TAXI OK ดีเดย์ 9 พ.ย.กรมขนส่งเร่งให้แท็กซี่จดทะเบียนใหม่ทุกคันต้องพร้อมอุปกรณ์เทคโนโลยีเพื่อความปลอด



ดีเดย์!!! ตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 2560 เป็นต้นไป กรมการขนส่งทางบกกำหนดให้รถแท็กซี่จดทะเบียนใหม่ทุกคันต้อง ผ่านหลักเกณฑ์ภายใต้โครงการ TAXI OK ติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยให้ครบ ทั้งGPS Tracking และอุปกรณ์แสดงตัวผู้ขับ มาตรค่าโดยสาร ปุ่มฉุกเฉินสำหรับผู้โดยสาร กล้องบันทึกภาพภายในรถแบบ Snap Shot โดยทั้งหมดต้องเชื่อมโยงข้อมูลได้แบบ Real-time

 

เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน ที่กรมขนส่งทางบก นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการ TAXI OK และ TAXI VIP เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับระบบการให้บริการของแท็กซี่ ด้วยการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการยกระดับมาตรฐานการให้บริการให้มีความสะดวกสบาย ภายใต้การควบคุม กำกับ ดูแลจากภาครัฐอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 2560 เป็นต้นไป กำหนดให้รถแท็กซี่จดทะเบียนใหม่ทุกคันต้องมีความพร้อมและติดตั้งอุปกรณ์ส่วนควบตามที่กำหนดในโครงการ TAXI OK ครบถ้วน ประกอบด้วย การติดตั้งเครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทางของรถ GPS Tracking พร้อมอุปกรณ์แสดงตัวผู้ขับรถ มาตรค่าโดยสาร ปุ่มฉุกเฉินสำหรับผู้โดยสาร (Emergency) อย่างน้อย 1 จุด ในตำแหน่งที่สามารถมองเห็นได้และใช้งานสะดวก และกล้องบันทึกภาพภายในรถแบบ Snap Shot โดยอุปกรณ์ทั้งหมดต้องเชื่อมโยงและทำงานร่วมกันได้แบบ Real-time เพื่อส่งข้อมูลไปยังศูนย์บริการสื่อสารรถยนต์รับจ้าง (แท็กซี่) ของผู้ประกอบการทั้งที่เป็นนิติบุคคล สหกรณ์ ศูนย์วิทยุแท็กซี่ในปัจจุบัน ซึ่งทำหน้าที่บริหารจัดการระบบให้บริการรถแท็กซี่ให้ครอบคลุมทั่วถึงทุกพื้นที่ให้บริการและมีส่วนสำคัญในการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้บริการ และจัดส่งข้อมูลให้ศูนย์บริหารจัดการรถแท็กซี่ของกรมการขนส่งทางบก (DLT TAXI CENTER) ทั้งข้อมูลสถานะของรถแท็กซี่ทุกคันในโครงการ TAXI OK ทั้งตำแหน่งพิกัดสถานะของรถ ข้อมูลสถานะของมิเตอร์ ข้อมูลผู้ขับรถ ข้อมูลแสดงความเร็วของรถ สถิติการให้บริการ ข้อร้องเรียนต่างๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์สำหรับกำหนดแนวทางพัฒนาการให้บริการแท็กซี่อย่างต่อเนื่อง

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ เพื่อให้เกิดการพัฒนารูปแบบการให้บริการแท็กซี่ทั้งระบบอย่างเป็นรูปธรรมและตอบสนองความต้องการของประชาชนในยุคดิจิตอล กรมการขนส่งทางบกได้พัฒนาระบบเรียกใช้บริการรถแท็กซี่ผ่านแอพพลิเคชั่น TAXI OK บนโทรศัพท์ Smart Phone ที่เปิดกว้างให้เรียกใช้บริการรถแท็กซี่ในโครงการ TAXI OK ได้ทุกคัน ทั้งยังสามารถร้องเรียนการให้บริการ รวมถึงตรวจสอบความถูกต้องของค่าบริการ ทำให้มั่นใจได้ว่าจะได้รับความปลอดภัย ได้รับการคุ้มครอง พร้อมการช่วยเหลือยามที่เกิดปัญหาได้อย่างทันที โดยจะเปิดให้ใช้ระบบเรียกรถแท็กซี่ผ่านแอพพลิเคชั่นได้เต็มรูปแบบภายในเดือนธันวาคม 2560

