Ortho knowledge for all @ Do no harm patient and myself @ สุขภาพดี ไม่มีขาย ถ้าอยากได้ ต้องสร้างเอง

พ.ศ. 2555 … จ่ายยาต้นแบบให้ข้าราชการ (เบิกได้) แต่หมออาจต้องจ่ายเงินตัวเองให้ DSI ..




ผมได้ข่าวจากทางเฟส เลยนำไปลงในเวบไทยคลินิก มีกระทู้ต่อเนื่องทั้งหมด ๓ กระทู้ ... ซึ่งผมคิดว่า เป็นสิ่งที่ ทั้ง หมอ และ ผู้ป่วยที่ใช้สิทธิ์ข้าราชการ  ควรจะรับทราบว่า ขณะนี้เกิดอะไรขึ้นไม่เช่่นนั้นก็จะเกิดปัญหากระทบกระทั่งระหว่างแพทย์กับผู้ป่วย(ญาติ)ที่เคยได้ยาต้นแบบ แล้วต่อมาไม่ได้  
และ หมอเอง ก็จะได้ระมัดระวัง ไม่เช่นนั้นอาจกลายเป็นกระทำพลาด ต้องโดนสอบสวน หรือ เรียกเงินคืน ซึ่งข้อมูลเท่าที่มีใน ขณะนี้ยังไม่แน่ใจว่า เรียกเงินคืน จาก รพ. และ หมอที่จ่ายยาไป ต้องมีส่วนร่วมที่ต้องจ่ายเงินคืน ด้วยหรือเปล่า ???

จะแบ่งเป็น ๓ ตอนนะครับ
ห้วข้อ 20262  เป็นกระทู้ที่ผมนำข่าวไปลง
หัวข้อ 20273 เป็นกระทู้ที่หมอท่านหนึ่งได้เข้าไปร่วมฟังการประชุมชี้แจง
หัวข้อ 20339 เป็นกระทู้ ที่มีผู้ส่งข้อมูลเกี่ยวข้องมาให้

ลองอ่านดูนะครับ ส่วนว่าเรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป ก็คงต้องติดตาม ..

ปล. ขอแจ้งไว้ก่อนว่า
- ผม และ ครอบครัว ใช้สิทธิบัตรสุขภาพ (บัตรทอง บัตร๓๐บาท) ไม่เกี่ยวข้องกับสิทธิข้าราชการ และ ไม่ได้รับราชการ ผมจึงไม่ได้เป็นผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรงกับเรื่องนี้

- ผมไม่ได้บอกว่า ใครผิดใครถูก ผมเชื่อว่า ทุกฝ่ายทำในสิ่งที่เห็นว่าถูกต้องเหมาะสม ตามบทบาทหน้าที่ของตนเอง เรื่องแบบนี้ ผู้ที่เกี่ยวข้องก็น่าจะได้รับรู้รับทราบเอาไว้ จะได้ปรับตัวให้ถูกต้องเหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ..






หัวข้อ 20262: จ่ายยาต้นแบบให้ข้าราชการ (เบิกได้)  แต่หมออาจต้องจ่ายเงินตัวเองให้ DSI  (จำนวนคนอ่าน 1420 ครั้ง)

คัดลอกข้อความมาจาก FB ..  

เรื่องจริง หรือไม่จริง ก็ไม่ทราบ .. แต่ระวังตัวไว้หน่อยดีกว่า ..
เพราะ เวลาเดือนร้อนมีปัญหา คนที่จะได้รับผลกระทบเต็ม ๆ ก็คือ ตัวเราเอง  

Quote:

เรื่องเล่าเช้านี้ค่ะ ไปลอกมาจากเฟซเพื่อนหมอคนหนึ่ง เอามาเล่าต่อให้อ่านกันค่ะ
"ข่าวจากรพ.ธ..... ครับ ตอนนี้หมอโดนไปสามแล้ว เพื่อนที่นั่นเอามาเล่าให้ฟัง
เพื่อนๆที่เป็นหมอระวังนะ เวลาที่มีคนไข้ข้าราชการมาขอให้สั่งยากลุ่มที่เป็น.originalทั้งๆที่รพฺมียา ตัวอื่นที่เป็นโลคัลใช้ เช่น nasonex nexium ยาโรคหัวใจหลายตัว  

