เหนื่อย..!!!



มีคนเคยพูดเอาไว้ว่า
เวลาของความสุขมักผ่านไปเร็วเสมอ
แต่เวลาของความเศร้าดูเหมือนแทบจะหยุดเดินด้วยซ้ำ

เหนื่อย...
จนบางครั้งถามตัวเองบ่อย ๆ ว่า..
ที่ทำมาทั้งหมดนี่ เราต้องการอะไร
แล้ว "สักวัน" ที่เฝ้ารอ
มันมาถึงจริงหรือเปล่า

ยิ่งทำเท่าไหร่..
ก็ไม่เห็นไปถึงสักที
หรือเป็นเพราะ ...
ยิ่งเวลาเดินทางเท่าไหร่..
จุดหมายมันเปลี่ยนไปทุกที

หรือคนเราไม่รู้จักคำว่า "พอ"



หรือว่ามัน ไม่เคยมีจริง

ฝนตก ..อย่าไปวิ่งตากฝน
เพราะอาจทำให้เราไม่สบาย

เหนื่อย.. ก็หยุดพัก
หายเหนื่อยค่อยเดินต่อ

บางอย่าง...ดูเหมือนทำง่าย
แต่..พอถึงเวลานั้นจริง จริง
ก็ไม่เคยคิดได้แบบนั้นสักที



เหนื่อย..ก็คงต้องเดินต่อ
ตราบที่จะมีกำลังไปไหว
ยังไงก็ยังมีความหวัง
มีจุดหมายที่รออยู่ตรงโน้น....

หายเหนื่อยแล้วก็ต้องกลับมาเหนื่อยใหม่
ก็ชีวิตมันไม่ได้สำเร็จรูปเหมือนบะหมี่นี่นา

เฮ้อ...
วันพรุ่งนี้ที่ต้องพบเจอ จะเหนื่อยทุกวัน ก็ให้มันรู้ไปสิน่ะ



Create Date : 06 พฤษภาคม 2551
Last Update : 17 ธันวาคม 2552 6:15:01 น.
Counter : 12667 Pageviews.

10 comment
ถึงคนที่แต่งงานแล้ว..และกำลังคิดที่จะแต่งงาน


ในวันแต่งงานของผม ผมจูงมือภรรยาของผมในอ้อมแขน
รถแต่งงานจอดหน้าที่พักของเรา เพื่อนเจ้าบ่าวบอกผมว่า
ผมควรจะอุ้มเธอเข้าไปในบ้าน ดังนั้นผมจึงทำตาม เธอเขินอายในอ้อมแขนผม
ผมช่างเป็นเจ้าบ่าวที่มีความสุขที่สุดในโลก...
นี่เป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้วสิบปี... ในวันถัดๆ มาทุกอย่างก็เหมือนเดิม
เรามีลูกด้วยกัน...ผมทำงานอย่างหนักเพื่อที่จะหาเงินมาจุนเจือครอบครัว...
เมื่อเราเริ่มมีฐานะที่ดีขึ้น... ความห่างเหินของเราก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน...
ทุกๆเช้าเราออกจากบ้านไปด้วยกันแล้วก็ถึงบ้านเวลาเดียวกัน
ลูกเราเรียนที่โรงเรียนใกล้บ้าน ดูเหมือนความรักของเราช่างน่าอิจฉายิ่งนัก...
แต่แล้ว ความสงบสุขก็เริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างมิได้คาดหมาย....


เจนเข้ามาในชีวิตของผม ....
ผมยืนอยู่ที่ระเบียงบ้าน...
เจนเข้ามาสวมกอดผมจากด้านหลัง.. หัวใจผมเต้นแรงด้วยความรัก...
ที่นี่...เป็นอพาร์เมนท์ที่ผมซื้อให้เธอ...เธอบอกว่า
คุณเป็นผู้ชายที่ผู้หญิงทุก คน ถวิลหา... คำพูดของเธอทำให้ผมนึกถึงภรรยาผม...
ตอนที่เราแต่งงานกันใหม่ ๆ ..เธอบอกว่า วันที่ คุณประสบความสำเร็จ
ผู้ชายอย่างคุณจะมีแต่ผู้หญิงวิ่งเข้ามาหา... ผมเริ่มรู้สึกลังเล...
ผมรู้ว่าผมกำลัง ทรยศภรรยาผม... แต่ผมก็ได้ทำลงไปแล้ว.... ผมปลีกตัวออกจากเจน
" วันนี้คุณไปเลือกเฟอร์นิเจอร์เองแล้วกันน๊ะ ผมต้องเข้าออฟฟิศ " ...
แน่นอน... เธอไม่ค่อยพอใจนัก เพราะผมสัญญากับเธอว่าเราจะ ไปด้วยกัน...


