Group Blog
All Blog
ก้าวแรกสู่สังเวียน
สวัสดีเพื่อน ๆ ชาวบล๊อกทุกท่าน

หลังจากเงียบหายไปนาน ผมก็กลับมาเขียนบล็อคอีกครั้งหนึ่ง ระหว่างนั้นก็ได้ลองเข้าไปเยี่ยมเพื่อน ๆ ชาวบล็อคที่ผมแอดไว้ ก็พบว่าหลายบล็อคนั้นไม่มีการอัพเดทกันมานานเกือบปีหรือครึ่งปี ซึ่งก็พอ ๆ กันกับผม เนื่องด้วยระยะหลังนี้มีสื่อออนไลน์จำพวกโซเชี่ยลเน็ทเวริก์เกิดขึ้นมากมาย ซึ่งก็ทำให้ความนิยมในบล็อคลดลงไปมากทีเดียว เพื่อน ๆ ที่ผมคิดถึงก็มีคุณแมวเอิง คุณลุงนาฬิกา และน้องแปรงสีฟันเดียวดายเป็นต้น

วันนี้ผมก็อยากจะมาบอกเล่าถึงประสบการณ์ในการเริ่มต้นรับการถ่ายภาพอย่างจริงจัง ซึ่งหลังจากได้ถ่ายเล่นเป็นงานอดิเรกมานานกว่าห้าปี ก็ได้เวลาที่จะหารายได้จากมันซักที แต่เดิมผมก็ยังไม่มีความคิดจะทำงานด้านนี้จริงจังซักเท่าไร เพราะทุกครั้งที่คิดอยากจะหาอะไรทำเป็นของตัวเอง มักจะพบปัญหาและอุปสรรคเสมอจนคิดว่าคงเดินต่อไปไม่ไหวแน่ ๆ

คนเราเมื่อต้องนั่งทำงานประจำที่ไม่ได้ชอบกันมานาน ๆ เป็นเวลานับสิบปีก็ต้องเกิดความเบื่อหน่ายขึ้นเป็นธรรมดา สำหรับผมเองนั้นก็เช่นกัน ต้องทนเบื่อกับการนั่งทำงานบัญชีซึ่งเป็นสิ่งที่มาค้นพบเอาทีหลังจากเรียนจบและทำงานไปได้สักระยะว่าเราเองนั้นไม่ได้เหมาะกับงานด้านนี้เลย ยิ่งวันยิ่งทำก็เริ่มรู้สึกทนไม่ไหวมากขึ้นทุกวัน โอกาสที่จะได้เรียนรู้งานใหม่ด้านบัญชีเพื่อที่จะโตต่อไปก็ไม่มี มันก็ทำให้อารมณ์เซ็งๆ มันเกิดขึ้น

พอดีตอนช่วงกุมภาพันธ์ที่มานี้ หัวหน้าแผนกบัญชีท่านชวนไปไหว้รอยพระพุทธบาทที่เขาคิชกูฏ ซึ่งเขาว่าไปหนึ่งครั้งจะขอพรได้หนึ่งข้อ ผมก็เลยดันด้นลองไปดูสักครั้ง เพราะหัวหน้าท่านชวนผมมาสองรอบแล้ว แต่ก็มีอุปสรรคที่ทำให้ไม่ได้ไปสักที มาคราวนี้ผมจึงตั้งใจว่าจะต้องไปให้ได้ ซึ่งผมก็ได้ไปเขาคิชกูฏสำเร็จเอาในครั้งนี้ ซึ่งพรที่ผมขอก็เพื่อน ๆ ก็คงเดาได้เป็นอย่างดีไม่ต้องบอกกัน หลังจากนั้นก็เหมือนจะเป็นความบังเอิญ เพราะผมเป็นคนที่ชอบถ่ายภาพแล้วนำมาลงในเฟชบุ๊ค เพื่อน ๆ ที่เคยทำงานที่เก่าและบางคนที่เรียนด้วยกันมา ก็ติดมาให้ผมไปถ่ายรูปให้เนื่องจากชมในสไตล์งานของผม ซึ่งพวกเขาได้ชมกันจากเฟ็ชบุ๊คมาเป็นเวลานาน ซึ่งก็นับเป็นข้อดีของเจ้าโซเชี่ยลเน็ทเวริ์กจริง ๆ

