Telco Update
Group Blog
 
All Blogs
 
มาอ่านเรื่องความรักของผมบ้างซิ PART 2

ช่วงบ่ายนั่งทำงานไปได้สักพัก ก็มีคนมาเคาะห้องอ๊ะ เธอนั่นเอง
"วันนี้ตอนเย็นพี่นัท ว่างไหมอะ"
"ว่าง !!" ตอบเสียงดังแบบไม่ต้องคิดเลย ผุ้ชายพายเรือ
"งั้นออกไปเพื่อนนัทหน่อยนะ" ก็เพราะเสียงออดอ้อนแบบนี้ละ ที่ทำให้ผมไม่เคยปฏิเสธเธอเลย แล้วประมาณช่วงเย็น ก็ออกไปกัน จุดหมายอยู่ที่สุขุมวิท แต่จำซอยไม่ได้แล้ว ระหว่างทางที่ชับรถไปเธอแผ่รังสีอำมหิตอีกแล้ว หากเปรียบรถเป็นเตาอบรังสีอำมหิตคือไมโครเวฟ ผมคงหอมกรุ่นน่ากินพอดี ไม่พูดจาเลย หรือเธอจะหลอกผมไปปล้น ก่อนที่จะเตลิดไปกว่านั้นเลยถามไปว่า นี่เราจะไปไหนกัน เธอไม่ตอบแต่ยิ้มๆ นิดๆอ้อ คงจะพาเราไปทำให้ประหลาดใจแน่นอน ประหลาดใจจริงๆ ครับ ประหลาดใจยิ่งกว่าอะไรเลย

เธอจอดรถหน้าบ้านหลังหนึ่ง ผมว่าบ้านผมหนึ่งหลังเท่ากับห้องครัวบ้านหลังนี้ได้แล้วเธอก็กดโทรศัพท์
"อยู่หน้าบ้านแล้ว" แล้วก็วางหูไป อีกซักแป๊บก็มีชายหนุ่มหล่อมากออกมาผมเห็นปุ๊บจำมันได้ปั๊บ หมอนี่เรียนรุ่นเดียวกับผม มันดังมากสมัยเรียน
"พี่นัทรออยู่ในรถนะ" เธอลงไป แต่ตอนนั้น ถึงผมจะโง่หรือบ้าก็พอจะปะติดปะต่อเรื่องออก หากผมจำไม่ผิดหมอนี่ละชื่อบอล ผมทำตัวไม่ถูกจริงๆ ตอนนั้นไอ้หมอนั่นมันมองมาในรถหลายครั้งเหมือนกัน เนื่องจากเสียงเพลงในรถดัง ผมเลยไม่รู้ว่าเค้าสองคนคุยอะไรกัน แต่ก็ดีที่ไม่ได้ยิน ผมอยากจะหนีไปให้ไกลจริงๆ หากทำได้ตอนนั้น แต่จะทิ้งเธอไปก็ไม่ได้ เพราะหลังจากนี้ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ทั้งสองคนคุยกันประมาณ 10 นาที แล้วเธอก็ร้องไห้ ยืนนิ่งแล้วร้องไห้ ไอ้หมอนั้นก็มองหน้าผม อยากจะออกไปตั๊นหน้ามันมาก แต่ผมรุ้ตัวดีว่าผมเป็นเพียงคนอื่นไกลของคนทั้งคู่ สักครู่เธอกลับเข้ามาในรถ
"ไปเถอะ" ผมต้องมาขับรถให้ เพราะหากปล่อยให้เธอขับอาจเป็นอันตรายได้ ระหว่างทางกลับเธอเงียบและไม่พูดอะไรเลย ส่วนผมก็ไม่มีอะไรจะพูดเหมือนกัน ถึงแม้จะมีคำถามมากมายแต่ถามไปก็เท่านั้นผมรู้เพียงว่าหน้าที่สุดท้ายของผมคือพาเธอไปส่งที่คอนโด ประโยคเดียวที่ผมพูดคือ
"อย่าคิดมาก เดี๋ยวก็ต้องเคลียร์กันได้" เธอเงียบงันไม่ได้ตอบอะไร พอจอดรถเสร็จแล้ว ผมบอกให้เธอขึ้นไปก่อน ผมจะเอาขนมไปให้น้องหมาแล้วผมก็มานั่งให้ขนมน้องหมา น้องหมาริกรี้ได้ไม่นานเหมือนจะรู้ว่า ผมผิดปกติซักพักมันก็มานอนไกล้ผม อีกไม่นานผมก็คงเป็นหมาหัวเน่าเหมือนกับน้องหมาเหล่านี้ผมไม่รู้ว่าผมนั่งอยู่ตรงนั้นนานเท่าไหร่ แต่ตอนนี้ผมไม่มีที่จะไปจริงๆ แล้วซักพักเธอก็ลงมาหาผมอีกครั้ง แล้วมานั่งไกล้ผม
"ขอบคุณพี่นัทมากนะคะ วันนี้" เสียงเธอแหบ ตาเธอบวม
"ไม่เป็นไรหรอกจ้า ยังไงนัทก็ยังมีพี่ชายคนนี้เสมอนะ" เอ้อ เอาเข้าไป ไม่ได้อยากเป็นพี่ชายเลยก็เพราะเป็นคนแบบนี้นี่ละ ชีวิตเลยไม่รุ่ง
"เดี๋ยวก็เคลียร์กันได้ อย่าคิดมากนะคนดี" เธอหันมาแล้วยิ้มนิดๆ ก่อนจะเงียบไปอีก แค่ทำให้เธอยิ้มได้ ผมก็ดีใจแล้วเกือบๆ เที่ยงคืนเธอจึงขึ้นไปนอน เพราะพรุ่งนี้มีเรียนส่วนผมนั่งอยู่แป๊บก็ออกไปกินเหล้ากับเพื่อน เหล้าไม่ใช่การแก้ปัญหา แต่บางครั้งเราก็ต้องการลืมปัญหาแม้มันจะเพียงครึ่งคืนก็ยังดีกว่าปล่อยให้มันกัดกินจิตใจเราต่อไป

