วันนี้ ทุกจอคอมพิวเตอร์ ในบ้านคุณ

รีวิวหนัง : Sway ความสัมพันธ์ผลัดถิ่น


คุณเคยใช้ชีวิตในต่างแดนไหม ความรู้สึกตื่นตา ตื่นใจ ตื่นเต้น จะคงอยู่กับเราแค่ช่วงแรกๆ ต่อให้เมืองนั้นยิ่งใหญ่มีชื่อเสียงมากเท่าไหร่ เมื่อเวลาผ่านไปสักพักมันก็จะเป็นเพียงเมืองธรรมดาอันน่าเบื่อหน่าย ตอนนั้นเองที่คุณอาจจะคิดถึงบ้านเกิด หรือฝันถึงดินแดนแห่งใหม่ ตัวละครหนุ่มสาวในหนังเรื่อง Sway ของผู้กำกับ รุจ ตั้งจิตปิยะนนท์ กำลังเผชิญกับสิ่งเหล่านั้น

ตัวหนังถ่ายทอดความสัมพันธ์อันเปราะบางของ 3 คู่รักใน3เมืองคือ LA Paris และ Bangkok แบบตัดสลับไปมา ที่นครลอสแองเจลิส อแมนดา เมเนอร์ สาวเชื้อสายอเมริกันกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวพ่อหม้ายชาวญี่ปุ่น อีริค และ เกรซ เธอ กับ เกรซ มีปัญหาเข้ากันไม่ค่อยได้จน เกรซ ยังรู้สึกเสียใจกับการจากไปของแม่ด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่ญี่ปุ่น อแมนดา เอาใจสามีกับลูกบุญธรรมทุกอย่าง แต่ภาษากับวัฒนธรรมที่ต่างกันก็เป็นอุปสรรค

ณ.กรุงปารีส เย็นวันประกาศผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯที่ โอบาม่า ชนะเป็นครั้งที่2 อาเธอร์ ล่ามหนุ่มที่ฝันอยากเป็นนักเขียนติดเหง็กอยู่ที่สนามบิน ก่อนที่เขาจะตัดสินใจกลับไปใช้ชีวิตกับ วิเวียน แฟนสาวอดีตดาราที่หันหลังให้วงการมาเป็นนักข่าวในเมืองหลวงของฝรั่งเศส ขณะเดียวกันพ่อกับแม่ของเขาก็เกิดทะเลาะกันใหญ่จนแม่หนีมาหาเข้าถึงที่ปารีส

ในกรุงเทพฯ จูน สาวมนุษย์เงินเดือนที่คาดหวังว่าจะได้ไปเที่ยวเมืองนอกพบรักกับ ปาล์ม หนุ่มไทยนักเรียนนอกจากสหรัฐฯที่ให้ความหวังมากมายในชีวิตเธอ แต่ธุรกิจของปาล์มล้มเหลวงในช่วงที่ประเทศไทยเกิดการเปลี่ยนแปลง ท่ามกลางความวุ่นวาย จูน พบว่าเธอตั้งท้องในช่วงที่เธอกับเขากำลังจะย้ายไปอยู่อเมริกา

หนังเล่าถึงเรื่องราวของคู่รักที่อยู่ต่างเมืองคนละมุมโลก ส่วนหนึ่งในพวกเขาเป็นคนผลัดถิ่นที่มีเหตุผลบางอย่างในการเลือกมาใช้ชีวิตในต่างแดน ทว่าต่อให้ภายนอกจะดูสวยหรู แต่ภายในชีวิตพวกเขากลับเต็มไปด้วยปัญหาและความทุกข์ไม่น้อยไปกว่าคนอื่น จุดนี้ทำให้เรามองคนที่มีโอกาสไปใช้ชีวิตในเมืองมองในมุมมองใหม่ๆว่าพวกเขาก็ไม่ได้สุขสบายไปซะทุกคน หนำซํ้าบางคนยังใช้ชีวิตกันด้วยความยากลำบาก เหตุการณ์ของเมือง3เมืองดำเนินไปโดยไม่เกี่ยวข้องกันเลย มีเพียงบทสนทนาบางประโยคของตัวละครที่พูดถึงเมืองของตอนอื่น

