บันทึกเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับการเดินทางของชีวิต

ประสบการณ์ชีช้ำกับอูคูเลเล่ราคาถูก T_T

เดือนนี้ตอนแรกว่างๆ เลยเข้า YouTube ฟังเพลง


ได้ฟังเพลงของน้องใบเตยที่เล่นอูคูเลเล่ และ นักดนตรีเด็กหนุ่มอายุ 16 ชาวเกาหลีที่เล่นได้แบบเทพมากๆ

เลยเกิดแรงบันดาลใจอยากเล่นขึ้นมา และอยากมีความสามารถพิเศษด้วย เผื่อไปออก Thailand Got Talent 555+

ตอนแรกเลือกไม่ถูกว่าจะเอากีตาร์เด็ก หรือ อูคูเลเล่ดี แต่ตกลงไม่เอากีตาร์เด็กเพราะมี 6 สาย เลือกอูคูที่มี 4 สายน่าจะสบายกว่า เพราะเล่นไม่เป็นเลย

หาความรู้เรื่องอูคูเลเล่ไม่นานเท่าไหร่ก็ตัดสินใจซื้อกับทางเว็บๆ นึง เลือกแบบที่ถูกสุด ยี่ห้อ Fancy Ukulele ราคา 1000 บาท

จริงๆ ราคามันก็ไม่ได้ถูกกว่าเว็บอื่นๆ นะ แต่เราเห็นว่าแถมกระเป๋า, หนังสือสอนเล่น, โปรแกรมตั้งสาย ก็เลยซื้อกับเจ้านี้

พอของมาถึงแทบเป็นลมล้มพับ เพราะ

- อูคูพ่นสีได้เยินมาก สีเลอะไม่เนียนเลย มีรอยสีแตก ไม้ก็เป็นรอยบากขรุขระๆ ไม่เรียบเลย

- หนังสือสอนเล่น เป็นแค่ตัวโน๊ตจับคอร์ดปริ๊นบนกระดาษแผ่นเดียว

- กระเป๋าผ้าชั้นเดียวบางๆ กันกระแทกไม่ได้เล้ย...

- โปรแกรมตั้งคอร์ดเป็นแค่ซีดีแผ่นเดียว ตอนแรก imagine ว่าจะเป็นอุปกรณ์อิเล็กโทรนิกที่หนีบตรงปลายแล้วบอกตอนเราเล่นได้ว่าถูกคอร์ดรึเปล่า

- สายเค้าบอกเป็นอคิล่า แต่เราดูมันเหมือนไนล่อนเส้นขาวๆ เองอ่ะ

สุดท้าย ตอนแรกคิดว่าพันเดียวคงได้แค่นี้ แต่ยิ่งคิดยิ่งรู้ว่าไม่คุ้ม เพราะอูคูหน้าตาอย่างนี้ร้านอื่นขายราคา 3-4 ร้อยเท่านั้นเอง พวกกระเป๋า สาย เครื่องจับคอร์ดก็ราคา 2-3 ร้อย ซื้อเจ้าอื่นน่าจะได้ของที่ดีกว่านี้

ตอนนี้เสียใจระดับนึง ไม่อยากจะหยิบมันขึ้นมาเล่นเลย แค่เห็นก็เจ็บใจในความโง่ของตัวเองที่ด่วนตัดสินใจซื้ออะไรง่ายๆ แม้จะแค่พันเดียวแต่ก็เป็นเงินที่หามาด้วยความยากลำบากสำหรับเรานะ T_T 






 

Create Date : 02 กรกฎาคม 2555    
Last Update : 2 กรกฎาคม 2555 23:07:24 น.
Counter : 1419 Pageviews.  

