หงส์ใส่ชื่อ'คูตินโญ' ลุยศึกยูซีแอลรอบแบ่งกลุ่ม



หลังจากที่ดาวเตะวัย 25 ปี ไม่ได้ย้ายไปอยู่กับ บาร์เซโลนา ตามที่ปรารถนาเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา เนื่องจากบอร์ดบริหารของทีม "หงส์แดง" ไม่ยอมปล่อยตัวแข้งรายนี้ออกจากถิ่น แอนฟิลด์

 

จากนั้นเจ้าตัวก็กลับมามีชื่อใน 25 นักเตะชุดลุยศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในซีซั่นนี้ หลังจากไม่ได้ลงสนามให้ต้นสังกัดเลยในเกมลีก 3 นัดแรกของซีซั่นที่ผ่านมาเนื่องจากเจ้าตัวอ้างว่ามีอาการบาดเจ็บหลัง

และล่าสุด "ลิเวอร์พูล เอ็คโค่" สื่อท้องถิ่นของ ลิเวอร์พูล จะรายงานว่า เจอร์เกน คล็อปปื ผู้จัดการทีมคนเก่ง ตัดสินใจใส่ชื่อ คูตินโญ เข้าไปในนักเตะชุดที่จะลงแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ในฤดูกาลนี้ ซึ่งนั่นหมายความว่าอดีตนักเตะของ อินเตอร์ มิลาน น่าจะกลับมามีอนาคตในถิ่น แอนฟิลด์ อีกครั้ง

ทั้งนี้ ลิเวอร์พูล มีโปรแกรมลงเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก นัดแรกด้วยการเปิดบ้านพบกับ เซบียาในวันที่ 14 ..นี้


ที่มา thaitribune




 

Create Date : 05 กันยายน 2560    
Last Update : 5 กันยายน 2560 19:30:57 น.
Counter : 47 Pageviews.  

'จากไป 40 ปี แต่ก็ยังอยู่' โดยวรากรณ์ สามโกเศศ



ผู้เขียนมีคอลัมน์ประจำที่เขียนทุกสัปดาห์ตั้งแต่ปี 2535 รวม 25 ปี ในช่วงเวลานี้ส่วนใหญ่เขียนสัปดาห์ละ 2 บทความ ข้อเขียนมีความหลากหลายพอควร แต่ผู้เขียนไม่เคยเขียนถึงบุรุษผู้นี้เลย วันนี้ขออนุญาตเขียนถึงสักครั้งให้สมใจอยาก

 

เขาตายครบ 40 ปีในเดือนสิงหาคม 2560 พอดี ย้อนกลับไปคิดแล้วผู้เขียนเสียดายมากที่ไม่ได้ไปดู คอนเสิรต์ของเขาก่อนเสียชีวิตไม่นานซึ่งจัดแสดงที่เมือง Kansas City (อยู่ไม่ไกลจากเมือง Lawrenceที่ผู้เขียนเรียนอยู่) เนื่องจากค่าดูแพงมากจนสู้ไม่ไหว เพื่อนคนไทยที่ไปดูมาเล่าว่าเขาอ้วนมากจนต้องใส่เสื้อโอเวอร์โค้ตปิดบัง แค่เอาผ้าพันคอผืนเล็กแตะคอที่มีเหงื่อแล้วโยนแจกแฟน ๆก็กริ๊ดกันหูแทบดับแล้วคนดูต่างประทับใจมากเพราะเขาคือ The King ใช่แล้วครับ ผมกำลังพูดถึง Elvis Presley

​Elvis เป็นนักร้องเดี่ยวในประวัติศาสตร์ที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจมากที่สุด สิ่งบันทึกเพลงของเขาขายได้  1 พันล้านชิ้น ในกลุ่มคนดังที่ทำเงินหลังตายไปแล้วนั้นเขาอยู่ในอันดับที่ 4 รองจากอันดับหนึ่งคือ Michael Jackson (อดีตลูกเขยของเขา)   อันดับสองคือ Charles Schulz (นักเขียนการ์ตูน Snoopy)และอันดับ 3 Arnold Palmer นักกอล์ฟชื่อดัง

