วันนี้ ทุกจอคอมพิวเตอร์ ในบ้านคุณ

รีวิวหนัง : Jurassic World สวนสนุกล้านปี


Jurassic World เป็นภาคที่เชื่อมโยงกับ Jurassic Park (สร้างจากนิยายของ ไมเคิล ไครชตัน) โดยตรง สองเรื่องนี้เวลาฉายต่างกัน20กว่าปี โดยที่เนื้อหาไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับ The Lost World  และ Jurassic Park III เท่าไหร่ จึงเรียกได้ไม่เต็มปากว่า Jurassic World คือภาคต่อหรือภาค4ของหนังไตรภาคไดโนเสาร์ เพราะมันน่าจะเป็นภาครีเมคมากกว่า

สตีเวน สปีลเบิร์ก ผู้กำกับจากสองภาคแรกวางมือไปนั่งแท่นอำนวยการสร้าง และเป็น โคลิน เทรเวอร์โรว์ ผู้กำกับจากหนังตลกดราม่าอย่าง Safety Not Guaranteed มาคุมบังเหียนโปรเจคพื้นคืนชีพเหล่าสัตว์โลกล้านปี โดยมี คริส แพรตต์ กับ ไบรซ์ ดัลลัส ฮาวเวิร์ด เป็นทีมนักแสดงนำวิ่งหนีไดโนเสาร์ 

22 ปีให้หลังจากเหตุการณ์ใน Jurassic Park (ตรงกับเวลาจริง) เกาะอิสลา นูบลาร์ นอกชายฝั่งประเทศคอสตาริกาถูกพัฒนาขึ้นเป็นสวนสนุกเต็มรูปแบบชื่อ Jurassic World ตามเจตนารมณ์ของ จอห์น แฮมมอนด์ (ริชาร์ด แอทเทนเบอเรอห์ ผู้ล่วงลับ) ตอนนี้ ไซมอน มาสรานี เศรษฐีอินเดียเข้ามาเทคโอเวอร์บริษัทอินเจนและบริหารงานแบบเบ็ดเสร็จ เมื่อมีเรื่องของธุรกิจมาเกี่ยวข้อง ไซมอน จึงไฟเขียวให้ทีมนักวิจัยที่นำโดย ดร.เฮนรี วู (บีดี หว่อง) ตัดแต่งพันธุกรรมไดโนเสาร์เพื่อให้ได้ไดโนเสาร์พันธุ์พิเศษมาเรียกนักท่องเที่ยว

แคลร์ (ไบรซ์ ดัลลัส โฮเวิร์ด) นักวิทยาศาสตร์สาวที่ดูแลสวนสนุกรับคำสั่งให้ตามตัว โอเว่น (คริส แพรตต์) อดีตทหารผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมสัตว์มาช่วยตรวจกรงของ อินโดไมนัสเร็กซ์ ไดโนเสาร์พันธุ์ใหม่ซึ่งร้ายกาจที่สุดบนเกาะ เขาเป็นหัวหน้าทีมเลี้ยง Diabolus Rex หรือ D Rex จากการผสมกันของยีนส์ T rex, Raptor, ปลา Cuttle Fish และ งู กลายเป็นฝูงแร็พเตอร์สุดอันตราย แต่ โอเว่น ก็สามารถทำให้มันเชื่อเขาได้ วันเดียวกันนั้นเองที่ แซช กับ เกรย์ หลานชายของ แคลร์ เดินทางมาเที่ยว Jurassic World และพวกเขาใช้เครื่องเล่นแอบเข้าไปในพื้นที่หวงห้าม ซึ่งต่อมา โอเว่น กับ แคลร์ พบว่าสินค้าตัวใหม่หลุดออกจากที่คุมขังไปได้ 