ในขณะเดียวกันเมื่อได้ลงสนามจริง ๆ ก็ได้พบกับเพื่อนช่างภาพที่มาถ่ายด้วยกันซึ่งได้ให้ความรู้ต่าง ๆ และข้อคิดในการถ่ายภาพเพิ่มมากขึ้น ผมค้นพบเทคนิคต่าง ๆ ในการระหว่างการถ่ายงานจริง ๆ หลายอย่าง ซึ่งแต่แรกนั้นผมตั้งใจจะไปลงคอร์สเรียนวิชาพวกนี้ แต่ก็มาค้นพบจากสถานการณ์จริงโดยบังเอิญ งานแรก ๆ แบบฟูลไทม์ของผมก็ทำให้รู้สึกตื่นเต้นดีไม่น้อยทีเดียว ทั้งที่ก็เคยถ่ายให้เพื่อน ๆ มาก่อนหน้านี้แบบคนเดียวก็หลายงานแล้วแท้ ๆ

ผมต้องขอบอกว่าอาชีพช่างภาพนั้นก็ไม่ใช่ง่าย ๆ เพียงแค่จับกล้องขึ้นมาก็ถ่ายสวยได้ แม้ว่าในทุกวันนี้กล้องมันจะฉลาดมากขึ้น แต่สิ่งที่สำคัญในการจะได้ภาพถ่ายสวย ๆ เป็นที่ให้ระลึกถึงอารมณ์และความรู้สึกในวันสำคัญวันนั้น ก็คือคนหลังกล้องนั่นเอง ชีวิตของผมในเส้นทางช่างภาพนี้เพิ่งจะเริ่มต้นเดินเอาเมื่ออายุจะสามสิบห้าแล้ว ก็ได้แต่หวังว่ามันจะพัฒนาและก้าวหน้าต่อไปเรื่อย ๆ ซึ่งผมก็ขอสัญญากับตัวเองมาจะพยายามพัฒนามันให้เป็นอาชีพที่สองให้ได้ ชีวิตยังคงต้องเดินต่อไปอีกไกล ความลำบากและอุปสรรคคงยังต้องมีอีกมากมาย แต่ผมก็จะต้องฟันฝ่าไปให้จงได้ แต่ท้ายที่สุดการปฏิบัติจิตใจตัวเองให้ถึงที่สุดแห่งทุกข์ตามคำสั่งสอนของสมเด็จพระชินวรก็เป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับชีวิตคน ๆ หนึ่งที่เกิดมาใต้ร่มพระพุทธศาสนา






Create Date : 11 มีนาคม 2555
Last Update : 11 มีนาคม 2555 18:16:17 น.
Counter : 454 Pageviews.

1 comment
วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร
สวัสดีครับเพื่อน ๆ ชาวบล๊อคที่รักทุกท่าน

ห่างหายจากการเขียนบล๊อคไปเสียนาน พอดีเมื่อวานลาพักร้อนได้หนึ่งวัน ก็เลยถือโอกาสเดินทางไปวัดญาณสังวรารามเพื่อกราบท่านพระอาจารย์สุชาติสักหน่อย ผมได้รู้จักท่านจากคำบอกเล่าของเพื่อนร่วมถ่ายภาพท่านหนึ่ง ซึ่งเคยไปบวชอยู่กับท่านมาสิบห้าวัน ซึ่งเพื่อนเล่าให้ฟังว่าท่านมีเมตตามาก และท่านยังถูกยกย่องโดยหลวงตามหาบัวว่าเป็นพระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบอีกองค์ ทำให้กราบไหว้ได้อย่างสนิทใจ




