Group Blog
 
All blogs
 

ภาษาสแปนิชเบื้องต้น - La pronunciación IV

มาถึงตอนสุดท้ายของการออกเสียงในภาษาสแปนิชกันแล้วครับ หลังจากทราบหลักทั่วไปในการออกเสียงแล้ว คราวนี้ลองมาดูกันว่าถ้าเอาคำมาต่อกันเป็นวลีหรือประโยคแล้ว จะออกเสียงกันอย่างไร

ในภาษาพูดทั่วๆไป เค้าจะไม่ออกเสียงเป็นคำๆไป แต่จะมีการเชื่อมคำเพื่อให้เิกิดความไหลลื่นมากขึ้น เช่น
La casa de mi tía อ่าน ลา-ก๊าสะ-เด-มี-ติ๊อ่ะ
ตัวอย่างนี้ ง่ายที่สุด เพียงแค่ออกเสียงไปอย่างต่อเนื่องเท่านั้น

Lupe come pan. อ่าน ลู้เป่-โก้เหมะ-ปัน

หากพยัญชนะตัวสุดท้ายของคำ ตามด้วยคำถัดไปที่ขึ้นต้นด้วยสระ ให้ออกเสียงต่อกันเหมือนเป็นคำเดียวกัน เช่น
el otoño อ่าน เอล-โหล่-โต๊-โหญ่ะ
Ester anda อ่าน เอ่ส-เต้ร-ร้าน-ดะ
unos estudios interesantes อ่าน อู๊-โนส-เซส-ตู๊-ดิ-โอส-ซิน-เต-เร-ซ้าน-เตส

หากคำใดลงท้ายด้วยสระ แล้วคำต่อไปขึ้นต้นด้วยสระ ให้ออกเสียงเหมือนสระควบ เช่น
tu escritorio อ่าน ตุเอส-กริ-โต๊-หริโอะ
Roberto y Luis อ่าน โหร่-เบ๊-โต่ย-ลุอิส
negocio importante อ่าน เหน่-โก๊-ซิเอียม-ป่อร-ต๊าน-เตะ

ถ้าคำใดลงท้่ายด้วยสระ แล้วคำต่อไปลงท้ายด้วยสระ ตัวเดียวกัน ให้ออกเสียงนั้นนานขึ้นกว่าออกเสียงสระแค่ตัวเดียว เช่น
Ana alcanza อ่าน อะ-นาล-ก๊าน-สะ
tiene eso อ่าน ติเอ-เน้-โสะ
ถ้าเจอสระต่อกันในคำเดี่ยวก็เข้าข่ายนี้เหมือนกัน เช่น
crees อ่าน เกรส
Teherán อ่าน เต่-ร้าน
coordinación อ่าน โกร-ดิ-นา-สิ-อ้น

คำใดที่ลงท้ายด้วยพยัญชนะและเหมือนกับพยัญชนะตัวแรกของคำต่อไป ก็ควบได้เลย เช่้น
el lado อ่าน เอล-ล้า-โดะ
tienes sed อ่าน ติเอ-เน้-เสด

สุดท้าย คำที่ลงท้ายด้วย n และคำต่อไปขึ้นต้นด้วย p เสียง n ให้ออกเป็น m แทน เช่น
Con permiso. อ่าน โกม-เปร-มิ-โสะ

เรื่องการควบเสียงนี้เองที่ทำให้นักเรียนภาษาเมื่อฟังคนที่พูดสแปนิชเป็นภาษาหลักแล้ว เกิดอาการเหวออยู่บ่อยๆ (ผมก็เป็นอ่ะ เหอ เหอ) มีเรื่องขำๆนิดหน่อยคือ เวลาเห็นป้ายประกาศอะไรที่เค้าติดมาสองภาษา เห็นได้เลยว่า ภาษาสแปนิชจะเขียนยาวกว่าเกือบสองบรรทัด แต่ถ้าให้ฝรั่งกับคนอิสปานิกเริ่มอ่านภาษาของตัวเองโดยใช้ความเร็วปกติ คนอิสปานิกอ่านประกาศได้จบก่อน .... เพราะเรื่องควบคำนี่ล่ะครับ เหอะๆ

