โปรดเกล้าฯแต่งตั้งนาย วิรัช ชินวินิจกุลเป็นนายกสภามหาวิทยาลัยรามคำแหงอีกวาระหนึ่ง



พระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายวิรัช ชินวินิจกุล ให้ดํารงตําแหน่ง นายกสภามหาวิทยาลัยรามคําแหง ต่อไปอีกวาระหนึ่ง ตั้งแต่วันที่ 10 ธันวาคม 2560

 

เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2560 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัยรามคําแหง โดยผู้รับสนองพระราชโองการ คือ พลอากาศเอก ประจิน จั่นตองรองนายกรัฐมนตรี 

ตามที่ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายวิรัช ชินวินิจกุล ให้ดํารงตําแหน่ง นายกสภามหาวิทยาลัยรามคําแหง ต่อไปอีกวาระหนึ่ง ตั้งแต่วันที่ 28 ก.ค. 2558 ตามประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 28 ก.ค. 2558 นั้น เนื่องจาก นายวิรัช ชินวินิจกุล ได้ดํารงตําแหน่งมาครบกําหนดตามวาระแล้ว และที่ประชุมคณะกรรมการบริหารงานมหาวิทยาลัยรามคําแหง

ครั้งที่ 13/2560 เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. 2560 ได้มีมติเห็นชอบให้เสนอขอพระราชทานโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายวิรัช ชินวินิจกุล ดํารงตําแหน่ง นายกสภามหาวิทยาลัยรามคําแหง ต่อไปอีกวาระหนึ่ง และสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้นําความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งต่อไปแล้ว

บัดนี้ ได้มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งบุคคลดังกล่าว ให้ดํารงตําแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยรามคําแหง ตั้งแต่วันที่ 10 ธ.ค. 2560

ประกาศ ณ วันที่ 13 ธ.ค. พ.ศ. 2560

ผู้รับสนองพระราชโองการ พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง ,รองนายกรัฐมนตรี

สำหรับประวัติของนายวิรัช ชินวินิจกุล เกิด 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2495 เป็นองคมนตรีและนายกสภามหาวิทยาลัยรามคำแห่ง เคยเป็นอดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ อดีตรองประธานศาลฎีกา,เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม,เลขานุการศาลฎีกา,ผู้พิพากษาศาลฎีกา

นายวิรัช จบการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนสารสิทธิ์พิทยาลัย จ.ราชบุรี และจบปริญญาตรีนิติศาสตรบัณฑิต(เกียรตินิยม)จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในปี 2516 และเนติบัณฑิตไทย  สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา ในปี 2517 และต่อมา ได้รับปริญญานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ในปี 2555 

ที่มา thaitribune




 

Create Date : 15 ธันวาคม 2560    
Last Update : 15 ธันวาคม 2560 16:16:30 น.
Counter : 69 Pageviews.  

AI จะฉลาดเหนือมนุษย์ : โดยพ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจ



Elon Musk และผู้เชี่ยวชาญกว่า 350 คน คาดการณ์ว่าปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะมีความฉลาดเหนือมนุษย์

 

