สูตรเขาเราอร่อย ตอน "โฮมเมดด์หมูยอ"

ในที่สุดก็สำเร็จสมใจอยาก อยากกินมานานแสนนาน

แอบไปเมียงๆมองๆที่่เอเชียช็อปก็หลายหน แต่ด้วยความงก ตัดใจหยิบติดมือมาไม่ลง...

ก็น๊อ...อยู่เมืองไทย หมูยอแท่งเบ้อเริ่ม สนนราคาค่าอิ่มแค่ 35 บาท

แต่ ณ เมืองเบียร์ แท่งนึงกระจิ๊ดรี๊ด ปาไป 200 กว่าๆ ตีลังกาม้วนตัวกลมๆกลับแทบไม่ทัน เอิ๊กๆๆๆ...

อยู่มาก็นานพอดู แต่ไม่ยักชินกะราคาข้าวของที่นี่...นิสัยนี้แก้ยังไงก็ไม่หาย...

เลยจำใจอดอยาก ให้คุณสามีแอบดีใจที่เงินทองไม่ค่อยกระเด็นออกจากกระเป๋า 555...


แต่ข้อดีของความงก กะความไม่พร้อมเำพรียงเหล่านี้กลับส่งผลดีประการหนึ่งก็คือ

ทำให้เราขวนขวายทำมาหารับประทานเองได้มากโข...อะไรที่ทำไม่เป็น ก็ดั้นด้นจนเป็น

เรียกว่าต่างจากที่อยู่ไทย "หน้ามือ เป็นหลังเท้า" เลยทีเดียว...


วันนี้ อีกหนึ่งผลิตผลที่ภูมิใจทำและนำเสนอ ก็คือหมูยอนั่นเองค่ะ

ขอบคุณคุณครูนุช "ตนคอน" อย่างมากมาย ที่กรุณาเอื้อเฟื้อสูตรแสนง่าย อร่อยถูกปาก ถูกใจ แถมถูกตังค์

"สูตรการทำหมูยอง่ายๆ จากคุณนุชจ้า"

หน้าตาหมูยอ ที่เอ๋ทำอาจไม่สวยเลิศเลอ น่าจับเข้าปาก แต่รับประกันค่ะ ถ้าได้เผลอหยิบสักชิ้น รับรองไม่อิ่มไม่เลิก อิอิ...



หั่นๆๆๆๆ...แล้วก็จิ้มกับน้ำจิ้มง่ายๆ ก็อร๊อย...อร่อย



หรือจะแปลงมาเป็นเมนูง่ายๆ ก็อร่อยอีกแล้วววววววว....




เมื่อวานเพิ่งยำไป ขอบอกว่าเด็ดมาก แซ่บๆๆๆๆ เอารูปมายั่วน้ำลายค่ะ

เดี๋ยวสายๆจะไปซื้อหมูมาทำกินอีก กินกันจนเบื่อไปข้างเลย ให้สมกับที่อดอยากมานาน 555...








 

Create Date : 14 มีนาคม 2553    
Last Update : 16 มีนาคม 2553 8:23:57 น.
Counter : 340 Pageviews.  

สูตรเขาเราอร่อย ตอน "ต้มยำ"

เกริ่นนำ

เนื่องจากแต่ไหนแต่ไรมา ทำกับข้าวให้อร่อยนี่ยากเย็นแสนเข็ญเหลือเกิน พอทำกินได้(คนเดียว)

สมัยเมื่อทำงานอยู่ไทย ก็พึ่งอาหารถุงซะส่วนใหญ่ นอกจากสะดวก แล้วยังอร่อย(กว่าทำเอง) อิอิ...

แต่แล้วเมื่อต้องย้ายนิวาสถานมาอยู่ไกลถึงเมืองนอกเมืองนา หวังพึ่งแกงถุง ผัดปิ่นโตไม่ได้แล้ว เำพราะแพงแท้...

แค่กินกันสองคนตายาย ก็ปาไปหลายยูโร ถ้าคิดจะกินแบบพอตึงๆท้อง

ก็เตรียมพกตังค์ออกจากบ้านได้เลยไม่ต่ำกว่า 50 ยูโร (คิดเป็นเงินไทยก็คูณ 48-50 ไป)

ในเมื่อปลงใจจ่ายแพงไม่ได้ ก็ต้องพึ่งตัวเองซะแล้ว "ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน"

แต่ก็นะ ฝีมือ รสมือ อร่อยเหลือกาที่เปรียบไม่ได้อย่างเรา มีแต่เราเองที่กินลง

ก็ต้องเสาะแสวงหาสูตรอร่อย เคล็ดปลายจวักจากคนอื่นล่ะ

ต้องขอบคุณเทคโนโลยีอันแสนวิเศษ และเจ้าของสูตรอาหารในโลกอินเตอร์เน็ตอย่างยิ่ง

ที่ทำให้เราไม่อดตาย และยังทำให้เราได้กินอาหารได้เอร็ดอร่อยกว่าที่เคยเป็นมา

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ อาหารบางอย่างไม่เคยทำเป็นเลย ก็ทำเป็น แถมกินได้หมดแบบไม่มีใครบ่น หรือแสดงอาการผะอืดผะอมแต่อย่างใด...

