SA TOB ..............

ประสบการณ์ การขอวีซ่า Working Holiday New Zealand

จริง แล้ว ประสบการเกี่ยวกับ WH NZ นั้นผมได้เขียนไปบอกกล่าวเพื่อนๆ พี่ๆ ที่กำลังจะไป WH NZ รุ่นเดียวกันให้ทราบครับ หลังจากที่ผมผ่านวีซ่าแล้ว โดยข้อความต่อไปนี้ เป็นข้อความที่ผมเขียนเพื่อส่งเมล์ครับ แต่อยากเอามาลงที่นี้ ด้วย


สวัสดีครับ เพื่อน ๆ และ พี่ทุกคน แต่คงไม่มีน้องๆ วันนี้มาพร้อมกับพาดหัวข่าวแบบหนังสือพิมพ์ที่เค้าว่ากันว่ามียอดจำหน่ายสูงสุดในประเทศไทยกันเลยนะครับ อิอิ ก่อนอื่น ขอ บอกก่อนว่า ผมผ่านวีซ่าแล้วครับ จะไปรับวันจันทร์นี้ ตอนบ่าย.... เย้ๆ ...แต่วันนี้จะขอมาเล่าสรุปเหตการณ์ ตั้งแต่ต้นเลยนะครับ ว่ากว่าจะฟันฟ่ามาจนถึงวันนี้ ผมผ่านอะไรมาบ้างง หวังว่า คงจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะครับ สำหรับคนที่กำลังจะยื่นวีซ่าหรือกำลังรอสัมภาษณ์ของ สท.อยู่


วันนึง.......(สักวันแหละ) เปิด web ดูอะไรเรื่อยเปื่อยเลยบังเอิญเจอกับวีซ่าชนิดนี้ก็เลยไปถามสถานฑูต NZ เค้าให้คำตอบมาว่าของปีนี้เต็มแล้วค่ะ แต่เราจะเปิดรับอีกที ตอนเดือน ก.ค. .... OK ไม่เป็นไร รอได้

วันนึง - อีกครั้ง ..... เปิด web ดูเรื่อยเปื่อย ก็บังเอิญอีก ... ว่าสท.เค้าเปิดรับโทรจองสัมภาษณ์แล้ว เป็นวันที่ 2 ก็เลยโทรไป เค้าบอกว่าหลักฐานยังไม่ครบ ไม่สามารถจองสัมภาษณ์นะคะ

วันรุ่งขึ้น ..... โทรไปอีก ..... เอ่อ จะมาจองสัมภาษณ์ WH NZ ครับ ---- มีหลักฐานครบหรือยังคะ?? ...... อ๋อ ครบแล้วครับ ..(จิงๆโม้ ) งั้นสัมภาษณ์วันที่ 17 ก.ค. นะคะ โอเคครับ (อีกเดือนกว่า)

1 อาทิตย์ ถัดมา ... ไปสอบโทอิค .แบบไม่รู้อะไรเลย ไม่รู้ว่าข้อสอบเป็นงัยอะไรบ้าง เสียตังไปพันนึง วันรุ่งขึ้นไปรับผล ปรากฏว่า คะแนนไม่ถึง 300.
... เลยนั่งเซ็งกับความ อ่อนแอภาษาของตัวเอง

2อาทิตย์ถัดมา (ระหว่างนั้น กลับไปอ่านหนังสือ ตั้งแต่ เรื่อง Tenes เลยทีเดียว) ก็ไปสอบ (เมื่อวานเพิ่งอ่านจบ แนวข้อสอบยังไม่ได้ลองทำเลย) ผลปรากฎ ... ได้ 300 กว่า ง่า จาร้องไห้ .... อ่า ผลยังไม่ผ่าน เกณฑ์ ของสท. ด้วย

ทีนี้ที่บ้านเลยบอกว่า ให้สอบครั้งนี้ ครั้งสุดท้าย ไม่ผ่าน ก็ไม่ต้องไป อดแน่ ประมาณนั้น

1 อาทิตย์ต่อมา ก็ไปสอบ (ระหว่างนั้น ทำข้อสอบ อย่างเดียว เฉพาะแกรมม่า ไม่ต่ำกว่า 400 ข้อ) ซึ่งถ้าผล ออกมาไม่ผ่าน ที่บ้านจะให้โทรไป cancle เลย เพราะ มะรืน ต้องสัมภาษณ์กับสท.แล้ว วันรุ่งขึ้นเลยไปรับผล ----- พระเจ้า ...... ได้ 430 ผ่านแล้วววว เว้ยยยยยยยยยย แอบดีใจเล็กๆ .... คะแนนมันอาจจะน้อยนะในสายตา ของพี่ๆ เพื่อนๆ แต่ตัวผม ผมดีใจครับ ไม่ได้ดีใจที่ว่ามันคะแนนผ่านนะครับ ดีใจที่ว่า ความพยายามของผมไม่สูญ ....

