ปืน AR-15 คนร้ายใช้สังหารหมู่มาหลายเหตุการณ์-ราคากระบอกละ 599-649 ดอลลาร์



จากเหตุการณ์ที่คนร้ายใช้ปืน AR-15 สังหาร 17 รายบาดเจ็บกว่า 50 คนที่โรงเรียนมาร์โจรี สโตนแมน ดักลาส ไฮสคูล เมืองพาร์คแลนด์ รัฐฟลอริด้า เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2018 ความเจ็บปวดครั้งนี้จะส่งผลไปยังนักเรียน ครู ผู้ปกครอง ครอบครัวที่สูญเสียลูกที่กำลังเติบโตกลายเป็นความฝันร้ายในสังคมอเมริกันอีกระลอก

 

หลังจากที่ปืนชนิดเดียวกันนี้ได้สังหารคนมานับไม่ถ้วนนับตั้งแต่ปี 2007 เป็นต้นมา

  • การใช้ AR-15 เป็นอาวุธสังหารโดยตรงประกอบด้วยการสังหารเด็กชั้นประถมที่เมืองนิวทาวน์ รัฐคอนเนคติกัตเมื่อปี 2012
  • การสังหารหมู่ที่เมืองซาน เบอร์นาดิโน รัฐแคลิฟอร์เนียเมื่อปี 2015
  • การสังหารที่เมืองออร์แลนโด้ รัฐฟลอริด้า ปี 2016
  • การสังหารหมู่ที่ลาส เวกัส ปี 2017
  • การสังหารที่เมืองเซาท์แลนด์ สปริงส์ รัฐเท็กซัส ปี 2017

ทั้งหมดใช้ปืน AR-15 เป็นหลัก ส่วนการสังหารหมู่ที่อื่นๆอาจมีอาวุธปืนสั้นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
ปืน AR-15 เป็นปืนยาวแบบกึ่งอัตโนมัติ (semi-automatic assault rifle) ใช้กระสุน .233 ยิงได้รวดเร็วมาก และทำลายเป้าหมายได้ซับซ้อนมากกว่าปืนสั้น แมกกาซีนขนาดไม่ใหญ่นักบรรจุกระสุนได้20 นัด/แมกกาซีนและ 30 นัด/แมกกาซีน ปืน AR-15 เป็นปืนยาวยิงเร็วน้ำหนักเบา ผลิตโดยบริษัท Colt’s Manufacturing Company เป็นปืนที่นำมาใช้แทนปืน M16 ได้และใช้กันมากทั้งผู้รักษากฎหมาย,ประชาชนและเป็นปืนยาวประเภทหนึ่งที่องค์การสนธิสัญญาป้องกนแอตแลนติกเหนือ (NATO)ใช้ ระยะทำการหวังผล 550 เมตร (600 หลา) บริษัทโคลท์ผลิตออกจำหน่ายตั้งแต่ปี 1963 ถึงปัจจุบัน
สำหรับราคาปืนหาซื้อได้ตามเว็บไซต์ที่ประกาศจำหน่ายรวมทั้ง eBay ส่วน GunBroker.com ประกาศขายกระบอกละระหว่าง 599-649 ดอลลาร์ (19,168-20,768 บาท)
โดยปกติแล้วมือปืนมักจะปลิดชีพตัวเอง แต่นายนิโคลาส ครูซ วัย 19 ปีกลับหลบหนีออกจากโรงเรียนโดยปะปนกับนักเรียน แต่ถูกเจ้าหน้าที่จับได้และจะถูกนำตัวขึ้นศาลจะทำให้สาธารณชนทราบว่าเขามีแรงจูงใจอะไรจึงเปิดฉากสังหารหมู่ครั้งนี้ แต่ประเด็นที่น่าพิจารณามีดังนี้ 
  1.นายนิโคลาส ครูซ ชอบก่อปัญหาเรื่องระเบียบวินัยในโรงเรียนเช่นการนำปืนมาโรงเรียน การโพสปืนพกโชว์ในเฟซบุ้ค เป็นเหตุให้เขาถูกไล่ออกจากโรงเรียนได้ปีเศษแล้ว
  2.มีการรายงานว่าเขาเป็นกลุ่มขวาจัด alt-right ที่ระบุว่ามุสลิมคือกลุ่มก่อการร้าย-กลุ่มวางระเบิด พร้อมทั้งข่มขู่ครูและเพื่อนนักเรียน นอกจากนี้ยังชอบใส่หมวก MAGA สีแดงที่นายดอนัลด์ ทรัมพ์ ชอบใส่