บทหนังตั้งใจคาราวะพร้อมกับสานต่อจินตนาการของ Jurassic Park อชัดเจน ขณะที่หนังรีเมคหลายๆเรื่องพยายามที่จะต่างจากต้นฉบับให้มากที่สุด Jurassic World กลับทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม ผู้กำกับนำคาแร็กเตอร์ตัวละครเดิมๆ ฉากเดิมๆ เสียงเดิมๆ บรรยากาศเดิมๆ มาให้คนดูหนังยุค90ได้หวนคิดถึงความทรงจำเก่าๆอีกครั้ง Jurassic World ถูกเปิดตัวในภาพสวนสนุกกึ่งสวนสัตว์ มันคือดิสนี่ย์แลนด์พาร์ทที่มีไดโนเสาร์ แปลนต่างๆถอดแบบกันมาเลย ส่วนรูปปั้น ปู่จอห์น ก็ทำให้นึกถึง ปู่วอลท์

ภาคนี้ไดโนเสาร์ดูมีชีวิตชีวาขึ้น หนังไม่ต้องเสียเวลาอธิบายหรือให้ผู้ชมได้ทำความรู้จักกับไดโนเสาร์เหมือน Jurassic Park จึงใช้เวลาไปกับการตีความมุมมองของมนุษย์ที่มีต่อสัตว์ดึกดําบรรพ์ ในโลกที่มีไดโนเสาร์ บางคนเห็นมันเป็นสัตว์ บางคนเห็นมันเป็นเพื่อนร่วมโลก แต่บางคนเห็นมันเป็นอาวุธ ชอบคำพูดของตัวละครที่บอกว่าคนดูต้องการเห็นอะไรใหม่ๆที่ทำให้ว้าว พวกเขาจึงเลือกผสมพันธุ์ไดโนเสาร์ขึ้นมาเอง ข้อนี้โยงได้ถึงแนวคิดหลักในการทำหนังภาคนี้ ที่ต้องการพาผู้ชมไปพบกับไดโนเสาร์หน้าตาและชื่อแปลกใหม่ไม่ซํ้าเดิม ไม่เคยมีในประวัติศาสตร์ เพื่อให้คนตีตั๋วเข้ามาดู หาก Jurassic Park คือพ่อมดที่ปลุกได้โนเสาร์พื้นคืนชีพ Jurassic World ก็เป็นพระเจ้าผู้สร้างไดโนเสาร์ชนิดใหม่ขึ้นมาบนโลก

คริส แพรตต์ โดดเด่นพอตัวในบท โอเว่น เขาสร้างสีสันและเรียกร้อยยิ้มให้ผู้ชมเป็นระยะ ส่วน ไบรซ์ ดัลลัส โฮเวิร์ด สวยมีเสน่ห์จนแทบจำไม่ได้ แน่นอนว่าบุคลิกของสองคนนี้นำมาจาก ดร.อลัน กับ ดร.แอลลี่ ด้านสายสัมพันธ์พี่น้องของ นิค โรบินสัน กับ ไท ซิมป์คินส์ ดูประดักประเดิดไปหน่อย ไม่สามารถทำให้คนดูอินตามได้ คนสุดท้ายที่อยากพูดถึงคือ บีดี หว่อง นักแสดงอเมริกันเชื้อสายเอเชีย ที่เล่นเป็น ดร.เฮนรี วู บุคคลเดียวที่เคยแสดง Jurassic Park และได้กลับมาแสดง Jurassic World 

แม้ว่า Jurassic World จะมีความไม่สมเหตุสมผลบ้าง อาทิ เรื่องการตัดแต่งพันธุ์กรรม ตัวละครโง่ๆ ไดโนเสาร์ฉลาดเวอร์ ซีนโรแมนติกไม่รู้จักเวลา ฉากฉายซํ้า เนื้อเรื่องพอเดาได้บ้าง ทว่าเกือบทั้งหมดที่ว่ามาก็มีอยู่ในหนังภาคแรก ดังนั้นโดยรวมหนังยังคงอารมณ์สนุก ตื่นเต้น ลุ้นระทึก ไว้ได้ครบถ้วน โดยเฉพาะฉากแอ็คชั่นต่างๆซึ่งเป็นจุดแข็งและจุดขาย เอาใจแฟนคลับเก่าๆ แต่ก็ไม่ลืมสร้างแฟนกลุ่มใหม่ ที่อาจได้เจอกันอีกในภาคต่อไป

คะแนน 8/10

โดย นกไซเบอร์

ดูตัวอย่างหนัง //movie.bugaboo.tv/watch/155204/?link=4




 

Create Date : 11 มิถุนายน 2558    
Last Update : 12 มิถุนายน 2558 9:52:56 น.
Counter : 2953 Pageviews.  