อันเนื่องมาจาการแพ้ Contact lens

อันเนื่องมาจาการแพ้ Contact lens

วันนี้เปลี่ยน Contact lens คู่ใหม่
ปกติเวลาแกะออกจากซองเราก็ไม่ได้ล้างด้วยน้ำยา Contact อยู่แล้ว คือ สามารถเอามาใส่ตาได้เลย
แต่ยี่ห้อนี้ไม่รู้เป็นไร เหมือนน้ำยาแช่เค้าจะแรงมาก
พอใส่ไปแล้วรู้สึกเคืองตาทันที แต่เราก็คิดว่าเป็นเพราะ lens ใหม่ ก็เลยไม่ได้ถอดทันที มีอาการคัน-เจ็บตาสลับกัน ซ้าย-ขวา
หลังจากนั้นประมาณชั่วโมงนึงตาขวาก็เริ่มแดงขึ้น
เราทนไม่ไหว เราไปร้าน Boots ต้องไปซื้อน้ำล้าง Contact พร้อมตลับ
จัดการถอด Contact ข้างขวาแช่ไว้ เหลือข้างซ้ายเอาไว้ให้ยังมองเห็น
หลังถอดก็ยังเคืองมาก ทนไม่ไหว ต้องไปร้านขายยาโอสถศาลา
ซื้อยาหยอดตาแก้แพ้ Hista Oph มาหยอดข้างละ 1 หยด
หลังหยอดรู้สึกดีขึ้นทันตาเห็น ค่อยโล่งอกไปหน่อย เฮ้อ...คราวหลังต้องไม่ประมาท

เพื่อนๆ ที่ใส่ Contact โปรดล้าง Contact ก่อนใช้ทุกครั้ง นะจร๊า....

Photobucket




 

Create Date : 20 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 20 กุมภาพันธ์ 2553 16:11:11 น.
Counter : 353 Pageviews.  

เวลาเปลี่ยน ทุกอย่างเปลี่ยน

เวลาเปลี่ยน ทุกอย่างเปลี่ยน


แม้วันเกิดจะไม่ได้สลักสำคัญอะไร
แต่อย่างน้อย ก็เป็นหลักกิโลให้เราได้หยุดดูข้างทาง
ว่าที่ใช้ชีวิตกันอย่างลืมวันลืมคืนอยู่ทุกวันนี้
ตอนนี้เวลาในชีวิตเราเหลือน้อยลงเท่าไหร่แล้ว
วิธีใช้ชีวิตที่ผ่านมา ทำให้เราใกล้หรือไกลออกจากเป้าหมายของเราเพียงใด... กลางชล


 


 


              วันนี้ว่างๆ ก่อนที่จะหยุดติดกัน 4 วัน (ซึ่งไม่มีอะไรทำ กะว่าจะอ่านหนังสือก็ขี้เกียจอีกละ เฮ้อ)
มีเวลามากพอที่จะคิดทบทวน เส้นทางชีวิตที่ผ่านมา 26 ฝน 26 หนาวของตัวเอง
รู้สึกว่ามันยาวนานมากทีเดียว ตามสถิติคนปัจจุบันมีอายุเฉลี่ยประมาณ 75 ปี ตอนนี้ฉันก็ปาเข้าไปเกือบ Half-life ซะแล้ว
กราฟการ Decay ของชีวิตมันจะเปลี่ยนแปลงไปแบบ Exponential curve
ช่วงแรกตั้งแต่เกิดจนถึงวันรุ่น มักมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ปีๆ นึงสูงขึ้นไม่รู้ตั้งกี่เซ็นต์ ความคิดเปลี่ยนแปลงไปไม่รู้เท่าไหร่ตามแรงขับของฮอร์โมน
ตอนนี้ฉันก็อายุเยอะระดับนึง (เกือบเลยวัยเจริญพันธุ์แล้วมั้ง) การเปลี่ยนแปลงก็จะถดถอยลงอย่างช้าๆ เพราะ Baseline เดิมมันก็แย่อยู่แล้ว


