Ortho knowledge for all @ Do no harm patient and myself @ สุขภาพดี ไม่มีขาย ถ้าอยากได้ ต้องสร้างเอง

พ.ศ.2553 … คลังเปิดทางให้ ข้าราชการนอนรักษาร.พ.เอกชนได้ ..... ( ดูเหมือนดี แต่มันจะดีจริงหรือ ???)




คลังเปิดทางให้ขรก.นอนรักษาร.พ.เอกชนได้ 31 สิงหาคม 2553
นสพ. โพสต์ทูเดย์   //bit.ly/aM3ULk

คลังขยายสวัสดิการรักษาพยาบาลให้กับข้าราชการและบุคคลในครอบครัว ให้สามารถเบิกค่าใช้จ่ายจากการเข้ารักษาตัว เป็นผู้ป่วยในของโรงพยาบาลเอกชน ได้

นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า คลังได้ขยายสวัสดิการรักษาพยาบาลให้กับข้าราชการและบุคคลในครอบครัว ให้สามารถเบิกค่าใช้จ่ายจากการเข้ารักษาตัวเป็นผู้ป่วยในของโรงพยาบาลเอกชน ได้มากขึ้น จากเดิมที่ต้องเป็นกรณี เกิดอุบัติเหตุ ที่เป็นอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตเท่านั้น

โดยสวัสดิการที่ขยายเพิ่มขึ้นจะให้ครอบคลุมโรคร้ายต่างๆ ที่จะทำให้อันเป็นตรายจนถึงเสียชีวิตด้วย และจะเริ่มให้เบิกได้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2553

ทั้งนี้ ทางกรมบัญชีกลางจะมีการกำหนดโรคว่ามีชนิดใดบ้างที่จะเข้ารักษาเป็นผู้ป่วยใน โรงพยาบาลเอกชนได้ ซึ่งการเข้าการรักษาจะต้องรับการอนุมัติจากทางกรมบัญชีกลางก่อน และการจ่ายค่ารักษาพยาบาลจะเป็นเหมาจ่ายต่อโรคที่ได้รับการรักษา หากค่าใช้จ่ายเกินกว่าที่กำหนด ทางข้าราชการต้องออกค่าใช้จ่ายเอง

นายพงษ์ภาณุ กล่าวว่า การขยายสิทธิของข้าราชการดังกล่าว ก็จะไม่กระทบทำให้การใช้งบประมาณมากขึ้น เนื่องจากเป็นระบบการเหมาจ่ายต่อโรค และการรักษาต้องได้รับการอนุมติจากกรมบัญชีกลางเสียก่อน โดยการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล 1 เดือนที่ผ่านมา มีการเบิกจ่ายไปแล้ว 5.5 หมื่นล้านบาท คาดว่าทั้งปีงบประมาณ 2553 จะมีการเบิกค่ารักษาพยาบาล 6.1 หมื่นล้านบาท เท่ากับปีงบประมาณก่อนหน้า โดยปีงบประมาณ 2553 กรมบัญชีกลางได้รับการจัดสรรงบประมาณค่ารักษาพยาบาล 4.8 หมื่นล้านบาท และ ในปีงบประมาณ 2554 จะได้งบ 6.2 หมื่นล้านบาท

นายพงษ์ภาณุ กล่าวว่า กรมบัญชีกลางได้เชิญผู้บริหารโรงพยาบาลเอกชน 160 แห่ง ที่มีขนาดใหญ่และความพร้อมทั่วประเทศ เพื่อเชิญชวนเข้าโครงการรับรักษาข้าราชการและบุคคลในครอบครัวเป็นผู้ป่วยใน ของโรงพยาบาล ซึ่งจะทำให้ข้าราชการได้รับความสะดวกสบายในการรักษาและก็ลดความแออัดของการ รักษาพยาบาลในโรงพยาบาลของรัฐบาลให้น้อยลง

ทั้งนี้ปัจจุบันข้าราชการที่ได้รับสิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาลจำนวน 1.9 ล้านคน บุคคลในครอบครัวอีก 2.6 ล้านคน รวมเป็นบุคคลที่มีสิทธิเบิกค่ารักษาจำนวน 4.5 ล้านคน ในจำนวนนี้ปีที่ผ่านมาเข้ารับการรักษาเป็นผู้ป่วยในประมาณ 7 แสนคน



อ่านทีละบรรทัด แล้ว อืมมมมมมมมมม..

โดยเฉพาะ " ซึ่งการเข้าการรักษา จะต้องรับการอนุมัติจากกรมบัญชีกลางก่อน" .. มันหมายความอย่างไร ???

