Group Blog
 
All Blogs
 

ครบรอบ 3 ปีที่ผ่อนคอนโด (เรื่องย่อพอสังเขป) และ เกร็ดความรู้เรื่อง refinance

สวัสดีค่ะ ไม่ได้ up blog มาเป็นปีๆแล้ว ตั้งแต่จัดการตกแต่งห้องเสร็จ

ขออนุญาตท้าวความซักเล็กน้อยนะคะ เกิดอะไรขึ้นในช่วงปีที่ไม่ได้ up blog

- คอนโดมีการเปลี่ยนนิติบุคคล จากบริษัทเดิมที่มาพร้อมกับคอนโด เป็นบริษัทใหม่ที่คณะกรรมการเปิดประมูลมาได้ สาเหตุคือ นิติบุคคลที่มากับคอนโด รักษาผลประโยชน์ของบริษัทคอนโด มากกว่าผลประโยชน์ลูกบ้าน

- พอเปลี่ยนชุดบริหารปุ๊บก็เกิดความติดขัด ห้องเราน้ำฝนรั่ว แต่รายชื่อที่เราเคยแจ้งซ่อมตั้งแต่ก่อนครบ 2 ปีตกหล่น บริษัทแม่ไม่ให้ความร่วมมือเหตุเพราะไปเปลี่ยนนิติเค้าออก ยืดเยื้อจนเราน้ำรั่วมาเกือบ 2 ปีแล้ว นิติช่วยไรไม่ได้ เรียกมาดูห้องตอนน้ำเข้า 2-3 รอบเมื่อปีก่อนแล้วไม่เกิดอะไรขึ้น

- ล่าสุดจ้างช่างมาซ่อมในห้องไปพลางๆ แต่สาเหตุหลักมาจากนอกตัวตึก ซึ่งติดปัญหาเรื่องประกันซึ่งทางบ.ผู้สร้างคอนโดปฏิเสธการเคลมเพราะเกิน 2 ปี ยืดเยื้อกันต่อไป (หวังว่าการซ่อมในห้องตัวเองจะช่วยกันน้ำรั่วได้)

- ปัญหาจุกจิกอื่นๆเช่นเพื่อนบ้านไม่ดี เราไม่เจอ(อาจเพราะไม่ได้อยู่ประจำด้วย) มีแต่เรื่องหงุดหงิดใจกับนิติบ.ใหม่ที่ประมูลเข้ามา (ไม่ถูกใจอัธยาศัยและการบริหารจัดการบางอย่าง ฝังใจตั้งแต่ตอนทำเรื่องซ่อมของเราตกหล่นด้วย) 

- ค่าส่วนกลางจ่อรอที่จะขึ้นเพราะที่เก็บอยู่ถูกมากๆกว่าท้องตลาดและนิติ+คณะกรรมการแจ้งว่าไม่เพียงพอจริงๆ อันนี้ก็เข้าใจถ้าจะขึ้น แต่อยากได้อะไรบางอย่างที่ดีขึ้น ตามเงินที่เก็บด้วย

เรื่องก็มีแค่นี้ค่ะ

ทีนี้ 3 ปีผ่านไป ดอกเบี้ยมันก็ลอยตัวแล้ว เราจึงวางแผน refinance ต่อ อยากทำกับแบงค์เดิม แต่ถามแล้วไม่มีโปรโมชั่นใดๆให้ลค.เก่า จึงต้องระเห็ดไปทำเรื่องกับแบงค์อื่น

วันนี้จึงมีเกร็ดความรู้มาฝากเพื่อนๆดังนี้นะคะ (สำหรับมือใหม่อย่างเรา มือเก่าคงรู้หมดแระ)

1. เมื่อครบกำหนดดอกถูก ควรไปถามแบงค์ก่อนว่ามีโปรโมชั่น refinance ไหม ลดดอกได้ไหม ถ้าไม่ได้จะได้ refinance ไปที่อื่น

2. เมื่อแบงค์ตอบว่าไม่มี ควรหาโปรโมชั่น refinance หลายๆๆๆแบงค์มาเทียบกันดู โดยสิ่งสำคัญมากคือ

