Group Blog
All Blog
monitor philips 220x IS
มอนิเตอร์ใหม่ของผม

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมานี้ได้ไปถอยมอนิเตอร์ตัวใหม่มาจากร้านฟิลิปที่พันทิพย์ พอดีตัวเก่าขายให้กับคนงานที่บ้านน้าสาวไปเพราะหน้าจอสีขาวมันออกสีส้ม ๆ เหลือง ๆ ไม่เป็นที่ถูกใจเจ้าของ ก็เลยจัดการเฉดหัวม้นออกไปให้พ้น(พึ่งจะถอยมาจากงานคอมมาร์ตได้แค่ไม่ถึงเดือน แฮะ ๆ) ของถูกไม่มีดีในโลกนี้จริง ๆ ครับ ที่แรกซื้อมาก็คิดว่าคุณภาพมันคงจะดี เพราะเห็นว่ามีดีวีไอพอร์ต มีลำโพงในตัว คุณสมบัติมันก็คุ้มราคาอยู่น่ะครับ อะไร ๆ มันก็ดีแต่ติดตรงที่สีขาวมันไม่ขาวบริสุทธินี่สิ
ก็เลยทำใจไม่ได้ ในตอนแรกก็เล็งจะซื้อยี่ห้อเดลล์ รุ่นที่เป็นแพนเนลไอพีเอส ๒๒ นิ้วในราคาเก้าพันบาทถ้วนจากในเว็ป แต่บังเอิญเกิดไปเห็นของฟิลิปรุ่นดังกล่าวเข้าเสียก่อน รูปลักษณ์ก็สวยงามมีสีขาวเหมือนแมค แถมยังมีไฟถนอมสายตาสีฟ้าอ่อน ๆ อีกก็เลยเปลี่ยนใจไปหายี่ห้อฟิลิปแทน เหตุผลอีกข้อก็คือของเดลล์มันไม่มีของจริงให้ได้ดู แต่ก็ได้ยินชื่อเสียงมานานกับรุ่นดังกล่าวว่าสีสรรค์ดีเหมือนจอแมค เพราะมันใช้แพนเนลคุณภาพสูงเหมือนกับแมค แต่อะไรที่ไม่ได้เห็นด้วยตาอย่าไปเชื่อ อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวครับ กอรปกับคิดในอีกด้านของราคาแพงนี่มันจะเอามาทำราคาให้ต่ำขนาดนี้ได้เชียวหรือ เพราะถ้าเป็นแพนเนลคุณภาพสูงนี่ แถบทุกยี่ห้อราคาไม่ต่ำกว่าหมื่นห้าพันบาททั้งนั้น ก็ทึกทักเอาเองว่ามันคงเป็นแพนเนลไอพีเอสในเกรดที่ต่ำกว่าปกติหรือเปล่า แต่ไม่แน่ถ้าเห็นตัวเป็น ๆ ผมอาจจะเปลี่ยนใจอีกก็เลย ว่าแล้วก่อนจะซื้อเจ้าจอของฟิลิปรุ่นนี้มันก็ถูกปล่อยข่าวออกมาในเน็ตสักระยะแล้ว แต่ก็ไม่รู้วันที่จำหน่ายแน่นอน ก็เลยลองยกหูไปถามที่ฟิลิปประเทศไทย เค้าก็บอกว่าไม่ได้ทำตลาดในด้านนี้แล้ว ให้โทรไปซินเนคแทน ก็เลยต้องต่อสายไปอีกที่ซินเนค ก็เลยได้ความมาว่า ของเพิ่งเข้ามาในประเทศไทย จากกำหนดการเดิมจะเป็นวันที่สอง พฤษภาคม(ผมได้สอบถามในวันที่สามสิบเมษายน) แต่เค้าบอกว่ามีแค่สิบสองตัวเองน่ะ ต้องให้ดิลเลอร์สั่งเข้ามาถึงจะซื้อได้ ว่าแล้วก็ให้เบอร์ดิลเลอร์ผมมาซึ่งก็ไม่ได้บอกชื่อ ผมก็ต้องโทรศัพท์ไปอีกครั้ง ซึ่งก็ไม่ประสบความสำเร็จอีก เจ้าของร้านบอกกับผมว่าให้ไปหาดิลเลอร์เจ้าอื่นเถอะ เพราะเขาอยู่ไกลและไม่ได้สั่งจอเข้ามาขายในร้านอีกด้วย ก็เลยนึกขึ้นได้ถึงร้านฟิลิปที่พันทิพย์ อันที่จริงที่ไม่ได้โทรไปแต่แรกเพราะคิดว่าร้านนี้เป็นของบริษัทฟิลิปประเทศไทยครับ แต่ทำไปทำมากลับเป็นร้านที่สั่งของจากซินเนคเข้ามาขาย ซึ่งทั้งร้านก็จะขายแต่ฟิลิปยี่ห้อเดียว ก็เลยเหมือนเป็นศูนย์ของฟิลิปประเทศไทย ผมเข้าใจผิดไปเองอีกแล้ว ซึ่งก็ได้จอมาสมใจหมายครับ ทีแรกทางร้านบอกว่าของจะเข้ามาในวันเสาร์ไอ้เราก็ไม่ว่างวันเสาร์เสียด้วยก็เลยย้ำกับทางร้านอีกที ทางร้านก็เลยบอกว่าจะมีของเข้ามาตอนเย็น จำนวน ๓ ตัว ทางร้านก็เลยขอเบอร์ผมไปแล้วบอกว่าถ้าของเข้าจะโทรมา ซึ่งทางร้านก็โทรมาในตอนเย็นก็เลยบึ่งรีบไปเอาไว้เป็นเจ้าของหนึ่งตัว ทางร้านก็ยังย้ำอีกว่ามาก่อนได้ก่อนน่ะจ้า ไปถึงร้านก็เห็นตัวโชว์อยู่หน้าร้านโอโห้ สีสวยถูกใจจังเลยครับ ไม่ผิดหวังจริง ๆ ครับ ว่าแล้วก็แกะกล่อง
ทดสอบก่อนรับของออกจากร้าน แว็ปแรกที่เห็นตอนยังไม่เสียบปลั๊ก สีขาวสวยเหมือนแมคครับ หลังจากเสียบปลั๊กเปิดเครื่อง โอ้มีไฟสีฟ้าอ่อน ๆ เหมือนที่บอกไว้ในอินเตอร์เน็ต จากนั้นก็ลองดูเปรียบเทียบดูกับจอตัวอื่น ๆในร้านดู เจ้าตัวนี้สีมันดูสบายตาดีครับสมคำเล่าลือกับคุณสมบัติไลท์เฟรม
ที่นำเสนอว่ามันรักษาสุขภาพสายตาของผู้ใช้



