'เปรมชัย กรรณสูต' โผล่แล้วที่สภ.ทองผาภูมิพบรอง ผบ.ตร.'ศรีวราห์'ก่อนกำหนด 5 มีนาคม รองวิษณุชี้กฏหมายท



นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด(มหาชย) พร้อมพวก 4 รายคดีลักลอบล่าสัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก จ.กาญจนบุรี ดอดไปพบกับพนักงานสอบสวนที่ สภ.ทองผาภูมิก่อนกำหนด 5 มีนาคม โดยมีรองผบ.ตร. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุลรอรับร่วมสอบปากคำ ขณะที่รองนายกฯวิษณุ เครืองาม ชี้ พ.ร.บ.ป้องกันทารุณสัตว์ ยังไม่มีการกำหนดชนิดสัตว์ป่า และไม่มีผลย้อนหลัง

 

เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2561 พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รองผบ.ตร.) พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา รองผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.ส.3 พล.ต.ต.ชาติชาย เอี่ยมแสง ผบก.ประจำ บช.ก. พ.ต.อ.วัชรินทร์ พูสิทธิ์ รองผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ( รอง ผบก.ปปป.) พร้อมคณะ เดินทางจาก กองบินตำรวจ ถนนรามอินทรา แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพฯ ไปยัง สภ.ทองผาภูมิ เพื่อติดตามความคืบหน้าและตรวจสำนวนคดีนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) พร้อมกับพวกรวม 4 ราย ร่วมกันล่าสัตว์ป่าในป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก จ.กาญจนบุรี

พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า วันนี้เดินทางไปเร่งรัดตรวจความเรียบร้อยของสำนวน ว่าจะสามารถรวบรวมพยานหลักฐานส่งฟ้องพนักงานอัยการได้เมื่อใด ยืนยันคดีมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้ล่าช้าตามที่สังคมวิพากษ์วิจารณ์ ส่วนกรณีมีคำสั่งลงโทษภาคทัณฑ์พนักงานสอบสวนที่รับแจ้งความข้อหาทารุณกรรมสัตว์ โดยไม่ตรวจสอบข้อกล่าวหาให้แน่ชัดก่อนนั้น ยืนยันเป็นไปตามขั้นตอนตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 มาตรา 87 ประกอบกับกฎ ก.ตร. ว่าด้วยอำนาจการลงโทษข้าราชการตำรวจอัตราและการลงโทษภาคทัณฑ์ ทัณฑกรรม เนื่องจากเสือดำเป็นสัตว์ป่าครองอยู่แล้ว จึงไม่มีข้อหาทารุณกรรมสัตว์เหมือนสัตว์เลี้ยง ตำรวจเป็นผู้รักษากฎหมายต้องรู้กฎหมาย ส่วนการแจ้งข้อกล่าวหาครอบครองงาช้างโดยผิดกฎหมาย เป็นหน้าที่ของกรมอุทยานฯ ที่จะต้องร้องทุกข์กล่าวโทษ เพราะเป็นเรื่องที่อุทยานฯรับผิดชอบ

ส่วนกรณีนี้ที่มีกระแสข่าวว่า นายเปรมชัย จะมาพบพนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ ในวันนี้นั้น พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบและไม่ได้รับข้อมูลว่าเขาจะมาหรือไม่มา แต่เรื่องนี้พนักงานสอบสวนนัดนายเปรมชัยมา มาให้ข้อมูลเพิ่มเติมในวันที่ 5 มีนาคมนี้ ถ้าหากไม่มาก็ให้พนักงานสอบสวนรายงานต่อศาล เพื่อขอความเห็นชอบจับกุม ฐานขัดหมายเรียกต่อไป ทั้งนี้ ยืนยันว่า 9 ข้อหาล่าสัตว์ป่ามีความผิดเกิดขึ้นชัดเจน ส่วนข้อหาอื่นที่ยังไม่ปรากฏชัด การสอบสอบสวนก็ระมัดระวังไม่ไปปรักปรำพนัผู้ใดให้เกิดความเสียหาย