รีวิวหนัง : Spy สายลับภาคสนาม



เมื่อ5ปีก่อนถ้าพูดชื่อ เมลิสซ่า แม็คคาร์ธี่ คอหนังคงทำหน้าสงสัยว่าเธอคนนี้คือใคร แต่หากเป็นในช่วง2-3ปีมานี้ เมลิสซ่า สาวอ้วนอารมณ์ดีกลายเป็นที่รู้จักในวงการภาพยนตร์มากขึ้น โดยล่าสุดเธอเพิ่งได้รับการจารึกชื่อบน Hollywood Walk of Fame ในปี 2015 ฉลองการเป็นนักแสดงนำในหนังใหญ่แบบเต็มตัวครั้งแรกในเรื่อง Spy

หลายคนได้พบหน้าเธอครั้งแรกในหนัง The Hangover Part 3 กับบทนักแสดงสมทบเล็กๆแต่เด่นมากๆ ก่อนที่เธอจะก้าวกระโดดมาเป็นนักแสดงนำในเรื่อง Tammy แน่นอนว่าสิ่งที่ส่งให้ เมลิสซ่า มาไกลขนาดนี้คือความสามารถล้วนๆ และ Spy คือบันไดก้าวสำคัญในการเดินทางสู่ตำแหน่งเจ้าแม่หนังตลกคนใหม่ของฮอลลีวู้ด

Spy เล่าถึงชีวิตอันอาภัพของ ซูซาน คูเปอร์ (เมลิสซา แม็คคาร์ธีย์) เจ้าหน้าภาคทฤษฎีที่ทำงานนั่งโต๊ะในห้องใต้ดินของ CIA เธอคือเบื้องหลังความสำเร็จของภารกิจต่างๆในองค์กรที่ไม่ค่อยมีใครรู้ แต่เหตุการณ์พลิกผันเมื่อ ไฟน์ (จู๊ด ลอว์) เพื่อนร่วมงานภาคสนามของเธอถูกสังหาร สายลับระดับสูงอย่าง ริค ฟอร์ด (เจสัน สเตแธม) ถูกเปิดเผยตัว เธอจึงเป็นไม่กี่คนใน CIA ที่สามารถปลอมตัวเพื่อจับตาป้าหมายต่อได้

ซูซาน อาสาเป็นสายลับภาคสนามมือใหม่รับภารกิจในการติดตาม เรย์น่า โบยานอฟ (โรส เบิร์น) ลูกสาวของนักค้าอาวุธไปทั่วยุโรปท่ามกลางการคัดค้านของ ริค ฟอร์ด แต่ไม่เป็นผล เธอได้ปัดฝุ่นเอาฝีมือการฝึกฝนภาคปฏิบัติกลับมาใช้งานอีกครั้ง ส่วนภารกิจที่แรกเริ่มเหมือนจะเป็นเรื่องง่ายๆธรรมดาก็เริ่มทวีความรุนแรงและมีความอันตรายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

พอล ฟีก ผู้กำกับท็อปฟอร์มกับ Spy เขาทำให้หนังเรื่องนี้เป็นเอ็คชั่นคอเมอดี้ชั้นดีที่ สร้างความบันเทิงให้ผู้ชมมากๆ มุขตลกฮาโดนแทบทุกเม็ด ทะลึ่งเล็กน้อยแต่ไม่หยาบคาย ล้อเลียนเสียดสีหนังสายลับได้เจ็บแสบในแบบอเมริกันจ๋า จุดนี้ทำให้นึกถึงสิ่งที่หนังเรื่อง Kingsman The Secret Service เคยทำไว้เมื่อปีที่แล้ว

