สปส.ปัดไม่คุ้มครอง 14 โรค



สปส.ปัดไม่คุ้มครอง 14 โรค ย้ำยกเว้น แค่ 6 โรค

 

นพ.สุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม(สปส.) กล่าวถึงข่าวที่ปรากฏทางสื่อมวลชนที่ขอให้สำนักงานประกันสังคมทบทวน 14 โรคและการบริการที่ไม่สามารถเบิกตามสิทธิประกันสังคมได้รวมทั้งข้อเสนอเรื่องส่งเสริมสุขภาพ สำนักงานประกันสังคมขอเรียนว่า ข้อเสนอดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณา โดยจะต้องมีการศึกษาในรายละเอียดอย่างรอบด้าน อาจต้องมีการปรับรูปแบบ การจัดสิทธิประโยชน์ทดแทน การจัดระบบบริการทางการแพทย์ และอัตราค่าบริการในส่วนที่เกี่ยวข้อง

"ซึ่งในข้อเท็จจริงแล้วมีเพียง 6 กรณีเท่านั้น ที่มีความชัดเจนว่าสำนักงานประกันสังคมไม่ให้ความคุ้มครอง ประกอบด้วย 6 โรค ได้แก่ 1.การกระทำใดๆ เพื่อความสวยงามโดยไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์,2.การรักษาที่ยังอยู่ในระหว่างการศึกษาการค้นคว้าทดลอง,3.การรักษาภาวะมีบุตรยาก, 4.การตรวจใดๆ ที่เกินความจำเป็น ในการรักษาโรคนั้น, 5.การเปลี่ยนเพศ และ 6.การผสมเทียม" นพ.สุรเดช ระบุ

นพ.สุรเดช กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ เป็นไปตามความเหมาะสม ตามหลักการทางการแพทย์และสอดคล้องกับระบบประกันสุขภาพภาครัฐอื่นๆ ของประเทศไทย สำนักงานประกันสังคมยังคงให้ความคุ้มครองการรักษาในกรณีผู้ป่วยที่มีความจำเป็นและมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลประเภทคนไข้ในเกินกว่า 180 วัน ใน 1 ปี รวมทั้งยังได้ให้สิทธิผู้ประกันตนที่ป่วยเป็นโรคไต เพื่อบำบัดทดแทนไต ทั้งที่เป็นกรณีไตวายเฉียบพลัน หรือไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย

"นอกจากนี้สำนักงานประกันสังคมให้ความคุ้มครองการรักษาด้วยวิธีการปลูกถ่ายอวัยวะ รวมถึงการตรวจเนื้อเยื่อ เพื่อการผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะด้วย ซึ่งประกอบด้วยการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต การปลูกถ่ายไตการเปลี่ยนอวัยวะกระจกตา การปลูกถ่ายหัวใจ ปอด ตับ ตับอ่อน และการปลูกถ่ายอวัยวะ 2อวัยวะพร้อมกัน ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและข้อบ่งชี้ ที่คณะกรรมการการแพทย์กำหนดตามแนวทางการรักษาและมาตรฐาน ที่ราชวิทยาลัยหรือสมาคมวิชาชีพ"เลขาธิการ สปส.ระบุ

นพ.สุรเดช กล่าวเพิ่มเติมว่า กรณีทันตกรรม สำนักงานประกันสังคมให้ความคุ้มครองครอบคลุม ทั้งการถอนฟัน อุดฟัน ผ่าฟันคุด ขูดหินปูนและการใส่ฟันเทียม ซึ่งผู้ประกันตนสามารถเข้ารับบริการได้ทั้งสถานพยาบาลของรัฐ เอกชน รวมถึงคลินิกทันตกรรม ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมยังอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกันตนโดยไม่ต้องสำรองจ่าย หากเข้ารับบริการในสถานพยาบาลทันตกรรมที่ทำความตกลงกับสำนักงานประกันสังคม

"สำหรับแว่นตา กรณีที่ผู้ประกันตนเจ็บป่วยเป็นต้อกระจกและต้องผ่าตัดเอาเลนส์แก้วตาออก หากไม่ใส่เลนส์แก้วตาเทียม สามารถเบิกค่าอุปกรณ์แว่นตา สำหรับมองไกล แว่นตาสำหรับมองใกล้ และเลนส์สัมผัสจากสำนักงานประกันสังคมได้"นพ.สุรเดช แจกแจง