หลังจากนั้น 3 วันผมไม่ได้คุยกับเธอเลยส่วนหนึ่งก็เพราะผมต้องการหลบหน้าเธอ ไม่มีข้อความจากเธอ ก็ในเมื่อเค้าคืนดีกันแล้วผู้ร้ายอย่างผมก็ต้องไปซักที ห้องเยื้องกันจากที่เคยเป็นสวรรค์ ตอนนี้ยิ่งกว่านรกอีก เย็นวันนั้นตอนผมกลับมาจากทำงาน ตอนออกจากลิฟท์เพื่อเข้าห้องก็เจอเรื่องร้ายๆ ตอกย้ำอีกครั้ง หมอนั่นมาหาเธอที่ห้อง ยืนคุยกันอยู่หน้าห้อง เนื่องจากผมเดินเลี้ยวเข้ามาเลยไม่รู้ตัวก่อนไม่งั้นผมคงไม่เอาตัวเองไปอยู่ที่ตรงนั้นเด็ดขาด และคนทั้งคู่ก็เห็นผมแล้ว ก็ไม่รู้ทำอย่างไรจะกลับไปก็ไม่ได้เลยเดินก้มหน้า ไม่ได้มองไปทางทั้งคู่และก็เข้าห้องไป เข้ามาถึงห้องก็เปิดเพลงดังๆ เพื่อกลบเสียงที่เราเคยอยากได้ยิน เสียงที่เราคิดว่าเป็นเสียงที่เพราะที่สุด ลูกผู้ชายอย่างผมน้ำตาคลอเบ้าก็หนนี้ละ หลายครั้งที่เพื่อนผู้ชายร้องไห้ ผมไม่เข้าใจหรอกว่าอะไรจะรักกันขนาดนั้น วันนี้ผมเข้าใจจริงๆ

ผมเสียใจกับเหตุการณ์ต่อไปอีก 3 วัน เธอก็เงียบหายไป งานการก็ไม่ได้ทำ พอดีวันนี้นั่งเช็คเมล์ ผมมีเพื่อนสนิทที่อยู่แก๊งเดียวกันแต่ตอนนี้ไปทำธุรกิจอยู่ที่ภูเก็ต เราเมล์คุยกันตลอด ผมอ่านเมล์ฉบับล่าสุด ทำให้ผมรู้ได้ทันทีว่า ผมควรจะหลบไปไหนดีหันไปมองเป้ใบเก่ง รองเท้าผ้าใบคู่เก่าทุกอย่างพร้อม โทรไปเลื่อนนัดเกี่ยวกับงาน พร้อมฝากความรับผิดชอบให้น้องที่บริษัท โทรไปจองตั๋วเย็นวันนั้นผมก็ถึงสนามบินภูเก็ตเพื่อนมารับ แต่ผมไม่ได้บอกเพื่อนว่าทำไมอยู่ดีๆ ถึงมา ตั้งใจว่าจะมาพักร้อนซัก 2 อาทิตย์ผมมาที่นี่ครั้งสุดท้ายเมื่อปีที่แล้ว ตอนนั้นมาดำน้ำกันกับเพื่อนในกลุ่ม 5 คน เพื่อนผมคนนึงชื่อหนึ่ง ติดใจเลยขอเงินพ่อแม่ไปเรียนจนได้ licenseดำไปดำมาเลยได้เปิดร้านดำน้ำที่ภูเก็ต เปิดมาได้เกือบปีแล้วทุกอย่างกำลังจะไปได้สวย ตอนที่หนึ่งจะเปิดร้านดำน้ำ เคยชวนผมลงหุ้นด้วยแต่เนื่องจากผมไม่ถนัดและจบทาง ITเลยไม่ได้ทำด้วยกันแต่วันนี้หุ้นส่วนคนนึงกำลังจะถอนหุ้นไป ทำให้ร้านเกิดปัญหา เพราะต้นทุนเรื่องพวกนี้สูง หากไม่ทันก่อนไฮซีซันนี้ ธุรกิจก็มีปัญหาแน่ หนึ่งเลยชวนผมอีกครั้งครั้งนี้ผมเริ่มลังเลเพราะ ผมชอบทะเล ถึงแม้จะไม่สามารถคาดหวังกับรายได้แต่ผมคิดว่ามันหล่อเลี้ยงจิตใจได้ดีทีเดียว ผมมาคราวนี้ พอเพื่อนๆ รู้ข่าวก้ตามลงมาอีก 2 คนพวกเราเลยได้ไปดำน้ำกันอีกครั้ง สนุกมาก เสียดายจังที่บัดดี้ที่ดำเป็นเพื่อนหากเป็นเธอ ปลาการ์ตูนที่ว่าสวยยังชิดซ้าย ขนาดดำน้ำยังคิดถึงได้ ตั้งใจว่าจะไม่ คิดถึงแล้วเชียว

อยู่ภูเก็ตได้ 10 วันตกลงกับหนึ่งว่าจะไปเคีลยร์เรื่องที่กรุงเทพแล้วจะให้คำตอบภายในเดือนนี้พอดีกับที่น้องที่ออฟฟิซโทรมาตามว่างานมีปัญหาผมเลยต้องกลับเร็วกว่ากำหนด3 วัน 11 วันที่ไม่ได้เจอ เธอโทรหาผมหลายครั้ง แต่ผมให้เพื่อนรับแล้วบอกว่าเจ้าของเบอร์ไม่ได้ชื่อนี้ เธอเลยไม่โทรมาอีกเลย

