Group Blog
All Blog
พาชิมอาหารญี่ปุ่น
สวัสดีครับ

วันนี้ข้าพเจ้าขอพาเพื่อน ๆ ทุกท่านไปชิมราเม็งร้านอร่อย สไตล์ญี่ปุ่นแท้ ๆ ซึ่งร้านตั้งในซอยภิรมย์ตรงกันข้ามกับสถานีรถไฟฟ้าอ่อนนุชครับ หน้าร้านก็เป็นห้องแถวในซอยเล็ก ๆ ไม่ใหญ่มาก ร้านนั่งได้สองชั้นครับ ร้านนี้รุ่นน้องที่ออฟฟิศเป็นคนพาข้าพเจ้ามาครับ การเดินทางในวันนี้ของข้าพเจ้าก็ใช้มอเตอร์ไซต์คู่ชีพเวฟ 125 เป็นพาหนะครับ เพราะถนนสุขุมวิทช่วงเย็น ๆ นี่รถติดมาก ๆ มีเจ้าคู่ชีพของผมคันนี้ก็ทำให้การเดินทางรวดเร็วขึ้น แต่กว่าจะมาถึงก็เฉี่ยวกระจกรถเก๋งไปหลายคันทีเดียว ต้องขอโทษท่านเจ้าของรถทุกคันมา ณ ที่นี้



ภาพหน้าร้านครับ ร้านชื่อ Yamato An


หน้าร้านในอีกมุมครับ




หน้าเคาน์เตอร์ อาจจะมืดไปหน่อยเพราะว่าไม่ได้เอาแฟลชไปและใช้เลนส์กว้างพิเศษทำให้ใช้แฟลชหัวกล้องไม่ได้ด้วย


การวางข้าวของบนโต๊ะอาหารครับ


หน้าตาเมนุของร้านนี้ครับ


เมนูแรกชาเขียวเย็น เป็นแบบมัชชะครับ ผมชอบชาเขียวรสนี้ที่สุด


เมนูเรียกน้ำย่อย สลัดซัลมอลครับ รสชาติเข้มข้นด้วยน้ำสลัดแบบญี่ปุ่น
หอมกลิ่นซีอิ๊วมาก ๆ อมเปรี้ยวนิด ๆ ครับ






จานหลักและจานขึ้นชื่อของร้านมาแล้ว ราเม็งชาชูหมูซูเปอร์ ถ้วยละร้อยแปดสิบบาทจ้า รสชาติก็มาแบบญี่ปุ่นแท้ไม่เข้มข้นมาก แต่หมูอร่อยครับ
เนื้อหมูแล่มาเป็นแผ่นบาง ๆ ครับ ละลายในปากเลย เพราะเนื้อหมูผ่านการหมักและเคี่ยวกันเป็นเวลานาน ที่สำคัญเส้นราเม็งร้านนี้ ท่านเจ้าของร้านเขาทำเองด้วยน่ะครับ ไม่ใช้เส้นสำเร็จรูปที่ไปซื้อตามซูเปอร์ทั่วไปครับ






จานที่สอง ข้าวหน้าหมูหมักซอสครับ รสชาติเข้มดีครับ



จานสุดท้ายครับ จานนี้เพื่อนสั่งมาแต่ข้าพเจ้ารับประทานไม่ไหวแล้วอิ่มมากๆ
เลยไม่มีคอมเม้นเกี่ยวกับรสชาติครับ


คุณพี่ต่อเจ้าของร้านครับ แกยังมีเท็มปุระเป็นเมนูแนะนำของแกอีกครับ คงไว้คราวหน้าแล้วครับ พี่ต่อเป็นชาวญี่ปุ่นที่ใช้ชีวิตในเมืองไทยมากว่าสิบห้าปีแล้วครับ ที่สำคัญพี่ต่อเป็นแฟนของรุ่นน้องผมครับ

ก็ขอจบทริปในวันนี้แต่เพียงเท่านี้ครับ



Create Date : 03 สิงหาคม 2552
Last Update : 4 สิงหาคม 2552 21:51:00 น.
Counter : 549 Pageviews.