หลังจากนั้นทางร้านก็ทดสอบเรื่องเดดพิกเซลและโคลพิกเซลให้ซึ่งก็ทำการทดสอบกันอย่างละเอียด ทางร้านก็ใจดีทำให้ด้วยความเต็มใจ ซึ่งขณะนั้นเป็นเวลาเลิกงานแล้วครับ หลังจากการใช้งานเจ้าจอนี้ ก็พบว่าข้อดีของมันก็คือรูปแบบสวย สองก็คือใช้งานแล้วสบายตา ซึ่งก็เป็นจุดเด่นของมัน
เรื่องสีสรรค์ก็ออกแนวเย็น ๆ ไม่ฉูดฉาดมาก แม้จะลองปรับตั้งเพิ่มแล้ว โดยรวม ถ้าต้องการมอนิเตอร์สวย ๆ มีไฟเท่ห์ ๆ ใช้งานสบายตา แนะนำรุ่นนี้เลยครับ แต่ตอนนี้เห็นทางร้านบอกว่าของยังไม่มี ต้องรอไปอีกเดือนหนึ่ง ถึงจะมีล๊อตใหม่เข้ามาครับ ว่าหลังจากเขียนบล๊อคเสร็จจะลองไปคลาลิเบดหน้าจอดูเสียหน่อยว่าสีสรรค์มันจะเป็นยังไงบ้าง ปล. ถ้ามองเรื่องราคาผมว่ามันแพงไปครับกับสิ่งที่ได้มาที่ราคาเจ็ดพันแปดร้อยเก้าสิบบาทถ้วน เพราะเราสามารถหารุ่นอื่นของฟิลิปหรือยี่ห้ออื่นในขนาดยี่สิบสองนิ้ว ที่มีราคาถูกกว่าถึงเกือบสองพันบาท แล้วจะโพสรูปตามมา ขอตัวไปเตรียมกล้องก่อน



Create Date : 02 พฤษภาคม 2552
Last Update : 2 พฤษภาคม 2552 19:00:07 น.
Counter : 239 Pageviews.

