Group Blog
 
All blogs
 

หนังสือแห่งกำลังใจ...ความสุขของกะทิ

เพื่อนๆเคยอ่านหนังสือ "ความสุขของกะทิ" มั้ยค่ะ หนังสือเล่มนี้ได้รางวัลและถูกแปลมาแล้วหลายภาษา เป็นเรื่องราวของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งชื่อ กะทิ กะทิเป็นเด็กดี มองโลกในแง่ดี เข้มแข็งและมีกำลังใจที่ดี่เสมอ เธออาศัยอยู่กับตา ยาย แม่ของเธอป่วยหนักและเสียชีวิตในที่สุด แม่ของเธอทำทุกอย่างไว้ให้กับกะทิ ให้กะทิได้รับรู้ถึงชีวิตของแม่ หนังสือเล่มนี้ไม่ได้ให้แต่ความบันเทิงเริงใจด้วยภาษาที่สร้างจินตนาการและความสวยงามเท่านั้น แต่ยังให้ข้อคิดอะไรดีๆหลายอย่างเชียวค่ะ ใครที่กำลังท้อแท้ หมดกำลังใจ อ่านหนังสือเล่มนี้ดูสิค่ะ เชื่อว่าต้องมีกำลังใจที่ดีขึ้นมาได้ค่ะ:)





 

Create Date : 10 มกราคม 2553    
Last Update : 11 มกราคม 2553 10:17:39 น.
Counter : 167 Pageviews.  

บ้านหลังไหน หัวใจก็อบอุ่น

ฉันย้ายมาอยู่บ้านหลังใหม่ได้สักประมาณ2เดือนแล้วค่ะ

บ้านหลังเดิมเป็นตึกแถว 3คูหา 3ชั้น หน้าบ้านติดถนน ได้ยินเสียงรถแล่นไปแล่นมาตลอดวันและตลอดคืน หลังบ้านเป็นซอย มีเพื่อนบ้านเป็นมิตร ชอบเอาขนม เอาอาหารมาฝากอยู่เสมอๆ ตั้งแต่จำความได้ ฉันก็อยู่บ้านหลังนี้แล้ว ในความคิดของฉัน บ้านหลังนี้ถือว่าเป็นบ้านที่ใหญ่เหมือนกันนะ ห้องแต่ละห้อง ถ้าติดกระจกใส ก็คงกลายเป็นห้องซ้อมเต้นได้เลย แต่ถึงจะไม่ติดกระจกใส ฉันก็ใช้พื้นที่นั้นเป็นที่ร้องเพลง เต้นแร๊งเต้นกาได้อย่างไม่ต้องกลัวใครว่า อิอิ ใครที่โทรศัพท์เข้าบ้านฉันทีนึง กว่าจะได้คุยกับฉัน ก็ต้องรอกันนานทีเดียว เพราะคนรับสายต้องวิ่งไปหาฉันก่อนว่าอยู่ส่วนไหนของบ้าน บ้านใหญ่ก็จริง แต่การใช้สอยในบ้าน ไม่ค่อยคุ้มค่าเท่าไหร่ วันๆเราอยู่กันในห้องครัวและห้องนอนซะเป็นส่วนใหญ่ ห้องครัวถือว่าเป็นห้องศูนย์รวมสมาชิกในครอบครัว ห้องครัวของบ้านฉันไม่ได้เป็นห้องสำหรับทานอาหารกันอย่างเดียว แต่เป็นห้องทำการบ้านและห้องนั่งคุยด้วย อยู่บ้านนี้ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีอะไรกิน แค่เดินออกไปจากบ้านนิดเดียว ก็มีสถานที่ขายอาหารและขนมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นตลาดสด คาร์ฟูร์ เทสโก้โลตัสเอกซ์เพรส 108 shop และที่ขาดไม่ได้คือ 7-11 เปิดตลอด24ชั่วโมง จำได้ว่าสมัยก่อนเดินไป7-11บ่อยมากจนจำหน้าพนักงานในร้านได้หมดทุกคน (เค้าก็คงจำหน้าเราได้ด้วย อิอิ) มีร้านค้าต่างๆเช่น ร้านถ่ายเอกสาร ร้านซักแห้ง ร้านขายยา เป็นบ้านที่สะดวกสบายในการซื้อของเป็นอย่างมาก บางทีไม่ต้องเดินออกไปให้เมื่อยขา ก็มีรถวิ่งเข้ามาขายอาหาร ขนม ผลไม้ถึงบ้าน ตอนเด็กๆ เวลาฉันได้ยินเสียงรถแล่นเข้ามาพร้อมเสียงคนขายของ จะรีบวิ่งออกไปดูว่าเค้าขายอะไร เผื่อจะซื้อ คิๆๆ ที่ซื้อประจำก็จะเป็นพวกขนมโตเกียว ซื้อบ่อยมาก ฉันจำหน้าคนขายได้ คนขายก็จำหน้าฉันและครอบครัวฉันได้ด้วย คนขายคุยอย่างเป็นมิตรและน่ารักมากๆ มักจะแถมโตเกียวให้ชิ้นสองชิ้นทุกครั้งที่ซื้อ ช่วงหลังๆมีโตเกียวเจ้าใหม่วิ่งเข้ามา ฉันก็ไม่ซื้อนะ ฉันรอเจ้าประจำ^^ อยู่บ้านนี้ไม่ต้องกลัวเหงาค่ะ