เมื่อพิจารณาถึงความรวดเร็วที่นักวิจัยกำลังพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) ก็มีคำถามเกิดขึ้นมาว่าเมื่อใดที่ AI จะฉลาดเกินกว่ามนุษย์ผู้ที่สร้างมันขึ้นมา ซึ่งทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Yale และสถาบันว่าด้วยอนาคตกาลของมนุษยชาติแห่งมหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ด (Oxford Future of Humanity Institute) ได้เริ่มต้นจากการสำรวจนักธุรกิจและนักวิชาการหลายร้อยคน ในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน 2016 เพื่อคาดการณ์ว่าเมื่อใดที่ AI จะฉลาดเกินกว่ามนุษย์ 
ผลการวิจัยดังกล่าวที่ทีมงานได้ตีพิมพ์ขึ้น ระบุว่า AI จะสามารถปฏิบัติงานใดๆได้ดีหรือดีกว่ามนุษย์ หรือที่รู้จักกันในนาม “เครื่องจักรอัจฉริยะระดับสูง (high-level machine intelligence)” ภายในปี 2060 และจะแย่งงานจากมนุษย์ไปได้ทั้งหมดภายในปี 2136 ซึ่งผลลัพธ์เหล่านี้มาจากผู้เชี่ยวชาญ 352 ราย
Elon Musk CEO ของบริษัท SpaceX และ Tesla อีกทั้งเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง OpenAI ซึ่งเป็นองค์กรไม่หวังผลกำไร โดยเขาได้วิเคราะห์ถึง AI ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาว่าสถานการณ์การพัฒนา AI อย่างรวดเร็วไปในทางเลวร้ายนี้จะทำให้ AI กลายเป็นอาวุธ หรือการที่ AI ฉลาดกว่ามนุษย์อาจนำไปสู่การสูญพันธุ์ของมนุษย์ในที่สุด 
บริษัท Tesla ของ Musk เป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำที่กำลังจะสร้างรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยตนเอง ทำให้ชาวอเมริกันประมาณ 2 ล้านคน ในอุตสาหกรรมรถบรรทุกและรถแท็กซี่ ต่างมีความเห็นพ้องตรงกันว่างานของพวกเขาจะถูกแทนที่ด้วยยานพาหนะที่ขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง
ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่า AI อาจจะขับรถได้ดีกว่ามนุษย์ในปี 2027 แต่อย่างไรก็ตามการสำรวจนี้ได้เสร็จสิ้นก่อนที่หุ่นยนต์ Otto จะประสบความสำเร็จในการนำรถบรรทุกที่ขับเคลื่อนด้วยตัวเอง 120 ไมล์ในเดือนตุลาคม 2016 ซึ่งนั้นหมายความว่าสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญได้คาดการณ์ไว้อาจเกิดขึ้นจริงในเวลาที่เร็วกว่าที่คาดไว้
ผู้เชี่ยวชาญยังให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า AI จะมีความสามารถเหนือกว่ามนุษย์ในหลายเหตุการณ์สำคัญ ได้แก่ การแปลภาษา (2024) การเขียนบทความระดับสูง (2026) และการทำศัลยกรรม (2053) โดยคาดว่าหุ่นยนต์อาจจะสามารถเขียนหนังสือ New York Times ที่ขายดีที่สุด ในปี 2049  
เมื่อเร็วๆนี้ เครื่อง AlphaGo ของ Google ที่พัฒนาให้สามารถชนะแชมป์ในระดับโลกอย่าง Ke Jie ที่ถือว่าเป็นมือหนึ่งของวงการโกะโลกได้ (ก่อนหน้านี้ เมื่อปีก่อน AlphaGo ก็สามารถเอาชนะ Lee Sedol ได้) และระบบ AI ที่สร้างขึ้นโดยนักวิทยาศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัย Carnegie Mellon สามารถแข่งขันเอาชนะผู้เล่น Poker มืออาชีพได้เงินรางวัลไป 2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ 
เป็นที่น่าสังเกตว่าระยะเวลาที่ผู้เชี่ยวชาญแต่ละคนได้คาดการณ์ไว้ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก ซึ่งขึ้นอยู่กับระดับประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์ และอีกหนึ่งตัวแปรที่ไม่สัมพันธ์กับการคาดการณ์คือตำแหน่งที่อยู่ของพวกเขา อย่างเช่น ผู้เชี่ยวชาญในอเมริกาเหนือคิดว่า AI จะทำงานทุกอย่างได้ดีกว่ามนุษย์ภายใน 74 ปี ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญในเอเชียคิดว่าจะใช้เวลาเพียง 30 ปีเท่านั้น ซึ่งนักวิจัยที่ตีพิมพ์ผลการศึกษานี้ยังไม่ได้ให้คำอธิบายถึงความแตกต่างนี้
แต่อย่างไรก็ตามประเทศจีนได้ประกาศเป็นยุทธศาสตร์แล้วว่า จีนจะเป็นประเทศที่มีความเชี่ยวชาญที่สุดในด้าน AI ภายในปี 2030 และความจริงในวันนี้ที่มหาวิทยาลัย Harvard โดย Harvard Business Review ได้เปิดเผยข้อมูลว่า ประเทศจีนได้ตีพิมพ์ผลงานวิชาการด้าน AI มากที่สุดในโลก และมีจำนวนมากกว่าสหรัฐอเมริกามาตั้งแต่ปี 2013 แล้ว
Reference : 
------------------
พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ
กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