6 comment
The Kop in Thailand 2009
เมื่อวานนี้ได้มีโอกาสเข้าไปชมการแข่งขันฟุตบอลระหว่างทีมชาติไทยกับทีมลิเวอร์พลู ซึ่งครั้งก็เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้ดูฟุตบอลระดับโลกในสนามจริง
ตลอดทางที่เดินเข้าไปที่สนามมีชาวสีแดงเต็มไปหมด ส่วนตัวข้าพเจ้าเป็นชาวสีน้ำเงิน(เชลชี สิงโตน้ำเงินคราม) ก็เลยต้องเจียมเนื้อเจียมตัวหน่อย งานนี้ไม่ใช่งานของชาวสีน้ำเงิน อันนี้พูดเล่นครับ จะชอบเชียร์ทีมไหนเราก็ดูบอลด้วยความสนุกได้เหมือนกัน แม้ว่าทีมรักจะไม่ได้มาเยือนประเทศไทยก็ตาม
อาจจะเป็นเพราะตลาดมันยังแคบเกินไป ไม่เหมือนกับฝั่งลิเวอร์พลูครับ การเดินทางในขาไปของผมก็ใช้แท็กซี่ครับหมดเงินไป 160 บาท รวมค่าทางด่วนด้วย ส่วนขากลับก็เจอกับฝน เล่นเอาตัวเปียกซกไปหมดเลย แต่ค่ารถกลับถูกกว่าเพราะใช้รถโดยสารประจำทางสาย115 ในการเดินทางกลับ หมดค่าใช้จ่ายไป 8 บาท ถูกกว่าขามาหลายเท่าตัว กอปรกับโชคดีเดินออกจากสนามราชมังคลาก็เจอรถจอดอยู่หน้าสนามเลย ไม่ต้องรอ อันที่จริงใจก็ภาวนาอยู่ขอให้อย่าต้องรอรถเลยเพราะฝนตกและตัวเปียก หนาวจะแย่อยู่แล้ว แท็กซี่ก็ไม่อยากขึ้นเท่าไรเพราะรถติดมาก ค่ารถต้องแพงมาก ๆ แน่เลย ว่าแล้วก็เชิญชมบรรยากาศในงานครั้งนี้ได้เลยครับ


พลพรรคชาวสีแดง


ซูเปอร์ฮีโร่ชาวสีแดงครับ


คลื่นมหาชนชาวสีแดง


เพ้นต์หน้ากันใหญ่เลย


พี่แม็คก็มา งานนี้มีสปอนต์เซอร์อย่างเป็นทางการสองรายที่ขายของในงานนี้คือโค้กกับแม็คโดนัลเท่านั้น


เดอะคอปตัวน้อย


ตัวข้าพเจ้าเอง วันนี้ขอแปลงตัวเป็นสาวกเดอะคอปหน่อย


อีกหนึ่งสาวสาวกเดอะคอป เป็นน้องในออฟฟิศที่ไปด้วยกันครับ


กองเชียร์ชาวสีแดงในสนามราชมังคลาครับ


สกอร์บอร์ดครับ


ลิเวอร์พลูพันธุ์แท้


ทีมชาติไทยของเรา


แอ็คชั่นตอนซ้อมครับ




น้องเป้ย เธอมาทำไม.......งง(มาเป็นเชียร์รีดเดอร์)