............. จะนอน รพ. ก็ต้องทำหนังสือ หรือ โทรฯ แจ้ง เจ้าหน้าที่ กรมบัญชีกลางก่อน อย่างนั้นหรือ

แล้วถ้าเจ็บป่วยฉุกเฉิน เป็น "โรคร้ายต่างๆ ที่จะทำให้อันเป็นตรายจนถึงเสียชีวิต " ตามที่ท่านบอกไว้ จะทำอย่างไร ???

ดูเหมือนว่า จะทำให้ข้าราชการได้ประโยชน์มากขึ้น สะดวกมากขึ้น .. แต่ถ้าผมเป็นข้าราชการ จะใช้สิทธิ์นี้ ก็คงปวดหัว เพิ่มขึ้นอีกว่า จะใช้ได้หรือไม่ ??? ใช้ได้เท่าไหร่ ??? .. เพราะถ้าเข้าไปนอนแล้วใช้สิทธิ์ไม่ได้ หรือใช้ได้นิดหน่อย ต้องจ่ายเพิ่มอีกบาน แบบนี้ก็เข้า รพ.อย่างเดิม สบายใจกว่า

ที่บอกว่า " การขยายสิทธิของข้าราชการดังกล่าว ก็จะไม่กระทบทำให้การใช้งบประมาณมากขึ้น เนื่องจากเป็นระบบการเหมาจ่ายต่อโรค "

... ขอขยายเพิ่ม จะได้เข้าใจตรงกัน ระบบการเหมาจ่ายต่อโรค ( DRG ) หมายถึง ระบบที่จะกำหนดไว้ว่า ถ้าเป็นโรคนี้ จะมีค่าใช้จ่ายเท่านี้ .. ไม่ว่า รพ.จะใช้ค่าใช้จ่ายไปเท่าไหร่ ก็จะเบิกได้ตามที่ระบุไว้ (DRG) เท่านั้น .. ถ้า รพ.ใช้จ่ายเกิน ก็ขาดทุน ถ้า รพ.ใช้น้อยกว่า ก็ได้กำไร

จึงไม่น่าแปลกใจ ที่ รพ.รัฐ หลายแห่ง ขาดทุน รพ.รัฐ หลายแห่ง ต้องปรับเปลี่ยน ยา วัสดุ อุปกรณ์ เพื่อลดต้นทุน ..

..... ถ้าจากข้อความในข่าว ก็สรุปว่า " ไม่ว่าข้าราชการไปรักษาที่ไหน .. กรมบัญชีกลาง ก็ยังขอจ่ายเท่าเดิม ( ตาม DRG ที่จ่ายให้ รพ.รัฐ ) " ที่เหลือ ราชการก็รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง

..... ก็ได้แต่หวังว่า อีกสักพัก คงไม่มีข่าว กรมบัญชีกลางออกมาโวยว่า รพ.เอกชน ทำหลักฐานเท็จ เบิกค่าใช้จ่ายสูงเกินไป .. จึงต้อง ยกเลิกสิทธิ์นี้ เหมือนที่ผ่านมา นะครับ


""""""""""""""""""""""""""

อัพเดต ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๕๘ ....  ผู้ใช้สิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาล ข้าราชการ ผู้รับบำนาญ หรือ บุคคลในครอบครัว ต้องติดตามข่าว ศึกษาข้อมูลให้ดี ๆ นะครับ ตอนนี้ ถ้าจะรักษาที่ รพ.เอกชน ใช้สิทธิ์ราชการเบิกได้ แต่มีข้อจำกัด ..

ไม่แน่ใจ สอบถามได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-2273-6400 หรือ 0-2271-7000 ต่อ 4441




กรมบัญชีกลางเตรียมเพิ่มสิทธิ ขรก.รักษารพ.เอกชนได้อีก 100 แห่ง

Fri, 2015-07-17 12:23 -- hfocus

//www.hfocus.org/content/2015/07/10415

นสพ.มติชน : ข้าราชการเตรียมเฮกรมบัญชีกลางจับมือเอกชน ขยายให้ใช้บริการได้ 100รพ. ด้านคนรักหลักประกันสุขภาพ ชี้ขยายสิทธิต้องดูงบประมาณหากบานปลายจะกระทบหมดวอนบัตรทองถูกเพ่งเล็งใช้งบมาก ขณะที่สิทธิข้าราชการใช้งบมากที่สุดแต่ดูแลคนน้อยสุด

