ปฏิรูปพระสังฆาธิการให้ตรวจสอบพฤติกรรมและลงโทษพระภิกษุสามเณรในปกครอง โดย วิรังรอง ทัพพะรังสี



วิรังรอง ทัพพะรังสี ผู้เขียนในฐานะพุทธศาสนิกชนได้ตั้งความหวังว่า ผู้รู้ทั้งหลายที่จะมีส่วนร่วมในการนี้ จะยกพระธัมมวินัยเป็นที่ตั้ง ให้พระธัมมวินัยคงความศักดิ์สิทธ์เหนือกม. กล่าวคือคณะสงฆ์ต้องปกครองเสมอกันโดยธรรม มีพระธัมมวินัยเป็นเครื่องอยู่ เครื่องตัดสินและปกครอง

 

คำสั่งเรื่องให้พระสังฆาธิการตรวจสอบพฤติกรรมและลงโทษพระภิกษุสามเณรในปกครอง...รอมาตั้งนาน  อยากให้มหาเถรสมาคมออกคำสั่งแบบนี้บ้างมาตั้งแต่ตอนช่วงดีเอสไอปิดล้อมธรรมกาย เพราะมีผู้แต่งกายเหมือนสงฆ์แต่จริยาไม่เหมือนภิกษุ มีพฤติกรรมถูกทุกข้อตามคำสั่งเจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก สมเด็จพระพุทฒาจารย์ ลงวันที่ ๒๘ ก.ย. ๒๕๖๐.... 

ถ้า มส. ออกคำสั่งแบบนี้ตอนช่วงนั้น เจ้าคณะอำเภอคลองหลวงและเจ้าคณะจังหวัดปทุมฯ อาจโดนข้อหาย่อหย่อน ไม่ตรวจสอบ กวดขันควบคุมความประพฤติพระภิกษุสามเณรในปกครอง หรืออาจได้รับโทษฐานละเมิดจริยาพระสังฆาธิการ....เพราะตอนนั้นภาพพระวัดธรรมกายที่ปรากฎในสื่อสาธารณะ และสื่อโซเชียล สามณสารูปแทบดูไม่ได้เลย จนขนาดมีผู้กล่าวว่านี้วัดหรือซ่..งโ..ร

มาวันนี้ คำสั่งแต่ละข้อที่เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออกระบุไว้ อ่านแล้วดูเหมือนว่าฝ่ายปกครองคณะสงฆ์ได้ออกมายอมรับอย่างจริงจังเป็นครั้งแรกว่า

๑. มีปัญหาเรื่องภิกษุสามเณรที่ไม่ปฏิบัติตามพระธรรมวินัย และประพฤติเสียหายเป็นที่ติเตียนของสังคมในลักษณะโลกวัชชะ 

๒. ยอมรับความหย่อนยานของพระสังฆาธิการที่ไม่กวดขันอบรมภิกษุในปกครอง...ที่สำคัญคือ...

๓. ปัญหาเหล่านี้ต้องได้รับการแก้ไข 

เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงเห็นว่าการดำเนิน "การปฏิรูปการปกครองคณะสงฆ์"น่าจะจำเป็นต้องเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้อย่างแน่นอน

เรื่องนี้ถ้าถามดิฉัน ดิฉันคิดว่า กฎมหาเถรสมาคมก็ดี ระเบียบการปกครองคณะสงฆ์ก็ดี เป็นต้น ล้วนออกมาซ้ำซ้อนกับพระธัมมวินัยทั้งสิ้น หากภิกษุสามเณรเคร่งครัดในพระธัมมวินัย มีพระธรมและพระวินัยอันหมดจรดเป็นที่พึ่งที่ระลึก ถ้าคณะสงฆ์สามารถปกครองกันและกันโดยธรรมวินัย กฏ ระเบียบ คำสั่งอื่นใดในทางโลกๆ ก็ไม่มีความจำเป็น เพราะไม่ว่าจะพยายามขีดเขียนกฏ ระเบียบ คำสั่งอื่นใดในทางโลกๆ ให้ครอบคลุมเพียงใดก็ยังมิอาจเทียบได้กับพระธัมมวินัยซึ่งทรงบัญญัติไว้ดีแล้วนั้น 