คนรุ่นลูกรุ่นหลานของแฟน Elvis พันธุ์แท้ทั่วโลกที่ไม่มีโอกาสเห็นเขาก็รู้จักเขา ฟังเพลงของเขาชื่นชมเขาและร้องเพลงของเขา คฤหาสน์ของเขาที่เมือง Memphis ในรัฐ Tennessee ที่มีชื่อว่า Graceland นั้นเป็นบ้านที่มีคนเข้าเยี่ยมชมมากพอๆ กับ White House 

เขาจากไป 40 ปีแล้วในวัย 42 ปี (วัยเดียวกับแม่ที่เขารักมากและเชื่อมาตลอดว่าจะตายในวัยก่อนที่แม่เขาจากไป) เนื่องจากหัวใจวายจากการใช้ยาเสพติดเกินขนาด เวลา 40 ปีที่ผ่านมาได้พิสูจน์สิ่งที่นักคิดได้วิเคราะห์ไว้แต่แรกแล้วว่า Elvis Presly  คนนี้แหละคือพลังทางวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของศตวรรษที่ 20 เพราะเขามีส่วนอย่างสำคัญในการเปลี่ยนแปลง ตั้งแต่การใช้ชีวิต ดนตรี ภาษา เสื้อผ้าฯลฯ ซึ่งทั้งหมดนี้คือการปฏิวัติสังคมยุคใหม่

ขอย้อนหลังไปถึงเรื่องราวก่อน Elvis เกิดเพื่อปูเรื่องมาสู่ตัวเขาและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดตามมา สงครามกลางเมืองในสหรัฐอเมริการะหว่าง .. 1861-1865  ระหว่างรัฐทางเหนือและใต้ อันเนื่องมาจากความขัดแย้งในเรื่องทาสและสิทธิของรัฐในการมีอำนาจตัดสินใจ ฝ่ายใต้ยังต้องการคนผิวดำที่ถูกจับมาขายจากอาฟริกาให้เป็นทาสเพื่อเป็นแรงงานปลูกฝ้ายและต้องการสิทธิในการปกครองตนเอง ซึ่งเป็นสิ่งตรงข้ามกับคนฝ่ายเหนือ หลังจากสู้รบกัน 4 ปี ทั้ง 2 ฝ่ายตายรวมกันกว่า 600,000 คน โดยฝ่ายใต้ซึ่งเป็นรัฐที่ Elvis เกิดคือ Mississippi และรัฐ Tennessee ที่เขาย้ายมาเติบโตเป็นฝ่ายแพ้

ถึงแม้จะเลิกทาสแล้ว แต่ความรังเกียจเหยียดผิวก็ยังคงอยู่มาตลอดแม้กระทั่งทุกวันนี้ โดยเฉพาะในรัฐทางใต้ ในปี 1935 ที่ Elvis เกิดนั้น สงครามกลางเมืองเพิ่งจบสิ้นไปได้เพียง 70 ปี กลิ่นอายของความรังเกียจคนผิวดำทั้งในเรื่องวัฒนธรรม ดนตรี การดำรงชีวิตฯลฯ ยังมีอยู่มาก

คนผิวดำในภูมิภาคนี้ของโลกมีความเป็นเลิศทางดนตรี แต่งเพลงและเล่นเพลงที่เรียกกันว่า black musicแต่แพร่หลายในเฉพาะกลุ่ม Elvis คนนี้แหละที่เอาเพลงลักษณะนี้มาร้องในตอนแรกจนโด่งดัง แม้แต่จังหวะ Rock and Roll ที่ Elvis ทำให้รู้จักกันไปทั่วโลกนั้น แท้จริงแล้วมีมาแต่ทศวรรษ 1940 และต้นทศวรรษ 1950 โดยมาจากการปนเปของหลายสไตส์ของ black music