นอกจากนี้หนังยังมีการอ้างอิงประเด็นการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ภาษา ผ่านการเสนอข่าวสารบนจอทีวี ที่สื่อว่าเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นบนโลกล้วนยึดโยง วนเวียนซํ้าไปมาเป็นวัฏจักร ไม่ว่าจะเป็น การเลือกตั้ง วิกฤตเศรษฐกิจ การประท้วง ไปจนถึง การปฏิวัติ สำหรับการถ่ายภาพของหนัง ผู้กำกับใช้เทคนิคโคลสอัพเพื่อจับอารมณ์บนสีหน้านักแสดงในมุมแคบๆ สลับกับถ่ายทอดความงดงามแบบหม่นๆของ2เมืองหลวงกับ1เมืองใหญ่ และฉากเซ็กส์มัวๆฟุ้งๆราวภาพฝันบนเตียงนอน

การแสดง แมตต์ วู กับบทอาเธอร์ ดูจะเป็นคนที่โดดเด่นที่สุดในหนัง เช่นเดียวกับ ลู่ หวง ที่แสดงเป็นแฟนของเขา เธอมีเสน่ห์พอตัว เคมีของทั้งคู่ก็ดูเข้ากันดี อนันดา ในบท ปาล์ม คาแร็กเตอร์ไม่หนีไปจากตัวเขาเท่าไหร่ จึงดูธรรมดาเกินไปหน่อย ผิดกับ ศจี อภิวงศ์ ที่เล่นเป็น จูน เธอถ่ายทอดความรู้สึกผ่านภาษากายออกมาได้ดีมาก คัสซึฮิโกะ นิชิมูระ กับบท อีริค บุคคลิกค่อนข้างแข็ง เมื่อเทียบกับ คริส วูด เบล ที่แสดงเป็นภรรยาของเขา เธอเป็นตัวละครที่อ่อนไหวกว่าใครในเรื่อง

Sway เป็นหนังที่มีความอาร์ทนิดๆ เดินเรื่องแบบเอื่อยๆ เงียบๆ แฝงแนวคิดในการใช้ชีวิตที่ลึกซึ้ง อารมณ์เดียวกับ ภวังค์รัก ใครไม่ชอบทางนี้อาจมีวูบหลับ แม้เข้าถึงไม่ง่าย แต่ก็ดูเข้าใจได้ไม่ยาก(งงไหม) เมื่อเทียบกับหนังยอดเยี่ยมรางวัลสุพรรณหงส์ มันเป็นภาพยนตร์ร่วมสมัยที่สะท้อนแง่มุมของผู้คนในรุ่นหนึ่ง ที่ก็ไม่ได้แตกต่างไปจากผู้คนในรุ่นก่อนหน้า หรือ รุ่นหลัง สักเพียงใด

คะแนน 7/10

โดย นกไซเบอร์

ตัวอย่างหนัง //movie.bugaboo.tv/watch/221933/?link=4




 

Create Date : 15 ธันวาคม 2558    
Last Update : 15 ธันวาคม 2558 18:01:17 น.
Counter : 522 Pageviews.  

รีวิวหนัง : Point Break เส้นทางที่เราเลือก


Point Break 2015 เป็นภาพยนตร์แอ็คชั่นทริลเลอร์ที่รีเมคมาจากหนังชื่อเดียวกันเมื่อปี 1991 ซึ่งแจ้งเกิดให้กับ เคอานู รีฟส์ ในบท จอห์นนี่ ยูทาห์ ตำรวจหนุ่มที่แฝงตัวเข้าไปในแก๊งคนร้าย ซึ่งเขาแสดงร่วมกับ แพทริก สเวซี ที่เล่นเป็น โบห์ดี้ หัวหน้าแก๊ง เวอร์ชั่นเก่า รีฟส์ หัวดำ สเวซี หัวทอง มาเวอร์ชั่นนี้กลับกัน ลุค เบรซี่ ผู้รับบท จอห์นนี่ ยูทาห์ หัวทอง และ เอ็ดการ์ รามิเรซ ที่แสดงเป็น โบห์ดี้ หัวดำ

ตำแหน่งผู้กำกับเป็น อีริคสัน คอร์ ผู้กำกับภาพจากหนัง Invincible และ The Fast and the Furious ที่ทุ่มทุนไปกับโปรเจคนี้มหาศาลทั้งการถ่ายทำในสถานที่จริงแทนที่จะใช้เทคนิคภาพพิเศษ โดยทีมงานต้องเดินทางไปถ่ายทำในกว่า10ประเทศทั่วโลก แถมยังมีฉากบ้าระหํ่าสุดอันตรายมากมาย กองถ่ายมีอุบัติเหตุบาดเจ็บกันบ้างเล็กน้อย เคราะห์ดีที่ไม่มีใครพลาดท่าจนถึงขั้นเสียชีวิต