อย่างไรก็ตามในระหว่างการเตรียมความพร้อมด้านระบบแอพพลิเคชั่นรถแท็กซี่ OK ที่จดทะเบียนเรียบร้อยแล้วสามารถนำไปวิ่งให้บริการได้เหมือนรถแท็กซี่ทั่วไปทันที และผู้ใช้บริการสามารถเรียกใช้บริการรถแท็กซี่ OK ได้ในอัตราค่าโดยสารเริ่มต้น 35 บาท เหมือนรถแท็กซี่ทั่วไป โดยสังเกตสัญลักษณ์รถแท็กซี่ OK จากโป๊ะไฟบนหลังคาซึ่งจะมีลักษณะคล้ายรูปรถ แสงไฟสีขาว ระบุอักษรภาษาอังกฤษ “TAXI” และมีสัญลักษณ์ “APP” ในวงกลมสีแดง และสัญลักษณ์ “GPS” ในวงกลมสีเหลือง รวมถึงที่กระจกกันลมหน้ารถจะมีสัญลักษณ์แสดงสถานะติดตั้งกล้องบันทึกภาพภายในรถ “CAMERA” ในพื้นวงกลมสีน้ำเงิน ทั้งนี้ นอกจากรถแท็กซี่จดทะเบียนใหม่ที่เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ TAXI OK แล้ว รถแท็กซี่ปัจจุบันที่ยังคงเหลืออายุการให้บริการ กรมการขนส่งทางบกให้สิทธิในการเข้าร่วมโครงการในภาคสมัครใจ เพียงติดตั้งเครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทางของรถ GPS Tracking พร้อมอุปกรณ์แสดงตัวผู้ขับรถ และเข้าเป็นสมาชิกในระบบศูนย์บริการสื่อสารรถยนต์รับจ้าง (แท็กซี่) ของภาคเอกชน ซึ่งจะได้รับสิทธิในการเชื่อมโยงกับระบบรับงานของแอพพลิเคชั่น TAXI OK โดยให้นำรถที่ติดตั้งอุปกรณ์ครบถ้วนแล้ว เข้าตรวจสภาพและทดสอบการเชื่อมโยงข้อมูลกับกรมการขนส่งทางบก หากผ่านเกณฑ์จะได้รับสติ๊กเกอร์สัญลักษณ์โครงการ TAXI OK ติดหน้ารถเพื่อเป็นทางเลือกในการใช้บริการของประชาชน

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวต่อไปว่า สำหรับรูปแบบการให้บริการแท็กซี่ OK ทันทีที่มีการรับจ้างเกิดขึ้นข้อมูลจากรถแท็กซี่จะถูกส่งไปยังศูนย์บริการสื่อสารฯ และจะถูกส่งต่อไปยังศูนย์ DLT TAXI CENTER ของกรมการขนส่งทางบก แบบ Real-time ดังนี้ เมื่อกดเปิดมาตรค่าโดยสาร ระบบจะจัดส่งข้อมูลตำแหน่งและเวลาที่รับผู้โดยสาร พร้อมภาพถ่ายภายในรถจากกล้องบันทึกภาพ และเมื่อส่งผู้โดยสารถึงจุดหมายปลายทาง มีการกดปิดมาตรค่าโดยสาร ระบบจะจัดส่งข้อมูลตำแหน่งและเวลาที่ส่งผู้โดยสาร ระยะทาง ระยะเวลาการเดินทาง ค่าจ้างบรรทุกคนโดยสาร และภาพถ่าย ส่วนในกรณีที่มีการกดปุ่มฉุกเฉิน ทุกระบบจะทำงานร่วมกันโดยอัตโนมัติเพื่อแจ้งเหตุไปยังศูนย์บริการสื่อสารฯ และศูนย์ DLT TAXI CENTER หรือหน่วยงานที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด โดยกล้องจะบันทึกภาพและส่งข้อมูลอัตโนมัติจนกว่าจะได้รับการช่วยเหลือ หรือตรวจสอบว่าเป็นการใช้ปุ่มฉุกเฉินโดยไม่ได้เจตนา ทั้งนี้ สำหรับรถแท็กซี่แบบพิเศษ หรือ TAXI VIP เป็นทางเลือกในการให้บริการแท็กซี่ด้วยรถที่มีขนาดใหญ่ขึ้น สะดวกสบายมากขึ้นมีมาตรฐานอุปกรณ์ส่วนควบไม่น้อยกว่ารถตามโครงการ TAXI OK ผู้ประกอบการต้องขอรับใบอนุญาตประกอบการขนส่ง ซึ่งจะต้องมีการเสนอแผนการประกอบธุรกิจ โครงสร้างองค์กร แผนการตลาดและแผนความปลอดภัย และกำหนดเงื่อนไขให้ต้องปฏิบัติ

