ธ.กรุงเทพ เผยรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1 ปี 2561 กว่า 9 พันล้านบาท



ธนาคารกรุงเทพเผยรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1 ปี 2561 จำนวน 9,005 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากการส่งออกสินค้าและภาคการท่องเที่ยว สอดคล้องกับการขยายตัวของอุปสงค์ต่างประเทศ

 

เศรษฐกิจไทยในช่วงที่ผ่านมามีแนวโน้มขยายตัวได้ต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการส่งออกสินค้าและภาคการท่องเที่ยว  สอดคล้องกับการขยายตัวของอุปสงค์ต่างประเทศ โครงสร้างเศรษฐกิจไทยอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านไปยังเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม นอกจากนี้ยังมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของรัฐบาลที่มีแผนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ของภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ พัฒนาการดังกล่าวสอดคล้องกับแนวโน้มสำคัญสามประการที่ธนาคารตระหนัก และใช้เป็นแนวทางในการดำเนินกิจการในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ได้แก่ การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจในภูมิภาค การขยายตัวของเมือง และการเข้าสู่ยุคดิจิทัล ด้วยปรัชญาการดำเนินธุรกิจของธนาคารในความเป็น "เพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน" ธนาคารจึงพร้อมเคียงข้างลูกค้าทุกการเปลี่ยนแปลง ในขณะเดียวกัน ธนาคารยังคงแนวทางการบริหารฐานะการเงินด้วยความรอบคอบและระมัดระวัง ควบคู่กับการรักษาสภาพคล่องและเงินกองทุนให้อยู่ในระดับที่สามารถรองรับการขยายธุรกิจในอนาคตและความไม่แน่นอนที่อาจจะเกิดขึ้น เพื่อให้ธนาคารมีเสถียรภาพทางการเงินที่ยั่งยืน

สำหรับไตรมาส 1 ปี 2561 ธนาคารกรุงเทพและบริษัทย่อยมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ จำนวน 17,123 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.2 เทียบกับไตรมาส 1 ปี 2560 และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ร้อยละ 2.34 สำหรับรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยมีจำนวน 14,414 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 31.8 สาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิและกำไรสุทธิจากเงินลงทุน รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิเพิ่มขึ้นส่วนใหญ่จากค่าธรรมเนียมบริการกองทุนรวม และค่าธรรมเนียมจากการอำนวยสินเชื่อ สำหรับค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานมีจำนวน 12,594  ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.6 ขณะที่อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้จากการดำเนินงานลดลงเป็นร้อยละ 39.9 ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคารมีจำนวน 9,005 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.4 จากไตรมาส 1 ปีก่อน

ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2561 ธนาคารมีเงินให้สินเชื่อจำนวน 1,978,511 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 1.3 จากสิ้นปี 2560 จากสินเชื่อลูกค้าธุรกิจ สินเชื่อลูกค้าบุคคล และสินเชื่อกิจการต่างประเทศ สำหรับอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อรวมอยู่ที่ร้อยละ 3.8 ขณะที่เงินสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญของธนาคารมีจำนวน 146,807 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในระดับที่เพียงพอรองรับความไม่แน่นอนและกฎเกณฑ์ใหม่ที่จะเกิดขึ้น ตามหลักการตั้งสำรองด้วยความระมัดระวัง

ด้านเงินกองทุน หากนับกำไรสุทธิงวดกรกฎาคมถึงธันวาคม 2560 และกำไรสุทธิในไตรมาส 1 ปี 2561 หักด้วยเงินปันผลที่จะจ่ายในเดือนพฤษภาคม 2561 เข้าเป็นเงินกองทุน อัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้น อัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของ และอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ต่อสินทรัพย์เสี่ยงของธนาคารและบริษัทย่อยจะอยู่ในระดับประมาณร้อยละ 18.7 ร้อยละ 17.2 และร้อยละ 17.2 ตามลำดับ ซึ่งอยู่ในระดับที่สูงกว่าอัตราส่วนเงินกองทุนขั้นต่ำตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด สำหรับส่วนของเจ้าของ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2561 มีจำนวน 405,462 ล้านบาท มูลค่าตามบัญชีเท่ากับ 212.41 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 1.96 บาท จากสิ้นปี 2560