ตอนเด็ก Elvis ไม่เคยเรียนดนตรีแม้แต่อ่านโน๊ตก็ไม่เป็น เขาเรียนรู้ด้วยตัวเองทั้งหมด ในตอนปี 1953 เขาเริ่มอัดเพลงลงแผ่นแต่ก็ไม่ดัง มาเริ่มดังจากเพลง “That’s’ All  Right” ในปี 1954 ที่เป็นเพลงสไตส์black music แต่งโดยคนผิวดำ และจากนั้นก็เป็นประวัติศาสตร์ของความโด่งดังที่เรารู้จักกันดี

ผู้คนชื่นชอบเขาโดยเฉพาะสาวๆ แต่ผู้คนในชั่วคนก่อนหน้าทั้งในทางใต้และทั่วประเทศจับตามองว่าเขากำลังนำสิ่งชั่วร้ายมาสู่โลก ด้วยสไตส์ “โยกและคลึง” (rock and roll) ซึ่งโน้มเอียงไปทางเรื่องเพศ และนำเพลง “ชั้นต่ำ” มาครอบงำ อย่างไรก็ดีผู้คนจำนวนมากรู้สึกว่าเป็นพวกเดียวกันเพราะเขามาจากครอบครัวยากจนของผู้ใช้แรงงานเป็น"คนบ้านนอก"และมีการศึกษาไม่สูง

โลกยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สองเป็นยุคแห่งการปลดปล่อย ยุคเสรีภาพในด้านความสัมพันธ์ทางเพศยุคของความต้องการมีการเท่าเทียมกันทางเพศและทางผิวสี Elvis เปรียบเสมือนผู้นำสิ่งแปลกใหม่ที่ไพเราะและสนุกสนาน rock and roll สร้างความพอใจให้หนุ่มสาวได้เป็นอันมากจนเสียงวิจารณ์เขาเงียบลงไปทุกทีพร้อมกับความนิยมในตัวเขาพุ่งขึ้นในทุกภาคและทุกกลุ่มของประเทศและทั่วโลกด้วยเสียงร้องที่หาคนเลียนแบบไม่ได้ หน้าตาอันหล่อเหลาและท่าทางที่เป็นมิตร

การมาจากครอบครัวที่ยากจน การต่อสู้ชีวิต การเคร่งศาสนา ความรักที่มีให้แม่อย่างท่วมท้น การยอมเป็นทหารเกณฑ์ ความนิยมจากต่างประเทศจากเพลงหลากหลายสไตส์ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นทุกทีผ่านภาพยนตร์ที่เขาเล่นและจอโทรทัศน์ที่เริ่มแพร่หลายทำให้ Elvis ดังเป็นพลุตลอดปลายทศวรรษ 1950 และทศวรรษ 1960    และเริ่มตกต่ำลงบ้างในกลางศตวรรษ 1970 ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตอันเนื่องมาจากข่าวคราวยาเสพติด ชีวิตครอบครัวที่ล้มเหลว และบุคลิกที่แปรเปลี่ยนตามอารมณ์

การยอมรับเสรีภาพของคนผิวดำในยุคสมัยของประธานาธิบดีเคเนดี้ และจอห์นสัน โดยคนอเมริกันในต้นทศวรรษ 1960 นั้น เป็นผลบางส่วนจากบทบาทของ Elvis ในการนำเพลง black music มาให้โลกรู้จักและชื่นชม และการเลียนแบบค่านิยมในชีวิตของ Elvis ในกลุ่มวัยรุ่นมีผลต่อการวัฒนธรรมการดำรงชีวิตในเวลาต่อมาอย่างไม่ต้องสงสัย

​Elvis จากไปแต่ก็ยังอยู่ เสียงร้องของเขาในเพลง “Love Me Tender” “เพลงชุด G.I. Blues”       “เพลงชุด Blue Hawaii” “Can’t Help Falling in Love with You” ฯลฯเตือนใจพวกเราว่าเขายังคงอยู่ในหัวใจของคนทั้งโลก ไม่ว่าจะจากไปแล้ว 40 ปี หรือ 100 ปีก็ตาม

ถึงแม้ Elvis จะมีชีวิตสั้นเกินไปแต่คุณค่าของชีวิตมนุษย์นั้นความยาวมิสำคัญเท่ากับความลึกมิใช่หรือ


ที่มา thaitribune




 

Create Date : 02 กันยายน 2560    
Last Update : 2 กันยายน 2560 23:43:06 น.
Counter : 60 Pageviews.  

