วันนี้ ทุกจอคอมพิวเตอร์ ในบ้านคุณ

รีวิวหนัง : Bridge Of Spies สะพานมิตรภาพสงครามเย็น


สงครามเย็น คือช่วงเวลาที่ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์บ่อยครั้งไม่แพ้ สงครามโลกครั้งที่ 2 มีหลายเหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงนั้น หนึ่งในเหตุการณ์สำคัญคือการที่ประเทศผู้แพ้สงครามอย่างเยอรมันถูกแบ่งออกเป็น4ส่วนให้ สหรัฐฯ อังกฤษ ฝรั่งเศส และ รัสเซีย (สหภาพโซเวียต) ในขณะนั้นปกครอง ถ้าจะพูดให้ถูกคือแบ่งออกเป็น2ฝ่าย ประชาธิปไตย กับ คอมมิวนิสต์ เยอรมันตะวันตก กับ เยอรมันตะวันออก

ที่น่าแปลกคือมีการแบ่งกรุงเบอร์ลินออกเป็นสองส่วนด้วย แม้ว่าเมืองหลวงแห่งนี้จะอยู่ในพื้นที่ของเยอรมันตะวันออกก็ตาม ต่อมามีคนเยอรมันจากเบอร์ลินตะวันออกหนีเข้าไปในเบอร์ลินตะวันตกเป็นจำนวนมาก(ข้ามพรมแดนในเบอร์ลินแล้วนั่งเครื่องบินออกจากเบอร์ลินตะวันตกไปเยอรมันตะวันตก) ปี 1961 สหภาพโซเวียตจึงสั่งให้เยอรมันตะวันออกสร้างกำแพงเบอร์ลินขึ้นเพื่อปิดกั้นไม่ให้คนจากฝั่งตะวันออกหนีไปฝั่งตะวันตก สตีเวน สปีลเบิร์ก พ่อมดแห่งฮอลลีวู้ดหวนมากำกับภาพยนตร์อีกครั้งหลังทิ้งช่วงจาก Lincoln ในปี 2012 โดยนำเรื่องราวการแลกตัวประกันที่เกิดขึ้นจากการจับกุมสายลับในปี1957 มาทำเป็นหนัง งานนี้ สปีลเบิร์ก ยังชวน ทอม แฮงก์ นักแสดงคู่บุญกลับมาร่วมงานกันด้วย

Bridge Of Spies เป็นเรื่องราวของ เจมส์ โดโนแวน ทนายมากฝีมือที่ได้รับเผือกร้อนจากรัฐบาลให้ว่าความช่วย รูดอล์ฟ เอเบล สายลับ KGB ของรัสเซีย ที่ถูก FBI จับกุมในปี 1957 ที่ประเทศสหรัฐฯ ในยุคสงครมเย็นที่ความสัมพันธ์ของชาติตะวันตกกับตะวันออกแสนเปราะบาง อเมริกันชนส่วนใหญ่อยากเห็นเขาถูกประหารชีวิต แต่ เจมส์ กลับต่อสู้เพื่อสิทธิของนักโทษต่างชาติอย่างเต็มที่ แม้ว่าจะมีผลกระทบหลายอย่างต่อการงานและครอบครัว

ต่อมา ฟรานซิส แกรี่ พาวเวอร์ส นักบินสอดแนมชาวอเมริกันที่ทำงานให้กับ CIA ถูกรัสเซียจับกุมตัวไปบ้าง แผนการแลกเปลี่ยนตัวประกันของสองชาติมหาอำนาจที่เป็นศัตรูกันจึงเริ่มต้นขึ้น ซึ่งงานนี้หน่วยงานความมั่นคงสหรัฐฯได้มอบหมายให้ เจมส์ เป็นตัวแทนอย่างลับๆ ปี1962 เขาบินไปที่เบอร์ลินตะวันตก ในช่วงที่บรรยากาศสงครามเย็นกำลังครุกรุ่น สุ่มเสี่ยงจะมีการใช้อาวุธนิวเคลียร์ได้ทุกเมื่อ ภารกิจของเขาคือใช้ลูกล่อลูกชน วาทะศิลป์ ความสามารถทั้งหมดที่มีในตัว เจรจาให้โซเวียตยอมแลกสายลับรัสเซียนกับสายลับอเมริกัน สถานที่เป็น สะพาน Glienicke Bridge หรือชื่อใหม่ Bridge of Spies ในเวลาต่อมา ทว่าเรื่องกลับยุ่งยากขึ้นเมื่อ เจมส์ พบว่ามีนักศึกษาชาวอเมริกันรายหนึ่งถูกทางการเยอรมันตะวันออกคุมตัวไว้เช่นกัน