2.1 สังเกตว่าหมดโปรดอกถูกแล้ว หลังจากนั้นคิดดอกยังไง MLR ลบเท่าไหร่ หรือเป็น M อย่างอื่นที่แพงกว่า MLR แล้วห้ามปิดภายในกี่ปี จะได้รู้ว่ามีเงินจะโปะให้หมดหนี้เร็วได้มั้ย

2.2 MLR ของแต่ละแบงค์ไม่เท่ากันนะคะ อย่าหลงไปกับโปรดอกถูก 3 ปีโดยไม่ดู MLR แบงค์เล็กๆ หรือแบงค์ของรัฐบางที MLR สูงกว่าแบงค์ใหญ่อีก สำหรับเรา ดู MLR ที่เท่ากับแบงค์เดิมที่กู้อยู่

2.3 สิ่งที่ขาดไม่ได้คือการคำนวณด้วย excel โดยทำของแบงค์เดิม เทียบกับแบงค์ใหม่ ของเราไม่ยากเพราะ MLR เท่ากัน และโปรแบงค์เดิมกับแบงค์ใหม่เรามีดังนี้

แบงค์เดิม เรทปัจจุบันที่ได้คือ MLR-0.75%

แบงค์ใหม่ ปีที่1 MLR-5.25% (เซ็นสัญญาภายใน 7 วัน) ปีที่2 MLR-2% ปีที่3 MLR-1% ปีที่ 4 เป็นต้นไป MLR-0.75% เท่าแบงค์เดิม

2.4 จะเห็นได้ว่าประหยัดขึ้นแน่ๆในช่วง 3 ปีแรก แต่ประหยัดเท่าไหร่ เมื่อทำ excel เทียบส่วนของดอกเบี้ยที่ประหยัดลงได้จากแบงค์เก่าแล้ว ยังต้องคิดด้วยว่าค่าใช้จ่ายในการ refinance ครั้งนี้คือเท่าไหร่ สำหรับเรา

- ค่าประเมินห้อง ไม่เสีย

-เสียค่าอากรแสตมป์ของแบงค์ใหม่ 800 กว่าบาท

-เสียค่าประกันอัคคีภัยกับแบงค์ใหม่ 7000 กว่าบาท (5 ปี) ซึ่งตรงนี้ต้องเสียอยู่แล้ว พอดีเราขาดทุนเพราะเพิ่งจ่ายให้บ.ประกันที่จับมือกับแบงค์เดิม ไปด้วย ต้องขอเวรคืนคงได้เงินคืนนิดนึงแต่ไม่ครบ

- เสียค่าจดจำนอง 1% ของยอดกู้

- เสียค่าอากรแสตมป์ให้ก้บกรมที่ดินอีกนิดหน่อยไม่รู้เท่าไหร่

เบ็ดเสร็จ เราต้องจ่ายเงินเพิ่มจุดนี้ประมาณ 30,000 กว่าบาท แต่เราจะประหยัดดอกจากการ refinance ครั้งนี้ประมาณ100,000 กว่าบาท เรายอมเสียค่ะ

2.5 ข้อนี้ระวังให้ดี การปิดยอดกับแบงค์เดิม จะดูแค่ยอดหนี้คงเหลือไม่ได้เพราะพอเราจะปิดปุ๊บ เค้าจะคิดดอกจนถึงวันที่เราไปไถ่ถอนที่กรมที่ดิน เช่น ยอดหนี้เหลือ 1,500,000 หากเราไปขอ refinance ยอดนี้จากแบงค์ใหม่ พอนัดไปกรมที่ดิน แบงค์เก่าจะบอกเราว่ายอดที่เราต้องจ่ายเค้าคือ 1,5xx,xxx โดยเศษ x ที่เกินมานั้น เป็นดอกเบี้ยนับจากการจ่ายครั้งก่อน ไปจนถึงวันที่นัดไปกรมที่ดินกัน ซึ่งเราพลาดตรงนี้ ทำให้ต้องควักกระเป๋าจ่ายเองส่วนหนึ่ง (หลักพัน) เพราะยอดกู้ที่ขอกู้จากแบงค์ใหม่ไม่ cover

คงจะมีเท่านี้ค่ะ ที่อยากจะแชร์ อยากจะบอกเพื่อนๆว่า อย่าเสียสิทธิ์นะคะ ครบช่วงเวลาดอกถูกเมื่อไหร่คุยกับแบงค์เดิมดูก่อนค่ะว่ามีส่วนลดอะไรมั้ย เพราะแบงค์ไม่มีวันจะเสนอเราเองค่ะ

 

 




 

Create Date : 26 พฤศจิกายน 2555    
Last Update : 26 พฤศจิกายน 2555 14:03:08 น.
Counter : 4304 Pageviews.  