นสพ.มติชนรายงานว่า ขณะนี้บุคลากรสาธารณสุขและข้าราชการต่างๆ มีการแชร์ข้อมูลผ่านไลน์แชท และข้าราชการต่างๆได้แชร์ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ป่วยสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ ว่า “ต่อไปตัวข้าราชการครอบครัว หากเจ็บป่วย จนต้องเข้ารับรักษาตัวในโรงพยาบาลจะไม่ต้องเข้ารับการรักษาใน รพ.รัฐแล้ว เพราะล่าสุดกรมบัญชีกลางเตรียมขยายรพ.เอกชนเพิ่มเติม แต่ขณะนี้ยังไม่มีการประกาศชัดเจน แต่มีการประสานกับรพ.เอกชนไว้แล้ว โดยขณะนี้มีการจัดทำคู่มือการใช้บริการรพ.เอกชนประเภทผู้ป่วยในสิทธิสวัสดิการข้าราชการซึ่งปัจจุบันมีข้าราชการและบุคคลในครอบครัวเข้ารับการรักษาพยาบาลประเภทผู้ป่วยในกว่า18,000 รายใน รพ.เอกชน 30แห่ง แต่มีเสียงเรียกร้องให้ขยายโครงการฯ ให้ครอบคลุมมากกว่าเดิมโดยเฉพาะโรงพยาบาลเอกชนในส่วนภูมิภาค ซึ่งจากการหารือกับ รพ.เอกชน ปรากฏว่ามีรพ.เอกชนสนใจเข้าร่วมอีก 66 แห่ง รวมกับของเดิมเป็น 96 แห่งครอบคลุม26 จังหวัดทั่วประเทศรวมทั้งขยายจำนวนโรคที่เข้ารับการรักษาจากเดิม 78โรค เป็น 86 โรค โดยให้ดำเนินการได้ตั้งแต่วันที่ 1มิถุนายน 2558 เป็นต้นไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับกลุ่มโรคจะแบ่งออกเป็นกลุ่มศัลยกรรมทั่วไป อาทิ การผ่าตัดถุงน้ำดีแบบเปิดช่องท้องการผ่าตัดไส้เลื่อนข้างเดียว การผ่าตัดไส้เลื่อนสองข้าง การผ่าตัดถุงน้ำลูกอัณฑะกลุ่มศัลยกรรมประสาท อาทิ การผ่าตัดกลุ่มเส้นเลือดผิดปกติในสมองกลุ่มออร์โธปิดิกส์ อาทิ การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกการตัดขา การตัดเท้า ฯลฯ กลุ่มหัวใจและหลอดเลือด อาทิการผ่าตัดเปลี่ยนเส้นเลือดหัวใจ การผ่าตัดลิ้นหัวใจแบบเปิด ฯลฯ กลุ่มจักษุ อาทิการผ่าตัดต้อหิน การผ่าตัดสลายต้อกระจกด้วยคลื่นเสียง การผ่าตัดท่อน้ำตา ฯลฯกลุ่มกุมารศัลยกรรม การผ่าตัดท่อน้ำดีโป่งพอง ฯลฯ กลุ่มสูติ-นรีเวชกรรม อาทิการคลอดและการช่วยคลอด การผ่าตัดคลอด การทำหมันหญิง การผ่าตัดมดลูกทางช่องคลอดการตัดเนื้องอกมดลูกแบบเปิด ฯลฯ กลุ่มทางเดินปัสสาวะ กลุ่มโสต ศอ นาสิก เป็นต้น

ล่าสุด พล.ต.หญิงพูลศรี เปาวรัตน์นายกสมาคมพิทักษ์สิทธิข้าราชการ กล่าวว่าสำหรับคู่มือดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างกรมบัญชีกลางร่วมกับสมาคมโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งได้มีการหารือกันว่าจะพัฒนาอย่างไรต่อไปจนสรุปเบื้องต้นว่าอาจต้องมีการขยาย รพ.มากขึ้นประมาณ 100แห่งจากเดิมกว่า 30แห่งที่ให้บริการผู้ป่วยในสิทธิสวัสดิการข้าราชการแต่คู่มือดังกล่าวเป็นการทำเพื่อรองรับประกาศของกรมบัญชีกลางในอนาคตแต่ขณะนี้ยังไม่มีการใช้แต่อย่างใด เนื่องจากเรื่องนี้ต้องหารือในรายละเอียดเพราะมีเงื่อนไขอีกมาก และทางกรมบัญชีกลางก็ต้องหารือกับ รพ.เอกชนว่าจะมีการเบิกตรงอย่างไร อย่าง การจ่ายตามกลุ่มวินิจฉัยโรคร่วมในโรคราคาแพงหรือที่เรียกว่า DRG ก็ต้องพิจารณามากขึ้น เพราะรพ.เอกชนจะมีเรื่องต้นทุนอีก แต่ทั้งหมดต้องไม่กระทบสิทธิและไม่กระทบงบประมาณ