ท่านผู้อ่านก็ลองอ่านคำสั่งเจ้าคณะใหญ่หนตะวันออกดูสิคะ ทั้ง ๔ ข้อ เป็นเรื่องที่ดิฉันในฐานะชาวพุทธอ่านแล้วก็เห็นว่ารากเหง้าหรือเหตุของปัญหาคือภิกษุสามเณรส่วนหนึ่งมิได้เคร่งครัดในพระธัมมวินัยนั้นเอง ดังนั้นปัญหาจึงมิได้อยู่ที่พระธัมมวินัย แต่อยู่ที่ตัวของภิกษุสามเณร เมื่อพระธัมมวินัยมอันอาจกล่าวได้ว่าเป็นกฎสูงสุดของภิกษุสามเณรไม่ใช่ปัญหา เหตุใดต้องไปสรรสร้างกฎทางโลกขึ้นมาอีก เพราะไม่ว่าจะเขียนกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่งใดๆ ขึ้นมาใหม่อีกกี่ฉบับต่อกี่ฉบับ ก็ไม่อาจมีศักดิ์และสิทธิ์เสมอพระธัมมวินัยได้

ดังนั้นหากการปฏิรูปการปกครองคณะสงฆ์จะเกิดขึ้นในอนาคต ดิฉันในฐานะพุทธศาสนิกชนหวังว่า ผู้รู้ทั้งหลายที่จะมีส่วนร่วมในการนี้ จะยกพระธัมมวินัยเป็นที่ตั้ง ให้พระธัมมวินัยคงความศักดิ์สิทธ์เหนือกม. กล่าวคือคณะสงฆ์ต้องปกครองเสมอกันโดยธรรม มีพระธัมมวินัยเป็นเครื่องอยู่ เครื่องตัดสินและปกครอง

ถ้าเป็นได้เช่นนี้ ปัญหาพระเบี่ยงเบนทางเพศก็จะไม่มี เพราะบวชไม่ได้แล้วตั้งแต่แรก (นี้อ้างว่าก่อนบวชไม่ทราบ แต่พอทราบแล้วไม่จับสึกจึงเป็นปัญหาอยู่ทุกวันนี้) พระเดินสะพายกล้อง ถือโทรศัพท์ ไอแพด ถ่ายรูปตามสถานที่ท่องเที่ยวก็ไม่มี อย่างที่พระมหาโชว์ขึ้นเวทีการเมืองใช้วาจาหยาบคายด่าทออย่างเมามันก็จะไม่มี (คลิปยูทูปหาดูได้ค่ะ) พฤติกรรมที่พระประสาร (พระเมธีฯ ) ประกาศระดมก่อม๊อบพระรายวัน และพระผลิต-ขายเครื่องลางของขลัง ผ้ายันต์บันลือโลก ก็จะไม่มี เหล่านี้ไม่ต้องอาศัยการการสนับสนุนและอารักขาจากทางราชการ ไม่ต้องออกกฎหมายมาจัดการป้องกัน-แก้ไข เพราะเรื่องเหล่านี้ พระธัมมวินัยเอายู่หมดทุกเรื่อง เพียงขอให้นำพระธัมมวินัยมาใช้อย่างจริงจัง

ข้อปฏิบัติที่เร่งด่วนของพระสังฆาธิการและพระภิกษุสามเณรทั่วไป ๘ ข้อนั้น (ภาพประกอบ) ดิฉันเห็นว่า มีเขียนว่า “ให้ตรวจสอบ” แต่ดิฉันหวังว่าถ้าตรวจสอบพบแล้วก็ขอให้ท่านกรุณาแก้ปัญหาอย่างจริงจังอย่างต่อเนื่องด้วยนะคะ อย่าแค่ทำเป็นแต่สร้างกระแสตื่นตัวชั่วครู่ชั่วคราว เพราะชาวพุทธจำนวนมากหมดศรัทธาใน "สงฆ์บางหมู่เหล่า” (ไม่ใช่ทั้งหมด)ที่ปฏิบัติตนไม่สมควรแก่การรับสักการะละการต้อนรับ แต่ไม่ใช่ว่าจะหมดศรัทธาในพระบรมศาสดาและพระธรรมคำสอน ดังนั้นพวกเราชาวพุทธก็ยังหวังว่า ฝ่ายปกครองคณะสงฆ์จะสามารถโฟคัสไปที่ภิกษุสามเณรนอกรีตให้กลับมาเป็นที่พึ่งที่ระลึกของพวกเราชาวพุทธได้ หรือมิฉะนั้นก็ขจัดออกไปเสียให้สิ้นทราก 