ที่มา thaitribune




 

Create Date : 12 พฤศจิกายน 2560    
Last Update : 12 พฤศจิกายน 2560 2:14:09 น.
Counter : 31 Pageviews.  

สมเด็จพระเทพฯเสด็จพิธีบวงสรวงสังเวยการจัดทำเครื่องสดประดับจิตกาธาน



สมเด็จพระเทพฯเสด็จพิธีบวงสรวงสังเวยการจัดทำเครื่องสดประดับจิตกาธานในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

 

เมื่อเวลา 09.01 น. วันที่ 19 ต.ค. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯโดยรถยนต์พระที่นั่งจากวังสระปทุมไปยังโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ ในพระบรมมหาราชวัง ในพิธีบวงสรวงสังเวยการจัดทำเครื่องสดประดับพระจิตกาธานในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยมี นายจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา เลขาธิการพระราชวัง พล.อ.ต.สุพิชัย สุนทรบุระ รองเลขาธิการพระราชวัง นางนภาพร เล้าสินวัฒนา ผู้อำนวยการกองศิลปกรรม นางพัฒนา เกตุกาญจโน ผู้อำนวยการโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ กรมศิลปากร สำนักช่างสิบหมู่ ช่างฝีมือและจิตอาสา เฝ้าฯ รับเสด็จ

จากนั้น เสด็จฯ ไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระรัตนตรัย ทรงคม เสด็จฯไปทรงเจิมโองการบวงสรวงสังเวยช่างเครื่องสดราชสำนัก เสด็จฯไปยังโต๊ะสังเวย จากนั้นทรงจุดเทียนทอง เทียนเงิน ที่โต๊ะเครื่องสังเวย ทรงจุดธูปหางปักที่เครื่องสังเวย (ชาวพนักงานลั่นฆ้องชัย สังข์ แตร พนักงานภูษามาลาแกว่งบัณเฑาะว์) ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ทรงคม จากนั้นประทับพระราชอาสน์ นายบุญชัย ทองเจริญบัวงาม นายช่างศิลปกรรม ผู้ประกอบพิธีอ่านโองการบวงสรวงและนำกล่าวบทบูชาครูช่างเครื่องสด จบแล้ว (ชาวพนักงานลั่นฆ้องชัย สังข์ แตร พนักงานภูษามาลาแกว่งบัณเฑาะว์)

ต่อมา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯไปทรงสุหร่ายที่เครื่องมือ เครื่องใช้ในการทำเครื่องสดพระจิตกาธาน และทรงเจิมเทวดาประดับจิตกาธาน (ชาวพนักงานลั่นฆ้องชัย สังข์ แตร พนักงานภูษามาลาแกว่งบัณเฑาะว์) เสด็จฯไปทรงคมที่หน้าโต๊ะหมู่บูชา เสด็จฯไปทรงคมที่หน้าโต๊ะสังเวย และเสด็จฯ กลับในเวลาต่อมา

ที่มา thaitribune




 

Create Date : 21 ตุลาคม 2560    
Last Update : 21 ตุลาคม 2560 10:13:54 น.
Counter : 100 Pageviews.  