เลขาธิการ สปส.กล่าวด้วยว่า สปส. ยึดหลักการดำเนินงานภายใต้แนวทางของ พลเอกศิริชัย ดิษฐกุลรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในการปฏิรูปบริการทางการแพทย์ ลดความเหลื่อมล้ำ บูรณาการงานด้านการแพทย์ที่เหมาะสมอย่างเท่าเทียมมีคุณภาพ โดยตลอดระยะเวลา ที่ผ่านมาสำนักงานประกันสังคมได้มีการปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์ เพิ่มค่าบริการทางการแพทย์ และให้ความคุ้มครองต่างๆ ให้กับผู้ประกันตนได้รับประโยชน์สูงสุดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนำไปสู่การยกระดับ พัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนของประเทศต่อไป


ที่มา thaitribune




 

Create Date : 27 กันยายน 2560    
Last Update : 27 กันยายน 2560 2:58:50 น.
Counter : 63 Pageviews.  

‘แสงแดดยามเช้า ดีต่อหัวใจยิ่งนัก’ โดย มูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์



วิตามินดีกับแสงแดด ร่างกายตั้งต้นสังเคราะห์วิตามินดีมาจากแสงยูวีบีในแสงอาทิตย์ผ่านเซลล์ผิวหนัง แต่ยังจะออกฤทธิ์ไม่ได้ โดยจะแทรกออกไปนอกเซลล์ แล้วเข้าไปยังเส้นเลือดฝอย ไปจับกับโปรตีนชนิดหนึ่งขนย้ายไปยังตับและไต เพื่อเปลี่ยนเป็นรูปแบบวิตามินดีที่ออกฤทธิ์การทำงานได้

 

จากระบบสรีรวิทยาของมนุษย์พบว่า ระดับของวิตามินดีในร่างกายนั้นส่งผลโดยตรงต่อการดูดซึมแคลเซียมจากอาหารในลำไส้เล็ก การดูดกลับแคลเซียมที่ไต และการดึงแคลเซียมออกจากกระดูกด้วยดังนั้น ในขณะที่ร่างกายขาดแคลเซียมก็จะมีผลต่อกระดูกทันที

แล้ววิตามินดีเกี่ยวกับโรคหัวใจอย่างไร?

มีการศึกษาพบว่า อัตราการป่วยด้วยโรคหัวใจต่ในประเทศที่มีแสงแดดในแต่ละวันยาวนานกว่า และยังพบว่าในช่วงฤดูหนาวที่มีแสงแดดน้อย ร่างกายจะมีระดับวิตามินดีลดลงกว่า เมื่อเทียบกับฤดูอื่นที่มีแสงแดดมากกว่า และพบอัตราการตายจากโรคหัวใจมากขึ้นด้วย นอกจากนี้ยังศึกษาพบว่า ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน หรือโรคไขมันในเลือดสูง มักจะมีระดับวิตามินดีต่ำกว่าคนปกติสุขภาพดี มากไปกว่านั้นงานวิจัยเมื่อไม่นานมานี้ จากมหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ได้รายงานการติดตามประชากรชายและหญิง 10,119 คน เป็นเวลา 29 ปี พบว่าคนที่มีระดับวิตามินดีในเลือดต่ำ มีความเสี่ยงสูงที่จะป่วยเป็นโรคหัวใจขาดเลือด และยังเสียชีวิตก่อนวัยอันสมควรอีกด้วย

ทำอย่างไรจะได้ร่างกายจะวิตามินดีเยอะๆ

1. การออกไปรับแสงแดดอ่อนๆ ช่วง 7.00-9.00. อย่างน้อยวันละประมาณ 15 – 30 นาที สัปดาห์ละ 3วัน

2. เลือกใช้ครีมกันแดด SPF ไม่สูงมาก หรืออาจเว้นการทาครีมกันแดดบางวัน

3. รักษาน้ำหนักตัว เนื่องจากโรคอ้วนเพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้ร่างกายขาดวิตามินดี