ที่มา thaitribune




 

Create Date : 20 กุมภาพันธ์ 2561    
Last Update : 20 กุมภาพันธ์ 2561 22:04:58 น.
Counter : 19 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

นายกรัฐมนตรี ขอบคุณผู้ชุมนุมต้านโรงไฟฟ้าเทพา ยอมยุติการชุมนุม - แนะทุกกระทรวงศึกษา รมว.พลังงาน แก้ปั



นายกรัฐมนตรีขอบคุณม็อบไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาที่ยอมยกเลิกการชุมนุม พร้อมขอความร่วมมือกลุ่มเคลื่อนไหวอื่น ๆ ไม่ให้สร้างความวุ่นวาย หากพบดำเนินการผิดต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างจริงจัง

 

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการชุมนุมของเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา และเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน เพื่อขอให้รัฐบาลยุติการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ว่าตนขอบคุณผู้ชุมนุมกลุ่มดังกล่าวเดินทางกลับไปแล้ว รัฐบาลไม่อยากให้ประชาชนเสียเวลาทำมาหากิน ทั้งนี้ หลังจากที่ได้พูดกันแล้วขอให้เขายุติการชุมนุมซึ่งเขาได้กลับแล้ว ขณะที่เขาขอร้องให้ตนทบทวน ตนก็ทำให้โดยรับข้อเสนอทั้งหมดแล้วทบทวน ยกเลิกรายงานการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) ฉบับเดิม แล้วให้นักวิชาการที่มีความเป็นกลางอย่างแท้จริงและเป็นที่ยอมรับจากคนในพื้นที่ไปทำการศึกษาอีไอเอฉบับใหม่ อีกทั้งต้องทำการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) ว่าพื้นที่จะมีการก่อสร้างนั้นเหมาะสมหรือไม่ อย่างไร ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ตามกฎหมายฉบับใหม่ เพิ่มเติมจากการศึกษาอีไอเอ และการศึกษาผลกระทบด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม (EHIA) นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมว.พลังงาน ไปชี้แจงทำความเข้าใจ โดยกระทรวงพลังงาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงหน่วยงานด้านความมั่นคงรับไปดูแลเรื่องเหล่านี้ และต้องดำเนินการให้ได้ตามที่พูดกันไว้ อย่างไรก็ตาม ขออย่าขยายความขัดแย้งอีก

    นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า สิ่งสำคัญอีกเรื่อง คือ การทำอย่างไรในการเพิ่มไฟฟ้าในภาคใต้ เพื่อป้องกันการขาดแคลนไฟฟ้าในวันหน้า เพราะการก่อสร้างต้องใช้เวลา รวมถึงจะทำอย่างไรไม่ให้ค่าไฟฟ้าทั้งประเทศเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ สมมติถ้าเราสามารถแก้ปัญหาระยะสั้นได้ด้วยการทำสายส่งเพิ่มเติมจากพื้นที่ก็จะทำให้มีต้นทุนของไฟฟ้าไปบวกเพิ่ม จะส่งผลให้คนทั้งประเทศได้รับผลกระทบหรือต้องรับภาระเพิ่มเติมหรือไม่ แต่หากไปลงทุนเป็นรายพื้นที่ จะลดภาระตรงนี้ได้ อย่างไรก็ตาม ขอให้ทุกคนเข้าใจในวิธีการนี้ด้วย ส่วนที่มีการฟ้องร้องกันนั้น ต้องไปดูคดีว่าใครฟ้องร้องใคร ดูว่าตามกฎหมายจะได้ทำแค่ไหน อย่างไร รัฐบาลรับจะดูแลให้ทั้งหมด

แนะทุกกระทรวงศึกษา รมว.พลังงาน แก้ปัญหาโรงไฟฟ้าเอง อย่ารอแต่นายกฯ

 พลโท สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า ที่ประชุมมีการหารือ เรื่อง การก่อสร้างโรงไฟฟ้าเทพา ที่ล่าสุดกลุ่มผู้ชุมนุมคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้ายอมยุติการชุมนุม หลังมีการลงนามบันทึกข้อตกลงระหว่างกัน