ฉันเคยแอบคิดนะ ว่าบ้านในฝันของฉันเป็นยังไง ตอนไปดูบ้านหลังใหม่ ค้นพบแล้วว่า นี่แหละ!!! บ้านในฝันของฉันล่ะ เป็นบ้านเดี่ยวอยู่ในหมู่บ้าน บรรยากาศร่มรื่น เต็มไปด้วยต้นไม้ ระหว่างทางก่อนเลี้ยวเข้าบ้านมีทะเลสาบ (ถีบเรือได้ด้วยนะ มีเรือห่านสีขาวอยู่ 2 ลำ) และที่พัฟล์กอล์ฟเล็กๆ เงียบสงบ บ้านไม่ใหญ่มากนัก ขนาดกำลังดี แต่ถ้าเทียบกับบ้านหลังเดิมล่ะก็ บ้านนี้จะดูเล็กไปเลยค่ะ ตอนมาอยู่บ้านหลังนี้แรกๆ ไม่ชินเลยค่ะ รู้สึกเหมือนตัวเองอยู่รีสอร์ท เพราะบรรยากาศดีมาก และในบ้านก็ถูกตกแต่งโดยSB Furnitureซะด้วย บ้านใหม่นี้ ไม่มีร้านค้า ไม่มีเสียงรถตอนกลางคืน ไม่มีคนมารบกวน ฉันรู้สึกว่าบ้านหลังนี้เป็นบ้านจริงๆ เข้ามาได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ มีพื้นที่ใช้สอยอย่างคุ้มค่า มีสวนนอกบ้าน มองไปเห็นต้นไม้ ใบหญ้าเขียวๆดูสบายตา ตอนกลางวัน มีแสงสว่างอย่างไม่ต้องเปิดไฟให้เปลือง ตอนกลางคืนก็เงียบสนิทเหมาะกับการนอนพักผ่อนอย่างแท้จริง ส่วนเรื่องการเดินทาง ต้องบอกว่าลำบากกว่าเดิมเล็กน้อย เพราะหน้าบ้านไม่มีรถสองแถวหรือรถเมย์ให้โบกแน่นอน ถ้าจะออกนอกบ้านก็ต้องโทรให้ยามหน้าหมู่บ้านเรียกแท๊กซี่เข้ามารับ แต่โชคดีที่วันธรรมดา พี่ออกไปทำงานตอนเช้า ฉันก็ติดรถพี่ไปลงที่ป้ายรถเมย์ นั่งรถเมย์ไปมหาลัย ทันเวลาเข้าเรียนเสมอ

ถ้าถามว่าบ้านหลังไหนดีกว่ากัน คงตอบไม่ได้เพราะบ้านหลังใหม่กับบ้านหลังเดิมมีอะไรที่แตกต่างกัน คงเอามาเปรียบเทียบกันไม่ได้ ฉันคิดว่า บ้านทั้งสองหลังมีสิ่งที่เหมือนกันอยู่ นั่นก็คือความอบอุ่นในครอบครัว ขนาดของบ้านจะใหญ่หรือเล็กมันคงไม่สำคัญเท่ากับว่า เราอยู่ที่ไหนแล้วมีความสุข สบายใจ ใช่มั้ยค่ะ^_^




 

Create Date : 03 มกราคม 2553    
Last Update : 12 พฤศจิกายน 2554 15:07:30 น.
Counter : 166 Pageviews.  