ที่มา thaitribune




 

Create Date : 24 เมษายน 2561    
Last Update : 24 เมษายน 2561 3:09:56 น.
Counter : 12 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

'บุพเพสันนิวาส' ละครจุดประกาย นักประดิษฐ์รุ่นใหม่



"สื่อคือแหล่งกำเนิดของแรงบันดาลใจ" คำกล่าวนี้เป็นทฤษฎีหนึ่งที่มีข้อพิสูจน์มากมาย ว่ามิใช่คำกล่าวที่เกินจริงแต่อย่างใด ดังเช่นภาพยนตร์เรื่อง ชีวิตพิศวงของวอลเตอร์ มิตตี้ (The Secret Life of Walter Mitty) ที่สร้างแรงบันดาลให้ผู้ชมทั่วโลก อยากออกไปหาประสบการณ์ใหม่ๆ ในสถานที่ที่แตกต่าง หรือภาพยนตร์ที่โด่งดังในอดีตยุค ค.ศ.1980 อย่างภาพยนตร์เรื่อง เจาะเวลาหาอดีต (Back to the Future) ที่มีการนำเสนอนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เป็นเพียงจินตนาการในสมัยนั้น แต่เกิดขึ้นจริงและถูกใช้อย่างแพร่หลายในปัจจุบัน

 

การสนทนาแบบเห็นหน้าคู่สนทนา (Video Call) ซึ่งเป็นเพียงนวัตกรรมที่ไม่สามารถทำได้จริงในยุคนั้น เป็นเพียงเรื่องแต่งที่นำเสนอในภาพยนตร์ แต่ในปัจจุบันการติดต่อสื่อสารในรูปแบบนี้ เป็นเรื่องปกติที่ทุกคนสามารถใช้งานได้อย่างง่ายดาย จะเห็นได้ว่าสื่อในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ภาพยนตร์หรือละคร เปรียบเสมือนเครื่องมือสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ชมรวมถึงเยาวชน ให้นำแรงบันดาลใจดังกล่าวไปต่อยอดเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์

·  เพียงแรงบันดาลใจ ไม่สามารถก่อให้เกิดนวัตกรรมได้

รศ.ดร.สมชาย ชคตระการ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มธ. กล่าวว่า นวัตกรรมเป็นสิ่งช่วยอำนวยความสะดวกให้กับมนุษย์มาโดยตลอด หากมองย้อนกลับไปในอดีต เช่น เมื่อในสมัยอยุธยา คงไม่มีใครเชื่อว่า จะมีเครื่องบิน รถไฟฟ้าความเร็วสูงหรือแม้แต่จักรยานอย่างเช่นในปัจจุบัน การพัฒนาความสะดวกสบายให้กับมนุษย์นั้นล้วนต้องใช้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นฐานรากฐานในการสร้างสรรค์นวัตกรรมทั้งสิ้น อาจกล่าวได้ว่าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปรียบเสมือนเป็นรากฐานสำคัญของนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์เพื่ออำนวยความสะดวกทุกชิ้นบนโลก หากไม่มีวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมนุษย์คงไม่สามารถพัฒนานวัตกรรมต่าง ๆ ขึ้นมาอำนวยความสะดวกในการดำเนินชีวิตประจำวันได้ และองค์ประกอบที่มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าความรู้ด้านวิทยาศาสตร์นั้นคือ ความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ และแนวทางความคิดที่นอกกรอบ ดังนั้นการอ่านหนังสือและการเรียนรู้เรื่องราวที่หลากหลายจึงเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนานวัตกรรมให้กับประเทศชาติและโลกใบนี้