หนังออกแนวเชิดชูผู้หญิงนิดๆ รวมถึงให้กำลังใจสาวๆที่บุคลิกไม่ดีแต่มีความสามารถว่าสักวันหนึ่งพวกเธอก็เป็นคนสำคัญได้ถ้ามีความอดทนและตั้งใจเพียงพอ ส่วนนี้ลิงค์เข้ากับชีวิตจริงของ เมลิสซ่า แบบลงตัวสุดๆ ขณะเดียวกันก็ยังสะกิดคนหล่อคนสวยทั้งหลายว่าอย่าได้สบประมาทสาวอ้วนหรือหนุ่มตุ้ยนุ้ยเชียว เสียตรงหนังที่ขี้เล่นมากไปหน่อย ความสมจริงกับความเข้มข้นจึงมีไม่มาก เนื่องจากทุกครั้งที่โทนหนังจะออกแนวซีเรียสก็จะถูกฉากตลกมาตัดอารมณ์ ไม่ค่อยมีช็อตให้ลุ้นหรือเอาใจช่วย ดำเนินเรื่องในมิติเดียว

ด้านการแสดง เมลิสซ่า ยอดเยี่ยมสุดๆ เธอแสดงตลกได้เป็นธรรมชาติมาก ทำให้ ซูซาน คูเปอร์ กลายเป็นตัวละครที่มีเสน่ห์ น่ารัก ครองใจผู้ชมได้ไม่ยาก ความสำเร็จในโลกการแสดงของเธอช่วยพิสูจน์ว่ารูปร่างหน้าตาไม่ใช่อุปสรรคในชีวิต (เธอทำให้คนดูเห็นว่าคนอ้วยก็มีความสวยในแบบของพวกเธอ) สำหรับ เจสัน สเตแธม ต้องบอกว่าเป็นบทที่รั่วบวกเพี้ยนที่สุดเรื่องหนึ่งของเขา นับถือความกล้าของเขาที่ทำลายคาแร็กเตอร์โหดๆเถื่อนๆของตัวเองจนหมด แต่คนที่ขโมยซีนในฝ่ายชายกลับเป็น ปีเตอร์ เซราฟิโนวิคซ์ ในบท อัลโด้ พี่แกเล่นใหญ่กลบทุกคนในฉากเลย

Spy เป็นภาพยนตร์ตลกระบายความเครียดชั้นดี ที่มีการไล่ล่าดุเดือดมาเสริมความสนุก เพิ่มอรรถรสด้วยบรรยากาศสวยๆในทวีปยุโรป สร้างเสียงหัวเราะให้คนดู แถมยังฝากรอยยิ้มกลับบ้านด้วย

คะแนน Spy 7.5/10

โดย นกไซเบอร์

ดูตัวอย่างหนัง //movie.bugaboo.tv/watch/168406/?link=4




 

Create Date : 07 มิถุนายน 2558    
Last Update : 7 มิถุนายน 2558 11:58:58 น.
Counter : 1160 Pageviews.  

รีวิวหนัง : Song of the Sea เสียงของทะเล


สมัยก่อนตอนเด็กผมเคยดูการ์ตูนเรื่องหนึ่งที่ตัวละครเล่าว่าเราสามารถฟังเสียงของทะเลได้จากหอยสังข์อันใหญ่ๆ จนตอนนี้ผมก็ยังไม่มีโอกาสได้พิสูจน์เรื่องดังกล่าว ก่อนที่จะได้มาเจอกับเรื่องนี้อีกครั้งใน Song of the Sea หนังอนิเมชั่นโปรดักชั่นเรียบง่ายจากไอร์แลนด์ที่ทำเซอร์ไพรส์ด้วยการหลุดเข้าชิงรางวัลออสการ์ครั้งที่ผ่านมา

