Telco Update
Group Blog
 
All Blogs
 
มาอ่านเรื่องความรักของผมบ้างซิ PART 1

อ่านเจอในเนทนี่แหละประทับใจมากเลย ลองดูนะครับ
============================
ย้อนกลับไปเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว ตอนที่ผมกำลังหลับอย่างสบายอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงคนคุยกันวุ่นวาย อยู่หน้าห้อง เลยเป็นครั้งแรกในรอบ 2 อาทิตย์
ที่มีโอกาสได้เห็นนาฬิกาบอกเลข 08:00 ซักทีเอาตาไปแนบที่มองตรงประตูจึงรู้ว่าห้องว่างที่เยื้องห้องเรามีคนเข้ามาอยู่แล้วซิ ห้องนั้นเราเคยพยายามเข้าไปขโมยอะไหล่พวก
ฝักบัวมาเปลี่ยนกับห้องเรา ตั้งใจว่าวันนี้จะไปเอาบานเกล็ดมา ว้า ไม่ทันซะแล้ว ช่วงเที่ยง ตอนออกจากห้องก็เห็นประตูห้องนั้นเปิด สงสัยเจ้าของห้องกำลังจัดของอยู่
อ๊ะ เป็นอาม่าด้วย เราจะมีอาม่าเป็นเพื่อนแล้ว อ้าวอาม่ามีลูกเล็กด้วย โอยอย่างงี้เด็กร้องโวยวาย เรานอนไม่หลับแน่เลย เฮ้ย มีหมาด้วย มีครบเลยเครื่องมือโวยวาย ไปกันใหญ่แล้ว
แต่ก็ไม่ได้อยู่ดูต่อว่า อาม่ามีอะไรเป็นอุปกรณ์เสริมอีก เพราะต้องรีบไป นัดเพื่อนไว้เดี๋ยวโดนเตะ
วันนั้นผมกลับมาดึกเพราะคืนวันเสาร์ ตามประสาคนโสด อยู่ห้องไม่เป็นหรอก ตอนกำลังใขกุญแจเข้าห้องก็ได้ยินเสียงเพลงดังมาจากห้องนั้น อืมมม อาม่าาาา ฟังเพลงวัยรุ่นดีจัง
แล้วชีวิตผมก็ดำเนินต่อไปตามปกติ กลางคืนก็ทำงาน ตื่นตอนเที่ยง ตอนบ่ายก็ออกไปกินข้าว ผมทำงานเป็น Freelance นะครับ เวลาเลยไม่ตรงกับชาวบ้านเขา
บางทีก็กลางวันนอน กลางคืนทำงานเพราะมันสงบดี

ประมาณ 2 อาทิตย์ถัดจากนั้น ช่วงเช้าอีกแล้ว ผมกำลังนอนอยู่เลยก็มีคนมาเคาะประตู พี่ Security นี่เอง ผมจึงเปิดประตูออกไป
"สวัสดีครับขออนุญาติรบกวนครับ"
"ครับไม่เป็นไรครับ ผมตื่นเช้าอยู่แล้ว ฮะ ฮะ ฮะ มีอะไรครับ" หัวเราะแห้งๆ
"คือเมื่อคืนมีขโมยเข้ามาขโมยของ ไม่ทราบห้องคุณมีอะไรหายไหมครับ"
"อ้าวขโมยมาได้ไง พี่ไม่อยู่เหรอ" ผมตอบแบบเบลอ ๆ
"อยู่ครับ แต่ผมหลับ"
อ้าวไปนั่น พี่ยาม เอ้ยต้องเรียก Security ซิ หลับในเวลางาน ขโมยเข้ามาขโมยของอีก อย่างงี้เค้าเรียก หลับยาม เอ๊ะ หรือ หลับ Security ละ งง
"ห้องผมเหรอ ไม่มีอะไรหายหรอก เมื่อคืนผมทำงานอยู่ทั้งคืน"
"แล้วคุณเห็นอะไรที่ผิดปกติบ้างไหมครับ เมื่อคืนจนถึงวันนี้"
กำลังจะบอกว่าพี่นั่นละ มาปลุกผม ผิดปกติที่สุดแล้ว แต่กลัวโดนเตะ เลยไม่ได้บอกไปแล้วพี่ Security แกก็ไปเคาะห้องต่อไป แกคงเคาะมาหลายห้องแล้วละท่าทาง คราวนี้เป็นห้องอาม่า เออ ดีๆๆ เดี๋ยวพี่ Security เห็นอาม่าเลี้ยงหมา กฏเค้าห้ามเลี้ยงอาม่าโดนแน่ บาปจังเราแกล้งคนแก่ ด้วยความที่อยากจะเห็นอาม่าโดนจับได้ว่าเลี้ยงหมาผมเลยแกล้งทำโน่นทำนี่ โดยไม่ปิดประตู แล้วพี่ Security แกก็ดำเนินการตามบทที่แกท่องมา
ก๊อก ๆ ๆ
"สวัสดีครับขออนุญาติรบกวนครับ"
".................."
"สวัสดีครับขออนุญาติรบกวนครับ" ย้ำอีกรอบ
"ซักครู่ค่ะ" ตอนนั่นผมกำลังง่วนกับการแกล้งเก็บโน่นเก็บนี่แต่นึกในใจ อาม่าเสียงหวานจัง
"มีอะไรเหรอค่ะ" ประตูห้องอาม่าเปิดออกมาพร้อมเสียง
"คือเมื่อคืนมีขโมยเข้ามาขโมยของ ไม่ทราบห้องคุณมีอะไรหายไหมครับ"
"ไม่มีนี่คะ คุณขึ้นมาก็ดีแล้ว ช่วยบอกช่างให้มาเปลี่ยนฝักบัวเร็วหน่อยนะคะ แจ้งไปหลายวันแล้ว รบกวนด้วยนะคะ"
อึ๊ก นี่พูดกระแทกเราป่าวเนี่ย อาม่าเสียงเพราะแฮะ แล้วผมก็เลยออกไปดูเจ้าของเสียง อ้าวไม่ใช่อาม่านี่ ไม่ใช่หมาด้วย ผู้หญิงผมยาว ตัดผมไสลด์ หน้าม้านิดๆ ผิวขาว สูงพอดีๆ โหยยยย เราหลงผิดตั้งนาน อาม่านั่นอาจจะเป็นญาติเธอก็ได้ เธอมองมาทางผมผมก็มองมาทางเธอในใจนึกขอบคุณขโมยคนนั้นมาก ที่ทำให้ผมได้เห็นอะไรดีๆ แบบนี้ตั้งแต่เช้าพรุ่งนี้มาอีกก็ได้นะ แต่ไปขโมยห้องอื่นละกัน เรามองกันซักแว้บนึง แต่ใจผมคิดว่ามันนานมากเลย แล้วก็มีเสียงพูดขัดขึ้นมา
"แล้วคุณเห็นอะไรที่ผิดปกติบ้างไหมครับ เมื่อคืนจนถึงวันนี้" พี่ Security ท่องบทของแกต่อ
"ไม่มีนี่คะ อืม ไม่มีนะ" เธอหลบตาจากผมแล้วก็ไปคุยกับพี่ Security ต่อแล้วพี่แกก็จากไป
ก่อนที่จะปิดประตูผมแอบมองหน้าเธออีกครั้ง คือเวลาคนเรามันรุ้สึกดีกับอะไรบางอย่าง โลกมันก็ดูดีไปหมดอาม่าของผม คงอายุไม่เกิน 22 แน่เลย จากที่ไม่เคยสนใจว่าจะมีใครอยู่รอบตัว แต่ตอนนั้นคำถามมากมาย เกิดขึ้น เธอเป็นใคร ชื่ออะไร เฮ้อออออออ นี่หากพี่ Security ถามผมอีกทีตอนนั้น ผมจะบอกพี่แกไปว่า
"ผมมีของหายแล้วครับ เพิ่งหายเมื่อกี้นี่เอง หัวใจครับพี่ หัวใจ" แล้วให้พี่แกจับอาม่าของผมไปซะให้เข็ด โทษฐานขโมยหัวใจ =)