นอกจากนี้ ยังมีสิ่งเล็กๆน้อยๆ เพื่อทำให้การออกเสียงได้เหมือนเจ้าของภาษามากขึ้นเมื่อสนทนากันจริงๆ คือ เรื่อง intonation ซึ่งก็คือ การขึ้นลงเสียงสูงเสียงต่ำไปตามลักษณะของประโยค ได้แก่
- ในประโยคบอกเล่า - ไม่มีอะไรพิเศษแต่อย่าลืมกฏการออกเสียงและการควบคำ ส่วนพยางค์สุดท้ายจะลงเสียงต่ำ
- ประโยคคำถามแบบต้องการคำตอบ ใช่/ไม่ - ขึ้นเสียงสูงเมื่อสิ้นสุึดประโยค
- ประโยคคำถามแบบต้องการข้อมูล - เมื่อจบประโยค เสียงสูงจะลงต่ำลงมาเล็กน้อย
- ประโยคคำถามแบบให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง - ขึ้นเสียงสูงที่ตัวเลือกต่างๆ แต่ลงเสียงต่ำเหมือนจบประโยคบอกเล่าที่ตัวเลือกสุดท้าย เช่น
¿Quieres café, o leche? อ่าน กิเอเรส กาเฟ๊ เต๊ โอ เล้เฉ่ (คำสุดท้ายเป็นไปตามกฏการเน้นคำ ลงเสียงต่ำ)

เป็นอันว่า เรื่องของกา่รออกเสียงก็จบลงเพียงเท่านี้ แต่เพียงแค่ตัวหนังสืออาจจะยังไม่สามารถสื่อได้ถึงการออกเสียงที่ถูกต้องจริงๆ หากมีเวลาอยากให้ลองหาคลิปใน youtube หรือจะเป็น podcast ก็ได้ แล้วหัดออกเสียงตาม ซึ่งจะช่วยเรื่องการออกเสียงได้เป็นอย่างมาก

คราวหน้า บทเรียนต่างๆต่อไปจะอยู่ใน อีก Group Blog ใหม่ ไว้เจอกันครับ
¡Hasta la vista!




 

Create Date : 03 กุมภาพันธ์ 2552    
Last Update : 3 กุมภาพันธ์ 2552 13:20:35 น.
Counter : 1813 Pageviews.  

ภาษาสแปนิชเบื้องต้น - La pronunciación III

ช่วงนี้กำลังคึก ต้องรีบต่อ

คราวที่แล้วว่ากันด้วยเรื่อง diptongo หรือสระควบที่มาจากสระเดี่ยวสองตัว จริงๆแล้วสาเหตุที่แยก triptongo ออกมาเพราะว่าสัมพันธ์กับการใช้ acento สิ่งที่อยากให้สังเกตเกี่ยวกับ triptongo คือ ถ้าเอาสระสามตัวมาต่อกันแล้วออกเสียงให้เป็นพยางค์เดียวนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แล้วทำไมต้องสนใจตรงนี้ด้วย คำตอบ คือ ภาษาสแปนิชนั้น มีสิ่งที่เรียกว่า verb conjugation คือการที่ต้องผันกริยาไปตามรูปของประธานของประโยคนั้น ซึ่งก็จะมีหลักในการเปลี่ยนรูปตามมา ดังนั้นเมื่อบังเอิญไปเจอสระมาต่อกันสามตัว ทำให้ออกเสียงได้ยาก ดังนั้นจึงต้องมีการแก้ไขเพื่อให้ออกเสียงได้ง่าย ซึ่งการใช้ acento ก็เป็นวิธีนึง ส่วนวิธีอื่นเดี๋ยวมาแน่ครับ ใจเย็นๆ เหอ เหอ