ตัวหนังเกี่ยวกับ จอห์นนี ยูทาห์ เจ้าหน้าที่ FBI ฝึกหัดซึ่งเคยเป็นนักมอเตอร์ไซด์วิบากมาก่อน เขาหันหลังให้สิ่งที่ตัวเองชอบเพราะฝังใจกับอุบัติเหตุที่ทำให้เพื่อนสนิทต้องจากไป จอห์นนี ได้รับโอกาสให้แฝงตัวเข้าไปในกลุ่มนักเล่นกีฬาเอ็กซ์ตรีมที่ถูกสงสัยว่าเป็นแก๊งค์อาชญากรซึ่งทำการปล้นแบบอุกอาจในหลายประเทศ

โบห์ดี้ หัวหน้าแก๊งค์รู้สึกถูกชะตาจึงชักชวน จอห์นนี เข้ากลุ่ม พวกเขาเชื่อในแนวคิดการพิชิตภารกิจ8ข้อของ โอซากิ ที่เกี่ยวข้องกับการเคารพนับถือธรรมชาติ โดยแต่ละข้อล้วนเป็นการกระทำที่ค่อนข้างบ้าบิ่น ยากเกินกว่าขีดจำกัดของมุนษย์ธรรมดา ซํ้ามันยังพาผู้ปฏิบัติให้เข้าไปใกล้กับความตายมากๆ ต่อมา โบห์ดี้ กับพวกยอมให้ จอห์นนี เข้าร่วมในการปล้นครั้งใหม่ จอห์นนี ที่เริ่มมีความใกล้ชิดกับคนร้ายจะเลือกเส้นทางไหนระหว่าง มิตรภาพ กับ ความถูกต้อง

แน่นอนว่าหนังเรื่องนี้ไม่สามารถเลี่ยงการถูกเอาไปเปรียบเทียบกับต้นฉบับได้ ซึ่งก็ดูด้อยกว่าในหลายส่วน ทั้งบทภาพยนตร์ที่ไม่หนักแน่น เดินเรื่องแบบสูตรสำเร็จ เดาทางได้หมด คล้ายกับเป็นการผสมผสานของ xXx กับ Fast and the Furious (ตรวจแฝงตัวมาสืบคดี ซีนล้อมวงจับมือก่อนกินข้าว) หนังเน้นขายฉากเสี่ยงตายกับโลเคชั่นสวยๆในหลายเมืองทั่วโลก ซึ่งก็ยอมรับว่าน่าตืนตาตื่นใจในระดับหนึ่ง ทว่าหนังควรจะให้ความสำคัญกับพาร์คคดีอาชญากรรมหรือดราม่าความสัมพันธ์ของตัวละครมากกว่า

ตัวละครน่าเสียดายที่เกือบทุกคนแบนราบ ไร้มิติ ลุค เบรซี่ มีดีที่หุ่น ขณะที่รอยสักบางคนมองว่าสวดีย บางคนมองว่าดูปลอมๆ แต่โดยรวมเขายังขาดเสน่ห์ที่จะครองใจคนดูส่วนใหญ่ ด้าน เอ็ดการ์ รามิเรซ แสดงได้เด่นกว่า บุคลิกแบดบอยของเขาเท่ห์ น่าหลงใหลพอที่จะทำให้ผู้ชมแอบลุ้นเอาใจช่วย ข้ามมาฝั่งผู้หญิง เทเรซา พาล์มเมอร์ ในบท แซมซาร่า สาวคนเดียวในกลุ่ม คาแร็กเตอร์เธอน่าสนใจมาก ติดตรงบทไม่ค่อยส่งเท่าไหร่ ยืนยันอีกครั้งว่าเธอเหมือนฝาแฝด คริสเท่น สจ๊วร์ต จริงๆ

ใน Point Break โอซากิ 8 ที่ฟังคล้ายๆ มรรค 8 ของศาสนาพุทธ กับแนวคิดธรรมชาตินิยม ตอบแทนสังคม ปล้นคนรวยมาช่วยคนจน ดูเป็นนามธรรมเกินไปหน่อย มันสุดโต่งชนิดไม่มีทางสายกลางเลย โดยเฉพาะการเข้าสู่นิพพานด้วยการปฏิบัติให้ครบ8ข้อ ส่วนตัวชอบแค่คำพูดของ โบห์ดี้ ที่ใช้ปลอบ จอห์นนี่ ประเด็นรู้สึกผิดที่มีส่วนทำให้เพื่อนตายว่า เราทุกคนต่างเลือกเส้นทางของตัวเอง

คะแนน 6.5/10

โดย นกไซเบอร์

ตัวอย่างหนัง //movie.bugaboo.tv/watch/209035/?link=4




 

Create Date : 14 ธันวาคม 2558    
Last Update : 14 ธันวาคม 2558 17:29:25 น.
Counter : 818 Pageviews.  