“ขณะนี้ยังคงใช้ประกาศของกรมบัญชีกลางอันเดิมคือ เมื่อปี 2554 เกี่ยวกับการใช้บริการ รพ.เอกชนประเภทผู้ป่วยใน โดยยังคงเป็น รพ.เอกชน 32 แห่ง ในกลุ่มโรคที่อยู่ในเงื่อนไขต่างๆหรือแม้แต่กรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินที่ไม่รุนแรง เป็นคนไข้ใน ใน รพ.เอกชนทุกแห่งเบิกได้ครึ่งหนึ่งของที่จ่ายจริง ไม่เกิน 8,000บาทบวกค่าห้องและค่าอาหาร และค่าอุปกรณ์บำบัดรักษาโรคฯ ตามที่กระทรวงการคลังกำหนดส่วนคู่มืออันใหม่ยังไม่มีการใช้แต่อย่างใด” พล.ต.หญิงพูลศรีกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าแต่จากการเตรียมพร้อมลักษณะนี้จะทำให้เกิดข้อเปรียบเทียบว่าสิทธิสวัสดิการข้าราชการได้รับประโยชน์ดีกว่าสิทธิอื่นและการนำเงินไปให้กับ รพ.เอกชนถูกต้องหรือไม่ พล.ต.หญิงพูลศรี กล่าวว่าคนละเรื่องกัน อันนี้คือสิทธิที่พึงได้ ที่สำคัญไม่ได้ทำให้งบเพิ่มเติมแต่เป็นเรื่องการเข้าถึงบริการมากกว่า เพราะรพ.รัฐหลายแห่งไม่มีเตียงรองรับผู้ป่วยในการดึงรพ.เอกชนมาเป็นเครือข่ายจึงเป็นการลดภาระ รพ.รัฐด้วย แต่ในเรื่องงบหรือต้นทุน รพ.เอกชนก็คงต้องเป็นหน้าที่ของกรมบัญชีกลางในการพิจารณาและต่อรอง

ที่มา : นสพ.มติชน วันที่ 17 กรกฎาคม2558

""""""""""""""""""""""""""

กรมบัญชีกลาง แจงเกณฑ์รักษา รพ.เอกชนได้แค่ 4กรณี

//www.thailocalmeet.com/index.php/topic,59081.0

นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลางเปิดเผยว่าตามที่ได้มีการเผยแพร่ข้อมูลรายชื่อสถานพยาบาลของเอกชนที่เข้าร่วมโครงการกับกรมบัญชีกลางโดยไม่มีรายละเอียดประกอบใดๆซึ่งทำให้ผู้ที่ได้รับข้อมูลดังกล่าว มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงรวมทั้งอาจจะเข้าใจผิดว่าสามารถเบิกจ่ายค่ารักษาจากสถานพยาบาลของเอกชนดังกล่าวได้ทุกกรณี

นายมนัส แจ่มเวหา กล่าวว่า ขอย้ำว่าหลักเกณฑ์การเบิกค่ารักษาจากสถานพยาบาลเอกชนสามารถเบิกได้ 4กรณีเท่านั้น ดังนี้

1. การเบิกค่ารักษาพยาบาลกรณีฉุกเฉินสามารถเบิกค่ารักษาได้ในโรงพยาบาลเอกชนทุกแห่ง กรณีวิกฤต (สีแดง) กรณีเร่งด่วน(สีเหลือง) ซึ่งเป็นการบูรณาการหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลร่วมกันของ 3กองทุน โดยอิงเกณฑ์การคัดแยกผู้ป่วยฉุกเฉินตาม พ.ร.บ.การแพทย์ฉุกเฉิน คือถ้าเป็นกรณีวิกฤต (สีแดง) กรณีเร่งด่วน (สีเหลือง) ให้โรงพยาบาลเอกชน ส่งข้อมูลค่าใช้จ่ายผู้ป่วยทุกสิทธิในระบบ EMCO ที่ สปสช.เพื่อตรวจสอบและจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลให้โรงพยาบาลก่อน แล้วสปสช.จึงเรียกเก็บจากหน่วยงานของผู้มีสิทธิ โดยจ่ายตามระบบ DRGs ซึ่งนโยบายในตอนนั้นไม่ให้โรงพยาบาลเก็บเงินแต่ในทางปฏิบัติ โรงพยาบาลจะเก็บเงินไว้ก่อน เมื่อโรงพยาบาลได้รับแจ้งจาก สปสช.ว่าเข้าข่ายวิกฤต/เร่งด่วน และได้เงินจาก Clearing house แล้วจึงคืนเงินส่วนที่เบิกได้ให้แก่คนไข้