อีกมุมหนึ่งของกองเชียร์ลิเวอร์พลู


ภาพซ้อมของนักเตะลิเวอร์พลูครับ


เหล่านักเตะเรดแมชชีน






Dirk Kuyt


ลูคัส เลว่า ตัวซวยแห่งชาวสีแดง ได้บอลเป็นโดนโห่ทุกที




ภาพตอนเข้าสนาม


แอ็คชั่นมัน ๆ ระหว่างเกมส์




















จบแล้วจ้า เป็นอย่างไรบ้างกับบรรยากาศมัน ๆ จากเกมส์ลิเวอร์พลูกับทีมชาติไทย ปล.พึ่งจะรู้วันนี้ว่าในสนามเขาไม่พากย์บอลกัน


มิตรภาพไร้พรมแดน



Create Date : 23 กรกฎาคม 2552
Last Update : 23 กรกฎาคม 2552 21:03:23 น.
Counter : 490 Pageviews.

10 comment
สวนลุมยามเย็นภาคสอง
สวนลุมยามเย็นภาคสอง

เมื่อวานเกิดอารมณ์เบื่อ ๆ หลังจากไม่ได้จับกล้องมานาน วันพุธที่จะถึงนี้ก็จะไปดูลิเวอร์พลูแล้วด้วย จึงหยิบกล้องเอามาเคาะสนิมเสียหน่อย ว่าแล้วก็หยิบกล้องเดินไปสวนลุม กะว่าจะเน้นถ่ายอารมณ์ของคนที่มาออกกำลังกายยามเย็นครับ และอยากตบท้ายด้วยภาพพระอาทิตย์ตกดินตรงฉากหนังเรื่องความสุขของกะทิครับว่าแล้วก็เชิญชมภาพของข้าพเจ้าได้เลยครับ




ดอกไม้หน้าสวน


สวนหย่อมปากทางเข้าฝั่งถนนวิทยุ


ปรัชญาบนหน้าอก


ความรักของแม่


อารมณ์เซ็ง ๆ ของเด็ก ๆ


แม่จ้าอุ้มหนูหน่อยน้า


ออกกำลังกายกันหน่อย เอา หนึ่ง สอง สาม.....


ความน่ารักของเด็ก ๆ


มาดนายแบบครับ


จักรยานสีชมพู


ต่อไปผมจะเป็นนักสเก็ตมือหนึ่งให้ได้ครับ


ชอบอารมณ์ของสุภาพสตรีท่านนี้มาก ๆ แต่ว่าถ่ายไม่ชัดคร้บลืมดูความไวชัตเตอร์ไปหน่อย


ขอภาพด้านหน้าหน่อย อันนี้ต้องขออภัยบุคคลที่อยู่ในภาพทุกท่านด้วยนะครับที่นำเอาเผยแพร่ไว้บนเว็ป




สวนลุมนี่เป็นที่พักผ่อนของคนทุกเชื้อชาติ


หอสมุดประชาชนที่สวนลุม ปัจจุบันปรับแล้วทันสมัยมาก มีแอร์เย็นฉ่ำด้วย ต้องช่วยกันรักษาน่ะครับ


หลากกิจกรรมของผู้มาใช้สวนลุม


ดอกไม้สวย ๆ สักหน่อย


คุณลุงใจดี


ฉากจากหนังเรื่องความสุขของกะทิ


สวนลุมยามเย็นครับ


พลังแห่งพระอาทิตย์อัสดง


ไม่น่าเชื่อฟ้ากรุงเทพฯ จะมีสีสวย ๆ ให้ได้ถ่ายรูป


จบแล้วครับ ถ่ายจบก็หมดแสงสุดท้ายพอดี



Create Date : 19 กรกฎาคม 2552
Last Update : 20 กรกฎาคม 2552 3:07:54 น.
Counter : 1909 Pageviews.