รศ.ดร.สมชาย ปฐมศิริ ผู้เชี่ยวชาญโลจิสติกส์เป็นอธิการบดีคนใหม่ของ มทร.



ที่ประชุมสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) เลือก รศ.ดร.สมชาย ปฐมศิริ คนหนุ่มไฟแรงเป็นอธิการบดีคนใหม่ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.)ตะวันออก หวังแก้ปัญหาธรรมาภิบาลและพัฒนามหาวิทยาลัยให้ก้าวหน้า

 

 วันนี้(19 ต.ค.) ที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) ได้มีการประชุมคณะกรรมการสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) โดยมีศ.ดร.สุนทร บุญญาธิการ ประธานคณะกรรมการปฏิบัติหน้าที่แทนสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออกเป็นประธาน และพลตำรวจเอกชาญวุฒิ วัชรพุกก์ เป็นประธานคณะกรรมการสรรหาอธิการบดี มทร.ตะวันออก กล่าวว่า

ในวันนี้คณะกรรมการสรรหาฯ ได้เสนอรายชื่อผู้เข้ารับการสรรหาฯ จำนวน 3 คน จากผู้ผ่านการสรรหาและมีคุณสมบัติตามที่กำหนด 12 คน ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบเป็นเอกฉันท์กับ 3 รายชื่อที่เสนอ จากนั้นได้เปิดให้ทั้ง 3 คนได้นำเสนอแผนกลยุทธ์ในการบริหาร มทร.ตะวันออก พร้อมตอบข้อซักถามก่อนที่จะมีการลงคะแนน ปรากฎว่าต้องมีการลงคะแนนถึง 2 รอบ เนื่องจากการลงคะแนนรอบที่ 1 ไม่มีใครได้คะแนนเสียงข้างมาก จนรอบที่ 2 มีผู้ที่ได้คะแนนเสียงข้างมากคือ รศ.ดร.สมชาย ปฐมศิริ

ด้านศ.ดร.สุนทร กล่าวว่า สำหรับผู้ที่ผ่านการคัดเลือกเข้ามา 3 คนนั้นถือว่าเป็นคนเก่งทั้งหมด รวมทั้งมีวิสัยทัศน์และแนวโน้มที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาของมทร.ตะวันออกได้ดี แต่ที่เลือกรศ.ดร.สมชาย เนื่องจากได้รับคะแนนเสียงข้างมากที่สุด และคิดว่าน่าจะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆของมทร.ตะวันออกได้ดี เช่น ปัญหาธรรมาภิบาล ปัญหาการจัดการเรียนการสอน สามารถพัฒนามหาวิทยาลัยให้ก้าวหน้าพัฒนาและเป็นหนุ่มที่มีศักยภาพ เป็นต้น อย่างไรก็ตามจากนี้จะมีการนำเสนอรายชื่อดังกล่าวเพื่อดำเนินการโปรดเกล้าแต่งตั้งเป็นอธิการบดีมทร.ตะวันออกต่อไป

ประวัติ รศ.ดร.สมชาย ปฐมศิริ ถือเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านระบบขนส่ง การจราจรและโลจิสติกส์ การศึกษาจบปริญญาตรีเกียรตินิยมคณะวิศวกรรมโยธา  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ปริญญาโท M.Eng. (Transportation and Traffic Engineering)จาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ MBA (หลักสูตรผู้บริหารระดับสูง)จาก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  จบปริญญาเอก Ph.D. (Transportation Systems Engineering and Planning) จาก University of Maryland at College Park, สหรัฐอเมริกา เป็นวุฒิสมาชิกสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.)

ที่มา thaitribune




 

Create Date : 21 ตุลาคม 2560    
Last Update : 21 ตุลาคม 2560 6:58:37 น.
Counter : 186 Pageviews.  

