คนเกิดวันพุธ ความทุกข์โถมทับทวี
สร้างจักรวาลเองก็ได้ ง่ายจัง!~

ก่อนที่จะเริ่มต้นสร้างจักรวาล สิ่งที่เธอควรทราบมีดังนี้

1.กระบวนการที่เกิดขึ้น เกิดแล้วไม่สามารถย้อนกลับมายังจุดเริ่มต้นได้อีก ดังนั้นเธอต้องมั่นใจก่อนนะ ว่าอยากจะสร้างจักรวาลขึ้นมาจริงๆ การสร้างจักรวาลต้องใช้เวลาและความเอาใจใส่ค่อนข้างมาก

2.ทางบริษัทไม่รับผิดชอบกรณีที่สัตว์เลี้ยงของเธอกลืนกินบางส่วนของจักรวาลเข้าไป แล้วเกิดอาการเจ็บป่วย ไม่สบาย กลายพันธุ์ หรือแม้แต่ระเบิดเป็นชิ้นๆ ดังนั้นควรระวังไม่ให้สัตว์เลี้ยงเข้าใกล้จักรวาลที่เธอสร้างนะจ๊ะ

3.จักรวาลต้องการพื้นที่ค่อนข้างมาก (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอัตราการขยายตัวของจักรวาลที่เธอกำหนด ดูหัวข้อ ฉันจะปรับอัตราการขยายตัวของจักรวาลได้อย่างไร) ซึ่งกำหนดพื้นที่อย่างน้อยที่สุดที่ต้องใช้ไว้ที่ข้างกล่อง หากคุณแม่เธอทำโทษเนื่องจากจักรวาลกินพื้นที่ในบ้านจนข้าวของเสียหาย จะหาว่าไม่เตือนไม่ได้นะจ๊ะ

4.เธอควรอ่านคำแนะนำในการสร้างจักรวาลที่บริษัทแนบมาด้วยในกล่องอย่างละเอียด สำหรับเนื้อหาบางส่วนที่อาจจะค่อนข้างยากเกินไปสำหรับเธอ ควรให้ผู้ปกครองช่วยอ่านเพื่อทำความเข้าใจ (กรณีให้คุณพ่อช่วยอ่าน เธอต้องแน่ใจว่า เธอไม่รบกวนการชมกีฬาสุดโปรดของคุณพ่อนะ) คำศัพท์บางคำอาจแปลกๆและไม่คุ้นหู ซึ่งเราอ้างอิงคำศัพท์ตามสิ่งมีชีวิตชั้นสูงในจักรวาลหนึ่ง (สิ่งมีชีวิตพวกนั้นมีสติปัญญาอันจำกัด พวกมันพยายามอธิบายจักรวาลแบบงูๆปลาๆตามที่ปัญญาและเครื่องมือที่มันมีอยู่จะทำได้ แต่ก็ถือว่าอธิบายได้ดีระดับหนึ่ง เรื่องน่าหมั่นไส้อย่างหนึ่งก็คือพวกมันขี้ตู่สุดๆ เมื่อพวกมันค้นพบความจริงใหม่ใดๆก็ตาม มันจะตั้งชื่อสิ่งนั้นตามชื่อตัวเอง เช่น กฎของ... ค่าคงที่ของ... เป็นต้น น่าหมั่นไส้ใช่ไหมล่ะ)

5.มีอุบัติเหตุมากมายที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการสร้างจักรวาล ดังนั้นเธอควรสร้างจักรวาลภายใต้การดูแลของผู้ใหญ่ (ถึงแม้จะต้องรบกวนพวกเขาก็ตาม) และทางบริษัทไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นในกรณีที่มีข้อควรระวังเตือนไว้แล้ว หากเธอมีข้อสงสัยใดๆสามารถโทรสอบถามบริษัทได้จ้ะ (เบอร์โทรอยู่ข้างกล่อง)


เอาล่ะ ถ้าเธอพร้อม เราก็มาเริ่มสร้างจักรวาลกันดีกว่า!