12 comment
แดนมหามงคล
แดนมหามงคล


เมื่อวันที่ ๔-๕ กรกฎาคม ๒๕๕๒ ได้มีโอกาสไปปฏิบัติธรรมที่ แดนมหามงคลจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งการเดินทางไปนั้นใช้บริการรถไฟฟรีของการรถไฟแห่งประเทศไทยครับ แต่ในเช้าวันเดินทางก็มีเหตุอันไม่คาดฝัน
เกิดขึ้นจนได้


นาฬิกาเจ้ากรรมดันเกิดเสียไม่ยอมทำงาน กรรมของข้าพเจ้าแล้ว นัดเพื่อนไว้ที่สถานีรถไฟบางกอกน้อยเวลา เจ็ดนาฬิกาสามสิบนาที ข้าพเจ้าก็ตื่นที่เจ็ดนาฬิกาสามสิบนาทีเท่ากับเวลาที่นัดเพื่อนไว้ แล้วจะไปทันยังไงล่ะเนี่ย ฉับพลันสมองของข้าพเจ้าก็คิดคำนวณหาเส้นทางดุจคอมพิวเตอร์ และแล้วก็ได้วิธีการ นั่งแท็กซี่ไปดักที่สถานีถัดไป ซึ่งก็คือสถานีตลิ่งชัน ประมาณแปดโมงเกือบครึ่งโทรเช็คกับน้องที่สถานีรถไฟ น้องบอกว่า รถไฟยังไม่ออกจากสถานีรถไฟบางกอกน้อย กอรปกับข้าพเจ้าก็เดินทางมาจะถึงสถานีรถไฟตลิ่งชันแล้ว ก็ใจชื้นขึ้นมาหน่อยมีแววไปทันแล้วแต่แล้วก็เกิดเหตุขึ้นมาอีกจนได้ แท็กซี่พาข้าพเจ้าหลงทาง คนขับแกขับเลยสถานีรถไฟ แต่จะโทษคนขับฝ่ายเดียวก็ไม่ได้เพราะคนที่บอกทางข้าพเจ้าก็อธิบายทางไปไม่ถูกต้องเหมือนกัน

ข้าพเจ้าจึงตัดสินใจลงจากแท็กซี่เพื่อขึ้นมอเตอร์ไซต์ประจำถิ่นจะได้ไม่เสียเวลาถามทางอีก ในขณะที่กำลังเรียกมอเตอร์ไซต์ และแล้วเสียงโทรศัพท์ที่ไม่อยากได้ยินก็ดังขึ้น พี่รถไฟออกจากสถานีตลิ่งชันไปแล้ว ใจข้าพเจ้าหล่นไปกองที่ท้า วันนี้ข้าพเจ้าจะไม่ได้ไปหรือนี่ จากการคุยกับน้องทำให้ข้าพเจ้าทราบว่ารถไฟรอบถัดไปขึ้นประมาณบ่ายสองโมงและจะเดินทางไปถึงแดนมหามงคลที่เวลาสองทุ่มเศษ ๆ แล้วข้าพเจ้าจะไปมันทำไมเพราะรุ่งขึ้นก็เดินทางกลับแล้ว

หลังจากนั้นข้าพเจ้ายืนคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงตัดสินใจว่าเป็นไงเป็นกัน ลองไปดักที่สถานีถัดไปซึ่งก็คือสถานีศาลายาก็แล้วกัน ในตัวก็เหลือเงินแค่ร้อยเจ็ดสิบบาท เพราะไม่คิดว่าจะมีค่าใช้จ่ายอะไรจึงไม่กดเงินจากแบงค์ออกมา จนแล้วจนรอดในขณะที่รถแท็กซี่จะเลี้ยวเข้าสถานีรถไฟศาลายา โทรศัพท์มือถือของข้าพเจ้าก็ดังขึ้น พี่รถไฟออกจากสถานีแล้วไว้โอกาสหน้าค่อยไปน่ะพี่ โอ้เฉียดฉิวไปนิดเดียว เซ็งจริง ๆ ทำไมอุปสรรคมันเยอะอย่างนี้นะ จะได้ไปไหมเนี่ย ข้าพเจ้าคิดในใจ พี่คนขับแกก็ซิ่งสุด ๆ แล้วก็ยังไม่ทัน