รีวิวหนัง : รุ่นพี่ สืบจากวัญญาณ


ภาพยนตร์เรื่อง รุ่นพี่ ถือเป็นโปรเจกต์ที่มีความน่าสนใจหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการกลับมาทำหนังอีกครั้งของ วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง ผู้กำกับมากฝีมือที่เข็ดหลาบกับ อินทรีแดง จนหลายคนคิดว่าเขาจะไม่กลับมาทำหนังแล้ว รวมถึงการทำหนังในแนวทางใหม่ๆของค่าย M39 หลังวนเวียนอยู่กับภาพยนตร์แนวโรแมนติกคอเมอดี้หลายปี นอกจากนี้ยังมีนักแสดงนำหน้าใหม่ด้วยกันทั้งคู่ คือ พลอยชมพู กับ บอม พงศกร

เนื้อเรื่องเล่าถึง ม่อน สาวแปลกในโรงเรียนคอนแวนต์ที่เก็บซ่อนความลับที่เธอสามารถสื่อสารกับวิญญาณได้เอาไว้กับตัว มีเพียง แอนท์ นักเรียนสาวลูกคนรวยที่ถูกรังเกียจจากเพื่อนไม่ต่างกันพยายามเข้ามาหาเธอ ไม่นาน ม่อน กับ แอนท์ ก็กลายเป็นเพื่อนซี้ ระหว่างนั้นเอง ม่อน ก็ได้พบกับ รุ่นพี่ วิญญาณหนุ่มที่ขอร้องให้เธอช่วยสืบคดีความที่เกิดขึ้นเมื่อ50ปีที่แล้ว

ม่อน กับ รุ่นพี่ ช่วยกันหาข้อมูลจากทั้งคนเป็นและคนตายจนเข้าใกล้ความจริง ส่วนมิตรภาพของทั้งคู่ก็กำลังพัฒนาไปในทางที่ดี ขณะเดียวกัน แอนท์ กลับกำลังเผชิญปัญหาใหญ่ในชีวิตเมื่อไปมีความสัมพันธ์เกินเลยกับครูผู้ชายในโรงเรียน น่าสนใจว่า ม่อน จะรับมือกับเหตุการณ์ต่างๆที่ประดังประเดเข้ามาอย่างไร

รุ่นพี่ มีการถ่ายภาพที่สวยงาม โลเคชั่นเก๋ สมกับฝีมือ วิศิษฏ์ งานสร้างดี เต็มไปด้วยความเรโทร วินเทจ มีกลิ่นนอสตาเจีย(โหยหาอดีต) โดยรวมเป็นภาพยนตร์ไทยซึ่งดูอินเตอร์มาก ทว่าปัญหาอยู่ที่บทหนังที่จับหลายประเด็นเกินไปหน่อย ทั้ง สืบสวน ดราม่า รักโรแมนติก สยองขวัญ จึงไปไม่สุดสักทาง สำหรับประเด็นแฝงเรื่องการเมืองกับสังคมในฉาก คนเดินคุยกับผีผ่านสถานที่สำคัญทางการเมือง หรือ ความสัมพันธ์ไม่เหมาะสมของครูกับนักเรียน ไม่ได้ถูกขับเน้นให้ชัดเจนเท่าไหร่ ซีจีไม่ถึงกับสมจริง แต่ก็ยอดเยี่ยมตามมาตรฐานสากล แถมยังมีการสร้างสรรค์ผลงานแปลกใหม่เช่น ผีป็อปคอร์น เป็นต้น

ส่วนตัวชอบการอธิบายโลกของวิญญาณ เรื่องเดินทะลุกำแพงหรือหยิบสิ่งต่างๆของผี กระนั้น ทฤษฎีดังกล่าวก็ไม่ได้แข็งแรงเท่าไหร่ เพราะต่อมามีหลายฉากที่มองเห็นช่องโหว่ และเกิดคำถามในหัวคนดูถึงสิ่งที่ทำได้ หรือทำไม่ได้ของผี พาร์ทที่เด่นที่สุดของหนังเป็นฟิคชั่น(เรื่องแต่ง)หักมุม ซึ่งค่อยๆคลี่ปมคดีฆาตกรรมที่ยึดโยงจากอดีตสู่ปัจจุบันชนิดยากจะคาดเดา