รัฐ-เอกชน เดินหน้าพัฒนาหุ่นยนต์ รับไทยแลนด์ 4.0



กระทรวงอุตสาหกรรม จับมือภาครัฐ -เอกชน กว่า 14 หน่วยงาน ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ ตอบรับไทยแลนด์ 4.0 หลังครม. เห็นชอบ ตามแผนยุทธศาสตร์หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในแนวทางประชารัฐ

 

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติสู่ประเทศไทย 4.0 ระหว่างภาครัฐและเอกชนรวม 14 หน่วยงาน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายประชารัฐที่ต้องอาศัยความร่วมมือทุกภาคส่วน จะช่วยยกระดับบอุตสาหกรรมไทยและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยโดยอาศัยเทคโนโลยีที่ทันสมัย

โดยอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ เป็น 1 ใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบแผนหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ โดยจะยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ร้อยละ 50 สำหรับผู้ประกอบการที่นำหุ่นยนต์มาปรับปรุง

การลงนามความร่วมมือครั้งนี้ มี 2 ส่วน คือ ฉบับแรก เป็นเรื่องของการพัฒนาบุคลากร งานวิจัยในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ รวมถึงการสร้างมาตรฐานสากล ตั้งเป็นเครือข่าย CoER ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและสถาบันการศึกษา 8 แห่ง เช่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย , มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และการลงนามความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เช่น บริษัทเอสซีจี จำกัด (มหาชน) , บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) และบริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน)  คาดว่าภาคเอกชนจะมีการลงทุน 12,000 ล้านบาท ในปีแรก และจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง คาดว่าภายใน 5 ปี จะส่งเสริมบุคลากรให้มีความพร้อมด้านเทคโนโลยีการผลิตที่มีอยู่จาก 200 คน เพิ่มขึ้นเป็น1,400 คน ภายใน 5 ปี


ที่มา thaitribune




 

Create Date : 01 กันยายน 2560    
Last Update : 1 กันยายน 2560 21:52:43 น.
Counter : 50 Pageviews.  

ดัชนีผลผลิตอุตฯเดือนก.ค. ขยายตัว3.73% ส่งสัญญาณศก.ไทยฟื้น



สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม เผย ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนก.ค. 60 ขยายตัวร้อยละ 3.73 จากช่วงเดียวกันปีก่อน ส่งสัญญาณการฟื้นตัวขึ้นของเศรษฐกิจไทยอย่างชัดเจน โดยอุตสาหกรรมสำคัญที่ส่งผลบวก ได้แก่ เครื่องยนต์สำหรับรถยนต์ ผลิตภัณฑ์ยาง ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เนื้อไก่แช่แข็ง และอาหารทะเลแปรรูป

 

นายวีรศักดิ์ ศุภประเสริฐ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ประจำเดือนกรกฎาคม ขยายตัวขึ้นร้อยละ 3.7 เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันในปีก่อน ส่งผลให้ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม 7 เดือนแรกของปี 2560 ขยายตัวร้อยละ 0.62 ส่งสัญญาณบ่งบอกว่าเศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นตัว เช่นเดียวกันกับการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม (ไม่รวมทองคำแท่ง) ที่ขยายตัวถึงร้อยละ 14.2 รวมถึงการนำเข้าสินค้าทุนที่ขยายตัวร้อยละ 9.5 และการนำเข้าสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป (ไม่รวมทองคำแท่ง) ที่ขยายตัวถึงร้อยละ 11.5  โดยอุตสาหกรรมสำคัญที่ส่งผลบวก ได้แก่เครื่องยนต์สำหรับรถยนต์ ผลิตภัณฑ์ยาง ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เนื้อไก่แช่แข็ง และอาหารทะเลแปรรูป