ข้าพเจ้าควักเงินจ่ายค่าแท็กซี่ไปหนึ่งร้อยยี่สิบบาท หมดกันวันนี้เสียค่าแท็กซี่ไปแล้วสองร้อยเจ็ดสิบบาท แถมยังไม่ทันรถไฟอีก ข้าพเจ้าเดินเข้าไปถามนายสถานีว่าสถานีถัดไปคือที่ไหน แต่รับคำตอบว่าข้าพเจ้าไม่น่าจะไปดักทันเพราะรถไฟออกไปกว่าสิบนาทีแล้ว ข้าพเจ้านึกในใจไม่ต้องไปแล้วกลับบ้านแน่ ๆ ในความคิดของข้าพเจ้าตอนนี้ทางเลือกสุดท้ายไปดักที่สถานีสุดท้ายที่นครปฐมซึ่งมันก็ไกลมากและเสียค่าใช้จ่ายเยอะมาก จากประสบการณ์ที่เดินทางไปกาญจนบุรีหลายรอบด้วยรถไฟก็ทำให้รู้ว่ารถไฟจะจอดที่นั่นนานมากเพราะเป็นสถานีใหญ่สุดท้ายก่อนจะดิ่งตรงไปกาญจนบุรี

ข้าพเจ้าเดินออกจากสถานีรถไฟศาลายาด้วยความผิดหวังใจก็คิดว่าแค่นี้ตูจะท้อถอยแล้วรึ ยังมีทางเลือกสุดท้ายนิ ข้าพเจ้าจึงตัดสินใจถามแท็กซี่หน้าสถานีรถไฟศาลายาดูเพื่อประเมินดูว่าทางเลือกสุดท้ายของข้าพเจ้านั้นมีโอกาสสำเร็จมากน้อยเพียงใด แท็กซี่บอกว่าน่าจะทันอยู่แต่ไม่รับประกัน ต้องเสียค่าใช้จ่ายอีกราวสองร้อยห้าสิบบาทในการเดินทางครั้งนี้ข้าพเจ้าคิดแล้วก็ตัดสินใจขึ้นรถเพื่อดิ่งตรงไปที่นครปฐมความหวังสุดท้ายลุงแท็กซี่แกก็ตีนผีสุด ๆ กดคันเร่งไปจนเข็มไมล์ชี้ไปที่หนึ่งร้อยยี่สิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเราใช้ความเร็วขนาดนี้ในการเดินทางเกือบจะตลอดเส้นทาง ไปลดความเร็วลงก็ตอนเข้าตัวเมืองนครปฐม และแล้วข้าพเจ้าก็มาทัน ในขณะที่รถของแท็กซี่กำลังจะข้ามทางรถไฟ เหลือบมองไปทางซ้ายมือเห็นรถไฟคันที่ข้าพเจ้าตามอยู่กำลังจะเทียบชานชาลา ตูมาทันแล้วความพยายามสำริดผลแล้ว ลุงแท็กซี่แกรีบส่งคันเร่งพารถไปจอดหน้าทางเข้าสถานีรถไฟ ข้าพเจ้าส่งเงินให้แกสามร้อยแต่ได้เงินทอนมาแค่ยี่สิบบาท ทั้งที่มิเตอร์ชี้บอกค่าโดยสารที่สองร้อยห้าสิบสองบาท แต่ช่างมันเถอะมัวแต่รอเงินทอน เดี๋ยวความหวังสุดท้ายของข้าพเจ้าจะหายไปอีก ฉับพลันข้าพเจ้าก็รีบวิ่งออกจากรถแท็กซี่ ไปที่สถานีรถไฟพร้อมกับถามเจ้าหน้าที่เพื่อตีตั๋วขึ้นรถไฟ และแล้วข้าพเจ้าก็ได้ตั๋วขึ้นรถไฟสมใจอยากซะที ในขณะที่จะขึ้นรถไฟนั่นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นอีก พี่มองมาที่หน้าต่างที่มีมือยื่นออกมา น้องเตรียมตั๋วไว้ให้แล้วขึ้นมาบนรถได้เลย ขณะนั้นข้าพเจ้าก็คิดว่าอะไรมันจะประจวบเหมาะขนาดนี้น่ะ ลงรถแท็กซี่มาตีตั๋วก็ได้ขึ้นโบกี้เดียวกันกับที่น้องที่เขาเดินทางมาก่อนอีกฟลุ๊คแฮะ เป็นการสิ้นสุดการตามไล่ล่าที่ยาวนานเสียที ข้าพเจ้าเป่าปากถอนหายใจเฮือกใหญ๋ พร้อมกับเดินขึ้นรถไฟไป