1 comment
เจ้าเหมียวเดโก้
เดโก้แมวเหมียวสุดเลิฟ

พอดีได้เข้าไปเยี่ยมเยียนเว็ปของคุณแมวเอิงเห็น เจ้าเหมียวของเธอน่ารักดี ก็เลยอยากนำเอาเจ้าเดโก้ที่บ้านออกมาอวดเพื่อน ๆ ชาวบล๊อคกันบ้างครับ ถ่ายภาพด้วยมือถือสัญชาติเกาหลีทั้งหมด พอดีขี้เกียจคว้ากล้องคู่กายมาถ่ายน่ะครับ



เจ้าเดโก้ในอริยาบทยามนอนครับ














Create Date : 26 เมษายน 2552
Last Update : 26 เมษายน 2552 14:44:35 น.
Counter : 276 Pageviews.

2 comment
Kaizen
Kaizen

เมื่อวานนี้ได้ไปเข้าอบรมหัวข้อ Kaizen ที่ สสท. มา มีใครรู้จักKaizenบ้างไหมครับ ยกมือขึ้นหน่อย ก่อนจะไปอบรมได้รับการบอกเล่าจากท่าน
หัวหน้าที่บริษัทว่ามันเป็นเรื่องเกี่ยวกับการยกกล่องขึ้นลง และการจัดระเบียบงาน ไอ้เราก็งง ๆ ว่าถ้ามันเป็นเรื่องแค่นี้แล้วเราจะไปอบรมมันทำไมกันให้เสียกระตังค์ แต่ยังไงบริษัทเขาส่งเราไปก็ต้องไปตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมาก เดินทางไปถึง สสท. ก็เกือบจะเก้าโมงเช้าแล้ว ใกล้จะได้เวลาเปิดอบรมแล้ว แต่ท่านวิทยากรก็ยังใจดีที่ยังคงรอเราอยู่

เริ่มต้นมาวิทยากรแกก็เล่าถึงเรื่องการยกกล่องเอกสารที่มันหนัก ๆ ยกทีแรก ๆ มันยังไม่ชินมันก็หนัก แต่พอเวลาผ่านไปพอเกิดความเคยชินเข้า ไอ้ของที่ว่าหนักมันก็จะเบาไปเอง แหมเหมือนกับที่ท่านหัวหน้าเล่าแปะเลยแฮะอวิทยากรชี้แจ้งขยายความเพิ่มเติม ก็ทำให้เราทราบว่าการทำเช่นนี้เป็นการกระทำที่ไม่ฉลาด เราจะหาวิธีการอื่นที่มาทำให้เราไม่ต้องยกกล่องที่หนัก ด้วยวิธีที่ประหยัดแต่ทุ่นแรงได้มากที่สุด ซึ่งหลังจากรับฟังการบรรยายต่อ ๆ ไป เรื่อย ๆ ก็ทำให้คิดว่าไอ้เจ้าไคเซ็นนี่มันค่อนข้างจะเกี่ยวข้องกับการลดขบวนการในทำงานที่ ที่ยุงยากซับซ้อนและเสียเวลา ให้ทำงานง่ายขึ้นสบายขึ้น เพิ่มผลผลิตให้มากขึ้นในขณะที่ใช้คนเท่าเดิม ไคเซ้นเริ่มที่ประเทศญี่ป่นและแพร่หลายไปยังอเมริกาและยุโรป จากนั่นก็เข้ามาที่บ้านเรา ในการทำไคเซ็นนั้นจะเริ่มจากพนักงานที่อยู่หน้างานเป็นอันดับแรก แล้วจึงค่อยขยายขึ้นสู่ลำดับที่สูงกว่า เพราะพนักงานระดับล่างจะเป็นผู้ที่พบปัญหาเป็น
คนแรก ตามทฤษฏีปัญหามักก่อขึ้นจากจุดเล็กก่อนแล้วหยายตัวออก เราจึงต้องให้พนักงานระดับล่างเป็นผู้ที่ค้นหาปัญหาที่เกิดขึ้นในการทำงานของตน
มีอะไรที่ผิดแปลกไปจากการทำงานปกติหรือทำให้เราทำงานลำบากเป็นอุปสรรคเกิดขี้น แล้วก็คิดค้นนำเสนอวิธีในการแก้ไข แล้วนำออกใช้ จากนั้นจึงติดตามประเมินผลที่ได้รับจากการแก้ไข ตามทฤษฏีไคเซ็นต้องทำบ่อย ๆ แก้ปัญหาบ่อย ๆ จึงจะก่อให้เกิดประโยชน์กับองค์กร ในองค์ทีใหญ่จะมีทีมงานที่ทำหน้าในส่วนของไคเซ็นโดยตรง ซึ่งมักจะเป็นฝ่ายวิศวะกรรม