4. หากิจกรรมออกกำลังกายกลางแจ้ง เช่น เดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน นอกจากจะได้บริหารร่างกายและหัวใจแล้ว ยังได้รับอากาศบริสุทธิ์และมีแสงแดดมาช่วยสังเคราะห์วิตามินดีในเวลาเดียวกันด้วย

เอกสารอ้างอิง

รศ.ภญ.สุนทรี ตันตระรุ่งโรจน์ (2556) บทที่ 10 แสงแดดกับโรคหัวใจ, หนังสืออยู่ดีมีสุขด้วยหัวใจที่แข็งแรง, สามลดา:กรุงเทพฯ


ที่มา thaitribune




 

Create Date : 26 กันยายน 2560    
Last Update : 26 กันยายน 2560 22:07:57 น.
Counter : 57 Pageviews.  

ทอท.เว้นค่าบริการจอดรถสุวรรณภูมิ 19-30 ต.ค.60



ทอท.ยกเว้นค่าบริการลานจอดรถระยะยาวท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 19-30 ต.ค.60 เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชนที่จะเดินทางมาร่วมในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

 

นายนิตินัย ศิริสมรรถการ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย หรือ ทอท.กล่าวถึงแผนการพัฒนาพื้นที่ของทอท.ว่า หลังจากได้ข้อสรุปกับกรมธนารักษ์ ในการคำนวณค่าตอบแทนจากมูลค่าทรัพย์สินหรือROA เพิ่มเติมจากส่วนแบ่งรายได้ ใน 3 พื้นที่ได้แก่พื้นที่พาณิชย์บริการหรือฟรีโซน พื้นที่พาณิชย์ทั่วไปและพื้นที่ว่างเปล่าแปลง 37 ซึ่งทำให้ทอท.ต้องเสียรายได้ถึง 900 ล้านบาทต่อปี ทำให้ทอท.มีแผนที่จะเปิดประมูลใช้พื้นที่แปลง 37 ที่มีเนื้อที่ประมาณ 600-700 ไร่ คาดว่าจะมีการลงทุนประมาณ5,000 และการเปิดประมูลพื้นที่แปลงถนนวัดศรีวารีน้อย 723 ไร่ จังหวัดสมุทรปราการคาดว่าจะมีการลงทุนประมาณ 5,000 ล้านบาทเช่นกัน ซึ่งทั้งสองพื้นที่จะมีการเปิดประมูลในปีหน้า และต้องมีการแปลงสัญญากับผู้เช่าสัมปทานพื้นที่ฟรีโซนและพื้นที่เชิงพาณิชย์รายเดิมหากดำเนินการได้ตามที่กำหนดไว้ จะช่วยลดรายจ่ายที่ให้กับกรมธนารักษ์ปีละ 900 ล้านบาทได้ เพราะปัจจุบันทอท.ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลทรัพย์สิน อีกทั้งบางธุรกิจหากมีการลงทุนแล้วจะทำให้สามารถรับรู้รายได้ตั้งแต่ปีหน้า เช่นธุรกิจคารแคร์ และปั๊มน้ำมัน

ที่สำคัญทอท.ยังมีแนวทางพื้นที่โครงการพื้นที่แปลงถนนวัดศรีวารีน้อย เพื่อดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องหรือสนับสนุนการดำเนินกิจการท่าอากาศยานหรือขนส่งทางอากาศ คือ

1) ศูนย์กลางการขนส่งและกระจายสินค้า 2) ศูนย์กลางการประชุมและแสดงสินค้า  3) ศูนย์จำหน่ายสินค้าจากโรงงาน 4) ศูนย์รวมชุมชนตลาดไทยโบราณและพิพิธภัณฑ์ 5) ศูนย์กลางสำนักงาน (Office Complex) และ 6) กลุ่มอาคารที่พักอาศัยซึ่งจะทำให้เกิดประโยชน์ในการสนับสนุนกิจการท่าอากาศยานและอุตสาหกรรมการขนส่งโดยภาคธุรกิจสามารถลดต้นทุนในการขนส่งและรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ แต่การพัฒนาพื้นที่เพื่อจัดทำโครงการมีข้อจำกัด คือ มีทางเข้า-ออกด้านเดียวและรูปแปลงที่ดินถนนวัดศรีวารีน้อยมีลักษณะไม่เหมาะสมต่อการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ เนื่องจากมีลักษณะเป็นที่ดินผืนใหญ่ที่ไม่ติดต่อเป็นผืนเดียวกัน และมีที่ดินส่วนบุคคลคั่นอยู่หลายแปลง

