ปิดท้ายขอพูดถึง โรซี่ ฮันทิงตัน ไวท์ลี่ย์ นางแบบสาวที่แสดงเป็น แองฮาราด หนึ่งในสาวงามสมบัติลํ้าค่าของ โจ ถึงในเรื่องเธอจะท้องโย้แต่ก็ฉายความเซ็กซี่ทุกอณูจริงๆ

Mad Max Fury Road เป็นหนังที่สนุก ฉากแอ็คชั่นสดใหม่ ครีเอท แถมยังไปสุดทางจนแทบไม่อยากเชื่อว่านี่คือฝีมือของผู้กำกับในวัย70กว่าปี ซํ้ายังเป็นคนเดียวกับที่เคยกำกับหนังน่ารักมุ้งมิ้งอย่าง BABE กับ Happy Feet ด้วยกระแสตอบรับที่เป็นในทางบวกเกือบ100% ภาพยนตร์เรื่องนี้จะเป็นอีกหนึ่งหนังแอ็คชั่นขึ้นหิ้งในศตวรรษนี้ และเสียงเรียกร้องของแฟนๆจะทำให้ภาคต่อของมันออกมาเร็วกว่าที่คิด

คะแนน 8.5/10

โดย นกไซเบอร์

ดูตัวอย่างหนัง //movie.bugaboo.tv/watch/136095/?link=4




 

Create Date : 14 พฤษภาคม 2558    
Last Update : 15 พฤษภาคม 2558 11:56:34 น.
Counter : 3686 Pageviews.  

รีวิวหนัง : Avengers Age of Ultron ดรีมทีมซุปเปอร์ฮีโร่ หรือ รวมเหล่าอสูรกาย


Avengers เป็นหนังแอ็คชั่นเบอร์ 1 ของค่ายมาร์เวล การันตีด้วยรายได้ 1,518.6ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ รั้งที่3ของอันดับหนังทำเงินตลอดกาลทั่วโลก ซึ่งหากจะมีภาพยนตร์เรื่องไหนแซงหน้าได้ก็คงจะเป็นหนังภาคต่อของตัวเองอย่าง Avengers Age of Ultron การกลับมาครั้งนี้ต้องบอกว่าพร้อมหน้าพร้อมตาไล่ตั้งแต่ผู้กำกับยันนักแสดงหลักที่เป็นชุดเดียวกับภาคแรกทั้งหมด

สำหรับภาคนี้เหล่าซูเปอร์ฮีโร่อย่าง ไอรอนแมน, กัปตันอเมริกา, ธอร์, ฮัลค์, แบล็ค วิโดว์ และ ฮอว์คอาย รวมกันเป็นดรีมทีมชื่อ อเวนเจอร์ส มีภารกิจไล่ล่าองค์กรร้ายทั่วโลกแทนที่ หน่วยชีลด์ ซึ่งล่มสลายไป (มาเรีย ฮิลล์ ก็ย้ายมาช่วยงานอเวนเจอร์ส)  สิ่งที่พวกเขาต้องเจอคือความแค้นจากอดีตของฝาแฝด วันด้า และ เปโตร แม็กซิมอฟฟ์ หรือ สการ์เล็ต วิทช์ กับ ควิกซิลเวอร์ ที่วางแผนสร้าง อัลตรอน มหาวายร้ายมากำจัด โทนี่ สตาร์ค ทว่าต่อมาสองฝาแฝดกลับควบคุม อัลตรอน ไม่ได้ มันสร้างร่างอวตารออกมามายมาย พร้อมทั้งเดินหน้าแผนการทำล้ายล้างมนุษย์ให้สูญสิ้นเพื่อถือกำเนิดยุคใหม่ ส่วนทีมอเวนเจอร์สกลับเกิดความขัดแย้งอย่างหนัก ฮีโร่แต่ละคนจมอยู่กับความกลัวในใจ ขณะที่โลกกำลังนับถอยหลังสู่จุดจบ

บทยังคงเป็นแอ็คชั่นผสมคอเมอดี้ เวลา2ชั่วโมง20นาทีนับว่านานพอดู(รวมส่วนหนึ่งจากหนัง Tomorrowland กับเอนเครดิตก็3ชั่วโมง) คอหนังบู๊กับแฟนๆมาร์เวลคงจุใจกับฉากต่อสู้โครมคราม แต่ส่วนตัวมองว่าเยอะบวกยาวเกินไปนิด มีภาพสั่นและเร็วจนมองไม่ทันบ้าง บางซีนเป็นการโชว์ประลองกำลังเปล่าๆไม่ได้นำไปสู่อะไร น่าเสียดายเวลา ด้านมุขตลกทำงานตลอด ตัวละครมีอารมณ์ขัน คารมคมคายชนิดหลายบทสนทนาแทบจะเป็นการแข่งกันดวลมุข