สิ่งที่อยากให้สังเกต เมื่อมี diptongo หรือ triptongo คือ เมื่อใดก็ตามที่มี acento ปรากฏ นั่นหมายความว่าสระควบนั้นๆจะต้องแตกออกไม่เป็นพยางค์เดียวอีกต่อไป เช่น

adiós (ลาก่อน)io คือสระควบ แทนที่คำนี้จะมีสองพยางค์ เมื่อมี acento สระควบ io จึงแตกออกไป คำนี้จึงอ่านว่า อะดิโอ้ส นับได้สามพยางค์

estudiéis คำนี้เป็น triptongo มีสระ iei จะให้ออกเสียงก็ไม่รู้จะออกยังไง ดังนั้นเมื่อมี acento จึงแยกออกมา อ่าน เอสตูดิเอ้ส

โดยสรุป ข้อการใช้ acento ที่สำคัญมีดังนี้
1. ใช้แยก diptongo และ triptongo เหมือนตัวอย่างที่ยกมา
2. เมื่อเขียน acento จะอยู่เหนือสระเสมอ ถ้าไปเจออยู่เหนือพยัญชนะั รู้ได้เลยว่าผิดแน่ๆ
3. เมื่อใช้ร่วมกับกฏการออกเสียงให้สังเกต เช่น ถ้าคำมีสามพยางค์แล้วจำไม่ได้ว่าจะวาง acento ตรงไหน จากกฏการออกเสียง คือ ถ้าคำลงท้ายด้วยสระ จะต้องเน้นเสียงที่พยางค์ก่อนหน้าทันที แต่ถ้าตรงนั้นมี acento บอกได้ทันทีเลยว่าผิด เช่น brócoli อ่าน โบร๊โคหลิ สมมติว่าไม่มี acento ต้องอ่าน โบร่โค้หลิ ดังนั้นถ้าไปใส่ acento ที่พยางค์ที่สองจึงไม่มีความจำเป็น เพราะเน้นเสียงไปแล้วตามกฏ ทำให้รู้ได้เลยว่าคำนี้ไม่ได้ใส่ acento ที่พยางค์ที่สองแน่นอน
4. คำที่สะกดเหมือนกันแต่ถ้าขาด acento ไปความหมายเปลี่ยนทันที แม้จะออกเสียงเหมือนกันก็ตาม เช่น el (the) กับ él (he,him)
5. ใช้จำแนกหน้าที่ของคำ เช่น ในประโยคคำถาม จะต้องมี acento เสมอ
- ¿Dónde está él? - Where is he?
- En lugar donde trabaja. - At the place where he works.
หรือ กรณี demonstrative adjectives and pronouns
- ¿Necesitas ese libro? - Do you need that book?
- Sí, necesito ése. - Yes, I need that one.

ไม่ต้องงงไปนะครับ ยกตัวอย่างมาให้ดูก่อน เดี๋ยวค่อยมาว่ากันคราวหลัง ตอนนี้มาต่อเรื่องการออกเสียงต่อดีกว่านะ

ยังจำกันได้จากคราวแรกหรือเปล่าครับ ที่พยัญชนะ c ออกเสียงได้สองแบบ คือ ออกเสียง k เมื่ออยู่หน้า a,o,u ถือเป็นเสียงหนัก และออกเสียง s เมื่ออยู่หน้าสระ e,i เป็นเสียงเบา คราวนี้ถ้าอยากออกเสียง k หน้าตัว e,i จึงต้องทำการเปลี่ยนจากตัว c เป็น qu โดยไม่ออกเสียงตัว u เช่น
- café กะเฟ่ - อยู่หน้าสระ a เป็นเสียงหนัก
- cena เซ่หนะ - อยู่หน้า e เป็นเสียงเบา
- química กิ๊มิกะ - เปลี่ยน c เป็น qu จึงมาอยู่หน้าสระ i ได้ ถือเป็นเสียงหนัก