สำหรับ อุตสาหกรรมหลักที่ส่งผลให้ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) มีการขยายตัว ได้แก่ เครื่องยนต์สำหรับรถยนต์ ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 26.72 จากช่วงเดียวกันในปีก่อน จากผลิตภัณฑ์เครื่องยนต์ดีเซลที่ได้ผลิตเครื่องยนต์รุ่นใหม่ จนได้รับความนิยมจากลูกค้าทั้งในประเทศ และต่างประเทศ โดยเน้นส่งออกให้กับลูกค้าในกลุ่มประเทศ AEC (อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์) เป็นหลัก

ผลิตภัณฑ์ยาง ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 17.23 จากช่วงเดียวกันในปีก่อน จากผลิตภัณฑ์ยางแผ่น เนื่องจากสภาพอากาศที่แปรปรวนในปีก่อนส่งผลให้วัตถุดิบน้ำยางสำหรับผลิตมีจำนวนน้อยกว่าในปีนี้ อีกทั้งผู้ผลิตบางรายมีการเพิ่มทุนและขยายการผลิต ทำให้การผลิตเพิ่มสูงขึ้นมาก

ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.19 จากช่วงเดียวกันในปีก่อน เนื่องจากแนวโน้มความต้องการใช้ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นไปตามเทรนด์เทคโนโลยี IOT ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว จึงมีคำสั่งซื้อสินค้าจำพวก Other ICs และ PCBA มากขึ้น

เนื้อไก่แช่แข็ง ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.44 จากช่วงเดียวกันในปีก่อนจากผลิตภัณฑ์เนื้อไก่แช่แข็งและแช่เย็นที่ขยายช่องทางจำหน่ายไปยังร้านฟูดส์เซอร์วิส (โรงแรม ภัตตาคาร ร้านอาหาร) มากขึ้น รวมถึงประเทศผู้ผลิตไก่รายใหญ่อย่างเกาหลีใต้ พบการระบาดของโรคไข้หวัดนก ทำให้หลายประเทศมีความต้องการนำเข้าเนื้อไก่จากไทย

อาหารทะเลแปรรูป ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 13.32 จากช่วงเดียวกันในปีก่อน จากผลิตภัณฑ์ปลาแช่แข็งปลาหมึกแช่แข็ง และกุ้งแช่แข็ง ที่ได้รับคำสั่งซื้อปลาแช่แข็งจำนวนมาก (เนื้อปลาทูน่าขูด) จึงเร่งผลิตและส่งมอบ รวมถึงปีนี้วัตถุดิบกุ้งมีมากขึ้นเนื่องจากเกษตรกรสามารถจัดการปัญหาโรคตายด่วนได้ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม ยังมีบางอุตสาหกรรมที่หดตัว ได้แก่เครื่องปรับอากาศและชิ้นส่วน ปรับตัวลดลงร้อยละ27.82 จากช่วงเดียวกันในปีก่อน เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนน้อยกว่าปีก่อนและมีฝนตกอย่างต่อเนื่องในปีนี้