ต้นไม้ที่รากเน่าหรือแห้งผุจากภายในลำต้นย่อมโค่นล้มลงได้ง่าย พระพุทธศาสนาก็เช่นกัน จำเป็นที่จะต้องเร่งสร้าง "ความมั่นคงภายใน”ให้เกิดขึ้น เพื่อเป็นเกราะป้องกันการบ่อนทำลายจากภายนอก หากเราสามารถรักษาพระธรรมคำสอนไว้ได้ (ดังนั้นจึงหวังว่า ฝ่ายปกครองคณะสงฆ์จะจัดการอย่างเด็ดขาดกับการเผยแพร่คำสอนและการปฏิบัติที่วิปริตของธรรมกาย) และที่สำคัญหากภิกษุดำรงตนเป็นตัวอย่างที่ดีให้ชาวพุทธเห็นว่า นี้คือผู้สืบทอดพระพุทธศาสนา เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณสามารถอบรมสั่งสอนให้ชาวบ้านได้รู้ตามด้วยปัญญา เช่นนี้จะนำความมั่นคงไพบูลย์และความรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนาในประเทศไทยไว้ต่อไปได้ ภัยภายนอกที่คุกคามนั้นมีอยู่จริง แต่จะไม่สามารถบ่อนทำลายพระพุทธศานาให้อ่อนแอลง

อาจมีผู้แย้งว่า ดิฉันกล่าวถึงแต่ภิกษุ อะไรๆ ก็มาลงที่ภิกษุ แล้วอุบาสก อุบาสิกาล่ะ 

เรื่องนี้เห็นว่า หน้าที่ของภิกษุที่ทรงแสดงไว้มีแค่ ๒ คือ คันถธุระ และวิปัสสนาธุระ ดังนั้นผู้ที่สละทางโลกแล้วก็ควร ๑. ศึกษาเล่าเรียนคำสอน (คันถธุระ) ๒. บำเพ็ญเพียรเพื่อออกจากทุกข์ (วิปัสสนาธุระ) นี้คือบรรพชิตในสายตาของชาวพุทธผู้มั่นคงต่อคำสอนของบรมศาสดา ที่มีต่อภิกษุสามเณรผู้น่าเลื่อมใสศรัทธา และคาดหวังว่าท่านเหล่านั้นจะเผยแผ่พระธรรมคำสอน อบรมให้ความรู้ชาวพุทธตามกำลัง

ส่วนอุบาสก อุบาสิกา คือผู้ครองเรือน ดีกรีความคาดหวังของสังคมต่อเขาเหล่านั้นย่อมน้อยกว่าความคาดหวังที่มีต่อภิกษุ แต่ภิกษุและอุบาสก อุบาสิกา ก็ต้องเกื้อกูลกันจึงจะเกิดเป็นประโยชน์ต่อบวรพระพุทธศาสนา หากอุบาสก อุบาสิกา ไม่เคารพ ไม่เลื่อมใสศรัทธาในพระสงฆ์ ก็จะพากันไม่ทำบุญไม่เข้าวัดไม่อุปัฏฐาก หรือถ้าอุบาสก อุบาสิกาเป็นมิจฉาทิฏฐิ คือเป็นผู้ที่มีความเห็นผิด พระสงฆ์ก็จะอยู่ยาก แต่หากพระสงฆ์เป็นผู้เจริญด้วยปัญญา ก็จะเป็นตัวอย่างที่ดี เป็นที่พึ่งแก่สังคมและประเทศชาติ เป็นผู้สืบต่อพระศาสนาไว้ได้ ดังในสมัยพุทธกาลที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงธรรมแล้วทำผู้ที่เห็นผิดปฏิบัติผิด ได้เปลี่ยนหันมานับถือพระพุทธศาสนาได้เป็นจำนวนมาก

ประการสุดท้าย อ่านข้อความในภาพประกอบเรื่องข้อปฏิบัติเร่งด่วนที่สุดของพระสังฆาธิการและภิกษุสามเณร (ภาพประกอบ) ด้วย และอยากให้เจ้าคณะจังหวัดทุกจังหวัดตั้งศูนย์รับเรื่องนี้จากชาวบ้านด้วย เพื่อแบ่งเบาภาระพระสังฆาธิการในการสำรวจตรวจตรา เพราะชาวบ้านก็มีหลักฐานข้อมูลไม่น้อย ดิฉันก็พอมี

ที่มา thaitribune




 

Create Date : 04 ตุลาคม 2560    
Last Update : 4 ตุลาคม 2560 20:02:50 น.
Counter : 121 Pageviews.  