ปกติเราจะคิดว่าข้าราชการเบิกได้หมด ก้อจะเขียนให้ง่ายๆ โดยรพ.มีใบแนบเบิกไปกับกรมบัญชีกลางและแพทย์เขียนเหตุผลสั้นๆว่า จำเป็นต้องใช้ ที่ผ่านมามันก้อไม่มีปัญหา  

แต่ตอนนี้กลายเป็นกรมบัญชีกลางส่งดีเอสไอมาสอบสวนว่าจำเป็นจริงหรือไม่ พวกดีเอสไอเค้าไม่ใช่แพทย์เค้าไม่มีทางเข้าใจว่าทำไมต้องใช้ยาออริจินอล เค้าก้อจะให้แพทย์ชี้แจง  

ถ้าชี้แจงไม่ผ่าน กรมบัญชีกลางจะเรียกเก็บเงินทุกเม็ดที่แพทย์สั่งจ่ายยาไป รพ.เค้าก้อไม่ช่วยเพราะเค้าก้อบอกว่ายาอื่นก้อมี แต่แพทย์ยืนยันเอง  

ล่าสุดมีรุ่นน้องที่สั่งยาให้คนไข้โดนไปห้าแสนบาท ทั้งๆที่ไม่ได้เอายาไปขาย สั่งยาให้คนไข้แท้ๆ"  


« ความเห็นที่ #3
Nexium มีlocal made แล้วหรือ ยังไม่เคยเห็น
คิดว่าคนที่โดนสอบ อาจเป็นประเภท พวกชอบยิงยา. สั่งแบบให้ได้ยอดมากๆ อาจสั่งเป็นล้าน(บาท) จึงโดนตรวจสอบ และมีหลักฐานชัดเจนจึงโดนเรียกเก็บเงิน

« ความเห็นที่ #4
ที่โดนคือกรณีผิดปกติทั้งนั้นครับ เช่นจำนวนเงินต่อเคส  หรือยาไม่ตรงกับโรค หรือผู้ป่วยไม่ได้มารับยาครับ แต่มีชื่อมาเอายา

« ความเห็นที่ #20
การเรียกเก็บเงินแพทย์ ถ้าไม่ใช่เหตุแพทย์ทุจริต น่าจะฟ้องศาลปกครองได้นะ
กลั่นแกล้งข้าราชการผู้น้อย หักเงินอย่างไม่เป็นธรรม





หัวข้อ 20273: ไปประชุมที่สสจ  ฟังแล้วละเหี่ยใจ  (จำนวนคนอ่าน 1838 ครั้ง)
« เมื่อ: Jul 12th, 2012, 9:25am »

เมื่อวานนี้  ผมไปประชุมที่ สสจ ผู้เข้าร่วมก็มีหมอจากรพ จังหวัด  รพช   จาก  6 จังหวัด
มีวิทยากรมาพูด เป็นกรมบัญชีกลางจากกระทรวง
หมอที่ทำงานในการตรวจสอบยาจากกระทรวง
นิติกรของกระทรวง

บรรยาย เช้าจนเย็นเลยครับ

เนื้อหาที่น่ากลัวมากคือ

1  ให้หมอสั่งยา  โดยคำนึงถึงค่าใช้จ่าย ตามเศรษฐศาสตร์สาธารณสุข

มีตัวอย่างใบสั่งยาที่เค้าบอกว่าไม่ถูกต้องคือ มีการสั่งยาoriginal  แทนที่จะใช้ยา local
และอีกตัวอย่างคือ  ผป pulmonary  hypertension  มียาที่ต้องให้เฉพาะ  หมอเมดให้ไป  แต่เค้าเอามาบอกว่า หมอให้ไม่ถูก  โดยไปเอา reference  indication มาจากที่อื่น มาอ้าง   ทั้งที่ทุกคนที่เข้าประชุม  ( มีหมอเมดจากรพช และรพจังหวัด เข้ามาฟังด้วย  เค้าบอกว่า  ในใบยานั้น ใช้indication  ตาม  american  guideline แล้ว)

