Copy
Group Blog
 
All Blogs
 

Hiroshima : Onomichi City


นั่งรถไฟไป Onomichi City บรรยากาศคล้ายๆชนบทครับ แต่ดูเค้าสร้างสะพานสิครับ เล่นสร้างข้ามภูเขาเป็นลูกๆ ผ่านกลางชุมชนกันเลย


ต่อด้วยรถไปอีกประมาณ 3 ป้ายได้มั้งครับ แต่ที่เมืองนี้สังเกตว่ามีแต่คนมีอายุกันทั้ง อาจจะเป็นเพราะว่า Onomichi มีวัดเยอะก็เป็นได้ ร้านค้าก็ขายของเฉพาะที่จำเป็นจริงๆ


เป็นทางขึ้นไปยัง Senkoji Temple แต่ผมขอเลือกขึ้นกระเช้าแทน ไว้ขากลับค่อนเดินลงดูบรรยากาศโดยรอบ


ขาขึ้นขอเลือกใช้บริการ Senkoji Hill Ropeway เสียค่าใช้จ่ายนะครับ


เหมือนเดิมครับ น่ามาช่วงดอกซากุระครับ จะสวยกว่านี้เยอะเลย


วันนี้อากาศร้อน ขอแวะกินน้ำแข็งใสสักหน่อย


ถ่ายเก็บวิวสวยๆสักใบ


วิวโดยรอบเมือง Onomichi


ถึงแล้วครับ Senkoji Temple


การที่จะเลือกจะขอพรอะไร ก็เลือกเทียนให้ตรงตามพรที่เราขอ


อันนี้ก็เช่นกันครับ เลือกเขียนอันที่เราจะขอ ส่วนมากจะขอเรื่องความรัก กับขอลูกชาย


บรรยากาศโดยรอบวัด


เห็นบางคนก็เรียกว่า วัดอิคิวซัง อันนี้ไม่ทราบข้อมูลที่แท้จริง แต่เห็นมีป้ายเป็นรูปการ์ตูนอิคิวซังอยู่ข้างๆ รูปปั้น น่าจะมีมูล


รูปกระดาษพับพันกับต้นไม้มีให้เห็นแทบทุกวัด แต่รูปนี้เห็นวิวเมืองด้วยสวยดี


มีรูปปั้นเล็กๆ วางรอบๆรูปปั้นใหญ่ รูปปั้นเล็กๆ ก็เหมือนกันป้ายที่ขอพรหล่ะครับ แต่อันนี้เค้าเชื่อเรื่องการขอลูกชาย ประมาณว่าอยากให้เหมือนอิคิวซัง หรือป่าวไม่แน่ใจ


มาดูกันชัด บางคนก็เขียนพรบนศีรษะกันเลย


เห็นหินสลักตัวหนังสือ ไม่รู้ความหมาย แต่ถ่ายรูปเก็บไว้ก่อน ข้อมูลค่อยมาหาเอาที่หลัง ถ้าไม่ถ่ายไว้เดี๋ยวจะมาเสียดายที่หลัง


มุมนี้ก็สวย ถ่ายเป็นอีกใบ




ระหว่างเดินลง แอบไปเห็นสิ่งนี้เค้า คือเค้าเอาหินมาทาสีเป็นรูปแมว "โดเรมอน" ซะด้วย น่าจะเป็นเรื่องความเชื่อของญี่ปุ่น วางไว้บนกำแพงบ้าน




ลืมบอกไปแต่ละสถานที่ เค้ามีที่ประทับตรารูปสถานที่นั่นๆ คล้ายๆสมุด Passport ของ ททท บ้านเรา


ระหว่างเดินทางไปสถานีรถไฟ หันมองไปเห็น Castle อีกหล่ะ แต่ขาไม่มีแรงที่จะเดินไปชม


เด็กนักเรียนเลิกเรียนพอดี ขี่จักรยานกันเป็นแถวเลยครับ เวลาเดินต้องระวังด้วย


แอบถ่ายนักเรียนหญิง อิๆๆ ระหว่างนั่งรถ




 

Create Date : 27 มิถุนายน 2550    
Last Update : 28 มิถุนายน 2550 0:28:04 น.
Counter : 1295 Pageviews.  