.. สรุป วันที่ไปรับผลโทอิค สท.โทรมาเลื่อนนัด ซะงั้น เพราะเจ้าหน้าที่เค้าไปสัมมานาต่างจังหวัด ไม่มีใครอยู่ อืมไม่เปนไรครับ .. เลื่อนไปอีก 2 วัน OK เจอกัน สท. วันที่ 19 ก.ค.

19 ก.ค. ไปสัมภาษณ์ .... เตรียม สคริปไปก่อน ------- แล้วเจ้าหน้าที่ก็มาตรวจ ก็โดนแก้กันปายยย แต่เค้าก็ใจดีครับ ก็ผ่านมาได้ รอบแรก ผ่านแว้ว

23 ก.ค. ไปรับใบรับรอง ... (แอบ ผิดหวังเล็กน้อย ใบรับรองธรรมดามากกกกก ...ธรรมดายังไง? เอาเป็นว่า ถ้ามีต้นแบบมาดู ก็ปลอมให้เหมือนได้ละกัน)

หลังจากได้ใบรับรองแล้ว ก็นั่งคิดนอนนคิด เรื่องคะแนน โทอิค ที่ ข้าพเจ้าได้มานั้น แสนจะน้อยยยย เหลือเกิน ถ้าไปยื่นสถานฑูต คงไม่ผ่านแน่ๆ

ก็เลยปรึกษาพี่ๆ ที่มีเมล์กันอยู่ ณ ที่นี้แหละ สรุปคือ ควรจะได้ 550 ขึ้นไปถึงจะเป็นดี ดังนั้น เลยอยู่เฉยๆ ก่อน เพื่อนเตรียมที่จะอ่าน อีกรอบ เพื่อไปสอบใหม่

ไม่กี่วัน เสด็จพ่อ สงสัย ทำไมได้ใบแล้วไม่ไปยื่นฟระ?? ลูกที่รักเลยบอกว่า ลูกกลัวววว ลูกกลัวไม่ผ่านน เพราะคะแนนลูกน้อย เหลือเกินน ลูกอยากไปสอบให้ชัวร์อีกครั้งนึง เสด็จพ่อท่านก็ไม่ว่าอะไร - - - - 555+

วันนั้น ออกไปธุระข้างนอก กลับมา พ่อทำเซอร์ไพรซ์ บอกว่าพรุ่งนี้ไปยื่นเลยนะ .. พ่อโทรไปถามแล้วว เจ้าหน้าที่เค้าบอกว่า จริงๆ แล้ว ผลภาษานั้นอาจจะไม่ต้องนำมายื่นก็ได้ แต่เราจะทำการสัมภาษณ์ เป็นภาษาอังกฤษแทน แต่ถ้าผลสัมภาษณ์ไม่เป็นที่น่าพอใจ เราถึงจะ ขอ ใบรับรองผลการสอบภาษาแทน ...

โบราณเค้าว่ากันว่า เดินตามผู้ใหญ่หมาไม่กัด ก็ OK พ่อ เอางั้นก็ได้..

วันรุ่งขึ้น ตั้งใจไว้ว่า กะจะแว้ปไป X RAY ปอดในตอนเช้า และไปยื่นหลักฐานที่สถานฑูตตอนบ่าย แต่ไฉนเลย วันนั้นฝนตก พายุเข้า สุขุมวิทน้ำท่วม รถติด ต้นไม้ล้ม จนถนนใช้ไม่ได้ ต้องขับรถวิ่งอ้อมไปอีกทาง แต่ด้วยความที่ลุ้นว่า มันน่าจะทัน เลยแว้ป เข้าไปที่ มหา'ลัย ที่ สุขมวิท ซ.23 เพื่อขอใบรับรอง ปริญญาเป็นภาษาอังกฤษ โอ้วแม่เจ้า .เด๋วนี้ราชการทำงานเร็วมากก ไม่ถึง10 นาที ก็ได้ใบรับรองมา จากนั้น ก็รีบขับรถบึ่งไป ร.พ.สมิตเวชท่ามกลางฝนที่ตก เพื่อไป

X RAY ปอด แต่กว่าจะรอผลทั้งหมด ก็ สักพักอยู่ แล้วก็ ไม่ทันคร้าบบพี่น้อง หมดเวลายื่นวีซ่าไปแล้วอ่ะ กลับบ้านมา โทรฯ เล่าให้เจ๊แพรวฟัง เจ๊ แกพูดว่า ... โห.. ดีมากเลยแก แกเตรียมตัวดีมากกกกกกกกกกกกกก ... ชอบมีอะไรให้ตื่นเต้นตลอดอ่ะ ตั้งแต่วัน รอผลโทอิคและ.......