   “นายกฯ ขอบคุณ รมว.พลังงาน ที่ลงไปแก้ไขปัญหา และขอให้เป็นตัวอย่าง รวมถึงบทเรียนกับทุกกระทรวงว่าถ้าเรื่องไหนถ้ารัฐมนตรีไม่ออกฤทธิ์ ทุกคนก็จะมุ่งหาแต่นายกฯ ซึ่งไม่ใช่แนวทางแก้ปัญหาของประเทศ เพราะฉะนั้นกลุ่มใดก็แล้วแต่ที่ได้รับผลกระทบและมีการแสดงออกในเชิงกิจกรรม ถ้ารัฐมนตรีจะต้องลงไปแก้ไขสถานการณ์หรืออาจจะไม่ต้องลงไปตั้งแต่แรก แต่คนที่ถูกส่งลงไปต้องสามารถรวบรวมข้อมูลแก้ไขปัญหาได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด จะปล่อยให้มีการเคลื่อนที่ไปชุมนุมที่นั้น ที่นี่ไม่ได้ เพราะนายกฯ เคยบอกว่าต่อให้เลือกตั้งพรุ่งนี้หรือเมื่อใด ถ้าคนไม่เคารพกฎหมาย การเลือกตั้งก็ไม่ได้ประโยชน์ ฉะนั้นทุกคนต้องเคารพกฎหมาย เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องชี้แจงทำความเข้าใจและบังคับใช้กฎหมายต่อผู้ที่กระทำผิดให้ได้ มาตรฐานการปกครองบ้านเมือง ไม่ว่าจะยุคไหนสมัยไหน จึงจะเกิดความสงบเรียบร้อย” พล.ท.สรรเสริญกล่าว

ที่มา thaitribune




 

Create Date : 20 กุมภาพันธ์ 2561    
Last Update : 20 กุมภาพันธ์ 2561 22:03:46 น.
Counter : 14 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

SET INDEX ตลาดหุ้นไทยพุ่งสูงสุดในรอบ 42ปีแตะ 1778.53 จุด ต้อนรับปีใหม่ 2561



ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) เปิดซื้อขายวันแรกของปี 2561 ทำสถิติใหม่ SET INDEX ปิดที่ 1,778.53 จุด เป็นระดับสูงสุดในประวัติการณ์นับตั้งแต่เปิดซื้อขายตลาดหลักทรัพย์ฯ ในปี 2518 โดยปรับขึ้น 24.82 จุด หรือ 1.42% จากสิ้นปี 2560 ขณะที่มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (market capitalization) ปรับขึ้นสูงสุดเป็น 18.17 ล้านล้านบาท และมีมูลค่าการซื้อขายรวม 88,076.86 ล้านบาท (SET และ mai)

 

เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2561 ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การปรับขึ้นของ SET Index ที่ 1,778.53 จุด แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในการลงทุนซึ่งสอดคล้องกับการเติบโตทางเศรษฐกิจและความสามารถในการทำกำไรของบริษัทจดทะเบียน อย่างไรก็ตาม ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอแนะนำให้ผู้ลงทุนพิจารณาลงทุนในบริษัทที่มีผลประกอบการที่ดีและมีแนวโน้มเติบโตในอนาคต พร้อมศึกษาข้อมูลของบริษัท และติดตามข่าวทั้งในและต่างประเทศที่เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อลงทุน เพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุน

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) เปิดซื้อขายวันแรกของปี 2561 ทำสถิติใหม่ SET INDEX ณ วันที่ 3 มกราคม 2561 ปิดที่ 1,778.53 จุด เป็นระดับสูงสุดในประวัติการณ์นับตั้งแต่เปิดซื้อขายตลาดหลักทรัพย์ฯ ในปี 2518 โดยปรับขึ้น 24.82 จุด หรือ 1.42% จากสิ้นปี 2560 ขณะที่มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (market capitalization) ปรับขึ้นสูงสุดเป็น 18.17 ล้านล้านบาท และมีมูลค่าการซื้อขายรวม 88,076.86 ล้านบาท (SET และ mai)

ในปี 2560 SET Index เพิ่มขึ้น 210.77 จุด หรือคิดเป็น 13.66% จากปัจจัยความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนต่อเศรษฐกิจไทยที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลบวกต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทจดทะเบียน และในปี 2560 มีการระดมทุนจาก IPO 42หลักทรัพย์ รวม 4.26 แสนล้านบาท ซึ่งมูลค่าสูงสุดเช่นกัน รวมถึงการลงทุนของผู้ลงทุนสถาบันในประเทศและต่างประเทศที่เติบโตขึ้น  ทั้งนี้ SET Index เคยปิดระดับสูงสุดที่ 1,753.73 จุด เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2537 และมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมขณะนั้นอยู่ที่ 3.3 ล้านล้านบาท