เวลามีเรื่องไม่สบายใจ ทะเลช่วยเราได้จริงๆ

กลับมาถึงกรุงเทพรู้สึกดีขึ้นกว่าก่อนไป ส่วนหนึ่งเพราะได้คุยกับเพื่อนด้วย ผมเข้าคอนโดอย่างกับขโมย ไขกุญแจห้องด้วยความเงียบเพราะไม่อยากให้เธอรู้ว่าผมกลับมาแล้ว ถึงผมกลับมาหรือจากไปมันก็คงไม่สำคัญอีกแล้วสำหรับเธอ

กลับมาถึงก็ต้องออกไปทำงานเลย เธอไม่รู้ตัวผมหลบหน้าต่อได้อีก 1 วันแต่ตอนที่ผมกลับมาจากทำงานนี่ซิตอนที่กำลังไขกุญแจนั่นเอง เธอคงรู้ตัวและเปิดประตูออกมา
"พี่นัท" ผมตกใจ คิดอีกทีเราไม่ได้ทำผิดนี่ได้ยินแต่ก็ไม่ตอบ มุมานะไขกุญแจต่อไป
"พี่นัท" เสียงเริ่มเข้มขึ้น
"อืมม ว่าไง" ตอนนี้รังสีมาคุ ของทั้งสองฝ่ายพุ่งเข้าใส่กัน
"ขอคุยด้วยหน่อย" เธอวีนแล้ว ผู้หญิงน่ากลัวเหมือนกันเธอเข้ามาคุยที่ห้องผมเลย
"มีอะไรก็ว่ามา" ทำเป็นไม่แคร์
"ไปไหนมา" สนใจด้วยเหรอ ผมตัดพ้อในใจ
"อ้อ พี่ไปติดต่อธุรกิจมานะ"
"ไปเป็นอาทิตย์เนี่ยนะ"
"ก็แวะไปเที่ยวกับเพื่อนนิดหน่อย พอดีรีบๆ ไม่ได้ซื้ออะไรมาฝาก"
"แล้วทำไมไม่ติดต่อมาเลย จะไปก็ไม่บอก"
"พอดีมันรีบๆ นะ" ทุกถ้อยของผมเป้นคำพูดประชดทั้งนั้น โดยเฉพาะ
"ตอนนี้พี่ตกลงกับเพื่อนได้แล้ว อีกไม่นานพี่คงไม่ได้อยู๋ที่นี่แล้ว เพราะต้องไปช่วยเพื่อนดูแลงานที่ภูเก็ต" โอ้ยถึงแม้จะงอนเธอแต่ผมจะประชดทำไมเนี่ยโกหกด้วย ปากไวไปหน่อย เธอไม่พูดอะไรแล้วงอนไปเลย ผมไม่ได้ตามไปง้อ เพราะคิดว่าเรื่องราวตอนนี้เป็นแบบนี้ละดีแล้ว ยังไงเรามันก็ส่วนเกินนี่ หลังจากนั้นผมก็ใช้ชีวิตตามปกติ เจอกันก็คุยนิดๆหน่อยๆ เหมือนไม่สนิทกันเลยเอาข้าวไปให้น้องหมาก็เอาไปให้คนละที น้องหมาคงงงตกลงจะกินของใครดี

แต่ช่วงหลังๆ ผมเริ่มลังเลเหมือนกันว่าจะปล่อยให้เรื่องมันจบแบบนี้เหรอ ผมไม่เคยได้บอกจากปากว่าคิดยังไงกับเธอเลย และไม่เคยถามเธอเลยว่าเรื่องของเธอมันลงเอยยังไง เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ผมคิดเองสรุปเองทั้งนั้น ถึงแม้ว่าเธอจะลงเอยกับไอ้หมอนั่น แต่ผมก็ไม่มีสิทธ์ที่จะไปโกรธเธอเพราะเธอไม่ได้ทำผิด เธอไม่เคยบอกว่าจะคบกับผม เธออาจคิดว่าผมเป็นพี่ชายคนนึงก็ได้ ยิ่งคิด จากที่เคยคิดว่าฝ่ายโน้นผิดกลายเป็นเราเองซะแล้ว

หลังจากที่ปรึกษากับเหล่าบรรดาที่ปรึกษาทั้งหลายแล้วผมจึงตัดสินใจว่ายังไงก็ต้องพูดกับเธอให้ได้ แต่เธอก็ไม่อยู่ห้องซักที รอมาหลายวันแล้ว โทรไปก็ไม่รับสาย คงยังโกรธอยู่ กะว่าเดี๋ยวดักเจอแล้วค่อยบอกก็ได้ 2 วันก็แล้ว 3 วันก็แล้วผมเริ่มชักระแวงแล้ว แล้วคำตอบก็เฉลย
"หนูๆ ที่บอกว่าเพื่อนหนูจะมาอยู่นะ ตอนนี้ห้องว่างแล้วนะ" อ่ะ ซวยแล้วไปโกหกไว้เรา
"เหรอ ครับ พอดีเพื่อนผมเค้ารอไม่ไหว ได้ที่อื่นไปแล้วละครับ"
"เหรอ แหมพอว่างแล้วไม่เอา ห้องที่ถามวันนั้นพอดี"
อะไรนะ ห้องที่ถามวันนั้น ไปกันใหญ่แล้ว
"ป้าว่าไงนะ พูดอีกที" ผมใจหายวูบ
"ห้องนั้นละ ที่รู้จักกับหนุ่มนั่นละ ย้ายออกไปเมื่อวานซืนเอง"
เมื่อวานซืนเธอเลือกเวลาย้ายได้ดี เพราะผมออกไปทำงานเลยไม่รู้หมดแรงเลยคุณ รีบกดโทรศัพท์หาเธออีกที แต่ก็เหมือนเดิมเธอไม่รับสายเลยทิ้งขอ้ความไว้ แต่ก็ไม่โทรกลับอยู่ดี ผมลืมไปสนิทเรื่องนึง เธอเรียนจบแล้ว เธอเรียนจบ 3 ปี ครึ่ง นี่แสดงว่าเธอเรียนจบมาเดือนกว่าแล้วแต่ผมไม่ได้นึกเอะใจเลย อาจเป็นช่วงที่กำลังงอนก็ได้