Hiroshima : Iwakuni City




ถ่ายรูปบ้านเรือนระหว่างนั่งรถไฟ


ถึงแล้ว Kintai - Kyo Bridge ที่เมือง Iwakuni เค้าว่าสร้างโดยไม่ใช่ตะปู


บ่ายๆ อากาศร้อนเหมือนกันครับ แต่ยังไงก็สู้บ้านเราไม่ได้ พอข้ามสะพาน 5 โค้ง ขอแวะกินอะไรเย็นๆสักหน่อย


ต้องลองชิมไอติมรสชาเขียวของเค้าอร่อยจริงๆ แต่วันนี้ขอชิมรสอื่นไปก่อน


หน้าร้านไอติม มีบริการรถลากวิ่งรอบๆ ราคาแพงเหมือนกัน 15 นาที ราคาประมาณ 1,000 Yen


ถ้ากินไอติมที่บ้านเรา จะมีบริการน้ำเปล่าใส่กระติกให้ดื่มฟรี ที่นี้ก็มีบริการให้เหมือนกัน ออกแบบสวยงามด้วย แต่ไม่กล้ากินครับ พี่ยุ่นเล่นเอาวางไว้กับพื้นอย่างงี้ ถ้าเอามาวางไว้แถวบ้านเรา สงสัยคงมีหมามาดื่มเป็นเพื่อนแน่ๆ






จริงๆ ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีก คือ มีกระเช้าขึ้นเขาไปดู Castle แต่เปิดถึง 3 โมงเย็น


มื้อเย็นนี้ จะพาไปกิน Okonomiyaki อาหารขึ้นชื่อของที่นี้ครับ


เจ้าของร้านใจดีมาก พูดอังกฤษได้นิดหน่อย การมานั่งกินร้านนี้ทำให้ทราบคำศัพท์ภาษาญี่ปุ่นได้หลายคำ แต่ตอนนี้จำไม่ได้แล้ว ก็มีประมาณว่า หมู ไก่ ไข่ ปลาหมึก ส่วนมากก็คำศัพท์ของที่ใส่ลงไปใน Okonomiyaki ถ้าคำไหน งง อธิบายยังไงไม่ถูก ก็หยิบของจริงมาให้ดูเลย


ก่อนกลับเลยขอถ่ายรูปกับเจ้าของร้านเป็นที่ระลึกสักใบ


รูปนี้เรียกลูกของเจ้าของร้านมาถ่ายด้วย ใจจริงอยากถ่ายเฉพาะลูกสาว แบบว่าอึ๋ม...มาก ยิ่งตอนน้องนางก้มชี้เมนูที่ติดข้างร้านด้วย โอ๊ย... สั่งไม่ถูกเลย


ลืมบอกไป เค้าใช้ไอ้นี้ ไม่รู้เรียกว่าอะไร ใช้ทั้งตัด ตักเอาเข้าปาก


บรรยากาศยามค่ำคืน เงียบๆครับ ที่นี้พอห้างปิดก็เงียบแล้วครับ ปิดประมาณ 3 ทุ่ม




 

Create Date : 27 มิถุนายน 2550    
Last Update : 27 มิถุนายน 2550 22:48:24 น.
Counter : 376 Pageviews.  

Hiroshima : Miyajima



วันนี้จะไปดูประตูสีแดงกลางน้ำกัน ไปขึ้นรถที่สนามบิน เบอร์2 ครับ ต่อด้วย JR ไปลงที่ Miyajima ตั๋วรถ JR ก็เหมือนตั๋วรถไฟบ้านเรา แต่เดี๋ยวนี้บ้านเราเริ่มๆเป็นตั๋วแบบปริ้นกระดาษแทนแล้ว น่าเสียดายจัง



มาแล้วครับ JR


พอออกจากสถานีรถไฟ เดินตรงไปก็จะเจอท่าเรือข้ามไปยังเกาะ Miyajima แต่ก่อนจะไปท่าเรือ รูปนี้ดูก็อาจจะไม่มีอะไร แต่ที่จะนำเสนอคือ เห็นถนนแคบๆแบบนี้ ขอโทษครับที่ยุ่นเค้าไม่ให้ข้าม ต้องเดินลงลอดใต้ดินครับท่าน เป็นบ้านเรามีหวังวิ่ง400x100 แน่ๆ