การดำเนินงานด้านภูมิสถาปัตยกรรมประกอบพระเมรุมาศ คืบหน้าแล้วร้อยละ 98 ขณะที่การลงสีประติมากรรมเสร็จสม



การดำเนินงานด้านภูมิสถาปัตยกรรมประกอบพระเมรุมาศ คืบหน้าแล้วร้อยละ 98 ขณะที่การลงสีประติมากรรมเสร็จสมบูรณ์ตามแผนงานที่กำหนด

 

นายพรธรรม ธรรมวิมล ภูมิสถาปนิก สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร เปิดเผยว่า ภาพรวมการดำเนินงานด้านภูมิสถาปัตยกรรมพระเมรุมาศในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร คืบหน้าไปกว่าร้อยละ 98 ล่าสุดได้ปูพื้นรอบลานพระราชพิธีเกือบทั้งหมดแล้ว ขณะที่บริเวณสระอโนดาตรอบฐานพระเมรุมาศ ได้ติดตั้งสัตว์หิมพานต์ครบทั้ง4 มุม จำนวน 120 ตัว ทดลองระบบน้ำล้น แสงไฟ และไอหมอก และนำไม้ดัดในกระถางของวัดคลองเตยมาจัดวางบริเวณโขดหินบางจุด และจะเพิ่มไม้ประดับตามรูปแบบจิตรกรรมฝาผนังเป็นพันธุ์ไม้ไทยจำพวกไทรเลื้อย สนเลื้อย ที่ปกคลุมดินเพื่อให้การจัดวางดูเป็นธรรมชาติ ส่วนงานภูมิสถาปัตยกรรมแปลงนาข้าว ด้านทิศเหนือเสร็จสมบูรณ์แล้ว โดยกรมการข้าวได้เข้ามาดูแลให้งดงามจนถึงวันพระราชพิธีนอกจากนี้มูลนิธิชัยพัฒนาจะเข้ามาติดตั้งกังหันน้ำชัยพัฒนาเพิ่มเติมอีก 1 เครื่อง ส่วนฝายแม้วได้ทำระบบน้ำไหลและทดสอบระบบไฟแสงสว่างตอนกลางคืนแล้ว

ด้านนายสุรัฐกิจ พรีพงศ์ศิลป์ หัวหน้ากลุ่มจิตรกรรม สำนักช่างสิบหมู่ กล่าวว่า ได้ลงสีประติมากรรมประกอบพระเมรุมาศเสร็จแล้ว เหลือเพียงงานลงสีสัตว์หิมพานต์ที่ชำรุดจากการขนย้ายและติดตั้งบริเวณสระอโนดาตอีกเล็กน้อย อีกทั้งยังทำการเคลือบสีประติมากรรมปลานิลที่ต้องแช่ในน้ำ สำหรับการดำเนินการลงสีครั้งนี้ถือว่าเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้โดยมีจิตอาสาเข้ามาช่วยดำเนินการทั้งหมดจำนวน 221คน


ที่มา thaitribune




 

Create Date : 03 ตุลาคม 2560    
Last Update : 3 ตุลาคม 2560 3:34:35 น.
Counter : 42 Pageviews.  

กรุงเทพฯ คว้าแชมป์เมืองฮิตของนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2017



'กรุงเทพมหานคร' คว้าที่ 1 จากการจัดอันดับเมืองที่นักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมเที่ยวมากที่สุดในโลกประจำปี 2560 แซงหน้า ลอนดอน, ปารีส และดูไบ

 

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น - เผยผลสำรวจดัชนีจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลกประจำปี 2017 (2017 Global Destination Cities Index) โดยมาสเตอร์การ์ด โดยยกให้ "กรุงเทพมหานคร" เป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมมาท่องเที่ยวที่สุดในโลกประจำปีนี้ โดยในปีที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวถึง 19.41 ล้านคน พร้อมคาดว่าปี 2560 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 20.19 ล้านคนเข้ามาเยือนไทย

จากการจัดอันดับยังชี้ว่า กรุงเทพฯเป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวมาเที่ยวมากที่สุดในโลกติดกัน 2 ปีซ้อน โดยกรุงเทพสามารถแซงหน้าเป็นอันดับ 1 จากทั้งหมด 132 เมืองทั่วโลก ส่วนเมืองที่รองลงมาคือกรุงลอนดอน ของอังกฤษ จำนวนนักท่องเที่ยวเมื่อปี 2559 อยู่ที่ 19.06 ล้านคน อันดับที่ 3 ถือกรุงปารีส ของฝรั่งเศส มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางไปท่องเที่ยวเมื่อปี 2559 จำนวน 15.45 ล้านคน