ผมกลับขึ้นมา ห้องนั้นไม่ได้ล๊อคกุญแจ คงรอทำความสะอาด ฝักบัวที่ผมเปลี่ยนให้เธอก็ยังอยู่ที่เดิม ห้องมันว่างเปล่ามากวันนี้ผมนั่งอยู่ในห้องคนเดียวเหมือนทุกวันแต่สิ่งที่ต่างไปคือ ไม่มีคนมาเคาะกวนประสาทไม่มีเสียงเรียก พี่นัท ไม่มีคนมานั่งเล่นกับน้องหมาอีกแล้วแล้วก็ไม่รอช้า ผมขับรถไปหาเธอที่บ้านทันที แต่ไม่ได้เข้าไปในบ้านหรอก เพราะมีคนออกมาบอกว่าคุณนัท ไม่อยู่มีอะไรให้สั่งไว้ คงเป็นเด็กในบ้านเธอ ผมถามต่อไปว่าจะกลับเมื่อไหร่ เด็กก็บอกไม่รู้ ผมรุ้ว่าเธออยู่ในบ้าน แต่ไม่ยอมออกมาพบผม ผมเลยฝากไปบอกว่าให้โทรกลับมาหาผมมีเรื่องจะคุย

แต่เธอคงสวมบทใจแข็งแล้ว ไม่มีอะไรติดต่อกลับมาจากเธอเลย

หลังจากนั้นผมก็เพียรโทรหาเธอทุกวัน จนเริ่มท้อใจ เอาวะ เป็นไงเป็นกัน สวมบทโหดบุกบ้านเธออีกครั้ง ให้รู้ดำรู้แดงไปเลย อย่างดีก็แค่โดนข้อหาบุกรุก แต่ได้บอกสิ่งที่อยากบอกเธอก็ถือว่าคุ้ม ด้วยความที่เพื่อนผมเป็นห่วงเลยตามมาด้วยอีกสองคน แต่เอ๊ะไม่ดี เหลือไว้คนแสตนบายเผื่อประกันตัวดีกว่า

ผมไปถึงบ่ายเธอช่วงบ่าย กะว่ายังไงอย่าให้เจอพ่อแม่เธอดีที่สุด อาจเป็นผลต่อการขอลูกสาวในอนาคตคิดไปโน่น แต่แผนการบุกของหน่วยสวาทไม่สำเร็จ เพราะบ้านเธอไม่มีใครอยู่เลย แถมเพื่อนผมยังโดนหมาในซอยไล่อีกกว่าจะกลับมาขึ้นรถได้แทบแย่

3 อาทิตย์ผมไม่ได้ข่าวคราวเธออีกเลย ทางหนึ่งก็ถามเพื่อจะเอาคำตอบจากผม ผมเลยตอบตกลงไป แต่โชคดีที่ทางหนึ่งบอกว่าให้ผมเป้นนักลงทุนอย่างเดียวเพราะไปทำก็เกาะกะเพราะจะมีเพื่อนในแก๊งอีกคนไปทำเอง ผมเลยยังได้อยู่ที่นี่ต่อ

ถึงวันเปิดร้านใหม่ ฝั่งอันดามันเข้า High Season แล้ว หนึ่งเปลี่ยนชื่อร้าน (ผมอยากบอกชื่อร้านจังแต่อย่าเลยเดี๋ยวหาว่าเอาไดอารี่มาหากิน) มะรืนนี้เป็นวันกำหนดตัดริบบิ้น ผมเลยต้องลงไปซะหน่อย เนื่องจากช่วงนี้งานที่ กทม เริ่มซา ผมเลยมีเวลาว่าง ก่อนไปผมเลยส่งข้อความไปบอกเธอว่าจะไปแล้วนะ ไม่กี่วันกลับก่อนไปอยากเจอ จะรอที่ .....
เมื่อก่อนเราจะไปออกกำลังกายที่นี่เป็นประจำ น้องนัทเธอเฮลตี้ ต้องได้เหงื่อทุกวันผมรอจนถึง 2 ทุ่ม แต่เธอก็ไม่มาเลยตัดสินใจโทรไปอีกที คราวนี้มีคนรับสาย
"ฮัลโหล สายนัทครับ"
"พี่นัทไม่อยู่นะคะ" คงเป้นน้องสาวเธอ เธอมีพี่น้อง 2 คน
"แล้วจะกลับมาเมื่อไหร่เหรอครับ"
"ไม่แน่ใจคะ แต่น่าจะประมาณปีหน้า" ผมงง นี่มันปลายปี ไปไหนถึงปีหน้า
"ขอโทษนะครับ เค้าไปไหนเหรอ"
"พี่นัทไปเรียนต่อคะ" วูบยิ่งกว่าวูบ กลั้นใจถามต่อไปได้ความว่าเธอไปเรียนต่อที่อังกฤษ ผมพยายามขอที่อยู่กับเบอร์โทรแต่น้องเธอบอกว่าให้ผมทิ้งเบอร์ไว้แล้วจะบอกพี่นัทให้เวลาโทรกลับมาเมืองไทย

ผมมาถึงภูเก็ตได้ไงก้ไม่รู้ 25 ปี โหดร้ายจัง ผมเลือกที่จะจบวันนี้เพราะวันนี้เป็นวันครบ 1 ปีที่เรารู้จักกันและขอจบเรื่องไว้แค่นี้
วันนี้ผมยังใช้ชีวิตตามเส้นทางของตัวเองต่อไป และเธอก็จะอยู่ในความทรงจำของผมตลอดไป ขอบคุณเธอที่ทำให้ผมมีวันดีๆ ในชีวิตรอยยิ้มของทุกคนที่เกิดจากเรื่องราวเหล่านี้ผมขออุทิศให้แด่เธอ .... ผู้ซึ่งจากไปไกลแสนไกล .... :_ )
===========================================