จักรวาลประกอบด้วยอะไรบ้าง

จักรวาลประกอบด้วยอนุภาค 100 กว่าชนิด ซึ่งเกิดจากอนุภาคมูลฐานต่อไปนี้

ควาร์ก (quarks)
เลปตอน (leptons)
แอนติควาร์ก (antiquarks)
แอนติเลปตอน (antileptons)
ตัวกลางของแรง (force carriers)



เรามาดูดีกว่าว่าควาร์กและเลปตอนแบ่งเป็นกี่ชนิด (เธอจะพบว่าชื่อควาร์กและเลปตอนดูทื่อๆไม่มีความหมาย ยึดตามสิ่งมีชีวิตชั้นสูงในจักรวาลหนึ่งตามที่เราว่าไว้)

ควาร์กแบ่งเป็น 6 ชนิด แต่ละชนิดมีคู่แอนติควาร์กของตนเอง ได้แก่ up/down charm/strange top/bottom ซึ่งไม่อยู่อย่างเดี่ยวๆ มันจะรวมกลุ่มกันเรียกว่า Hadrons ซึ่งมีประจุเป็นจำนวนเต็ม ขณะที่ควาร์กเดี่ยวๆมีประจุเป็นเศษส่วน

Hadrons แบ่งเป็นสองชนิดคือ Baryons และ Mesons

Baryons ประกอบด้วย 3 quarks เช่น proton (up-up-down) และ neutron (up-down-down)

Mesons ประกอบด้วย quark+antiquark

เลปตอนมี 6 ชนิดแต่ละชนิดมีคู่แอนติเลปตอนของตนเอง 3 ชนิดมีประจุ อีก 3 ชนิดไม่มี ชนิดที่มีประจุคือ electron tau muon สองตัวหลังมีอัตราการสลายตัวรวดเร็วมากถึงมากที่สุด

ชนิดที่ไม่มีประจุคือ e-neutrino m-neutrino t-neutrino

อนุภาคมูลฐานเหล่านี้มีอันตรกิริยาระหว่างกัน ควาร์กและเลปตอนประกอบกันเป็นอะตอม อะตอมประกอบกันเป็นโมเลกุล โมเลกุลประกอบกันเป็นสสาร สสารประกอบกันเป็นทุกสิ่งทุกอย่างในจักรวาล ง่ายแค่นี้เอง




ถ้าเธอยังงงๆอยู่ ฉันจะอธิบายเพิ่มก็ได้ อะตอมประกอบด้วยโปรตอนกับนิวตรอนอยู่รวมกันในนิวเคลียส มีม่านหมอกความน่าจะเป็นของอิเล็คตรอนล้อมรอบ อะตอมที่มีจำนวนโปรตอนไม่เท่ากันเรียกว่าเป็นธาตุคนละชนิดกันและมีคุณสมบัติต่างกัน (สิ่งมีชีวิตชั้นสูงในจักรวาลหนึ่งพยายามจัดหมวดหมู่ธาตุให้เป็นตาราง และบังคับให้ประชากรวัยเด็กของพวกมันท่องจำตารางนี้)





ส่วนคำว่าอันตรกิริยาเป็นชื่อเท่ๆหรูๆที่พวกผู้ใหญ่ชอบใช้กัน ถ้าเธอคิดว่ามันน่าเบื่อชะมัด! เราจะเปลี่ยนมาใช้คำที่ใกล้เคียงกัน (แต่ความหมายไม่เหมือนกันทีเดียวนัก) ก็คือ “แรง”

จักรวาลประกอบด้วยแรง 4 ชนิด

1.แรงดึงดูด (gravity force)
2.แรงแม่เหล็กไฟฟ้า (electromagnetic force)
3.แรงนิวเคลียร์อย่างเข้ม (strong nuclear force)
4.แรงนิวเคลียร์อย่างอ่อน (weak nuclear force)


แรงเกิดจากอันตรกิริยา (เราจะพยายามให้คำน่าเบื่อคำนี้ให้น้อยที่สุด) ระหว่างอนุภาคโดยเกิดการแลกเปลี่ยน force carrier particle ระหว่างกัน ถ้าเธอนึกไม่ออก ลองนึกภาพเธอโยนลูกบอลรับส่งกับเพื่อนดูนั่นแหละคล้ายๆกัน

แรงดึงดูด คือแรงที่เกิดขึ้นระหว่างอนุภาคที่มีมวล (แล้วมวลมาจากไหน เพื่อไม่ให้ยุ่งยากเกินไป บริษัทสร้างมวลให้กับอนุภาคแล้วโดยใช้ฮิกส์โบซอน ดังนั้นเธอจึงไม่ต้องสร้างมันเอง) ใช้กราวิตอนเป็นตัวกลางโยนเล่นกัน