วันถัดมา วันที่ 26 ก.ค. ไปตึก เอ็มไทยทาวเวอร์ เพื่อไปยื่นเอกสารทั้งหลายทั้งมวลที่สถานฑูต ไปถึงก็นั่งรอเรียกคิว แล้วเค้าก็ตรวจๆๆ หลักฐาน อย่างรวดเร็ว แล้วก็จ่ายค่าธรรมเนียม ผ่านบัตรวีซ่า รูดปรืด............ ก็ให้ใบเสร็จ นัดวันรับวีซ่าเป็นวันที่ 3 ส.ค. (7วันพอดี) แล้วเค้าก็บอกว่า ระหว่างนี้ ถ้าเค้าต้องการหรืออยากที่จะสัมภาษณ์เรา เค้าจะติดต่อไปเอง..... ซึ่งผมมก็แน่ใจแล้วล่ะว่า ผมต้องโดนโทรฯมาสัมภาษณ์แน่ๆ เพราะยื่นผล ไปแค่ 430

เชื่อมั้ยครับบบบบ............ ตั้งแต่วันนั้น ถึงวันนี้ เหมือนคนโรคจิตเลยครับ ใครโทรศัพท์มา นี่ สะดุ้งทุกที เสียงเรียกเข้าที่ตั้งไว้ เป็นเพลงที่เราชอบ แต่ตอนนี้ ผมเกลียดมันไปเลยเพลงนี้ ... ดังทีไร ลุ้นทุกที 5+ แล้วก็จะพกกระดาษ ที่เราเก็งคำถามไว้แล้ว ว่าต้องถามแน่ๆ นำมาเรียบเรียงเป็น อังกิดก่อนครับ เพื่อความสะดวก และจะได้ช่วยเราตอนสัมภาษณ์ด้วย แล้วก็พกแม่งติดตัว 24 ชม.เลย ตามที่พี่เอกแนะนำมาครับ เพราะเราไม่รู้ว่าเค้าจะโทรมาตอนไหน

2 ส.ค. วันนี้อยู่บ้านเฉยๆ ครับ แล้วก็รอโทรศัพท์ด้วย ซึ่งคาดว่า ถ้าเค้าไม่โทรมา พรุ่งนี้ก็จะไปรับวีซ่าเลย แล้วก็คิดว่าคงไม่โดนแล้ว เพราะรอมาหลายวันไม่โทรมาสักที ในใจก็คิดว่า เค้าคงไม่น่าเกลียดขนาดที่ว่า จะโทรมาสัมภาษณ์ก่อนกำหนดการรับวีซ่าแค่ 1 วันหรอกครับ

แต่แล้วตามสำนวนในสามก๊ก ที่เค้าว่า เมื่อพูดถึงโจโฉ โจโฉก็มาพอดี ครับ เวลานั้นมันบ่ายๆ แล้ว พอดีออกไปซื้อของ แถวๆบ้านครับ พอกลับมาถึงบ้าน แม่ก็บอกว่า เออนี่ เมื่อกี้ เจ้าหน้าที่สถานฑูตเค้าโทรมานะ เค้าบอกว่าวันเลื่อนรับวีซ่าที่จะให้มาเอาพรุ่งนี้ อ่ะ ให้เลื่อนไปก่อน เค้าจะต้องสัมภาษณ์ก่อน พรุ่งนี้ 4 โมงเย็นนะ เค้าบอกว่า คุณ . . . . จะโทรมา ให้รอรับสายด้วย

แป่วววว ??????? WHAT HAPPEND ??? ok ไม่เป็นไร แบบนี้ดีแล้ว อย่างน้อยจะได้รู้ไปเลยว่า เค้าจะโทรมาตอนไหนไม่ต้องมาค่อยนั่งวิตกจริต