พฤษภาคม 2545
มรสุมเริ่มเข้าฝั่งอันดามันแล้ว ลูกทัวร์ดำน้ำก็น้อยลง ผมมาอยู่ที่นี่ได้ เกือบอาทิตย์แล้ว วันนี้มีปาร์ตี้ส่งลูกทัวร์กลุ่มนึง เป็นปาร์ตี้เล็กจัดแถวๆ บังกะโลที่ Co กับทางร้านหลังงานเลิก ผมก็มาเดินเล่นที่ชายหาด วันนี้อากาศดี พระจันทร์เต็มดวงเลยเห็นดาวน้อยกว่าปกติ ฟ้าผืนเดิมก็ยังสวยเหมือนเดิม ทุกครั้งที่มีเวลา ผมจะทำแบบนี้เสมอ ทุกครั้งที่ผมคิดถึงเธอการแหงนดูท้องฟ้า ทำให้ผมสบายใจ เพราะอย่างน้อยเราก็อยู่ใต้ฟ้าผืนเดียวกัน ห่างกันแค่ซีกโลก แต่ผมก็ไม่เคยหมดหวังที่จะรอเธอกลับมาและปลอบใจตัวเองเสมอว่า ความทุกข์ของผมนั้นเล็กมากเมื่อเทียบกับจักรวาลที่กว้างใหญ่นี้ขอโอกาสให้ผมอีกครั้ง ไม่ว่าจะนานแค่ไหน ผมรอแค่จะบอกเธอว่า ผมรักเธอ ผมรอด้วยศรัทธาที่ว่า ในเมื่อโชคชะตาพาเรามาเจอกัน ก็ต้องมีอีกครั้งที่เส้นทางของเราจะต้องมาเจอกันอีกที
หลังจากนั้นอีกไม่กี่วันผมก็เดินทางกลับกรุงเทพ เวลาเปลี่ยน ทุกอย่างก็เปลี่ยน ผมไม่ได้อยู่ที่คอนโดเดิมแล้ว เนื่องจากออฟฟิซใหม่ค่อนข้างไกล เลยย้ายออกมาอยู่อีกที่ ส่วนห้องผมก็ให้คนอื่นเช่าต่อห้องของเธอก็มีคนมาอยู่ใหม่แล้วเช่นกัน ตอนนี้ที่นั่นเหลือเพียงความทรงจำเท่านั้น
เย็นวันศุกร์ ผมเลิกงานเกือบ 2 ทุ่มเพราะต้องเคลียร์งาน ที่ทำงานเหลือผมเพียงคนเดียว ตอนนี้เพื่อนๆ ผมเริ่มจะไม่ค่อยมีเวลาออกมากินเหล้ากันแล้ว เนื่องจากอายุที่มากขึ้น ภาระต่างๆ ก็มากขึ้นเป็นเงาตามตัว บางคนก็แต่งงานไป จะเฮไหนเฮนั่นเหมือนเมื่อก่อนคงไม่ได้ ศุกร์นี้ผมเลยไม่มีที่ไป เรียกว่าไม่มีใครสักคนเลยก็จะดีกว่า หากเธอยังอยู่ไกล้อะไรๆ มันคงดีกว่านี้ วันนี้ผมคิดถึงเธอมาก เลยขับรถไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีจุดหมาย ผมมารู้ตัวอีกทีก็อยู่แถวๆ บ้านเธอ แล้ว คิดว่าไหนๆ ก็ผ่านมาเลยแวะเข้าไปดีกว่า จอดรถหน้าบ้านเธอ ก็ถามตัวเองเหมือนกันว่าจะมาทำไมเจ้าของบ้านเค้าไม่รู้อยู่ไหน แต่ไหนๆ ก็มาแล้ว ยังไม่ดึก ไปลองถามๆดูก็ไม่เสียหาย ผมเลยกดออดเด็กในบ้านออกมา ผมบอกว่ามาหาคุณนัท เธอบอกว่าคุณนัทไม่อยู่ ยังไม่กลับมา จะเข้ามานั่งก่อนไหม ผมก็เข้าไป หวังเล็กๆว่าหากเจอพ่อแม่หรือใครก็ตาม ผมอาจจะรู้อะไรของเธอเพิ่มเติมก็ได้ นั่งรออยู่ในห้องรับแขก เด็กเอาน้ำมาให้กิน บอกว่ารอซักแป๊บ ผมนั่งรออยู่ประมาณ 15 นาที ยืนดูรูปโมเน่ต์ที่ติดผนังอยู่ แล้วก็มีเสียงดังมาจากข้างหลัง"รอนานไหมคะ" เสียงที่ผมคุ้นเคย เสียงที่ผมรอคอย ผมงงมาก"จำรถได้" เธอยิ้ม แวบแรกที่เห็น เธอไม่ได้เปลี่ยนไปเลย อาจดูเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น "พี่นัททานไรมาหรือยัง" แต่สำเนียงการพูดอ้อนๆ เหมือนเดิม
"ยังเลย"
"งั้นรอแป้บนะ ออกไปหาอะไรทานกัน เดี๋ยวเอาของไปเก็บก่อน"
ผมรอเธออีกประมาณ 15 นาที บวกกับอาการงงๆ เอามือหยิกแก้มตัวเอง เออแฮะ โลกแห่งความจริงนี่นาบทที่จะเจอก็ง่ายเหลือเกิน
เราหาร้านทานกันแถวๆ บ้านเธอ เธอเล่าเรื่องต่างๆ ให้ฟังมากมาย ไปเรียนก็คอร์สสั้นๆ และเพิ่งกลับมาเมื่อ 2 อาทิตย์ที่แล้ว ตอนนี้ทำงานให้กับที่บ้านอยู่ เราพูดแลกเปลี่ยนเรื่องราวของกันและกันจนออกจากร้าน
ระหว่างทางขับรถไปส่งเธอที่บ้าน ผมมีความสุขมาก ความสุขอยู่ข้างๆผมแล้ว และจะไม่มีทางปล่อยให้ความสุขไปไหนอีกแล้ว ผมตัดสินใจบอกสิ่งที่ผมรอที่จะบอกเธอมานาน และแม้ว่าผลลัพธ์จะออกมายังไง
"พี่รักนัท" เธอเงียบไป แล้วยิ้มมาทางผม