ด้าน พ.ต.อ.วัชรินทร์ พูสิทธิ์ รอง ผบก.ปปป. กล่าวถึงกรณีที่สังคมวิจารณ์ข้อหาติดสินบนเจ้าพนักงานของนายเปรมชัย อาจจะหลุดคดี ว่า เรื่องนี้ไม่เป็นความจริง เป็นความเข้าใจผิดคาดเคลื่อนอย่างแรง ยืนยันคดีติดสินบนเจ้าพนักงานยังอยู่ ถึงแม้ว่าคลิปเสียงการสนทนาจะไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นนายเปรมชัย แต่พนักงานสอบสวนยังมีพยานหลักฐานอย่างอื่นอีก ซึ่งในวันที่ 8 มีนาคม จะมีการสอบปากคำ นายวิเชียร ชิณววงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก และคนที่เกี่ยวข้องอีก 5 คน เพิ่มเติมในกรณีดังกล่าวด้วย

ต่อมาเมื่อเวลา 12.00 น. สภ.ทองผาภูมิ นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวอล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) พร้อมกับพวกรวม4ราย คือนายยงค์ โดดเครือ, นางนที เรียมแสน และ นายธานี ทุมมาศ ผู้ต้องหาในคดีลักลอบล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ที่เดินทางเข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับพนักงานสอบสวน นานกว่า 4 ชั่วโมง ล่าสุดนายเปรมชัยกับพวกได้เดินทางออกจาก สภ.ทองผาภูมิ โดยไม่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน และขึ้นรถยนต์ Toyota Fortuner สีขาวขับออกไปโดยเร็ว

ทางด้าน พ.ต.อ.วุฒิพงษ์ เย็นจิตต์ ผู้กำกับการ สภ.ทองผาภูมิ ระบุว่า วันนี้เป็นการสอบปากคำผู้ต้องหาตามหมายเรียก เพิ่มเติม ส่วนผู้ต้องหาได้ยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมหรือไม่นั้น ยังไม่ได้รับรายงาน

พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างสอบปากคำ ซึ่งตนจะร่วมสอบปากคำด้วย อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนก่อนกำหนด ดังนั้นวันที่ 5 มีนาคม ก็ไม่จำเป็นต้องมาอีก โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจมีประเด็นที่จะต้องสอบสวน แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด เป็นเรื่องในสำนวน ส่วนการรวบรวมพยานหลักฐานที่ตำรวจรับผิดชอบ ได้ดำเนินการไปหมดแล้ว ที่เหลือเป็นส่วนอื่น ขณะนี้สำนวนคดีคืบหน้าไปแล้วกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ยืนยันไม่ได้ล่าช้า คาดว่าจะสามารถสรุปสำนวนส่งฟ้องให้พนักงานอัยการได้ไม่เกินฝากขังครั้งที่ 4 หรือก่อนวันที่ 26 มีนาคม นี้

ขณะเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข้าวได้สอบถามรองนายกรัฐมนตรีด้านกฏหมาย นายวิษณุ เครืองาม ถึงกรณีพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ ที่ไม่มีการกำหนดการคุ้มครองชนิดของสัตว์ที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติว่า ตนไม่ทราบเรื่องดังกล่าว ต้องไปถามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) 

ถามว่า ตรงนี้ถือเป็นช่องโหว่ของกฎหมายหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ใช่ช่องโหว่ แต่เรารู้สึกว่าเป็นช่องโหว่ หากกฎหมายมีอยู่แล้วก็เพียงไปกำหนด แต่ในการกำหนดนั้นก็ไม่มีผลย้อนหลังอยู่ดี ทั้งนี้ ตนเชื่อว่ามีการกำหนดไว้ก่อนแล้ว

เมื่อถูกถามว่า ในคดีของนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริษัท อิตาเลียนไทย ดิเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ที่หลุดข้อกล่าวหา เนื่องจาก พ.ร.บ.ดังกล่าวไม่ได้กำหนดชนิดสัตว์เอาไว้ นายวิษณุ รองนายกฯด้านกฏหมายกล่าวว่า ทำไมเราจึงมาพูดเรื่องหมา แมวกัน เชื่อว่าก่อนหน้านี้มีกำหนดไว้แล้วแต่ครอบคลุมไม่หมด ซึ่งตนไม่ทราบ อาจจะพูดผิดไปได้

ที่มา thaitribune




 

Create Date : 02 มีนาคม 2561    
Last Update : 2 มีนาคม 2561 17:22:18 น.
Counter : 29 Pageviews.  