แค่ตีเส้นทำทางม้าลายง่ายๆ ก็เสร็จแล้ว ดูสิครับ ทำซะใหญ่โต



เรือข้ามฝาก ประมาณข้ามไปเกาะช้าง



มาช่วงเช้าน้ำลงครับ ก็ดีสามารถเดินลงไปถ่ายรูปข้างๆเสาประตูได้เลย แต่ผมว่าถ่ายรูปตอนน้ำขึ้นน่าจะสวยกว่าอ่ะ



พอเดินออกจากท่าเรือ สิ่งแรกที่มาต้อนรับพวกนักท่องเที่ยว คือเจ้ากวางพวกนี้ เดินๆระวังสิ่งของในตัวเราด้วยนะครับ ขนาดผมยืนถ่ายรูปดูดีๆ กวางเจ้ามาจากไหนไม่รู้มางับกินชายเสื้อของผมเฉยเลย



ร้านค้าขายขนม และของที่ระลึก



เป็นไม้พาย ผมคิดว่าน่าจะใช้ตักข้าวในสมัยก่อน ไม่รู้ว่ามีประวัติความเป็นมายังไง



เค้าเรียกว่า "Momiji Manju" ปกติจะทำเป็นรูปใบไม้อะไรสักอย่าง แต่ร้านนี้ทำเป็นนี้คิดตี้ซะงั้น เพราะว่าเป็นร้านขายของที่ระลึกคิดตี้โดยเฉพาะนั่นเอง



เจอกลุ่มนักเรียนอีกหละ



เนี้ยหล่ะครับโคตรไม้พาย




มีตุ๊กตาเณรน้อยอยู่ 4 องค์ ตั้งประดับอยู่หน้าร้านอาหาร





รูปนี้ประมาณว่า เช่าอุปกรณ์แล้วลงไปหาหอย เอากลับไปทำอาหารเองที่บ้าน เหมือนดอนหอยหลอดบ้านเรานั่นเอง


ถ้ามาช่วงดอกซากุระ คงสวยกว่านี้


ตอนแรกมองไกล คิดว่าไม่ใหญ่เท่าไร พอเดินมาดูใกล์ๆ ลองเทียบกับคนแล้ว ใหญ่โตจริงๆ


เก็บบรรยากาศรอบๆ


ถึงแล้วครับ Itsukushima Shrine


ก่อนเข้า ก็ต้องชำระล้างกันสักหน่อย


เสียค่าเข้าด้วยนะครับ เสร็จแล้วก็เดินตามทางไป


มาตอนน้ำขึ้นน่าจะสวยกว่านะ


มุมนี้มองรอดไปเห็น O-Torii Gate ด้วย


ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกสักใบ


ขออีกสักใบ










ของขึ้นชื่อของที่นี้ หอยนางลม




ไม่มีอะไรมาก แค่บีบมะนาม ก็กินได้เลย


ดูกันชัดๆ ว่าหอยใหญ่ขนาดไหน


ยืนกินกันหน้าร้านง่ายๆอย่างงี้หล่ะ ตัวละ 120 Yen


แนะนำร้านข้าวหน้าปลาไหลครับ อยู่ก่อนถึงทางลงลอดใต้ดินไปสถานีรถไฟ


ลืมบอกไปร้านนี้มีขายเฉพาะข้าวหน้าปลาไหลอย่างเดียวครับ นี้คือข้าวหน้าปลาไหลขนาดกลางนะครับ




 

Create Date : 22 มิถุนายน 2550    
Last Update : 25 มิถุนายน 2550 21:07:54 น.
Counter : 884 Pageviews.  

Hiroshima : A-Bomb Dome, Hiroshima Peace Memorial Museum


ซากตึกอาคาร หลังจากโดยระเบิดจากสงครามโลกครั้งที่2















เขาเล่าให้ฟังว่า หลังจากโดนระเบิด ไม่สามารถปลูกต้นอะไรได้เลย หลายสิบปี ดูตอนนี้ซิครับ ต้นไม้ร่มเย็นเขียวเต็มสองฝั่งถนน บ้านเราคงโดนระเบิดลงไปหลายลูกมั้งครับ ต้นไม้เลยมีขึ้นอยู่นิดหน่อย