บทภาพยนตร์มีความเข้มข้นน่าติดตาม ถึงหนังจะสร้างจากเหตุการณ์จริง ผู้ชมส่วนใหญ่ทราบผลลัพธ์อยู่แล้ว กระนั้นก็ยังดูสนุกและมีอารมณ์ลุ้นระทึก งานโปรดักชั่นยอดเยี่ยม ถ่ายทอดเครื่องแต่งกาย อาคารบ้านเรือน อุปกรณ์ประกอบฉากต่างๆในยุคสงครามเย็นออกมาได้สมจริงมาก จุดเด่นอีกอย่างคือบรรยากาศความหวาดระแวง สายตาไม่ไว้ใจกันของผู้คน ไม่ว่าจะเป็นคนต่างชาติ หรือ คนในชาติเดียวกันเองก็ตาม แฝงอารมณ์ขันแบบร้ายๆประปราย

มุมมองของภาพยนตร์มีสองฝั่ง ทั้งมุมของคนที่ยืนหยัดในหน้าที่ เชื่อในเสรีภาพ และต่อสู้เพื่อความยุติธรรมอย่าง เจมส์ โดโนแวน มุมของสายลับ เชลยศึก และคนที่ซื่อสัตย์ต่อประเทศชาติของ รูดอล์ฟ เอเบล กับ ฟรานซิส แกรี่ พาวเวอร์ส ขณะเดียวกันก็มีมิตรภาพเล็กๆอันแสนอบอุ่นที่เกิดขึ้นระหว่างทนายกับลูกความคือ เจมส์ กับ รูดอล์ฟ ซึ่งในช่วงท้ายความสัมพันธ์ทั้งคู่ได้ก้าวผ่านหลายสิ่งไปสู่คำว่า เพื่อน จากความเข้าใจ เคารพ และเห็นคุณค่าเพื่อนร่วมโลกของ เจมส์ ท่ามกลางสังคมที่ผู้คนไม่ใส่ใจชีวิตคนอื่นเท่าไหร่

ทอม แฮงก์ ยังคงท็อปฟอร์มเช่นเคยในบท เจมส์ โดโนแวน เป็นการโชว์ฝีมือการแสดงแบบเต็มที่กับตัวละครนำซึ่งโอบอุ้มหนังทั้งเรื่องเอาไว้ ส่วนอีกคนที่น่าสนใจคือ มาร์ค ไรแลนซ์ ดารารุ่นใหญ่ที่แสดงเป็น รูดอล์ฟ เอเบล นับว่าเป็นบทบาทแจ้งเกิดในวัยดึกของเขาจริงๆ หลังจากโลดแล่นในวงการบันเทิงมานาน มาร์ค ไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดมือ เขากลายร่างเป็นสายลับ KGB ยุค50 ได้แนบเนียนสุดๆ โดยเฉพาะประโยคเด็ด Would It Help ?

Bridge Of Spies สะท้อนรวมถึงเสียดสีการเมืองระดับชาติในอดีตอย่างน่าสนใจ และสามารถนำมาเทียบเคียงกับสถานการณ์ในโลกปัจจุบันได้ มีองค์ประกอบชั้นดีตามมาตรฐานหนังของ สตีเวน สปีลเบิร์ก พร้อมการแสดงที่น่าจดจำจาก ทอม แฮงก์ และ มาร์ค ไรแลนซ์ 

คะแนน 8.5/10

โดย นกไซเบอร์

ตัวอย่างหนัง //movie.bugaboo.tv/watch/206307/?link=4




 

Create Date : 27 ตุลาคม 2558    
Last Update : 27 ตุลาคม 2558 17:55:19 น.
Counter : 685 Pageviews.  

รีวิวหนัง : The Walk ชีวิตและความฝันบนอากาศ


นอกจากฝรั่งเศสจะมอบ เทพีเสรีภาพ ให้สหรัฐฯแล้ว ยังมี ฟิลิปป์ เปอตีต์ ชาวฝรั่งเศสอีกคนที่เป็นผู้มอบความสุขและความตื่นเต้นให้กับอเมริกันชน ด้วยการเสี่ยงตายเดินบนเส้นลวดระหว่างยอดตึกแฝดเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์โดยไร้อุปกรณ์ป้องกัน ในวันที่ 7 สิงหาคม ปี 1974 ซึ่งนอกจากเรื่องราวของเขาจะถูกนำไปสร้างเป็นสารคดีชื่อ Man on Wire แล้ว ยังถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ชื่อ The Walk ด้วย