รมต.สาธารณสุขตั้งเป้า รพ.สังกัดกรมการแพทย์เป็น Smart Hospital นำร่อง 6 รพ.ใช้แอพนัดแพทย์ล่วงหน้า ลดเ



รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขตั้งเป้าโรงพยาบาลสังกัดกรมการแพทย์เป็น Smart Hospital ใช้เทคโนโลยีบริหารจัดการ อธิบดีกรมการแพทย์เตรียมนำระบบดิจิทัลทำนัดหมายแพทย์ล่วงหน้าผ่านแอพ ลดเวลาคนไข้รอนาน คาดเริ่มดำเนินการได้ใน 3 เดือน โดยจะทดลองใช้ใน 6 โรงพยาบาล รพ.วัดไร่ขิง,สถาบันโรคทรวงอก,สถาบันโรคผิวหนัง,สถาบันทันตกรรม,สถาบันประสาทวิทยาและสถาบันมะเร็งแห่งชาติ

 

เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และ นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ตรวจเยี่ยมกรมการแพทย์เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานตามนโยบายสำคัญ โดยนพ.ปิยะสกล ให้สัมภาษณ์ว่า กรมการแพทย์เป็นกรมวิชาการ มีโรงพยาบาลและสถาบันที่เป็นศูนย์เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ ตามชื่อของโรงพยาบาลหรือสถาบัน เช่น สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ให้การรักษาผู้ป่วยมะเร็งทุกชนิด เป็นศูนย์รวบรวมข้อมูล รวมทั้งทำหน้าที่เป็นผู้ชี้นำในการค้นหาสาเหตุการเกิดโรค การป้องกันให้เกิดโรคน้อยลง หรือสถาบันโรคผิวหนังที่มีผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง เป็นแหล่งข้อมูลด้านผิวหนังที่สำคัญของประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของรัฐบาลที่ได้รวบรวมข้อมูลข่าวสารในรูปแบบ Big Data ถ้าเรารู้ข้อมูลจะนำไปใช้ในการควบคุมป้องกันโรคได้ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม โรงพยาบาลในสังกัดกรมการแพทย์ นอกจากจะพัฒนาศักยภาพด้านการรักษาพยาบาลเทียบเท่าโรงเรียนแพทย์แล้ว งานที่ต้องทำควบคู่กันคือ งานวิจัย งานวิชาการ และบริการวิชาการ สิ่งที่ต้องพัฒนาเป็นอันดับแรก คือการเป็น Smart Hospital ใช้เทคโนโลยีมาบริหารจัดการ ช่วยให้งานบริการผู้ป่วยรวดเร็วขึ้น สิ่งที่ประชาชนจะได้คือ ลดระยะเวลาการรอคอย

“ขอให้กรมการแพทย์นำเทคโนโลยีนวัตกรรมความเป็นเลิศ ลงไปประสานให้เกิดประโยชน์กับบุคลากรกระทรวงสาธารณสุขนำไปพัฒนางาน การทำงานต้องมองภาพรวมทั้งประเทศ โดยเฉพาะเรื่องการส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรค ที่ดำเนินการได้ถึงระดับปฐมภูมิหรือทุติยภูมิได้ เช่น เรื่องคลินิกดูแลผู้ป่วยโรคไตวาย (CKD Clinic) ที่ขณะนี้มีกระจายไปในโรงพยาบาลชุมชน รวมทั้งโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบางแห่งที่มีความพร้อม” นพ.ปิยะสกล กล่าว

ด้าน นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า กรมการแพทย์วางแผนนำเทคโนโลยี Digital มาใช้ในโรงพยาบาล เช่น การจัดทำระบบนัดหมายล่วงหน้า การจัดระบบพบแพทย์เป็นรอบ 1 ชั่วโมง แทนที่การให้ประชาชนรอนานถึง 4 ชั่วโมง โดยในอนาคตจะพัฒนา Application ผู้ป่วยจะทราบว่า อีกกี่นาทีจะได้พบแพทย์ สามารถบริหารจัดการเวลาระหว่างรอพบแพทย์ได้ คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ภายใน 3 เดือน โดยจะทดลองใช้ใน 6 โรงพยาบาลสังกัดกรมการแพทย์ ได้แก่ โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง), สถาบันโรคทรวงอก, สถาบันโรคผิวหนัง, สถาบันทันตกรรม, สถาบันประสาทวิทยา และสถาบันมะเร็งแห่งชาติ

ที่มา thaitribune




 

Create Date : 24 กุมภาพันธ์ 2561    
Last Update : 24 กุมภาพันธ์ 2561 16:13:49 น.
Counter : 49 Pageviews.  