เพราะกลุ่มคนพวกนี้จะเป็นผู้ที่ความเชี่ยวชาญในการมองและแก้ไขปัญหาในภาพขององค์รวมได้ดีกว่าพนักงานระดับล่าง ซึ่งพวกเขาจะมองเห็นแต่ปัญหาของตัวเอง แต่พวกวิศวะนี่จะสามารถแก้ไขปัญหาในรดับที่ใหญ่ขึ้นระดับองค์กรได้ และสามารถกำหนดเป็นตัวเลขชี้วัดได้ดีกว่า

ในตอนท้ายอาจารย์สรุปว่าไคเซ้นสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในงานทุก ๆ ด้านไม่เฉพาะกับงานด้านโรงงานอย่างเดียว แกเน้นยำว่าต้องฝึก ต้องทำบ่อย ๆ ต้องมองว่าสิ่งที่เราทุกวันนี้มันล้าสมัยอยู่ตลอดเวลา เพื่อเป็นแรงกระตุ้นในการทำไคเซ็น คนเรามักจะมองว่าสิ่งที่ตัวเองทำทุกวันนี้มันดีอยู่แล้วมันจึงไม่มีการพัฒนาในทางที่ดีขึ้น ในยุคเศรษฐกิจแบบนี้คนเราต้องตื่นตัวอยู่เสมอ แต่การทำไคเซ็นนี่ก็คำนึงถึงหลักจริยธรรมเหมือนกันน่ะครับ
เพราะมิใช่ว่าพอทำไปแล้ว ไปเกิดผลกระทบทำให้บริษัทปลดคนออกเพราะ
ใช้คนน้อยลง ไคเซ็นไม่ได้วัตถุประสงค์เพิ่อการนั้น แต่เพื่อให้ทำงานสบายขึ้นได้งานในปริมาณมากขึ้นและมีคุณภาพมากขึ้น

พวกเรามองลองทำไคเซ็นในออฟฟิศหรือที่บ้านกันเถอะครับ



Create Date : 25 เมษายน 2552
Last Update : 25 เมษายน 2552 17:20:47 น.
Counter : 436 Pageviews.

4 comment
นักล่าเมล็ดพันธุ์
Seed Hunter
เมื่อวานนี้ได้มีโอกาสชมสารคดีของทางเนชั่นแนลจีโอกราฟฟิค หัวเรื่องเกี่ยวกับการตามหาเมล็ดพันธุ์พืชโบราณ ทีแรก ๆ ดูไปก็ไม่คิดว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจนัก แต่พอดูไปสักระยะกับพบว่ามันน่าติดตามเอามาก ๆ ผมคิดแค่เรื่องเมล็ดพันธุ์พืชมันไม่น่าจะมีอะไรน่าสนใจเท่าไร แต่ในข้อเท็จจริง สารคดีชุดนี้บอกให้ผมทราบว่า ชีวิตของมนุษย์นับแต่นี้ต่อไปในเรื่องของห่วงโซ่อาหารนี่ มันขึ้นอยูกับไอ้เจ้าเมล็ดพันธุ์พืชโบราณนี่เอามาก ๆ ถึงขนาดต้องลงทุนดันด้นขึ้นไปบนภูเขาในสถานที่ที่แห้งแล้งและกันดานสุด ๆ เพื่อตามหาเจ้าเมล็ดพันธุ์ที่ว่านี่ สาเหตุที่ต้องทำให้ตามหาเมล็ดพันธุ์(ผมจำชื่อมันไม่ได้แต่ประมาณว่ามันเป็นพืชในตระกูลเดียวกับข้าวสาลีในทุกวันนี้ครับ)