ในการเดินทางครั้งนี้ เริ่มต้นผมก็ค้นหาคิวรถตู้ที่มีเส้นทางผ่านไปที่วัดนี้ ก็พบว่าคิวรถตู้ที่ชื่อว่า "เมืองท่ามหานคร" ซึ่งมีท่ารถตั้งอยู่ตรงใกล้ ๆ กับโชว์รูมรถยนต์ซูซูกิตรงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิครับ ในทุก ๆ การเดินทางผมจะพกกล้องถ่ายรูปไปด้วยเสมอ ๆ แม้ว่าระยะหลัง ๆ จะเริ่มขี้เกียจไปบ้างจึงอยากหากล้องคอมแพคเล็ก ๆ สักตัวมาไว้ในประจำการแต่ก็ยังไม่มีสักที แต่ก็มีกล้องมือถือของซัมซุงกาแล็คซี่ฟิตมาขัดตาทัพไปก่อน

การเดินทางของผมเริ่มจากออกจากบ้านประมาณแปดโมงเช้าด้วยรถมอเตอร์ไซด์เวฟคู่ชีพ โดยขี่ไปจอดทิ้งไว้ที่เซ็นทรัลเวิล แล้วต่อรถไฟฟ้าไปลงที่สถานีอนุสาวรีย์แล้วเดินลงบันไดฝั่งขวามือเดินย้อนมาหน่อยหนึ่งก็พบกับคิวรถ จึงเดินไปหานายท่าเพื่อทำการจองตั๋ว ราคาค่าโดยสารก็อยู่ที่หนึ่งร้อยสี่สิบบาทถ้วนครับ นั่งรออยู่ในรถประมาณสิบห้านาที รถก็ออกจากท่ามุ่งหน้าสู่จุดหมายครับ

ระหว่างที่นั่งอยู่ในรถก็คิดขึ้นได้ว่า เรามีเงินติดกระเป๋ามาแค่สามร้อยหกสิบบาทม้นจะพอเป็นค่าเดินทางกลับมากทม.หรือเปล่า เพราะอย่างที่รู้ ๆ กันดีว่าตามต่างจังหวัดตู้เอทีเอ็มมันไม่ได้เยอะเหมือนใน กทม. ผมก็ชักหวั่น ๆ ซะแล้ว การเดินทางไปต่างจังหวัดโดยที่ไม่นำรถไปเองค่อนข้างจะใช้เงินในการเดินทางค่อนข้างจะใช้เงินมากพอสมควร ผมมีประสบการณ์เหล่านี้จากการเดินทางในครั้งก่อน ๆ



ในใจก็คิดว่าจะหาเบิกเอาจากตู้เอทีเอ็มแถว ๆ วัดก็ได้ ระหว่างทางก็ยังลุ้นอีกว่าขออย่าให้เจอฝนตกเลย ไม่งั้นแผนที่จะถ่ายรูปสวย ๆ คงต้องจบแน่ ๆ ปรากฏว่าพอรถเดินทางเข้าเขตพัทยาก็เริ่มมีฝนโปรยเป็นละอองลงมาให้ได้คิดในใจงานกร่อยซะแล้ว พอใกล้จะถึงวัดฝนก็ยิ่งเม็ดหนาขึ้น หนำซ้ำคนขับรถก็ยังไม่รู้จักสถานที่ในเส้นทางเดินรถดีพอเพราะเป็นมือใหม่ พาผมเลยไปหนึ่งซอยแต่หนึ่งซอยของต่า่งจังหวัดนี่มันประมาณสี่ห้ากีโลเมตร ซวยแล้วสิครับฝนก็ยังตกไม่หยุดด้วยพอลงรถก็พบร้านของชำเลยเดินเข้าไปซื้อน้ำสะอาดดื่มและถือโอกาสสอบถามเส้นทางไปต่อด้วย ก็ได้ข้อมูลจากเจ้าของร้านใจดีว่ามีสามล้อรับจ้างจอดอยู่ใต้ต้นไม้ใกล้ ๆ กับร้าน สนนราคาก็ประมาณหนึ่งร้อยบาทต่อเที่ยวในการไปส่งที่วัด สงสัยจะเงินไม่พอในการเดินทางซะแล้วไหมเนี่ย แต่ก็พบว่าเพราะฝนตกสามล้อรับจ้างเลยไม่ยอมออกมาทำงาน ทีนี้จะไปยังไงละเนี่ยเพราะเจ้าของร้านบอกว่าระยะทางจากวัดกับปากซอยห่างกันประมาณถึงสิบเอ็ดกิโลเมตร จะเป็นลมฝนก็ตก คิดว่าจะได้ไปกราบท่านไหมเนี่ย