แรงแม่เหล็กไฟฟ้า คือ แรงที่เกิดขึ้นระหว่างอนุภาคที่มีประจุต่างกัน ใช้โฟตอนเป็นตัวกลางแลกเปลี่ยนกัน

แรงนิวเคลียร์อย่างเข้ม คือ แรงที่ยึดเหนี่ยวให้โปรตอนและนิวตรอนอยู่ร่วมกันในนิวเคลียส ใช้กลูออนเป็นตัวกลางแลกเปลี่ยนกัน

แรงนิวเคลียร์อย่างอ่อน คือ แรงที่เกี่ยวข้องกับปฏิกิริยานิวเคลียร์ (ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากเมื่อเธอจะสร้างดาวฤกษ์) การสลายตัวจากธาตุที่ใหญ่กว่าเป็นธาตุที่เล็กกว่า ใช้ W+, W-, Z โบซอนเป็นตัวกลางแลกเปลี่ยนกัน

เอาล่ะ หลังจากเธออ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ฉันเชื่อว่าเธอคงจะเหลียวกลับไปดูในกล่องและพบว่าไม่มีอนุภาคที่ว่า หรือแรงใดๆอยู่ในกล่องเลย! เธอคงคิดว่าเราโม้เป็นบ้า ไม่เห็นให้อะไรมาสักอย่าง แล้วจะสร้างจักรวาลได้อย่างไร ...เธอคิดผิดแล้วล่ะหนูน้อย อนุภาคและแรงเหล่านี้เกิดขึ้นทันทีภายหลังเธอจุดระเบิดบิ๊กแบงต่างหากล่ะ!




บิ๊กแบง (Big bang)

บิ๊กแบงคือจุดกำเนิดของจักรวาล (ชื่อบิ๊กแบงเป็นชื่อที่สิ่งมีชีวิตชั้นสูงในจักรวาลหนึ่งตั้งขึ้นมาแบบไร้ตรรกะที่สุด หนึ่งมันไม่บิ๊ก กลับกันการระเบิดนั้นเล็กมากๆ เล็กกว่าอะตอมหรือควาร์กด้วยซ้ำ สองมันไม่แบง การระเบิดจะไม่มีเสียงเนื่องจากยังไม่มีตัวกลางในตอนแรก เห็นไหมว่าคนตั้งชื่อนี้นี่ช่างน่าบ้องหูจริงๆ)

เมื่อเธอจุดระเบิดบิ๊กแบง นั่นคือเธอให้กำเนิดจักรวาลเรียบร้อยแล้ว กาล-อวกาศจะขยายตัวออก อนุภาคต่างๆราว 1079-1089 จะเกิดขึ้น แรงทั้งสี่จะแยกออกจากกัน... เฮ้! รู้อย่างนี้แล้วเธออย่าเพิ่งใจร้อนจุดระเบิดเชียวนะ อ่านคำแนะนำต่อไปให้จบก่อน เชื่อเราเถอะ



หลังบิ๊กแบง

เมื่อเธอจุดระเบิดแล้ว หมายความว่าเธอย้อนกลับไม่ได้แล้ว ชะตากรรมของจักรวาลเริ่มต้นขึ้นโดยมีเธอเป็นผู้กุมมันไว้ เหตุการณ์หลังบิ๊กแบงเป็นสิ่งที่น่าดูน่าชมที่สุดซึ่งเธอไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง ดังนั้นเราจึงแนะนำให้เธอทำการบ้าน ช่วยคุณแม่ทำงานบ้าน รับประทานอาหาร และจัดการธุระตัวเองให้เสร็จก่อนที่จะจุดระเบิด ช่วงระยะเวลาสั้นๆหลังบิ๊กแบงเป็นช่วงที่สำคัญมากที่เธอต้องเฝ้าดูมันอย่างใกล้ชิดที่สุด