"สาวนักชิมตะลุยนิวยอร์ก" เบื้องลึกเบื้องหลังของนักวิจารณ์อาหาร ที่คุณคาดไม่ถึง

ฉันเดินเข้าไปในร้านหนังสือไปด้วยอารมณ์เซ็งๆหลังทานอาหารกลางวันเสร็จ หน้าร้านเต็มไปด้วยหนังสือของสำนักพิมพ์แจ่มใสที่บรรดาเด็กมัธยมติดนักติดหนา ฉันเดินเข้าไปในล็อกหนังสือวรรณกรรมแปลเพื่อจะหาหนังสือน่าอ่านๆสักเล่ม สายตาฉันสอดส่องไปยังหนังสือเล่มแล้วเล่มเล่า และในที่สุดสายตาก็มาหยุดสะดุดตากับหนังสือปกสีเขียว เล่มไม่หนามากนักชื่อว่า "สาวนักชิมตะลุยนิวยอร์ก" ชื่อภาษาอังกฤษคือ "Garlic and Sapprires"
หนังสือเล่มนี้เป็นเรื่องราวชีวิตของนักวิจารณ์ร้านอาหารให้หนังสือพิมพ์ในนิวยอร์ก ถ้าเธอไปกินอาหารในร้านอาหารท่ามกลางผู้คนที่จำเธอได้ แน่นอนว่าร้านอาหารนั้นๆก็อยากได้คำชมลงหนังสือพิมพ์ ดังนั้นเธอจะได้รับการต้อนรับเป็นอย่างที่ด้วยอาหารชั้นเลิศและการบริการที่เหนือชั้นกว่าคนธรรมดา เธอจึงตัดสินใจลงทุนปลอมตัวสารพัดรูปแบบ ทั้งใส่วิค แต่งหน้าใหม่ ซื้อเสื้อใหม่เพื่อให้การปลอมตัวนั้นแนบเนียนที่สุด เธอไปกินอาหารในร้านต่างๆในฐานะคนธรรมดาเพื่อที่จะได้บทวิจารณ์ร้านอาหารที่ถูกต้อง การปลอมตัวของเธอนิเองที่ทำให้เรื่องราวต่างๆเกิดขึ้นและทำให้เธอได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่างมากมายในขณะที่เธอสวมบทบาทเป็นคนอื่น เธอได้แง่คิดและเข้าใจตัวละครที่เธอแสดงอยู่อย่างลึกซึ้ง

ลองไปหาอ่านหนังสือเล่มนี้ดูนะค่ะ ถึงแม้ว่าจะเป็นวรรณกรรมแปล แต่ผู้แปลก็แปลได้อย่างละเอียด โดยส่วนตัวแล้ว ชอบค่ะกับหนังสือเล่มนี้^_^




 

Create Date : 30 ธันวาคม 2552    
Last Update : 11 มีนาคม 2555 13:08:31 น.
Counter : 307 Pageviews.  

blogนี้...เพิ่งเริ่มต้น

"สมุดสีฟ้า ปากกาสีส้ม"

เมื่อก่อนฉันชอบเขียนไดอารี่ลงสมุด รู้สึกว่ามันเป็นที่ที่เราสามารถเขียนอะไรลงไปก็ได้ ทั้งอารมณ์ ความรู้สึก ความคิดเห็นต่างๆ และมากไปกว่านั้น มันคือที่รวมแห่งความทรงจำมากมาย กันตัวเองลืมไง อิอิ ตอนสมัยเรียนมัธยมเคยเขียนไว้ช่วงนึง ส่วนใหญ่ก็เขียนเรื่องเกี่ยวกับโรงเรียนอะแหละ ไปโรงเรียนสายบ้างหล่ะ ไม่ชอบเรียนวิชาโน้น วิชานี้บ้างหล่ะ เบื่อโรงเรียนบ้างหล่ะ บ่นๆๆ ตอนนี้เรียนมหาลัยแล้วเอามานั่งอ่าน ขำและตลกตัวเอง ตอนนั้นฉันคิดอย่างงั้นเหรอ เขียนอะไรลงไปเนี่ย คิดได้ไง จากจุดเริ่มต้นในการเขียนไดอารี่ลงสมุดเมื่อครั้งนั้นและเห็นเพื่อนๆมีblog onlineกัน ฉันก็อยากมีบ้าง อยากเขียนบ้าง หลังจากพยายามอ่านและศึกษาโค้ดตกแต่งblogอยู่ประมาณ2วัน ก็ได้blogสำเร็จอย่างที่เห็น เย้...มีblogเป็นของตัวเองแล้ว
ส่วนที่มาของชื่อ "สมุดสีฟ้า ปากกาสีส้ม"
"สมุด"ก็มาจากที่เมื่อก่อนชอบเขียนลงสมุดไง
ทำไมต้องเป็น"สีฟ้า"หน่ะเหรอ ง่ายๆเลยเพราะมันคล้องกับปากกา อิอิ
ส่วนที่เลือก "สีส้ม" เพราะว่าสีส้มเป็นสีที่เด่นและสว่างดี

blogนี้ ก็จะเป็นที่รวบรวมประสบการณ์ชีวิตในแต่ละวันหรือจะเรียกง่ายๆว่าไดอารี่

เป็นมือใหม่หัดเขียนblog ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะค่ะ^_^




 

Create Date : 16 ธันวาคม 2552    
Last Update : 12 พฤศจิกายน 2554 15:09:38 น.
Counter : 145 Pageviews.  

1  2  3  

ตัวหนังสือสีรุ้ง
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




"ตัวหนังสือสีรุ้ง" ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง ที่ไม่ได้มีอะไรโดดเด่น แต่ก็ไม่ซ้ำใคร ฉันว่า ความสวย เป็นเพียงมุมมองที่แตกต่าง ไม่ได้แสดงออกทางหน้าตา หากแต่แสดงออกทางจิตใจ และฉันก็เชื่อว่า ความจริงใจ และความบริสุทธิ์ใจ นำมาซึ่งความผูกพัน และความสัมพันธ์อันยาวนาน...
Friends' blogs
[Add ตัวหนังสือสีรุ้ง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.