จึงเดินข้ามถนนมาอีกฝั่งนั่งรอให้ฝนหยุดตก เพื่อรอลุ้นให้รถสามล้อออกมาวิ่งวินแต่จนแล้วจนรอดรถสามล้อก็ไม่ออกมาวิ่ง ในใจยิ่งร้อนรน สงสัยงานนี้ต้องมีเสียเหงื่อตากฝนเดินไปวัด ไม่ว่าจะใช้เวลานานแค่ไหนก็ต้องไปให้ถึง แต่ก็ยังโชคดีที่มีพี่เจ้าของอู่รถและต่อเรือใจดีอาสาพาไปส่งให้ที่วัด ผมเลยโล่งใจไปเปราะอีกทั้งยังประหยัดเงินไปได้อีกหนึ่งร้อยบาทด้วย ต้องขอบพระคุณพี่เขาจริง ๆ






แต่เนื่องด้วยฝนที่ยังตกไม่หยุดก็เลยทำให้ไม่สามารถเก็บภาพได้มากนัก ผมเริ่มต้นจากเข้าไปกราบพระประธานที่โบสถ์ก่อน ซึ่งเลื่องลือกันว่าศักดิ์สิทธินักในการช่วยแก้ไขปัญหาให้กับผู้ที่มากราบท่านครับ ที่นี่ห้ามเดินบนพรมต้องคลานเข่าเข้าไปกราบพระท่านครับและห้ามถ่ายภาพครับ ซึ่งก็ขัดแย้งกับป้ายหน้าโบสถ์ว่าให้ถ่ายได้แต่ห้ามยืนเสมอพระประธานครับ ไม่ให้ถ่ายผมก็ปฏิบัติตามไม่ถ่ายครับ จากนั้นจึงเดินเข้าไปกราบพระบรมสารีริกธาตุที่เจดีย์ด้านในครับ ภายในเจดีย์เป็นสถาปัตยกรรมยุคใหม่ครับ ใช้สีอ่อนโทนสว่างในการวาดลวดลายไทยภายในพระเจดีย์ครับ เจดีย์สูงสามชั้น ชั้นบนสุดก็เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุผมก็เข้าไปกราบและนั่งสมาธิอยู่ประมาณสักเกือบครึ่งชั่วโมงเห็นจะได้ ที่นี่ก็ห้ามถ่ายภาพเช่นกันซึ่งผมก็ปฏิบัติตาม ในเจดีย์ยังมีการจัดแสดงแผนภูมิของพระธาตุของพระพุทธเจ้าสมณโคดม และอรหันต์สาวกทั้งหลาย ให้ความรู้ในเรื่องพระธาตุดีมากครับ แต่เสียดายที่แสงสว่างภายในค่อนข้างน้อย ตัวหนังสือกำกับพระธาตุก็ค่อนข้างเล็กและสีเลือนไปตามเวลาจึงทำให้มองไม่ค่อยเห็น อยากให้มีการเข้ามาดูแลบ้าง