ก่อน 10-43 วินาทีหลังบิ๊กแบง

ช่วงนี้เธอจะไม่สามารถทำอะไรได้เลย จักรวาลในช่วงนี้ถูกกำหนดค่าเริ่มต้นโดยบริษัทของเรา โดยเราตั้งค่าเริ่มต้นให้จักรวาลมีความสมมาตรแบบสูงสุด (Supersymmetry) แรงทั้งสี่รวมกันเป็นหนึ่ง สสารและปฏิสสารถูกสร้างมาเท่าๆกัน และทั่วทั้งจักรวาลแทบจะยังไม่มีอะไรเลยและรอให้เธอมาเติมเต็ม

10-43 วินาทีหลังบิ๊กแบง

ช่วงนี้เป็นช่วงที่สำคัญมาก เธอต้องจับเวลาให้ตรงที่สุด แล้วทำลายความสมมาตรนั้นเสีย (Symmetry breaking) เธอต้องทำให้สสารและปฏิสสารมีปริมาณไม่เท่ากัน (ทั้งนี้ ขึ้นกับว่าเธออยากสร้างจักรวาลของสสารหรือปฏิสสาร ถ้าเธอจะสร้างจักรวาลของสสารเธอก็ต้องกำหนดให้สสารมีปริมาณมากกว่าปฏิสสารในช่วงเวลาวิกฤตนี้ เป็นต้น) ถ้าความสมมาตรนี้ไม่พังทลาย จักรวาลของเธอก็จะล่มสลายลงในทันที เนื่องจากสสารและปฏิสสารชนกัน ทำลายล้างทุกสิ่งหมดสิ้น เธอต้องแยกแรงทั้งสี่ออกจากกันเพื่อให้อันตรกิริยาระหว่างสสารเกิดขึ้นในจักรวาล (ทางบริษัทแนะนำให้แยกแรงดึงดูดออกมาก่อนเป็นอันดับแรก)

และในช่วงนี้เองที่จักรวาลจะขยายตัวออกไป ก่อให้เกิดกาล-อวกาศอันไร้ขอบเขต ค่าอัตราการขยายตัวของจักรวาลที่เราแนะนำคือ 1050 เท่า (ทั้งนี้ เธอสามารถปรับค่าการขยายตัวของจักรวาลได้โดยดูหัวข้อ ฉันจะปรับอัตราการขยายตัวของจักรวาลได้อย่างไร)

อ้อในช่วงนี้ อุณหภูมิของจักรวาลจะสูงถึง 1032 องศาเคลวิน ดังนั้นอย่าได้แตะมันเชียว (เตือนผู้ปกครองของเธอด้วยนะ พวกเขาอาจอดใจไม่อยู่)

10-34 วินาทีหลังบิ๊กแบง

จักรวาลเย็นลงมาเล็กน้อยเหลือ 1027 องศาเคลวิน รูปร่างมันจะเหมือนซุปพลาสม่าร้อนๆของควาร์ก เลปตอนและอนุภาคตัวกลางของแรงทั้งหลาย ที่หลงเหลือจากการชนกันของสสารและปฏิสสาร เธอต้องค่อยๆปรับอุณหภูมิที่ลงซึ่งจะทำให้ควาร์กรวมตัวกันเป็นโปรตอน นิวตรอนได้ในที่สุดเอาล่ะ เธอสร้างองค์ประกอบของอะตอมได้แล้ว! ดีใจด้วยนะ

4.3 นาทีหลังบิ๊กแบง

ขั้นตอนนี้คือการสร้างอะตอม อุณหภูมิที่เธอค่อยๆปรับลดลงจะทำให้เกิดการรวมตัวของอนุภาคมูลฐานเป็นอะตอมในที่สุด แต่ในขั้นนี้เธอจะสร้างได้แต่อะตอมที่มีเลขอะตอม (เลขอะตอม-เลขที่บ่งบอกถึงจำนวนโปรตอนในอะตอมนั้น) ไม่เกิน 5 นะ เช่น Hydrogen Helium Lithium เป็นต้น แล้วธาตุที่หนักกว่านี้ล่ะ! เอาล่ะใจเย็นๆก่อนนะ เราจะพูดถึงการสร้างธาตุหนักในเวลาต่อไปนะ

จักรวาลตอนนี้ยังไม่สวยนัก (และใช้เวลาอีกนานทีเดียวกว่ามันจะดูดี ดังนั้นเธออย่าเพิ่งรีบโยนมันทิ้งเสียล่ะ) ค่อนข้างขุ่นมัว มีแสงเพียงเล็กน้อยจากอิเล็คตรอนอิสระ