แต่กระทรวงบอกว่าไม่ถูก  อาการไม่รุนแรง จนต้องใช้ยานี้  

2 มีวิทยากรอีกคนบอกว่า  สภาทนายความ มาขอ ถ่ายเอกสาร  guideline  treat  จากราชวิทยาลัยแล้ว  ถ้าจะฟ้อง  เค้าจะใช้ ตัวนี้ในการเอาผิดว่า หมอไม่ทำตาม guideline

3 นิติกรบอกว่า   ทางดีเอสไอ และกรมบัญชีกลาง ได้ทำการสอบสวนหมอ ที่คาดว่าสั่งยา ไม่ตรงตามนโยบายเศรษฐศาสตร์สาธารณสุข ให้ยามากเกินจำเป็น   ให้ยาแพงเกินไป และจะเอาผิดให้หมอต้องจ่ายเงินค่ายา มาชดใช้ด้วย

4 ความคิดผมคือ
   ก  ทำไม ท่านนายกออกโฆษณา พูดดีมาก เหมือนหาเสียงเลย แต่กลับให้คนมาไล่บี้กับหมอ   และสั่งให้ ทำตรงข้ามกับที่พูดเชิญชวนชาวบ้านไว้
  ข   ถ้าหมอไม่ทำตามใกด์ไลน์   ทนายเอาไปฟ้อง หมอรับผิดคนเดียว   กระทรวง คนที่บอกว่า ยานี้ ไม่จำเป็นต้องใช้   กลับลอยตัว ไม่ต้องรับผิดเลย
  ค  มีการไล่ให้หมอจ่ายเงินค่ายาที่ให้  ผู้ป่วย มันไม่น่ามีประเทศไหนเค้าทำกันนะครับ
  ง  ยาลดไขมัน   เบาหวาน การจะเริ่มให้   กระทรวงบอกว่า   ต้องให้มีความเสี่ยงในผู้ป่วย หลายๆข้อ ถึงจะเริ่ม ไม่ต้องรีบ start  ยา
  จ   เรื่อง ยา เอดส์  ยิ่งมันส์มาก จนไม่อยากเล่า มันหนังคนละม้วน กับที่ท่านพูดโฆษณาเลย

ฟังแล้วเหนื่อยใจอย่างมาก   เหมือน ท่านๆเอาแต่หน้า   แต่ให้ผู้ทำงาน  ต้องรับเคราะห์กรรมเลยครับ ทางสสจ จังหวัดผมแจ้งว่า  จะจัด ประชุมนอกรอบ กับหมอ รพจังหวัด 6 จังหวัด และเชิญสสจ 6 จังหวัดมาร่วมคิดหาแนวทาง ว่าจะทำอย่างไรต่อไปครับ

ผมว่า  น่าจะออก ทีวี แจ้งให้ชาวบ้านทราบ  
ความจริงเลยดีกว่ามาทำแบบนี้นะครับ  

« ความเห็นที่ #21 เมื่อ: Jul 12th, 2012, 10:11pm »

เราเป็นหมอคงไม่เดือดร้อนไม่ว่าจะสั่งยาอะไร เพราะเราไม่ได้กินยาเหล่านั้น แต่คนไข้ต่างหากที่ได้รับผลกระทบ เพราะบ้านเราก็อิงการรักษาตามpaperของต่างชาติที่ใช้ยาoriginal. ดังนั้นพวกที่ใช้ยาlocal จะได้ผลเหมือนกันรึเปล่าเราก็ไม่รู้

 และอีกอย่างน่าจะยกเลิกระบบจ่ายตรง แต่ให้คนที่เบิกได้สำรองจ่ายไปก่อนจะช่วยควบคุมการใช้ยาไปได้ระดับนึงแต่คนไข้ที่เบิกได้ก็ยังได้สิทธิ์ในการใช้ยานอกบัญชี  เพราะที่มาของการเข้มงวดการใช้ก็เพราะค่าใช้จ่ายสูงมากในกลุ่มที่เบิกได้

« ความเห็นที่ #22 เมื่อ: Jul 13th, 2012, 12:36am »

กลายเป็นว่า หมอต้องรับหน้าคนไข้ญาติ  

   ให้เบิก ก็อาจโดนสอบ โดนเรียกเงินคืน ..  