อธิบดีกรมจัดหางานชี้คนต่างดาวเป็นล่ามแปลภาษาได้



อธิบดีกรมจัดหางานชี้แจงความเข้าใจที่ตลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการจ้างคนต่างด้าวเป็นล่ามแปลภาษา คนต่างด้าวถือบัตรสีชมพูสามารถทำงานเป็นล่ามหรือผู้ประสานงานด้านภาษาได้

 

เมื่อวันที่ 19ต.ค.60 นายวรานนท์ ปีติวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน กล่าวชี้แจงถึงกรณีที่มีข่าวว่าจากการประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 ทำให้ไม่สามารถจ้างพนักงานสาธารณสุขต่างด้าวเป็นล่ามแปลภาษาและช่วยประสานงานเมื่อออกชุมชนได้นั้น ขอเรียนว่าเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เนื่องจากประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องกำหนดประเภทงานให้คนต่างด้าวตามมาตรา 13 (2) แห่งพระราชบัญญัติการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2551 ทำได้ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2559 เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2559 ได้กำหนดให้แรงงานกัมพูชา ลาว และเมียนมากลุ่มบัตรสีชมพูสามารถทำงานในตำแหน่งผู้ประสานงานด้านภาษากัมพูชา ลาว หรือเมียนมาได้เพิ่มจากงานที่อนุญาตคือ งานกรรมกร งานรับใช้ในบ้านและช่างเครื่องยนต์ในเรือประมงทะเล

โดยผู้ว่าจ้างต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขคือ ประกาศรับสมัครและว่าจ้าง  ให้คนไทยเข้าทำงานก่อนอย่างน้อย 15 วัน หากพ้นเวลาดังกล่าวไม่มีคนไทยสมัครทำงาน นายจ้างสามารถจ้าง

 คนต่างด้าวเป็นผู้ประสานงานด้านภาษากัมพูชา ลาว หรือเมียนมาได้ 1 คนต่อการจ้างคนต่างด้าว 100 คน ส่วนกรณีนายจ้างเป็นหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ มูลนิธิ หรือองค์การอื่นที่มีวัตถุประสงค์ไม่แสวงหากำไรในทางเศรษฐกิจ หรือเป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยส่วนรวมสามารถจ้างได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม

กระทรวงแรงงาน จึงขอประชาสัมพันธ์ให้นายจ้าง/สถานประกอบการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ มูลนิธิ หรือองค์การอื่นๆที่ไม่แสวงหากำไรทราบว่า หากประสงค์จะว่าจ้างแรงงานต่างด้าวกัมพูชา ลาว และเมียนมา ทำงานเป็นล่ามหรือผู้ประสานงานด้านภาษากัมพูชา ลาว และเมียนมาสามารถทำได้ ตามมาตรา 63 (2) ประกอบมาตรา 145 แห่งพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 กำหนดไว้ว่ากฎหรือคำสั่งใดๆ ที่ได้ออกหรือสั่งโดยพระราชบัญญัติการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2551 ที่ใช้บังคับอยู่ก่อนวันที่พระราชกำหนดนี้ใช้บังคับให้ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเพียงเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชกำหนดนี้

ที่มา thaitribune




 

Create Date : 20 ตุลาคม 2560    
Last Update : 20 ตุลาคม 2560 9:44:32 น.
Counter : 107 Pageviews.  

คปภ.เร่งรัดบริษัทประกันจ่ายเคลมรถยนต์ถูกน้ำท่วมเสียหาย



คปภ.เร่งรัดการจ่ายเคลมรถยนต์ถูกน้ำท่วมเสียหายจากฝนถล่ม กทม.เผยรถยนต์จมน้ำ 3,184 คัน สั่งการให้ถือแนวทางปฏิบัติตามมาตรฐานการซ่อมรถยนต์น้ำท่วมและไม่ให้เอาเปรียบประชาชน

 

เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า จากการที่ฝนตกหนักในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ช่วงวันที่ 13-14 ตุลาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้ชาวกทม.ได้รับผลกระทบ โดยในส่วนของรถยนต์มีรถยนต์ถูกน้ำท่วมเป็นจำนวนมาก ซึ่งสำนักงาน คปภ.ได้ติดตามสถานการณ์ในเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดด้วยความห่วงใย และได้ประสานงานกับบริษัทประกันภัยที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งได้สั่งการให้สายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ สำนักงาน คปภ. ติดตามให้ความช่วยเหลือ และเร่งรัดให้มีการจ่ายค่าสินไหมทดแทนกรณีรถยนต์ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมดังกล่าว โดยในวันที่ 16 ตุลาคม 2560 ได้เรียกประชุมคณะกรรมการกำกับและติดตามการช่วยเหลือด้านการประกันภัยฯเพื่อติดตามดูแลช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยนี้เป็นการเร่งด่วน