ที่มา thaitribune




 

Create Date : 27 พฤศจิกายน 2560    
Last Update : 27 พฤศจิกายน 2560 14:20:16 น.
Counter : 81 Pageviews.  

แอร์พอร์ตเรลลิงค์โคม่า ทะยอยซ่อมใหญ่ทั้ง 9 ขบวนคาดเสร็จหมดมี.ค.61 เตรียมปรับตู้ขนสัมภาระมาเป็นตู้โดย



ถึงเวลากู้ชีพซากรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงค์ ผู้บริหารบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท.เผยทะยอยยกเครื่อง overhaulซ่อมใหญ่ city line ทั้ง 9 ขบวนให้เสร็จทันเดือนมีนาคม 2561 และปรับเปลี่ยนตู้สัมภาระขบวน express จำนวน 4ตู้ให้เป็นตู้โดยสารหลังจากได้งบ200ล้านบาท คาดเสร็จต้นปี 2562

 

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน นายวิสุทธิ์ จันมณี กรรมการ และรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เปิดเผยว่า หลังจากบริษัทฯ ได้ดำเนินการซ่อมบำรุงอะไหล่สึกหรอที่ต้องได้รับการเปลี่ยนก่อนบางส่วน (Partial Overhaul) เมื่อปี 2557 ล่าสุดบริษัทฯ เตรียมดำเนินการซ่อมบำรุงใหญ่ตามวาระ (Overhaul) ซึ่งเป็นการซ่อมบำรุงตามมาตรฐานสากลและเป็นไปตามแผนการซ่อมบำรุงที่จัดเตรียมไว้ โดยเป็นการซ่อมบำรุงก่อนกำหนดเนื่องจากยังไม่มีรถไฟฟ้าขบวนใดใช้งานถึง 2.4 ล้านกิโลเมตร

"ขณะนี้ดำเนินการซ่อมบำรุงเสร็จและขึ้นให้บริการเรียบร้อยแล้ว 5 ขบวน เหลืออีก 4 ขบวน คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนมีนาคม 2561 ซึ่งภายหลังดำเนินการเสร็จสิ้นจะทำให้มีรถไฟฟ้าพร้อมให้บริการแบบเต็มอัตรา ทำให้สามารถปรับความถี่ของตารางการเดินรถไฟฟ้าจาก 10 นาที เป็น 8.30 นาที" นายวิสุทธิ์ กล่าว

ทั้งนี้ศูนย์ควบคุมการเดินรถจะตรวจสอบจำนวนผู้โดยสารจริงในแต่ละสถานีอยู่ตลอดเวลา และจะทำการเพิ่มขบวนรถเสริมเมื่อจำเป็น ซึ่งจะทำให้ความถี่ในการเดินรถไฟฟ้าบางช่วงน้อยกว่า 8.30 นาที ทำให้ผู้โดยสารไม่ต้องรอคอยขบวนรถไฟฟ้าเป็นเวลานาน

นอกจากนั้นหลังจากได้รับอนุมัติงบประมาณจาก รฟท.จำนวน 200 ล้านบาท บริษัทฯ จะดำเนินการปรับเปลี่ยนตู้สัมภาระขบวน Express จำนวน 4 ตู้ เป็นตู้โดยสาร คาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงต้นปี 2562 ซึ่งจะทำให้สามารถรองรับผู้โดยสารได้เพิ่มมากขึ้นด้วย