เลยคิดจะรวมรวมสูตรอาหารที่ทำแล้วอร่อยไว้ที่บล็อกนี้ สำหรับตัวเอง

อยากกินเมื่อไหร่ ก็จะได้หาเจอง่ายๆ และเป็นการเผื่อแผ่ท่านอื่นๆด้วย

สำหรับใครผ่านเข้ามา อยากขอบคุณเจ้าของสูตรก็ตามไปที่ลิ้งค์เครดิตด้านล่างได้เลยค่ะ

วันนี้เรามาเริ่มที่ ต้มยำค่ะ จะต้มยำกุ้ง ต้มยำปลา ต้มยำสารพัด ก็แค่ปรับนิดๆหน่อยๆ ก็อร่อยได้ค่ะ

สูตรนี้ได้ลองทำ 2 ครั้งแล้วค่ะ ขอบอกว่าอร่อยจริงๆ

สำหรับรูปขอติดไว้ก่อนนะคะ ทำคราวหน้าจะถ่ายรูปให้ดูค่ะ

คราวนี้สมาชิกของบ้านหิวกันจนตาลาย คว้ากล้องมาถ่ายรูปไม่ทันค่ะ อิิอิ...

ขอขอบคุณคุณนิ้วที่จิ้มแป้นสำหรับสูตรอร่อยไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ


"สิ่งที่ไม่ถูกกับต้มยำ....มีอยู่สองอย่างครับ
อย่างแรกคือ ทัพพี
อย่างต่อมาคือ....หม้อโลหะทุกประเภท

การทำต้มยำที่ดีนั้น ไม่ว่าน้ำข้นหรือน้ำใส...
ต้องไม่ใช้ทัพพีครับ...เท ๆ ใส่หม้อ....ห้ามคนโดยเด็ดขาด

อีกประการ....ห้ามปรุงรสด้วยมะนาว...ในหม้อโลหะ ชามโลหะโดยเด็ดขาด


วิธีทำน้ำใส ก็ง่าย ๆ ครับ....
อย่าไปยุ่งยาก....

วัตถุดิบต้องสด...และล้างให้สะอาด....
เนื้อปลา หัวปลา...จะมีคาวจัด...
เมื่อล้างน้ำสะอาดแล้ว....ตัดแบ่งเป็นชิ้นพอดีคำ...ด้วยมีดคม ๆ
เลือกสิ่งที่คาวจัดทิ้งไป อาทิ เหงือก ถุงน้ำดี ไส้
หัวปลาที่ต้ม...ควรใช้ปลาเกล็ดครับ ปลาหนังจะคาวมาก....

จากนั้น...เคล้าด้วยเกลือและล้างออกด้วยน้ำสะอาด
ใส่น้ำส้มสายชูกลั่น ซักหนึ่งช้อนโต๊ะ เคล้าเนื้อปลาให้ทั่ว
ล้างออกด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง...ให้หมดกลิ่นน้ำส้ม..สายชู
ผึ่งให้หมาด ๆ

ตั้งน้ำในหม้อให้เดือด...
ใส่น้ำปลาเล็กน้อย...ตะไคร้ ข่า (ทุบพอบุบ) หอมแดง (เผาหรือสดบุบ ๆ) ตามใจชอบ
แต่ถ้าใส่หอมแดง...จะออกคล้ายต้มโคล้งเกินไป

รอให้น้ำเดือดจัด....
เทสารพัดปลาลงในหม้อ....ทะยอยเทหรือเททีเดียวก็ได้ครับ
แต่กรุณาอย่าหรี่ไฟ...ไฟต้องแรง....

พอเดือด...เหยาะน้ำตาลเล็กน้อย...น้อย ๆ นะครับ...
เพื่อมิให้รสชาติของน้ำต้มยำ...
เปรี้ยวกับเค็มตัดกันโจ๋งครึ่มเกินไป

หันมาที่ชามกระเบื้อง...
ทุบพริกขี้หนู พร้อมใบมะกรูดฉีก ๆ ใบกระเพราบิด ๆ
ใส่พริกป่น พริกแห้ง (คั่วหรือไม่ก็ได้) น้ำพริกเผา ก็ดูสีสวยหน่อย
บีบมะนาว....เทน้ำปลา....ตามชอบ
ควรปรุงให้เปรี้ยวนำก่อน....ครับ

ตักน้ำต้มยำผสมเสร็จชิมรสให้อร่อย...เติมน้ำปลาช่วงนี้แหละครับ
ตักเนื้อปลา..ใส่ชาม...เป็นอันเสร็จพิธี...