การแสดง พลอยชมพู พลังยังน้อยไปหน่อย แบบหนังทั้งเรื่องไว้ไม่ไหว ซํ้าบางคนอาจรำคาญการพูดไม่ชัดของเธอ ส่วน บอม ในผีหนุ่มมาดเดียวกับโคนันมาเลย บุคลิกค่อนข้างแข็งเกินไป เคมีของทั้งสองเข้ากันในแบบพี่ชายน้องสาวมากกว่าจะเป็นคู่รักกันได้ ด้าน เก๋ไก๋ ณัฐธิชา ในบท แอนท์ ออกไม่เยอะแต่ก็เล่นได้น่าประทับใจ โดยเฉพาะซีนอารมณ์ ขอติงแค่ฉาก MV ของเธอกับพลอยชมพู เห่ย เชย และผิดที่ผิดทางชะมัด

ต้องชื่นชมความกล้าของค่ายหนังกับผู้กำกับที่ผลิต รุ่นพี่ ออกมาเป็นทางเลือกในยุคที่คนไทยเสพแต่หนังไทยในรูปแบบเดิมๆ วิศิษฎ์ ยอมเบนมาสายป็อปมากขึ้น M39เองก็หลุดจากกรอบเก่าๆ ผสมกันเป็นแนวโพสต์โมเดิร์น แม้องค์รวมของมันเหมาะที่จะสร้างเป็นซีรี่ย์ยาวหลายตอนฉายทางทีวีมากกว่า

คะแนน 7/10

โดย นกไซเบอร์

ตัวอย่างหนัง //movie.bugaboo.tv/watch/217818/?link=4




 

Create Date : 14 ธันวาคม 2558    
Last Update : 14 ธันวาคม 2558 13:55:29 น.
Counter : 320 Pageviews.  

รีวิวหนัง : Kill Your Friends ผู้คนในโลกดนตรี


ราวปีคริสต์ศักราช 1990 ถือเป็นยุคเฟื่องฟูของวงการเพลงอังกฤษ กับกระแสเพลงแนวบริตป็อป และ บริตร็อค ที่โด่งดังไปถึงสหรัฐฯ นำโดย Oasis, Blur, Radiohead, The Prodigy และ The Chemical Brothers เทป ซีดี แผ่นเสียง ขายดีเป็นเทนํ้าเทท่า นั้นเองทำให้ธุรกิจเกี่ยวกับดนตรีเติบโตรวมถึงมีการแข่งขันสูง ไม่แกร่งพออยู่ไม่ได้ แน่ละว่ามันเป็นเหมือนทุกๆวงการที่ คนในอยากออก คนนอกอยากเข้า

จอห์น นิเวน ผู้ที่เคยคลุกคลีอยู่กับวงการเพลงเมืองผู้ดียุคนั้นได้ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านประสบการณ์ส่วนตัว10ปีมาเป็น Kill Your Friends นิยายสุดอื้อฉาว ชำแหละอุตสาหกรรมเพลง เตือนสติคนที่อยากดังชั่วข้ามคืน จนล่าสุดถูกนำมาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ ซึ่ง จอห์น เข้ามาเป็นคนเขียนบทหนังด้วย โดยมี โอเว่น แฮร์ริส นั่งแท่นเป็นผู้กำกับ และได้ นิโคลัส โฮลท์ รับบทนำ

หนังเล่าถึง สตีเว่น สเตลฟ็อกซ์ พนักงานฝ่ายคัดสรรศิลปินของค่ายเพลงแห่งหนึ่งที่มีความทะเยอทะยานในอาชีพจนยอมทำทุกอย่างให้ได้มาซึ่งตำแหน่ง ชื่อเสียง และเงินทอง โดยหลังเกิดปัญหาในค่าย หัวหน้าของเขาถูกไล่ออกไป สตีเว่น คาดหวังว่าจะได้ขึ้นแทนแต่กลับได้ข่าวมาว่า ซีอีโอจะเลือก วอเตอร์ เพื่อนจอมขี้เกียจของเขา คืนปาร์ตี้เขาจึงตัดสินใจจัดการขั้นเด็ดขาดกับคนที่มาขวางทาง