ที่มา thaitribune




 

Create Date : 04 มกราคม 2561    
Last Update : 4 มกราคม 2561 3:21:06 น.
Counter : 115 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ธนาคารกรุงไทยนำร่องโครงการ e-Donation ออกใบอนุโมทนาบัตรอิเล็กทรอนิกส์วัดใหญ่ พิษณุโลกแห่งแรก



ธนาคารกรุงไทยนำร่องออกใบอนุโมทนาบัตรอิเล็กทรอนิกส์ตามโครงการ e-Donation ที่วัดใหญ่ จ.พิษณุโลก ผ่านอีเมลเป็นแห่งแรก โดยสามารถหักลดหย่อนภาษีได้ หลังจากประสบความสำเร็จกับแอพพลิเคชั่น 'เปาตุง เติมบุญ'รับบริจาคเงินเข้าบัญชีวัดทันที

 

เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2560 ธนาคารกรุงไทยนำร่องออกใบอนุโมทนาบัตรอิเล็กทรอนิกส์ในโครงการ e-Donation ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร (วัดใหญ่) จ.พิษณุโลก พร้อมติดตั้ง KRUNGTHAI QR Code และแอปพิลเคชันเป๋าตุง กรุงไทย ให้กับร้านค้าต่างๆภายในตลาดบุญวัดใหญ่ อุ่นใจไร้เงินสด โดยมีนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานเปิดงาน 

นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ธนาคารกรุงไทย ได้นำร่องออกใบอนุโทนาบัตรอิเล็กทรอนิกส์ให้กับผู้บริจาคเงินให้กับวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร (วัดใหญ่) จ.พิษณุโลก ผ่านอีเมลเป็นแห่งแรก ซึ่งเพิ่มความสะดวกสบาย ลดภาระต่าง ๆ ทั้งการลดขั้นตอน ลดเวลาให้กับผู้บริจาคเงิน ที่สำคัญยังช่วบลดการใช้ทรัพยากรกระดาษในการออกใบอนุโมทนาบัตรของวัดอีกด้วย และในเร็ว ๆ นี้ ผู้บริจาคเงินยังจะสามารถหักลดหย่อนภาษีจากการบริจาคเงินได้อัตโนมัติตามความสมัครใจของผู้บริจาคอีกด้วย

ก่อนหน้านี้ธนาคารกรุงไทยประสบความสำเร็จ จากการพัฒนาแอปพลิเคชั่น “เป๋าตุง เติมบุญ” เพื่ออำนวยความสะดวกในการรับบริจาคเงินเข้าบัญชีวัดทันที ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องกังวลเรื่องการบริหารจัดการเงินสด และยังเกิดประโยชน์ในภาพรวมกับทุกภาคส่วน ซึ่งได้เปิดให้บริการในหลายพื้นที่แล้ว เช่น วัดน้อยนพคุณ วัดครึ่งใต้ จ.เชียงราย วัดมหาธาตุแหลมสัก จ.กระบี่ เป็นต้น

นายสมชัย กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า ธนาคารได้ตั้งเป้าหมายที่จะสร้างถนนไร้เงินสดให้ได้ทุกจังหวัดทั่วประเทศภายในปี 2561 หลังจากที่ได้นำกรุงไทย คิวอาร์ โค้ด เข้าไปให้บริการในหน่วยงานรัฐและราชการกว่า 30 แห่ง ทั้งศูนย์อาหารฯ กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กรมศุลกากร ตลาดสามชุก จ.สุพรรณบุรี ตลาดกิมหยง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ตลาดกรุงศรีฯ จ.พระนครศรีอยุธยา ตลาดเซฟวัน จ.นครราชสีมา เป็นต้น

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังมุ่งผลักดันแผนยุทธศาสตร์ Nation e-Payment จากนโยบายไทยแลนด์ 4.0 เพื่อวางโครงสร้างพื้นฐานในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมระยะยาวของประเทศ และขับเคลื่อนประเทศสู่ Digital Economy โดยงานตลาดบุญวัดใหญ่ อุ่นใจไร้เงินสด เป็นหนึ่งความร่วมมือครั้งสำคัญของหน่วยงานรัฐภายใต้กระทรวงการคลังในการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลอย่างจริงจังเพื่อมุ่งสู่สังคมไร้เงินสด โดยการนำร่องรูปแบบการชำระเงินรูปแบบใหม่ให้กับร้านค้าต่างๆ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนได้มีทางเลือกในการชำระค่าสินค้าอย่างสะดวกและรวดเร็ว รวมถึงลดความยุ่งยากของร้านค้าในการบริหารจัดการเงินสด โดยธนาคารกรุงไทยเป็นแบงก์หลักผลักดันโครงการต่างๆให้สำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม

ที่มา thaitribune




 

Create Date : 26 ธันวาคม 2560    
Last Update : 26 ธันวาคม 2560 14:18:14 น.
Counter : 48 Pageviews.  