สำหรับผู้ที่จะมารับบทเป็น ฟิลิปป์ คือ โจเซฟ กอร์ดอน เลวิทท์ นักแสดงหนุ่มไฟแรง ภาพยนตร์กำกับโดย โรเบิร์ต เซเม็กคิส เจ้าของผลงาน Forrest Gump และ The Polar Express ตัวหนังนอกจากจะต้องย้อนกลับไปในยุค70 ของมหานครนิวยอร์ก กับ กรุงปาริส แล้ว ยังต้องพึ่งเทคนิคภาพซีจีเพื่อถ่ายทอดความสวยงามของเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ อาคารที่เคยได้ชื่อว่าสูงที่สุดในโลก และเป็นสัญลักษณ์ทางเศรษฐกิจบนเกาะแมนแฮตตันของสหรัฐฯ แทนตึกแฝดจริงที่ถล่มลงไปในปี 2001 จากการก่อการร้าย 911 

ตัวหนังเล่าถึงชีวิตของ ฟิลิปป์ เปอตีต์ หนุ่มร่างเล็กชาวฝรั่งเศสผู้ออกจากบ้านมาเป็นนักมายากลข้างถนนในกรุงปารีส สิ่งที่เขาถนัดที่สุดคือการเดินบนเส้นเชือก ฟิลิปป์ ท้าทายตัวเองด้วยการเพิ่มระดับความสูงขึ้น จากบนต้นไม้ ไปจนถึงการเดินข้ามแม่นํ้า กระทั่งเขาเป็นข่าวโด่งดังเมื่อสามารถเดินข้าม วิหารโนเทรอดาม ได้สำเร็จ  แต่ ฟิลิปป์ ไม่หยุดแค่นั้น ความฝันสูงสุดของเขาคือการเดินข้ามระหว่าง ตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ ใจกลางเมืองนิวยอร์ก 

บทภาพยนตร์ค่อนข้างหวือหวาฉูดฉาดพอสมควร แม้วีรกรรมแสนบ้าระหํ่าของ ฟิลิปป์ จะน่าสนใจเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่ โรเบิร์ต เซเม็กคิส ก็ยังใส่สีตีข่าวเพิ่มเข้าไปอีก ตัวหนังจึงเกือบไปถึงจุดที่เกินเลยความเป็นจริง อีกส่วนที่ไม่ชอบคือการให้ โจเซฟ กอร์ดอน มายืนเล่าเรื่องตัดสลับกับตัวหนัง ดูน่ารำคาญไปนิด

ความโดดเด่นของหนังน่าจะอยู่ที่งานภาพสวยๆ โดยเฉพาะมุมสูงของเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ ฉากไคลแม็กซ์คือการเดินอยู่ระหว่างตึกเวิลด์เทรดของ ฟิลิปป์ ที่เมื่อมองจากด้านล่างเหมือนเขากำลังเยื้องย่างอยู่บนอากาศ ถึงเราจะรู้ผลลัพธ์อยู่แล้วแต่ก็ยังมีความรู้สึกลุ้นเอาใจช่วยตัวละครตลอด ฉากบนยอดตึกสมจริงจนคนที่กลัวความสูงอาจมีอาการ ใจหวิว หวาดเสียว ตัวสั่น จนต้องหรี่ตามองจอ ส่วนภารกิจการแอบขึ้นไปขึงลวดของทีมฟิลิปป์ ก็สนุกสนาน น่าติดตามไม่น้อย

ขณะที่การแสดงชอบภาษาฝรั่งเศสของ โจเซฟ กอร์ดอน เลวิทท์ มากๆ เขาพูดคล่องซะจนนึกว่าเป็นชาวปารีเซียงมาเอง รวมถึงภาษาอังกฤษสำเนียงฝรั่งเศสของตัวละครหลายตัวในเรื่อง แม้ว่าเหตุผลที่ตัวละครชาวฝรั่งเศสพูดอังกฤษใส่กันดูไม่ค่อยจะน่าเชื่อสักเท่าไหร่ มาที่ ชาล็อต เล บรอน ในบท แอนนี่ แฟนของ ฟิลิปป์ เธอได้แสดงความสามารถมากกว่าตอนเล่น The Hundred Foot Journey ซํ้ายังดูดีขึ้นเรื่อยๆ เป็นนักแสดงหญิงที่ไม่ถูกกลืนหายไปท่ามกลางหมู่นักแสดงชาย ด้าน เบน คิงสลีย์ ที่แสดงเป็นอาจารย์ของ ฟิลิปป์ ถ่ายทอดอารมณ์เก่ง ยอดเยี่ยมสมราคาดาราอาวุโสในวงการหนังฮอลลีวู้ด