           สิ่งที่เปลี่ยนไปในทางดีขึ้นของฉัน ก็จะเป็นประสบการณ์ชีวิตที่เพิ่มขึ้น
ทำให้เห็นโลกนี้ว่ามันเต็มไปด้วยความทุกข์ จริงๆ ...อย่างที่ท่านผู้รู้ได้กล่าวไว้
ความสุขไม่มี ...มีแต่ทุกข์มาก กับ ทุกข์น้อย เท่านั้น
เมื่อความทุกข์ลดระดับลง สมองจะแปรผลเป็นความสุข... แต่สุขจริงง่ะ ไมใช่ม้าง ลองดูดีๆ ดิ !!! (มันก็แค่ Relatively decreased in degree of pain เท่านั้น)
ยกตัวอย่างก็ได้อะ ...Pain score[PS] มีตั้งแต่ 0-10 ไม่มีคำว่าติดลบ ถ้าจาก PS 10 แล้วได้ morphine ไป -> PS เหลือ 2 สมองอาจจะจะแปรผลเป็นสุขใจจริงเอย ไม่ปวด ซะงั้น


 


 


"มองโลกในแง่ดี : มีสุข
มองโลกตามความจริง : พ้นทุกข์"... สันตินันท์


 


 


           คนบางกลุ่มที่นิยม Positive thinking อาจจะว่าฉันเป็นพวกมองโลกในร้ายก็ได้นะ
แต่ฉันไม่ได้เป็นพวก Negative thinking ซะหน่อย ฉันเป็น Realistism ต่างหาก
พวกนั้นมีสุขเพราะการหลอกตัวเองมองโลกแง่เดียว ในด้านที่ดี
โธ่เอ๊ย !!! คิดผิดๆ มันดีที่ไหน การมองโลกตามจริงแล้วพ้นทุกข์ได้... มันดีกว่าเห็นๆ อยู่แล้ว
การฝึกมองโลกตามจริงคือ การฝึกดูจิต
ตอนนี้หลังจากฝึกดูจิต ก็พบว่าจิตมันเป็นลิงหลอกเจ้า ไวมาก....... ตามแทบไม่ทันแน่ะ
บางทีเหนี่อยนักก็ปล่อยมันไปเที่ยวเล่นบ้าง (เพ้อฝันในจินตนาการ) ไม่อยากไปบังคับมันมาก
ได้เห็นจิตตัวเองทั้งแนวกุศลและอกุศล จิตเบิกบานและจิตตก เปลี่ยนไปมากมายหลายหลาก
ไม่ว่าจิตมันจะเป็นสุขหรือเป็นทุกข์ มันก็เท่ากันในความเหน็ดเหนื่อย เพราะจิตไม่ไม่นิ่ง คอยดิ้นแส่ส่ายไปมา
จนตอนนี้ไม่ว่าสุขหรือทุกข์ ก็ไม่อยากเอามันอีกแล้ว


จิตในจิต กายในกาย จิต vs.กาย


          นอกจากแก่ตัวไปถึง 26 ปีแล้วเห็นความทุกข์ ความน่าเหนื่อยหน่ายที่เกิดมาจากจิตแล้ว
เรายังได้เห็นโทษภัยของกายอีกด้วย ซึ่งไม่มีวันที่เด็กๆ วัยระเริงจะได้เห็นเลย (ยกเว้นเด็กที่ป่วย)
ตอนเด็กก็คิดแต่ว่าอยากโตเร็วๆ อยากใช้ชีวิตแบบผู้ใหญ่ มีอิสระเสรี
พอวันนั้นมาถึง เป็นวันนี้ กลับรู้เลยว่าคิดผิดจริงๆ ที่อยากโต การโตเป็นผู้ใหญ่มันมีทุกข์ทางกายมากกว่าเด็กหลายเท่านัก
เพราะเมื่อเราสูงวัยขึ้น เป็นที่แน่นอนว่าโรคภัยไข้เจ็บจะต้องเริ่มถามหา
จิตก็ถามโรคว่า "มึงจะมาถามหากูทำเบื๊อกอะไรฟะ กูไม่ต้องการมึงโว้ย"
โรคก็ตอบว่า "กูไม่ได้ถามหาแต่มึงคนเดียวหรอกเว้ย กูทำตามธรรมชาติสั่ง กลไกลดประชากรโลกน่ะ มึงรู้จักป่าว"