   ไม่ให้ ก็โดนคนไข้ ญาติ ต่อว่าอีก เขาเคยได้แบบนี้ ให้แบบอื่นก็โดนอยู่ดี ..

รพ.ที่ผมเคยอยู่ มีปัญหาบัตรทองร้องเรียนว่า ยาไม่เหมือนข้าราชการ .. ผอ.ใช้วิธีง่ายๆ คือ มีเฉพาะยาผลิตในประเทศอย่างเดียวไม่ต้องเลือก สิทธิเท่าเทียมกัน .. หมดปัญหาไป  

« ความเห็นที่ #24 เมื่อ: Jul 13th, 2012, 8:52am »

แนะนำให้เก็บเอกสารหลักฐานชิ้นนี้ไว้ให้ดี  จดชื่อผู้เข้าร่วมประชุมทุกคน  บันทึกชื่อวิทยากร  ผู้จัดการประชุม  และรายละเอียดทั้งหมดไว้ให้มากที่สุด  ถ้ามีคลิปเสียงด้วยยิ่งดี  เก็บไว้ตลอดเวลาที่รับราชการอยู่และยังต้องปฏิบัติตามคำสั่งเหล่านี้อยู่ ไว้ใช้อ้างในศาลถ้าถูกฟ้อง    

 ถ้าจะสู้จริงๆ นำไปฟ้องศาลปกครองได้ เพราะเป็นคำสั่งทางราชการ (หน่วยงานทางปกครอง)  ขัดกับจริยธรรมของแพทย์ที่ต้องรักษาผู้ป่วยด้วยวิธีที่ดีที่สุด  และคำสั่งมีผลกระทบต่อผู้ที่จะฟ้องคดีแล้ว   แต่ระวังคำสั่งเช่นนี้ต้องฟ้องในอายุความ  น่าจะเป็น ๙๐ วัน  นับแต่ทราบคำสั่ง

« ความเห็นที่ #27 เมื่อ: Jul 14th, 2012, 4:45pm »

มีการเอาหัวข้อเรื่องนี้ไปถามในที่ประชุมแพทยสภาเมื่อวันที่ื 12 ก.ค.แล้ว รองปลัดกระทรวง สธ.บอกว่ากระทรวงสาธารณสุขไม่เคยสั่งแบบที่สสจ.จังหวัดนี้พูดมา และไม่เคยมีนโยบายเช่นนั้น

ที่ประชุมก็เลยฝากให้รองปลัดกระทรวงไปตรวจสอบว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร  

ในส่วนของแพทยสภานั้น นายกแพทยสภารับจะไปติดตามเรื่องนี้ว่าสธ.หรือกรมบัญชีกลางและสพตร.(สำนักพัฒ นาตรวจสอบระบบการรักษาพยาบาล) จะทำให้การประกอบวิชาชีพเวชกรรม ไม่ใช่การประกอบวิชาชีพอิสระอีกต่อไปหรือไม่?

ก็ต้องคอยติดตามฟังความคืบหน้าต่อไป

« ความเห็นที่ #28 เมื่อ: Jul 15th, 2012, 9:13am »

โรงพยาบาลผมโดนเรียกคืนเงินแล้วครับ   ไม่ใช่ของกระทรวงนะครับ เป็น หน่วยงาน สกส ( สิทธิ์เบิกข้าราชการ) มีหนังสือมาจากกรมบัญชีกลางให้คืนเงิน และบอกว่าถ้าไม่คืนภายในเวลาที่กำหนดจะส่งเรื่องให้ ปปช และ สตง ครับ ( ทางสกส จะมี อาจารย์แพทย์ตามโรงเรียนแพทย์ เป็นคนตรวจสอบ แต่เป็นผู้เชี่ยวชาญ ไม่กี่คน แต่ไปตรวจสอบ ทุกสาขาของแพทย์) เคยโทรไปถามทาง สกส เขาให้เราคุยกับ อาจารย์เลย อยากบอกว่า เป็นความคิดเห็นของท่าน แต่ไม่ใช่สาขาเราเลย ฟังแล้ว อยากถามว่าถ้าเป็นญาติท่าน จะให้ยาตัวไหน