ปืน AR-15 คนร้ายใช้สังหารหมู่มาหลายเหตุการณ์-ราคากระบอกละ 599-649 ดอลลาร์



จากเหตุการณ์ที่คนร้ายใช้ปืน AR-15 สังหาร 17 รายบาดเจ็บกว่า 50 คนที่โรงเรียนมาร์โจรี สโตนแมน ดักลาส ไฮสคูล เมืองพาร์คแลนด์ รัฐฟลอริด้า เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2018 ความเจ็บปวดครั้งนี้จะส่งผลไปยังนักเรียน ครู ผู้ปกครอง ครอบครัวที่สูญเสียลูกที่กำลังเติบโตกลายเป็นความฝันร้ายในสังคมอเมริกันอีกระลอก

 

หลังจากที่ปืนชนิดเดียวกันนี้ได้สังหารคนมานับไม่ถ้วนนับตั้งแต่ปี 2007 เป็นต้นมา

  • การใช้ AR-15 เป็นอาวุธสังหารโดยตรงประกอบด้วยการสังหารเด็กชั้นประถมที่เมืองนิวทาวน์ รัฐคอนเนคติกัตเมื่อปี 2012
  • การสังหารหมู่ที่เมืองซาน เบอร์นาดิโน รัฐแคลิฟอร์เนียเมื่อปี 2015
  • การสังหารที่เมืองออร์แลนโด้ รัฐฟลอริด้า ปี 2016
  • การสังหารหมู่ที่ลาส เวกัส ปี 2017
  • การสังหารที่เมืองเซาท์แลนด์ สปริงส์ รัฐเท็กซัส ปี 2017

ทั้งหมดใช้ปืน AR-15 เป็นหลัก ส่วนการสังหารหมู่ที่อื่นๆอาจมีอาวุธปืนสั้นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
ปืน AR-15 เป็นปืนยาวแบบกึ่งอัตโนมัติ (semi-automatic assault rifle) ใช้กระสุน .233 ยิงได้รวดเร็วมาก และทำลายเป้าหมายได้ซับซ้อนมากกว่าปืนสั้น แมกกาซีนขนาดไม่ใหญ่นักบรรจุกระสุนได้20 นัด/แมกกาซีนและ 30 นัด/แมกกาซีน ปืน AR-15 เป็นปืนยาวยิงเร็วน้ำหนักเบา ผลิตโดยบริษัท Colt’s Manufacturing Company เป็นปืนที่นำมาใช้แทนปืน M16 ได้และใช้กันมากทั้งผู้รักษากฎหมาย,ประชาชนและเป็นปืนยาวประเภทหนึ่งที่องค์การสนธิสัญญาป้องกนแอตแลนติกเหนือ (NATO)ใช้ ระยะทำการหวังผล 550 เมตร (600 หลา) บริษัทโคลท์ผลิตออกจำหน่ายตั้งแต่ปี 1963 ถึงปัจจุบัน
สำหรับราคาปืนหาซื้อได้ตามเว็บไซต์ที่ประกาศจำหน่ายรวมทั้ง eBay ส่วน GunBroker.com ประกาศขายกระบอกละระหว่าง 599-649 ดอลลาร์ (19,168-20,768 บาท)
โดยปกติแล้วมือปืนมักจะปลิดชีพตัวเอง แต่นายนิโคลาส ครูซ วัย 19 ปีกลับหลบหนีออกจากโรงเรียนโดยปะปนกับนักเรียน แต่ถูกเจ้าหน้าที่จับได้และจะถูกนำตัวขึ้นศาลจะทำให้สาธารณชนทราบว่าเขามีแรงจูงใจอะไรจึงเปิดฉากสังหารหมู่ครั้งนี้ แต่ประเด็นที่น่าพิจารณามีดังนี้ 
  1.นายนิโคลาส ครูซ ชอบก่อปัญหาเรื่องระเบียบวินัยในโรงเรียนเช่นการนำปืนมาโรงเรียน การโพสปืนพกโชว์ในเฟซบุ้ค เป็นเหตุให้เขาถูกไล่ออกจากโรงเรียนได้ปีเศษแล้ว
  2.มีการรายงานว่าเขาเป็นกลุ่มขวาจัด alt-right ที่ระบุว่ามุสลิมคือกลุ่มก่อการร้าย-กลุ่มวางระเบิด พร้อมทั้งข่มขู่ครูและเพื่อนนักเรียน นอกจากนี้ยังชอบใส่หมวก MAGA สีแดงที่นายดอนัลด์ ทรัมพ์ ชอบใส่

ที่มา thaitribune




 

Create Date : 20 กุมภาพันธ์ 2561    
Last Update : 20 กุมภาพันธ์ 2561 22:04:58 น.
Counter : 33 Pageviews.  