ที่มาของปัญหาการกู้ชีพซากรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์วันนี้ เกิดจากความฉ้อฉลตั้งแต่เกิด“โครงการระบบขนส่งมวลชนทางรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และสถานีรับส่งผุ้โดยสารอากาศยาน กรุงเทพมหานคร”นี้เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2547 ในรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร  ที่ใช้เวลาเพียง 3 เดือนก็อนุมัติเมกกะโปรเจ็คนี้ หลังจากนั้นก็ประมูลคัดเลือกผู้ดำเนินงานก่อสร้าง ปรากฏผู้ได้งานใหญ่มูลค่า 25,907 ล้านบาท คือ บริษัทกิจการร่วมค้าบีกริม,ซิโน-ไทย ซีเมนส์ โดยกลุ่มบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ของ นายชวรัตน์ และนายอนุทิน ชาญวีรกุล ซึ่งใกล้ชิดกับนายเนวิน ชิดชอบ ขณะนั้นยังเป็นรัฐมนตรีขุนพลข้างกายนายทักษิณ ได้งานโยธามูลค่า 12,000กว่าล้านบาทไป และกลุ่มบีกริม-ซีเมนส์ ได้งานระบบและจัดหาขบวนรถมูลค่า13,000 ล้านบาท

นับตั้งแต่วันแรกที่รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์เปิดให้บริการเชิงพาณิชย์เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2553 จวบจนถึงปัจจุบันนี้ เป็นเวลา 7 ปี รถไฟฟ้าทั้ง 9 ขบวนมีปัญหาใหญ่และเรื้อรังมาตลอด ตั้งแต่สภาพรถไฟฟ้าที่ดูเก่าชำรุดทรุดโทรมเหมือนเอาซากรถเก่ามาวิ่ง ก่อปัญหาเปลืองงบประมาณซ่อมบำรุง ไม่มีอะไหล่สำรองเพราะเก่าตกรุ่นผลิตไปนานแล้ว ชนิดที่เจ้าของเทคโนโลยีอย่างบริษัทยักษ์ใหญ่ซีเมนส์Siemens ของเยอรมนีที่เป็นหนึ่งในกิจการร่วมค้าที่ประมูลงานนี้ไม่รับงานซ่อมบำรุง SARLขณะนี้ ซากรถไฟฟ้า 5 ขบวนจึงถูกทิ้งไว้ ไม่คุ้มค่ากับเงินภาษีประชาชนที่จ่ายไป 26,000 ล้านบาทเลย

“ปัญหาเริ่มต้นที่การไม่มีอะไหล่ ตามมาด้วยความพยายามของบอร์ดบริหารตั้งแต่ชุดแรกจนถึงชุดปัจจุบัน ต่างพยายามจะว่าจ้างบริษัทเอกชนรายอื่นให้มารับผิดชอบกิจกรรมการซ่อมบำรุง แทนการบริหารจัดการด้วยพนักงานของ ร.ฟ.ท.เอง และที่น่าตกใจคือเจ้าของเทคโนโลยีอย่าง ซีเมนส์ (Siemens) เองก็ไม่กล้ารับงานซ่อมบำรุงSARL ในขณะนี้ เพราะสภาพรถบอบช้ำเกินกว่า บริษัทจะเสี่ยงรับผิดชอบไม่ไหว” อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สะท้อนภาพแบบเขย่าขวัญกันเลยทีเดียว

ทุกวันนี้จึงเหลือรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ที่ให้บริการเพียง 4 ขบวน ก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้โดยสาร ที่ต้องรอนานครึ่งชั่วโมงเกินกว่ามาตรฐาน 8.30 นาที  รถไฟฟ้าให้บริการไม่ตรงต่อเวลา เพราะจอดเสียบ่อยๆ ความชำรุดเสียหายของรถไฟฟ้าที่ขาดการซ่อมบำรุง ก่อให้เกิดวิกฤตเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2559 เมื่อระบบไฟฟ้าสำรองของรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ชำรุด รถหยุดวิ่งกะทันหันระหว่างสถานีหัวหมากและรามคำแหง ผู้โดยสารในขบวนอันตรายนั้นกว่า 700 ชีวิตต้องตื่นตระหนก หายใจไม่ออกในภาวะแออัดยัดเยียด โดยทุกคนต้องช่วยกันงัดประตูฉุกเฉินหนีตายกันอลหม่าน ขณะที่ไร้การจัดการภาวะวิกฤตฉุกเฉิน ไร้ความรับผิดชอบองผู้บริหารการรถไฟและแอร์พอร์ตลิงค์ขณะนั้น หลังจากนั้นเกิดเหตุโศกสลดเมื่อ 19 มิถุนายน 2560 หญิงสาวอายุ30พลัดตกลงที่ราง โดนรถไฟฟ้าทับเสียชีวิตคาที่ ผู้บริหารอ้างเป็นเหตุสุดวิสัย

ปัญหาวิกฤตของรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ยังคงเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะมันคือระบบซากรถไฟฟ้าเก่าทรุดโทรมตั้งแต่แรกเริ่มโครงการแล้วนั่นเอง แม้จะเคยมีการตรวจสอบการกระทำที่ก่อความเสียหายแก่รัฐ ของ คตส.แต่ก็ยังคงเป็นแอร์พอร์ตเละอยู่ร่ำไปในความคิดเห็นของประชาชน

ที่มา thaitribune




 

Create Date : 26 พฤศจิกายน 2560    
Last Update : 26 พฤศจิกายน 2560 6:20:09 น.
Counter : 48 Pageviews.  

ศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทยเผยสถิติคนรอไตสูงสุด 95.26%แต่บริจาคแค่ 4% แพทย์ห่วงวิกฤตคนป่วยโรคไตเ



ศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทยเผย 3 ปีที่ผ่านมา(2558 - 2560)มีผู้รอรับบริจาคอวัยวะเพิ่มขึ้นจาก 5,018 ราย เป็น 5,581 และ 5,721 ราย ตามลำดับ ซึ่งสวนทางกับผู้บริจาคที่เฉลี่ยจำนวนเพิ่มขึ้นเพียง4% ผอ.ศูนย์รับบริจาคอวัยวะ ชี้อัตราตายจากอาการไตวายวันละหลายหมื่นคน และผู้รอรับบริจาคเพิ่มขึ้นสูง

 

นายแพทย์ วิศิษฏ์ ฐิตวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย เปิดเผยจำนวนการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยโรคไตว่า “ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากอาการไตวายวันละหลายหมื่นคน ตัวเลขผู้รอรับไตในปัจจุบันมาจากผู้ป่วยสะสม ที่เป็นโรคไต และโรคอื่นๆ ที่ส่งผลเสียต่อไต เช่น โรคเบาหวาน ความดัน รวมไปถึงพฤติกรรมการรับประทานอาหาร และยา รวมไปถึงสาเหตุทางกรรมพันธุ์”

จากรายงานประจำปีของศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2560 เปรียบเทียบจำนวนผู้รออวัยวะ และผู้บริจาคอวัยวะ สถิติตัวเลขแสดงให้เห็นว่าในระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา(พ.ศ.2558 - 2560) จำนวนผู้รอรับบริจาคอวัยวะเพิ่มขึ้นจาก 5,018 ราย เป็น 5,581 และ 5,721 ราย ตามลำดับ ซึ่งมากเกินกว่ายอดผู้บริจาคอวัยวะที่เฉลี่ยจำนวนเพียง 4%ของผู้รอรับบริจาคอวัยวะเท่านั้น

ในปี 2560 ผู้รอรับบริจาคอวัยวะจากศูนย์ฯจำนวน 5,721 ราย ปรากฏว่ามีผู้ลงทะเบียนเข้าคิวรอเฉพาะ"ไต"สูงที่สุดมากถึง 5,434 รายหรือคิดเป็น 95.26% ขณะที่ความต้องการอวัยวะอื่นๆ เช่น ตับจำนวน 224 ราย,หัวใจ 21 ราย,หัวใจและปอด 24 ราย,ตับและไต 3 ราย,ตับอ่อนและไต 12 ราย รวมถึงผู้รอรับบริจาคทั้งปอด,ตับอ่อน,หัวใจ+ไต รายการละ 1 ราย