Song of the Sea เป็นการผจญภัยของ เบน พี่ชายขาดความอบอุ่น กับ เซียร์ช่า น้องสาวซึ่งยังไม่ยอมพูด เบน ชอบแกล้งน้องสาวเพราะคิดว่าเธอเป็นต้นเหตุทำให้แม่จากเขาไป ทั้งสองอยู่กับ คอนเนอร์ พ่อผู้จมจ่อมอยู่ในความทุกข์หลังภรรยาหายตัวไป โดยอาศัยอยู่ในบ้านใกล้ประภาคารบนเกาะกลางทะเล ในวันเกิดอายุครบ 6 ขวบของ เซียร์ช่า คืนนั้นเธอได้พบกับเสื้อคลุมวิเศษ สิ่งที่ทำให้เด็กสาวตัวน้อยลงไปแหวกว่ายในท้องทะเลอย่างมีความสุขได้

แต่ต่อมา ย่า มาพบ เซียร์ช่า นอนอยู่ริมทะเลจึงโวยวายว่าเกาะแห่งนั้นไม่เหมาะจะเลี้ยงดูเด็ก พร้อมพาตัว เบน กับ เซียร์ช่า ไปอยู่กับเธอในเมือง วันนั้นเป็นวันฮาโลวีนพอดี เบน แอบหนีออกจากบ้านย่าโดยมี เซียร์ช่า ตามมาด้วย ซึ่งการเดินทางกลับบ้านในคืนนั้นกลายเป็นช่วงเวลายาวนานที่แสนอัศจรรย์ในชีวิตของพวกเขา

บทหนังมีความเป็น ตำนานปรัมปรา หรือ นิทานก่อนนอน มากกว่าภาพยนตร์ ทอมม์ มัวร์ ผู้กำกับนำเอา เซลกี้ สัตว์โบราณของชาวไอริชมาเป็นตัวละครหลัก แม้เนื้อหาจะมีกลิ่นอายของค่ายหนังอนิเมชั่นอันดับหนึ่งของเอเชียอย่าง จิบลิ แต่ลายเส้นของหนังเรื่องนี้มีความโดดเด่น แปลกตา เฉพาะตัว ไม่จัดจ้านหวือหวาเหมือนฮอลลีวู้ด ทว่างดงามแบบเรียบง่ายสไตล์ยุโรป

จุดเด่นคืองานภาพสีนํ้าอันสวยงามตระการตาที่เข้ากันได้ดีกับเสียงเพลงอันไพเราะติดหู จับใจ ซึ่งขับกล่อมผู้ชมตลอดเวลา1ชั่วโมงครึ่ง น่าสนใจตรงที่หนังเล่าเรื่องผ่านมุมมองแบบสองมิติเป็นส่วนใหญ่ แตกต่างกับหนังอนิเมชั่นหลายเรื่องในยุคนี้ที่เล่าเป็นแบบ3มิติและ4มิติกันเกือบหมดแล้ว

ตัวละครในหนังมีความน่ารักมากโดยเฉพาะ เซียร์ช่า เด็กน้อยผู้น่าสงสาร ส่วน เบน ก็เป็นเด็กผู้ชายที่น่าเห็นใจ ภายนอกแข็งกระด้าง ภายในกลับอ่อนแอ ภาพรวมของหนังอาจจะดูเด็กไปสักหน่อย แต่ก็ถ่ายทอดประเด็นความสัมพันธ์พี่น้องและครอบครัวออกมาได้กลมกล่อม สร้างความซาบซึ้งให้ผู้ชม นอกจากนี้ยังแฝงแนวคิดธรรมชาตินิยมผ่านสัญลักษณ์ต่างๆ ชอบเทคนิคการซ้อนทับคาแร็กเตอร์ของ ตัวละครในเรื่องเล่า กับ ตัวละครที่เล่าเรื่อง 

Song of the Sea คืออนิเมชั่นนํ้าดีที่เสริมสร้างจินตนาการให้กับเยาวชน และ สะกิดต่อมความอ่อนโยนในใจผู้ใหญ่ เป็นภาพยนตร์ครอบครัวที่ใสซื่อบริสุทธิ์ซึ่งชวนให้เราคิดถึง เสียงของทะเล

คะแนน 7.5/10

โดย นกไซเบอร์

ดูตัวอย่างหนัง //movie.bugaboo.tv/watch/180617/?link=4




 

Create Date : 05 มิถุนายน 2558    
Last Update : 5 มิถุนายน 2558 18:08:23 น.
Counter : 1058 Pageviews.  