ห้องนอนมาแล้ว

วันนี้เตียงและโต๊ะข้างเตียงมาส่งแล้ว

พอส่งของเสร็จก็ติด wall sticker เสียหน่อย เป็นอันว่าได้ห้องนอนโล่งๆมาอีก 1 ห้อง

สรุปว่าคอนโดเราก็พร้อมอยู่(แบบสมถะ)ได้ 85% แล้วล่ะ มีเตียงนอน มีโต๊ะทำงาน มีทีวี โซฟา ครัว(ซึ่งไม่เคยทดสอบการใช้งานอีกเลยหลังจากตรวจรับห้อง)

อีก 15% ที่ขาดอยู่ก็คือพวกเครื่องใช้ไฟฟ้าอีกนิดหน่อย เช่น ตู้เย็น เครื่องเล่นดีวีดี โคมไฟ ฯ และเฟอร์นิเจอร์อีกชิ้นนึงที่ลัีงเลว่าจะซื้อดีไหมก็คือ ตู้ลิ้นชักวางปลายเตียง (เพราะถึงจะได้ประโยชน์ใช้สอย แต่มันจะทำให้ห้องนอนยิ่งดูเล็ก) นอกจากนั้นก็มีแพลนติดสติ๊กเกอร์ฝ้าเพิ่มเติมนิดหน่อย

อีกหลายเดือนละมั้งกว่าจะทยอยซื้ออีก 15% ที่เหลือ ช่วงนี้ก็ยุ่งมากเหลือเกิน แทบไม่ได้แวะเข้าคอนโด จึงไม่เร่งทำอะไรมากมาย ทำไปก็ไม่ได้ไปอยู่เท่าไหร่ เอาเงินไปโปะคอนโดก่อนดีก่า









กลับไปที่ห้องอื่นบ้าง เริ่มจากมุมทานอาหาร ซื้อชั้นแขวนเพิ่มอีกอันนึง จะติดผนังเบาบนทีวี แต่ช่างทำท่าไม่แน่ใจ เลยเปลี่ยนมาเพิ่มตรงโต๊ะกินข้าวแทน เพราะ 2 อันที่ติดนั่นสูงเกินไปหน่อย



ดอกไม้ปลอมอันเล็กจิ๋ว ซื้อมาเพราะสีเข้ากะผนัง


กลับไปห้องทำงาน+แต่งตัวอีกที

หน้าต่าง


ประตู




 

Create Date : 17 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 17 กรกฎาคม 2553 22:07:56 น.
Counter : 1175 Pageviews.  

สติ๊กเกอร์ฝ้า ติดยากกว่าสติ๊กเกอร์แต่งห้องซะอีก -_-"

วันนี้ลาพักร้อน พักผ่อนสมองจากงานที่แสนจะเหนื่อยยยยย.. แต่ไม่ได้ไปเที่ยวไหนหรอกนะ แวะไปคอนโดจะไปติดสติ๊กเกอร์ฝ้าห้องนอนใหญ่เสียหน่อย ซื้อมาจากโฮมโปรเกือบเดือนแล้ว ได้ฤกษ์เสียที

จริงๆก็ชอบนะ หน้าต่างใหญ่ๆ มองเห็นวิวกว้า่งๆ ติดตรงที่ว่า ดันตัดสินใจติดม่านม้วนในห้องนอนทั้งสองห้อง โดยไม่คิดมาก่อนว่า จะมีรูโหว่ค่อนข้างกว้างระหว่างม่านแต่ละผืน