สภาพโดยทั่วไปของวัดก็สงบร่มรื่นดีตั้งอยู่บนภูเขา ต้นไม้เยอะมาก บริเวณใกล้เคียงกับวัดยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ อีกคือ วิหารเซียน ไร่องุ่นซิลเวอร์เลค วัดเขาชีจรรย์ หลังจากนั้นผมจึงไปเดินทางตามหาพระอาจารย์สุชาติซึ่งเป็นเป้าหมายหลักในการเดินทางครั้งนี้ผมจึงไปเดินสำรวจเส้นทางรอบ ๆ บริเวณวัดดู ก็พบว่าเป็นเส้นทางขึ้นเขาที่ค่อนข้างยากลำบากมาก ระหว่างเดินสำรวจผมก็เห็นมีกุฏิหนึ่งพระบวชใหม่นั่งอยู่รูปหนึ่งมีญาตินั่งอยู่รอบ ๆ ก็เลยตัดสินใจว่าไปสอบถามคนบริเวณนั้นดีกว่า เพราะถ้าเดินทางหาเองคงไม่เจอแน่ ๆ ผมจึงเดินไปที่ร้านค้าบริเวณนั้นเพื่อสอบถามดูก็พบว่าท่านพักอยู่บนภูเขาต้องจ้างมอเตอร์ไซต์ขึ้นไป ใช้เงินอีกแล้วครับ พอดีลูกเจ้าของร้านค้าเลยอาสาโทรไปถามแม่ของเธอซึ่งขี่รถขึ้นลงไปหาพระอาจารย์เป็นประจำ แม่เธอบอกว่าพระอาจารย์พักอยู่ด้านล่างที่กุฏิห้า นั่นมันเป็นกุฏิที่ผมเพิ่งเดินผ่านมานี่น่า จุดใต้ตำตอซะแล้ว ผมดีใจมากจึงรีบเดินเข้าไปหาท่านพอไปถึงท่านก็ทักว่าเมื่อกี้เห็นเดินผ่านไปนี่ ผมก็เลยเรียนท่านว่าผมไม่ทราบว่าเป็นท่าน




จากนั้นท่านก็ถามผมว่ามาหาท่านทำไม มีธุระอะไร ตอบไม่ถูกจริง ๆ ก็เรียนไปตรง ๆ ว่ามากราบท่าน เพราะมีเพื่อนเล่าถึงท่านให้ฟัง ท่านก็ยังถามอีกว่าผมมีอะไรจะถามท่าน ผมก็ปัญหาเรื่องการปฏิบัติสมาธิและความคิดที่ฟุ้งซ่านชอบคิดทางที่ไม่ดีบ่อย ๆ และก็แนะนำว่าให้ฝึกจิต จะทำสิ่งให้ใดขอให้รู้ตัวอยู่เสมอ แล้วผมก็เรียนถามเรื่องเทคนิคในการเดินจงกรมซึ่งเป็นสิ่งที่ผมค่อนข้างสงสัยเวลาปฏิบัติด้วยตนเอง ท่านก็ตอบปัญหาของผมด้วยความเมตตาเป็นอย่างดี



หลังจากนั้นท่านก็ถามผมว่าเดินทางอย่างไรทำอาชีพอะไรแล้วท่านก็คุยเรื่องกล้องกับคอมพิวเตอร์กับผม เหลือเชื่อว่าท่านรู้เรื่องพวกนี้ดีเอามากจนผมตกใจ นี่ถ้าอธิบายนี่แย่เลยครับ จากนั้นผมจึงขออนุญาติท่านถ่ายภาพหนึ่งภาพและลากลับครับ แต่การเดินทางกลับก็ยังคงมีปัญหาเหมือนกับการเดินทางเข้ามาวัด ผมจึงตั้งใจเดินก็เดินไม่รีบอยู่แล้วภาระกิจมันเสร็จสิ้นไป ต้องอดทนเข้าไว้ ผมเดินมาเป็นระยะทางน่าจะเกือบสามกิโลเมตร ใช้เวลาไปประมาณเกือบสี่สิบนาทีได้ ก็มีรถของพี่ผู้หญิงที่ขายล็อตเตอรี่อยู่ในวัดผ่านมาแล้วก็ตะโกนถามว่าทำไมเดินละ ผมก็ตอบว่าไม่มีรถ แล้วก็ขี่กลับรถและขี่กลับไป ผมก็คิดในใจว่าจะไม่คนใจดีให้ติดรถออกไปขึ้นรถที่ถนนใหญ่บ้างเลยหรือเนี่ย