หลังจากวันนั้นผมก็พยายามออกนอกห้องเหลือเกิน เมื่อก่อนละเก็บตัว เดี๋ยวนี้ขยันออกไปทิ้งขยะมาก เผื่อเจอหน้าเธอก็ยังดีห้องผมเลยไม่มีขยะ เลยซักชิ้น ความรักทำให้ห้องสะอาดได้ด้วยแฮะ ผมมาเจอเธออีกทีหลังจากนั้นอีก 2 วัน ผมกลับมาจากไปพบลูกค้า กำลังจะเข้าห้อง ตกใจแทบแย่ไม่คิดว่าจะเจอกัน เธอนั่นเอง กำลังจะออกไปข้างนอก อ้าวเธอยังเรียนอยู่เลยคงเรียนมหาลัยไกล้ๆ นี่แน่เลย โหยรู้งี้ หากมาช้ากว่านี้ 1 นาที ตรงหัวมุมได้เดินชนกันแบบในหนังแน่ รู้ตัวอีกทีเธอเดินไปลงลิพท์ซะแล้ว เพ้อนานไปหน่อย

โอยทำไงละ แย่แล้วแล้ว ชื่อเค้ายังไม่รู้ แล้วเค้ายังเรียนอยู่เลย เรามันก็ทำงานแล้วด้วยซิ เธอน่าจะอยู่ซักปี 4 ผมเรียนจบมาแล้ว 2 ปี แสดงว่าเธออ่อนกว่าผม 3 ปีอย่างมาก ทำยังไงจึงจะได้ทีโอกาสรู้จักกับเธอละ หากเข้าไปคุยเลยจะหาว่าหัวงูหรือป่าวอะ ไม่มั้งหรือเป็นแบบพี่ชายดี แบบเข้าไปติว ไม่ได้อีก เธอคงไม่เรียนคณะเดียวกะเราหรอก คณะเราไม่เคยมีหญิงงามแบบนี้ ดูจากสถิตินะครับคืนนั้นผมนอนคิดแผนตลอดเลย ว่าจะคุยกับเธอได้ไง ตอนนี้อยากเอาฝักบัวไปคืนจัง แถมคนอาบให้ด้วยเลยเอ้า

หลังจากวันนั้นผมก็เจอเธอเรื่อยมา เดินสวนกันบ้าง ขึ้นลิฟท์พร้อมกันบ้าง แต่ผมก็ยังหาโอกาสเหมาะๆ คุยกับเธอไม่ได้ผมไม่กล้าด้วยละ มันนานเกินไปที่จะแล้วที่จะถามว่า "มาอยู่ใหม่เหรอครับ" เฮ้อ

ตกเย็นวันหนึ่ง วันนี้เป็นวันที่ผมขี้เกียจเลยไม่ทำงาน นั่งเล่นเกมส์ทั้งวัน ตอนเย็นเบื่อๆ เลยลงไปเล่นกะน้องหมา ใต้ตึกน้องหมาเหล่านี้เป็นหมาจรจัดที่มาเกิดลูกไว้นะครับ พวกนี้พักดีกับผมทุกตัว เพราะผมจะเอาข้าวที่เหลือมาให้กินประจำ ผมไม่ได้เกลียดหมาหรอกนะอ่านแล้วจะหาว่าผมเกลียดหมาในห้องอาม่า ระหว่างที่เล่นกับน้องหมาอยู่ก้มีรถเข้ามา ผมก็ไม่ได้สนใจอะไร มองดีๆ อีกที เธอนั่นเองกลับมาจากเรียน แล้วเธอก็เอารถเข้าไปจอดที่จอดรถ แต่เธอไม่ยอมลงจากรถ นั่งฟุบหน้ากะพวงมาลัยอยู่ อ้าวเกิดอะไรขึ้นละ ผมยืนมองด้วยความเป็นห่วง เธอเป้นอะไรหรือป่าว ทำไมนิ่งไปแบบนั้น น้องหมาก็คงสงสัยว่าผมเป็นไรไปหรือป่าว ทำไมยืนมองนิ่งแบบนั้น คนมองคน หมามองคน มองด้วยความรู้สึกเป็นห่วงเหมือนกัน ผมไม่รู้ว่าเธอนั่งอยู่อย่างนั้นนานแค่ไหน เพราะผมขึ้นมาก่อน แต่สิ่งหนึ่งที่ผมสงสัยคือ เธอต้องมีปัญหาอะไรแน่ หรือว่าทะเลาะกับแฟนมา หน้าตาแบบนี้เหงาหรือโสดได้ไม่นานหรอก คงมีแฟนแล้วแน่เลยผมคิดไปต่างๆนาๆ ผมกับเธอห่างกันแค่ผนังกั้น แต่เหมือนกับไกลกันคนละโลก