อันดับที่ 4 คือดูไบ อันดับ 5 สิงคโปร์ อันดับ 6 นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐฯ อันดับ 7 กรุงโซล เกาหลีใต้อันดับ 8 กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย อันดับ 9 กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และอันดับ 10 นครอิสตันบูลประเทศตุรกี

จากการสำรวจยังพบอีกว่า เมืองที่มีอัตราการเติบโตนักท่องที่ยวมากสุดในโลกตั้งแต่ปี 2009-2017 ได้แก่เมืองโอซากา ประเทศญี่ปุ่น ที่มีอัตราการเติบโตของนักท่องเที่ยวต่างชาติถึง 24% ตามด้วยเมืองเฉิงตูมณฑลเสฉวน ประเทศจีน เติบโตที่ 22.7%


ที่มา thaitribune




 

Create Date : 29 กันยายน 2560    
Last Update : 29 กันยายน 2560 23:50:45 น.
Counter : 73 Pageviews.  

บินประชุม ตปท.บังหน้า ขอเงิน บ.ยา! ปมทุจริต รพ. จ.นนท์-ปลอมเบิก‘ซูโดอีเฟรดรีน’



ชำแหละพฤติกรรมทุจริตเบิกจ่ายยา ขรก. กรณีศึกษา รพ.จ.นนทบุรี ดีเอสไอสอบธุรกรรมพบเดินทาง ต่างประเทศบ่อย อ้างประชุมวิชาการบังหน้า แลกผล ปย. ปูดเภสัชฯปลอมคำสั่งเบิกยาแก้หวัด‘ซูโดอีเฟรดรีน’โรงพยาบาลฯตำบล (ตอน3)

 

พฤติกรรมทุจริตเบิกจ่ายยาตามสิทธิสวัสดิการข้าราชการและครอบครัว สำนักข่าวอิศราwww.isranews.org นำข้อมูลมารายงานไปแล้วว่ามีหลากหลายรูปแบบ ได้แก่

การสวมสิทธิ ผู้ป่วยหรือไม่มีอาการป่วย ซึ่งไม่มีสิทธิตามสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการและครอบครัว เข้าสวมสิทธิรักษาพยาบาลของบุคคลที่มีสิทธิ โดยอ้างใช้สิทธิสวัสดิการข้าราชการ

การยิงยา มีเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจสั่งจ่ายยามีการสั่งจ่ายยาที่ไม่จำเป็นและเหมาะสมสัมพันธ์กับอาการเจ็บป่วยของผู้ป่วยรายนั้น หรือจ่ายยาในลักษณะสิ้นเปลืองโดยไม่จำเป็น เน้นการจ่ายยานอกบัญชียาหลักซึ่งมีราคาแพง โดยมีผลประโยชน์ทับซ้อนกับบริษัทผู้ผลิตยา หรือตัวแทนจำหน่าย ในลักษณะของผลประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ เช่น เงินตอบแทน ของกำนัล การเดินทางไปต่างประเทศ

การช้อปปิ้งยา ผู้มีสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาล ข้าราชการและครอบครัว จะเบิกค่ารักษาพยาบาลในลักษณะเดินสายขอตรวจรักษาตามโรงพยาบาลต่างๆ ในช่วงวันเดียวกัน หรือระยะเวลาใกล้เคียงกัน และมักเดินทางไปพบแพทย์เกินกำหนดนัด เป็นเหตุให้ได้รับยาจำนวนมากยิ่งขึ้น มีการดำเนินการลักษณะเป็นขบวนการ มีความเชื่อมโยงระหว่างผู้ป่วย บุคลากรทางการแพทย์ ร้ายขายยา บริษัทยา

คราวนี้มาดูกรณีพฤติกรรมการทุจริตของโรงพยาบาล ใน .นนทบุรี ตามรายงานการสอบสวนข้อเท็จจริงของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตามที่ปรากฎในรายงาน มาตรการป้องกันการทุจริตในกระบวนการเบิกจ่ายยาตามสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ ของ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (คณะ กรรมการ ...) เสนอสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 28 มิ..2560

1.การเบิกจ่ายยาอย่างผิดปกติ กรณีโรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน .นนทบุรี