ในที่สุดวัน Final ก็มาถึง รู้สึกว่าวันนี้ เหมือนวัน ชี้ชะตาอะไรสักอย่าง รู้สึกว่ามันเหมือน ยิ่งกว่าสอบ ENT รู้สึกยิ่งกว่าวัน Present Thesis ของผม ซะอีก .... วันนี้ก็ตื่นมาแต่เช้าครับ เพราะต้องไปพา ที่บ้านไปทำธุระเล็กๆ น้อยๆ และตอน 2 โมง มีนัดไปดูละครเวที 4โมงเย็น มีเรียน Computer ซึ่งแน่นอน เข้าสายแน่นอน เพราะเวลามันชนกัน แต่เอาน่า มาช้ายังดีกว่าไม่มา ก็ ระหว่างดูละครอยู่ ก็ดูเวลาไปด้วยครับ อีก15 นาที4โมง ผมก็เตรียมตัวเดินออกมาจากโรงละครและก็แว้ปไปหาที่เงียบๆ ไว้รอเจ้าหน้าที่เค้าโทรฯ มาสัมภาษณ์ ตื่นเต้นขนาด ต้องเอา มือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกงและก็ถือมันไว้ตลอด ตาก็ดูนาฬิกาไปด้วย บนโต๊ะที่นั่งอยู่ก็ เอา โพย มากาง... ไว้ ... พอ4โมงปุ๊ป............เงียบบบบบ

อ่ะ 4โมง15อ่ะ ......... เงียบบบบบบบบบบ 4โมง 25 อ่ะ ก้อเงียบบบบบบบบบบบบ 4โมงครึ่งก็เงียบ......... เวรรรรร เกิดอารายขึ้นนนนน ไหรบอกจะโทรมา 4 โมง งายยย เซ็ง อ่ะ เอาเหอะ เดินไปหาไรกินก่อนละกัน ... ก็เดินๆๆ จนเกือบจะถึงซุ้มขายขนมและ เสียงสวรรค์ก็ดังขึ้น ............ เอาแล้วววว มันมาแว้วววว ผมค่อยๆ หยิบมือถือออกจากกระเป๋า แล้วดูเบอร์ ... ชัวร์ ล้านเปอร์เซ็น เบลอแปลกขนาดนี้ แถมขึ้นต้นด้วย 02 ไม่ใช่สถานฑูต แล้ว ใครที่ไหนจะโทรมาครับ ........


(ช่วงนี่คุยเป็นภาษาไทยนะครับ)
ฮัลโหลครับ ....
ค้า เบอร์โทรศัพท์เบอร์นี้ใช่ของคุณ ........ หรือเปล่าคะ ??
... อ่อ ใช่ครับ ผมเองครับ
ค้า ดิฉันเป็นเจ้าหน้าที่ของสถาณฑูตนิวซีแลนด์นะคะ
อ๋อครับๆ
ก่อนอื่นต้องขอโทษก่อนนะคะ ที่นัดไว้ว่าจะโทรมาตอน 4 โมง คือพอดี เพิ่งสัมภาษณ์อีกคนนึงเสร็จ น่ะคะ .....
อ๋อครับไม่เป็นไรครับ
ค้าเดี๋ยวดิฉันจะขอสัมภาษณ์คุณ ..... เป็นภาษาอังกฤษหน่อยนะครับ ไม่ทราบว่าคุณ...... พร้อมหรือยังคะ ??
อ๋อครับ แต่ผมขอเดินไปหาที่คุยเงียบๆ หน่อยนะครับ. พอดีตรงนี้มันค่อนข้างเสียงดัง
คุณ....อยู่ข้างนอกหรือค่ะ แล้วสะดวกหรือเปล่าเอ่ย
อ๋อ สะดวกครับ แต่ขอหาที่เงียบๆคุยแปปนึงนะครับ (คุยไปด้วย วิ่งไปด้วย)
ค่ะค่ะ งั้นพร้อมเมื่อไหร่บอกดิฉันนะคะ ดิฉันจะรอ
ครับ ......(ระหว่างนั้น ก็พยายามวิ่งไปหาที่เงียบ)

ครับผมพร้อมแล้วครับ
ค่ะ งั้นดิฉันจะขอเริ่มสัมภาษณ์แล้วนะคะ


ต่อจากนี้จะคุยกันเป็นภาษาอังกฤษ แต่ผมจะขอทำเป็นไทยเวอร์ชั่นนะครับ

ค่ะ คุณ....ช่วยเล่าประวัติของครอบครัวหน่อยค่ะ

บลาๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ............

แล้ว วางแผนไว้ว่าจะไปเมืองไหน ของ NZ แล้วจะพักที่ไหน

อ่า ผมคิดว่าผมจะไปอยู่โอ๊กแลนด์ครับ เพราะว่าผมมีเพื่อนที่เรียนมหาวิทยาลัยอยู่ที่นั้นแล้วก็กะจะพักกับเพื่อนก่อนในช่วงแรก แล้วก็กะว่าจะ เรียนภาษาสัก 3 เดือนก่อน จากนั้นค่อยเที่ยวในเกาะเหนือ แล้ว จึงจะลงมาเที่ยวที่เกาะใต้ครับ


ค่ะไม่ทราบว่า เพื่อนคุณชื่ออะไรคะ

เอ่อ ..... (จริงๆแล้ว ผมมีญาติอยู่ครับ แต่ไม่อยากบอกว่าจะไปพักกับญาติ เลยบอกว่าไปกับเพื่อน แต่จริงๆแล้วเพื่อนที่รู้จักอ่ะ ไม่มีหรอก แล้วเค้าดันถามชื่อด้วย เอางัยดี หว่า)

เอ่อ ชื่อ สุวัต ครับ (มั่ว) .....