นวัตกรรมมิได้เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์เท่านั้น แต่นวัตกรรมยังมีผลต่อความเจริญก้าวหน้าของประเทศชาติอีกด้วย ดังเช่นคำกล่าวที่ว่า "บ้านเมืองจะเจริญไม่ได้หาก วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไม่ได้รับการพัฒนา" ดังนั้นการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนรุ่นใหม่ให้หันมาสนใจวิทยาศาสตร์ เพื่อนำไปต่อยอดเป็นนวัตกรรม สู่การพัฒนาความเจริญให้กับประเทศ จึงเป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่ในประเทศควรให้ความสำคัญและตระหนักถึงการส่งเสริมและสนับสนุนอย่างจริงจัง รศ.ดร.สมชาย กล่าวทิ้งท้าย

·  แรงปรารถนาด้านวิทยาศาสตร์จากผู้สร้างสรรค์ สู่เยาวชนไทย

คุณอรุโณชา ภาณุพันธ์ ผู้จัดละคร บุพเพสันนิวาส กล่าวว่า ละครเปรียบดั่งจุดเริ่มต้นของแรงบันดาลใจในหลากหลายแง่มุม จึงปราถนาให้ละครเรื่องบุพเพสันนิวาส เป็นดั่งสื่อกลางในการสอนเรื่องวิทยาศาสตร์และส่งเสริมให้เยาวชนตระหนักถึงความสำคัญของวิทยาศาสตร์ ผ่านการสอดแทรกองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ในชีวิตประจำวัน อาทิ การยืนบนเรือ อาจสร้างความไม่สมดุลให้กับเรือ ส่งผลให้เรืออาจคว่ำและจมได้ รวมถึงการดื่มน้ำสะอาดจากเครื่องกรองน้ำที่ทำโดยแม่การะเกด เพื่อสร้างเสริมสุขอนามัยที่ดีและแนวทางการป้องกันยุง เพื่อเป็นการป้องกันโรคมาลาเรีย เรื่องเหล่านี้ล้วนเป็นความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ที่อยู่รอบตัวทั้งสิ้น โดยมีความคาดหวังว่าเยาวชนจะนำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ที่ได้เรียนรู้จากละครนำมาต่อยอดด้วยความคิดสร้างสรรค์ เพื่อสร้างแนวคิดและนวัตกรรมที่แปลกใหม่ นำมายกระดับวงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของไทย และพัฒนาให้เยาวชนไทยก้าวไปสู่ระดับสากลในด้านนวัตกรรม

·         เยาวชนไทยกับแรงบันดาลใจ ก้าวสู่นักประดิษฐ์สากล

นายโศธนะ วิชาเรือง นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนสวนกุหลาบ รังสิต จังหวัด ปทุมธานี กล่าวว่า จากเดิมมีความสนใจด้านวิทยาศาสตร์เป็นทุนเดิมแล้ว โดยได้เข้าร่วมเป็นเยาวชนในโครงการสนับสนุนการจัดตั้งห้องเรียนวิทยาศาสตร์ในโรงเรียน โดยการกำกับดูแลของมหาวิทยาลัย (โครงการ วมว.) สังกัดมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเมื่อได้ดูภาพยนตร์ต่างประเทศเรื่องต่างๆ รวมถึงละครไทยอย่างบุพเพสันนิวาส ที่ตัวเอกของละครได้นำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน จึงเป็นการสร้างแรงบันดาลใจ ในการนำความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ที่ตนมี นำมาต่อยอดเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน รวมไปถึงพัฒนาประเทศชาติให้มีความก้าวหน้าด้านนัวตกรรมและเทคโนโลยีให้มีความทัดเทียมกับนานาชาติ