สถิติรอรับบริจาคไตที่สูงสุดถึง 95%กว่าของผู้รอคิวบริจาคจากศูนย์ฯสะท้อนให้เห็นถึงวิกฤตปัญหาคนไทยเป็นโรคไต

นายแพทย์ วิศิษฏ์ ฐิตวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย ชี้ผู้มีความเสี่ยงเป็นโรคไต มักจะมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่ถูกต้อง เช่น การรับประทานอาหารรสจัด หนักเค็ม อาหารกรอบเกรียม ผู้ที่รับประทานยาบ่อยเกินความจำเป็น หรือไม่ทำตามคำแนะนำแพทย์

นอกจากนี้ กลุ่มเสี่ยงโรคไตยังพบมากในเกษตรกรที่ใช้ยาฆ่าแมลง และผู้กินอาหารที่ปนเปื้อนสารบอแรกซ์ (Borex) เช่น ลูกชิ้น ทอดมัน ไส้กรอก ผลไม้ดอง

“นับตั้งแต่ตั้งศูนย์รับบริจาคอวัยวะมา จำนวนผู้ขอรับบริจาคเพิ่มขึ้นมาก หากหลับตานึกเป็นกราฟ คงสูงเป็น 45 องศาได้” นายแพทย์กล่าว

นายแพทย์วิศิษฏ์ ฐิตวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาติไทยกล่าวว่า หนึ่งร่างของผู้บริจาค สามารถต่อชีวิตผู้ป่วยได้อีก 5-6 ราย ดังนั้นการบริจาคอวัยวะ หรือการบริจาคร่างกายไม่ใช่เรื่องน่ากลัว หากแต่ได้บุญด้วยซ้ำ ดังพระราชดำรัชของพระบาทสมเด็จพระปริมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อปี พ.ศ. 255 ที่ว่า "พระพุทธศาสนาไม่ได้เป็นเครื่องขัดขวางการบริจาคอวัยวะ แต่ไสยศาสตร์กลับเป็นอุปสรรคมากกว่า ฉะนั้นต้องให้ความรู้กับประชาชน”

ผู้ที่มีความประสงค์บริจาคอวัยวะมีข้อกำหนด ในการบริจาค คือ

1.ผู้บริจาคต้องมีอายุไม่เกิน 60 ปี

2.เสียชีวิตจากภาวะสมองตาย

3.ไม่มีโรคติดเชื้อ และโรคมะเร็ง

4.ไม่เป็นโรคเรื้อรัง เช่นโรคเบาหวาน หัวใจ โรคไต ความดันโลหิตสูง โรคตับ และไม่ติดสุรา

5.อวัยวะต้องทำงานได้ดี

6.ไม่มีเชื้อที่ถ่ายทอดไปสู่ผู้ป่วย เช่นไวรัสตับอักเสบบี

ที่สำคัญควรแจ้งให้ญาติทราบถึงเจตนารมณ์ในการบริจาคและเซ็นต์เอกสารรับรู้ เพื่อความสร้างเข้าใจของกันและกัน

ปัจจุบันผู้แจ้งความจำนงบริจาคอวัยวะอยู่ที่ 73,190 ราย อย่างไรก็ตามแม้จะมีผู้จำนงบริจาคหลายรายสำคัญแต่ก็ขึ้นอยู่กับความพร้อมในหลายปัจจัยทั้งผู้บริจาค ผู้รอรับบริจาค และต้องขึ้นอยู่กับดุยลพินิจของแพทย์ด้วยเช่นกัน

ที่มา thaitribune




 

Create Date : 25 พฤศจิกายน 2560    
Last Update : 25 พฤศจิกายน 2560 18:18:15 น.
Counter : 36 Pageviews.  