ไม่แน่ใจว่า ตึกอื่นๆจะมองเข้ามาเห็นขนาดไหน (อันที่จริงถ้าไม่ตาดีสุดๆก็คงไม่เห็น แต่ถ้าใช้กล้องซูมน่าจะเห็นในห้องได้บ้าง (แล้วใครจะมาซูมดูแกเนี่ย นอยไปรึเปล่า แอบถามตัวเอง แต่ยังไงซะมันก็ไม่สบายใจ เวลาจะแต่งตัวในห้องรู้สึกยังไงไม่รู้ถ้ามองออกไปเห็นตึกอื่นเต็มไปหมด เลยตัดสินใจติดดีกว่า เอาเฉพาะบริเวณที่เป็นช่องโหว่ ไม่ติดทั้งหมดบาน เพราะยังชอบดูวิวอยู่)

ช่องว่างระหว่างม่าน ประมาณนี้



ดูในรูปเหมือนจะไม่ใหญ่ แต่จริงๆช่องใหญ่มากโดยเฉพาะหน้าต่างมุม

เป็นคนที่ทำงานฝีมือได้แย่้สุดๆ ตัดสติ๊กเกอร์ก็เบี้ยวๆบูดๆ พอจะติดก็งงอีกว่าจริงๆมันต้องลอกออกมารึเปล่า ทำไมลอกไม่ออกเลย โทรไปถามเพื่อนถึงได้ get และพยายามทำไปได้แบบมั่วๆ ยากชะมัด ใช้เวลาเป็นชั่วโมงติดได้แค่ติ๊ดเดียว แถมฟองอากาศเพียบ นี่ขนาดไม่ได้ติดทั้งแผ่นนะ



เวลาผ่านไปเกือบบ่าย เลยเก็บไว้พยายามใหม่วันหลังดีกว่า..

โพสรูปห้องแถมอีกนิด ไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่จากกระทู้ที่แล้วมากนัก แค่มี prop เพิ่มขึ้นอย่างสองอย่าง (ใครรู้บ้างว่าอะไรแตกต่างไปจากกระทู้ที่แล้ว )



วิวเวลานั่งทานข้าว (ยังไม่เคยได้มานั่งทานที่นี่เล้ย)











 

Create Date : 19 มีนาคม 2553    
Last Update : 19 มีนาคม 2553 17:38:28 น.
Counter : 983 Pageviews.  

วันนี้ได้ชั้นหนังสือ และโต๊ะทานข้าว เพิ่มมาอีก :-)

ทยอยทำไปเรื่อยตามทุนทรัพย์ ซื้อไว้ตั้งแต่มกราคม กำหนดส่งของวันนี้

คราวนี้ไม่มีข้อผิดพลาดใดๆจากการส่งเฟอร์นิเจอร์ (ถ้าไม่นับเรื่องช่าง index มือดำมาหิ้วเก้าอี้หลบหลีกให้กับช่าง sb ทำให้เก้าอี้เป็นรอยและเช็ดไม่ออก ว่างๆต้องไปซื้อสเตย์คลีนมาเช็ด

ห้องไม่ค่อยสะอาด(เดินแล้วเท้าดำ) และระเบียงก็เขรอะสุดขีด ยังไม่ได้ฤกษ์ทำความสะอาด คิดว่าถ้าทำห้องครบหมดทุกห้องค่อยว่ากัน ก็ยังไม่ค่อยได้เ้ข้าอยู่นี่นา สกปรกนิดหน่อยยังไม่เป็นไร

ชั้นหนังสือเต็มความยาวผนัง ดูคล้าย build in กะเค้ามั่งมั้ยเนี่ย ทั้งเซ็ตนี้ของ Koncept 7 ชิ้นต่อกัน คงแบ่งโหลดหนังสือจากที่บ้านได้บ้าง


อีกมุม


มุมทานอาหาร ช๊อบ ชอบ (คงไม่ได้ทานอาหารหรือทำอาหารที่นี่บ่อยนัก แถมถึงอยู่ก็อยู่คนเดียว แต่อุึตส่าห์ออกแบบไว้ให้นั่งได้ตั้ง 3 ที่นั่ง โดยตัวนึงคือที่ใส่รองเท้ามีเบาะ)