ต่อมา สตีเว่น ได้ขึ้นเป็นรักษาการณ์หัวหน้าฝ่ายคัดสรร แต่ก็มีตำรวจสงสัยในตัวเขาเกี่ยวกับคดีฆาตกรรม ด้วยความอยากรีบทำผลงานเขาตัดสินใจซื้อเพลงจากงานเทศกาลมา แรกทีเดียวเพลงนี้เป็นความหวังของบริษัท ทว่าต่อมาเพลงกลับไม่ฮิตตามที่ สตีเว่น หวัง เจ้าของบริษัทเลือกดึงตัว พาร์คเกอร์ ฮอลล์ นักปั้นศิลปินมือทองมาเป็นหัวหน้าทีมคัดสรรศิลปินคนใหม่แทนเขา กราฟชีวิตของ สตีเว่น จึงดิ่งลงเหวในทันที

บทภาพยนตร์สะท้อนและเสียดสีด้านมืดของวงการเพลงออกมาได้เจ็บแสบ พาคนดูไปรู้จักกับธุรกิจดนตรีที่แสนสกปรก เต็มไปด้วย เหล้า ยา เซ็กส์ รวมถึงพฤติกรรมน่ารักเกียจของผู้คนในเรื่องทั้ง หยาบคาย โกหกตอแหล ทรยศหักหลัง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ได้มีเฉพาะในหนัง บางอย่างมันคือสิ่งที่เราพบเจอได้ทั่วไปในโลกการทำงานของระบบทุนนิยม ใครอ่อนแอกว่าก็ถูกทำลาย 

ตัวหนังมีความเป็นตลกร้ายที่นอกจากจะไม่เชิดชูคนดีแล้ว ยังออกแนวยกย่องคนเลวกลายๆ ไม่นับเรื่องความถูกผิดหรือศีลธรรม ลืมเรื่องการไล่ตามความฝันไปได้ ตัวละครนำเป็นพวกฉลาดแกมโกง เห็นแก่ตัว หลงตัวเอง และมีความคิดที่น่ากลัวเอามากๆ เขาไม่ได้รักในอาชีพ เสียงเพลง ดนตรี ในหัว สตีเว่น มีแต่การไขว่คว้า ความสำเร็จ ความรํ่ารวย ความนับถือ จอมปลอมมาด้วยทุกวิถีทาง สิ่งที่น่าสนใจคือการเอาตัวรอดของเขาจากช่วงเวลาวิกฤติที่สุด ด้านเพลงประกอบแน่นนอนว่าต้องเป็นเพลงดังจากปี90 โดยรวมเป็นการเฉลี่ยกันวงละเพลง จุดนี้น่าจะถูกใจคอเพลงบริตป็อปพอสมควร

คาแร็ตเตอร์ตัวละครหลายตัวถูกจงใจทำให้คล้ายศิลปินดังเพื่อยั่วล้อ นิโคลัส โฮลท์ กับบท สตีเว่น ถือว่าแสดงได้ตามมาตรฐาน ทำให้คนดูเกลียดขี้หน้าได้ แม้จะยังร้ายไม่ถึงขั้นสุดก็ตาม คนที่โดดเด่นคือ จอร์เจีย คิง ซึ่งเล่นเป็นเลขาของ สตีเว่น เธอเป็นตัวละครหญิงไม่กี่คนในเรื่องที่ต้องอยู่ท่ามกลางฝูงหมาป่ากระหายเลือด การตัดสินใจต่อสู้ดิ้นรนเพื่อให้ทัดเทียมเพศชายของเธอนั้นมองได้ทั้งกล้าหาญและโง่เขลาในเวลาเดียวกัน ขณะที่ เคร็ก โรเบิร์ต ที่แสดงเป็น ดาร์เรนน์ ลูกน้องของสตีเว่น ช่วงต้นดูเป็นตัวละครละไก่อ่อน ดูไม่มีอะไร แต่ต่อมาเขามีพัฒนาการ เรียนรู้ว่าควรจะอยู่ในธุรกิจที่มีการฟาดฟันอย่างดุเดือดอย่างไร ท้ายที่สุดเขาเจริญรอยตามหัวหน้าชนิดหายใจรดต้นคอ ประมาณว่าพลาดมาโดนซํ้าแน่ๆ อีกสองคนที่รับเชิญแต่ก็โดดเด่นขโมยซีนเป็น เอ็ด สไครน์ กับพาร์ทตัวโจ๊กเห่ยๆ ถ้าไม่โดนจับแต่งลุคฮิปฮ็อปบางคนอาจแยกเขากับ นิโคลัส โฮลท์ ไม่ออก ส่วน เอลล่า สมิธ นี่สร้างสีสันได้ระดับน้องๆ เมลิสซ่า แม็คคาร์ธี่ เลย