หัวข้อ 20339: สำนักพัฒนาระบบตรวจสอบการรักษาพยาบาล(สพตร.)
« เมื่อ: Jul 17th, 2012, 5:51am »

Director, Dr. Savitri. Mountain repository ฬi bright.

The main mission. Development of a monitoring system for reimbursement of medical expenses for both inpatients and outpatients receiving treatment in hospital of the government. And processing of medical data to develop guidelines for the disbursement and use of drugs to treat diseases that are particularly costly. To achieve quality care. And fairness to patients and health care funds.

By 3021 the number of times. จากgoo,gle ของสวรส.

« ความเห็นที่ #1 เมื่อ: Jul 17th, 2012, 5:55am »

//thaipublica.org/2012/03/government-should-review-national-essential-drugs-immediately/

รัฐบาลควรทบทวนรายการยาในบัญชียาหลักแห่งชาติโดยด่วน
//www.nlem.in.th/node/4160

คณะกรรมการบัญชียาหลักแห่งชาติ

« ความเห็นที่ #4 เมื่อ: Jul 17th, 2012, 6:15am »

//regmaster.lawson-marsh.com/gallery/52/TMI5-11-53_%5bCompatibility_Mode%5d.pdf
แนวทางการตรวจสอบสวัสดิการการรักษาพยาบาลข้าราชการ

//bps.ops.moph.go.th/moph/22%20เมย%202554/มาตรการการควบคุมการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล.pdf
แนวทางแก้ปัญหาการเบิกจ่ายยาในสวัสดิการข้าราชการ

« ความเห็นที่ #6 เมื่อ: Jul 17th, 2012, 6:26am »

สรุปจากการสำรวจพบว่าการใช้ยานอกบัญชียาหลักสำหรับสวัสดิการข้าราชการมีดังนี้
1. รร.แพทย์ ใช้ยานอกบัญชียาหลัก 65%  
2. รพ.สธ. 63%
3.รพ.สังกัดอื่น 69%
4.เฉลี่ย รพ.ทุกสังกัด 66%

ทั้งหมดนี้เป็นเอกสารอ้างอิงของที่มาที่ไปของการ"เรียกเงินจากหมอที่สั่งยานอกบัญชียาหลัก"

คุณหมอทั้งหลายและผู้ใช้สิทธิ์สวัสดิการข้าราชการโปรดทราบด้วยว่าท่านกำลังจะถูกลิดรอนสิทธิ์  หรือ ที่จริงก็คือถูกจำกัดสิทธิ์ไปเรียบร้อยแล้ว

คุณหมอจะสั่งยา ต้องมีการวินิจฉัยโรค ต้องมีแลบอ้างอิง ต้องบอกเหตุผลว่าทำไมจึงต้องสั่งยา

ถ้ายังไม่แก้ไขระเบียบปฏิบัติเหล่านี้ ไม่เช่นนั้นก็จะถูกDSI สอบสวน และถูกเรียกเงินคืน

กระทรวง สธ.ไม่ได้สั่งห้ามการจ่ายยา แต่ส่งนิติกรมาเตือนด้วยความเป็นห่วงว่าหมอจะถูกเรียกเงินคืนส่งกรมบัญชีกลาง

เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง แต่ได้กระดูกแขวนคอ


"""""""""""""""""""""""""""""""""""


พ.ศ.2552 ...กรมบัญชีกลางคุมเข้มเบิกจ่ายยา ขรก. ไม่ทำตามเกณฑ์ เรียกเงินคืนคลัง //www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=12-12-2016&group=29&gblog=1