ก็คือเมล็ดพันธุ์สมัยใหม่ในทุกวันนี้ยีนและพันธุ์กรรมมันด้อยลง(ผมยังสงสัยอยู่ว่าในเมื่อมีเทคโนพันธุ์กรรมหรือจีเอ็มโอแล้วทำไมยังต้องหาไอ้เจ้าเมล็ดพันธุ์โบราณที่ว่านี่) ทำให้ไม่สามารถทนทานต่อความแห้งแล้งและหนาวเย็นได้มันจึงแห้งตายโดยง่ายเมื่อเจอภาวะแห้งแล้งและหนาวเย็นอันสืบเนื่องมาจากวิกฤตการณ์โลกร้อน ซึ่งออสเตเลียกำลังเผชิญกับปัญหานี้อย่างหนัก ผลผลิตตกต่ำลงอย่างมาก ทำให้บรรดานักวิทยาศาสตร์ต้องพากันออกมาทำการค้นคว้าวิจัยกันเป็นการใหญ่ และตรงนี้เองที่ทำให้ผมทราบว่านักวิทยาศาสตร์ไม่สามารถจะเปลี่ยนแปลงพันธุ์กรรมได้ ถ้าหากไม่มีเซลหรือยีนส์ต้นแบบ พวกเขาจึงได้ส่งทีมสำรวจลงไปที่ประเทศทาจีกีสสถานในตอนแรกที่ดูก็เห็นว่ามันกันดานขนาดนี้เดียวก็คงจะเจอเมล็ดพันธุ์ทีว่าแล้ว แต่ปรากฏว่าในข้อเท็จจริง ทีมสำรวจไม่สามารถจะหาเจ้าเมล็ดพันธุ์ที่ว่านี่พบเลย เพราะความเจริญและเทคโนโลยีได้เข้าไปถึงสถานที่เหล่านี้หมดแล้ว ทำให้เมล็ดพันธุ์ได้สุญหายไปหมดจากจากหมู่บ้านเหล่านี้แล้ว เรื่องเริ่มสนุกตรงที่ทีมสำรวจต้องพยายามหาเบาะแสของแหล่งที่ยังคงเหลือเจ้าเมล็ดพันธุ์ที่ว่านี้อยู่ จนในท้ายสุดของสารคดี ทีมสำรวจก็ได้พบเมล็ดพันธุ์ที่ว่านี้จนได้ แต่กว่าจะพบก็แทบแย่เหมือนหนังเรื่องเนชั่นแนลเทเชอร์เลย เจ้าเมล็ดพันธุ์นี้มันยังคงเติบโตอยู่บนภูเขาที่ซึ่งมีหม่บ้านเล็กที่ตัดขาดออกจากโลกภายนอก ต้องใช้เอลิคอปเตอร์ในการเดินทางเท่านั้นจึงจะเข้าไปถึงได้ นี่ถ้ามีถนนเข้าถึงทีมสำรวจอาจจะไม่เจอเมล็ดพันธุ์ที่ว่านี้เลย เทคโนโลยีมันมีสองด้านเสมอเลยจริง ๆ น่ะครับ ชาวบ้านบอกว่าพวกเขาใช้เมล็ดพันธุ์นี้ปลูกสืบทอดกันมาเป็นเวลากว่า400ปีแล้ว เรื่องนี้ก็จบลงด้วยดี เมล็ดพันธุ์ที่ว่านี่ก็ถูกส่งไปที่แลปและบางส่วนก็ถูกนำเข้าไปเก็บไว้ที่ธนาคารเมล็ดพันธุ์ ซึ่งอยู่ที่ห้องใต้ดินแทบขั้วโลก