เช่นเดียวกับตัว g ที่ออกเสียง ก เมื่ออยู่หน้า a,o,u และออกเสียง ฮ เมื่ออยู่หน้า e,i ถ้าอยากอยู่หน้า e,i แต่ออกเสียง ก จึงต้องเปลี่ยนจาก g เป็น gu เช่น
- gato ก๊าโตะ - อยู่หน้า a เสียงหนัก
- giro ฮิ๊โหระ - หน้า i เสียงเบา
- guitarra กิต๊าหรระ - เปลี่ยน g เป็น gu จึงอยู่หน้า i ได้ ถือเป็นเสียงหนัก

ท้ายสุด ขอพูดถึง ตัวการออกเสียงตัว r ผมว่าคนไทยไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องนี้ เพราะส่วนใหญ่ยังออกเสียงตัว r ในภาษาอังกฤษไม่ชัด จึงไม่เป็นปัญหาในการเรียนภาษาสแปนิช ต่างจากคนอเมริกัน ที่ติดการออกเสียงตัว r ได้เปรียบเค้าก็ตรงนี้ล่ะ หุ หุ

ในกรณีที่ r ไม่ใช่ตัวควบกล้ำ เมื่อใดก็ตามที่เป็นตัวท้ายของพยางค์ ต้องออกเสียง r เสมอ โดยออกเสียงคล้าย ร ในภาษาไทย แต่ไม่รัวลิ้นเท่า rr เช่น caminar (to walk - เดิน) อ่าน กาหมิน้า หลังจากออกเสียงพยางค์สุดท้าย -น้า- ให้รัวลิ้นเบาๆ เปรียบเทียบง่ายๆ คือ r ออกเสียง ร แต่เบาและไม่ชัดเท่า ร ปกติ ในขณะที่ rr ให้รัวลิ้นเว่อร์ๆไปเลย

ดูเหมือนเยอะแยะเต็มไปหมดเลยวันนี้ อย่าเพิ่งหมดกำลังใจท้อไปก่อนนะครับ ค่อยๆเรียนรู้กันไป มาทบทวนอีกทีว่าวันนี้มีอะไีรกันบ้าง
- การใช้ acento เพื่อแตกเสียงสระควบ diptongo และ triptongo
- การออกเสียงตัว c และ g โดยสังเกตเสียงหนัก เบา และการเปลี่ยนเสียงเบาให้เป็นหนัก
- การออกเสียงตัว r

ลองหัดออกเสียงคำเหล่านี้ดูนะครับ **ไม่ขอรับผิดชอบหากเกิดอาการลิ้นพันกัน ฮ่า ฮ่า..!

caminar, alrededor, laboratorio, hablar, bien, María, postre, rico, carro, cuna, cerveza, que, gula, generoso, guerra, mujer, traigo, agua, treinta, Luis, bueno, río, aroma, correr, cierra, Úrsula, país, dieciséis, veintisiete

แล้วพบกันคราวหน้าครับกับตอนสุดท้ายของบทเรียนการออกเสียง (linking and intonation)




 

Create Date : 01 กุมภาพันธ์ 2552    
Last Update : 1 กุมภาพันธ์ 2552 15:53:47 น.
Counter : 1987 Pageviews.  

ภาษาสแปนิชเบื้องต้น - La pronunciación II

ช่วงนี้กำลังว่าง รีบมาเขียนต่อดีกว่า เพราะยังไม่ได้ขึ้นบทเรียนจริงๆจังๆเลย หุ หุ

ก่อนอื่นขอเฉลยแบบฝึกหัดก่อนนะครับ

fama, Panamá, mucho, Vicente, morena, lápiz, café, tomate, bastante, Ramón, instante

อ่านได้ตามนี้

ฟ้าหมะ, ปะหนะม้า, มู้โฉะ, บิเซ้นเตะ, โหมะเร้หนะ, ล้าปิซ, กะเฟ่, โตะม้าเตะ, บัสต๊านเตะ, หระโม่น, อินสะต๊านเตะ

สังเกตอย่างนึงนะครับ พยางค์ที่เน้นจะออกเสียงสระยาวกว่า ส่วนพยางค์อื่นๆจะออกเสียงสั้น