นายกรัฐมนตรี ขอบคุณผู้ชุมนุมต้านโรงไฟฟ้าเทพา ยอมยุติการชุมนุม - แนะทุกกระทรวงศึกษา รมว.พลังงาน แก้ปั



นายกรัฐมนตรีขอบคุณม็อบไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาที่ยอมยกเลิกการชุมนุม พร้อมขอความร่วมมือกลุ่มเคลื่อนไหวอื่น ๆ ไม่ให้สร้างความวุ่นวาย หากพบดำเนินการผิดต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างจริงจัง

 

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการชุมนุมของเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา และเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน เพื่อขอให้รัฐบาลยุติการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ว่าตนขอบคุณผู้ชุมนุมกลุ่มดังกล่าวเดินทางกลับไปแล้ว รัฐบาลไม่อยากให้ประชาชนเสียเวลาทำมาหากิน ทั้งนี้ หลังจากที่ได้พูดกันแล้วขอให้เขายุติการชุมนุมซึ่งเขาได้กลับแล้ว ขณะที่เขาขอร้องให้ตนทบทวน ตนก็ทำให้โดยรับข้อเสนอทั้งหมดแล้วทบทวน ยกเลิกรายงานการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) ฉบับเดิม แล้วให้นักวิชาการที่มีความเป็นกลางอย่างแท้จริงและเป็นที่ยอมรับจากคนในพื้นที่ไปทำการศึกษาอีไอเอฉบับใหม่ อีกทั้งต้องทำการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) ว่าพื้นที่จะมีการก่อสร้างนั้นเหมาะสมหรือไม่ อย่างไร ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ตามกฎหมายฉบับใหม่ เพิ่มเติมจากการศึกษาอีไอเอ และการศึกษาผลกระทบด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม (EHIA) นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมว.พลังงาน ไปชี้แจงทำความเข้าใจ โดยกระทรวงพลังงาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงหน่วยงานด้านความมั่นคงรับไปดูแลเรื่องเหล่านี้ และต้องดำเนินการให้ได้ตามที่พูดกันไว้ อย่างไรก็ตาม ขออย่าขยายความขัดแย้งอีก

    นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า สิ่งสำคัญอีกเรื่อง คือ การทำอย่างไรในการเพิ่มไฟฟ้าในภาคใต้ เพื่อป้องกันการขาดแคลนไฟฟ้าในวันหน้า เพราะการก่อสร้างต้องใช้เวลา รวมถึงจะทำอย่างไรไม่ให้ค่าไฟฟ้าทั้งประเทศเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ สมมติถ้าเราสามารถแก้ปัญหาระยะสั้นได้ด้วยการทำสายส่งเพิ่มเติมจากพื้นที่ก็จะทำให้มีต้นทุนของไฟฟ้าไปบวกเพิ่ม จะส่งผลให้คนทั้งประเทศได้รับผลกระทบหรือต้องรับภาระเพิ่มเติมหรือไม่ แต่หากไปลงทุนเป็นรายพื้นที่ จะลดภาระตรงนี้ได้ อย่างไรก็ตาม ขอให้ทุกคนเข้าใจในวิธีการนี้ด้วย ส่วนที่มีการฟ้องร้องกันนั้น ต้องไปดูคดีว่าใครฟ้องร้องใคร ดูว่าตามกฎหมายจะได้ทำแค่ไหน อย่างไร รัฐบาลรับจะดูแลให้ทั้งหมด

แนะทุกกระทรวงศึกษา รมว.พลังงาน แก้ปัญหาโรงไฟฟ้าเอง อย่ารอแต่นายกฯ

 พลโท สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า ที่ประชุมมีการหารือ เรื่อง การก่อสร้างโรงไฟฟ้าเทพา ที่ล่าสุดกลุ่มผู้ชุมนุมคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้ายอมยุติการชุมนุม หลังมีการลงนามบันทึกข้อตกลงระหว่างกัน