พ.ศ.2552 … คลังตั้งทีมรื้อค่ารักษา ข้าราชการ 7 หมื่นล. ... คลังหน้ามืด!ค่ารักษาขรก. พุ่ง1.5แสนล. //www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=08-12-2009&group=29&gblog=2

พ.ศ.2552 … สรุปอภิปราย “มาตรฐานการกำหนดค่าใช้จ่ายและสิทธิประโยชน์ใน สวัสดิการการ ของ ข้าราชการ” //www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=26-02-2010&group=29&gblog=3

พ.ศ.2552 … เสนอเลือกเบิกจ่ายยาให้ข้าราชการบางกลุ่ม ??? .... ข้าราชการ ก็เตรียมตัวไว้บ้าง //www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=18-05-2009&group=29&gblog=4

พ.ศ.2553 … คลังเปิดทางให้ ข้าราชการนอนรักษาร.พ.เอกชนได้ ..... (ดูเหมือนดี แต่มันจะดีจริงหรือ ???) //www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=03-09-2010&group=29&gblog=5

พ.ศ.2554 … ขรก.จ๊ากแน่ คลังเลิกจ่าย ยานอก9กลุ่ม (ไทยโพสต์) ....นำกระทู้มาลงไว้เป็นข้อมูล //www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=25-01-2011&group=29&gblog=6

พ.ศ. 2555 … จ่ายยาต้นแบบให้ข้าราชการ (เบิกได้)แต่หมออาจต้องจ่ายเงินตัวเองให้ DSI.. //www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=22-07-2012&group=29&gblog=8

พ.ศ.2556 ...คลังรุกอีกคุมเข้ม"ป่วยนอก"ขรก.วางแนวให้"เหมาจ่าย"เผยเจอข้อมูลส่อทุจริตเวียนรับยารพ.600ครั้ง/ปี //www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=05-11-2012&group=29&gblog=7

พ.ศ.2557 … ปัญหายาข้าราชการ....ประเด็นที่ยังไม่มีใครพูดถึง ... โดยนาวาอากาศโท นายแพทย์ธนาธิป ศุภประดิษฐ์ //www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=25-10-2012&group=29&gblog=9

พ.ศ.2559 … กรมบัญชีกลาง “เตะหมูเข้าปากหมา”?ตัดงบ 60,000 ล้าน ให้ บ.ประกันบริหารค่ารักษา ขรก. //www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=29-09-2016&group=29&gblog=10

พ.ศ.2560 … ขบวนการใช้สิทธิขรก.โกงยา “สวมสิทธิ-ยิงยา-ช็อปปิ้งยา” – ปี’59 ใช้บริการกว่า 27.8 ล้านครั้ง //www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=14-08-2017&group=29&gblog=11





Create Date : 22 กรกฎาคม 2555
Last Update : 14 สิงหาคม 2560 23:12:39 น. 1 comments
Counter : 1047 Pageviews.  
Share to Facebook

 
กระทู้ต่อเนื่อง ... ข้าราชการและหมอ รพ.รัฐ ก็ต้องปรับตัวหน่อยนะครับ ..

L12737354 ด่วนที่สุด โรงพยาบาลรัฐและผู้ใช้บริการโปรดทราบ [สุขภาพกาย] SET50.com (10 - 3 ต.ค. 55 14:00)

//www.pantip.com/cafe/lumpini/topic/L12737354/L12737354.html


กระทรวงการคลังมีหนังสือ
เรื่อง
การระบุเหตุผลการใช้ยานอกบัญชียาหลักแห่งชาติเพื่อใช้ประกอบการเบิกจ่าย

ลงวันที่ 24 กันยายน 2555

จากที่อ่านได้ความว่ายาที่มียา generic ทำขาย คงจะไม่สามารถเบิกจ่ายตัว original ได้อีกแล้ว ถ้าทำบุคลากรทางการแพทย์คงต้องออกเงินให้ผู้ป่วยเอง

//www.cgd.go.th/wps/wcm/connect/a5eece804cd5bb608a06bff035a92efa/%E0%B8%A7+111.pdf?MOD=AJPERES