แบบฝึกหัดที่ให้ไปเป็นแบบสระเดี่ยว ออกเสียงได้ง่าย ต่อไปจะเป็นเรื่องของ สระควบ (Diphthong - Diptongo)คือเมื่อมีสระสองตัวติดกัน แต่ออกเสียงเหมือนเป็นสระตัวเดียว และนับเป็นพยางค์เดียว วิธีออกเสียงก็ไม่ยากครับ คือ ออกเสียงสระตัวแรกแล้วไหลไปสระตัวที่สองเร็วๆ ได้แก่

- ai หรือ ay ถ้าเทียบง่ายๆก็คือ สระไอ แต่ไม่ออกชัดๆ ให้แยกเป็น อา-อิ แล้วออกเสียงเร็วๆแทน เช่น aire (อากาศ) อ่าน อ๊ายเหระ คำนี้มีสองพยางค์ และอย่าลืมกฏการเน้นเสียงนะครับ คำลงท้ายด้วยสระ เน้นเสียงพยางค์ก่อนหน้าเสมอ

- ei หรือ ey อ่านเหมือนคำว่า say ในภาษาอังกฤษ คือ เอ-อิ เร็วๆ เช่น seis (6) เซ้ส

- oi หรือ oy อ่านเหมือน โอย แต่จริงๆคือ โอ-อิ เช่น hoy (วันนี้) โอย

- ui หรือ uy เทียบง่ายๆคือ อุย จริงๆคือ อุ-อิ เช่น muy (มาก) มุย

- au อาว จริงๆคือ อา-อู เช่น autobús(รถเมล์) อาวโตบุ้ส

- eu เอว เช่น Europa (ยุโรป) เอวโร้ป่ะ

- ia เอีย จริงๆคือ อิ-อา เช่น media (ครึ่ง) เหม่เดี้ย

- io อันนี้ไม่มีในภาษาไทย ให้ออก อิ-โอ เช่น novio (แฟนผู้ชาย) โน๊วิโอะ คำนี้ถือว่ามีสองพยางค์

- iu อิว เช่น ciudad (เมือง) ซิวด้าด

- ua อัว เช่น agua (น้ำ) อ๊ากัว

- ue ไม่มีในภาษาไทยอีกเหมือนกัน ออกเสียง อุ-เอ เช่น bueno (ดี) บุเอ๊โหนะ

- uo คล้ายๆ อัว แต่ออก อุ-โอ เช่น monstruo (สัตว์ประหลาด) ม้นสตรัว

นอกจากนี้ยังมี Triphthong - Triptongo สระติดกันสามตัว ซึ่งปรากฎในภาษาถิ่นของประเทศสเปน ที่เรียกว่า Castellano - คั่สเตย้าโหนะ แต่ในละตินอเมริกันแล้วถือว่าไม่ได้ ซึ่งจะกล่าวถึงต่อไป

วันนี้ไม่มีการบ้านให้นะครับ (เย้.....) ไว้รวบยอดคราวหน้า เพราะจะว่ากันด้วยเรื่องของ triptongo และ acento รับรองการบ้านสนุกแน่ๆ




 

Create Date : 31 มกราคม 2552    
Last Update : 31 มกราคม 2552 13:59:39 น.
Counter : 1522 Pageviews.  

ภาษาสแปนิชเบื้องต้น - La pronunciación I

La pronunciación ลา โปรนุนเซียสิอ้น

หลังจากรู้จักกับตัวอักษรในภาษาสแปนิชไปแล้ว คราวนี้มารู้จักกับหลักการออกเสียงกันดีกว่าครับ