ถัดจากวันนั้นอีกวัน ผมเลยคิดว่ายังไงก็ต้องให้รู้จักกับเธอให้ได้ ก็เลยคิดว่าหากลงไปถามป้าที่ดูแลตึกอาจจะรู้อะไรก็ได้ นิดหน่อยๆ ก็เอาละ ผมเลยแกล้ง (อีกแล้ว) ลงไปนั่งที่ชั้นล่างอ่านหนังสือพิมพ์ ซื้อหนมป้ามากิน ป้าแกขายหนมด้วยนะ
"ป้าๆ ตอนนี้มีห้องว่างไหมครับ เพื่อนผมจะมาอยู่" เอ้อ เริ่มเรื่องได้ดีแฮะเรานี่ ไม่ได้คิดมาก่อนเลยนะ
"ไม่มีหรอกหนู ห้องตรงข้ามหนูละ ห้องสุดท้ายแล้ว" เข้าล็อค ป้ารู้ใจจัง
"อ้าวห้องตรงข้ามนั่นมีคนมาอยู่แล้วเหรอ ผมจะถามห้องนั้นละป้า" เริ่มเข้าเรื่องแล้ว
"ไม่มาบอกป้าก่อน แล้ววันนี้ไม่ทำงานเหรอหนูนะ" อ้าว ป้าอย่าเพิ่งเปลี่ยนเรื่องดิ
"วันนี้ไม่ได้ออกไป ทำที่ห้องนะป้า แล้วห้องนั้นเค้าซื้อหรือเช่าละป้า" ผมพาป้ากลับเข้าเรื่อง
"เออ หนูไอ้หมาพวกเนี้ย ใครให้มันข้าวกินเหรอ ทำไมมันอยู่ดีกันทุกตัวเลย" ไม่เอาเรื่องหมา เข้าเรื่องเหอะ พลีสๆๆ
"อ้อ ห้องนั้นเหรอ เค้ามาเช่านะ เห้นบอกจะซื้อต่อ เออ ยังไม่เปลี่ยนฝักบัวให้เลย ช่างก็ไม่ยอมมา" เรื่องฝักบัวอีกแล้ว
"เห็นเมื่อเช้าเดินถือกระเป๋าออกไป"
แล้วป้าแกก็เปลี่ยนเรื่องไป ผมเลยได้ข้อมูลเพิ่มมาอีกนิดหน่อย มาเช่า กับออกไปเมื่อเช้าแล้วมันจะช่วยอะไรผมได้ไหมเนี่ย อ้าๆๆ ยังมีอีกคน พี่ Security อันนี้ผู้ชายอาจเปิดใจได้มากหน่อย หึหึหึ ผมเลยตรงไปนะป้อมยาม เอ ไปเฉยๆ ไม่ดีแน่เลย แอบไปซื้อบุหรี่ กะมาติดสินบน (หนูๆ อย่าเอาอย่างนะ สูบบุหรี่ไม่ดีเน้อ) จริงๆ ผมไม่ได้สูบบ่อยหรอก กินเหล้าทีสูบที แต่วันนี้เลยแกล้งเดินไปไกล้ๆ แล้วจุดบุหรี่ พี่แกหันมายิ้ม เลยยื่นให้แกไป เข้าล็อคอีกราย
"ไม่ทำงานเหรอครับคุณ วันนี้" นี่หน้าเรามันขยันมากเลยเหรอ เจอหน้าต้องถามเรื่องงาน
"ไม่ละพี่ เออพี่ตกลงจับขโมยได้ปะ" ถามโง่ๆ งั้นละ จับได้ก็บ้าแล้ว
"ไม่ได้หรอกคุณ โจรสมัยนี้"
"เอ้อพี่ ห้องที่อยุ่เยื้องๆ ห้องผมนะเค้ามาอยู่ใหม่เหรอ" เข้าเรื่องอย่างไม่ปี่มีขลุ่ย
"อ๋อห้องนั้นเหรอ ใช่ๆ เพิ่งมาอยู่ ลูกสาวเค้ายังเรียนอยู่เลย ว่าแต่ถามทำไมเหรอคุณ" พี่แกหันมายิ้มมีเลสนัย
"ก็ป่าวนี่ถามดูเฉยๆ " พูดไปไม่สบตา เดี๋ยวจับได้ว่าโกหก
"เมื่อวานผมเห็นด้วยละ เห็นคุณ ... " พี่แกเรียกชื่อห้องแทน อาม่า ของผม แกคงไม่รู้ชื่อ
"เห็นนั่งร้องในรถนะ ผมจะเข้าไปถามก็ลังเล ไม่รู้เป็นอะไร" สรุปแล้วว่าร้องจริงด้วย
"นานไหมพี่"
"ซัก 30 นาทีได้มั้ง แล้วเค้าก็ขับรถออกไปอีกที เมื่อเช้าก็ออกไปแล้วนี่ หิ้วกระเป๋าใบโตออกไป ฝากให้ผมดูห้องให้ด้วย บอกจะไป ตจว 2-3 วันนะ"
ไปต่างจังหวัด ร้องให้ในรถ โอย อกหักชัวร์ แบบนี้ไปทะเลชัวร์เลย คนอกหักต้องไปทะเล ว่าแต่เธอไปทะเลที่ไหนเหรอใกล้ๆ ขับรถไปไม่น่าจะเกิน ชะอำ หัวหิน ระยอง หรือ เสม็ด หากตามไปแล้วเจอกันที่ทะเลนะ โอกาสคุยกันมีแน่ "เอ๊ะ คุณเราอยู่ห้องเยื้องๆ กันนี่" อูยแค่คิดประโยคเริ่มก็สุดแสนจะเนียนแล้ว แล้วเราก็รู้จักที่ทะเล เพ้อไปใหญ่แล้วคงจะหาเจอหรอกนะ แล้วเธอไปจริงหรือเปล่ายังไม่รู้เลย อาจจะกลับบ้านก็ได้ เฮ้อออออ

ผมกลับขึ้นมาด้วยใจที่ห่อเหี่ยว เห็นห้องเธอล็อคยิ่งแล้วใหญ่ ถึงแม้จะไม่ได้คุยกัน แต่อย่างน้อยรู้ว่าอยู่ก็ยังดี เพราะเราห่างกันแค่ไม่เกิน 3 เมตรใครนะทำให้เธอร้องไห้ ใจร้ายจริงๆ หากเป็นผมละก็รับรองไม่มีวันหรอก คืนนั้นผมรุ้สึกเหงาเป็นพิเศษนั่งทำงานไปแบบเหม่อๆ ใจนึงก็คิดถึงแต่หน้าเธอ อีกใจก็เป็นห่วงเธอ อีกใจก็อยากรู้จักเธอนี่ผมหลายใจเหมือนกันนะเนี่ย ผมผ่านคืนนั้นมาอย่างเบลอๆ จริงๆ

เช้าวันที่ 4 ที่เธอหายไป ฝนตกหนักมาก ตกอย่างไม่ลืมหูลืมตาเลยกิจวัตรประจำวันของผมในช่วง 2-3 วันนี้คือ เปิดประตูออกไปดูว่าห้องของเธอยังล๊อคกุญแจอยู่หรือเปล่า วันนี้ก็ยังล็อคอยู่ ไม่ได้รู้ตัวเลยว่ามีใครที่เธอไม่รู้จักเค้ากำลังคิดถึงเธออยู่นะ ไม่ไกลเลยเยื้องๆ กันนี่ละเวลาที่เรารอคอยอะไรบางอย่างเนี่ย เหมือนเวลามันนานขึ้นจริงๆ เลยเพื่อไม่ให้ฟุ้งซ่านวันนี้เลยออกไปทำงานดีกว่า กว่าจะกลับมาก็ค่ำๆ แล้วแล้วสิ่งที่ผมรออยู่ก็มาซักที เธอกลับมาแล้วห้องเธอไม่ได้ล็อคกุญแจ เย้วว ดีใจจัง คืนนั้นผมตั้งใจไว้แล้วว่า เป้นไงเป้นกันไม่มีอะไรจะเสีย ยังไงต้องหาเรื่องคุยกับเธอให้ได้

รุ่งขึ้นผมกำลังดักรอเหยื่อเหมือนหมาป่าจ้องจับลูกแกะ รอจังหวะที่เธอออกจากห้องผมจะออกด้วย แล้วตอนอยู่ในลิฟท์นี่ละ ผมจะเริ่มเลย หึหึหึ ไม่ใช่ลวนลามนะ คุยเฉยๆ ผมตื่นเช้ามาก แต่งตัวรอ แสตนบายไว้ แต่กว่าจะเริ่มแผนได้ก็เกือบ ชมจากที่ผมสังเกตทุกวันนี้เธอจะมีเรียนนะครับ เลยแน่ใจว่าเธอต้องออกมาแน่ แล้วพอมีเสียงก๊อกแก๊ก ใช่แล้วเธอออกมาแล้ว ผมทิ้งระยะแป๊บนึงก็ออกตามมา แล้วเราก็ยืนรอลิฟท์พร้อมกัน เป็นการรอที่วิเศษจริงๆ ยืนไกล้ๆกัน คนอะไรหอมจัง ผมนึกในใจ ทำไมไม่คุยวะ คุยสิๆๆๆ แต่ตอนนั้นเหงื่อมันแตกพลักเต็มฝ่ามือแล้วเหมือนเด็ก 15 เริ่มจีบผู้หญิงเลย ลิฟท์ก็ลงมาเรื่อยๆๆ จะมาถึงชั้นที่ผมรอแล้ว แล้วก็ไม่ได้คุย ลิฟท์มาซะก่อน ยังมีโอกาสในลิฟท์ไง ในลิฟท์เพราะมีเพียงผมและเธอเท่านั้นตอนที่ประตูลิฟท์กำลังจะปิดนั่นเอง
"รอป้าด้วยหนู" ป้าเมด มาทำไมเนี่ย ไอ้ครั้นเราจะรีบปิดลิฟท์ก็น่าเกลียด ป้าแกไม่ได้มาตัวเปล่านะ
แกหิ้วถังน้ำมากับอุปกรณ์ทำความสะอาดสารพัดมาด้วย ตอนแกจะเข้าลิฟท์ทุลักทุเล พอสมควร ผมเลยช่วยแกยกถังน้ำเข้ามา
"เหนื่อยเหลือเกินวันนี้ ไปทำงานกันเหรอเด็กๆ "
"ครับ" เธอยิ้มไม่ได้ตอบอะไรเพราะเธอยังไม่ทำงานนี่เองเลยไม่มีสิทธิ์ตอบคำถามนี้