ในตอนนั้น...ความรู้สึกถึงการหย่าร้างเริ่มวิ่งเข้ามาในความคิดผม....

ทั้งที่ จริงๆ แล้วผมไม่เคยมีความคิดนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว
แต่ผมก็พบว่าเป็นเรื่องยากที่จะบอกกับภรรยาของผม....
ไม่ว่าผมจะพูดกับเธอดีสักเพียงใด... เธอจะต้องเจ็บปวดใจอย่างแน่นอน...
จริง ๆแล้วเธอเป็นภรรยาที่ดีมาก... ทุก ๆ เย็นเธอจะวุ่นวายกับการทำอาหาร
..ในขณะที่ผมนั่งอยู่หน้าทีวี ทานอาหารเสร็จเราก็นั่งดูทีวีด้วยกัน...
หรือ... ถ้าผมจะเลือกเป็น...นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์....
มองเรือนร่างอันงดงามของเจน... ช่างเป็นอะไรที่หน้าฝันถึงเสียจริง
วันนึงผมพูดทีเล่นทีจริงกับภรรยาของผมว่าจะเธอจะทำยังงัยถ้าเราหย่ากัน...
เธอจ้องมองผมอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน...และเธอก็ไม่ได้ตอบว่าอะไร..
เธอมั่นใจว่าการหย่าเป็นเรื่องที่ไกลตัวเธอมาก...
ผมนึกภาพไม่ออกเลยว่าหากเธอรู้ว่าเรื่องที่ผมกำลังพูดอยู่นั้นเป็นเรื่องจริง
... เธอจะเป็นอย่างไร
วันนึงภรรยาผมมาที่ออฟฟิศ...สวนทางกับเจนที่เพิ่งจะออกไปพอดี...
พนักงานทุกคนทำหน้าตาเลิกลัก... เหมือนกำลังพยายามซ่อนอะไรบางอย่างจากเธอ....
เธอเหมือนจะรับรู้มันได้... แต่เธอก็ยิ้มน้อย ๆ
กับพนักงานทุกคน....
แต่ผมก็สังเกตุเห็นแววตาที่เจ็บปวดของเธอภายใต้รอยยิ้มนั้น
ในที่สุด...เจนก็บอกกบผมว่า...หย่ากับเธอน๊ะ..แล้วเราอยู่ด้วยกัน..ผมพยักหน้า....

ผมจะลังเลอีกต่อไปไม่ได้อีกแล้ว....ผมตัดสินใจบอกภรรยาผมในอาหารค่ำ..
ผมมีอะไรจะบอกคุณ... เธอนั่งทานอาหารอย่าง เงียบๆ
...ผมสังเกตุเห็นแววตาอันเจ็บปวดของเธอ...มันทำให้ผมพูดในสิ่งที่ผมต้องการพูดไม่ออก
...แต่ท้ายที่สุดผมก็พูดออกไป...ผมต้องการหย่า...เธอดูไม่ตกใจ
กับสิ่งที่ผมเพิ่งจะพูดออกไปเลย...ผมย้ำกับเธออีกครั้ง
...เธอเขวี้ยงตะเกียบในมือทิ้ง...แล้วตะโกนใส่หน้าผมว่า..
คุณมันไม่ใช่ลูกผู้ชาย...เราไม่ได้คุยกันอีกเลยคืนนั้น... เธอร้องไห้ อย่างหนัก...
ผมรู้ว่าเธออยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตแต่งงาน
ของเรา...แต่ผมเองไม่สามารถหาคำตอบให้กับตัวเองได้...
เป็นเพราะใจผมได้ให้เจนไปหมดแล้วงั้นเหรอ...
ผมคงไม่สามารถบอกเธออย่างนั้นได้..มันจะทำให้ผมรู้สึกผิดมากขึ้นไปอีก...
ผมร่างสัญญาการหย่าร้างขึ้น...ระบุว่า..เธอเป็นเจ้าของบ้าน...
ทุก ๆอย่างในบ้าน ทั้งรถ... หุ้นบริษัท 30% ผมยกให้เธอหมด....
เธอเหลือบมองกระดาษที่ ผมร่างขึ้น...แล้วฉีกมันทิ้ง...
มันทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้น...