ดังนั้น ทอท.จึงได้พิจารณาแนวทางแก้ไขข้อจำกัดดังกล่าว ประกอบด้วย 1) การพัฒนาเส้นทางเข้าออกวัดศรีวารีน้อย 723 ไร่ เพื่อให้สามารถรองรับการจราจรได้หลายช่องทาง การเพิ่มเส้นทางเข้าออกเพิ่มเติม เพื่อให้เกิดทางเลือกในการเดินทาง 2) การปรับปรุงพัฒนารูปแปลงที่ดินวัดศรีวารีน้อย 723 ไร่ เพื่อให้สามารถรองรับกิจกรรมของโครงการได้ โดย ทอท.จะต้องดำเนินการซื้อหรือแลกเปลี่ยนที่ดินกับเอกชนแปลงข้างเคียงเพื่อให้ได้มาซึ่งที่ดินแปลงใหญ่ที่เป็นพื้นที่เดียวติดต่อกัน และ 3) การแก้ไขผังเมือง

สำหรับการยกเว้นค่าบริการลานจอดรถระยะยาวที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิระหว่างวันที่ 19 – 30 ตุลาคมนี้จะอนุมัติยกเว้นค่าบริการจอดรถยนต์ ลานจอดรถระยะยาว โซน C, D และ E เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชนที่จะเดินทางมาร่วมในพระราชพิธีพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยลานจอดรถดังกล่าวจะมีจำนวนช่องจอดรถยนต์โซนละ 718 ช่องจอด รวมมีจำนวนช่องจอดที่สามารถรองรับผู้ใช้บริการได้ทั้งสิ้น 2,154 ช่องจอด

นอกจากนี้ที้ประชุมมีมติให้ฝ่ายบริหารไปพิจารณาการเปิดประมูลในส่วนของจุดส่งมอบสินค้าหรือPick UP Counterในปี 2562 และจุดส่งมอบสินค้าก่อนหน้านี้ โดยให้เป็นลักษณะใช้ร่วมกัน หรือCommon Useเหมือนท่าอากาศยานภูเก็ต โดยจะมีการเปิดประมูลก่อนสัญญา 1 ปี ก่อนสัญญาจะหมดในปี 2563 ซึ่งในส่วนของท่าอากาศยานดอนเมืองและท่าอากาศยานสุวรรณภูมิก็มีผู้ประกอบการให้ความสนใจที่จะลงทุนเกี่ยวกับจุดส่งมอบสินค้าค่อนข้างเยอะ ส่วนดิ้วตี้ฟรีจะมีการประมูลในช่วงปี 2561

ขณะที่รายได้ทั้งปีนี้และปีหน้าเติบโตประมาณร้อยละ10 โดยการเติบโตภาพรวมปีนี้ ทอท.มีภาพรวมเติบโตผู้โดยสารประมาณร้อยละ 7.5-7.6  จากเฉลี่ยตามปกติที่ร้อยละ 5


ที่มา thaitribune




 

Create Date : 24 กันยายน 2560    
Last Update : 24 กันยายน 2560 19:34:11 น.
Counter : 71 Pageviews.  

คลังพร้อมแจกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 21 ก.ย.นี้



กระทรวงการคลังกำหนดแจกจ่ายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในวันที่ 21 กันยายน 2560 เป็นต้นไป แก่ผู้ลงทะเบียนฯ ที่ผ่านคุณสมบัติทุกจังหวัด ยกเว้นในเขตกรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ นนทบรี ปทุมธานี สมุทรสาคร นครปฐม อยุธยา กำหนดรับบัตรฯ ในวันที่ 17 ตุลาคม 2560 เป็นต้นไป โดยให้นำบัตรประจำตัวประชาชน และหลักฐานการลงทะเบียนฯ มาติดต่อรับบัตรฯ ได้ที่หน่วยงานที่ได้ลงทะเบียนไว้

 

การรับบัตรฯ หากไม่สะดวกไปรับด้วยตัวเอง สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นไปรับแทนได้ โดยผู้รับบัตรแทนต้องนำบัตรประชาชนฉบับจริงของตนไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ พร้อมด้วยเอกสาร ดังนี้