หากเมื่อเทียบกับภาษาอังกฤษหรือภาษาตะวันตกอื่นๆแล้ว ภาษาสแปนิชมีหลักการออกเสียงที่ง่ายกว่ามาก เพราะสะกดอย่างไรก็ออกเสียงไปอย่างนั้น ไม่มีการไหลไปมาเหมือนภาษาอังกฤษ เช่น คำว่า few กับ sew ในภาษาอังกฤษมีสระและตัวสะกดเหมือนกัน แต่ดันออกเสียงไม่เหมือนกัน ดังนั้นหากจำหลักการออกเสียงได้ ก็สามารถอ่านออกเสียงคำและประโยคในภาษาสแปนิชได้หมดเลย

ก่อนจะเริ่มบทเรียนนี้ อย่าลืมกลับไปทบทวนบทเรียนก่อนหน้าเกี่ยวกับการออกเสียงพยัญชนะ และ สระ ก่อนนะครับ

กฏการออกเสียงคำในภาษาสแปนิชมีดังนี้

1. คำใดก็ตามที่ลงท้ายด้วย สระ ตัว n หรือ ตัว s ให้เน้นเสียงที่พยางค์ก่อนหน้าพยางค์สุดท้ายเสมอ เช่น
- dinero อ่าน ดิเน้โหระ
- anda อ่าน อ๊านด่ะ
- ustedes อ่าน อุสเต๊เดส

2. คำที่ลงท้ายด้วยพยัญชนะอื่นนอกจาก ตัว n หรือ ตัว s ให้ออกเสียงเน้นพยางค์สุดท้าย เช่น
- ustedอ่าน อุสเต้ด

3. ในกรณีที่คำใดมีเครื่องหมาย acento (อะเซ้นโตะ)ให้ออกเสียงเน้นพยางค์นั้นทันที โดยไม่คำนึงถึงกฏสองข้อก่อนหน้า เช่น
- jamón อ่าน หะโม่น
- lección อ่าน เหล็กสิโอ้น
- número อ่าน นู้เมะโหระ

ในระบบการออกเสียง ถ้าเน้นเสียงผิดพยางค์ความหมายก็เปลี่ยนไปเลยทันที คล้ายๆภาษาไทยน่ะ ที่ออกเสียงวรรณยุกต์ผิด ความหมายก็เปลี่ยนไปเลย เช่น
papa - ป๊าป่ะ (มันฝรั่ง)
papá - ป่าป้า (พ่อ)

ดังนั้นเมื่อมาถึงระบบการเขียนเครื่องหมาย acento นี้ ในภาษาสแปนิช จึงมีความสำคัญมากๆ หากลืมเขียน ความหมายก็เปลี่ยนไปทันที ทั้งๆที่ออกเสียงเหมือนกัน เช่น
si - ซิ (ถ้า)
sí - ซิ (ใช่)

เท่านี้ก็อ่านภาษาสแปนิชได้เกือบหมดแล้ว แต่ยังมีเรื่องเกี่ยวกับการออกเสียงอีกนิดหน่อยที่ต้องรู้ไว้ คือ สระควบ การใช้ acento เสียงหนัก เบา การควบและเชื่อมคำ รวมถึงทริคเล็กๆน้อยๆที่จะทำให้ออกเสียงได้เหมือนเจ้าของภาษา (บล๊อกนี้เน้นการออกเสียงและการใช้ภาษาสแปนิชแบบละตินอเมริกันนะครับ ขอเน้นอีกที) เอาเป็นว่าเดี๋ยวค่อยมาต่อวันหลัง สำหรับวันนี้ เอาแบบฝึกหัดไปก่อน


fama, Panamá, mucho, Vicente, morena, lápiz, café, tomate, bastante, Ramón, instante




 

Create Date : 30 มกราคม 2552    
Last Update : 31 มกราคม 2552 14:00:12 น.
Counter : 2278 Pageviews.  

ภาษาสเปนเบื้องต้น - El alfabeto

¡Bienvenido!

ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่บล๊อกของผมนะครับ หลังจากได้ไปเยี่ยมบล๊อกของชาวบ้านมาหลายๆที่ บวกกับความที่ใกล้ชิดกับผู้ใช้ภาษาสเปนอยู่ทุกๆวัน ก็เลยเกิดอยากจะเขียนบล๊อกกับเค้าบ้าง ปกติก็ไม่ใช่คนที่จะเขียนอะไรได้ยาวๆ แต่ไอ้เจ้าความที่ได้เรียนมาแล้ว แต่ถ้าไม่ได้ทบทวนเลย ความรู้มันก็จะฝ่อลงไปเรื่อยๆ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว เอามาเขียนลงซะเลย เผื่อว่าจะมีประโยชน์กับผู้ที่สนใจอยากจะเรียนภาษาสเปนบ้างไม่มากก็น้อย

ในที่นี่ผมจะเน้นการใช้ภาษาสเปน แบบ Latin American Spanish นะครับ ซึ่งใช้กันในทวีปอเมริกากลางจนไปถึงใต้ ทั้งนี้จะมีความแตกต่างจากภาษาสเปนที่ใช้ในสเปนไปบ้างเล็กน้อย แต่อย่างไรก็ตามโดยทั่วไปแล้วก็สามารถคุยกันรู้เรื่องอยู่ดี เหมือนกันภาษาอังกฤษ British English VS American English นั่นเอง ทั้งนี้ผมจะพยายามแทรกรายละเอียดเรื่องความแตกต่างนี้เอาไว้เท่าที่จะทำได้ครับ

มาเริ่มกันดีกว่า

El alfabeto:


ตัวอักษรในภาษาสเปนทั้งหมดเป็นอักษรโรมันทั้งหมดเหมือนภาษาอังกฤษ คือ 26 ตัว บวกกับตัวอักษรที่เพิ่มมาอีก 4 ตัว ทั้งหมดนี้ได้แก่
a, b, c, ch, d, e ,f ,g ,h, i, j, k, l ,ll, m, n, ñ, o, p, q, r, rr, s, t, u, v, w, x, y, z

a อา - ออกเสียงตรงตัวเลย เช่น casa (บ้าน) ก๊าส่ะ



--------------------


b เบ - ถ้าขึ้นต้นคำ หรือ ตามหลัง m,n ให้ออกเสียง บ เช่น bonita (สวย)โบ่นิตะ ถ้าอยู่ที่อื่นหรือระหว่างสระจะออกเสียงระหว่าง บ กับ ว โดยริมฝีปากไม่มาติดกัน เช่น Cuba (ประเทศคิวบา) กูวา

c เซ - มีสองเสียงคือ ถ้าอยู่หน้า a,o,u ออกเสียงเหมือน k ในภาษาอังกฤษ แต่ออกมาทาง ก เบาๆ เช่น casa ก๊าส่ะ แต่เมื่ออยู่หลัง e,i จะออกเสียงเหมือน s เช่น cero (ศูนย์) อ่านว่า เซ่โหร่

ch เช - ช เช่น Chile (ประเทศชิลี) อ่าน ชิเล

d เด - มีสองเสียง คือ ถ้าขึ้นต้นคำ หรือตามหลัง l,n ออกเสียงเหมือน ด เช่น (สอง) อ่านว่า โด้ส หรือ falda (กระโปรง) อ่าน ฟัลดะ นอกนั้นออกเสียงเหมือน th ในภาษาอังกฤษ แต่เบากว่า เช่น nada (ไม่มี) อ่าน น้าด่ะ

e เอ - ออกเสียงตรงๆ เช่น mes (เดือน) อ่าน เม้ส



--------------------


f เอ๊ฟเฟ่ - ฟ เช่น feo (น่าเกลียด) อ่าน เฟ้โอ่

g เฮ - มีเสียงหนักเสียงเบา เมื่ออยู่หน้า a,o,u ออกเสียงเหมือน ก แต่ออกชัดเลย เช่น gato (แมว) ก๊าโตะ แต่เมื่ออยู่หลัง e,i ออกเป็น ฮ เช่น gente (คนหลายคน) อ่าน เฮ้นเตะ