วันนี้ผมต้องไปภูเก็ตอีกวัน เพราะมีหุ้นส่วนคนใหม่คือเพื่อนในกลุ่มอีกคน กลายเป็นว่าทั้งร้านมีเรา 4 คนทำงานสบายใจมากเลยนัดไปฉลองกัน ตอนเที่ยงแล้วผมเพิ่งจะขึ้น Taxi มีเมสเสจเข้ามา "อยู่สนามบินแล้ว อย่าโอ้เอ้ เร็วๆ กระเป๋าหนักนะ/อาม่า"
ผมดีใจจัง ที่หลายๆ คนอ่านแล้วยิ้ม
หลายคนอ่านแล้วมีกำลังใจ
หากเธอได้รับรู้ก็คงจะมีความสุขเหมือนที่ผมมีตอนนี้เช่นกัน
==================================================
วันนี้เป็นวันที่มีความสุขที่สุด ตื่นมาสดใสมาก เพราะอะไรนะเหรอก็เมื่อคืนผมได้บอกสิ่งที่เก็บมาตลอดแล้วนะซิ ถึงแม้จะไม่ได้รับคำตอบใดๆจากเธอ แต่รอยยิ้มนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าปฏิเสธหรือรังเกียจแม้แต่น้อยที่เหลือก็รอเพียงเวลาเท่านั้นที่จะนำคำตอบของเธอมาให้ผม
คืนนั้นเลยตามเพื่อนออกมาฉลอง บอกมีข่าวดีจะบอก หากไม่งั้นพวกมันคงไม่ออกมา เหล่าที่ปรึกษาทั้งหลายก็มีความสุขกันถ้วนหน้าไม่รู้สุขเพราะเรื่องผมหรือสุขเพราะได้กินเหล้า
แต่หลังจากนั้นเราแทบไม่ได้เจอกัน เพราะต่างคนก็งานยุ่ง เธอมีงานของเธอ ผมก็มีงานของผม เรียกว่าว่างแทบไม่ตรงกันเลยผ่านมา 2 อาทิตย์เราเจอกันครั้งเดียว ไปทานข้าวเย็นกัน และโทรคุยกันก็ไม่กี่ครั้ง จนผมเองก็เริ่มหวั่นๆ ว่าเป็นการปฏิเสธกันทางอ้อมหรือเปล่า
แต่แล้วก็มีเหตุให้ผมต้องมีอันไปภูเก็ตหลายวัน ปกติไปแค่ไม่เกินอาทิตย์ แต่คราวนี้อาจต้องไปเป็นเดือน ก็เพราะเพื่อนผมอีกคนที่อยู่ร้านมีเหตุจำเป็นต้องไม่อยู่ขึ้นมา งานทางกรุงเทพก็ยุ่ง แต่ครั้นจะไม่ไป เพื่อนคนเดียวก็ไม่ไหว เลยต้องโอนงานให้น้องที่ออฟฟิซทำแทน คืนก่อนไปก็เลยโทรไปบอกน้องนัทคนดีซะหน่อย
"เอ้อ พี่มีเรื่องจะบอก" ตัดมาตอนบอกเลยนะ
"มีอะไรเหรอ"
"คือพรุ่งนี้ ต้องไปภูเก็ตนะ แต่คราวนี้อาจนานหน่อย ไม่แน่ใจว่าจะ 1 เดือนหรือเปล่า"
เสียงอ่อยแล้วก็ขนาดอยู่ไกล้กันยังหาโอกาสเจอเธอยากเลย ไปอยู่โน่นยิ่งแล้วใหญ่
"พรุ่งนี้ว่างไหม ไปส่งหน่อยดิ" อยากเจอเธอก่อนไปนะครับ
"คงไปไม่ได้ละพี่นัท พรุ่งนี้ติดงานจริงๆ" เอาแล้วครับ
"........ งั้นก็ไม่เป็นไร แล้วจะโทรหานะ ฝันดีละกัน"
งอนแล้วผมงอนแล้ว รีบวางไปเลย คนจะไปหลายวันยังเห็นงานดีกว่าอีก โป้ง !!
วันเดินทางเลยเซ็งๆ คนที่อยากให้มาก็ไม่มา เลยเอ้อระเหยกว่าจะออกเดินทางได้ก็เกือบเที่ยงแล้วก็มีเมสเสจเข้ามา (ข้อความจริงๆ เป็นภาษาอังกฤษนะครับ)
"อยู่สนามบินแล้ว อย่าโอ้เอ้ เร็วๆ กระเป๋าหนักมาม่า"
อ่านข้อความก็งง อยู่สนามบินกระเป๋าหนักมาม่า แล้วจะเอามาม่าไปทำไม ยังไม่ทันรู้ว่าใครส่งมา ก็มีมาอีกอันนึง
"อยู่สนามบินแล้ว อย่าโอ้เอ้ เร็วๆ กระเป๋าหนักนะ/อาม่า" อ้อพิมพ์ผิด
เฮ้ย นี่มันๆๆ บอกพี่ Taxi ด่วนเลยพี่ จะขึ้นกี่ทางด่วนไปเลยเพราะกลัวว่าเดี๋ยวต้องขึ้นเครื่อง เวลาร่ำลาหวานซึ้งจะน้อย แต่พอไปถึงมันไม่ใช่ เธอไม่ได้มาส่ง เธอมาในชุดไปเที่ยวไอ้ผมนะดีใจมาก แต่ไอ้ครั้นจะวิ่งเข้าไปกอดก็ไม่ได้ แต่ในใจคิดไปแล้วอะ
"กลัวมีคนงอน" ประโยคแรกที่เธอพูด ผมนะยิ้มอย่างเดียว