แล้วบรรยากาศที่สดใสของผมก็มาคุเลย เตรียมตัวแต่เช้าเจอสกัดดาวรุ่งเข้าไป ตอนลิฟท์ถึงชั้น G ป้าแกก็เริ่มขนของๆ แกออกผมก็ช่วยยกถังน้ำ ระหว่างที่กำลังยกนั่นเอง ประตูลิฟท์ก็หนีบผม โอวแม่เจ้า ผมโดนลิฟท์ต่อหน้าสุดที่รักของผม ไอ้เจ็บนะไม่เท่าไหร่หรอกแต่อายนี่ซิ หนีบหัวด้วยคุณ ผมจะยื่นหัวไปทำไมเนี่ยเธอคงตกใจเลยรีบกดปุ่มเปิดประตูให้พร้อมกับประโยคที่ว่า
"เป็นอะไรหรือเปล่าคะ" ผมกำลังจะตอบ ป้าแกก็ถามบ้าง
"เป็นอะไรไหมหนู"
"ไม่เป็นอะไรครับป้า " คำตอบผมเลยกลายเป็นของป้าเค้าไป เธอเลยช่วยอีกแรงยกของให้ป้า น้ำใจงามจังคนอะไร แล้วเราก็แยกจากกัน ดีใจลึกๆ อย่างน้อยเธอาก็คุยกับเราแล้ววันนั้นหากคุณไปอยุ่ที่คอนโดผม แล้วเห็นผู้ชายคนนึง พยายามถูกลิฟท์หนีบ ไม่ต้องสงสัยว่าใคร เค้าคือผมเอง

ตอนนี้อะไรๆ กำลังไปได้สวย หากเจอเธออีกครั้งเราก็มีสิทธิ์ยิ้มให้ได้แล้วซิ เธอเห็นหน้าผมคงจำได้
"อ๋อ ไอ้ลิฟท์หนีบนี่เอง" เธออาจคิดในใจแบบนี้ แล้ววันของผมก็มาถึง ในอีก 2 วันถัดมา

คงเป็นจังหวะที่ดีเฮือกสุดท้าย ของคนเบญจเพศอย่างผม เพราะผมเจอเธอแทบทุกครั้ง ที่ออกจากห้อง แต่ไม่ได้เจอะแบบจังๆเหมือนเมื่อ 2 วันก่อนวันนี้ก็เช่นกันตอนผมกลับจากทำงาน นั่นเอง กำลังเอารถเข้าจอดเธอก็มาด้วยเช่นกัน ผมเห็นเธอ พระเจ้าให้โอกาสผมอีกครั้งแล้ววันนี้ละ พี่ลิฟท์จะไม่ยอมปล่อยอาม่าไปไหนหรอก วันนี้อารมณ์ปอดแหกของผมหายไปหมดแล้ว ไม่รู้ทำไมทำตัวได้ธรรมชาติมากอาจเป็นเพราะเธอเริ่มจำหน้าผมได้แล้วมั่ง ตอนลงจากที่ลานจอดรถ ยังไงก็ต้องเดินลงตรงบันใดเดียวกันเพื่อมาที่ชั้น Gผมเลยได้โอกาส หันไปยิ้มให้เธอ แต่เธอทำหน้างงๆ ไม่มีอาการอะไรกลับมาซวยละสิ หรือเธอหยิ่ง แต่สักพัก เธอก็เดินเข้ามาไกล้ๆ ผม ผมเหมือนประกวดนางงามเลยครับ ผมยิ้มค้างไว้ เพราะไม่รุ้เธอจะเอายังไงในใจก็นึก "จะเอาไงกับ ku ว้า ๆ"
"อ๋อ พี่นั่นเอง มองไม่ชัด" เธอพูดกับผมแล้ว สุดยอดเลยครับ บรรยายความรู้สึกไม่ถูก
"อ้า พี่เอง" ผมยังยิ้มค้างบวกงง ๆ
"คือวันนี้ไม่ได้ใส่คอนแทคนะค่ะ แว่นอยู่ในกระเป๋า" อ้อ มองเราไม่เห็นนี่เอง
"นี่เรียนที่ ... เหรอ"
"ใช่คะ"
"จริงสิ ผมก็จบจากที่นี่เหมือนกัน"
"พี่รหัสเท่าไหร่คะ แล้วเรียนคณะอะไร"
"ผมรหัส xxx จบคณะ xxx" ตัวย่อนะครับ ไม่ใช่ x อย่างว่า
"เหรอคะ เอ๊ะแบบนี้ตอนปี 1 พี่ก็ปี 4 นะสิ" จริงด้วยเราเดาไว้ถูกเผง
"แล้วน้องเรียนคณะอะไรเหรอ"
"คณะ rrr นะคะ" r ตัวย่อนะ ไม่ใช่ r อย่างว่าแล้วเราก็เดินไปคุยไปสัพเพเหระ จนจะแยกจากกัน เหมือนผมส่งเธอถึงหน้าห้องเลย แต่ป่าวหรอก ห้องเยื้องกันนิแล้วสิ่งที่ผมลืมสนทเลยก็คือ ผมไม่ได้แนะนำตัว และไม่ได้ถามชื่อเธอ ซวยแน่ไม่อยากโดนเรียกพี่ลิฟท์ตลอดชาติ ก่อนที่เธอกำลังจะปิดประตูผมเลยรีบออกมาเพื่อถามชือ่เธอ
"โทษที พี่ชื่อพี่นัทนะ จะให้เรียกน้องว่า"
"นัท" เธอทวนซ้ำ
"ครับ พี่ชื่อนัท" ผมทวนบ้างไม่ยอมหรอก
"นัทค่ะ" ท่าทางเธอก็ไม่ยอม แต่ก่อนที่ผมจะบ้าไปกว่านี้
"ชื่อเหมือนกันคะ" เธอยิ้มแล้วปิดประตูไป
ชื่อเหมือนกัน เป็นเรื่องมหัศจรรย์อีกเรื่องของผมเลยละ คนที่ชอบชื่อเดียวกัน