สำหรับน้องๆ ที่สนใจในการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ ในคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มธ. เพื่อก้าวสู่ความเป็นนักประดิษฐ์ระดับสากล สามารถตรวจสอบคุณสมบัติและสมัครออนไลน์ได้ที่ www.reg.tu.ac.th ในรอบรับตรงร่วมกัน ระหว่างวันที่ 9-13 พฤษภาคม 2561 และรอบแอดมิชชั่นกลาง ระหว่างวันที่ 6-10 มิถุนายน 2561 สอบถามเพิ่มเติม ฝ่ายรับเข้าศึกษา มธ. โทร. 02-564-4441-79 ต่อ 1634-1638 หรือติดตามรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.tuadmissions.in.th

ที่มา thaitribune




 

Create Date : 23 เมษายน 2561    
Last Update : 23 เมษายน 2561 22:06:54 น.
Counter : 17 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

เปิดแถลงการณ์ย้อนหลัง มูลนิธิสืบนาคะเสถียร กังวลเรื่องการเพิกถอนพื้นที่ป่าเพื่อพัฒนาสิ่งปลูกสร้าง



กลุ่มขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ เปิดแถลงการณ์ มูลนิธิสืบนาคะเสถียร เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2559 ซึ่งเคยแสดงความกังวล และ เรียกร้องให้พิจารณาผลกระทบ โครงการก่อสร้างบ้านพักศาลอุทธรณ์ ภาค 5 จ.เชียงใหม่ แต่กลับไม่ได้รับการพิจารณา หรือ ดำเนินการแก้ปัญหา กระทั่งเกิดปัญหาข้อขัดแย้งทางสังคม ในขณะนี้

 

ตามที่ที่ราชพัสดุ ซึ่งอยู่ในความดูแลของมณฑลทหารบกที่ 33 ได้อนุญาตให้ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ดำเนินการก่อสร้าง อาคารศาลอุทธรณ์ภาค 5 และ บ้านพักข้าราชการตุลาการ และ อาคารชุดของข้าราชการศาลยุติธรรมในตัวจังหวัดเชียงใหม่ โดยพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ประจักษ์ได้ชัดว่ามีความสูงชัน และยังคงเป็นสภาพป่าธรรมชาติที่เชื่อมต่อกับอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ–ปุย อันเป็นป่าต้นน้ำที่สำคัญของประเทศ

เมื่อเปิดพื้นที่ป่าขนาดใหญ่ ประชาชนที่เดินทางโดยเครื่องบิน และใช้เส้นทางบริเวณดังกล่าวสามารถมองเห็นได้ชัดเจนจนเกิดเป็นทัศนอุจาด และข้อข้องใจเรื่องของการรุกล้ำพื้นที่ป่าธรรมชาติเป็นจำนวนมาก เพื่อพัฒนาสิ่งปลูกสร้างของรัฐ

มูลนิธิสืบนาคะเสถียร มีความเป็นกังวล ต่อการเพิกถอนพื้นที่ป่า เพื่อนำไปพัฒนาสิ่งปลูกสร้าง หรือใช้เพื่อการดำเนินกิจกรรมอื่นที่ไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของการรักษาป่าและพื้นที่อนุรักษ์ที่มีอยู่ให้เป็นแหล่งคุ้มครองสภาพทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารให้คงเดิมไว้มิให้เปลี่ยนแปลงไป เพื่ออำนวยประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมแก่รัฐและประชาชนเนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบัน พื้นที่ป่าไม้ของประเทศไทยกำลังอยู่ในภาวะวิกฤต

รัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีนโยบายและการประชาสัมพันธ์รณรงค์เพื่อขอความร่วมมือกับประชาชน รวมถึงปราบปราม ดำเนินคดีกับผู้บุกรุกพื้นที่ป่าเพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าให้มากขึ้น แต่การอนุญาตให้หน่วยงานรัฐมีการพัฒนาสิ่งปลูกสร้างโดยการทำลายพื้นที่ป่าธรรมชาติ อันเป็นพื้นที่ต้นน้ำลำธารและสาธารณะสมบัติของประชาชนคนไทยทั้งประเทศกิจกรรมที่เกิดขึ้นเหล่านี้ล้วนเป็นตัวอย่างที่กลับมาทำลายนโยบายและการประชาสัมพันธ์รณรงค์กับสาธารณะชน และยังทำลายความเชื่อมั่นจากประชาชนและภาคเอกชนทั้งประเทศ ว่าการทำลายพื้นที่ป่าเป็นเรื่องที่ใครก็สามารถทำได้โดยง่ายแม้แต่หน่วยงานของรัฐเอง