1. ใบมอบฉันทะ ที่ระบุชื่อผู้มอบฯ,ผู้รับมอบฯ พร้อมลงนามทั้งผู้มอบและผู้รับมอบ

2. สำเนาบัตรประชาชาชนที่มีการลงนามรับรองสำเนา ทั้งของผู้มอบฯและผู้รับมอบฯ

คำแนะนำ : ผู้รับบัตรควรตรวจสอบรายละเอียดข้อมูลบนหน้าบัตรที่ได้รับมอบจากเจ้าหน้าที่ ทั้ง รูปถ่ายชื่อ-นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน วันเดือนปีเกิด ว่าถูกต้องก่อนลงนามรับบัตร หากพบข้อผิดพลาดให้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่

รูปแบบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มี 2 รูปแบบ

แบบที่ 1 บัตร Hybrid 2 Chips เป็น Contact Chip และ Contactless Chip และแถบแม่เหล็ก โดยContactless Chip จะเป็นไปตามมาตรฐานกลางระบบตั๋วร่วม (แมงมุม) ผู้ที่ได้รับบัตรรูปแบบนี้ ได้แก่ผู้มีสิทธิที่ลงทะเบียนในเขตกรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ นนทบรี ปทุมธานี สมุทรสาคร นครปฐม อยุธยา

แบบที่ 2 บัตร EMV เป็น Contact Chip และแถบแม่เหล็ก ผู้ที่ได้รับบัตรประเภทนี้ ได้แก่ผู้มีสิทธิที่ลงทะเบียนนอกเขตจังหวัดดังกล่าว (นอกเขตกรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ นนทบรี ปทุมธานี สมุทรสาครนครปฐม อยุธยา)

ข้อแนะนำการใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

1. บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นสิทธิเฉพาะตัวของบุคคลที่ระบุบนหน้าบัตรเท่านั้น เว้นแต่ผู้พิการ ผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียง ที่ไม่สามารถเดินทางได้ สามารถให้ผู้ดูแลเป็นผู้ใชเสิทธิแทนได้ตามเงื่อนไข

2. กรุณาเก็บรักษาบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นอย่างดี เพื่อประโยชน์ในการรับสวัสดิการจากภาครัฐบาล

3. หากมีการตรวจสอบแล้วพบว่าให้ผู้อื่นนำบัตรไปใช้ เจ้าของบัตรจะถูกตัดสิทธิในบัตรและผู้ที่นำบัตรผู้อื่นไปใช้ชดใช้เงินคืนแก่ทางราชการ

การใช้สิทธิ

ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2560 เป็นต้นไป ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สามารถใช้สิทธิตามวงเงินในบัตรฯ ที่ผู้ถือบัตรฯ เพื่อชำระค่าสินค้าและบริการ ผ่านเครื่องรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ของหน่วยงานหรือร้านค้าที่กำหนด เมื่อชำระค่าสินค้าและบริการแล้ววงเงินในบัตรฯจะลดลงตามยอดที่ใช้จ่าย และเมื่อถึงวันที่ 1ของทุกเดือน* วงเงินจะถูกปรับเป็นค่าเริ่มต้นของวงเงินแต่ละสวัสดิการเสมอ ซึ่งวงเงินคงเหลือของเดือนที่ผ่านมาจะไม่มีการสะสมในเดือนถัดไป และไม่สามารถถอนวงเงินสวัสดิการออกจากบัตรฯ เป็นเงินสดได้

สำหรับผู้ลงทะเบียนฯ ที่ผ่านคุณสมบัติในเขตกรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ นนทบรี ปทุมธานีสมุทรสาคร นครปฐม อยุธยา ที่กำหนดให้รับบัตรและใช้บัตรได้ทันทีในวันที่ 17 ตุลาคม 2560 เป็นต้นไปจะมีการชดเชย โดยยกยอดแต่ละประเภทสวัสดิการที่คงเหลือจากการใช้จ่ายในเดือนตุลาคม 2560 ให้ใปใช้ต่อได้ในเดือนพฤศจิกายน 2560

*ยกเว้นวงเงินส่วนลดค่าก๊าซหุงต้ม วงเงินจะปรับเป็นค่าเริ่มต้นทุกวันที่ 1 ของทุก 3 เดือน


ที่มา thaitribune




 

Create Date : 22 กันยายน 2560    
Last Update : 22 กันยายน 2560 22:57:27 น.
Counter : 88 Pageviews.  