คืนนั้นเป็นคืนที่หลับสนิทที่สุดในรอบ อาทิตย์ที่ผ่านมา

วันนี้ผมตื่นมาด้วยอารมณ์สดใสอย่าบอกใคร ตื่นเช้ายังไม่ได้ลุกจากเตียงนอนเขิลไปเขิลมาคิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืนแล้ว เฮ้อ ยิ้มไม่หุบจริงๆ อ๊ะ ใช่ๆลืมไปเช้ามาต้องเช็คก่อนว่าไปไหนหรือเปล่า ห้องไม่ได้ล็อคนี่นา ไม่ไปไหน จริงๆ ด้วยละ ตอนนี้ผมเหมือนพวกโรคจิต ประเภทถ้ำมองไปแล้ว ฮะ ฮะ ฮะ

ตอนนี้แผนแรกของผมก็สำเร็จไปแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็สร้างความสนิทสนมกับเธอแต่ไอ้ครั้นจะรุกมากๆ ก็ไม่งามต้องทนเฉยๆ ไปก่อนซักระยะถึงแม้ในใจจะบ้าตายก็กะว่าหากเจออีกทีอาจจะลองพูดๆ เล่นชวนไปกินข้าวมื้อเย็นอะไรแบบนี้แต่วันนั้นทั้งวันผมก็ไม่ได้เจอเธอ จนตกเย็นประมาณ 3 ทุ่ม เนื่องจากมีข้าวเหลือนิดหน่อยผมเลยเอาลงไปให้น้องหมาที่ข้างล่าง น้องหมาก็ระริกระรี้ตามเคย เพราะได้กินข้าวแล้วนี่ ตอนนี้มีทั้งหมด 8 ตัวแล้ว แม่ 2 ลูก 6 ไม่ต้องไปซื้อสวยๆ มาเลี้ยงหมาไทยแท้ๆ แบบนี้ละ ผมว่าน่ารักดี เนือ่งจากผมต้องเฝ้าน้องหมากินข้าวหากไม่เฝ้า จะมีพี่หมาใจใหญ่มาแย่งไปกินทุกที ไม่เฝ้าเปล่านะ มีพูดกับน้องหมาด้วย ผมพูดกับมันได้นะแต่มันเข้าใจหรือเปล่าอันนี้ไม่รู้ ระหว่างที่กำลังดูน้องหมากินข้าวอยู่นั่นก็มีเสียงดังจากข้างหลัง
"แค่นั้นจะอิ่มเหรอค่ะ" เสียงนี้ๆ ัชวร์เลยผมหันไปยิ้ม วันนี้เธออยู่ในชุดกางเกงขาสั้น เสื้อสีขาวน่ารักมากเลย
"อ้าน้องนัท นั่นเอง" เธอไม่ได้มาตัวเปล่านะ ถือกะละมังใส่ข้าวอันใหญ่มาด้วย แล้วดูกับข้าวของเธอสิ น่ากินมากเลย อย่าหาว่าผมแย่งหมาเลยนะ มันมีไส้กรอกด้วยละ เป็นข้าวหมาไฮโซจริงๆ หลังจากที่ผมดูอยู่นานก่อนที่จะเริ่มหิว เธอก็เอาไปให้น้องหมา น้องหมาผมจากที่กินของผมอยู่นั้น ด้วยความภักดี มันย้ายไปกินข้างหมาไฮโซของเธอหมดเลยข้าวของผมกลายเป็นข้าวหมาหัวเน่าไปเลย ชิๆๆๆ ใช่ซิ ชั้นมันเก่าแล้วนิ "พี่นัทเอามาให้มันบ่อยนะ นัทเห็น" เธอเห็น เธอเห็นผม แสดงว่าตลอด 2 เดือนเธอเห็นผม
"ก็อยู่ตัวคนเดียว ซื้อไรมาทีก็เหลือบ่อยละ" ออกตัวว่า อยู่ตัวคนเดียวด้วย
"ที่บ้านนัทเลี้ยงมากกว่านี้อีก อย่าแย่งกันลูก" อ้าว น้องหมาผมเป็นลูกเธอไปแล้ว งั้นเราก็เป้นพ่อสิ
"บ้านพี่ก้เลี้ยง แต่หลังเทรนแมวมาแรง แม่บอกแบบนั้นเลย มีแมวมากกว่าหมา"
"แล้ววันนี้ไม่ทำงานเหรอคะ เนี่ย" ผมเลยถือโอกาสบอกเรื่องส่วนตัวเกี่ยวกับงานซะยาวเลย
"แบบนี้พี่นัทก็ว่างเยอะนะซิ"
"ใช่แล้วละ บางอาทิตย์ก็ไม่ได้ไปไหนเลย ว่างจัด เบื่อๆ เหมือนกัน"
"ดีจัง อยากเรียนจบแล้วอิสระ แบบนี้บ้างจัง" ผมยิ้มไม่ได้พูดอะไรตอบไป
เรานั่งคุยกันอยู่อีกนานมาก คงราวๆ 30 นาทีได้ วันนี้ทำให้ผมได้รู้อะไรเกี่ยวกับเธอมากขึ้นรวมถึงการได้ตั้งชื่อหมาด้วยกัน สุขอย่าบอกใครละคุณเอ้ย เนื่องจากหมามี 8 ตัว ตอนแรกเธอพยายามเอาชื่อนักบอลลิเวอร์พูลใส่ไป แต่ไม่ครบแบบนี้อาจไม่ได้แข่ง ผมเลยตั้งชื่อชั่วคราวไปก่อน รอให้แม่เกิดอีก 3 แล้วค่อยตั้งกันใหม่ ตอนนี้เลยเรียก น้องหมาเบอร์ 1 ถึง 8 ไปก่อนผมแอบมองเธอ ตอนเธอเล่นกับน้องหมา อยู่หลายครั้ง เธอไม่ได้รวบผม ผมยาวของเธอตกลงมาเป็นภาพที่สวยงามจริงๆ ตอนนี้เธอก็ดูมีความสุขดีแล้วเหตุการณ์ที่เธอร้องไห้ในวันนั้นละ ผมยังไม่ลืม แต่ผมคิดว่ายังไม่สมควรที่จะถาม เพราะระยะห่างของผมกับเธอยังมากกว่า 1 เมตรอยู่ดี

หลังจากนั้นความสัมพันธ์ของผมก็เหมือนเดิม คือหากเจอกันก็ได้คุยกัน ไม่เจอก็คือไม่เจอ ผมพอใจในความสัมพันธ์แบบนี้อยู่ 2 อาทิตย์แต่ปล่อยไว้อาจเริ่มไม่ดีแล้ว เพราะมีเด็กนักศึกษามาตามจีบเธอ ไอ้เราก็ไม่ชอบใจซักเท่าไหร่ หรอก ทำงี้มันหยามรุ่นพี่เกินไปแบบนี้ต้องงัดข้อกันหน่อย มีอยู่วันนึงตอนผมลงมาซื้อของ

"พี่ๆ พี่รู้จักห้อง ... ป่ะ เค้าชื่อไรเหรอ" มันกระตุกหนวดเสือ มันถามผม
"ห้องนั้นเหรอ ไม่รู้ซิ ถามเค้าเองไม่ดีกว่าเหรอ" เรื่องไรจะบอกเด็กเวร ชิ
"ผมเคยถามแล้วแต่เค้าไม่บอกพี่ผมเห็นพี่คุยกับเค้านี่" ข้อมูลมันใช้ได้แต่น้องนัทคนดีอย่าไปบอกมันนะ
"พี่ช่วยผมหน่อยนะ เอานี่พี่ผมซื้อหนมมาฝาก" อ๊ะ มีหนมอย่างงี้ค่อยว่าง่ายหน่อยเอ้ยไม่ได้ๆ อย่าเห็นแก่กิน
"2 กล่องผมให้พี่กล่อง พี่ช่วยเอาไปให้เค้ากล่องนึงนะ"
"แล้วจะให้พี่บอกว่าใครให้ละ เดี๋ยวเค้างง"
"บอกว่าเอกนะครับ เอกที่อยู่คณะ #@$ ที่เจอกันเมื่อวานซืนนะ เธอคงจำได้"
"อย่าลืมนะพี่ ขอบคุณครับ"