ค่ะ สุวัต นะคะ ? แล้วช่วยสะกดชื่อของเพื่อนคุณให้หน่อยค่ะ

(ตาย แหน๋ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ถามละเอียดมากกก ซึ่งผมเชื่อว่า ตอนนั้นเค้ากำลังเช็ควีซ่าเพื่อน(สมมุติ)ผม แน่ๆ เพราะได้ยินเสียงเค้ากำลังพิมพ์ คียร์บอร์ด ต๊อกแต๊กๆ อยู่ )

เอ่อ S U W A T ครับ (ตอนที่บอกชื่อเนี่ย เค้าพิมพ์ตามทีละตัวด้วย .... แย่แล้วๆๆๆ ทำงัยดีวะ ไม่น่าเลยกรู)

แล้วก็ช่วยสะกด นามสกุลให้ด้วยค่ะ ..........


(ด้วยความว่องไว) .. อ๋อ คือผมจำไม่ได้อ่ะครับ (ขืนบอกไปมั่วก็ซวยสิ) แต่จะบอกคุณว่าจริงๆ แล้ว เพื่อนคนนี้มันก็ไม่ได้เป็นเพื่อนสนิทกับผมมากเท่าไหร่หรอกครับ แล้วก็ไม่ได้เจอกันนานแล้วด้วย

อ๋อค่ะ ไม่เป็นไร .. งั้นเพื่อนคนนี้ เป็นเพื่อนสมัยไหนคะ ?


อ่อ เพื่อนสมัยมัธยมครับ

หรอคะ ไม่ทราบว่า โรงเรียนอะไรคะ

อ๋อ โรงเรียน .................. ครับ

ค่ะ แล้ว ทำไมถึงสนใจที่อยากจะไป นิวซ๊แลนด์ คะ


ครับ ก็ ผมคิดว่าประเทศนี้เป็นประเทศที่มีความสวยงาม และมีความปลอดภัยสูง แล้วเนื่องจาก พ่อ แม่ ของผม เคยมาเที่ยวที่ NZ มาก่อน ท่านก็เลยอยากจะให้ไปประเทศนี้ครับ แล้วก็ผมอยากจะไปขับรถ คัมปาแวนเที่ยวที่ NZ ด้วยครับ

ค่ะ ไม่ทราบว่าข้อมูลต่างๆที่คุณรู้มาเนี่ย คุณรู้มาจากแหล่งไหนมั่งคะ

อ่อ ..ส่วนใหญ่ก็มาจากใน internet ครับ เช่น pantip.com ก็เป็นเว็ปที่ผมเช้าไปหาข้อมูลบ่อยๆ

ค่ะ แล้วข้อมูลที่ลงใน pantip.com เนี่ย มันเป็นยังไงคะ ?

ก็คนที่มาลงข้อมูลก็คือ คนที่ไปเที่ยวประเทศ NZ แล้วเค้าจะลงรูปไว้ใน webboard แล้วก็จะเขียนบรรยายเกี่ยวกับรูปนั้นๆครับ

อ๋อ ค่ะๆ อืม ไม่ทราบว่า สนใจอาชีพอะไรที่ NZ ค่ะ แล้วคิดว่าจะไปทำ ?.... (มาแล้วครับพี่น้องง .... ตรงนี้ถ้าโดนถามเรื่องงาน พยายามอย่าตอบว่าเรามีความตั้งใจที่จะไปทำงานนะครับ สำคัญมากๆ และเค้าก็วางกำดักไว้ในคำถามทุกคำ ต้องฟังและคิดดีดี ก่อนตอบครับ )

อ๋อ จริงๆแล้ว จุดประสงค์ ของผม คือไม่ได้ไปทำงานน่ะครับ แต่ผมอยากที่จะไป ฝึกภาษา เพราะผมไม่ค่อยเก่งภาษาอังกฤษ เท่าไหร่ เลยอยากที่จะไป ลงเรียนคอร์สภาษา แล้วก็ ท่องเที่ยวไปด้วยครับ เพราผมหวังว่า ระยะเวลาปีนึงที่นั่น เมื่อผมกลับมา ภาษาผมคงจะดีขึ้น

อ้อ สรุปก็คือ ที่คุณจะไป NZ เพราะคุณ อยากฝึกภาษา และท่องเที่ยวไปในตัวด้วย มากกว่าที่จะทำงานหยั่งงั้นใช่มั้ยค่ะ ??