สักพักผมก็ได้ยินพี่แกตะโกนหาผมอีกครั้งว่าไปด้วยกันไหม ผมก็บอกว่าไปครับ แล้วพี่แกก็อาสาพาผมไปส่งที่ท่ารถตู้ครับผมงี้ดีใจบอกไม่ถูกเลยครับ ระหว่างทางพี่แกเล่าว่าแกขับตามรถทัวร์ออกมาคิดว่าจะตามไปขายของแต่รถทัวร์ดันไปอีกเส้นทางแกก็เลยกลับบ้าน และที่รับผมขึ้นรถก็คิดว่าผมเป็นคนดี ๆ แน่ เพราะเห็นมาเดินตามพระอาจารย์สุชาติ(แอบปลื้มเล็กน้อย) ผมจึงล่ำลาแกที่ท่ารถและกล่าวขอบคุณ จากนั้นผมก็เดินไปคิวรถตู้เพื่อจองตั๋วกลับบ้านแต่ปรากฏว่ารอบที่ผมจะได้รถกลับบ้านนั้นต้องรอถึงสี่โมงสี่สิบห้า ทั้งที่ตอนนี้เป็นเวลาบ่ายสามโมงเศษ ผมจึงตัดสินใจควักนามบัตรคิวรถตู้เมืองท่ามหานครแล้วสอบถามเรื่องรถที่จะผ่านมารับก็ปรากฏรถออกมาจากสัตหีบแล้วกำลังจะผ่า่นมาทางนี้พอดี โชคดีจริง ๆ ผมจึงได้รถและเดินทางกลับถึงกทม.ประมาณหกโมงเย็นเศษ ๆ ระหว่างที่จะเดินไปขึ้นรถไฟฟ้าเพื่อกลับไปเอามอเตอร์ไซต์ เสียค่ารถตู้ไปอีกหนึ่งร้อยสี่สิบบาท ทำให้ผมยังมีเงินเหลือติดตัวอีกนิดหน่อยรอดตายไป วันหลังผมต้องกดเงินไว้ล่วงหน้าด้วยก่อนเดินซะแล้วเข็ดจริงกับการเดินทางด้วยเงินน้อยแบบนี้


ผมก็ได้ยินน้องผู้หญิงคนหนึ่งเรียกให้ช่วยดูโครงการช่วยเหลือเด็กของยูนิเซฟซึ่งน้องแกก็อธิบายไปตามที่ได้รับการอบรมมา ซึ่งปกติผมจะเลี่ยงเจ้าหน้าที่พวกนี้เสมอ เพราะรู้อยู่แล้วว่าจะให้ช่วยบริจาคเงิน แต่วันนี้ผมกลับเดินเข้าไปรับฟังและตัดสินใจบริจาคให้โครงการผ่านบัตรเครดิตเดือนละห้าร้อยบาท แล้วก็สามารถเครดิตภาษีตอนสิ้นปีได้ด้วย ก็แปลกดีสำหรับการเดินทางในวันนี้ จีงขอจบทริปของผมในวันนี้ด้วยภาพสุดท้ายนี้ครับ



ขอบคุณความความดีที่เคยทำมา ทำให้เฮงมีผู้มาให้ความอนุเคราะห์ผมสำหรับการเดินทางในคราวนี้ครับ



Create Date : 27 สิงหาคม 2554
Last Update : 27 สิงหาคม 2554 16:39:14 น.
Counter : 3949 Pageviews.

5 comment
พาแม่เที่ยววัดอโศการาม
ไม่อัพบล็อคนานเลย เพราะความขี้เกียจ เอาแต่โพสต์แค่ในเว็ปพันทิพย์อย่างเดียวเท่านั้น เดือนที่ผ่านได้มีโอกาสพาแม่ไปทำบุญที่วัดอโศการาม
เพราะเพื่อนที่บริษัทที่ไปมาก่อนได้แนะนำมาควรไปอย่างยิ่ง เพราะสวยงามก็เลยพาท่านแม่ไปเสียหน่อย ก็เลยถือโอกาสนี้เอาภาพมาฝากเพื่อน ๆ ชาวบล็อคกันสักหน่อยครับ



ถ่ายกันด้วยมุมตรงๆ มหาชน






อนุสาวรีย์พระเจ้าอโศกมหาราช



พระมาร่วมกันทำวัตรเย็นโดยพร้อมเพรียง

ขอบคุณที่ติดตามชมครับ



Create Date : 30 เมษายน 2553
Last Update : 30 เมษายน 2553 23:13:01 น.
Counter : 501 Pageviews.