380,000 ปีหลังบิ๊กแบง

ช่วงนี้จักรวาลเย็นตัวลงถึง 3000 องศาเคลวิน อะตอมต่างๆจึงมีสเถียรภาพไม่แตกสลายและกลับมารวมตัวใหม่วนไปวนมาอีกต่อไป โฟตอนสามารถวิ่งไปได้ทั่วจักรวาลอย่างอิสระปราศจากสิ่งดูดซับ ดังนั้นช่วงนี้จักรวาลจึงเริ่มใส และเธอก็สามารถเห็นองค์ประกอบอะไรๆได้มากขึ้นแล้ว

ล้านล้านปีหลังบิ๊กแบง

ตอนนี้ล่ะที่สนุกที่สุด! เธอสามารถสร้างดวงดาว กาแล็กซี่ และทุกสิ่งทุกอย่างได้แล้ว แล้วจะรอช้าทำไม ลุยเลย!




ฉันจะปรับอัตราการขยายตัวของจักรวาลได้อย่างไร

จักรวาลของเธอจะไม่มีค่าหากมันไม่ขยายตัว แน่นอนเธอจะสร้างดวงดาว ระบบสุริยะ กาแล็กซี่ หรืออะไรต่อมิอะไรได้อย่างไร หากไม่มีพื้นที่ให้มันอยู่! ดังนั้นเธอต้องจัดการให้จักรวาลขยายตัวซะตามที่เรากล่าวไปแล้ว

การขยายตัวของจักรวาลขึ้นกับ 2 ตัวแปรหลัก

1. Omega คือความหนาแน่นเฉลี่ยของสสารทั้งหมดในจักรวาล
2. Lamda คือพลังงานมืดซึ่งผลักดันให้จักรวาลขยายตัว


เธอต้องปรับสองค่านี้ให้เหมาะสม ค่าการขยายตัวนี้ไม่จำเป็นต้องคงที่ เธอสามารถปรับแต่งมันได้ในภายหลัง รวมถึงเมื่อเธอเบื่อจักรวาลแล้วและอยากให้มันถึงจุดจบ

หากเธอตั้งค่าทั้งสองให้สูงเกินไป จักรวาลจะยุบตัวลงและระเบิดในที่สุด (Big crunch) เป็นจุดจบอย่างแท้จริง ทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอสร้างมาจะสูญไปหมดสิ้น ควรปรึกษาผู้ปกครองก่อนที่เธอจะทำมัน มิฉะนั้น ท่านอาจจะตำหนิเธอได้ว่าไม่รู้จักรักษาของเล่นของตัวเอง

หากเธอตั้งค่าทั้งสองให้ต่ำเกินไป จักรวาลจะขยายอย่างรวดเร็วและไม่มีที่สิ้นสุด กาแล็กซี่ทั้งหมดจะแยกจากกัน อุณหภูมิจะลดลงจนถึงจุดเยือกแข็งสมบูรณ์ (Big freeze) ทุกสิ่งทุกอย่างจะหยุดเคลื่อนที่ในที่สุด จักรวาลจะถูกแช่แข็งชั่วนิรันดร์




ฉันจะสร้างดาวฤกษ์ได้อย่างไร

ความสวยงามของจักรวาลคือดาวฤกษ์ ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดแสง ความร้อน และธาตุหนักต่างๆที่เธอจำเป็นต้องใช้ในการสร้างดาวเคราะห์ ดังนั้นเธอจะอวดจักรวาลกับเพื่อนๆได้ด้วยดาวฤกษ์นี่แหละ

เริ่มต้นเธอต้องรวบรวมก๊าซไฮโดรเจนให้มากพอ จับมันมาหมุนวนจนได้เป็นลูกกลมๆขนาดใหญ่พอเหมาะเรียกว่า protostar จากนั้น แรงดึงดูดทำให้กลุ่มก๊าซเหล่านี้หดตัวและเพิ่มความเร็วในการหมุนวน ซึ่งทำให้อุณหภูมิ ณ ใจกลางสูงขึ้นเป็นหลักล้านองศาเคลวิน (ดังนั้นอย่าเอามือไปแตะ!)