คืนนั้นผมเลยได้กินขนมฟรี 2 กล่อง คิดเหรอว่าจะเอาไปให้ ผมไม่ใช่พระเอกนะบ้าบอที่สุด ชั้นนี่ละคู่แข่งแกเด็กเวร แต่รู้สึกผิดเล็กๆ เหมือนกันไปกินของเค้า เออแล้วมันใส่นาสเน่ห์บ้างหรือเปล่าเนี่ย เดี๋ยวเช้ามาเห็นแต่หน้าไอ้หมอนี่แทนน้องนัทละซวยเลย

เหตุการณ์ของน้องเอกผู้แสนจะเวร ที่มาตามตื้อน้องนัทของผมนั้นก็ดำเนินต่อไป ท่ามกลางความระแวงของผม น้องเอกแกหน้าตาดีในขั้นโคม่าเลยละ คงมีสาวในคอนโทรลเยอะ มีอยู่วันนึงตอนที่ผมกำลังจะออกไปทำงาน พอดีจ๊ะกะน้องนัทที่ชั้นล่าง เห็นเธอรีบๆ ผมก็สงสัย อ๋อ ไอ้เด็กเวร มันตามมาอีกแล้ว หมอนี่ตื้อพยายามจะมาส่งน้องเค้าที่ห้องนะ เธอเห็นผมเลยเดินเข้ามาทัก
"พี่นัทไปไหน" เสียงหวานเหมือนเคย
"ไปทำงานนะจ๊ะ" หลังๆ ผมออกจ๊ะ จ๋าแล้วนะคุณแล้วน้องเอกตัวมารก็เข้ามา
"นัทรอเอกด้วย อ้อ พี่คนนี้นี่เอง" มันสืบจนได้ชื่อมาแล้ว
แล้งน้องเอกก็พูดอะไรไปไม่รู้นานมาก น้องนัทคนดีของผมก็ยืนฟัง ไม่พูดอะไร ผมเลยเห็นว่าอย่าไปยุ่งกะเด็กเลย เพราะดุท่าทางเธอคงไม่ชอบหมอนี่เท่าไหร่ผมเลยเดินออกมา แต่รักษาระยะที่แอบฟังได้ไว้ ลึกๆ ยังห่วงอยู่ ผมเดินมาถึงระยะที่เธอไม่เห็นผม มุมๆ หน่อย
"เราบอกนายแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าอย่ามาตามเรา" เธอคงรำคาญแล้ว
"เราแค่อยากมาส่งเธอนะ" มันทำเสียงอ้อน
"เราบอกว่าไม่ชอบก็คือไม่ชอบ เข้าใจใหม" ผมไม่เคยเห็นเธอเยือกเย็น มีรังสีอำมหิต
มากขนาดนี้มาก่อนเลย ตอนนี้น้องเอกเริ่มหน้าเศร้า หรือมันทำก็มิอาจรู้ได้ แล้วประโยคที่ออกจากปากมันมา ทำให้เรื่องราวที่ผมสงสัยก็เริ่มเชื่อมโยงกัน
"เราพอจะรู้แล้วละ ว่านัทไม่เคยลืมพี่บอลเลยใช่ไหม"
เหมือนฟ้าผ่าเลยคุณประโยคนี้ ผมไม่น่ามาดักฟังเลย แล้วน้องเอกก็เดินจากไป พร้อมทิ้งปรริศนาไว้ให้ผม เวรจนหยดสุดท้ายจริงหนูนี่ ตั้งแต่วันนั้นผมก็ไม่เห็นน้องเอกอีกเลย คงยอมไปแล้ว แต่ มันชื่อบอล มันชื่อบอล ฮึ่ม ๆ คนนี้ละพระเอกของเธอ และศัตรูตัวฉกาจของผมตัวจริง

ผมไปทำงาน อีกวันที่เป็นวันไร้สมอง ประชุมไปก็นั่งเป็น สิ่งของที่ไม่มีส่วนร่วมจริงๆ ใครเอาอะไรกลมทรงบอลมาไกล้เป้นอันเตะไปไกลช่วงนั้นเลยไม่ได้ดูบอลไปหลายคู่ ฮะ ฮะ ฮะ

ผมลืมบอกไปตลอดเวลาที่ผมเจอเธอ ผมมีเพื่อนที่คอยวางแผนและช่วยมาตลอดไม่รอช้าหลังประชุมเสร็จผมเลยโทรไปหามัน คุยกะมัน เพื่อนผมมันขาเชียร์อยู่แล้ว เลยบอกว่า
"ไม่มีใครไม่มีอดีตหรอก ขนาดเอ็งเอง ยังมีแฟนมาแล้วเลย ขึ้นอยู่กับวันนี้เท่านั้นว่าเอ็งจะทำให้เค้าลืม ไอ้หมอนั่นได้หรือเปล่า" ฟังเพื่อนพูดทำให้ผมฮึดขึ้นมาอีกครั้ง เอาวะ ผมนี่ละจะมาลบอดีตเอง แล้วตัวโกงก็เริ่มแผนสามต่อไป

ก่อนกลับบ้านผมแวะร้านฮาร์ดแวร์ คุณคงเดาออก ผมไปซื้อฝักบัวครับ จะเอาไปให้เธอเพราะไอ้อันที่ผมแอบเปลี่ยนน้ำมันจะไม่ค่อยแรง เลือกสีที่ผมชอบด้วยละ เมื่อซื้อของพร้อมก้ขับรถกลับมา เปลี่ยนชุดอะไรเรียบร้อยแล้วก็ตรงไปห้องเธอเลยเป็นครั้งแรกที่ผมเคาะประตูห้องเธอ รอซักพักเธอก็มาเปิด
"พี่นัทมีอะไรค่ะ"
"คือพี่ซื้อนี่มาให้นะ"
"พี่รู้ได้ไงว่าฝักบัวเสียละ"
"ก็เห็นวันนั้นนัทพูดกับยามนะ" ชั้นนี่ละคนเปลี่ยน
"ขอบคุณมากนะคะ ว่าแต่เท่าไหร่คะ"
"ไม่ต้องหรอกจ้า ขอกันกินมากกว่านี้"
"จริงๆ นัทก็ซื้อมาแล้วแต่ทำไม่เป็นนะ ช่างไม่ยอมมาทำให้"
"คือพี่ทำได้นะ" เธอนิ่งไปแป๊บ เหมือนลังเล ใครจะยอมให้ผู้ชายเข้าห้องละ จริงๆ แผนผมในวันนี้คือ เข้าไปดูร่องรอยอดีตเธอนะ เช่นรูปถ่ายเธอกับแฟนอาจมีตั้งไว้ที่เตียง เธอลังเลก่อนบอกว่า ให้ผมรอสักครู่ ซัก 5 นาทีเธอก็กลับมา เปิดประตูบอก จัดห้องแล้ว เมื่อกี้ไม่เรียบร้อย เชิญค่ะ