มาถึงภูเก็ตตอนเย็น เพื่อนมารับ เพื่อนผมเองก็ไม่รู้หรอกว่าจะมีเซอร์ไพรซ์
ท่าทางมันตกใจเหมือนกัน หันมายิ้มมีเลสนัยอีก หึหึหึ เที่ยวนี้มันมากับสาว
เช้าวันรุ่งขึ้น อากาศแจ่มใสมากเลยจะพาเธอไปดำน้ำซะหน่อย พอดีวันนี้ที่ร้านไม่มีแขกเลย เรือก็เป็นของเรา เพื่อนผมก็อาสาขับเรือให้ วันนี้สิ่งมีชีวิตหลากสีสัน ใต้ทะเลชิดซ้ายไปถนัดตา เพราะเจอสิ่งมีชีวิตขาวหมวยเข้าไป น้องปลาการ์ตูนคงประชดประชัน
"ต๊ายเธอดูสิ ระริกระรี้ยิ่งกว่าพวกเราอีก ทีมาคนเดียวละหงอย" น้องปลาเบอร์ 1 กระแนะกระแหนผม
"อ๊างงง จริงด้วย แล้วดูสิพาปลาอะไรไม่รู้ ไม่มีสีอื่นนอกจากสีขาว" น้องปลาเบอร์ 2 กระแนะกระแหนเธอเอ้อ ผมบ้าไปแล้วเวลาดำน้ำ(เรียกว่าดำก็ไม่ถูกเพราะ สนอกเกิ้ลเอง) เหมือนกรณีเธอเนี่ยไม่ได้ดำบ่อยหน้าที่เราก็ต้องพาเธอไปดูตรงโน้นตรงนี้ นั่นปลาปักเป้านั่นปลานกแก้ว นอกจากจะทำให้เธอรื่นเริงแล้ว =) ยังได้จับมือเธอด้วย แผนนี้แยบยลครับ ดูจริงใจยังไงไม่รู้
ตกกลางคืนเราก็มีงานเลี้ยงปกติตามประสาคนรักงานเลี้ยง บังกะโลหลังเดิมทะเลเดิมๆ ฟ้าก็ยังผืนเดิม แต่สิ่งที่แตกต่างไปคือ ไม่ต้องเดินคนเดียวที่ชายหาดอีกแล้วหลังงานเลิกผมออกมาเดินเล่นกับเธอ
"ดีจังเลยนะคืนนี้" ผมพูดลอยๆ
"ดีอะไรเหรอ"
"ก็ดีไง แบบว่า .... ช่างมันเถอะ ดาวสวยดีนะ เคยเห็นดาวตกป่ะ" พูดไม่ออก เลยเปลี่ยนเรื่องถามเธอ
"เคยเห็นตอนเด็กๆ นานนนมากแล้ว" เธอตอบพร้อมเงยหน้าแหงนมองฟ้า คืนนี้ดาวเกลื่อนฟ้า สวยจริงๆ
"แล้วหากเห็นจะขออะไร"
"บอกของตัวเองมาก่อน" เธอถามผมกลับ
"ไม่รู้สิ สิ่งที่ขอไปก็สมหวังแล้ว ขอไปอีก เดี๋ยวจะโดนหาว่าโลภ พระเจ้าจะลงโทษ"
สิ่งที่ผมขอประจำเวลาที่อยู่ที่นี่ เวลาที่แหงนมองฟ้าก็คือให้ผมได้เจอเธอนั่นละครับ

"สมมุติพระเจ้าใจดี บอกว่าให้ขอได้อีกข้อละ" ตอนนี้เราทั้งคู่หยุดเดิน มองดูฟ้าทั้งคู่
"......................" ผมเงียบ ก่อนที่จะพูดว่า
"งั้น...ขอให้คนที่เรารักอยู่กับเราตลอดไป"
ผมไม่รู้ว่าเราสองคนเงียบไปนานแค่ไหน รู้แต่ว่าเวลานั้นผมและเธอต่างก็แหงนมองฟ้าเหมือนต้องการจะหาดาวตกจริงๆ แล้วเธอก็กลบความเงียบนั้น
"คนที่พี่นัทรักเค้าไม่ไปไหนอีกแล้วละ เค้าก็อยากอยู่ไกล้คนที่เค้ารักเหมือนกัน"
ภาพที่สวยที่สุดในคืนนั้น คือภาพคนสองคนเดินจับมือกันไปทะเลเป็นที่ๆ ดีที่สุดสำหรับผมแต่ทะเลที่มีเธอเนี่ยมันยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด
หากคุณรักใครซักคนในขณะนี้ และยังไม่ได้บอกเค้าให้รู้
อย่าอ้างว่า ไม่มีโอกาส
อย่าอ้างว่า ไม่กล้าพอ
อย่าอ้างว่า กลัวผิดหวัง
อย่าอ้างว่า ยังไม่ถึงเวลา
ความสุขของการได้รักคือการให้คนที่เรารักมีความสุขและการได้บอกรักครับ