ผู้หญิงที่ผมอยู่ด้วยมาเป็นระยะเวลาสิบปีกลายเป็นคนแปลกหน้ากันภายในหนึ่งวัน...
ผมไม่สามารถคืนคำที่ผมพูดไปได้...เธอร้องไห้ด้วยความเสียใจอย่างที่สุด


...สำหรับผมแล้ว...

การร้องไห้ของเธอเหมือนเป็นการปลดปล่อยความสับสนของตัวผมเอง...หลังจากที่ผมกลุ้ม
ใจกับการตัดสินใจครั้งนี้ของผม..ในที่สุด...
มันก็เป็นรูปธรรมขึ้นมาจริง ๆเสียทีคืนนั้น...ผมกลับถึงบ้านค่อนข้างดึก
...เห็นเธอเขียนอะไรบางอย่างบนโต๊ะ..ผมหลับไปอย่างรวดเร็วด้วยความเพลีย
...ผมตื่นขึ้นมาอีกทีแล้วพบว่า...เธอเขียนเงื่อนไขการหย่าร้างว่าเธอไม่
ต้องการสิ่งใดจากผม...แต่เธอต้องการให้ผม
ให้เวลาเธอหนึ่งเดือนเพื่อตั้งตัวสำหรับการหย่า...
และในช่วงระยะเวลาหนึ่งเดือนนั้น ทุกอย่างต้องดำเนินไปตามปกติ...
ด้วยเหตุผลที่ว่าเธอต้องการให้ลูกจบการศึกษาซึ่งกำลังจะมาถึงเสียก่อน..เธอไม่อยากให้
ลูกต้องเห็นความล้มเหลวในการแต่งงานของพ่อแม่ก่อนเวลานั้น
จะมาถึง...รัชต์..คุณจำได้มั๊ย...วันที่เราแต่งงานกัน...คุณประคองชั้นไว้ในอ้อมกอด
ในวันที่เราเข้าเรือนหอ..ผมพยักหน้า..นั่นเป็นความทรงจำที่ดีที่สุดของชั้น
...ชั้นมีเรื่องขอร้อง...ชั้นอยากให้คุณประคองชั้นไว้ใน
อ้อมกอดจากห้องนอนไปถึงด้านล่างทุกวันนับจากวันนี้ไปจนถึงวันที่เราต้องแยกจากกัน
ผม ยอมรับด้วยความเต็มใจ...ผมรู้ดีว่า เธอคิดถึงวันดีๆเหล่านั้น
...และเธอต้องการให้ชีวิตการแต่งงานเธอจบลงด้วยความทรงจำที่ดี
ผมบอกเจนถึงเงื่อนไขที่ภรรยาผมตั้งขึ้นในการหย่าร้าง...เธอหัวเราะถึงความไร้สาระของเงือนไข

....ภรรยาผมบอกกับผมว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม...
เธอจะต้องยอมรับผลของการหย่าร้างให้ได้...

คำพูดของเธอทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างยิ่ง....
เราไม่ได้ถูกต้องตัวกันเลยนับแต่วันที่ผมขอเธอหย่า...ความจริงเหมือนจะเป็นคน
แปลกหน้าต่อกันด้วยซ้ำไป...พอถึงวันที่ผมประคองเธอลงจากห้องวันแรก...มันจึงทำ
ให้ผมทำตัวไม่ถูก...ลูกชายเราตบมือ แล้วพูดด้วยความดีใจว่า ว้าว...
วันนี้พ่ออุ้มแม่ลงจากห้องด้วย....มันทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้น......
เธอบอกว่าอย่าบอกลูกเราถึงเรื่องของเรา...ผมพยักหน้า...ด้วยความรู้สึกผิดอย่างเต็มเปี่ยม

...ผมขับรถ ไปส่งเธอที่ป้ายรถเมล์..แล้วเลยไปออฟฟิศ

วันถัดมา...ความรู้สึกขัดเขินเริ่มน้อยลงไป...เธอซบบนอกผม...เราใกล้ชิดกันมาก
จนผมได้กลิ่นน้ำหอมของเธอ...ผมถึงได้ตระหนักว่า....เธอไม่ใช่เด็กสาวอีกต่อไป
แล้ว...เธอเริ่มมีริ้วรอยบนใบหน้ามากขึ้น
ในวันที่สาม...เธอกระซิบบอกผมว่าสวนกำลังรื้ออยู่ให้เดินระวังด้วย...
ในวันที่สี่...มันช่างเหมือนกับว่าเราเป็นคู่รักที่หวานชื่นมาก...ภาพของเจนเริ่มเลือนลางไป
...วันที่ห้าและหก..เธอคอยเตือนผมในเรื่อง เล็กๆน้อยๆ
เช่นเธอวางเตารีดไว้ที่ไหน..ผมควรจะระวังอะไรบ้างตอนทำอาหาร...
และอื่นๆ อีกมากมาย...ความสนิทสนมของเราเพิ่มมากขึ้นทุกที...
ผมไม่ได้บอกเจนถึงเรื่องนี้เลย...

ผมรู้สึกว่าผมอุ้มเธอง่ายขึ้นทุกวันโดยไม่ได้สังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงในตัวเธอเลย
...หรือบางทีคงเป็นเพราะผมแข็งแรงขึ้น...
แต่แล้วผมก็พบว่ามันไม่ใช่อย่างที่ผมคิด...เป็นเพราะว่าเธอผอมลงจนไม่สามารถใส่เสื้อผ้าเดิมได้
..นั่นต่างหากที่ทำให้ผมอุ้มเธอได้ง่ายขึ้น
ผมรู้ดีว่าเธอพยายามซ่อนความขมขื่นเอาไว้... ลูกของเราร้องขึ้นว่า
พ่อได้เวลาอุ้มแม่แล้วน๊ะ...สำหรับลูกแล้ว...การได้เห็นพ่ออุ้มแม่
เป็นภาพที่เขามีความสุขที่สุด....เธอเอื้อมมือไปกอดลูกไว้แน่น...
ผมทนมองภาพนั้นไม่ได้จริง ๆ ผมกลัวว่าผมจะเปลี่ยนใจในวินาทีสุดท้าย
และแล้ว.... วันสุดท้ายก็มาถึง....ผมอุ้มเธอไว้ในอ้อมกอด...
เท้าผมแทบจะก้าวไม่ออก......เธอบอกกับผมว่า...ความจริงแล้ว...
ชั้นอยากให้คุณอุ้มชั้นไปจนเราแก่เฒ่า...ผมกอดเธอแน่น...และผมก็ตระหนักว่า..

ชีวิตคู่ของเราขาดการดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน...

ผมขึ้นรถทันทีเพื่อจะไปยังจุดหมายใหม่..ผมลังเลเล็กน้อย..แต่ในที่สุดแล้ว..ผมก็มาพบเจนจนได้....
เธอเปิดประตูออก...ผมบอกเธอว่า เจน..ผมขอโทษ... ผมจะไม่หย่า....
เธอมองหน้าผม แตะหน้าผากผม.. คุณสบายดีหรือเปล่า
เจน...ผมขอโทษ...ผมขอโทษจริง ๆ...ผมจะไม่หย่ากับภรรยาผม...
ชีวิตการแต่งงานของเราน่าเบื่อมันเป็นเพราะผมไม่ได้
ให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็กน้อย...ผมขาดการเอาใจใส่ในตัวเธอ....
มันไม่ได้หมายความว่าเราไม่ได้รักกัน....ตอนนี้ผมเข้าใจแล้ว...
ว่าตั้งแต่วันที่ผมอุ้มเธอเข้าบ้าน...เธอมีลูกให้ผม...ผมควรจะประคองเธอไปจนแก่...
เจนตบหน้าผมอย่างแรงและกระแทกประตูใส่ผม....
ระหว่างทางกลับบ้านผมแวะร้านดอกไม้....
พนักงานขายดอกไม้ถามว่าจะเขียนว่าอะไร....ผมให้เธอเขียนว่า...ผมจะอุ้มคุณทุกเช้าจนกว่า เราจะแก่