มูลนิธิสืบนาคะเสถียร จึงขอให้รัฐบาล ทบทวนการอนุญาตให้หน่วยงานราชการเข้าไปพัฒนาสิ่งปลูกสร้าง หรือการดำเนินกิจกรรมใดๆ ที่จะมีผลกระทบต่อพื้นที่ป่าธรรมชาติไม่ว่าพื้นที่นั้นจะอยู่ในสถานะทางกฎหมายใดๆ ก็ตาม เพื่อเรียกศรัทธาความเชื่อมั่น และแบบอย่างที่ดีให้กับประชาชนคนไทยกลับคืนมา

ที่มา thaitribune




 

Create Date : 23 เมษายน 2561    
Last Update : 23 เมษายน 2561 6:42:28 น.
Counter : 18 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

นิด้าโพลเผยประชาชนมองเศรษฐกิจไทยใน 3 เดือนแรก 'แย่ลง'



ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่อง “เศรษฐกิจไทยดีขึ้นหรือไม่ ใน 3 เดือนแรกของปี พ.ศ. 2561?” พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ 45.92% ระบุว่า เศรษฐกิจแย่ลง รองลงมา 37.52% ระบุว่า เท่าเดิม 16.24% ระบุว่า เศรษฐกิจดีขึ้น และ 0.32% ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ

 

ด้านความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายหรือโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจในแต่ละด้านที่รัฐบาลปัจจุบันกำลังดำเนินอยู่ พบว่า ด้านเพิ่มรายได้

52.08% ระบุว่า เท่าเดิม

25.28% ระบุว่าแย่ลง 

21.76% ระบุว่า ดีขึ้น

0.88% ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ

ด้านลดค่าครองชีพ (ค่าอาหาร ค่าที่พัก ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเดินทาง) พบว่า

47.76% ระบุว่า เท่าเดิม

33.76% ระบุว่าแย่ลง

18.08% ระบุว่าดีขึ้น

0.40% ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ

ด้านลดภาระหนี้สิน พบว่า

62.32% ระบุว่าเท่าเดิม

25.92%ระบุว่าแย่ลง

10.08% ระบุว่าดีขึ้น

1.68% ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ 

ด้านเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน (ซื้อง่ายขายคล่อง) พบว่า

44.80% ระบุว่าเท่าเดิม

39.84% ระบุว่าแย่ลง

14.72% ระบุว่าดีขึ้น

0.64% ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ

ด้านเพิ่มประสิทธิภาพโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ (เช่น ที่อยู่อาศัย  ระบบคมนาคม การสื่อสารหรือโทรคมนาคม ระบบไฟฟ้าและประปา) พบว่า

47.60% ระบุว่าเท่าเดิม

37.52% ระบุว่าดีขึ้น

14.16% ระบุว่าแย่ลง

0.72% ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ

สำหรับระดับความสุขจากนโยบายหรือโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลปัจจุบัน พบว่า

57.92% ระบุว่ามีความสุขเท่าเดิม เพราะไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากเมื่อก่อน เศรษฐกิจเหมือนเดิม ไม่ได้แย่ลงและก็ไม่ได้ดีขึ้น ขณะที่บางส่วนระบุว่านโยบายหรือโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจต่าง ๆ ไม่ได้ส่งผลโดยตรงต่อประชาชน

21.12% ระบุว่า มีความสุขลดลง เพราะ สภาวะเศรษฐกิจ แย่ลง ไม่มีอะไรดีขึ้น มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น หนี้สินเพิ่มขึ้น แต่รายได้ลดลง ขณะที่บางส่วนระบุว่าไม่เคยได้รับประโยชน์จากนโยบายหรือโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจต่าง ๆ เลย