สำเร็จ แต่ผู้ต้องสงสัยทำลายหลักฐานซะก่อนหรือเปล่าผมไม่รู้นะ แต่เท่าที่ดูๆ ไม่มีอะไรที่บอกว่าเจ้าของห้องมีแฟนเลย ก็ใจชื้นขึ้นระดับนึง ระหว่างที่ผมกำลังทำฝักบัวให้เธอนั้น เธอก็พยายามมาช่วย แต่ซ่อมฝักบัวนะจ๊ะ ไม่ใช่สร้างบ้าน ทำแป๊บเดียวก็เสร็จ
"เสร็จละ"
"อ้าวพี่นัทเปียกเลย" จริงไม่เปียกหรอก ผมเอาน้ำมาฉีดตัวเองตะหากละ ก้ผมมันตัวโกงนี่
"ไม่เป็นไรๆ เดี๋ยวกลับไปเปลี่ยนได้จ้า" เธอยิ้ม แล้วเธอก็เอาน้ำ หนมมาให้ผมกินเป็นการขอบคุณผมอยู่ได้ไม่นานเพราะชักหนาว เสื้อเปียกนะ เจ้าเล่ห์ไปหน่อย อิอิ เลยขอตัวกลับเธอมาส่งผมที่ประตูห้อง ผมก็เดินไปที่ประตูผมก่อนที่ผมจะปิดประตู
"ขอบคุณมากนะคะ" ผมยิ้มอย่างมีความสุข
"เอ้อ พี่นัทเบอร์มือถือเบอร์ไรอะ" ตั้งแต่เจอกันผมไม่เคยขอเบอร์เธอเลย และไม่เคยออกอาการว่าจะจีบเธอ นี่อาจทำให้เธอไว้ใจผมก็ได้ ด้วยความอายและเรียบร้อยของผม บ้ามาขอเบอร์กัน "01-xxxxxxxx" ตอบแบบไม่คิด
"ขอบคุณค่ะ" แล้วเธอก็ปิดประตูไป ผมยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อีกแป๊บก็กลับมาเปลี่ยนเสื้อ บรึ๋ยยยหนาววววว

วันนั้นผมเข้านอนเร็วเพราะเหนื่อยมาทั้งวัน ในใจก็นึกให้เบอร์ไปแล้วก็โทรมาสิ คนดีๆๆๆๆแต่ก็ยังเงียบ เอาไปทำสเน่ห์หรือไงฟะ

เหตุการณ์เมื่อวานทำให้จิตใจผมสงบลงได้เยอะเพราะมองจากเหตุผลแล้ว ตลอดเวลา 3 เดือนที่เรารู้จักกัน ผมไม่เคยเห็นเธอไปกับใคร หากไม่เข้าข้างตัวเองผมนี่ละที่ไกล้ชิดเธอที่สุด ผมเลยลืมเรื่องของไอ้หมอนั่นไปสนิท

แล้วก่อนเที่ยงข้อความที่ผมรอก็มาถึง
"ตื่นได้แล้ว จะนอนไปถึงไหน/ อาม่า" อ้าผมลืมบอกไป หากเราหยอกล้อกัน เราจะเรียกฉายากัน ผมเรียกเธออาม่า เธอเรียกผม พี่ลิฟท์ ซวยโคตรตู

"ตื่นตั้งแต่ไก่โห่ ก่อนหล่อนอีก แล้ววันนี้ไม่ไปไหนเหรอ/พี่ลิฟท์" เนื่องจากวันนี้วันเสาร์นะครับ เธอคงว่าง ปกติเธอจะกลับบ้านที่เยาวราช วันนี้ไม่กลับ สงสัยไม่ปกติ "ยังไม่รู้เลย พี่ลิฟท์ละ" ยังไม่รู้ เหมือนบอกเป็นนัยๆ ว่าว่าง
"รอน้องนัทคนดีไปดูหนังด้วยกันไงจ๊ะ" ผมแหย่เล่นๆไป แต่เธอเงียบไปเลย ไม่ยอมส่งกลับมาซวยแล้ว โกรธหรือเปล่า ไม่น่าไปส่งข้อความเกินเลยแบบนั้นเลย เธอเงียบไปเลยครับ ผมละ ไม่กล้าส่งไปอีกที เริ่มหมดหวังแล้วตอนนั้น แต่ว่า ฮะ ฮะ ฮะ
"แต่งตัวเสร็จแล้ว อย่าโอ้เอ้ เร็วๆ/อาม่า" สำเร็จ เดทแรกของผมและเธอ เราเลยไปกินข้าวดูหนังกัน น้องนัทในชุด เสื้อยืด กางเกงยีนส์ น่ารักมากเลย เฮ้อ ไม่คิดเลยว่าผมจะมีวันนี้ หนังวันนั้นก็สนุกมากเลย โชคดีที่เราสองคนมีรสนิยมดูหนังน่ากลัวๆ คล้ายๆกันแต่เธอปิดตาตลอดเรื่องแล้วยังจะมาบอกว่าชอบอีก แล้วก็ไปเดินซื้อของซักแป๊บก็กลับกันวันนี้ผมขับรถของผมไปกับเธอนะครับ แต่เธอบอกว่าวันนี้ตอนค่ำต้องกลับบ้าน แต่เนื่องจากรถเธอ อยู่ที่คอนโดผมเลยได้ที
"เอางี้ไหมละ พี่นัทขับไปส่งได้"
"แล้วนัทจะกลับมาไงอะ พรุ่งนี้"
"ก็ให้พี่นัทไปรับสิ" เข้าทางพี่นัทเค้าละครับ
"ไม่ดีกว่า พี่นัทเหนื่อยแย่ ไหนต้องทำงานอีก"
"เยาวราชๆๆ อ้อ ขึ้นทางด่วนตรงนี้" ไอ้คนขับไม่ได้สนใจเลย จะไปส่งท่าเดียว เธอก็คงตกกระไดพลอยโจนไปแล้ว เลยไม่ได้ปฏิเสธ บ้านเธออย่างกะวัง ผมไม่ได้เข้าไปหรอก ส่งแค่ประตูบ้าน อยู่เลย เยาวราชไป หน่อยเรียกไม่ถูก แต่จำทางแม่นเลย
"ขอบคุณมากค่ะ จะเข้าไปเล่นกะลูกๆก่อนไหม" เธอหมายถึงหมาเธอนะครับ
"ไม่ดีกว่า ไว้วันหลังดีกว่านะ แล้วพรุ่งนี้จะให้พี่มารับกี่โมง" ผมยังเกรงๆ กับบ้านเธออยู่
"อ้อไม่เป็นไรมั้งค่ะ เดี๋ยวให้คนขับรถไปส่งดีกว่า เดี๋ยวไปถึงแล้วจะไปเคาะกวนประสาทนะ"
"จ้า" ทำไปเหอะ ทำไป ดีหมดละ ทำไรดีหมด เราอยู่ในช่วงโปรโมชันนี่นา

วันนี้กลับห้องมา ห้องเธอล็อคแต่รู้สึกดีพิกล เป็นอีกวันทีชีวิตมีความหมายมาก
===================================================