ใช่ครับ ใช่


อ๋อตอนนี้ฉันอ่านในใบทรานสคริปของคุณอยู่นะคะ คุณจบมาจาก มหาวิทยาลัย ............

อ๋อใช่ครับผมจบมาจากที่นั้น

แล้วตอนเรียนมหาวิทยาลัย คุณได้เรียน ภาษาอังกฤษ ด้วยหรือเปล่าคะ?

เรียนครับ เรียน 2 วิชา ตอนปี1 ส่วนอีก2 วิชาตอนปี4 แต่ วิชาที่เรียนตอนปี4 มันเป็น ภาษาอังกฤษ เฉพาะด้านครับ เกี่ยวกับ วิชาชีพ

อ๋อค่ะ งั้นคุณ ก็ได้เรียนภาษาอังกฤษ ทั่วไปๆ จริงๆ แล้วก็แค่ 2 ตัวใช่มั้ยคะ โดยตัวแรกเป็น วิชา .......... ได้เกรด .... ตัวที่2 เป็นวิชา .... ได้เกรด


ถูกต้องครับ


อ่า.. ช่วยบอกเกี่ยวกับ สาขาที่คุณเรียนหน่อยได้มั้ยคะ ว่าเรียนเกี่ยวกับอะไร

(จริงๆ แล้ว ผมว่าสำหรับคนอื่นไม่น่าจะถามหรอกครับ แต่ที่เค้าถามผม เพราะ วิชาเอกที่ผมเรียนมัน แปลกครับ เค้าคงไม่เคยได้ยินชื่อ เอาเป็นว่า เวลาไปสมัครงานทุกที่เค้าถามทุกที่ครับ เจ้าหน้าที่ สท. เค้ายังถามเลยครับ ชื่อวิชาเอกที่ผมจบมาคือ Theatre Design )

อ๋อ ผมเรียนเกี่ยวกับ ..... บลาๆๆๆๆๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ


อ่า นอกจาการเรียน ภาษาฯ อังกฤษในมหาวิทยาลัยแล้ว คุณได้เรียนภาษาอื่นๆ หรือเรียนภาษาอังกฤษที่อื่นมั่งมั้ย


ไม่เคยครับ ผมเรียนแค่ใน มหาวิทยาลัย อย่างเดียว และก็ วิชาที่ผมเรียน มันไม่ค่อย เกี่ยวกับภาษา เท่าไหร่นัก


อ๋อ ค่ะ ๆ IC ... แล้ว คาดว่าจะไป NZ1 ช่วงไหนคะ ( อันนี้ คงเป็นคำถามบังคับแน่ๆ ครับ

อ่า ผมจะไปช่วง มกราครับ เพราะผมรอที่จะ ...................


รออะไรคะ


อ่าเอ่อ ........... Recieved .. .....

What Recieved ?

( จริงๆ กำลังรอรับ ปริญญาอยู่ครับ แต่ใบ้แดกตรงเนี่ย ไม่รู้จะพูดว่ายางงายยยย ..แต่สุดท้ายๆ ก็เงอะงะ อธิบายจนเค้าเข้าใจจนได้ )


อ่า ... ใครเป็นคน สนับสนุนเรื่องการเงินคะ ?


อ๋อ คุณแม่ และคุณพ่อครับ

ไม่ทราบว่า พ่อ ของคุณทำงานที่ไหนคะ (ตอนแรกบอกไปแค่ อาชีพ ครับ ไม่ได้บอกสถานที่ทำงาน แต่ แม่บอกไปว่า เป็นแม่บ้าน)


อ่า...... บลา ๆ ๆ ตอบได้ไม่มีปัญหา


แล้วแม่ของคุณ ที่บอกว่าเป็นแม่บ้านนั้น เค้าไม่ได้ทำงาน แล้วเค้าจะเอาเงินที่ไหนมาส่งคุณคะ

อ๋อ ที่จริงแล้ว แม่ผมเพิ่งลาออจากงานกมา เมื่อไม่นานมานี้ครับ เค้าเลยได้ Bonus จำนวนหนึ่งที่พอจะส่งผมไปได้

แล้ว ก่อนที่แม่ของคุณจะลาออก ไม่คุณทำงานอะไรคะ??

ทำ......... ครับ

ทำบริษัทอารายที่ไหนคะ ???