20.96% ระบุว่า มีความสุขเพิ่มขึ้นเพราะ สภาพทางการเงินดีขึ้น มีรายได้เพิ่มขึ้น การคมนาคมต่าง ๆ ดีขึ้น เศรษฐกิจค่อนข้างดีขึ้น คุณภาพชีวิตดีขึ้น และมีความชื่นชอบนโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาลชุดปัจจุบัน

เมื่อถามถึงความเชื่อมั่นต่อนโยบายและโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา (มกราคม – มีนาคม 2561) พบว่า

49.44% ระบุว่าไม่เชื่อมั่น เพราะนโยบายและโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลไม่ได้ช่วยประชาชนทุกระดับอย่างแท้จริง เป็นปัญหาที่แก้ไขได้ยาก และรัฐบาลแก้ปัญหาไม่ตรงจุด ขณะที่บางส่วนระบุว่าเป็นโครงการที่ไม่ต่อเนื่อง  และเป็นโครงการระยะสั้น

42.24% ระบุว่า เชื่อมั่น เพราะ นโยบายและโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลมีความน่าเชื่อถือ เป็นโครงการที่ดี ทำให้หลาย ๆ อย่างดีขึ้น ขณะที่บางส่วนระบุว่า มีผู้นำที่ดีและมีความเข้มแข็ง

8.32% ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ

ท้ายที่สุด เมื่อถามถึงความคาดหวังต่อเศรษฐกิจไทย หลังจากที่มีการเลือกตั้ง พบว่า

58.96% ระบุว่าคาดว่าจะดีขึ้น เพราะต่างชาติจะเข้ามาลงทุนมากขึ้น เนื่องจากมีความมั่นใจต่อรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง รัฐบาลชุดใหม่น่าจะมีแนวทางใหม่ๆ ในการบริหารประเทศได้ดีกว่านี้

16.88% ระบุว่าเหมือนเดิม เพราะ ปัญหาเศรษฐกิจเป็นปัญหาที่แก้ยาก ต้องใช้เวลาในการแก้ไขปัญหา และต้องอาศัยปัจจัยหลาย ๆ อย่างร่วมด้วยจึงจะดีขึ้นไม่ใช่แค่การเลือกตั้งเพียงอย่างเดียว ขณะที่บางส่วนระบุว่าไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลชุดไหนก็เหมือนเดิม

5.92% ระบุว่า คาดว่าจะแย่ลง เพราะ เป็นปัญหาที่แก้ไขได้ยาก และจะไม่มีความต่อเนื่องในการดำเนินการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ

18.24% ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ

ที่มา thaitribune




 

Create Date : 23 เมษายน 2561    
Last Update : 23 เมษายน 2561 3:21:12 น.
Counter : 14 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

นายกฯ แนะนายจ้าง-แรงงานต่างด้าวเร่งขอทำงานให้ถูกต้องภายใน 23 เม.ย.-30 มิ.ย.นี้



นายกฯ แนะนายจ้าง-แรงงานต่างด้าวกัมพูชา ลาว เมียนมา ขออนุญาตทำงานอย่างถูกต้องทุกขั้นตอน 23 เม.ย.-30 มิ.ย.นี้ ย้ำรัฐพร้อมดูแลให้เป็นไปตามหลักสากล

 

นายกฯ แนะนายจ้าง-แรงงานต่างด้าวกัมพูชา ลาว เมียนมา ขออนุญาตทำงานอย่างถูกต้องทุกขั้นตอน 23 เม.ย.-30มิ.ย.นี้ ย้ำรัฐพร้อมดูแลให้เป็นไปตามหลักสากล