The Walk ไม่ใช่หนังที่มุ่งเชิดชูชีวิตสุดลือลั่นของ ฟิลิปป์ เปอตีต์ เพียงอย่างเดียว หนังยังมีมุมมองที่น่าสนใจต่อการทำความฝัน และการก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ รวมถึงตั้งใจที่จะรำลึกถึงความทรงจำอันงดงามของผู้คนที่มีต่อ เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ สถาปัตยกรรมถาวรอันยิ่งใหญ่ตลอดกาลในใจใครหลายคน

คะแนน 7.5/10

โดย นกไซเบอร์

ตัวอย่างหนัง //movie.bugaboo.tv/watch/213253/?link=4




 

Create Date : 26 ตุลาคม 2558    
Last Update : 26 ตุลาคม 2558 18:54:21 น.
Counter : 549 Pageviews.  

รีวิวหนัง : The Intern เด็กฝึกงานอาวุโส


สำหรับคนหนุ่มสาว น้อยนักที่พวกเขาจะมองไปไกลถึงสิ่งที่ตัวเองจะทำเมื่อยามแก่เฒ่า คำว่า กลับไปเลี้ยงหลานอยู่บ้านเถอะ ที่หลายคนเอาไว้พูดกันสนุกปากนั้นช่างเป็นคำพูดเสียดแทงหัวใจคนวัยชราเหลือเกิน ราวกับป่าวประกาศว่าคนๆนั้นไม่สามารถทำประโยชน์อะไรให้กับสังคมหรือคนรอบข้างได้อีกแล้ว พร้อมกับชี้นำให้พวกเขาอยู่บ้านเฉยๆ (หากใช้คำพูดแรงๆหน่อยก็คือนั่งรอวันตาย)

The Intern หยิบประเด็นข้างบนมาเล่น โดยยึดโยงกับแนวคิดของรัฐบาลสหรัฐฯที่เปิดโอกาสให้ผู้อาวุโสเข้ามาทำงานในองค์กรคนรุ่นใหม่ในตำแหน่ง พนักงานฝึกงาน เพื่อให้ชีวิตหลังเกษียณของพวกเขาไม่ว่างเปล่าจนเกินไป ซึ่งผู้ถ่ายทอดคือ โรเบิร์ต เดอ นิโร นักแสดงรุ่นเก๋าที่เคยรับบทคล้ายกันนี้ใน Last Vegas (2013) ส่วนคนที่จะมารับบทเป็นหัวหน้าของเเขาเป็น แอนน์ แฮทธาเวย์ นักแสดงสาวที่เคยแจ้งเกิดจากบทเลขาของบรรณาธิการนิตยสารแฟชั่นหญิงจอมวีนใน The Devil Wears Prada

ตัวหนังว่าด้วยเรื่องราวของ เบน วิทเทเกอร์ (โรเบิร์ต เดอ นิโร) พ่อหม้ายวัย70ปี ที่ยังมีไฟอยู่ เขาจึงสมัครโครงการพนักงานฝึกงานอาวุโสในบริษัทเว็บไซต์แฟชั่นของ จูลส์ ออสติน (แอนน์ แฮทธาเวย์) ผู้บริหารสาวสวยสุดมั่น เวิร์คกิ้งวูแมนที่กำลังประสบปัญหาการจัดการชีวิต เบน ได้ทำงานขึ้นตรงกับ จูลส์ จากนั้นช่วงเวลาแห่งการเรียนรู้ครั้งใหม่ของเขากับเธอก็เริ่มต้นขึ้น

บทหนังมีความกลมกล่อมลงตัว ถือเป็นภาพยนตร์ตลกดราม่าที่ดีที่สุดในรอบหลายปี จุดเด่นคือเนื้อหาของหนังมีสัดส่วนที่พอดีของความโบราณกับความทันสมัย โดยมีสองตัวละครนำเป็นตัวเทน เปรียบ เบน ได้กับเสื้อสูทวินเทจตัวเก่าที่กลายเป็นไอเท็มของดีมีราคาหายากในสมัยนี้ ส่วน จูลส์ เป็นชุดเดรสนำแฟชั่นสีแดงสดตัวใหม่ สินค้าขายดีในโลกออนไลน์ซึ่งเป็นที่ต้องการของสาวๆยุคไอที