โชคดีครับ จะให้ยาผู้ป่วยก็ระวังกันด้วย ผู้ป่วยก็เข้าใจกันด้วยนะครับ กระทรวงการคลังสั่งมา

หลักๆ ก็คือ สั่งยานอกบัญชีได้จะต้อง

ไม่มียาทดแทน generic ที่ราคาถูกกว่า หรือ ใช้ยา generic ไม่ได้เนื่องจากแพ้

สรุป ห้ามใช้ยา original ถ้ามียา generic ที่ราคาถูกกว่า



ส่วนยานอกบัญชีที่ไม่มี generic agent ถ้ามีหลักฐานเชิงประจักษ์ว่ามีประโยชน์ก็สั่งได้

สรุป ห้ามใช้ยารักษาอาการที่อยู่นอกบัญชียาหลักทั้งหมด

ยานอกบัญชีที่ใช้รักษาโรคเฉพาะโดย ไม่ใช่ยารักษาอาการเท่านั้น ยังสามารถสั่งได้


หากแพทย์ท่านใดเบิกให้ผู้ป่วยไม่ดูเงื่อนไข เตรียมโดนกระทรวงการคลังเรียกเงินท่านแทนผู้ป่วย

ปฏิวัติวงการแพทย์ไทยเลยครับ


จากคุณ : SET50.com [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 3 ต.ค. 55 10:53:34






ลองเข้าลิงค์นี้ แล้วไม่ได้ ..

//www.cgd.go.th/wps/wcm/connect/a5eece804cd5bb608a06bff035a92efa/%E0%B8%A7+111.pdf?MOD=AJPERES


ค้นไปหลายที่ ไปเจอในเฟสนี้ .. นำมาฝาก

https://www.facebook.com/healthlawdatabase

กรมบัญชีกลางมีหนังสือเวียน ด่วนที่สุด ที่ กค 0422.2/ว 111 ลงวันที่ 24 กันยายน 2555 ต่อไป เรื่อง การระบุเหตุผลการใช้ยานอกบัญชียาหลักแห่งชาติเพื่อใช้ประกอบการเบิกจ่าย มีผลใช้บังคับสำหรับการรักษาพยาบาลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2555 เป็นต้นไป เพื่อให้ปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ดังต่อไปนี้

1. ยกเลิกหลักเกณฑ์การเบิกค่ายานอกบัญชียาหลักแห่งชาติ ตามหนังสือกระทรวงการคลังและกรมบัญชีกลาง รวม 5 ฉบับ (กค 0526.5/ว 65 ลงวันที่ 30 สิงหาคม 2542, กค 0526.5/ว 66 ลงวันที่ 30 สิงหาคม 2542, กค 0417/ว 84 ลงวันที่ 28 กันยายน 2549 เฉพาะข้อ ข สถานพยาบาล รายการ 2.2.3, กค 0417/ว 177 ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2549 หมวดที่ 3 ค่ายาและสารอาหารทางเส้นเลือด เฉพาะรายการค่ายาที่เบิกได้, กค 0422.2/ว 143 ลงวันที่ 19 เมษายน 2553)

2. กำหนด หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการเบิกค่ายาให้สถานพยาบาลและส่วนราชการถือปฏิบัติ กรณียาในบัญชียาหลักแห่งชาติ (ข้อ 2.1), ยานอกบัญชียาหลักแห่งชาติ (ข้อ 2.2) ยาที่กระทรวงการคลังและ/หรือกรมบัญชีกลางได้กำหนดหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายเงิน ไว้เป็นการเฉพาะ เช่น ยาวิตามิน ยาสมุนไพร ยาบรรเทาอาการข้อเสื่อม ค่ายามะเร็งที่มีค่าใช้จ่ายสูง 6 ชนิด ค่ายาชีววีตถุสำหรับผู้ป่วยโรครูมาติก และโรคสะเก็ดเงิน (ข้อ 2.3)

ให้ส่วนราชการตรวจสอบคำขอเบิกค่ารักษาพยาบาลให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์และ เงื่อนไขที่กระทรวงการคลังกำหนดอย่างเคร่งครัด (ข้อ 2.4)