 2. การเบิกค่ารักษาพยาบาลกรณีฉุกเฉินไม่รุนแรง(สีเขียว) หรือเป็นกรณีที่ไม่เข้าเกณฑ์ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตหรือฉุกเฉินเร่งด่วน กรมบัญชีกลางกำหนดให้นำมาเบิกจากต้นสังกัดคือ ค่ารักษาพยาบาลครึ่งหนึ่งของที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 8,000บาท เบิกค่าห้องค่าอาหารได้วันละ 1,000 บาท และเบิกค่าอุปกรณ์บำบัดรักษาโรคฯได้ตามที่กระทรวงการคลังกำหนดไว้

 3. การเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลกรณีส่งต่อสามารถเบิกได้ 2 กรณี คือ การล้างไต หรือรังสีรักษาโดยต้องเป็นคนไข้นอกและต้องเป็นโรงพยาบาลเอกชนที่เข้าร่วมโครงการเบิกตรงกับกรมบัญชีกลางตามรายชื่อที่ประกาศในเว็บไซต์ของกรมในหัวข้อสวัสดิการรักษาพยาบาล

4. การเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลกรณีนัดผ่าตัดล่วงหน้าโดยต้องเป็นคนไข้ในของสถานพยาบาลเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งในขณะนี้มีทั้งหมด 30แห่งและการนัดผ่าตัดล่วงหน้าเฉพาะโรคที่กำหนดไว้ตามรายการโรค/หัตถการที่ประกาศในเว็บไซต์กรมเช่น การผ่าตัดถุงน้ำดีแบบผ่านกล้อง การผ่าตัดไส้เลื่อน การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าการผ่าตัดต้อหิน การรักษาภาวะแทรกซ้อนโดยตรงจากการรักษาครั้งก่อน เป็นต้น

อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวต่อว่าสำหรับการเบิกค่ารักษาพยาบาลของราชการจากสถานพยาบาลของเอกชนนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้นผู้เข้ารับบริการต้องชำระค่าใช้จ่ายเองและขณะนี้ได้มีข้อมูลเผยแพร่เกี่ยวกับเรื่องนี้ในสื่อ Social Media เป็นจำนวนมากข้อมูลส่วนใหญ่ค่อนข้างคลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริง หากข้าราชการ ผู้รับบำนาญหรือบุคคลในครอบครัวที่มีสิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาลไม่แน่ใจว่าข้อมูลดังกล่าวเชื่อถือได้หรือไม่ สอบถามได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-2273-6400หรือ 0-2271-7000 ต่อ 4441

"กรมบัญชีกลางเตรียมขยายการให้บริการกรณีนัดผ่าตัดล่วงหน้าของสถานพยาบาลเอกชนอีกกว่า 100 แห่งคาดว่าจะประกาศให้ทราบและสามารถเข้าใช้บริการได้ในเร็ว ๆ นี้" นายมนัสกล่าว

 .............................


กรมบัญชีกลางลงนามเพิ่มสิทธิ ขรก.ขยายรักษา 96 รพ.เอกชน ผ่าตัดล่วงหน้า 86 โรค

Sat, 2015-08-15 10:50 -- hfocus
//www.hfocus.org/content/2015/08/10664

กรมบัญชีกลางเพิ่มสิทธิประโยชน์สวัสดิการข้าราชการ ลงนามความร่วมมือกับ รพ.เอกชนเพิ่มอีก 66 แห่ง รวมเป็น 96 แห่งทั่วประเทศ พร้อมให้บริการนัดผ่าตัดล่วงหน้า ขยายโรคเพิ่มเป็น 86 โรค ครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่เบิกได้กว่า 80% เป็นการเพิ่มช่องทางให้กับข้าราชการและครอบครัวเข้ารับการผ่าตัดโดยไม่ต้องรอคิวนาน