ที่อุณหภูมิ ณ ใจกลาง จะเกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชั่น หลอมไฮโดรเจนได้เป็นฮีเลียมและได้พลังงานความร้อนออกมาอย่างมหาศาล เท่านี้เธอก็ได้ดาวฤกษ์แล้ว! พลังงานความร้อนที่เกิดขึ้นจะเป็นตัวกำหนดสีของดาวฤกษ์นั้น

ดาวที่มีแสงสีฟ้ามีความร้อนสูงที่สุด มันมีค่าอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 45,032 F
ดาวที่มีแสงสีขาวมีค่าอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 10,832 F
ดาวที่มีแสงสีเหลืองมีค่าอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 8,540 F
ดาวที่มีแสงสีแดงมีความเย็นมากที่สุด มันมีค่าอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 4,940 F




จุดจบของดาวฤกษ์

เมื่อมีจุดเริ่มต้นก็ต้องมีจุดจบ ความตายของดาวฤกษ์จะให้กำเนิดดาวเคราะห์

เมื่อดาวฤกษ์ใช้ไฮโดรเจนเป็นเชื้อเพลิงจนเกือบจะหมด มันจะหันมาใช้ฮีเลียมเผาไหม้แทน การรวมตัวของฮีเลียมภายในใจกลางดาวฤกษ์จะทำให้ได้ธาตุที่หนักมากขึ้น ขณะที่เปลือกนอกของดาวฤกษ์ก็จะขยายใหญ่ขึ้นกลายเป็นดาวยักษ์สีแดง สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาขึ้นอยู่กับว่าดาวฤกษ์ที่เธอสร้างเริ่มต้นมีขนาดใหญ่แค่ไหน

1. สำหรับดาวฤกษ์ขนาดปานกลาง เมื่อพลังงานของดาวยักษ์สีแดงหมดลง ก็จะเหลือแต่แกนกลางที่เรียกว่าดาวแคระขาว

2. สำหรับดาวฤกษ์ขนาดใหญ่ เมื่อพลังงานของดาวยักษ์สีแดงหมดลง แกนกลางก็จะเริ่มเย็นลง และไม่สามารถผลิตความร้อนออกมาสมดุลกับแรงดึงดูดได้ จึงทรุดตัวลง ทำให้เปลือกชั้นนอกอุ่นขึ้น และระเบิดออกอย่างรุนแรง ทำให้เกิดเป็นซูเปอร์โนวา (Supernova) ซูเปอร์โนวาเป็นปรากฏการณ์ที่สำคัญมาก แรงระเบิดจะสาดเอาธาตุหนักต่างๆที่ถูกสร้างขึ้นและเป็นองค์ประกอบของดาวเคราะห์สาดไปทั่วจักรวาล

อ้อ! สิ่งที่เหลือจากซุเปอร์โนวา เธออาจจะได้ดาวนิวตรอน เป็นดาวที่มีขนาดเล็กมากแต่ความหนาแน่นสูงมาก ขนาดที่ว่าเนื้อสสารของดาวหนึ่งช้อนชาอาจมีน้ำหนักถึงหนึ่งพันล้านตัน แต่ความเห็นของเราคิดว่า มันก็ไม่น่าสนใจนักหรอก

3. สำหรับดาวฤกษ์ขนาดยักษ์ เมื่อพลังงานของดาวยักษ์สีแดงหมดลงและเกิดการยุบตัว แรงดึงดูดที่มหาศาลจะทำให้ดาวยุบตัวลงถึงจุดวิกฤตและระเบิดซูเปอร์โนวา สิ่งที่หลงเหลือคือดาวนิวตรอนที่มีมวลและขนาดเกินวิกฤต (รัศมีของดาวมากกว่า Schwarzschild radius) แรงดึงดูดที่เกิดจากดาวจะสูงมากจนมันยุบตัวลงอย่างไม่สิ้นสุด กลืนกินทุกอย่างที่อยู่บริเวณรอบข้างแม้แต่แสงก็ไม่อาจหนีพ้น ดังนั้นเราจึงเรียกมันว่าหลุมดำ (Black hole)

น่าสนใจใช่ไหม...หลุมดำยิ่งมีปริศนาอีกมากที่เราจะอุบไว้ ให้เธอลองสร้างมันขึ้นมาเพื่อหาคำตอบด้วยตนเอง เป็นต้นว่าเธอรู้หรือไม่ว่าขอบหลุมดำ (ขอบฟ้าเหตุการณ์) ณ ที่แห่งนั้นเวลาจะหยุดนิ่ง หรือหลุมดำอาจเป็นทางเปิดไปสู่จักรวาลของคนอื่นได้