รีวิวหนัง : The Voices เสียงในหัว


ไรอัน เรย์โนลด์ เป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียงอย่างมากในวงการฮอลลีวู้ด แต่หากพูดถึงรางวัลต่างๆต้องบอกว่าเขายังห่างไกลมากๆ หลายคนรู้จักเขาจากหนัง Green Lantern กับ X Men Origins Wolverine แต่ภาพยนตร์ที่เขาแสดงความสามารถได้โดดเด่นที่สุดเห็นจะเป็น Buried (2010) กระนั้นบทที่เขาแจ้งจริงๆกลับเป็นหนังแนวโรแมนติกคอเมอดี้ อาทิ The Proposal , Definitely Maybe และ Just Friends

ในปีนี้ ไรอัน กลับมาพร้อมกับบทบาทที่น่าสนใจในหนังชื่อ The Voices ของ มาร์จอเน่ ซาทราพิ ผู้กำกับสาวที่เคยฝากผลงานไว้ใน Persepolis (ภาพยนตร์การ์ตูนสร้างจากหนังสือชื่อเดียวกัน เรื่องราวของเด็กหญิงมุสลิมกับการใช้ชีวิตในต่างแดน) นอกจากนี้หนังยังได้สองดาราสาวมากฝีมือคือ เจมม่า แอนเทอร์ตัน กับ แอนนา เคนดริค มาร่วมสร้างสีสัน

หนังเล่าถึง เจอร์รี่ (ไรอัน เรย์โนลด์) พนักงานโรงงานผลิตอ่างอาบน้ำที่มีอาการป่วยทางจิตจากเหตุการณ์เลวร้ายในวัยเด็ก เรื่องนี้ถูกเก็บงำเป็นความลับ เขาพยายามจีบ ฟิโอน่า (เจมม่า แอนเทอร์ตัน) พนักงานบัญชีสาวสุดเซ็กซี่แต่ไม่สำเร็จ ขณะที่ ลิซ่า (แอนนา เคนดริค) พนักงานบัญชีอีกคนดันแอบชอบ เจอร์รี่ ระหว่างนั้นเองเขาต้องต่อสู้กับเสียงในหัวตัวเอง ซึ่งเมื่อ เจอร์รี่ ไม่กินยาที่หมอสั่ง เขาจะสามารถคุยกับ มิสเตอร์วิสเกอร์ส แมวตัวแสบ กับ บอสโก้ หมาผู้ซื่อสัตย์ ได้ โดยเสียงหนึ่งยุให้เขาฆ่าคน แต่อีกเสียงหนึ่งคอยห้าม

The Voices เป็นหนังทริลเลอร์สุดเพี้ยนแห่งปี เล่าเรื่องผ่านมุมมองฆาตกร ซึ่งจะบอกว่าโรคจิตก็ไม่ถูก น่าจะเป็นป่วยทางจิตมากกว่า มาร์จอเน่ พาเราดํ่าดิ่งเขาไปในสมองและหัวใจของฆาตกร เป็นภาพยนตร์ไม่กี่เรื่องที่คนดูบางคนแอบเทใจไปให้คนร้าย แม้จะวางตัวเป็นหนังตลกร้าย แต่ช็อตที่สร้างเสียงหัวเราะมีไม่มาก ส่วนใหญ่เป็นการยั่วล้อและเสียดสีภาพยนตร์แนวเดียวกัน นัยแฝงของหนังที่ต้องการสื่อให้คนดูเข้าอกเข้าใจถึงมูลเหตุจูงใจคนร้ายสื่ออกมาได้ดีระดับหนึ่ง โดยเฉพาะประเด็นความโดดเดี่ยวที่เรียกความสงสารได้ดี