แต่แล้ววิบากกรรมของข้าพเจ้าก็ยังไม่จบง่าย ๆ ข้าพเจ้าต้องยืนไปตลอดการเดินทางจนถึงแดนมหามงคล โดยไม่ได้นั่งเลย โอ้แม่เจ้าขาของข้าพเจ้ามันจะพังไหมเนี่ยคิดในใจว่าเสียเงินค่ารถแท็กซ๊ตั้งห้าร้อยกว่าบาทแล้ว ยังต้องมายืนขาแข็งอีก แถมข้าวเช้าก็ไม่ได้กินด้วย ใจของข้าพเจ้าในขณะนั้นรู้สึกกระสับกระส่ายมากเพราะความหิวและเหนื่อยล้า และก็รู้ตัวว่าจะไม่มีอาหารตกถึงท้องอีกเลยจนกว่าจะเจ็ดโมงเช้าวันพรุ่งนี้ เพราะที่นี่เขาถือศิลแปดไม่ทานอาหารหลังเที่ยงกัน มันก็เป็นดังที่ข้าพเจ้าคาดคิดไว้ไม่ได้ทานอะไรอีกนอกจากนมกับช็อกโกแลตไมโลแท่งเล็ก ๆ ที่ซื้อกินก่อนเปลี่ยนเครื่องแต่งกายและสมาทานศีลแปด เท่านั้นจริงที่ข้าพเจ้าได้รับประทาน กิจกรรมที่นี่ถึงแม้ไม่ใช่วัดแต่ก็มีกฎระเบียบที่ค่อนข้างคล้ายกันคือทำสวดมนต์ทำวัตรเช้าและวัตรเย็น ระหว่างวันก็พักผ่อนตามอัธยาศัย บางครั้งก็มีกิจกรรมเดินจงกลมนั่งสมาธิหรือสวดมนต์ระหว่างวันด้วย แต่บางครั้งก็ต้องไปช่วยกันร่วมบ่อบุญ ซึ่งก็คือ การช่วยกันทำความสะอาดสถานที่ต่าง ๆ ในแดนธรรม หรือกิจกรรมต่าง ๆ ที่ต้องร่วมมือกันทำงาน ที่นี่จะเรียกผู้ชายว่าพ่ออุบาสกและผู้หญิงว่าแม่อุบาสิกา แม่ ๆ ที่นี่เขาพูดจากกันไพเราะและมีมรรยาทมาก สร้างความประทับใจให้ข้าพเจ้ามาก แต่ก็มีบางพิธีการเหมือนกันที่โดยส่วนตัวข้าพเจ้าว่ามันเยิ่นเย้อและมากเรื่องเกินไปหน่อย แต่ไม่ขอบอกก็แล้วกันมันเป็นความคิดส่วนตัวและพูดไปก็สร้างบาปให้ตัวข้าพเจ้าเอง