ทีมาของการพับกระดาษนก



ญี่ปุ่นก็เป็นอีกประเทศหนึ่ง ที่การศึกษาส่งเสริมให้เด็กนักเรียนศึกษานอกตำราเรียน, นอกสถานที่ ต่างจากบ้านเราอีกหล่ะ เน้นแต่ให้ดูแต่รูปในหนังสือ





เข้าไปดู อาคาร Hiroshima Peace Memorial Museum กันครับ



ข้างในเต็มไปนักเรียน จดรายงานกันใหญ่



ภาพถ่ายจริง หลังโดนระเบิด



โมเดลพื้นที่หลังโดนระเบิด







เวลาที่ฮิโรซิม่าหยุดอยู่ที่ 8:15









บริเวณโดยรอบก็เต็มไปด้วยกลุ่มนักเรียน





 

Create Date : 21 มิถุนายน 2550    
Last Update : 22 มิถุนายน 2550 0:00:09 น.
Counter : 451 Pageviews.  

Hiroshima : Hon-Dori Arcade



ระหว่างเดินทางกลับจากไปชม Hiroshima Castle ผ่าน Hiroshima Baseball Stadium สังเกตเห็นที่จอดจักรยานเยอะขนาดต้องทำที่จอดเป็น 2 ชั้นกันเลย






Hiroshima Baseball Stadium ที่นี้ชื่อทีมว่า "Hiroshims Carp" ดังขนาดมีป้ายติดตามสถานที่ต่างๆ ไม่เว้นแต่ซองขนมต่างๆ



ที่นี้ส่วนใหญ่นิยมขี่จักรยานไม่เว้นแต่พนักงานบริษัทที่ใส่สูทขี่จักรยานจนเป็นเรื่องปกติ ถ้าเป็นบ้านเราคงแปลกๆ ว่าป่ะ



ถึงแล้วครับ ย่านซื้อของ Hon-Dori คล้ายๆสยามบ้านเราครับ มีทั้งร้านอาหาร ,ร้านเสื้อผ้า, ร้านเกมส์ขนาดห้างก็มี



ร้านนี้ประมาณขายของตามตลาดนัดบ้านเรา มีของพวกยาสระผม, ยาสีฟัน ราคาถูกครับ



ร้านนี้ของทั้งร้าน ขานในราคา 100 Yen



อันนี้เป็นบ่อยในห้างบ้านเรา แต่ที่นี้เค้าเปิดกันเป็นร้านกันทีเดียว



ร้านนี้มาทั้งคันรถเลย ขายน้ำผลไม้ปั้น กับเครปญี่ปุ่นของแท้ต้นตำรับ



ขนาดห้องน้ำสร้างแบบธรรมดาเป็นที่ไหน





พักดูสาวๆญี่ปุ่นกันสักพัก



เนี้ยหล่ะ พบต้นตำราการแต่งตัวของเด็ก ปวช.บ้านเรา



ที่นี้นิยมขี่จักรยาน เวลาเดินก็ระวังกันดีๆหล่ะ ยิ่งตอนข้ามถนนแล้วด้วย เลือกดีๆ ว่าจะหลบทางซ้ายหรือทางขวาดี



ที่จอดรถแบบเสียตังค์



ที่พักผู้โดยสารระหว่างรอรถ ติดแอร์เย็นสบาย ที่อนุสาวรีย์บ้านน่าจะมีบ้างเนอะ



พระยืนรอรับบริจาค ขณะรอท่านก็ยืนสวดมนต์อยู่ตลอดเวลา



ร้านราเมน



ดูบรรยากาศภายในร้าน สังเกตกระบอกน้ำดื่มดีๆนะครับ ที่นี้เค้าดื่มน้ำจากก๊อกกันเลยใส่ก้อนถ่านลงไป แต่ไม่มีกลิ่น และรส ของถ่านเลย





มาแล้วครับราเมน หน้าตาเป็นอย่างงี้นี้เอง "แต่ใส่แผ่นหมูน้อยไปหน่อยน่ะ" และที่สำคัญเวลากินดูดเส้นดังๆแรงๆ เลยครับให้ดังลั่นร้านกันไปเลย




 

Create Date : 21 มิถุนายน 2550    
Last Update : 21 มิถุนายน 2550 23:24:26 น.
Counter : 1262 Pageviews.  

1  2  

copy18
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add copy18's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.