ลองทำดูครับ...สำหรับน้ำใส

สำคัญที่ วัตถุดิบต้องสด
หัวปลาต้องล้างสะอาด มีดต้องคม สับปุ๊บขาดปั๊บ...
น้ำต้องเดือด...ไม่ใช้ทัพพี แค่นี้แหละครับ...พอแล้ว

กรณีกุ้ง ไก่ หรืออะไรก็ตามทำแบบเดียวกันครับ

ถ้าต้องการน้ำข้น...
ให้ตั้งหัวกระทิให้เดือดแตกมันก่อน...คนด้วยทัพพีให้ดี
แล้วค่อยใส่น้ำครับ....
ที่ต้องใส่กระทิก่อน เพราะกระทิต้องคน ครับ....

แต่ถ้ามีกระทิเมื่อไหร่ ต้องใส่ข่าครับ ไม่ใส่ไม่ได้....
น้ำตาลไม่ต้อง...

ส่วนการปรุงต้มยำด้วยน้ำมะขามเปียกนั้น
เราไม่ทำกันครับ...
เพราะต้มยำไม่ใช่ต้มโคล้ง...หรือแกงส้ม ครับ

ขอความกรุณาอย่าใช้น้ำมะนาวหรือเปลือกมะนาวล้างคาวปลานะครับ
เพราะ....ท่านจะได้รสขมเมื่อวิตามิน C โดนความร้อน แทน...กลิ่นคาว ครับ


จากนิ้ว...ที่จิ้มแป้น...."


เครดิต //www.gingamegun.com/forum/index.php?action=printpage;topic=516.0




 

Create Date : 29 มกราคม 2553    
Last Update : 29 มกราคม 2553 23:09:09 น.
Counter : 209 Pageviews.  

สูตรเขาเราอร่อย ตอน "การทำแป้งกลูเต็นหรือโปรตีนเกษตรทานเองง่ายๆ"

พักนี้ กินเนื้อสัตว์ไม่ค่อยได้ค่ะ สาเหตุน่าจะมาจากเรากำลังท้อง

เพราะก่อนท้อง ก็กินสารพัดจะกิน หมู เนื้อ ไก่ จะต้ม ตุ๋น ผัดย่าง อะไรๆก็อร่อย

แต่ช่วงนี้ไม่ไหวเลยค่ะ ทำครัวได้กลิ่นเนื้อขึ้นมา พาลจะคายอาหารมื้อก่อนทิ้งเสียร่ำไป...

ก็เลยคิดว่า น่าจะเปลี่ยนแนวการกินของตัวเองดู ลองค้นหาแหล่งอร่อยตามอินเตอร์เน็ต

สิ่งแรกคือ ทำน้ำเต้าหู้ดื่มเอง แช่ถั่วเหลืองไว้ตั้งแต่เมื่อคืน เดี๋ยวเช้าคงได้ลงมือ

ทีนี้โจทย์ต่อมาคือ กากถั่วเหลือง จะเอาไปทำอะไรต่อดี ไม่อยากทิ้งเลย

แต่จะทำเป็นขนม หรือทอดมันก็ยังรู้สึกไม่อยากกินตอนนี้

ก็เลยลองค้นๆอีกครั้ง ก็เจอสิ่งที่เห็นแล้วชวนน้ำลายสอ นั่นก็คือโปรตีนเกษตร

แต่วิธีทำจากถั่วเหลืองยากจัง เจอสูตรที่ทำจากแป้งแทน บอกคำเดียวว่าน่าอร่อยมาก

เลยอดไม่ได้ที่จะอุ๊บอิ๊บสูตรเค้ามา อิอิ...

ลองมาดูหน้าตาเจ้าแป้งที่ว่ากันค่ะ น่ากินเนอะ เหมือนแค๊บหมูเลย เร่งให้เช้าเร็วๆ จะได้ทดลองทำซะที



มาดูสูตรกันค่ะ ง่ายจัง เพียงแต่ต้องใช่เวลาหน่อย อยากกินของอร่อยก็ต้องอดทนเนาะ

(ขออนุญาตยกมาทั้งดุ้นเลยละกันนะคะ จะได้ไม่ขาดตกบกพร่อง)