อ่านมาจาก teenee.com
จะมีสักกี่คู่ที่จบลงด้วยดีแบบนี้ จะมีอะไรดีไปกว่า..การรักเดียวใจเดียว
ขอเก็บไว้เป็นเรื่องน่าอ่านซักเรื่อง




Create Date : 07 เมษายน 2551
Last Update : 17 ธันวาคม 2552 6:16:16 น.
Counter : 314 Pageviews.

18 comment
เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย




ตอนนี้..
ปารีสเริ่มเข้าสู่ฤดูร้อน
แต่ทำไม..ยังเจอกับฝน
และอากาศยังหนาวเย็นอยู่ดี

เราเจอะเจอกับอากาศที่ปารีส
สามฤดูในหนึ่งวัน
ทั้งร้อน หนาว และฝนในวันเดียวกัน

ถ้าเป็นบ้านเราเจออากาศแบบนี้
คงไม่สบายกัน
แต่คนปารีเซียง
เจออากาศแบบนี้จนเคยชิน



ในหนึ่งวัน
ตอนเช้าอาจเจอแสงแดด
ต่อมาเป็นเม็ดฝน
ที่มาพร้อมกับความหนาวเย็น
หรือสักพักมีแสงแดดอีก



ถึงยังไง..อากาศจะแปรปรวนแค่ไหน
เราก็คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องเจอกับมัน

แค่เรารู้จักปรับตัวและดูแลตัวเองให้ดี
ไม่ว่าอากาศจะเป็นยังไง
เราก็จะผ่านมันไป

ชีวิต..ก็คงต้องเป็นอยู่แบบนี้
แต่จะเหลือเวลาอีกสักกี่ปี
สิบปี ยี่สิบปี หรือไม่มีแล้ว..แม้แต่พรุ่งนี้
ที่จะได้เจอกับอากาศแบบนั้น

ถ้าเรารู้ว่าชีวิตจะเหลืออีกสักกี่วัน
ก็คงดีไม่ใช่น้อย
อย่างน้อยเราก็จะวางแผน
ว่าเมื่อไหร่..เราจะทำอะไร

ฝนตก...
ถึงอยู่กลางสายฝน
ถ้ามีร่ม..ก็คงต้องเปียกอยู่ดี
ถ้าอยู่ในบ้านก็ไม่เปียก
แต่เราก็จะไม่ได้ออกไปไหน

ตัวเปียก ..อาจทำให้เราไม่สบาย
แต่ตัวเปียก..ก็ทำให้เราได้สัมผัสกับน้ำฝนเย็น ๆ
และได้เห็นอะไรดีดีอีกมุมที่ไม่เคยเห็น



ในการเดินทาง...
เหนื่อยก็....พักบ้าง...เปียกบ้าง
เจอให้ครบทุกฤดู
ชีวิตจะได้แข็งแรงขึ้น
ไปให้ถึงนะ....



Create Date : 31 มีนาคม 2551
Last Update : 17 ธันวาคม 2552 6:16:46 น.
Counter : 351 Pageviews.

3 comment

เขียนฟ้าด้วยปากกาดาว
Location :
Paris  France

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



C'est la vie.

ชอบมองท้องฟ้า...
เพราะอยู่ที่ไหน เมื่อไหร่ก็มองได้
แต่แปลกไหม ท้องฟ้ายังอยู่ที่เดิม
แต่มันไม่เคยเหมือนเดิมเลยสักวัน