ชอบตรงที่ แนนซี่ เมเยอร์ ผู้กำกับไม่ได้นำเรื่องของวัยวุฒิมาเป็นประเด็นหักหาญ สร้างปมขัดแย้ง ยั่วล้อ หรือเอาชนะกันเหมือนหนังเรื่องอื่น ทว่า The Intern มีความรอมชอมของคนสองเพศที่มีความต่างทางอายุหลายสิบปี เบน เป็นผู้ชายในอุดมคติมากๆ เขาคือสุภาพบุรุษหลงยุค ผู้เป็นมิตร มีมารยาท เอื้อเฟื้อ ใส่ใจคนรอบข้าง ที่สำคัญคือ เข้าใจชีวิตเป็นอย่างดี คำพูดต่างๆของเขาจึงเป็นคำแนะนำชั้นยอดที่ไม่ก้าวก่ายหรือเกินเลยไปถึงขั้นสั่งสอน 

แน่นอนว่าบุคคลิกของ จูลส์ แตกต่างไปโดยสิ้นเชิง เธอคือคนรุ่นใหม่ที่มีปัญหาในการรับมือกับความสำเร็จซึ่งเข้ามารวดเร็วเกินไป การเป็นผู้นำคนหลักร้อยทำให้ จูลส์ กลายเป็นคนนิสัยแย่โดยไม่รู้ตัว เธอสายเป็นประจำ ไม่ระวังคำพูด ขาดความเห็นใจผู้คน ห่างเหินกับครอบครัว เบน เข้ามาถูกจังหวะ เขาจึงเปลี่ยนสถานะจากพนักงานฝึกงานมาเป็นที่ปรึกษาคนสำคัญของ จูลส์ 

เคมีของ โรเบิร์ต กับ แอนน์ เข้ากันสุดๆ ไม่ใช่ในเชิงชู้สาว แต่เข้าขากันแบบเพื่อนซี้ต่างวัย การรับส่งบทสนทนาและอารมณ์ของทั้งคู่ยอดเยี่ยมมาก นำมาซึ่งการแสดงชั้นเลิศ คนดูจึงตกหลุมรักตัวละครทั้งสองได้ง่ายดาย ขณะที่ทีมนักแสดงสมทบก็แจ้งเกิดสร้างสีสันให้กับหนังได้ถ้วนหน้าไม่ว่าจะเป็น อดัม เดอวีน , แซ็ค เพิร์ลแมน , เจสัน ออร์ลีย์ และ คริสตินา เชเรอร์

The Intern คล้ายกับ The Devil Wears Prada ตรงที่หน้าหนังเหมือนจะเล่าถึงชีวิตคนทำงาน กระนั้นช่วงท้ายหนังกลับเปลี่ยนโทนเป็นภาพยนตร์ครอบครัวกึ่งชีวิตที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น แถมยังแฝงข้อคิดดีๆไว้มากมาย มันทำให้ผู้ชมหันมาเคารพและให้เกียรติผู้สูงอายุ ไม่ใช่ตรงที่พวกเขาอาบนํ้าร้อนมาก่อนคุณ แต่เป็นคุณค่าจากประสบการณ์ของพวกเขาที่มีมากกว่าคุณ ดังคำโปรยของหนังที่ว่า ประสบการณ์ไม่เคยตกยุค

คะแนน 8/10

โดย นกไซเบอร์

ตัวอย่างหนัง //movie.bugaboo.tv/watch/210754/?link=4




 

Create Date : 19 ตุลาคม 2558    
Last Update : 5 มกราคม 2559 10:04:03 น.
Counter : 1341 Pageviews.  

รีวิวหนัง : Sicario ภารกิจในเมืองนอกกฏหมาย


เป็นที่ทราบกันดีว่า เม็กซิโก เป็นหนึ่งในประเทศที่อันตรายที่สุดในโลก เมื่อรัฐบาลไม่สามารถควบคุมแก๊งค์มาเฟียได้ กฏหมายแทบจะไร้ความหมายแม้ในเมืองหลวง ซํ้ายังมีตำรวจจำนวนมากที่เป็นพวกเดียวกับคนร้ายซะเอง ปัญหาอาชญากรรมในเม็กซิโกจึงมีสถิติพุ่งขึ้นทุกปี ทั้ง การฆาตกรรม ลักพาตัว ค้ามนุษย์ ค้ายา ค้าอาวุธ ขบวนการหลบหนีเข้าเมือง ฯ เหล่านี้ล้วนเกี่ยวข้องกับแก๊งค์ต่างๆในแดนจังโก้ ซึ่งสงครามระหว่างแก๊งค์ที่เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า มีการตัดชิ้นส่วนศัตรูหรือเหยื่อห้อยแขวนประจานในที่ชุมชนแทบทุกสัปดาห์ แต่เจ้าหน้าที่รัฐกลับไม่สามารถทำอะไรได้เลย (บางทีตำรวจก็กลายเป็นเหยื่อซะเอง)