รมว.แรงงานสั่งการไล่ออกและดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ประกันสังคมที่ทุจริตยักยอกเงินออมคนชรา



รัฐมนตรีว่ากระทรวงแรงงาน พลตำรวจเอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว สั่งการเด็ดขาดลงโทษและดำเนินคดีเจ้าหน้าที่ประกันสังคมพื้นที่ 3 ดินแดงที่ทุจริตยักยอกเงินออมคนชรา ซึ่งสร้างความเสียหายแก่องค์กรมาก สั่งตรวจสอบทั้งระบบเพื่อรักษาความเชื่อมั่น

 

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2560 ที่กระทรวงแรงงาน พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวในการประชุมศูนย์ปฏิบัติการกระทรวงแรงงาน (ศปก.รง.) ซึ่งมีผู้บริหารระดับสูงทุกกรม รวมทั้ง นพ.สุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ร่วมประชุมด้วย โดยสั่งการถึงปัญหาพนักงานสำนักงานประกันสังคม ( สปส.)ยักยอกเงินออมชราภาพของผู้ประกันตนว่า เป็นการสร้างความเสียหายให้องค์กรมาก จึงให้ สปส.เร่งดำเนินการ 4 ข้อ คือ

1.ให้ไล่ออกพนักงานที่ทำการทุจริต

2.ให้ดำเนินคดีทั้งทางแพ่ง และอาญา เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง

3.หามาตรการเยียวยาผู้เสียหาย

4.สั่งตรวจสอบทั้งระบบว่ามีปัญหาลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นในสำนักงานอื่น ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัดอีกหรือไม่ แล้วให้รายงานผลให้ทราบโดยเร็ว เพื่อรักษาความเชื่อมั่น โดยให้ผู้ประกันตนส่งข้อมูลร้องเรียนมาที่ ตู้ ปณ.1 ปณฝ.ดินแดง กทม.10400ได้

ด้าน นพ.สุรเดช เลขาธิการสำนักงานประกันสังคมกล่าวว่า สปส.ได้ดำเนินการทั้งคดีอาญา ทางแพ่ง และทางวินัย โดยสอบไปแล้ว 3 ครั้ง รวมทั้งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความผิดทางละเมิด ขณะนี้อยู่ในชั้นความผิดทางละเมิด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาฟ้องร้องตามมา โดยจะเรียกคืนเงินให้ผู้ประกันตนทุกคนกลับคืนมา นอกจากนี้ ยังได้ออกมาตรการป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่หยิบจับเงินโดยใช้ระบบเข้ามาทำหน้าที่ในการจ่ายสิทธิประโยชน์แทน

ขณะที่นางเซี่ยมกี่ นิลทองคำ ผู้อำนวยการสำนักงานประกันสังคมกรุงเทพฯ พื้นที่ 3 ดินแดง กล่าวว่า ขอยืนยันว่าไม่มีการช่วยเหลือผู้กระทำผิด การสอบสวนตรงไปตรงมา ปัญหาที่เกิดขึ้นเนื่องจากพนักงานรายนี้ ทำนอกเหนืออำนาจหน้าที่ มีหน้าที่ซื้อธนาณัติแล้วนำไปส่งให้ผู้ประกันตน แต่ไม่นำไปหยอดตู้ กลับเก็บธนาณัติไว้เอง แล้วขึ้นเงินเอง ยังมีปัญหาอยู่ที่ว่า ทำไมไปรษณีย์ถึงยอมจ่ายเงินให้กับพนักงานคนนี้ อาจจะเป็นเพราะมีความสนิทสนมมักคุ้นกัน จึงได้เชื่อใจ ที่ผ่านมาถ้าพบพนักงาน สปส.เข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริต จะสั่งเชือดทุกราย สำหรับรายนี้ เคยทำผิดมาแล้ว 4 ครั้ง เจ้าตัวยอมรับว่ามีปัญหาครอบครัว สามีตาย มีลูกหลายคน และลูกยังมีปัญหาติดยาเสพติด จึงคิดสั้น ยักยอกเอาเงินของผู้ประกันตนไปใช้ ซึ่งเรื่องนี้สร้างความเสียหายให้องค์กรมาก