คอนกรีต ซีเมนต์ และปูนปลาสเตอร์ ปรับตัวลดลงร้อยละ 21.47 จากช่วงเดียวกันในปีก่อน เนื่องจากมีโครงการที่ได้เร่งการผลิตเพื่อส่งมอบให้กับผู้รับเหมาก่อสร้างไปแล้ว ส่งผลให้ปีนี้งานก่อสร้างต่าง ลดลงมาก แม้ว่างานโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐจะยังคงมีอยู่ก็ตาม เครื่องประดับ ปรับตัวลดลงร้อยละ22.19 จากช่วงเดียวกันในปีก่อน เนื่องจากการชะลอคำสั่งซื้อจากลูกค้ายุโรปและอเมริกา ภัยก่อการร้ายที่เกิดขึ้นในหลายประเทศที่ส่งผลให้ผู้สั่งซื้อชะลอการนำเข้า เฟอร์นิเจอร์ ปรับตัวลดลงร้อยละ 22.09จากช่วงเดียวกันในปีก่อน เนื่องจากขาดแคลนวัตถุดิบสำหรับการผลิต


ที่มา thaitribune




 

Create Date : 01 กันยายน 2560    
Last Update : 1 กันยายน 2560 14:41:23 น.
Counter : 44 Pageviews.  

เปิดปูมที่มาการเรียกร้องค่าเสียหายจากเอกชนในคดีระบายข้าวรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) คดีประวัติศาสตร์และคดีบรร



การเรียกร้องให้จำเลยที่ 7 ถึง 28 ที่เป็นเอกชนร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนความเสียหายในคดีระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐหรือจีทูจี ที่อัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยจำนวน 28 คน ที่มีทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและเอกชนต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนั้น

 

มีที่มาจากการที่คณะกรรมการ ปปช. ได้มีมติชี้มูลความผิด นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ กับพวก และแจ้งให้กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ดำเนินการให้เอกชนซึ่งเกี่ยวข้องกับความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการทำสัญญาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ ชดใช้ค่าเสียหายตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต .. ๒๕๔๒ มาตรา ๗๓/ ซึ่งบัญญัติให้คณะกรรมการ ...แจ้งให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้ผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ซึ่งเกี่ยวข้องกับความเสียหายชดใช้ค่าเสียหาย ในกรณีที่มีการฟ้องคดีอาญาผู้ถูกกล่าวหาต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายในทางทรัพย์สินหรือเป็นการละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐ

แต่เนื่องจากไม่เคยมีหน่วยงานของรัฐยื่นคำร้องขอให้เอกชนที่ร่วมกระทำความผิดกับเจ้าหน้าที่รัฐชดใช้ค่าเสียหายต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในคดีที่อัยการเป็นโจทก์มาก่อนเลย และศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองก็ไม่เคยมีคำพิพากษาให้เอกชนที่ร่วมกระทำความผิดกับเจ้าหน้าที่รัฐชดใช้ค่าเสียหายให้แก่หน่วยงานของรัฐมาก่อนด้วย ทั้งนี้ คำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่ผ่านมาเป็นการตัดสินลงโทษจำคุก ปรับให้ชดใช้เงินคืน ริบทรัพย์สิน ให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน ตัดสิทธิทางการเมือง แต่ไม่เคยมีคำพิพากษาให้เอกชนที่ร่วมกระทำความผิดกับเจ้าหน้าที่รัฐชดใช้ค่าสินไหมทดแทนความเสียหาย

กระทรวงพาณิชย์จึงได้หารือเรื่องนี้มายังสำนักงานอัยการสูงสุดว่า การเรียกค่าเสียหายจากเอกชนที่ร่วมกระทำความผิดกับเจ้าหน้าที่ของรัฐนั้น หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องจะสามารถยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในคดีที่อัยการเป็นโจทก์ เพื่อขอให้บังคับจำเลยที่เป็นเอกชนชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ได้หรือไม่ ซึ่งสำนักงานอัยการสูงสุดมีความเห็นว่า ในคดีที่อัยการเป็นโจทก์ หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องสามารถยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเพื่อขอให้เอกชนที่ร่วมกระทำความผิดกับเจ้าหน้าที่ของรัฐชดใช้ค่าสินไหมทดแทนได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1 ซึ่งทำให้ต่อมาในวันที่ 20 เมษายน 2559 หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องจำนวน 5 ราย เช่น กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง ได้ยื่นคำร้องขอให้จำเลยที่7 ถึง 28 ที่เป็นเอกชนร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทน

มีข้อกฎหมายที่น่าสนใจว่า หน่วยงานของรัฐดังกล่าวยื่นคำร้องขอให้จำเลยที่ 7 ถึง 28 ที่เป็นเอกชนร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทน โดยใช้สิทธิตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1วรรคหนึ่ง ที่บัญญัติให้ผู้เสียหายมีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลที่พิจารณาคดีอาญาเพื่อเรียกค่าสินไหมทดแทนอันเนื่องมาจากการกระทำความผิดของจำเลยในคดีที่อัยการเป็นโจทก์ได้ และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง .. 2542 มาตรา 18 กำหนดว่า หากไม่มีข้อกำหนดเกี่ยวกับการดำเนินคดีเพื่อใช้แก่การปฏิบัติงานของศาล ให้นำบทบัญญัติของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาใช้บังคับสำหรับคดีอาญาโดยอนุโลม จึงสามารถนำเอาบทบัญญัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1 ดังกล่าวมาใช้บังคับในคดีนี้ได้

นอกจากนี้ การที่หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ถือว่าคำร้องดังกล่าวเป็นคำฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและทำให้หน่วยงานของรัฐอยู่ในฐานะเป็นโจทก์ในคดีส่วนแพ่ง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1 วรรคสอง และทำให้คดีระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐนี้กลายเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ดังจะเห็นได้จากคำพิพากษาศาลตอนหนึ่งที่กล่าวว่า “รูปคดีจึงกลายเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา และให้ฝ่ายจำเลยยื่นคำให้การต่อสู้คดีส่วนแพ่งตามกฎหมาย”

คดีนี้ศาลตัดสินให้จำเลยที่เป็นเอกชนบางรายชดใช้ค่าเสียหายแก่กระทรวงการคลัง และเป็นคดีประวัติศาสตร์คดีแรกที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองวางบรรทัดฐานให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องสามารถยื่นคำร้องเรียกค่าสินไหมทดแทนส่วนแพ่งจากเอกชนที่ร่วมกระทำความผิดกับเจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาในคดีอาญาที่อัยการเป็นโจทก์ได้ และพิพากษาให้จำเลยที่เป็นเอกชนชดใช้ค่าเสียหายแก่หน่วยงานของรัฐ ซึ่งเป็นผลดีต่อหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องให้ไม่ต้องไปยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายเป็นคดีแพ่งต่างหาก และคำร้องขอให้เอกชนชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในกรณีนี้ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 253 บัญญัติไว้ด้วย

มีข้อสังเกตว่า การเรียกค่าสินไหมทดแทนต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในคดีนี้ เป็นการเรียกเฉพาะค่าเสียหายที่เกิดจากการกระทำความผิดของเอกชนเท่านั้น ส่วนค่าเสียหายที่เกิดจากการกระทำความผิดของเจ้าหน้าที่รัฐนั้นไม่ได้มีการยื่นคำร้องเรียกค่าสินไหมทดแทนเข้ามาในคดีด้วย เนื่องจากเป็นความเสียหายที่เกิดจากการกระทำละเมิดในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งอยู่ภายใต้บังคับของพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ .. 2542 และกระทรวงพาณิชย์ได้ออกคำสั่งทางปกครองตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ .. 2542ให้เจ้าหน้าที่รัฐที่กระทำละเมิดได้แก่ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ นายภูมิ สาระผล และเจ้าหน้าที่รัฐคนอื่น รวมทั้งสิ้น 6 คน ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนร่วม 2 หมื่นล้านบาท จากการจงใจกระทำละเมิดให้ราชการเสียหายในโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐไปแล้ว ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองกลาง


ที่มา thaitribune




 

Create Date : 31 สิงหาคม 2560    
Last Update : 31 สิงหาคม 2560 19:16:47 น.
Counter : 40 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  

p_chusaengsri
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 52 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add p_chusaengsri's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.