(ถึงตรงนี้ งงแดกแล้วครับ ตอบไม่ถูก เพราะ มันเป็นชื่อของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ แห่งหนึ่ง)

เอ่อ ผมขออนุญาติบอกชื่อเป็นภาษาไทยนะครับ เพราะผมไม่รู้ว่าจะพูดเป็นภาษาอังกฤษยังไง (ผมไม่รอให้เค้าตอบหรอกครับว่า อนุญาติหรือไม่ แต่ผมขออนุญาติก่อนแล้วผมก็พูดชื่อไปเลยครับ 555 )

อ๋อ .. ค่ะ IC ภาษาอังกฤษเค้าเรียกว่าอย่างนี้นะคะ ( แล้ว เค้าก็พูดให้ฟัง)

แหๆ ใช่ครับๆ


อืมม คุณได้ส่งผลการทดสอบ ภาษาอังกฤษ ของ Toeic มานะคะ?? คะแนนคุณได้ 430 เอง ซึ่งมันเป็นคะแนนที่ไม่สูงเท่าไหร่นะคะ แล้วอย่างนี้ คุณมั่นใจหรอว่าคุณสามารถที่จะไปใช้ชีวิตที่นู้นและเอาตัวรอดได้


ผมมั่นใจครับ (อันนี้ต้อง พูดให้เค้าเห็นว่าเรา สามารถจริงๆนะครับ) ผมรู้ตัวครับ ว่าถึงความสามารถภาษาผมจะอ่อน แต่อย่างน้อยผมก็สามารถที่จะฟังคนอื่นๆพูดรู้เรื่อง และสามารถที่จะโต้ตอบเค้าได้ตามที่ผมต้องการครับ


อ๋อ ไม่นะคะ ภาษาคุณไม่ได้ อ่อน หรอค่ะ แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นดีนะคะ เพราะว่าจากที่คุยมา คุณสามารถที่จะเข้าใจสิ่งต่างๆ ที่ฉันถาม และตอบมาให้ฉันเข้าใจได้ ถึงแม้ว่าบางที สำนวนมันอาจจะไม่ถูกต้องนักก็เถอะ


ใช่ครับ ดังนั้นผมจึงอยากที่จะไปพัฒนาภาษาของผมให้ดีกว่านี้ครับ เพื่อกลับมาผมสามารถที่จะเอาไปใช้ในการทำงานในอนาคตได้

....... หลังจากนั้น เค้าก็ถาม อีกยิบย่อยครับ ประมาณว่า งานอดิเรกทำอะไรบ้างงงง วันหยุดคุณทำอะไร


เกือบสุดท้าย เค้าก็พูดว่า Ok ค่ะ มาพูดภาษาไทยกันดีกว่า

ภาษาไทย ที่คุยกันตอนท้าย เป็นการเช็คว่า จากที่คุยภาษาอังกฤษกันมานั้น เนื้อหาที่เราคุยกันนั้น เค้าเเข้ใจถูกต้องมั้ย อะไรประมาณนี้ครับ
ในกรณ๊ผม เค้าพูดมา อย่างงี้ครับ


น้องง ที่พี่โทรมาน่ะ เพราะว่าคะแนนเรา ค่อนข้างต่ำ พี่จึงต้องโทรมาคุยกันก่อนก่อนที่จะอนุมัติวีซ่า รู้มั้ยว่า พี่อ่ะ ลุ้นเธอมากๆ เลย ตอนคุยกัน
พี่ต้องพูดภาษาอังกฤษแบบ ช้า มากๆ เพื่อน้อง และก็ไม่อยากถามอะไรที่มันยากๆด้วย กลัวตอบไม่ได้ แต่ก็ ok นะ เท่าที่คุยดู ก็คงไม่มีปัญหาอะไร ............................ งั้นก็มารับ วีซ่าวันจันทร์ ตอนบ่ายนะคะ (เสียงสวรรค์ ตอนนั้น ทำให้ผมยิ้มที่มุมปากทันทีเลยครับ เพราะว่าตอนคุยกับพี่เค้า ก็ ค่อนข้าง ตะกุกตะกักพอสมควรครับ) แต่ว่าอย่าลืมนะคะ พี่จะขอทำความเข้าใจ เกี่ยวกับวีซ่า Working Holiday อีกครังนึง


ครับ ก็เป็นวีซ่า ที่สามารถท่องเที่ยว และทำงานได้อย่างถูกกฎหมาย ในแต่ละนายจ้างไม่เกินที่ละ 3 เดือน และวีซ่าก็มีอายุ 1 ปี นับตั้งแต่วันที่เราเข้าประเทศครับ