h อ๊าชเช - ไม่ออกเสียง เช่น hoy (วันนี้) ออย

i อิ - สระอิ เช่น sí (ใช่) ซิ



--------------------


j โฮ๊ตา - ออกเสียง ฮ แต่ออกเสียงหนักมาก เช่น junio (มิถุนายน) ฮู้นิโอ่

k กา - เหมือน k ในภาษาอังกฤษ แต่ออกมาทาง ก เบาๆ เช่น kilómetro (กิโลเมตร) กิโล้เมโตร่ะ

l เอ้ลเล - ล lago (ยาว) ล้าโกะ

ll เอ้เย - ย bella (สวย) เบ๊ย่า

m เอ้มเม - ม mucho (มาก) มู้โฉะ

n เอ้นเน่ - น no (ไม่) โนะ

ñ เอ้นเญ่ - เสียงนี้ไม่มีในภาษาไทย ออกเสียงขึ้นจมูกเหมือนคำว่า onion ในภาษาอังกฤษ เช่น niño (เด็กผู้ชาย) นิ้นโญะ

o โอ - สระโอ ocho (แปด) โอ๊โฉะ



--------------------


p เป - ป papá (พ่อ) ป่ะป้า

q กู - มักจะตามหลังด้วย u หรือ i ออกเสียง เหมือน k เช่น queso (ชีส) เก๊โสะ

r เอ้เร - ร oro(โอ๊โระ) ทอง

rr เอ้เรร่ - ร แต่ รัวลิ้นหนักๆเลย perro (สุนัข) เป๊โรร่ นอกจากนี้คำที่ขี้น r เพียงแค่ตัวเดียว หรือ เมื่อเจอ r ตัวเดียวตามหลัง n,l,s ก็ให้รัวลิ้นได้เลย เช่น rojo (สีแดง) โรร่โฮะ Enrique เอนรริเก้

s เอ้สเส่ - ส เช่น sí

t เต้ - ต té (ชา) เต้

u อู - ออกเสียง อู เช่น uno (หนึ่ง) อู๊โน่



--------------------


v เว - ไม่มีความแตกต่างกับ b ในภาษาสแปนิช เช่น vino (ไวน์) บิโน่ uva (องุ่น) อู๊วา

w โดเบลเบ่ - ว ส่วนใหญ่ใช้กับคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษ

x เอกิส - หากอยู่ระหว่างสระให้ออกเสียงเหมือน ks ในภาษาอังกฤษ เช่น examen (การสอบ) เอ๊กซาเมน แต่หากอยู่หน้าพยัญชนะ ให้ออกเสียงเหมือน s เช่น excusa (ข้อแก้ตัว) เอสกู๊ซ่า **ประเทศ México อ่านว่า เม๊ฮิโก โดย x ออกเสียงเหมือน j

y อิกิริเอก่า - ย แต่ถ้าอยู่เดี่ยวๆหรืออยู่ท้ายคำ ออกเสียงเหมือน i เช่น hoy (วันนี้) ออย

z เซ้ตา - ส เช่น taza (ถ้วย) ต๊าสะ

ลองฝึกออกเสียงตามดูนะครับ

¡Hasta luego!




 

Create Date : 29 มกราคม 2552    
Last Update : 26 ธันวาคม 2552 7:56:55 น.
Counter : 17749 Pageviews.  


Valentine's Month


 
classhopper
Location :


Dallas, Texas
United States

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 32 คน [?]




How's it goin' everybody!

Thanks for looking up for my profile; however, I don't really have many interesting things about me. Anyway, I create this blog just to refresh my Spanish a little bit, and I believe that this blog would be helpful for anyone whom is interested in Spanish. Thanks again for visiting my blog and hope you guys enjoy learning Spanish.


¿Qué tal?

Muchas gracias por buscar mi perfil, pero no tengo muchas cosas interesantes de mí aquí. Bueno, yo creo este blog para refrescar mi español un poquito y creo que este blog podría ser provechoso para alguien que está interesando en español. Muchas gracias otra vez por visitar mi blog y espero que se diviertan para aprender español.
free counters
Friends' blogs
[Add classhopper's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.