การสอบสวนคดีพิเศษได้รับหนังสือขอความร่วมมือจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (...) โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้สั่งการให้กรมสอบสวนคดีพิเศษอนุมัติให้เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ อนุมัติให้เจ้าหน้าที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงาน... ให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเข้าหน้าที่โรงพยาบาลในจ.นนทบุรี เนื่องจากพบการสั่งจ่ายยาอย่างผิดปกติ เบิกซ้ำซ้อนเกินเกินจริง โดยไม่พบบันทึกภาวะต่างๆ ของโรค ไม่พบหลักฐานการวินิจฉัยทางการแพทย์

จากการตรวจสอบพยานบุคคล พยานผู้เชี่ยวชาญทางวิชาชีพเวชกรรม บริษัทยาที่จำหน่ายยาให้กับโรงพยาบาลในจังหวัดนนทบุรี ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงของจังหวัดนนทบุรี ข้อมูลการเดินทางเข้าออกประเทศ และธุรกรรมทางการเงิน พบว่า มีข้าราชการของโรงพยาบาลปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ แสวงประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น มีลักษณะการประกอบวิชาชีพเวชกรรมสั่งจ่ายยาบางชนิดโดยไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ อาจมีผลข้างเคียงของยาต่อผู้ป่วยและอาจมีผลกระทบต่อผู้ป่วยเป็นเหตุให้ไม่ได้รับโอกาสแนวทางการรักษาที่เหมาะสมตามวิชาชีพเวชกรรม มีสถิติการสั่งจ่ายยา จำนวนมากกว่าซึ่งการดำเนินการลักษณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญควรจะเป็นผู้สั่งจ่ายยาดังกล่าวทั้งที่ผู้บังคับบัญชาได้มีการตักเตือน และจากการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบดังกล่าวมีผลทำให้โรงพยาบาลได้รับความเสียหายถูกเรียกเงินคืนจากกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลังจำนวนหนึ่ง พบสถิติการเดินทางเข้าออกประเทศจำนวนมาก

โดยอ้างว่าเป็นการเข้าประชุมทางวิชาการต่างๆ จากการสนับสนุนของบริษัทยา แต่พบหลักฐานว่ามีการเปลี่ยนเส้นทางการเดินทางไปยังประเทศอื่นที่ไม่มีการประชุมวิชาการดังกล่าว และยังพบอีกว่าเจ้าหน้าที่ได้มีการร้องขอการสนับสนุนจากบริษัทยาซึ่งต่อมากรมบัญชีกลางตรวจสอบพบว่า มีการสั่งจ่ายยาของบริษัทดังกล่าวอย่างไม่เหมาะสม ไม่มีข้อบ่งชี้ ทั้งนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ พิจารณาหลักฐานแล้วเห็นว่าพฤติการณ์ดังกล่าว เป็นการกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และมาตรา 149 อยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ จึงส่งเรื่องให้ คณะกรรมการ...พิจารณาดำเนินการต่อไป

กรณีดังกล่าวกรมสอบสวนคดีพิเศษได้พิจารณาแล้วเห็นว่า การดำเนินการต่างๆ จะต้องไม่เป็นการรอนสิทธิของผู้ป่วยที่จะทำการรักษาพยาบาลกับโรงพยาบาล ผู้ป่วยยังต้องได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ เพื่อการรักษาพยาบาลอย่างถูกต้องเหมาะสม เป็นไปตามหลักการวิชาชีพเวชกรรมต่อไป การกระทำที่จะมีผลทำให้เกิดความเสียหาย หรือกระทบต่อสุขภาพร่างกายของผู้ป่วยจากการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องเหมาะสมต้องมีการแก้ไขให้ถูกต้องเหมาะสมและไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ป่วยเป็นสำคัญ

2.กรณีการทุจริตในการเบิกจ่ายยา โดยให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ

ผู้ต้องหาได้หลอกลวงให้เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลนำข้อมูลเกี่ยวกับการสมัครเข้าร่วมโครงการเบิกจ่ายตรงกรมบัญชีกลางเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ และผู้ต้องหาได้ปลอมใบสั่งยาผู้ป่วยนอกโรงพยาบาลแสดงต่อเจ้าหน้าที่ห้องยาโรงพยาบาลเพื่อให้หลงเชื่อว่าบุคคลผู้มีชื่อในใบสั่งยาดังกล่าวได้มาทำการตรวจรักษา และแพทย์ได้สั่งจ่ายยาให้แก่บุคคลดังกล่าวแล้วซึ่งเป็นความเท็จ เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ห้องจ่ายยาหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารที่แท้จริงและมอบยาตามใบสั่งยาดังกล่าวให้แก่ผู้ต้องหารับไปโดยไม่ต้องมีการชำระเงินค่ยา รวมทั้งสิ้น 56 ครั้ง โดยคดีนี้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการสำนักคดีพิเศษแล้วเมื่อวันที่ 25 ..2558 ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการสืบสวนของพนักงานอัยการ

3.พฤติการณ์การกระทำความผิดเกี่ยวกับยา ‘ซูโดอีเฟรดรีน’

-เภสัชกรมีหน้าที่ดูแลคลังยาของโรงพยาบาล ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลศูนย์หรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) และมีอำนาจหน้าที่สั่งซื้อยาแก้หวัดที่มีส่วนผสมซูโดอีเฟรดรีน รับยาจากบริษัทจากบริษัทขนส่งที่นำยาจากบริษัทผู้จำหน่ายมาส่งให้ที่โรงพยาบาล และเบิกจ่ายยาจากคลังยาให้กับ รพ.สต.จะถือโอกาสดังกล่าวเบิกยาในระบบคอมพิวเตอร์ออกจากคลังยา แล้วบันทึกข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์อีกว่าได้เบิกจ่ายยาให้กับ รพ.สต.ไปแล้ว แต่จริงๆแล้วไม่ได้นำยาดังกล่าวส่งให้กับ รพ.สต.หรือส่งให้แต่จำนวนน้อยกว่าที่เบิกจริง ซึ่งผู้บริหารของโรงพยาบาลหรือ รพ.สต.ไม่เคยตรวจสอบว่ายาไปถึงรพ...หรือถึงคนไข้หรือไม่

-ตัวแทนจำหน่ายยาของบริษัทผู้ผลิต หรือผู้จำหน่ายต้องการยอดการสั่งซื้อจากโรงพยาบาลจำนวนมาก เพื่อจะได้ค่าคอมมิชชันจากบริษัทผู้ผลิตหรือผู้จำหน่าย มากตามไปด้วย และในขณะเดียวกันเภสัชกรผู้จัดซื้อก็จะได้ประโยชน์ตอบแทนด้วย ซึ่งอาจเป็นเงิน ทรัพย์สินอื่น หรือการได้ไปเที่ยวต่างประเทศ ถึงแม้ว่าอำนาจการลงนามในใบสั่งซื้อยาจะเป็นของผู้อำนวยการโรงพยาบาลก็ตาม เมื่อเป็นเรื่องของผลประโยชน์ตอบแทนก็ทำให้เภสัชกรซึ่งมีความสนิทสนมกับตำแทนจำหน่ายยาฯ จำต้องปลอมลายมือชื่อผู้อำนวยการในใบสั่งซื้อโดยรู้เห็นเป็นใจกับตัวแทนจำหน่ายยาของบริษัทผู้ผลิตหรือผู้จำหน่าย

นับเป็นพฤติกรรมหลากหลายและย้ำให้เห็นว่าการทุจริตเบิกจ่ายยามี‘คอมมิชชัน’เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย


ที่มา thaitribune




 

Create Date : 28 กันยายน 2560    
Last Update : 28 กันยายน 2560 2:51:25 น.
Counter : 56 Pageviews.  

สปส.ปัดไม่คุ้มครอง 14 โรค



สปส.ปัดไม่คุ้มครอง 14 โรค ย้ำยกเว้น แค่ 6 โรค

 

นพ.สุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม(สปส.) กล่าวถึงข่าวที่ปรากฏทางสื่อมวลชนที่ขอให้สำนักงานประกันสังคมทบทวน 14 โรคและการบริการที่ไม่สามารถเบิกตามสิทธิประกันสังคมได้รวมทั้งข้อเสนอเรื่องส่งเสริมสุขภาพ สำนักงานประกันสังคมขอเรียนว่า ข้อเสนอดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณา โดยจะต้องมีการศึกษาในรายละเอียดอย่างรอบด้าน อาจต้องมีการปรับรูปแบบ การจัดสิทธิประโยชน์ทดแทน การจัดระบบบริการทางการแพทย์ และอัตราค่าบริการในส่วนที่เกี่ยวข้อง