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้รับทราบรายงานความคืบหน้าเรื่องการจัดทำทะเบียนประวัติ ตรวจลงตราวีซ่า และการอนุญาตทำงานของแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมา ว่า หลังจากเสร็จสิ้นการยื่นเรื่องขอจัดทำและปรับปรุงทะเบียนประวัติกับกรมการจัดหางาน ณ ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ (OSS) สนง.จัดหางานทั่วประเทศ และผ่านระบบออนไลน์ เมื่อวันที่ 31 มี.ค.61 และแรงงานต่างด้าวยังมีเวลาดำเนินการทุกขั้นตอนให้แล้วเสร็จสมบูรณ์ภายในวันที่ 30 มิ.ย.61นั้น

ล่าสุดกระทรวงแรงงานจะเปิดศูนย์ให้บริการใน กทม. 4 แห่ง และในต่างจังหวัด จังหวัดละ 1 แห่ง รวมเป็น 80 แห่ง ดำเนินการระหว่างวันที่ 23 เม.ย. - 30 มิ.ย.61 เพื่อให้แรงงานต่างด้าวทั้งกลุ่มที่พิสูจน์สัญชาติแล้ว ซึ่งแบ่งเป็นกลุ่มที่ดำเนินการไม่ครบทุกขั้นตอนและกลุ่มที่ยื่นเอกสารผ่านระบบออนไลน์ และยื่นเอกสารผ่านศูนย์ OSS/สนง.จัดหางาน รวมทั้งกลุ่มที่ยังไม่ได้พิสูจน์สัญชาติ คือ ผู้ที่มีบัตรสีชมพูที่ทำงานได้ถึง 30 มิ.ย.แล้ว กับกลุ่มที่ยื่นเอกสารผ่านระบบออนไลน์ และศูนย์ OSS/สนง.จัดหางาน ไปปรับปรุงและจัดทำทะเบียนประวัติ จัดทำบัตรประจำตัวและใบอนุญาตทำงาน ตรวจสุขภาพ ตรวจลงตราวีซ่า หรือพิสูจน์สัญชาติ แล้วแต่กรณี

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้นายจ้างและแรงงานต่างด้าวคำนึงถึงความสำคัญของการปฏิบัติตามตามขั้นตอนที่ภาครัฐกำหนด โดยเร่งไปติดต่อและดำเนินการ ณ จุดที่ประกาศไว้ เช่นเดียวกับที่ได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีมาแล้วในครั้งก่อน เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลและช่วยให้ภาครัฐมีฐานข้อมูลในการดูแลคุณภาพชีวิตของแรงงานทุกคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งกำชับด้วยว่าให้เร่งไปดำเนินการแต่เนิ่น ๆ จะได้ไม่ยุ่งยากในช่วงท้าย ๆ

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 5 ก.พ. - 31 มี.ค.61 ที่ผ่านมา มี งานต่างด้าวกลุ่มเป้าหมายไปลงทะเบียนทั้งหมด 1,320, 035 คน จากทั้งหมด 1,379,225 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 96 แยกเป็นผู้ที่ดำเนินการทุกขั้นตอนแล้วและอยู่ในไทยได้จนถึงปี 2563 ราว 960,000 คน และยังเหลืออีกราว 470,000 คนที่ต้องไปดำเนินการในช่วง 2 เดือนนี้

สำหรับศูนย์ OSS ในกทม. มี 4 แห่ง คือ 1. กระทรวงแรงงาน 2. ห้างสรรพสินค้าตั้งฮั่วเส็งธนบุรี 3. รพ.สิรินธรอ่อนนุช 90 4. ฮอลแลนด์ปาร์ค ถ.กัลปพฤกษ์ ส่วนในภูมิภาค ตั้งอยู่ที่ สนง.จัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด และสนง.จัดหางาน กทม.พื้นที่ 1-10 และหากมีข้อสงสัย สามารถโทรสอบถามได้ที่สายด่วน 1506

ที่มา thaitribune




 

Create Date : 23 เมษายน 2561    
Last Update : 23 เมษายน 2561 0:08:04 น.
Counter : 17 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  

p_chusaengsri
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 52 คน [?]








Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add p_chusaengsri's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.