นอกจากจะมีตัวละครใหม่ๆมาสร้างสีสันหลายตัวทั้ง สการ์เล็ต วิทช์ , ควิกซิลเวอร์ , วิชั่น และ ดร.เฮเลน โช คนสวยแล้ว ยังมีตัวละครเก่าๆจากหนังฮีโร่หลายๆเรื่องของมาร์เวลมารียูเนี่ยนกันแบบอบอุ่น ขณะเดียวกันตัวละครเดิมก็มีการพัฒนาขึ้น โดยเฉพาะ แบล็ค วิโดว์ กับ ฮอว์คอาย สองตัวละครที่ยังไม่มีหนังภาคแยกตัวเองที่ภาคนี้มีการเปิดเผยความลับและชีวิตส่วนตัวมากขึ้น  จุดเด่นของ Avengers Age of Ultron คือ อัลตรอน ตัวร้ายที่ไม่ได้ร้ายทีเล่นทีจริงแบบ โลกิ แต่มีความเหี้ยมโหด น่ากลัว สมกับเป็นบอสใหญ่ กระนั้น Avengers ภาคแรกก็ยังดูดีกว่าในแง่ของความสดใหม่และบทที่กลมกล่อม

การแสดง สการ์เลตต์ โจแฮนส์สัน ในบท นาตาชา โรมานอฟ โดดเด่นเพราะเป็นหญิงสาวหนึ่งเดียวของทีม แถมภาคนี้ยังมีดราม่าเรื่องความรักของเธออีก แต่คนที่ขโมยซีนคือ พอล เบททานี กับบท วิชั่น ที่มีตัวตนขึ้นมาหลังจากที่ก่อนหน้านี้คนดูได้ยินแต่เสียงในฐานะ จาร์วิส ผู้ช่วยไอรอนแมน (คอมพิวเตอร์อัจฉริยะผู้ช่วยคนใหม่ชื่อ ฟรายเดย์ เป็นเพศหญิง) อีกคนที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือ คลอเดีย คิม นักแสดงสาวเกาหลีใต้ที่เล่นเป็น ดร.โช เธอโปรยสเน่ห์ไว้หลายฉาก เชื่อว่าตัวละครนี้มีไว้เพื่อเอาใจชาวเอเชียเช่นเดียวกับตัวละครของ หลี่ ปิงปิง ใน Tranformer 4 อาจพูดได้ว่าเป็นโควต้าซึ่งมาจากการที่เกาหลีใต้ยอมจ่ายเงินหลักร้อยล้านเพื่อโปรโมทประเทศด้วยการได้เป็นโลเคชั่นถ่ายทำหนัง ไทร์อินสินค้าเนียนและไม่เยอะอย่างที่คิด(ชัดเจนก็อาดิดาส)

Avengers 2 ขยายสเกลไปเป็นทีมปกป้องโลกด้วยการย้ายสมรภูมิไปหลายประเทศหลายทวีป ต่างกับภาคแรกที่หลักๆถล่มกันอยู่ในสหรัฐฯ ประเด็นภัยของเอไอ(สมองกล)ถูกจับเพียงเบาบาง จอส วีดอน ผู้กำกับมุ่งขยี้คำถามเดิมต่อจาก Avengers และ Captain America 2 เรื่องการฝันถึงโลกที่มีความสงบสุขอย่างแท้จริง ด้วยการพยายามสร้างเครื่องมือที่สามารถปกป้องโลกได้เองชนิดไม่ต้องพึ่งฮีโร่แล้ว แน่นอนว่าปัญหาคือเครื่องมือดังกล่าวมีลักษณะเป็นเหรียญสองด้านทุกครั้งไป นอกจากนั้นหนังยังมีการถ่ายทอดภาพ ฮีโร่ ในมุมที่มีความเป็นมนุษย์มากขึ้น พวกเขามีอารมณ์เศร้า หวาดกลัว และว้าเหว่ ได้เหมือนกับเราๆ อีกแง่หนึ่งไม่ใช่ทุกคนที่มองพวกเขาเป็นฮีโร่ หลายคนมองพวกเขาเป็นกลุ่มอสูรกายร้ายที่กระหายสงครามอันไม่รู้จบ ฮีโร่บางคนอาจคิดว่าหากโลกนี้ไม่มีภัยร้ายพวกเขาคงตกงาน กลายเป็นคนไร้ค่า บางครั้งฮีโร่จึงเผลอสร้างวายร้ายตัวเอ้ขึ้นมาซะเอง

รายละเอียดปลียย่อยของหนังสร้างความสนุกให้กับแฟนๆมาร์เวลพอสมควร ทั้งขยาย และ เชื่อมโยง จักรวาลมาร์เวลไปพร้อมๆกัน ตอนท้ายลิงก์เข้ากับซีรี่ย์ Marvel's Agents of S.H.I.E.L.D ที่กำลังออกอากาศทางทีวี เอนเครดิตปูทางไปสู่ Avengers ภาค 3 กับบางส่วนของ Guardians of the Galaxy ชวนให้คนดูติดตามต่อไปเรื่อยๆไม่มีเบื่อ บางทีคำว่ามหากาพย์อาจน้อยไปสำหรับหนังรวมดาวฮีโร่เรื่องนี้

คะแนน 8/10

โดย นกไซเบอร์

ตัวอย่างหนัง //movie.bugaboo.tv/watch/149934/?link=4




 

Create Date : 29 เมษายน 2558    
Last Update : 30 เมษายน 2558 11:12:47 น.
Counter : 1764 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  

BlogGang Popular Award#13


 
mninho
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 16 คน [?]




นกไซเบอร์ วิจารณ์หนัง
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add mninho's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.