จากการที่ข้าพเจ้าได้เข้าไปปฏิบัติธรรมมาสองวันกับอีกหนึ่งคืน ทำให้ข้าพเจ้าได้ตกผลึกทางความคิดขึ้นมาหนึ่งข้อจากการที่ได้ฟังเทปบรรยายของแม่ในแดนธรรม คือ สถานะของคนเราไม่ว่าหญิงหรือชาย สามีและภรรยา นั่นเป็นเพียงสถานะที่เกิดขึ้นเพียงชั่วขณะไม่ได้เที่ยงอะไร ไม่นานเราก็จากสถานะนั้นไป เปลี่ยนไปสู่อีกสถานะหนึ่ง(ถ้าโลกหน้ามีจริง) ฉะนั้นเราจึงไม่ควรยึดมั่นถือมั่นกับสิ่งต่าง ๆ ในโลกนี้ จึงควรที่จะเร่งความเพียรในการปฏิบัติตามสิ่งที่องค์พระโคตมะสั่งสอนมาให้ถึงที่สุด เพราะสิ่งนั้นคือจุดสูงสุดของการเกิดมาเป็นมนุษย์(ตามคำคิดและความศรัทธาของตัวข้าพเจ้าเอง) ไม่ว่าเราจะมีตำแหน่งทางการงานเป็นอย่างไรเรียนจบอะไรท้ายที่สุดสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นมันก็สูญสลายไปอยู่ดีไม่สิ่งใดคงทนอยู่ได้ ข้าพเจ้าจึงตั้งจิตตั้งใจว่าจะปฏิบัติตามคำสอนของพุทธองค์ให้ถึงที่สุด และตั้งใจว่าทุกวันพระจะลองถือศีลแปดดู ในความโชคร้ายของข้าพเจ้าก็ยังมีดีอยู่บ้าง ก็คือในช่วงการเดินทางกลับ มีพวกพี่ที่จะกลับวันเดียวกันให้อาศัยติดรถไปด้วย ก็เลยไม่ต้องเสียเงินค่ารถและไม่ต้องรอรถไฟอีกสองชั่วโมงรวมกับใช้เวลาเดินทางอีกประมาณหกชั่วโมง ก็เป็นอันสิ้นสุดทริปเดินทางไปแดนมหามงคลของข้าพเจ้าในครั้งนี้










Create Date : 06 กรกฎาคม 2552
Last Update : 9 กรกฎาคม 2552 18:03:13 น.
Counter : 2667 Pageviews.

35 comment
อาลัยเดโก้ ผู้จากไปในวันนี้
วันนี้ได้รับสายจากแม่โทรเข้าที่มือถือ

ทันทีที่รับสายคิดว่าที่บ้านมีธุระอะไรจะสั่งให้ไปทำอะไรตอนเลิกงาน
แต่สิ่งที่ได้ยินก็คือ เหมียวเดโก้สุดที่รักมันได้จากไปแล้ว เพราะความ
ซุกซนของมันเอง ที่เข้าไปในบ้านตรงกันข้ามซึ่งเข้าเลี้ยงหมาไว้เยอะ
มาก พึ่งจะเจอศพเมื่อตอนบ่ายอยู่ข้างรั้วของบ้านตรงกันข้าม แม่เล่าถึง
สภาพของมันว่าเลือดออกปากและจมูก ก็เดาได้ว่าคงถูกกัดคอแล้ว
เหวี่ยงไปมาแน่ ๆ รู้สึกเสียใจมาก ๆ เพราะมันค่อนข้างจะแสนรู้ และเพิ่งจะ
เลี้ยงมาได้แค่สี่เดือนเศษ หางมันก็ยาวไม่คดเลยซักนิด ยังไงก็ขอให้
ไปสู่สุคติน่ะ เดโก้ ที่รัก


ขออัพเดทรูปของน้องเหมียวก่อนจากไป 2 อาทิตย์ คิดถึงมันจริง ๆ เลย




ความน่ารักครั้งสุดท้าย












Create Date : 25 มิถุนายน 2552
Last Update : 26 มิถุนายน 2552 9:43:35 น.
Counter : 290 Pageviews.

6 comment
1  2  3  4  5  6  

tomcat007
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]