แน่นอนว่าปัญหาดังกล่าวของเม็กซิโกย่อมส่งผลกระทบกับประเทศมหาอำนาจที่เป็นเพื่อนบ้านอย่างสหรัฐฯ รัฐบาลพญาอินทรีรู้ดีว่ายาเสพติดส่วนใหญ่ถูกลำเลียงผ่านทางพรมแดน สหรัฐฯ-เม็กซิโก แต่ในเมื่อต้นตอของปัญหาอยู่ในต่างแดน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงอยู่ในภาวะตีบตันในการแก้ปัญหา Sicario คือหนังที่ตีแผ่ประเด็นนี้อย่างละเอียดในหลายมิติ

Sicario ในเม็กซิโกแปลว่า นักฆ่า เคท มาร์ซี่ (เอมิลี่ บลันท์) เจ้าหน้าที่ FBI สาวขาลุยโปรไฟล์ดีที่กำลังทำคดีคนหายซึ่งเกี่ยวพันกับแก๊งค์เม็กซิโกในเขตชายแดนถูกดึงตัวไปช่วยงาน แมท (จอช โบรลิน) หัวหน้าหน่วยกองกำลังเฉพาะกิจของรัฐบาล CIA หนุ่มจอมกวนที่เก็บงำความลับไว้มากมาย เธอต้องร่วมมือกับเขาในการจับตัวรองหัวหน้าแก๊งค์เม็กซิโกที่ใช้ชีวิตอยู่ในสหรัฐฯ 

แมท แทบไม่บอกข้อมูลอะไร เคท จู่ๆเธอก็ได้เข้าร่วมในขบวนรับตัวคนร้ายที่ เมืองฆัวเรซ ในประเทศเม็กซิโก แค่งานแรกก็มีการยิงปะทะกันจนเธอเสียขวัญ ในทีมมี อเล็กฮานโดร (เบเนซิโอ เดล โตโร่) ชายลึกลับที่ แมท อ้างว่าเป็นสายของเขา ทว่ายิ่งเวลาผ่านไป เคท ก็พบว่า อเล็กฮานโดร ไม่ได้เป็นแค่สาย และ แมท ได้บิดบังความจริงหลายอย่างกับเธอ จากภารกิจสุดท้าทายในตอนแรก จึงกลายเป็นภารกิจสุดอันตราย ฝันร้ายในชีวิตที่เธอไม่อาจลืม

บทภาพยนตร์เข้มข้นมาก สมราคาเสียงชื่นชมล้นหลามในการเปิดฉายที่เทศกาลเมืองคานส์ เดนนิส วิลเลเนฟ ยังถนัดนำบรรยากาศหนักๆโหดๆเครียดๆมากดดันคนดูเหมือนเคย จุดนี้ทำได้ดีพอๆกับ Prisoners ผลงานเรื่องก่อนของเขา แต่ใน Sicario ยังมีบรรยากาศคลุมเครือ น่าสงสัย ชวนหวาดระแวง คล้ายๆกับในหนัง Enemy มาช่วยเสริมด้วย

เคท เป็นตัวละครสาวที่ค่อนข้างโดดเดี่ยว น่าสงสาร เธอยอมร่วมภารกิจเพราะต้องการการยอมรับ(การหย่าร้างอาจส่งผลให้เธอเป็นคนบ้างาน) เคท ค่อนข้างทะนงตัวว่าเป็น สาวเก่ง มั่นใจ เจนจัดงานภาคสนาม กระนั้นในภารกิจที่เธอไม่อาจควบคุมอะไรได้เลย เธอกลายเป็นเพียงแค่หมากตัวเล็กๆบนกระดาน ไม่ใช่ โคน หรือ ม้า แต่เป็นแค่ เบี้ย ยิ่งในพื้นที่อันไม่คุ้นเคย เคท คือผู้หญิงธรรมดา หน้าใหม่ ไก่อ่อน คนเดียวในหมู่ชายฉกรรจ์ที่อุดมไปด้วย ตรวจ ทหาร เจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็น ตัวแสบ ขาใหญ่ มือพระกาฬ ประวัติโชกโชน สภาพจิตใจของแต่ละคนก็ดูจะไม่ปกตินัก (ซีนที่ แมท จงใจคุยเรื่องสัปดนกับเพื่อนในรถที่ เคท นั่งมาด้วยน่าอึดอัดแทนเธอ) สถานะของ เคท ราวกับแกะน้อยในฝูงหมาป่ากระหายเลือด