เมื่อวันที่ 14 ส.ค. 58 ณ อาคารเฉลิมพระบารมี 50 ปี นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยภายหลังการลงนามบันทึกความร่วมมือกับ นพ.เฉลิม หาญพานิชย์ นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน เรื่องการดำเนินโครงการเบิกจ่ายตรงประเภทผู้ป่วยใน สถานพยาบาลของเอกชนกรณีนัดผ่าตัดล่วงหน้า ว่า โครงการนี้เป็นส่วนต่อยอดจากโครงการเดิม เมื่อปี 2554 ซึ่งมีจำนวน รพ.เอกชนที่ให้บริการเพียง 30 แห่งเท่านั้น และเพื่อให้ข้าราชการและครอบครัวมีช่องทางในการเข้ารับบริการมากยิ่งขึ้น จึงได้ขยายจำนวน รพ.เอกชนเพิ่มขึ้นอีก 66 แห่ง รวมเป็น 96 แห่ง ครอบคลุมส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ อีกทั้งยังได้เพิ่มจำนวนโรคที่กำหนดไว้ จากเดิม 78 โรค เป็น 86 โรค เช่น ผ่าตัดไส้เลื่อน การผ่าตัดแก้ไขโพรงกระดูกสันหลังส่วนเอวตีบแคบ การผ่าตัดเอ็นหน้าข้อเข่า เป็นต้น

ในส่วนของค่าใช้จ่ายนั้น กรมบัญชีกลางให้เบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลในอัตราเช่นเดียวกับการเข้ารับบริการใน รพ.รัฐ ซึ่งข้าราชการหรือครอบครัวจะต้องมีส่วนร่วมจ่ายบางส่วน เช่น ค่าธรรมเนียมแพทย์ และค่าธรรมเนียมพิเศษ เป็นต้น

อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวต่อว่า โครงการนี้สำเร็จได้ด้วยดีจากการให้ความร่วมมือและการให้การสนับสนุนการดำเนินงานจากสมาคมโรงพยาบาลเอกชน ทั้งในเรื่องของการรับสมัคร รพ.เข้าร่วมโครงการ การอบรม และการประชาสัมพันธ์โครงการนี้

"ผลจากการขยายจำนวน รพ.และจำนวนโรคให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ทำให้ผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดได้รับการรักษาเร็วขึ้น ไม่ต้องรอคิวนาน รวมทั้งเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับข้าราชการอีกทางหนึ่ง ที่สำคัญคือ ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยที่อยู่ในระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการให้ดีขึ้น สอบถามเพิ่มเติมได้ที่กรมบัญชีกลาง โทร. 02 127 7000 ต่อ 4614 ในวันและเวลาราชการ" นายมนัสกล่าว


พ.ศ.2552 ...กรมบัญชีกลางคุมเข้มเบิกจ่ายยา ขรก. ไม่ทำตามเกณฑ์ เรียกเงินคืนคลัง //www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=12-12-2016&group=29&gblog=1

พ.ศ.2552 … คลังตั้งทีมรื้อค่ารักษา ข้าราชการ 7 หมื่นล. ... คลังหน้ามืด!ค่ารักษาขรก. พุ่ง1.5แสนล. //www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=08-12-2009&group=29&gblog=2

พ.ศ.2552 … สรุปอภิปราย “มาตรฐานการกำหนดค่าใช้จ่ายและสิทธิประโยชน์ใน สวัสดิการการ ของ ข้าราชการ” //www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=26-02-2010&group=29&gblog=3

พ.ศ.2552 … เสนอเลือกเบิกจ่ายยาให้ข้าราชการบางกลุ่ม ??? .... ข้าราชการ ก็เตรียมตัวไว้บ้าง //www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=18-05-2009&group=29&gblog=4

พ.ศ.2553 … คลังเปิดทางให้ ข้าราชการนอนรักษาร.พ.เอกชนได้ ..... (ดูเหมือนดี แต่มันจะดีจริงหรือ ???) //www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=03-09-2010&group=29&gblog=5

พ.ศ.2554 … ขรก.จ๊ากแน่ คลังเลิกจ่าย ยานอก9กลุ่ม (ไทยโพสต์) ....นำกระทู้มาลงไว้เป็นข้อมูล //www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=25-01-2011&group=29&gblog=6

พ.ศ. 2555 … จ่ายยาต้นแบบให้ข้าราชการ (เบิกได้)แต่หมออาจต้องจ่ายเงินตัวเองให้ DSI.. //www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=22-07-2012&group=29&gblog=8

พ.ศ.2556 ...คลังรุกอีกคุมเข้ม"ป่วยนอก"ขรก.วางแนวให้"เหมาจ่าย"เผยเจอข้อมูลส่อทุจริตเวียนรับยารพ.600ครั้ง/ปี //www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=05-11-2012&group=29&gblog=7