เสียดายที่หนังพยายามจับหลายพาร์ททั้ง ทริลเลอร์ คอเมอดี้ ดราม่า ทว่ากลับไปไม่สุดสักทาง หนังยังมีความเป็นเซอร์เรียล(เหนือจริง)กึ่งแฟนตาซีหน่อยๆ จุดนี้เข้ากับคอสตูมกับฉากที่เน้นสีจัดจ้านพอสมควร ชอบตรงการเอาหมาแมวมาเป็นสัญลักษณ์ตัวแทนความดีความชั่ว ฉากที่ เจอร์รี่ คุยกับ หมา แมว และ ศีรษะ ของเหยื่อนี่รั่วได้ใจ ส่วนซีนสยองเลือดสาดก็ไม่ถึงกับน่าแหวะนัก 

ไรอัน เรย์โนลด์ ทุ่มเทกับบท เจอร์รี่ มากๆ เป็นอีกหนึ่งตัวละครที่น่าจดจำในชีวิตการแสดงของเขา นอกจากนั้นเขายังขโมยซีนจากการพากย์เสียงกวนๆของ คุณวิสเกอร์ส แมวที่ชอบเสี้ยมให้ เจอร์รี่ ฆ่าคน เจมม่า แอนเทอร์ตัน แอ็คติ้งโดดเด่นกว่าใคร ด้าน แอนนา เคนดริค เคมีเข้ากันกับ ไรอัน เธอทำให้ ลิซ่า เป็นตัวละครที่มีสเน่ห์น่าดู 

The Voices เป็นภาพยนตร์ที่ไม่ถึงกับดูสนุก มีบางส่วนที่ยากจะทำความเข้าใจ แต่ก็เป็นหนังที่มีเนื้อหาแปลกใหม่ ชวนให้ลุ้นไปกับสภาพจิตอันไม่มั่นคงของมนุษย์ ซึ่งถ้าคุณคิดว่าการเดินเรื่องมันสะเปะสะปะมั่วซั่วแล้ว เอนเครดิตตัดอารมณ์และพาผู้ชมออกไปไกลกว่ามาก

คะแนน 6.5/10

โดย นกไซเบอร์

ดูตัวอย่างหนัง //movie.bugaboo.tv/watch/186243/?link=4




 

Create Date : 29 พฤษภาคม 2558    
Last Update : 5 มิถุนายน 2558 16:28:23 น.
Counter : 886 Pageviews.  

รีวิวหนัง : San Andreas ธรณีพิบัติขั้นสูงสุด



ซานแอนเดรส เป็นชื่อรอยเลื่อนที่พาดตัวอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาและถูกนำมาใช้เป็นพล็อตหลักของภาพยนตรืชื่อเดียวกันอย่าง San Andreas หนังเข้าฉายในช่วงที่โลกเพิ่งประสบกับแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในประเทศเนปาล ธรณีพิบัติจึงกลายเป็นภัยธรรมชาติอันดับต้นๆที่สร้างความหวาดกลัวให้มนุษย์

เนื้อหาของหนังไม่ซับซ้อน หลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงจนเขื่อนฮูเวอร์ในรัฐเนวาดาพังทลาย เรย์ (ดเวย์น จอห์นสัน)  นักกู้ภัยแห่งลอสแอนเจลิสที่มีปัญหาครอบครัวหย่าร้างกับภรรยา แถมเขายังรู้สึกผิดไม่เลิกกับการสูญเสียลูกสาวคนเล็กไป ถูกเรียกตัวไปทำงานด่วน แต่ต่อมากลับเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่กว่า (ระดับ9.5) ซึ่งแรงที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์โลก

เรย์ ใช้เฮลิคอปเตอร์บินมาช่วย เอมมา (คาร์ลา กูจิโน) ภรรยาที่ติดอยู่บนยอดตึกในเมืองลอสแอนเจลิสอย่างฉิวเฉียด ก่อนที่พวกเขาจะเดินทางไปยังซานฟรานซิสโกเพื่อตามหา เบลก (อเล็กซานดรา ดาแดริโอ) ลูกสาวที่ติดอยู่ใจกลางเมืองที่ถูกสึนามิสูงกว่าตึก10ชั้นถล่ม