   “นายกฯ ขอบคุณ รมว.พลังงาน ที่ลงไปแก้ไขปัญหา และขอให้เป็นตัวอย่าง รวมถึงบทเรียนกับทุกกระทรวงว่าถ้าเรื่องไหนถ้ารัฐมนตรีไม่ออกฤทธิ์ ทุกคนก็จะมุ่งหาแต่นายกฯ ซึ่งไม่ใช่แนวทางแก้ปัญหาของประเทศ เพราะฉะนั้นกลุ่มใดก็แล้วแต่ที่ได้รับผลกระทบและมีการแสดงออกในเชิงกิจกรรม ถ้ารัฐมนตรีจะต้องลงไปแก้ไขสถานการณ์หรืออาจจะไม่ต้องลงไปตั้งแต่แรก แต่คนที่ถูกส่งลงไปต้องสามารถรวบรวมข้อมูลแก้ไขปัญหาได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด จะปล่อยให้มีการเคลื่อนที่ไปชุมนุมที่นั้น ที่นี่ไม่ได้ เพราะนายกฯ เคยบอกว่าต่อให้เลือกตั้งพรุ่งนี้หรือเมื่อใด ถ้าคนไม่เคารพกฎหมาย การเลือกตั้งก็ไม่ได้ประโยชน์ ฉะนั้นทุกคนต้องเคารพกฎหมาย เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องชี้แจงทำความเข้าใจและบังคับใช้กฎหมายต่อผู้ที่กระทำผิดให้ได้ มาตรฐานการปกครองบ้านเมือง ไม่ว่าจะยุคไหนสมัยไหน จึงจะเกิดความสงบเรียบร้อย” พล.ท.สรรเสริญกล่าว

ที่มา thaitribune




 

Create Date : 20 กุมภาพันธ์ 2561    
Last Update : 20 กุมภาพันธ์ 2561 22:03:46 น.
Counter : 30 Pageviews.  

SET INDEX ตลาดหุ้นไทยพุ่งสูงสุดในรอบ 42ปีแตะ 1778.53 จุด ต้อนรับปีใหม่ 2561



ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) เปิดซื้อขายวันแรกของปี 2561 ทำสถิติใหม่ SET INDEX ปิดที่ 1,778.53 จุด เป็นระดับสูงสุดในประวัติการณ์นับตั้งแต่เปิดซื้อขายตลาดหลักทรัพย์ฯ ในปี 2518 โดยปรับขึ้น 24.82 จุด หรือ 1.42% จากสิ้นปี 2560 ขณะที่มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (market capitalization) ปรับขึ้นสูงสุดเป็น 18.17 ล้านล้านบาท และมีมูลค่าการซื้อขายรวม 88,076.86 ล้านบาท (SET และ mai)

 

เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2561 ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การปรับขึ้นของ SET Index ที่ 1,778.53 จุด แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในการลงทุนซึ่งสอดคล้องกับการเติบโตทางเศรษฐกิจและความสามารถในการทำกำไรของบริษัทจดทะเบียน อย่างไรก็ตาม ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอแนะนำให้ผู้ลงทุนพิจารณาลงทุนในบริษัทที่มีผลประกอบการที่ดีและมีแนวโน้มเติบโตในอนาคต พร้อมศึกษาข้อมูลของบริษัท และติดตามข่าวทั้งในและต่างประเทศที่เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อลงทุน เพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุน

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) เปิดซื้อขายวันแรกของปี 2561 ทำสถิติใหม่ SET INDEX ณ วันที่ 3 มกราคม 2561 ปิดที่ 1,778.53 จุด เป็นระดับสูงสุดในประวัติการณ์นับตั้งแต่เปิดซื้อขายตลาดหลักทรัพย์ฯ ในปี 2518 โดยปรับขึ้น 24.82 จุด หรือ 1.42% จากสิ้นปี 2560 ขณะที่มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (market capitalization) ปรับขึ้นสูงสุดเป็น 18.17 ล้านล้านบาท และมีมูลค่าการซื้อขายรวม 88,076.86 ล้านบาท (SET และ mai)

ในปี 2560 SET Index เพิ่มขึ้น 210.77 จุด หรือคิดเป็น 13.66% จากปัจจัยความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนต่อเศรษฐกิจไทยที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลบวกต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทจดทะเบียน และในปี 2560 มีการระดมทุนจาก IPO 42หลักทรัพย์ รวม 4.26 แสนล้านบาท ซึ่งมูลค่าสูงสุดเช่นกัน รวมถึงการลงทุนของผู้ลงทุนสถาบันในประเทศและต่างประเทศที่เติบโตขึ้น  ทั้งนี้ SET Index เคยปิดระดับสูงสุดที่ 1,753.73 จุด เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2537 และมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมขณะนั้นอยู่ที่ 3.3 ล้านล้านบาท

ที่มา thaitribune




 

Create Date : 04 มกราคม 2561    
Last Update : 4 มกราคม 2561 3:21:06 น.
Counter : 129 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  66  

p_chusaengsri
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 52 คน [?]






Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add p_chusaengsri's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.