ทำให้รับประกันได้เลยว่าอีกหลายร้อยปีจากนี้มันจะยังคงอยู่ ในระหว่างทางทีมสำรวจต้องพบกับปัญหาต่างๆ มากมาย อีกทั้งยังขาดทุนในการเดินทางเพราะพวกเขาเป็นองค์อิสระที่ขาดทุนอุดหนุน ทำด้วยใจ ทุ่มเท เพื่อชาวโลกจริง ซึ้งมาก ๆ ครับ แต่ลองกลับมามองย้อนกันที่ฝั่งประเทศไทยของเรากัน

เรื่องเหล่านี้ในหลวงทรงเล็งเห็น และได้หาทางป้องกันไว้นานแล้ว จากการที่เราจะเห็นได้จากเรื่องข้าวหอมมะลิที่ได้ผ่านการคัดเลือกพันธุ์ ระหว่างพันธุ์พื้นเมืองกับพันธุ์สมัยใหม่ นำมาผสมกันและผ่านการคัดเลือกพันธุ์ตามกลของเมนเดล ทำให้ทนทานต่อโลกและความแห้งแล้งได้ดีให้ผลผลิตดี ในหลวงท่านทรงมองการณ์ไกลกว่าพวกฝรั่งจริง ๆ พวกฝรั่งกว่าจะมาคิดแก้ไขก็เกิดปัญหาจนแทบจะหาทางออกไม่ได้แล้ว เรื่องทำให้ผมต้องกลับคิดว่า พันธุ์พืชที่เป็นของดังเดิมประจำถิ่นเราไม่ควรจะทำลายมันแม้ว่ามันจะดูไม่มีประโยชน์ในปัจจุบัน มันอาจจะมีโยชน์แฝงที่เราคาดไม่ถึงเลยก็ได้ พันธุ์พืชประจำถิ่นมักจะมีภูมิต้านดีทนต่อโลกแต่ผลผลิตอาจจะไม่มากเท่าสายพันธุ์ต่างถิ่น แต่เราก็ควรอนุรักษ์ไว้ครับ บางครั้งเทคโนสมัยใหม่ก็ต้องอะไรที่ชิ้นส่วนมาจากอดีต เพื่อเชื่อมต่อกันเหมือนกัน



Create Date : 23 เมษายน 2552
Last Update : 23 เมษายน 2552 18:04:43 น.
Counter : 254 Pageviews.

3 comment
ภาพจากงานแต่งงานของรุ่นพี่เมื่อปีกลาย
เอาภาพเก่า ๆ มาปัดผุ่นครับ ภาพเพื่อน ๆ ในงานแต่งของรุ่นพี่ที่ออฟฟิศเก่าเมื่อปีกลายครับ ในงานนี้ทำให้ผมได้ความรู้สึกถึงบรรยากาศความอบอุ่นเก่า ๆ จากพี่ ๆ ที่ออฟฟิศที่เป็นที่ทำงานที่แรกของผม เมื่อสักเกือบแปดปีที่ผ่านมา ซึ่งหลาย ๆ คนก็ไม่ได้ทำงานที่เดิมแล้วแต่มารวมตัวกันเฉพาะกิจ

ภาพที่สองครับ






ของชำร่วยเก๋ ๆ ถ่ายด้วยเลนส์ฟิก 50 มิลครับ


การถ่ายรูปในงานแต่งงานนี้ต้องให้ความไวชัดเตอร์มีอย่างต่ำก็ 1/60 น่ะครับ
ส่วนใหญ่จะได้ความไวชัตเตอร์น้อยกว่านี้เพราะงานแต่งงานจะค่อนข้างมืด
แต่กล้องรุ่นใหม่ปัจจุบัน ก็สามารถดันไอเอสโอไปได้สูงโดยที่เกิดจุดรบกวนในภาพน้อยกว่าแต่ก่อน แต่ของผมมันกล้องรุ่นเก่าแล้วจะดันมากเกินไปก็จะไม่งามครับ ส่วนเรื่องค่าไวบาลาน ผมปล่อยให้กล้องมันกำหนดเองครับ





รูปทั้งหมดในเซ็ตถ่ายด้วยเลนส์50มิลทั้งหมดครับ ภาพก็เลยดูล้น ๆ ไปนิดครับ




Create Date : 22 เมษายน 2552
Last Update : 22 เมษายน 2552 17:43:36 น.
Counter : 536 Pageviews.

3 comment
1  2  3  4  5  6  

tomcat007
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]