จากรายงานล่าสุด  ณ วันที่ 18 ตุลาคม 2560 เวลา 9.30 น. มีรถยนต์ในพื้นที่กรุงเทพมหานครที่ถูกน้ำท่วมจำนวน 3,184 คัน ซึ่งทำประกันภัยไว้กับบริษัทประกันวินาศภัย 41 บริษัท คิดเป็นมูลค่าความเสียหายเบื้องต้น 45,598,009 บาท

เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า การจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้กับรถยนต์ที่ถูกน้ำท่วมจะต้องเป็นไปอย่างรวดเร็วมีประสิทธิภาพ และเป็นธรรม โดยให้ยึดถือแนวปฏิบัติตามมาตรฐานการซ่อมรถยนต์ที่ถูกน้ำท่วม ซึ่งแบ่งเป็น 5 ระดับ คือ ระดับ A น้ำท่วมถึงพื้นรถยนต์ ประเมินค่าซ่อม 8,000-10,000 บาท มีรายการที่ต้องดำเนินการ 15 รายการ เช่น ตรวจสอบแบ็ตเตอรี่ (ถอดขั้ว/ตรวจสอบน้ำกลั่น/ไฟ-ชาร์ท) ทำความสะอาดตัวรถ ล้าง-อัด-ฉีด ขัดสี ถอดเบาะนั่ง หน้า-หลัง  ถอดคอนโซลกลาง (คันเกียร์) ถอดพรมในเก๋ง-ซักล้าง-ตาก-อบแห้ง ถอดคันเร่ง  (รถที่ควบคุมด้วยระบบไฟฟ้าและเซ็นเซอร์) ถอดลูกยางอุดรูพื้นรถและทำความสะอาด ล้างทำความสะอาดห้องเครื่อง-เป่าแห้ง ตรวจสอบทำความสะอาดระบบเบรก 4 ล้อ/ผ้าเบรก ทำความสะอาดสายไฟ-ปลั๊กไฟด้วยน้ำยาเคมีภัณฑ์ ตรวจสอบชุดท่อพักไอเสีย (แคทธาเรติค)

ระดับ B น้ำท่วมถึงเบาะนั่ง ประเมินค่าซ่อม 15,000 -20,000 บาท มีรายการที่ต้องดำเนินการ 26 รายการ โดยเพิ่มเติมจาก 15 รายการในระดับ A คือ การถ่ายน้ำมันเครื่อง-เกียร์-เฟืองท้าย กรองน้ำมันเครื่อง-กรองอากาศ-กรองเบนซิน-กรองโซล่า ตรวจระบบจุดระเบิด หัวเทียน จานจ่าย หัวฉีด ตรวจสอบชุดเพลาขับ ถอดทำความสะอาดแผงประตูทั้ง 4 บาน ตรวจชุดสวิทซ์สตาร์ท-กล่องควบคุมไฟ- กล่องฟิวส์ ถอดทำความสะอาดไล่ความชื้นระบบเข็มขัดนิรภัย ถอดทำความสะอาดชุดมอเตอร์ยกกระจกไฟฟ้า ตรวจสอบทำความสะอาดเบาะ ถอดทำความสะอาด (ไดร์สตาร์ทและไดร์ชาร์จ) เพื่อไล่ความชื้น