พ.ศ.2557 … ปัญหายาข้าราชการ....ประเด็นที่ยังไม่มีใครพูดถึง ... โดยนาวาอากาศโท นายแพทย์ธนาธิป ศุภประดิษฐ์ //www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=25-10-2012&group=29&gblog=9

พ.ศ.2559 … กรมบัญชีกลาง “เตะหมูเข้าปากหมา”?ตัดงบ 60,000 ล้าน ให้ บ.ประกันบริหารค่ารักษา ขรก. //www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=29-09-2016&group=29&gblog=10

พ.ศ.2560 … ขบวนการใช้สิทธิขรก.โกงยา “สวมสิทธิ-ยิงยา-ช็อปปิ้งยา” – ปี’59 ใช้บริการกว่า 27.8 ล้านครั้ง //www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=14-08-2017&group=29&gblog=11




Create Date : 03 กันยายน 2553
Last Update : 14 สิงหาคม 2560 23:09:01 น. 3 comments
Counter : 1456 Pageviews.  
Share to Facebook

 
มีความเห็นจาก เพื่อใน FB

" สุดยอดวิธีกระจายความขาดทุนไปสู่โรงพยาบาลรัฐและเอกชน
โรงพยาบาลรัฐ : พวกเบิกได้หายไป แล้วจะเอาอะไรไปใช้หนี้
โรงพยาบาลเอกชน : กรูจ่ายตาม DRG ถ้าเกิน โรงบาลก็แบกรับส่วนขาดทุนไป
ส่วน ส.ส. ขึ้นเงินเดือนตัวเอง 15% :P "

............................................

ผม กลับมองว่า กรณีนี้ รพ.เอกชน ได้เปรียบครับ .. เพราะ ลูกค้า (ผู้ป่วย) ที่เป็นข้าราชการ น่าจะเพิ่มขึ้น เนื่องจาก ตัวข้าราชการคิดว่าเบิกได้บางส่วน ก็ยังดี ..

สำหรับ "รพ.เอกชน" เบ็ดเสร็จ ก็ได้เงินเหมือนเดิม เพราะ
ส่วนหนึ่งได้จากกระทรวงการคลังตาม DRG
ส่วนที่เหลือก็...ไปเก็บกับ ผู้ป่วย(ข้าราชการ)
เช่น ค่าใช้จ่าย ๑ แสน คลังเิบิก ๒ หมื่น อีก ๘ หมื่นก็เก็บจากผู้ป่วย .. ได้ครบเหมือนเดิม .. แต่ได้ปริมาณผู้ป่วยเยอะขึ้น

ไม่เหมือน "รพ.รัฐ" ครับ .... รพ.รัฐ ค่าใช้จ่าย ๑ แสน คลังให้ ๒ หมื่น .. ที่เหลือ รพ.ก็รับไปเอง (ขาดทุน) จึงเป็นที่มาของ รพ.รัฐ ที่ต้องประหยัด ลดต้นทุนให้มากที่สุด เพื่อความอยู่รอด ..

นี่ก้เป็นส่วนหนึ่ง ที่ทำให้ รพ. ( หมอ ) โดนตำหนิจากผู้่ป่วยว่า ทำไม ไม่มียาให้ ทำไมยาเบิกไม่ได้ ฯลฯ .. หมอก็รับไป ทั้ง ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องเลย ก็มีให้เบิกแค่นั้น ระเบียบเขากำหนดมาแบบนั้น จะให้ทำไง


โดย: หมอหมู วันที่: 4 กันยายน 2553 เวลา:1:44:03 น.  

 
น่าน้อยใจ เรามันเจ้าหน้าที่สภากาชาดไทย

เจ็บป่วยอย่างไร ก็ต้องไป...จุฬาฯ

เข้าที่อื่นก่อนก็ได้...แต่สำรองจ่าย แล้วไปเบิกตามหลัง

ได้เท่าไรก็ไม่รู้


โดย: ป้าเยาว์ (@NBC ) วันที่: 4 กันยายน 2553 เวลา:11:45:49 น.  