วิธีทำ

1.ซื้อแป้งที่แถวตลาดเก่า ตราห่านบอกว่าจะเอาไปล้างทำหมี่กึง 2 กิโล

2.เท แป้ง 2 กิโลเอามารวมกัน ค่อย ๆ เทน้ำครั้งละไม่ต้องมาก เทไปนวดไปเหมือนกับการผสมแป้งทั่วไป ห้ามเททีละมาก ๆ จนมีลักษณะเหมือนการทำขนมปัง น้ำที่ใช้เป็นน้ำประปาธรรมดา ปริมาณที่ใช้ประมาณขวดโพลาริส 1 ลิตร แต่ไม่ต้องใช้หมด ให้เหลือตามรูปที่มะหมี่ลงไว้ ก็จะพอดี ไม่แฉะหรือเละจนเกินไป ระยะเวลาตั้งแต่เริ่มเทน้ำลงไปในแป้ง และค่อย ๆ นวดให้เข้ากันไม่เกิน 10 นาที

3.เมื่อได้ที่ ให้เอาก้อนแป้งรวบเข้ามาตามรูป จะเหมือนซาลาเปาลูกใหญ่ ๆ ให้ใช้น้ำประปาเทแช่ไว้ให้ท่วมก้อนแป้ง เคล็ดลับคือให้โรยเกลือลงไปในน้ำประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ แช่ไว้ประมาณ 3 ชั่วโมง

4.เมื่อ ครบ 3 ชั่วโมงให้แบ่งก้อนแป้งเป็น 4 ส่วนแล้วเอาไปล้างในภาชนะที่ใส่น้ำไว้ให้มากพอสมควรประมาณ 1 กะละมังซักผ้า แล้วค่อย ๆ เอาก้อนแป้งลงไปล้างครั้งที่ 1 ในน้ำ คลี่และถูเบา ๆ ทำเช่นนี้เรื่อย ๆ จนครบ 4 ก้อนแล้วเปลี่ยนน้ำใหม่ ล้างเป็นน้ำ 2 และ น้ำ 3 จะเห็นว่าน้ำที่ล้างแป้งที่ออกมาจะน้อยลง ให้ดูว่าน้ำครั้งที่ 3 หากสีเหมือนน้ำซาวข้าว เป็นอันใช้ได้ จำไว้นะคะ อย่าประหยัดเรื่องน้ำ ทราบไหมคะ เวลาเราไปทานติ๋มซำ ฮะเก๋าที่ห่อกุ้ง แป้งจะละเอียดและบาง นั่นละค่ะ คือแป้งที่ตกตะกอนอยู่ในน้ำ เขาใช้แป้งนี้ไปทำแผ่นห่อฮะเก๋าถ้าจำไม่ผิด เขาเรียกแป้งนี้ว่า (แป้งตั้งหมี่)

5.เมื่อล้างครบ 3 น้ำให้แช่น้ำประปาไว้อีกสักชั่วโมง หรือจะแช่ค้างคืนก็ได้ แต่ต้องใส่ตู้เย็น หากจะต้มและไม่ประสงค์จะเอาไปทอด ก็สามารถทำได้ จะมีความหอมของแป้ง หรือถ้าเอาไปทอด แล้วเอาไปต้มผัก ก็จะทำให้ผักต้มนั้น มีกลิ่นหอมขึ้น ถ้าทำพะโล้ ก็ไม่ต้องทอด ส่วนการทอด ให้เด็ดเป็นลูก ๆ ใหญ่เท่าลูกชิ้นปลาทั่วไป พอทอดแล้ว ก็จะใหญ่ขึ้นมาอีก 2 เท่า ทำเองไม่เหม็นน้ำมัน กลิ่นแป้งจะหอม ราคาก็ถูกกว่าที่ไปซื้อ ราคาแป้งกิโลละ 33 บาท ตอนที่ทอดขึ้นมาใหม่ ๆ ลองเอามาจิ้มซีอิ๊วทานซิคะ อร่อยอย่าบอกใครเชียว

โดย: มะหมี่ลูกสอง [11 ต.ค. 50 21:40] ( IP A:58.9.93.72 X: )

ปล.ใครไม่มีแป้งหมี่ใช้แป้งสาลีก็ได้ค่ะ อยู่ไกลบ้านอย่างเรา แป้งสาลีหาง่ายสุด

เครดิตสูตรและรูปจาก //www.pantown.com/board.php?id=10764&area=4&name=board11&topic=92&action=view

ขอบคุณคุณ มะหมี่ลูกสอง ที่กรุณาแบ่งปันสูตรค่ะ สาธุขอให้เราทำได้อร่อยๆทีเถ๊อะ...



เอ...ว่าแต่ว่า เราจะเอากากถั่วเหลืองไปทำโปรตีนเกษตรได้อย่างไรน๊อ...ใครทราบรบกวนแนะนำทีค่ะ




 

Create Date : 29 ธันวาคม 2552    
Last Update : 29 มกราคม 2553 23:10:35 น.
Counter : 221 Pageviews.  


ปรีชญา
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ปรีชญา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.