         จากทฤษฎีของ Charles Darwin ที่เคยเรียนวิชาชีวะมา เขาว่าผู้แข็งแรงเท่านั้นที่จะอยู่รอด ยีนด้อยจะค่อยๆ ถูกกำจัดออกไปจากประชากร (ผู้มียีนด้อยมักตายก่อนได้มีโอกาสขยายพันธุ์)
ฉันเอาทฤษฎีวิชาชีวะ มาประยุกต์ใช้กับวิชาชีวิต
อยากรู้เหมือนกันว่าฉันเป็นพวกยีนเด่น ยีนด้วย หรือผสม
เท่าที่คำนวนมา อายุยืนมาได้ถึง 26 ปี ก็ไม่เลวแล้วล่ะ เรียกว่าถ้าตายก็ไม่เสียดายชีวิต (ศพสวยด้วย เพราะยังไม่แก่ อิๆ)
แต่ที่น่าเศร้าก็คือ แม้เราจะยังมีชีวิตอยู่ก็ไม่พ้นจากโรคภัยไข้เจ็บไปได้เลย ที่หนักๆ ก็คือเป็นโรคกระเพาะเรื้อรังมาเป็น 10ๆ ปี อยู่แบบป่วยๆ ปวดๆ สุขๆ ทุกข์ๆ ไปอย่างแกนๆ งั้นแหละ
นอกจากนั้นยังต้องทุกข์ประจำวันอีก เป็นโรคหิว โรคเมื่อย โรคปวดอึ-ปวดฉี่ โรคหนาว โรคร้อน ต้องคอยขวนขวายหาอาหารมาบำรุงกาย ทำมาหากินด้วยความเหน็ดเหนื่อย
เราก็ศึกษาความทุกข์กายนี้ไปเรื่อยๆ เรียนรู้ว่ากายไม่ใช่สิ่งที่พึงรัก แต่เราจำต้องรักษามันไว้เพื่อเป็นเครื่องมือในการนำพาจิตไปสู่ทางแห่งการพ้นทุกข์
การที่กายดับไปโดยที่จิตยังหาทางสว่างไม่เจอนั้น ไม่ใช่หนทางที่ฉลาดเลย เพราะกายหน้าของเราอาจเกิดในภพภูมิที่ไม่เอื้อต่อการคลำทางสว่างต่อไปก็ได้ เช่น เกิดในอบายภูมิ เป็นต้น






Free TextEditor




 

Create Date : 06 กรกฎาคม 2552    
Last Update : 2 กรกฎาคม 2555 22:32:28 น.
Counter : 261 Pageviews.  

First time at สวนสันติธรรม

วันนี้นัดกับรุ่นน้องที่เรียนรังสีด้วยกัน Smiley ไปสวนสันติธรรม เพื่อกราบพระอาจารย์ปราโมทย์ ปราโมชโช
เราตื่นนอนตั้งแต่ 5.30 น. อาบน้ำแต่งตัว และออกเดินทางตั้งแต่ 6.00 น.
ออกเดินทางจากศิริราชไปถนนราชดำเนิน ออกถนนพระราม 9 แล้วตรงไปทางมอเตอร์เวย์
วัดอยู่ที่ศรีราชา ชลบุรี ไปไม่ลำบากเท่าไหร่ มีหลงทางบ้างนิดหน่อยเพราะไม่ค่อยชำนาญทางนัก กว่าจะไปถึงวัดก็ประมาณ 8 โมง