 

ขรก.จ๊ากแน่ คลังเลิกจ่าย ยานอก9กลุ่ม (ไทยโพสต์) .... นำกระทู้มาลงไว้เป็นข้อมูล https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=25-01-2011&group=7&gblog=123

คลังรุกอีกคุมเข้ม"ป่วยนอก"ขรก. วางแนวให้"เหมาจ่าย"เผยเจอข้อมูลส่อทุจริตเวียนรับยารพ.600ครั้ง/ปี https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=05-11-2012&group=7&gblog=164

สรุปอภิปราย “มาตรฐานการกำหนดค่าใช้จ่ายและสิทธิประโยชน์ ใน สวัสดิการการ ของ ข้าราชการ” https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=26-02-2010&group=7&gblog=52

เสนอเลือกเบิกจ่ายยาให้ข้าราชการบางกลุ่ม ??? .... ข้าราชการ ก็เตรียมตัวไว้บ้าง https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=18-05-2009&group=7&gblog=26

คลังตั้งทีมรื้อค่ารักษา ข้าราชการ 7 หมื่นล. ... คลังหน้ามืด! ค่ารักษาขรก. พุ่ง1.5แสนล. https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=08-12-2009&group=7&gblog=43

เจ็บป่วยฉุกเฉินมาตรฐานเดียว นโยบายดี แต่การปฏิบัติล้มเหลว ? ... https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=14-10-2014&group=7&gblog=185

ทีดีอาร์ไอ : ระบบประกันสุขภาพที่มีประสิทธิภาพและเท่าทียมของไทยในอนาคต https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=17-03-2013&group=7&gblog=173



โดย: หมอหมู วันที่: 17 กรกฎาคม 2558 เวลา:15:20:39 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

หมอหมู
Location :
กำแพงเพชร Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 763 คน [?]




ผมเป็น ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ หรือ อาจเรียกว่า หมอกระดูกและข้อ หมอกระดูก หมอข้อ หมอออร์โธ หมอผ่าตัดกระดูก ฯลฯ สะดวกจะเรียกแบบไหน ก็ได้ครับ

ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ เป็นแพทย์เฉพาะทางสาขาหนึ่ง ซึ่งเมื่อเรียนจบแพทย์ทั่วไป 6 ปี ( เรียกว่า แพทย์ทั่วไป ) แล้ว ก็ต้องเรียนต่อเฉพาะทาง ออร์โธปิดิกส์ อีก 4 ปี เมื่อสอบผ่านแล้วจึงจะถือว่าเป็น แพทย์ออร์โธปิดิกส์ โดยสมบูรณ์ ( รวมเวลาเรียนก็ ๑๐ ปี นานเหมือนกันนะครับ )

หน้าที่ของหมอกระดูกและข้อ จะเกี่ยวข้องกับความเจ็บป่วย ของ กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น กระดูก ข้อ และ เส้นประสาท โรคที่พบได้บ่อย ๆ เช่น กระดูกหัก ข้อเคล็ด กล้ามเนื้อฉีกขาด กระดูกสันหลังเสื่อม ข้อเข่าเสื่อม กระดูกพรุน เป็นต้น

สำหรับกระดูกก็จะเกี่ยวข้องกับกระดูกต้นคอ กระดูกสันหลัง กระดูกเชิงกราน กระดูกข้อไหล่ จนถึงปลายนิ้วมือ กระดูกข้อสะโพกจนถึงปลายนิ้วเท้า ( ถ้าเป็นกระดูกศีรษะ กระดูกหน้า และ กระดูกทรวงอก จะเป็นหน้าที่ของศัลยแพทย์ทั่วไป )

นอกจากรักษาด้วยการให้คำแนะนำ และ ยา แล้วยังรักษาด้วย วิธีผ่าตัด รวมไปถึง การทำกายภาพบำบัด บริหารกล้ามเนื้อ อีกด้วย นะครับ

ตอนนี้ผม ลาออกจากราชการ มาเปิด คลินิกส่วนตัว อยู่ที่ จังหวัดกำแพงเพชร .. ใช้เวลาว่าง มาเป็นหมอทางเนต ตอบปัญหาสุขภาพ และ เขียนบทความลงเวบ บ้าง ถ้ามีอะไรที่อยากจะแนะนำ หรือ อยากจะปรึกษา สอบถาม ก็ยินดี ครับ

นพ. พนมกร ดิษฐสุวรรณ์ ( หมอหมู )

ปล.

ถ้าอยากจะถามปัญหาสุขภาพ แนะนำตั้งกระทู้ถามที่ .. เวบไทยคลินิก ... ห้องสวนลุม พันทิบ ... เวบราชวิทยาลัยออร์โธปิดิกส์ หรือ ทางอีเมล์ ... phanomgon@yahoo.com

ไม่แนะนำ ให้ถามที่หน้าบล๊อก เพราะอาจไม่เห็น นะครับ ..




New Comments
[Add หมอหมู's blog to your web]