OK ค่ะ พี่ว่า น้องคงเข้าใจจุดประสงค์ของ วีซ่าประเภทนี้นะคะ และก็ขอให้ใช้อย่างถูกต้อง ด้วยนะคะ

ครับผมมมมม ขอบคุณคร้าบบบบบบบ



วันนั้น คำขอบคุณ ผมพูดไปไม่รู้ กี่ครั้ง ด้วยความรู้สึกที่อยาก ขอบคุณ พี่เค้าจริงๆ


ผมว่านะครับ จากการที่ฟัง ประสบการณ์ การขอ วีซ่า NZ ประเภทอื่นๆ ที่คนทั่วไปเค้าพูดกัน เค้าจะพูดกันเป็นเสียงเดียวกันครับ ว่าเจ้าหน้าที่ สถานฑูต NZ ยิ้มแย้ม และยินดีในการให้คำตอบ เมื่อเราสงสัย และมีเหตุมีผลในการอนุมัติครับ

จากการที่คุยกัน ผมก็ขอยืนยันครับ ว่าเค้าไม่ได้ใจร้ายอะไร และคงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่ให้วีซ่าเรา ถ้าเราคุณสมบัติ พร้อม

ไม่งั้น พี่เค้าจะพูดกับผมหรอครับ ว่า " พี่ลุ้นมากๆเลยตอนคุย" แสดงว่า ใจจริงเค้าก็อยากให้ผ่านกันทุกคนล่ะครับ เค้าคงไม่มีเหตุผลอะไรที่อยากจะปฏิเสธวีซ่าเรา

เอาเป็นว่า เพื่อนๆ ที่ยังไม่ได้ ยื่นขอวีซ่า ก็ไม่ต้องกลัวนะครับ ทุกๆอย่าง มันจะเรียบร้อย ตามระเบียบขของเค้าเอง หรือไม่ถ้าคนไหนโทรมาสัมภาษณ์ ก็ขอให้ ตอบคำถามเรื่องจริงๆครับ เพราะตอนเค้าคุย เค้าจะเช็คประวัติเรามาคร่าวๆ แล้วดูเอกสารไปด้วย ถ้าใครบอกว่าจะไปพักกับเพื่อน ก็เตรียม ชื่อจริง นามสกุล จริงไว้ด้วยครับ เพื่อความสะดวก เผื่อเค้าจะตรวจ และถ้า อาชีพพ่อแม่ หรือ อาชีพของเรา มันเป็น ชื่อเฉพาะ หรือ ชื่อทางราชดาร ก็ขอให้เตรียมไปด้วยครับ สุดท้าย ขอให้คิดซะว่า เราคุย สนุกๆ กับ พี่คนนึงครับ เพราะตอนคุย ผมไม่อยากเครียด ปล่อย มุขขำไปเยอะเหมือนกัน แกฟังแกก็หัวเราะ เพราะ มีถามว่า แน่ใจมั้ยว่าจะไปครบหนึ่งปี ผมตอบว่าแน่ใจครับ เพราะ ที่บ้านตอนี้ก็ขับไล่ใสส่ง แล้วว และยังบอกอีกว่า ถ้าโพล่หน้ามาให้เห็นก่อนหนึ่งปี ก็ไม่ต้องกลับบ้านเลยนะ อุตส่าหฺส่งเสียไปแล่ว เค้าฟังเค้าก็ขำครับ คุยกันไม่ซีเรียส

สรุปว่า สคริปที่เขียนเตรียมไป ไม่ได้ดูเลยยยย ด้นสดล้วนๆๆ ฟังดีดี คิดก่อนตอบ ครับ

สุดท้ายนี้ ขอให้เพื่อนๆ พี่ๆ ไม่ต้องกังวลนะครับ เพราะจริงๆ แล้ว ผมบอกอย่างไม่อายครับ ว่า ผมสอบ โทอิกได้ 430 และก็กล้าที่จะเอาไปยื่น
ตอนสัมภาษณ์ ก็คุย ตะกุกตะกักครับ จนแล้วจนรอด ผมก็ ผ่านครับ อย่างน้อยก็ให้คิดว่า ยังมีกรณีผมอีกคนนึง เหมือนที่ผมเคยได้เล่ามา



ขอบคุณนะครับ ที่ทนอ่าน เรื่องยาวๆ หวังว่าจะมีประโยชน์ บ้าง ไม่มากก็น้อย




 

Create Date : 05 สิงหาคม 2550   
Last Update : 5 สิงหาคม 2550 23:02:35 น.   
Counter : 2483 Pageviews.  

1  2  

stobkung
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add stobkung's blog to your web]