Kill Your Friends พาเราไปรู้จักกับเบื้องหลังโลกดนตรีอย่างละเอียดทีเดียว กระบวนการบางอย่างอาจเปลี่ยนแปลงไป ไม่มีอีกแล้วในยุคที่ผู้คนหันมาดาวน์โหลดเพลงฟังทางออนไลน์ แต่สิ่งที่ยังคงอยู่ทุกยุคทุกสมัยก็คือ หนุ่มสาวผู้รักดนตรี ชายหญิงผู้รักเสียงเพลง ที่ยอมทำทุกทางเพื่อให้ตัวเองเขาไปยืนอยู่ในวงการให้ได้ โดยหารู้ไม่ว่ามันอาจไม่ได้สวยงามแบบที่เห็น

คะแนน 7/10

โดย นกไซเบอร์

ตัวอย่างหนัง //movie.bugaboo.tv/watch/225225/?link=4




 

Create Date : 14 ธันวาคม 2558    
Last Update : 14 ธันวาคม 2558 11:49:48 น.
Counter : 319 Pageviews.  

รีวิวหนัง : In the Heart of the Sea พลังงานใต้ท้องทะเล



เมื่อไม่นานมานี้ญี่ปุ่นยังยืนยันที่จะสานต่อประเพณีการล่าวาฬในคาบสมุทรแอนตาร์กติก โดยอ้างว่าเป็นการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งก็ถูกประณามจากทั่วโลกทันที เพราะอย่างที่รู้ๆกันว่าชาวอาทิตย์อุทัยมีความนิยมในการกินเนื้อวาฬเป็นอย่างสูง แม้ว่าราคาจะแพงมากก็ตาม แต่ก่อนที่วาฬจะกลายเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ในทุกวันนี้ ในยุคปี1800มีการล่าวาฬกันแบบเอิกเกริกในหลายทวีป เนื่องจากไขมันของวาฬคือแหล่งพลังงานชั้นดีที่มีมูลค่า มันสามารถนำมาต้มเป็นนํ้ามันใช้ในครัวเรือนและอุตสาหกรรม ก่อนที่มนุษย์จะค้นพบนํ้ามันใต้พื้นดินในเวลาต่อมา

ฤดูหนาวปี 1820 เรือเอสเซกส์ (Essex) เรือล่าปลาวาฬจากนิวอิงแลนด์สหรัฐฯถูกโจมตีโดปลาวาฬขนาดใหญ่โตมโหฬารที่สุดที่มนุษย์เคยพบเห็น ต่อมา นาธาเนียล ฟิลบริค นักเขียนและนักประวัติศาสตร์ชาวแนนทักเก็ต ได้เขียน In the Heart of the Sea: The Tragedy of the Whaleship Essex ขึ้นจากการพูดคุยกับลูกเรือที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์นั้น ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้กับวรรณกรรมอมตะเรื่อง Moby Dick ของ เฮอร์แมน เมลวิลล์ นักเขียนชาวอเมริกันชื่อดัง สำหรับฉบับภาพยนตร์ได้ รอน เฮาเวิร์ด เจ้าของผลงาน Rush มาเป็นผู้กำกับ โดยเขาได้กลับมาร่วมงานกับ คริส เฮมส์เวิร์ธ อีกครั้ง

ตัวหนังเล่าย้อนไปถึงปี 1850 เฮอร์แมน เมลวิลล์ (เบน วิชอว์) นักเขียนหนุ่มไฟแรงเดินทางข้ามรัฐมาที่เกาะแนนทัคเก็ต เพื่อขอสัมภาษณ์ ทอม นิคเคอร์สัน (เบร็นแดน กลีสัน) ชายชราขี้เมาเจ้าของโรงแรมเก่าๆถึงเรื่องราวเมื่อ30ปีก่อนมาใช้เป้นข้อมูลในการเขียนนิยาย ทอม คือหนึ่งในผู้รอดชีวิตจากเรือเอสเซกส์ และตอนนี้เป็นคนเดียวที่ยังมีชีวิตอยู่