*********** บทส่งท้าย *****************************************
นี่กลายเป็นว่าผมทิ้งปริศนาไว้ซะแล้ว
ทั้งเรื่อง บอล ทั้งเรื่องที่เธอจากไปไกลแสนไกล
สงสัยต้องมีต่อ
ผมเจอเธอครั้งแรกตอนเดือน กรกฏาคม แล้วได้คุยกันครั้งแรกเดือนกันยายน วันที่พิมพ์ตอนสุดท้ายคือวันที่เราคุยกันนะครับ จริงๆ ผมพิมพ์หมดแล้วสำหรับคำเฉลยที่หลายคนสงสัยแต่ยังลังเลว่าจะพิมพ์ ตอนสุดท้ายดีหรือไม่
คำตอบของข้อสงสัยต่างๆ มันอาจทำให้เรื่องของผมและเธอที่เคยสร้างรอยยิ้มให้กับหลายๆคนหมดไป
บางทีชีวิตคนก็เหมือนนิยายจริงๆ ครับ
ถ้าคุณมองความรักในแง่ดี ก็ขอให้เรื่องของผมจบไว้เท่านั้นอย่าได้อ่านต่อจากนี้เลย ผมเองยังอยากให้เวลาผมหยุดแค่ตอนนั้น และไม่อยากอ่านเรื่องราวต่อไปจากนี้เหมือนกัน

วันที่เธอพาผมไปหาแฟนเก่านั้น ในวันนั้นเธอยังไม่มีความรู้สึกพิเศษอะไรกับผมเธอรู้แต่เพียงว่า เธอคงรู้สึกดีมากกว่าหากมีผมอยู่ข้างๆ ในตอนที่เธอร้องให้คนทั้งคู่เคยคบกันสมัยเรียน แต่ฝ่ายชายเรียนจบและไปเรียนต่อเมืองนอกและก็ไปมีคนใหม่ ทิ้งเธอไปตอนเธอเรียนปี 3 เธอพยายามทำใจอยู่หลายเดือน ผ่านไปเกือบปีฝ่ายโน้นเรียนจบแล้วกลับมาขอคืนดี เธอเริ่มทำใจได้และปฏิเสธ วันที่เธอพาผมไปหาก็เพื่อบอกว่า เธอไม่ได้คิดอะไรกับฝ่ายโน้นแล้ว แต่ที่ร้องไห้ก็เพราะความรู้สึกดีๆ ที่เคยมีให้กันบางส่วนยังคงอยู่ เธอเริ่มมองเห็นผมหลังจากวันนั้น แต่ไม่แน่ใจว่าใช่ความรักหรือเปล่าและเธอกลัวจะต้องเสียใจอีกครั้ง
ในตอนที่เธอตัดสินใจไปเรียนต่อ ส่วนหนึ่งก็เพราะเธอไม่มั่นใจในตัวเธอเองและไม่มั่นใจในตัวผม รวมถึงทางบ้านต้องการให้ไป ตอนแรกเธอยืนยันว่าจะไม่ไปและรอให้โอกาสผม แต่ผมก็ปล่อยโอกาสนั้นไปอย่างเปล่าประโยชน์ด้วยการหนีเธอตัดสินใจไปเพราะคำพูดของผมที่ไปบอกเธอว่าจะไปอยู่ภูเก็ต
คำตอบทั้งหมดนี้ผมได้มาจากไดอารี่ของเธอ
จะมีสักกี่คนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเราแล้วยังคงติดอยู่ในความทรงจำ
จะมีสักกี่ความทรงจำที่ทุกครั้งที่คิดถึงก็ยังให้รอยยิ้มแก่เรา
และจะมีสักกี่รอยยิ้มที่จะนำพาน้ำตามาด้วยทุกครั้ง

ปลายเดือนกรกฏาคม เธอจากผมไปอย่างไม่มีวันกลับเนื่องจากเธอประสบอุบัติเหตุ
เธอเคยพูดกับผมว่า หากมีใครสักคนต้องจากไป ผมจะเลือกใครผมตอบว่าผมขอเลือกไปเองดีกว่า เพื่อให้อีกคนได้อยู่ต่อไปแต่เธอบอกว่า เธอเลือกเป็นฝ่ายอยู่ เพราะคนที่อยู่ต้องทนรับรู้ถึงความเป็นไปทุกอย่าง ต้องทนผ่านวันคืนที่แสนเนิ่นนานเพียงลำพัง
ผมได้ไดอารี่ของเธอในงานวันสุดท้าย น้องเธออยากให้ผมเก็บมันเอาไว้ในบันทึกมีเรื่องราวของผม มีความฝันของเธอ ประโยคสุดท้ายของเธอคือ
"เสาร์นี้นัดไปเที่ยว ตวจ กัน ต้องรีบเคลียร์งานให้เสร็จ =) "
วันนี้ผมเป็นฝ่ายอยู่ และใช้ชีวิตผ่านวันเวลาเพียงลำพังต่อไป
ผมมั่นใจว่าเธอไม่เคยจากไปไหน ยังคอยเฝ้ามองและให้กำลังใจผมอยู่จากที่ไกลๆ เสมอ

โดยคุณ อริสโตเติ้ล ณ PANTIP.COM


Create Date : 17 เมษายน 2549
Last Update : 17 เมษายน 2549 1:04:09 น. 3 comments
Counter : 226 Pageviews.

 
ขอให้คุณสู้ต่อไปนะค่ะ
อย่าสิ้นหวัง
้เรื่องราวของคุณดีค่ะ
อ่านแล้วร้องไห้เลย ซึ้งๆๆๆๆ


โดย: ... IP: 125.26.216.5 วันที่: 10 มิถุนายน 2553 เวลา:10:05:45 น.  

 
โชคดีนะคะ



สู้ๆๆคะ


โดย: *-๑ ช้างน้อย๑ -* IP: 125.24.104.171 วันที่: 19 สิงหาคม 2553 เวลา:13:04:40 น.  

 
เป็นเรื่องที่อ่านแล้วมีความสุขและเคร้ามากเลยค่ะบอกไม่ถูก แต่ก็สู้ๆๆนะค่ะ


โดย: อุ๋มอิ๋ม IP: 124.120.35.149 วันที่: 19 มกราคม 2554 เวลา:1:38:05 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ZAkk Blade
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ZAkk Blade's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.