บทหนังโอเวอร์มาก พล็อตตามสูตร คาดเดาได้ง่ายจนไม่มีอะไรให้ลุ้นตาม เนื้อหาน้อยแต่ถูกทำให้ยืด ดราม่าครอบครัวทำไม่ถึง แม้หนังจะโครมครามเป็นระยะแต่ก็มีช่วงน่าเบื่อเยอะ สิ่งที่ป่วยที่สุดน่าจะเป็นบทสนทนาของตัวละครที่ไร้ความสมเหตุสมผล ช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานดันแวะเข้าซีนโรแมนติกหน้าเฉย

ตัวละครส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีมิติ นักแสดงเล่นแข็งจนดูตลก โดยเฉพาะพ่อหนุ่ม ฮิวโก้ จอห์นสโตน เบิร์ท ในบท เบน มองไม่เห็นสเน่ห์ใดๆในตัวเขาเลย ส่วน เดอะร็อค พยายามชวนเขาราโหมดซึ้งตลอด ทว่าภารกิจเหินฟ้าบุกนํ้าลุยไฟเพื่อช่วยลูกสาวคนเดียวก็ดูเหนือจริงซะจนเรายากจะเชื่อ (อีกนิดเดียวคงแปลงร่างเป็นซูเปอร์ฮีโร่) และพลอยไม่อินกับปมในใจแบบฉาบฉวยไปด้วย

อย่างไรก็ตามสิ่งที่คนดูจะพูดถึงเป็นเสียงเดียวกันคงหนีไม่พ้นความสวยเซ็กซี่ของ อเล็กซานดรา ดาแดริโอ นักแสดงสาววัยรุ่นที่เล่นเป็น เบลก จะบอกว่าบทส่งเธอก็ไม่ใช่ซะทีเดียว น่าจะเป็นคอสตูมกับมุมกล้องจงใจขายหน้าอกของเธอมากกว่า ขณะที่ ไคลี มิโนก ในบทเมียเก่าของว่าที่สามีใหม่เอมมา สร้างคำถามในหัวผู้ชมว่า เธอโผล่ไปทำไม

แบรด เพย์ตัน ผู้กำกับดูจะมีปัญหากับการทำหนังเนื้อหาซีเรียส เมื่อดูจากผลงานที่ผ่านมาอย่าง Journey 2 และ Cats & Dogs The Revenge of Kitty  Galore สิ่งที่เขานำมาใช้ได้ดีคือการทำภาพซีจีกับซาวนด์ประกอบ สองอย่างนี้บางทีอาจดูสมจริงกว่าความรู้สึกตัวละครในหนังซะอีก นอกจากนี้หนังยังมีความเป็นมนุษย์นิยมค่อนข้างสูงกับประโยคในช่วงท้ายที่ว่า เราจะสร้างมันขึ้นมาใหม่ รวมถึงเชิดชูอเมริกันชนในแง่ไม่ว่ายามที่เจอภัยพิบัติร้ายแรงเพียงใด พวกเขาก็สามารถช่วยเหลือตัวเองได้โดยไม่ต้องพึ่งพาชาติอื่น

San Andreas เป็นหนังภัยพิบัติที่มุ่งเน้นงานโปรดักชั่นมากเกินไปหน่อย จนละเลยบทที่เป็นหัวใจของภาพยนตร์ ไม่ต้องไปเทียบกับ The Day After Tomorrow ซึ่งทำได้ดีกว่าหลายเท่า เพราะแม้แต่ 2012 ที่หลายคนไม่ชอบ ก็ยังมีความน่าจดจำมากกว่าหนังเรื่องนี้

คะแนน 6/10

โดย นกไซเบอร์

ดูตัวอย่างหนัง //movie.bugaboo.tv/watch/158518/?link=4




 

Create Date : 28 พฤษภาคม 2558    
Last Update : 29 พฤษภาคม 2558 15:06:28 น.
Counter : 2181 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  

mninho
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 16 คน [?]




นกไซเบอร์ วิจารณ์หนัง
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add mninho's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.