เร่งเคลียร์อำนาจม.53 ใช้หลักบริหารแทน



‘หมอธี’เร่งเคลียร์อำนาจม.53 ใช้หลักบริหารแทน ไม่แก้ม.44 ปลื้ม ‘บุญรักษ์’ จับมือ ‘การุณ’บรรยากาศดี

 

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลัง มอบนโยบายคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) และคณะอนุกรรมการทุกคณะของกศจ.นครปฐมกศจ.พระนครศรีอยุธยาและ กศจ.สุพรรณบุรี เมื่อเร็ว นี้ว่า ตนขอให้ กศจ. และคณะอกศจ. ทุกคณะบูรณาการการทำงานร่วมกัน โดยยึดประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับเด็กเป็นสำคัญ ไม่อยากให้ไปนึกถึงเรื่องอำนาจว่าเป็นของใคร โดยเฉพาะ กรณีผู้มีอำนาจลงนามแต่งตั้งภายในเขตพื้นที่การศึกษาตามมาตรา 53 ของ...ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ..2547 ซึ่งเดิมเป็นอำนาจของผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(สพท.) ในฐานะเลขานุการคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (....) ขณะที่คำสั่งของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 19/2560 ข้อ13 ระบุให้เป็นอำนาจของศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) ในฐานะเลขานุการกศจ. ซึ่งตอนนี้นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดศธ. ในฐานะที่เคยเป็นเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กำลังจะหารือร่วมกับ นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการ กพฐ. เพื่อหาข้อสรุปร่วมกัน ในวันที่ 22 กันยายนนี้

“เรื่องนี้อำนาจการลงนามตามกฎหมายเป็นของ ศธจ. ซึ่งคงไม่มีการปรับแก้ ให้ไปเป็นอำนาจของ อกศจ.ด้านบริหารงานบุคคลแล้ว เพราะต้องไปแก้ .44 ซึ่งไม่ทัน ดังนั้นจะมีการปรับแก้ในเชิงบริหารโดยให้เขตพื้นที่ฯ มีส่วนร่วมมากขึ้น โดยกำลังพิจารณาให้ผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯ ทุกเขตในจังหวัดนั้นๆ มาเป็นกรรมการใน อกศจ. เพราะ ปัญหานี้ถ้ามาพูดเรื่องใครจะได้อะไร ไม่มีทางที่ใครจะพอใจ100% แต่เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายก็ต้องหาทางออกที่ดีที่สุด อย่างไรก็ตามเรื่องนี้จะต้องดูข้อดี ข้อเสียด้วย เพราะกศจ.เอง ก็แย้งมาว่า ผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯ มีอำนาจพิจารณาตั้งแต่ต้นทางอยู่แล้ว ทำไม่ต้องมาเข้าร่วมที่ปลายทางด้วย ซึ่งปลายทางจริง เป็นอำนาจของกศจ. เพราะฉะนั้นเรื่องเหล่านี้ต้องพิจารณาให้รอบคอบและสุดท้ายต้องดูว่ากฎหมายว่าอย่างไร ตอนนี้ถือว่าทะเลาะกันน้อยลง ซึ่งผมพอใจภาพรวมการทำงานตอนนี้แล้ว”รัฐมนตรีว่าการศธ. กล่าว

นายบุญรักษ์ กล่าวว่า มาตรา 53 ไม่ใช่เรื่องหลักของการบริหารระหว่างเขตพื้นที่ฯ กับกศจ. อำนาจม.44ว่าอย่างไรก็ต้องเป็นตามนั้น แต่ผู้เกี่ยวข้องต้องมาคุยและตกลงทำความเข้าใจเรื่องทำงานร่วมกัน ซึ่งก็เชื่อว่าคุยได้ไม่มีปัญหา


ที่มา thaitribune




 

Create Date : 22 กันยายน 2560    
Last Update : 22 กันยายน 2560 2:00:30 น.
Counter : 134 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  66  

p_chusaengsri
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 52 คน [?]






Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add p_chusaengsri's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.