เธอกลับมาตอนบ่ายแก่ๆ ของอีกวัน วันนั้นฝนตก เธอมาเคาะและบอกว่ากลับมาแล้วก่อนกลับเข้าห้องไป หลังจากวันนั้นผมและเธอก็สนิทกันมาก ไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อย ผมเองก็ไม่กล้าที่จะถามถึงความสัมพันท์ เพราะ กลัวจะเสียเธอไป หากปล่อยแบบนี้อย่างน้อยเธอยังไม่ไปไหน อีกเหตุผลหนึ่งคือ เธอจะรักษาระยะห่างได้ดีมาก ถึงแม้เราจะไปเที่ยวกัน ไปดูหนังฟังเพลง แต่เธอจะเก่งที่พยายามไม่พูดเรื่องความรักคงมีอยู่ครั้งนึง เธอคงเผลอถามผมว่าเคยมีแฟนไหม แต่คงรู้ตัวเลยเปลี่ยนเรื่องไป 1 เดือนผ่านไปอย่างมีความสุขจริงๆ ก่อนพายุจะมา ทะเลมักนิ่งเสมอ

ผมตื่นเช้าอีกวัน เพราะปัญหาเรื่องงานกว่าจะเคลียร์ได้ก็เกือบเที่ยง เธอไปเรียนแล้วก็กลับมาช่วงบ่าย ซื้อขนมมาฝากผมด้วย =)


Create Date : 17 เมษายน 2549
Last Update : 17 เมษายน 2549 1:03:25 น. 9 comments
Counter : 694 Pageviews.

 


โดย: 00 IP: 61.19.235.242 วันที่: 18 เมษายน 2551 เวลา:10:45:32 น.  

 
หยิบกระดาษขึ้นมาเขียน 1-10 ห้ามแอบดูเฉลยนะ


ห้ามโกงเดขาด!!!!!!!!!!


1.คุณมีผมสีเข็มหรือสีอ่อน


2.ถ้าเกิดมีเดทคุณจะเลือกไป กินข้าว2ต่อ2 หรือไปปาร์ตี้


3.สีโปรดของคุณคือสีอะไรระหว่าง สี ชมพู เหลือง ฟ้าอ่อน หรือสีเขียวนำทะเล


4.กิจกรรมที่คุณโปรกปรานที่สุดระหว่าง โต้คลื่น,เสก็ดหรือ สกี


5.ถ้าจะเลือกท่าเรือระหว่าง เรือรบเก่า อู่แปชิฟิก หรืออูวิคตอเรีย ชีเค็ท คุณจะเลือกอันไหน


6.รัฐที่คุณชอบที่สุดระหว่าง รัฐแคลิเฟร์อเนีย ฟอริดา หรือ โอไฮโอ


7.ฤดูร้อนคุณจะไปทะเลหรือที่เย็นกว่านี้


8.เกิดเดือนอะไร


9.คุณจะนั้งอืดอยู่บ้านหรือไปเที่ยวกับเพื่อน


10.ชื่อคนที่เป็นเพศตรงข้ามกับคุณ


-=====อฐิษาน======-


*เริ่มเลย*



**********



********



*******



******



*****



****



***



**



*



**หยุด**


*คำตอบ*


1.สีเข็ม-เชี่~สีอ่อน-น่ารัก


2.กินข้าว 2ต่2-โรแมนติก ~ ปาร์ตี้-ขี้เล่น


3.ชมพู-น่ารัก ~ เหลือง-เสียงดัง ~ ฟ้าอ่อน-ใจเย็น ~สีเขียวนำทำเล-แข็งแกร่ง


4.โต้คลื่น-ว่องไวคล่องแคล่ว ~เสก็ด-เด็ดเดี่ยว ~ สกี-กล้าหาญ


5.เรือรบเก่า-น่ากลัว ~ อู่แปชิฟิก-สนุกสนาน ~อูวิคตอเรีย ชีเค็ท-เชี่


6. แคลิเฟร์อเนีย-คุณชอบอยู่กับคนมากๆ ~ฟลอริดา -ปาร์ตี้ในความร้อน ~โอไฮโอ-เงียบเย็น


7.ทะเล-ผิวสีแทน ชอบพระอาทิตย์ ~ เย็นกว่านี้-ผิวสีขาวและหัวโบราณ


8.มกราคม-โด่งดัง ~กุพาพันธ์-น่ารัก ~มีนายยน-เสียงดัง ~เมษายน -ขี้เล่น ~พฤษพาคม-


ใจเย็นมาก ~มิถุนายน-อาร์มดี ~กรกฏาคม-เรียบง่าย ~สิงหาคม -สนุกสนาน ~กันยายน-


เงียบ ~ตุลาคม-กล้าแสดงออก~ พฤษจิกายน-ชอบยุ่งเรื่องคนอื่น(ทั้งดีและไม่ดี) ~ธันวาคม-


อบอุ่น


9.อืดอยู่กับบ้าน-น่าเบื่อ ~ ไปเที่ยวกับเพื่อนๆ-บ้า บอๆ


10. คนนั้นจะตกหลุมรักคุณ!!!!!!!!!!


ถ้าคุณโพสกระทู้นี้ไปเว็บอื่น


0 เวป คำอฐิษานคุณจะไม่เป็นจริง


1-5 เวป คำอฐิฐานคุณจะเป็นจริงใน 6 เดือน


6-10 คำอฐิษานคุณจะเป็นจริงภายใน2อาทิตย์ 11ขึ้นไป คำอบฺษานคุณจะเป็นจริงเร็วมากๆๆๆๆๆๆ


โดย: เด็กดี IP: 118.173.240.20 วันที่: 22 พฤศจิกายน 2551 เวลา:19:52:33 น.  

 
เขียนได้ฮาดีค่ะ..ชอบๆๆ แล้วตอนนี้เป็นงัยบ้างคะ


โดย: ฟาฟา IP: 58.8.112.232 วันที่: 3 ตุลาคม 2552 เวลา:13:08:59 น.  

 
มาๆๆ3นัทเลย



555+


โดย: นัท IP: 61.19.65.218 วันที่: 2 พฤศจิกายน 2552 เวลา:22:56:08 น.  

 
มันยาวเลยขี้เกียจอ่านน่ะเเต่ว่าถ้าเขียนสั้นกว่านี้ก็จะอ่านนะ ดีจังชื่อนัทเหมือนกันเลยอ่ะ ไปก่อนนะ


โดย: นัท IP: 125.27.5.242 วันที่: 27 มีนาคม 2553 เวลา:16:48:33 น.  

 
เีขียนได้ดีค่ะ
ตลกนิดๆ น่ารักดี
ยอดเยี่ยมจิงๆนะ
ไปล่ะ


โดย: ... IP: 125.26.216.5 วันที่: 10 มิถุนายน 2553 เวลา:9:34:28 น.  

 
เรื่องมันยาวแหละก้เศร้าดั้ว นี้เปนแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น

สงสารนัทที่ต้องเสียแฟนไป TT'


โดย: 222 IP: 14.207.106.254 วันที่: 25 เมษายน 2554 เวลา:21:04:22 น.  

 
กำลังน้อยใจแฟนมากมาก จะนอยละนะ
ใส่ใจกันหน่อยดิ


โดย: นิน'Smile IP: 183.182.127.19, 64.255.180.201 วันที่: 31 สิงหาคม 2554 เวลา:0:51:12 น.  

 
อยากอ่านต่ออ้าาาา°₩°


โดย: bestzaa IP: 125.24.92.212 วันที่: 6 พฤษภาคม 2556 เวลา:10:34:25 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ZAkk Blade
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ZAkk Blade's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.