ทอม เล่าว่าสมัยปี 1820 เขายังเป็นกะลาสีหนุ่ม(ทอม ฮอลแลนด์) ไก่อ่อนแถมยังอายุน้อยสุดบนเรือเอสเซกส์ที่มี โอเว่น เชส (คริส เฮมส์เวิร์ธ) คนเรือผู้ชำนาญเป็นต้นหน โอเว่น ไม่ถูกกับ จอร์จ พอลลาร์ด (เบ็นจามิน วอล์คเกอร์) กัปตันมือใหม่จากตระกูลเศรษฐี นอกจากข้อที่ จอร์จ เป็นเด็กเส้น จอร์จ ยังเป็นผู้ดับความหวังในการก้าวเป็นกัปตันของ โอเว่น ท่ามกลางอากาศเลวร้ายในมหาสมุทร พวกเขากระทบกระทั่งกันเป็นระยะ จนเมื่อได้ข้อมูลจากกัปตันสเปนเรือแตกถึงจุดชุมนุมวาฬที่ใหญ่ที่สุด ทั้งสองก็เห็นพ้องที่จะมุ่งไปแม้ว่ามันจะไกลสุดของโลก โดยหารู้ไม่ว่าที่ใต้ทะเลลึก สิ่งมีชีวิตที่ใหญ่ที่สุดในโลกกำลังรอพวกเขาอยู่

In the Heart of the Sea มีบทภาพยนตร์ที่ค่อนข้างกลมกล่อม ส่งให้เป็นหนังผจญภัยในทะเลที่น่าตื่นตะลึง ชวนติดตาม แถมยังแฝงประเด็นอะไรหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นปรัชญาชีวิต การโต้แย้งถกเถียงระหว่าง มนุษย์นิยม กับ ธรรมชาตินิยม รวมถึงความต่างของชนชั้นทางสังคมที่มีมาเนิ่นนาน การตัดสลับระหว่างปี 1820 และ 1850 ก็ค่อนข้างลื่นไหล ฉากการเอาตัวรอดในท้องทะเลนานกว่า3เดือนสมจริงจนน่าขนลุก สร้างความสะเทือนใจให้ผู้ชมได้ดี

ด้านเทคนิคภาพสวยงาม ถ่ายทอดความน่ากลัวของทะเลออกมาได้ยอดเยี่ยม ไม่เสียแรงที่ยกกองถ่ายออกไปในทะเลจริงๆ ส่วนไฮไลต์ วาฬยักษ์ มหึมาน่าเกรงขามมาก นับเป็นการจินตนาการชั้นเลิศของ รอน เฮาเวิร์ด ซาวด์ประกอบสอดรับกับอารมณ์ของหนัง ส่งเสริมกันดีเช่นเดียวกับคอสตูมและโลเคชั่นซึ่งพาคนดูย้อนอดีตไป200กว่าปีที่แล้ว

การ ไอ้หนุ่ม ทอม ฮอลแลนด์ ในบท ทอม นิคเคอร์สัน แสดงได้โดดเด่นมาก เรื่องนี้พิสูจน์ว่าเขามีศักยภาพเพียงพอที่จะเล่นเป็น Spider Man คนใหม่ คริส เฮมส์เวิร์ธ ก็น่าสนใจไม่น้อยกับการแสดงเป็น โอเว่น เชส ถึงจะยังคงคาแร็กเตอร์หนุ่มร่างกำยำเหมือนเดิม แต่ในหนังมีหลายซีนอารมณ์ที่น่าจดจำ โดยเฉพาะการต่อบทกับ ซิลเลน เมอร์ฟี่ ที่เล่นเป็น แมทธิว จอย รองต้นหน ชนิดเข้าขากันสุดๆ อีกคนที่น่าพูดถึงเป็น เบน วิชอว์ แม้ตัวละคร เฮอร์แมน เมลวิลล์ จะอยู่แค่ในห้องแคบๆ ทว่าเขามีส่วนสำคัญทีเดียวในการเชื่อมโยงเรื่องราว

โดยรวม In the Heart of the Sea เป็นภาพยนตร์ที่มีหลายแนว ครบรส ดูสนุก พร้อมกับให้ความรู้และข้อคิดดีๆมากมาย หลายคนอาจชอบจนต้องไปหา Moby Dick มาอ่าน แน่นอนไม่ว่าฉบับหนังสือ นิยาย หรือ ภาพยนตร์ ย่อมมีการเติมแต่งเนื้อหาเพื่อเพิ่มอรรถรส แต่จะเชื่อหรือไม่นั้น อยู่ที่ตัวคุณเอง

คะแนน 8/10

โดย นกไซเบอร์

ตัวอย่างหนัง //movie.bugaboo.tv/watch/149250/?link=4




 

Create Date : 04 ธันวาคม 2558    
Last Update : 4 ธันวาคม 2558 19:27:01 น.
Counter : 786 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  

BlogGang Popular Award#13


 
mninho
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 16 คน [?]




นกไซเบอร์ วิจารณ์หนัง
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add mninho's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.