หนังตีแผ่ความรุนแรงในเมืองชายแดนประเทศเม็กซิโกออกมาได้ดิบเถื่อน ฉากยิงกันสั้นๆแต่ก็ดุเดือด ตื่นเต้น ผู้กำกับสร้างภาพบ้านเมืองไร้ขือแปได้น่ากลัวจนเกือบเรียกว่ามองในแง่ร้ายแบบสุดกู่ การถ่ายภาพสวยงามชนิดเป็นศิลปะใน รอยเลือด ซากศพ ควันปืน บนแดนเถือนนอกกฏหมาย ซาวด์ประกอบเร้าใจ เอมิลี่ บลันท์ แสดงได้ดี ถ่ายทอดภาวะจำยอมต่อสถานการณ์ได้สมจริง ทำให้ผู้ชมอดเห็นใจเธอไม่ได้ ขณะที่ เบเนซิโอ เดล โตโร่ เด่นที่สุด เข้าถึงอารมณ์ของตัวละคร แถมยังแสดงออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม เรื่องนี้น่าจะเป็น1ในผลงานมาสเตอร์พีซของเขา ส่วน จอช โบรลิน ทำหน้าที่เป็นตัวแทนด้านร้ายของรัฐบาลสหรัฐฯได้น่าสนใจ 

เมื่อปี 2000 Traffic หนังทริลเลอร์ทุนตํ่าที่นำเสนอเรื่องปัญหายาเสพติดในสหรัฐฯ-เม็กซิโก เคยประสบความสำเร็จคว้ารางวัลออสการไปถึง4รางวัล หนึ่งในนั้นคือสาขา นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม โดย เบนิซิโอ เดล โทโร่  น่าลุ้นว่าต้นปี 2016 Sicario จะพาเขาคว้ารางวัลออสการ์อีกครั้งได้หรือไม่ 

คะแนน 8.5/10

โดย นกไซเบอร์

ตัวอย่างหนัง //movie.bugaboo.tv/watch/192776/?link=4




 

Create Date : 15 ตุลาคม 2558    
Last Update : 15 ตุลาคม 2558 18:06:09 น.
Counter : 893 Pageviews.  

รีวิวหนัง : Pan ดินแดนของเด็กกำพร้า


ปีเตอร์ แพน เป็นตัวละครตำนานตัวหนึ่งในใจของเด็กๆทั่วโลก กับนิทานก่อนนอนซึ่งแต่งโดย เจ. เอ็ม. แบร์รี่ นักเขียนชาวสก็อตแลนด์ เอกลักษณ์ของปีเตอร์คือเป็นเด็กชายที่บินได้ ไม่เติบโตเป็นผู้ใหญ่ เขาอาศัยอยู่บนเกาะเล็กๆ แห่งหนึ่งในดินแดนเนเวอร์แลนด์กับนางฟ้า และเด็กๆในชุดนอน โดยมีคู่ปรับเป็นหัวหน้าโจรสลัดนาม กัปตันฮุค ปีเตอร์ แพน ได้รับความนิยมจนมีการสร้างมาเป็นภาพยนตร์หลายต่อหลายครัง แต่ครั้งที่ได้รับเสียงชื่นชมมากที่สุดกลับเป็น Finding Neverland หนังที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับ ปีเตอร์ แพน น้อย 

สำหรับ ปีเตอร์ แพน เวอร์ชั่นล่าสุดใช้ชื่อว่า Pan เฉยๆ กำกับโดย โจ ไรท์ เจ้าของผลงานเรื่อง Pride & Prejudice ที่พักหลังหนังของเขาไม่ค่อยได้รับเสียงชื่นชมเท่าไหร่ สำหรับ แพน 2015 ของเขาเลือกที่จะย้อนไปเล่าถึงจุดเริ่มต้นของ ปีเตอร์ ตีความใหม่ พูดถึงสิ่งที่ไม่มีใครเคยรู้ ความเป็นไปก่อนหน้า Peter Pan (1953) ฉบับดิสนีย์ 

ตัวหนังบอกเล่าถึงการผจญภัยของ ปีเตอร์ เด็กชายกำพร้าชาวอังกฤษที่ถูกโชคชะตานำพาเข้าสู่โลกแห่งเวทมนตร์ที่ชื่อว่า เนเวอร์แลนด์ เขาพบว่าเด็กกำพร้าจากทั่วโลกถูกลักพาตัวโดยเหล่าโจรสลัดมาใช้แรงงานหนักในเหมืองยักษ์ของ แบล็คเบียร์ด โจรสลัดเคราดำสุดโหด ด้วยความบังเอิญที่ ปีเตอร์ สามารถบินได้ต่อหน้าทุกคนในเหมือง เขาจึงถูกกลุ่มโจรสลัดจับขัง