ไปถึงก็ได้เวลาท่านเทศน์ไปบ้างแล้ว แล้วก็พักฉันเช้า พวกเราก็ช่วยเค้าถวายอาหารแล้วก็ออกไปยืดเส้นยืดสาย แล้วก็กินอาหารก้นบาตรพระนิดหน่อย
หลังจากกินเสร็จก็ล้างจานในส่วนที่เราใช้ ยังมีอาหารเหลืออีกเยอะเลย ก็เห็นบางคนตักข้าวใส่กล่องกลับบ้าน เราก็ว่าดีนะเพราะทิ้งก็เสียเปล่า เก็บไปกินได้ประโยชน์
เวลา 9-10 โมงทุกคนก็เข้าไปฟังเทศน์กันใหม่ คราวนี้เราได้เขยิบที่นั่งจากหลังสุด มาเป็นเกือบหลังสุด เพราะคนมากันเยอะมากประมาณหลายร้อยคน
เพื่อนบอกว่าถ้าไปฟังที่ศาลาลุงชินที่เมืองทอง คนจะเยอะกว่านี้อีก เป็นพันคนได้ คือไม่มีที่นั่ง
เราก็เตรียมหยิบป้ายหมายเลขที่วัดเตรียมให้ไว้ พยายามเลือกเลขสวยๆ ได้เลข 133
พอหลวงพ่อบอกว่า เอ้า ใครมีปัญหาจะถามบ้าง ทุกคนก็ชูป้ายหมายเลขขึ้นมา ท่านก็จะสุ่มเรียก รวมแล้วประมาณ 20-30 คนได้



เรากับเพื่อนก็เป็น 2 คนที่โชคดี หลวงพ่อเรียกให้ถามทั้งคู่
เราซึ่งมาใหม่ก็ถามตามระเบียบคือ กราบเรียนขอแนวทางปฏิบัติจากผู้มาใหม่ เราบอกว่าเราเพิ่งฟัง CD หลวงพ่อมาแค่ 2 วัน
หลวงพ่อเมตตาบอกให้เราใช้แนวทางดูจิต มันเศร้าก็รู้ว่าเศร้า มันคิดอะไรก็ให้รู้ตัวว่าเรากำลังคิดตามนั้น
เราก็ดีใจ จะนำเอาคำแนะนำจากหลวงพ่อมาปฏิบัติต่อไป Smiley
ส่วนของเพื่อนเคยได้คำแนะนำจากหลวงพ่อมาก่อนเมื่อ 5 เดือนที่แล้ว โดยให้ดูตามกาย กายขยับก็รู้ว่าขยับ
เพื่อนก็มารายงานผลการปฏิบัติ หรือที่เรียกกันว่ามาส่งการบ้าน หลวงพ่อก็ว่าดีแล้ว บอกให้ทำตามนั้นต่อไป
พอถึง 10 โมงหลวงพ่อก็ให้ทุกคนแยกย้ายกลับบ้านกันได้ เค้ามีหนังสือกะ CD แจกเราก็ไปเข้าแถวรับมาเป็นตั้งเลย เอามาค่อยๆ ทยอยอ่าน, ฟัง และปฏิบัติต่อไป



ตอนนั่งรถกลับ เราก็เผลอหลับไปนิดหน่อย Smiley
แล้วเพื่อนก็พาไปตลาด 130 ปี ตรงที่มีขายครกหินเยอะๆ ไปซื้ออาหารทะเลร้านสุดซอย ไม่ค่อยได้ซื้อเท่าไหร่ เพราะแอบแพง Smiley ได้แค่ปลาหมึกหยองอบเนยมา ขีดละ 45
แต่ประทับใจขนมหวาน มีเยอะดี ไม่แพง ซื้อขนมถ้วยฟูน้ำตาลสด ขนมกง ท๊อปฟี่องุ่นกวน กาแฟเย็นถุงใหญ่ 12 บาท
กินหอยเชลล์เสียบไม้ย่าง 5 ตัวบิ๊กๆ 20 บาท อร่อยมากๆ เลย กลับมาถึงศิริราชก็บ่ายโมงพอดี



สรุป วันนี้ดีใจมากๆ Smiley ที่ได้ไปกราบหลวงพ่อ และจะเป็นวันเริ่มต้นของการปฏิบัติธรรมต่อไป Smiley









 

Create Date : 14 มิถุนายน 2552    
Last Update : 6 กรกฎาคม 2552 19:10:02 น.
Counter : 266 Pageviews.  


crystal-cream
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




หมอผึ้ง จาก http://www.crystal-cream.com ค่ะ
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add crystal-cream's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.