‘ขี่บนทางเท้า’ ยังแชมป์คนแห่แจ้งเบาะแส



‘ขี่บนทางเท้า’ แชมป์แจ้งเบาะแส ชาวบ้านได้เงินนำจับรวมกว่า 8 หมื่น กทม.แนะต้องแจ้งข้อมูลให้ครบถ้วนเพื่อติดตามคดีและมอบเงินรางวัลนำจับ

 

นายธีรพันธ์ อภิรัฐธนภรณ์ ผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ กรุงเทพมหานคร(กทม.)  เปิดเผยว่า จากที่กทม.ได้ให้ประชาชนร่วมแจ้งเหตุหากพบผู้กระทำผิดตาม ...รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง .. 2535 พร้อมรับรางวัลนำจับกึ่งหนึ่งของค่าปรับจากผู้กระทำความผิด ซึ่งช่องทางที่กทม.เปิดให้ประชาชนแจ้งข้อมูลผ่านแอปพลิเคชั่นไลน์ เนื่องจากถือเป็นช่องทางที่สะดวก และส่งภาพถ่าย และข้อมูลผู้กระทำความผิดมาได้ทันทีนั้น ขณะนี้มีประชาชนสนใจ เข้าร่วมกลุ่มไลน์แล้วจำนวนกว่า 100,000 ราย โดยตั้งแต่การเปิดให้ส่งข้อมูลเบาะแสผู้กระทำผิด วันที่ 15 ..ถึงปัจจุบัน มีผู้แจ้งข้อมูลเบาะแสทั้งสิ้นกว่า 8,000 เรื่อง แต่การแจ้งข้อมูลบางส่วน ก็ไม่ครบถ้วน เป็นการส่งเพียงภาพการกระทำความผิด แต่ไม่แจ้งสถานที่ เวลา หรือรายละเอียดต่างๆ โดยในจำนวนดังกล่าว เป็นข้อมูลที่ครบถ้วนและสำนักเทศกิจสามารถแจ้งไปยังสำนักงานเขตพื้นที่ที่เกิดเหตุ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายได้เพียง5,708 เรื่อง ทั้งนี้ในจำนวนดังกล่าว สามารถดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดไปแล้ว 361เรื่อง และแบ่งส่วนแบ่งค่าปรับให้แก่ประชาชนได้ 200เรื่อง รวมจำนวนเงินแบ่งค่าปรับแก่ประชาชนผู้แจ้งเบาะแส 85,300 บาท

นายธีรพันธ์ กล่าวต่อว่า การแจ้งเบาะแสใดๆนั้น สำนักเทศกิจขอให้ประชาชนส่งหลักฐานให้ครบถ้วนเพราะเรื่องที่ได้รับแข้งที่ผ่านมา หากไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน ทั้งสถานที่กระทำผิด วันเวลาที่สามารถถ่ายภาพหลักฐานได้ คดีนั้นๆไม่ครบถ้วน ก็จะต้องจำหน่ายทิ้งไป ไม่สามารถเอาผิดใดๆได้ และการแจ้งข้อมูลเบาะแส ประชาชนต้องแจ้งข้อมูลของตนเองในฐานะผู้ส่งเบาะแส เพื่อให้สำนักเทศกิจติดต่อสอบถามข้อมูลการกระทำความผิดที่พบเห็นเพิ่มเติม และแจ้งผลความคืบหน้าการติดตามคดี ส่วนแบ่งค่าปรับได้ซึ่งข้อมูลที่ได้รับแจ้งทุกส่วนจะเป็นความลับ ไม่มีการเปิดเผยอย่างเด็ดขาด ส่วนกรณีที่ประชาชนแจ้งข้อมูลมากที่สุด คือการขับขี่รถ และจอดรถบนทางเท้า ซึ่งเป็นเรื่องที่กทม.พยายามกวดขันแก้ปัญหาอย่างจริงจัง โดยขณะนี้ตนได้กำชับไปยังสำนักงานเขตทั้ง 50เขต เร่งกวดขันปัญหาดังกล่าว และทำการจับปรับผู้กระทำความผิดอย่างเข้มงวดมากที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบสร้างความเดือดร้อนแก้ผู้เดินเท้า


ที่มา thaitribune




 

Create Date : 24 พฤศจิกายน 2560    
Last Update : 24 พฤศจิกายน 2560 22:22:21 น.
Counter : 26 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  

p_chusaengsri
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 52 คน [?]










Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add p_chusaengsri's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.