หากกระทรวงการคลังพบว่าสถานพยาบาลไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ที่กำหนด จะดำเนินการเรียกเงินคืนของรายการยานั้น ๆ ที่มีการเบิกจ่ายทั้งหมด (ข้อ 2.5)




รายละเอียดติดตามได้ที่ //www.cgd.go.th/wps/wcm/connect/a5eece804cd5bb608a06bff035a92efa/%E0%B8%A7+111.pdf?MOD=AJPERES

หากเปิด link ข้างบนไม่ได้ ดู link สำรองที่ //www.slideshare.net/rparun/04222-111


ปล. ผม upload ไว้ เผื่อใครสนใจ

//www.mediafire.com/?8t81ucey17btfc3





โดย: หมอหมู วันที่: 3 ตุลาคม 2555 เวลา:14:44:23 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

หมอหมู
Location :
กำแพงเพชร Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 763 คน [?]




ผมเป็น ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ หรือ อาจเรียกว่า หมอกระดูกและข้อ หมอกระดูก หมอข้อ หมอออร์โธ หมอผ่าตัดกระดูก ฯลฯ สะดวกจะเรียกแบบไหน ก็ได้ครับ

ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ เป็นแพทย์เฉพาะทางสาขาหนึ่ง ซึ่งเมื่อเรียนจบแพทย์ทั่วไป 6 ปี ( เรียกว่า แพทย์ทั่วไป ) แล้ว ก็ต้องเรียนต่อเฉพาะทาง ออร์โธปิดิกส์ อีก 4 ปี เมื่อสอบผ่านแล้วจึงจะถือว่าเป็น แพทย์ออร์โธปิดิกส์ โดยสมบูรณ์ ( รวมเวลาเรียนก็ ๑๐ ปี นานเหมือนกันนะครับ )

หน้าที่ของหมอกระดูกและข้อ จะเกี่ยวข้องกับความเจ็บป่วย ของ กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น กระดูก ข้อ และ เส้นประสาท โรคที่พบได้บ่อย ๆ เช่น กระดูกหัก ข้อเคล็ด กล้ามเนื้อฉีกขาด กระดูกสันหลังเสื่อม ข้อเข่าเสื่อม กระดูกพรุน เป็นต้น

สำหรับกระดูกก็จะเกี่ยวข้องกับกระดูกต้นคอ กระดูกสันหลัง กระดูกเชิงกราน กระดูกข้อไหล่ จนถึงปลายนิ้วมือ กระดูกข้อสะโพกจนถึงปลายนิ้วเท้า ( ถ้าเป็นกระดูกศีรษะ กระดูกหน้า และ กระดูกทรวงอก จะเป็นหน้าที่ของศัลยแพทย์ทั่วไป )

นอกจากรักษาด้วยการให้คำแนะนำ และ ยา แล้วยังรักษาด้วย วิธีผ่าตัด รวมไปถึง การทำกายภาพบำบัด บริหารกล้ามเนื้อ อีกด้วย นะครับ

ตอนนี้ผม ลาออกจากราชการ มาเปิด คลินิกส่วนตัว อยู่ที่ จังหวัดกำแพงเพชร .. ใช้เวลาว่าง มาเป็นหมอทางเนต ตอบปัญหาสุขภาพ และ เขียนบทความลงเวบ บ้าง ถ้ามีอะไรที่อยากจะแนะนำ หรือ อยากจะปรึกษา สอบถาม ก็ยินดี ครับ

นพ. พนมกร ดิษฐสุวรรณ์ ( หมอหมู )

ปล.

ถ้าอยากจะถามปัญหาสุขภาพ แนะนำตั้งกระทู้ถามที่ .. เวบไทยคลินิก ... ห้องสวนลุม พันทิบ ... เวบราชวิทยาลัยออร์โธปิดิกส์ หรือ ทางอีเมล์ ... phanomgon@yahoo.com

ไม่แนะนำ ให้ถามที่หน้าบล๊อก เพราะอาจไม่เห็น นะครับ ..




New Comments
[Add หมอหมู's blog to your web]