"ซึ่งในข้อเท็จจริงแล้วมีเพียง 6 กรณีเท่านั้น ที่มีความชัดเจนว่าสำนักงานประกันสังคมไม่ให้ความคุ้มครอง ประกอบด้วย 6 โรค ได้แก่ 1.การกระทำใดๆ เพื่อความสวยงามโดยไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์,2.การรักษาที่ยังอยู่ในระหว่างการศึกษาการค้นคว้าทดลอง,3.การรักษาภาวะมีบุตรยาก, 4.การตรวจใดๆ ที่เกินความจำเป็น ในการรักษาโรคนั้น, 5.การเปลี่ยนเพศ และ 6.การผสมเทียม" นพ.สุรเดช ระบุ

นพ.สุรเดช กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ เป็นไปตามความเหมาะสม ตามหลักการทางการแพทย์และสอดคล้องกับระบบประกันสุขภาพภาครัฐอื่นๆ ของประเทศไทย สำนักงานประกันสังคมยังคงให้ความคุ้มครองการรักษาในกรณีผู้ป่วยที่มีความจำเป็นและมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลประเภทคนไข้ในเกินกว่า 180 วัน ใน 1 ปี รวมทั้งยังได้ให้สิทธิผู้ประกันตนที่ป่วยเป็นโรคไต เพื่อบำบัดทดแทนไต ทั้งที่เป็นกรณีไตวายเฉียบพลัน หรือไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย

"นอกจากนี้สำนักงานประกันสังคมให้ความคุ้มครองการรักษาด้วยวิธีการปลูกถ่ายอวัยวะ รวมถึงการตรวจเนื้อเยื่อ เพื่อการผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะด้วย ซึ่งประกอบด้วยการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต การปลูกถ่ายไตการเปลี่ยนอวัยวะกระจกตา การปลูกถ่ายหัวใจ ปอด ตับ ตับอ่อน และการปลูกถ่ายอวัยวะ 2อวัยวะพร้อมกัน ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและข้อบ่งชี้ ที่คณะกรรมการการแพทย์กำหนดตามแนวทางการรักษาและมาตรฐาน ที่ราชวิทยาลัยหรือสมาคมวิชาชีพ"เลขาธิการ สปส.ระบุ

นพ.สุรเดช กล่าวเพิ่มเติมว่า กรณีทันตกรรม สำนักงานประกันสังคมให้ความคุ้มครองครอบคลุม ทั้งการถอนฟัน อุดฟัน ผ่าฟันคุด ขูดหินปูนและการใส่ฟันเทียม ซึ่งผู้ประกันตนสามารถเข้ารับบริการได้ทั้งสถานพยาบาลของรัฐ เอกชน รวมถึงคลินิกทันตกรรม ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมยังอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกันตนโดยไม่ต้องสำรองจ่าย หากเข้ารับบริการในสถานพยาบาลทันตกรรมที่ทำความตกลงกับสำนักงานประกันสังคม

"สำหรับแว่นตา กรณีที่ผู้ประกันตนเจ็บป่วยเป็นต้อกระจกและต้องผ่าตัดเอาเลนส์แก้วตาออก หากไม่ใส่เลนส์แก้วตาเทียม สามารถเบิกค่าอุปกรณ์แว่นตา สำหรับมองไกล แว่นตาสำหรับมองใกล้ และเลนส์สัมผัสจากสำนักงานประกันสังคมได้"นพ.สุรเดช แจกแจง

เลขาธิการ สปส.กล่าวด้วยว่า สปส. ยึดหลักการดำเนินงานภายใต้แนวทางของ พลเอกศิริชัย ดิษฐกุลรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในการปฏิรูปบริการทางการแพทย์ ลดความเหลื่อมล้ำ บูรณาการงานด้านการแพทย์ที่เหมาะสมอย่างเท่าเทียมมีคุณภาพ โดยตลอดระยะเวลา ที่ผ่านมาสำนักงานประกันสังคมได้มีการปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์ เพิ่มค่าบริการทางการแพทย์ และให้ความคุ้มครองต่างๆ ให้กับผู้ประกันตนได้รับประโยชน์สูงสุดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนำไปสู่การยกระดับ พัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนของประเทศต่อไป


ที่มา thaitribune




 

Create Date : 27 กันยายน 2560    
Last Update : 27 กันยายน 2560 2:58:50 น.
Counter : 49 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  

p_chusaengsri
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 52 คน [?]










Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add p_chusaengsri's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.