2 comment
พาแม่ไปทำบุญที่วัดเล่งเน่ยยี่สอง
พอดีเป็นช่วงที่หยุดยาวหลายวัน ก็เลยคิดพาแม่ไปทำบุญสักหน่อย ทีแรกว่าจะไปอยุธยาแต่ต้องมาเปลี่ยนแผนเพราะแม่ตื่นสาย และแกเห็นวัดนี้จากรายการในทีวีถ่ายวัดนี้ ก็เลยอยากไป

ผมเป็นลูกที่ดีก็ต้องตอบสนองความต้องการของท่านแม่ผู้เป็นที่รักยิ่ง ก็พาแกนั่งแท็กซี่ไปต่อรถเมลล์สายหนึ่งสองเจ็ดที่ฝั่งตรงกันข้ามกับพาต้าปิ่นเกล้า เพื่อต้องการ
ประหยัดค่ารถโดยสาร และรถเมลล์สายที่ว่านี่ก็ไปจอดตรงหน้าวัดเลย สะดวกมากครับ เชิญชมภาพได้เลยครับ



ให้แม่มาเป็นนางแบบสักหน่อยครับ

มาดูภาพวัดกันบ้างครับ



อันเป็นโพธิสัตว์กวนอิมพันมือครับ ไม่รู้ว่าทำจากไม้อะไร แต่ปางนี้สวยงาม
มาก ๆเลยครับ



มาต่อด้วยพระพุทธรูปซึ่งประดิษฐานอยู่ชั้นบนสุดของวัดกันครับ



ส่งท้ายด้วยภาพน่า ๆ รักของแม่ผมอีกสักภาพนะครับ แกคิดท่าทางเองนะครับ
ตากล้องไม่ได้สั่งสักนิด






Create Date : 04 มกราคม 2553
Last Update : 4 มกราคม 2553 23:18:03 น.
Counter : 255 Pageviews.

3 comment
งานแต่งงานเพื่อนจิ๊บ
หายกันไปซะเป็นเดือน ๆ ไม่ได้มาอัพบล็อคเลยเพราะไม่ค่อยว่างครับ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมานี้ไม่รับเชิญไปงานแต่งงานเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยที่นครปฐมเลยเก็บภาพสวย ๆ มาฝากกันครับ งานนี้ทีแรกพกกล้องไปว่าจะถ่ายเพื่อน ๆ ที่มากันในงานนิดหน่อย แต่พอได้กดชัตเตอร์แล้วสนุกมือ ประกอบกับขนอุปกรณ์ไปครบเครื่องสามารถรับงานถ่ายแบบต่างจังหวัดที่ไม่ต้องการอุปกรณ์เพื่อวัดความเก่งกาจกันมามายเหมือนในกทม. เลยแย่งงานตากล้องที่จ้างมาแข่งกันถ่ายจนจบงานไปเลย(ตากล้องที่ถ่ายด้วยกันสุภาพสตรีครับแต่เก่งมาก อุปกรณ์ก็ธรรมดาแต่ฝีมือดีครับ)



ภาพที่สอง ซูมไปที่แหวนกันเลยครับ


ป้อนขนมมงคลให้กันและกัน




ถ่ายรูปรวมหมู่กันหน่อยครับ อันนี้วานให้ตากล้องในงานถ่ายให้



ปิดท้ายกับลูกเจี๊ยบน้อย

แถมภาพหมาน่ารัก ๆ กันหน่อย






Create Date : 22 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 22 พฤศจิกายน 2552 16:40:57 น.
Counter : 411 Pageviews.

7 comment
1  2  3  4  5  6  

tomcat007
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]