ต่อมา ฮุค เด็กกำพร้ารุ่นพี่ที่ปัจจุบันโตเป็นผู้ใหญ่แล้วได้ช่วย ปีเตอร์ ออกมา แลกกับการให้ ปีเตอร์ ช่วยเขาหนีจากเหมือง พวกเขาหนีออกมาได้สำเร็จ แต่กลับหลงอยู่ในป่าเนเวอร์วู้ดจนได้รับการช่วยเหลือจาก ไทเกอร์ ลิลลี่ ลูกสาวหัวหน้าชนเผ่าพื้นเมืองที่เป็นศัตรูกับโจรสลัด เธอบอก ปีเตอร์ ถึงคำทำนายในตำนานที่ว่า เด็กชายบินได้จะเป็นคนนำชนพื้นเมืองต่อสู้ล้มล้างอำนาจของ แบล็คเบียร์ด

Peter Pan เป็นหนึ่งในนิทานก่อนนอนที่แต่งเพื่อปลอบประโลมเด็กๆในช่วงสงครามโลกเช่นเดียวกับ The Chronicles of Narnia แต่ Pan จะเน้นไปที่เด็กกำพร้า หนังจึงให้นํ้าหนักไปที่ความรักของ ปีเตอร์ กับ แม่ซึ่งไม่เคยพบหน้ามากหน่อย ทว่าก็ไม่ได้บีบคั้นอารมณ์มากนัก หนังมีจุดอ่อนที่จังหวะการเล่าเรื่องไม่ลงตัว ช่วงแรกค่อนข้างยืด ผิดกับช่วงท้ายที่เร็วเกินไป ขณะที่มุขตลกส่วนใหญ่ก็ติดๆขัดๆ

จุดเด่นของ ปีเตอร์ แพน เวอร์ชั่นล่าสุดอยู่ที่งานภาพสวยงาม เนื้อหาเปี่ยมจินตนาการ ส่วนตัวชอบพาร์ทความเป็นแฟนตาซี โจไรท์ สร้างโลกขึ้นมาใหม่ เนเวอร์แลนด์ ของเขาดูมีสีสันฉุดฉาดจัดจ้าน แต่ก็ไม่ทิ้งของเดิม ยังมีกลิ่นอายเวอร์ชั่นเก่าๆทั้ง โจรสลัด เรือบิน นางฟ้า จระเข้ นางเงือก บางช่วงทำให้นึกถึงหนังอย่าง Pirate of the caribbean ที่สำคัญคือมีการไขความกระจ่างในเรื่องความหมายของคำว่า แพน

ฮิวจ์ แจ็คแมน แสดงได้ดีในบท แบล็คเบียร์ด เขาทำได้ยอดเยี่ยมที่สุดในภาพยนตร์ที่นักแสดงคนอื่นไม่ค่อยฉายแวว โปรยสเน่ห์ หรือปล่อยพลังทางการแสดงเท่าไหร่ เลวี่ มิลเลอร์ ไม่ถึงกับแจ้งเกิดกับการรับบท ปีเตอร์ เขาเป็นเพียงเด็กชายจอมซนที่ดูฉลาดในความทรงจำของผู้ชม เช่นเดียวกับ แกร์เร็ต เฮดลันด์ ที่แสดงเป็น ฮุค และ รูนีย์ มารา กับบท ไทเกอร์ ลิลลี่ หนังพยายามเพิ่มพาร์ทโรแมนติกโดยจับคู่ตัวละครสองตัวนี้ แต่ผลที่ออกมาล้มเหลว ทั้งความสัมพันธ์ฉาบฉวย และ เคมีที่ไม่เข้ากัน

น่าเสียดายที่องค์รวม Pan ดูเป็นดินแดนของเด็กๆมากไป จึงไม่ได้ดีไปกว่า Hook ของ สตีเวน สปีลเบิร์ก หรือ Peter Pan ฉบับปี 2003 แต่ก็ยังมีสิ่งที่น่าสนใจที่หลายคนอยากรู้คือปมความสัมพันธ์ของ ปีเตอร์ กับ ฮุค ในภาคต่อไป(ถ้ามี) ซึ่งหนังเปรยมาตั้งแต่ต้นว่า บางครั้งเพื่อนก็เริ่มจากการเป็นศัตรู และ ศัตรูก็เริ่มจากการเป็นเพื่อน

คะแนน 6.5/10

โดย นกไซเบอร์

ตัวอย่างหนัง //movie.bugaboo.tv/watch/155228/?link=4




 

Create Date : 08 ตุลาคม 2558    
Last Update : 8 ตุลาคม 2558 18:42:52 น.
Counter : 702 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  

BlogGang Popular Award#13


 
mninho
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 16 คน [?]




นกไซเบอร์ วิจารณ์หนัง
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add mninho's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.