รูปมุมกว้างรูปสุดท้าย ติดชั้นแขวนสูงไปนิด อาจจะติดแบบสั้นอีกอันนึงด้านล่างก็ได้ โดยรวมแล้วชอบนะ มุมทานอาหารเล็กๆนี้ เก้าอี้ก็เห็นแต่ในแคตตาล็อก ของจริงในร้านไม่มี ใช้ชี้เอาตามรูป โชคดีที่ของจริงถูกใจ


เหลือแต่ห้องนอนแระ ที่ยังไม่มีเตียงและโต๊ะข้างเตียงเลย อาจจะอีกซัก 4-6 เดือนก็ได้ ไม่รีบไม่ร้อน ค่อยๆทำไปเรื่อย อารมณ์ดี มีความสุข




 

Create Date : 06 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 6 กุมภาพันธ์ 2553 23:12:53 น.
Counter : 2894 Pageviews.  

ติดสติ๊กเกอร์

ซื้อ wall sticker ไว้นานมากแล้ว เพิ่งจะได้ฤกษ์นำมาติด..


แบบแรกนี้ ในเว็บเขียนว่ามันคือ 3D wall sticker ดูในเว็บนึกไม่ออกว่า วัสดุมันจะทำจากอะไร เข้าใจว่าน่าจะเป็นยาง ซื้อรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส สีแดง 3 set เพราะถูกใจรูปในเว็บที่เค้าเอามาิติดประตูตลอดความสูงของประตู (ประตูคอนโดเราเป็นสีขาวด้วย คิดว่าน่าจะตัดกับสีแดงดี) พอของมาส่งถึงได้รู้ว่าวัสดุมันเป็นคล้ายๆไม้ พ่นสีแดง แล้วเค้าก็ให้กาวสองหน้ามา 2-3 ม้วน (ตอนแรกนึกว่ามันจะมีกาวสองหน้าอยู่ในตัว เราลอกแล้วแปะได้เลยเสียอีก)

นั่งทำเองยากเหมือนกันเพราะกาวสองหน้าเค้าเหนียวมากกก.. ติดที่กรรไกรเต็มเลย ทำให้ตัดไม่ค่อยออก ต้องคอยขูดกาวออกจากกรรไกร

ประตูที่ติดรูปสี่เหลี่ยมสีแดงนี่คือ ห้องทำงาน&แต่งตัว ซึ่งได้สั่งชั้นหนังสืออีก set นึงไว้แล้ว ของมาส่งเมื่อไหร่เป็นอันว่าแต่งห้องนี้เสร็จสมบูรณ์ แล้วจะถ่ายรูปทั้งห้องมาลงอีกทีค่ะ



แบบที่สองเป็นสติ๊กเกอร์ติดผนังธรรมดา เลือกอยู่นานมากกว่าจะได้ซื้อ เพราะมันสวยๆทั้งนั้นเลย

อันนี้ติดยากยิ่งกว่าแบบแรกอีก แค่จะลอกแผ่นกาวใสๆที่เค้าจัดมาให้ติดบนสติ๊กเกอร์ก็ยากแล้ว กลัวแทบแย่ว่าจะทำพัง แต่สุดท้ายก็ติดได้อย่างสมบูรณ์ ลายนี้ปลื้มมาก.. แต่ไม่ได้ชอบประโยคที่เค้าให้มา เลยเลือกบางตัวอักษรออกมาผสมเองเป็นคำว่า "my sweet room" (ตัว mไม่พอ ในประโยคที่มากับสติ๊กเกอร์มันมี m ตัวเดียว เลยเอาตัว n 2 ตัวมาต่อกันซะเลย ไม่ค่อยเนียนหรอกแต่มองไกลๆก็พอได้) มุมข้างประตูนี้ จะอยู่หลังโต๊ะกินข้าว เค้าส่งของเมื่อไหร่ก็จะถ่ายมาใหม่อีกทีค่ะ



เหลือแต่ห้องนอนที่ยังไม่มีอะไรเลย มีแต่ที่นอนพร้อมหมอนของแถม คงมีแค่นี้อีกนานเพราะงบประมาณหมดแล้ว รวยเมื่อไหร่ เตียงกับโต๊ะข้างเตียงจะตามมาก




 

Create Date : 17 มกราคม 2553    
Last Update : 17 มกราคม 2553 11:48:16 น.
Counter : 1067 Pageviews.  

1  2  3  

cute neko
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add cute neko's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.