ฉันจะสร้างดาวเคราะห์ได้อย่างไร

ถ้าเธอสร้างดาวฤกษ์ได้แล้ว การสร้างดาวเคราะห์ก็ไม่ยากเลย แค่เอาธาตุหนักๆจำพวกโลหะ คาร์บอน ไนโตรเจน ออกซิเจน ที่ได้จากการระเบิดซูเปอร์โนวามารวมตัวกันด้วยแรงแม่เหล็กไฟฟ้าและแรงดึงดูด เธอก็จะได้ก้อนกลมๆของดาวเคราะห์แบเบาะ แนะนำว่าเธอควรจะให้มันเกิดใกล้กับดาวฤกษ์และสร้างเป็นระบบสุริยะ ด้วยวิธีนี้ดาวเคราะห์ของเธอจะมีเสถียรภาพ ไม่ลอยคว้างไปในอวกาศเหมือนเศษขยะ




ฉันจะสร้างสิ่งมีชีวิตได้อย่างไร

คำเตือน: ความยากอยู่ในระดับโหด

หากเธอคิดจะสร้างสิ่งมีชีวิต เราแนะนำว่าเธอจะต้องใจเย็นอย่างมาก เพราะการสร้างสิ่งมีชีวิตอาจจะเป็นหนึ่งในสิ่งที่ซับซ้อนที่สุดในการสร้างจักรวาล (ทั้งนี้เรามีสารพันธุกรรมเริ่มต้นแถมมาให้สำหรับคนที่ใจร้อน ซึ่งเธอแค่เอาสารพันธุกรรมดังกล่าวติดกับก้อนหินเล็กๆสักก้อนหนึ่ง แล้วหย่อนให้ตกลงไปในดาวเคราะห์ที่เหมาะสม สิ่งมีชีวิตชั้นสูงในจักรวาลหนึ่งเรียกการกำเนิดชีวิตด้วยวิธีนี้ว่า Panspermia theory)

อันดับที่หนึ่ง เธอต้องเลือกสถานที่เหมาะสม เธอต้องเลือกระบบสุริยะที่น่าอยู่ ระบบดาวฤกษ์เดี่ยวหรือดาวฤกษ์คู่นั้นน่าสนใจทั้งคู่ ดาวเคราะห์จะเป็น “โลก” ควรอยู่ห่างจากดาวฤกษ์อย่างเหมาะสม หากอยู่ใกล้เกินไป ดาวเคราะห์จะมีอุณหภูมิสูงเกินไปจนไม่อาจกักเก็บของเหลวไว้ได้และไม่เกิดชั้นบรรยากาศ ขณะเดียวกันถ้าอยู่ไกลเกินไปก็จะหนาวเย็นจนปฏิกิริยาเคมีของสิ่งมีชีวิตไม่เกิด

อันดับที่สอง ดาวเคราะห์ต้องเหมาะสม มันควรจะมีชั้นบรรยากาศเพื่อปกป้องสิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอของเธอจากอันตรายในอวกาศ สนามแม่เหล็กของดาวเคราะห์ต้องพอเหมาะ ธาตุประกอบในดาวเคราะห์ก็ต้องเหมาะสมกับชีวเคมีของสิ่งมีชีวิต

อันดับสาม สิ่งแวดล้อมต้องเหมาะสม เธอไม่ควรสร้างโลกใกล้ๆกับหลุมดำ ดาวนิวตรอน ฝูงดาวเคราะห์น้อยที่พร้อมจะตกลงสู่โลกได้ทุกเมื่อ หรือไม่ควรวางโลกอยู่ในกาแล็กซี่ที่กำลังจะชนกับกาแล็กซี่อื่น