ระดับ C น้ำท่วมถึงส่วนล่างของคอนโซลหน้า ประเมินค่าซ่อม 25,000-30,000 บาท มีรายการที่ต้องดำเนินการ 39 รายการ โดยเพิ่มเติมจาก ระดับ A และ B คือ ตรวจสอบชุดอีโมไรท์เซอร์/ระบบ GPS (ที่ติดมากับรุ่นรถ) ตรวจสอบไล่น้ำออกจากเครื่องยนต์ ท่อไอดี ห้องเผาไหม้ ตรวจสอบลูกปืนไดชาร์ท ลูกรอก ตรวจสอบทำความสะอาดระบบไฟส่องสว่าง (ไฟหน้า-ท้าย-เลี้ยว) ตรวจเช็คระบบขับเลี้ยวไฟฟ้า ถอดตรวจเช็คตู้แอร์ มอเตอร์ โบวเวอร์ เซ็นเซอร์ ถอดหน้าปัดเรือนไมล์ เกจ์ ถอดตรวจเช็คระบบไฟฟ้าและสายไฟขั้วต่างๆ ตรวจเช็คระบบเครื่องเสียง-วิทยุ-แอมป์-ลำโพง ตรวจเช็คระบบเบรก (ABS) ตรวจชุดหม้อลมเบรก/ แม่ปั้มบน-ล่าง ตรวจสอบลูกปืนล้อ-ลูกหมาก-ลูกยางต่างๆ ผ้าหลังคา/แมกกะไลท์

ระดับ D น้ำท่วมถึงส่วนบนของคอนโซลหน้า ประเมินค่าซ่อมเริ่มต้นที่ 30,000 บาทขึ้นไป มีรายการที่ต้องดำเนินการ 40 รายการ โดยเพิ่มเติมจาก ระดับ A – C มา 1 รายการ คือ ทำสี (กรณีสีรถได้รับความเสียหาย) ซึ่งในกรณีนี้ทางบริษัทผู้รับประกันภัยอาจพิจารณาคืนทุนประกันภัยให้กับผู้เอาประกันภัยก็ได้

และระดับ E รถยนต์จมน้ำทั้งคัน  ซึ่งในกรณีนี้บริษัทผู้รับประกันภัยจะคืนทุนประกันภัยให้กับผู้รับประกันภัยสถานเดียว

ทั้งนี้จากรายงานดังกล่าว พบว่า รถยนต์ส่วนใหญ่ 70% จากจำนวน 3,155 คัน ถูกน้ำท่วมในระดับ A-B จึงกำชับให้บริษัทประกันภัยรถยนต์ดังกล่าวเร่งรัดในการจ่ายค่าสินไหมทดแทนด้วย

เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า ความเสียหายต่อตัวรถยนต์ที่จะได้รับความคุ้มครองกรณีภัยจากน้ำท่วมต้องเป็นกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 สำหรับกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ประเภท 2 หรือ ประเภท 3 หรือประเภท 2+ หรือ 3+ ที่ซื้อความคุ้มครองความเสียหายจากภัยธรรมชาติ (ภัยน้ำท่วม) เพิ่มเติม ก็จะได้รับความคุ้มครองเช่นกัน สำหรับประชาชนซึ่งรถยนต์ที่เสียหายไม่ได้ทำประกันหรือประกันภัยไม่ครอบคลุมก็สามารถใช้แนวปฎิบัติตามมาตรฐานการซ่อมรถยนต์ข้างต้น ในการป้องกันมิให้อู่ซ่อมรถยนต์เรียกค่าซ่อมเกินความเป็นจริง

อย่างไรก็ตามเนื่องจากภัยน้ำท่วมเป็นเรื่องที่มีโอกาสจะเกิดขึ้นและก่อความเสียหายได้อีก จึงขอแนะนำให้ประชาชนบริหารความเสี่ยงด้วยระบบประกันภัย โดยในส่วนของประกันภัยรถยนต์ควรเลือกซื้อกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ที่ให้ความคุ้มครองกรณีน้ำท่วมด้วย ทั้งนี้หากมีข้อสงสัยหรือมีปัญหาไม่ได้รับความเป็นธรรมในการเคลมประกันภัยจากบริษัทประกันภัย สามารถติดต่อได้ที่ สายด่วน คปภ. 1186

ที่มา thaitribune




 

Create Date : 19 ตุลาคม 2560    
Last Update : 19 ตุลาคม 2560 22:19:05 น.
Counter : 63 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  66  

p_chusaengsri
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 52 คน [?]










Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add p_chusaengsri's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.