อันดับสุดท้าย เวลา การที่เธอจะสร้างสิ่งมีชีวิตนั้น เธอต้องมีเวลามากพอ อาจจะมากจนเธอไม่มีเวลาทำการบ้านปิดเทอมเลยล่ะ เธอต้องสร้างบรรยากาศที่เหมาะสมกับสิ่งมีชีวิต บ่มเพาะชีวโมเลกุลในทะเล ค่อยๆดูพวกมันรวมกลุ่มกันเป็นเซลล์ เพิ่มจำนวน กลายพันธุ์นับล้านครั้ง ถ่ายทอดสารพันธุกรรมไปอย่างไม่สิ้นสุด (ทางบริษัทได้ตั้งค่าอัตราการวิวัฒนาการไว้แล้ว ในกรณีที่เธอใช้สารพันธุกรรมของบริษัท) นี่ยังไม่นับว่าหากเธอต้องการสร้างสิ่งมีชีวิตทรงปัญญา ค่าเฉลี่ยในการลองผิดลองถูกอยู่ที่การสูญพันธ์ใหญ่ประมาณ 5 ครั้ง (หมายความว่าเธอต้องลองผิดลองถูก ทำให้สิ่งมีชีวิตสูญพันธุ์ไปเกือบทั้งหมด ปล่อยให้พวกมันวิวัฒนาการใหม่ ทำให้มันสูญพันธุ์ วนไปมาอย่างนี้อย่างน้อย 5 ครั้งจึงจะได้สิ่งมีชีวิตทรงปัญญา)







สุดท้าย

ยังมีหลายสิ่งที่ทางบริษัทบอกไม่หมดเกี่ยวกับการสร้างจักรวาล ทั้งนี้เพื่อให้เธอค้นหาความสนุกด้วยตนเอง เช่น สสารมืด รูหนอนอวกาศ การย้อนเวลา การบิดโค้งกาล-อวกาศ จะทิ้งร่องรอยการดำรงอยู่ของเธอให้สิ่งมีชีวิตทรงปัญญารับรู้ได้อย่างไร ฯลฯ

เราหวังว่าเธอจะสนุกกับของเล่นของบริษัทเรา และหวังว่าเธอจะเพลิดเพลินกับของเล่นอื่นๆในชุด “ทำเองก็ได้ ง่ายจัง!” ชุดอื่นด้วยเช่นกัน

ขอบคุณ

Cryptomnesia .Inc



Create Date : 21 พฤศจิกายน 2551
Last Update : 5 พฤษภาคม 2552 11:06:17 น. 0 comments
Counter : 1759 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

มีชีวิตบนดาวอังคารหรือเปล่านะ
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 17 คน [?]






....โลกมนุษย์นี้ไม่มีที่แน่นอน
ประเดี๋ยวเย็นประเดี๋ยวร้อนช่างแปรผัน
โชคหมุนเวียนเปลี่ยนไปได้ทุกวัน
สารพันหาอะไรไม่แน่นอน
ชีวิตเหมือนเรือน้อยล่องลอยอยู่
ต้องต่อสู้แรงลมประสมคลื่น
ต้องทนทานหวานสู้อมขมสู้กลืน
ต้องจำฝืนสู้ภัยไปทุกวัน
เป็นการง่ายยิ้มได้ไม่ต้องฝืน
เมื่อชีพชื่นเหมือนบรรเลงเพลงสวรรค์
แต่คนที่ควรชมนิยมกัน
ต้องใจมั่นยิ้มได้เมื่อภัยมา


พันตรีหลวงวิจิตรวาทการ





เขามีส่วนเลวบ้างช่างหัวเขา
จงเลือกเอาสิ่งที่ดีเขามีอยู่
เป็นประโยชน์โลกบ้างยังน่าดู
เรื่องที่ชั่วอย่าไปรู้ของเขาเลย
จะหาคนที่มีดีเพียงส่วนเดียว
อย่าเที่ยวเสาะหาสหายเอ๋ย
เหมือนเที่ยวหาหนวดเต่าตายเล่าเอย
ฝึกให้เคยมองแต่ดีมีคุณจริง

หลวงพุทธทาส





ชีวิตใกล้ปัจฉิมวัย ไม่เป็นไปตามแผนการเมื่อปฐมวัย อะไรที่ยิ่งใหญ่เมื่อเช้า เป็นของเล็กน้อยเมื่อเย็น อะไรที่เป็นสัจจะเมื่อแดดจ้า กลายเป็นมายาเมื่อยามพลบ

We cannot live the afternoon if life
according to the program on life’s morning; for what was great in the morning will be little at evening, and what in the morning was true will at evening have become a lie.



C.G. Jung.




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add มีชีวิตบนดาวอังคารหรือเปล่านะ's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.