ด้านนางอรอนงค์ เอี่ยมอำภา นายช่างศิลป์ชำนาญงาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน ภรรยาของนายธาตรี เอี่ยมอำภา ผู้ประกันตนที่ถูกพนักงาน สปส.ยักยอกเงินออมชราภาพ กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่เห็นผู้บริหารกระทรวงออกมาเร่งรัดให้จัดการเรื่องที่เกิดขึ้น รวมทั้งจะเยียวยาผู้เสียหาย ขณะนี้สามีกำลังรวบรวมเอกสารเพื่อเข้าแจ้งความที่ สน.ดินแดง ตนไม่ได้ตั้งใจจะให้องค์กรเสียชื่อเสียง เพียงแต่ต้องการปกปองสิทธิประโยชน์ของสามี ที่ตั้งใจออมเงินในวันที่เข้าสู่วัยสูงอายุ ไม่อยากให้ผู้ประกันตนคนอื่นถูกฉกฉวยเงินที่ตั้งใจเก็บออม แม้สามีลาออกจากความเป็นผู้ประกันตนทางเลือกที่3 ที่ได้สิทธิบำนาญชราภาพแล้ว แต่ยังอยู่ในทางเลือกที่ 2 โดยส่งเงินสมทบเดือนละ 150 บาท ส่วนที่มีคนสงสัยว่าทำไมนามสกุลคล้ายกับนายวีรยุทธ เอี่ยมอำภา อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สามีบอกว่าเป็นเครือญาติกัน

สำหรับนายอารักษ์ พรหมณี อดีตรองเลขาธิการ สปส.และอดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงกรณียักยอกเงินออมชราภาพของประกันสังคมพื้นที่ 3 ดินแดงว่า เป็นความผิดเฉพาะบุคคล ไม่ใช่ทุกคนจะเลวไปด้วย แต่ก็ยอมรับว่า ปัญหายักยอกเงินผู้ประกันตนมีมานานแล้ว ในอดีตมีมากกว่านี้ แต่เป็นเรื่องภายใน จึงถูกปกปิด และภายหลังได้ลดน้อยลง เพิ่งจะกลับมาเกิดขึ้นอีก ส่วนหนึ่งมากจากสวัสดิการของพนักงานประกันสังคม ไม่ดี ไม่มีความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ทำตำแหน่งไหนก็อยู่ที่เดิมไปจนตาย พนักงาน สปส.มีมากถึง 4 พันคน คนเหล่านี้ถือเป็นหัวใจเพราะรู้ระบบงาน เก่งกว่าราชการด้วยซ้ำ แต่กลับไม่มีความก้าวหน้า จึงเกิดคลื่นใต้น้ำ จึงอยากให้หันมาปรับปรุงระเบียบภายในของ สปส. เพื่อให้สิทธิประโยชน์คนเหล่านี้ ใกล้เคียงราชการ เป็นการสร้างขวัญกำลังใจ

ปัญหาการทุจริตในสำนักงานประกันสังคมเกิดขึ้นหลายครั้ง แต่มีการดำเนินการเป็นการภายในโดยที่ผู้ประกันตนและคนภายนอกไม่ทราบเรื่อง โดยเฉพาะการทุจริตเงินออมชราภาพ ในสำนักงานประกันสังคม พื้นที่ 3 ดินแดง พนักงานยอมที่ยักยอกเงิน ยอมรับว่าทำมาแล้ว 4 ครั้ง นพ. สุรเดช วลีอิทธิกุล เลขา สปส. ก็ยอมรับว่าทราบเรื่องมา 3 เดือนแล้ว แต่เพิ่งตั้งกรรมการสอบประมาณ 1 เดือน และยังไม่ได้สรุปผลสอบ คนผิดยังนั่งทำงานทุกวันเพียงเปลี่ยนหน้าที่เท่านั้น จนตกเป็นข่าวจึงถูก พล.ต.อ.อดุลย์บี้ให้ สปส.ไล่ออก และขยายผลตรวจสอบทั่วประเทศ มีรายงานว่า เคยมีการทุจริตลักษณะเดียวกัน ที่สำนักงานประกันสังคมจังหวัดนครปฐม เมื่อปี 2558-2559 พนักงาน สปส.รายหนึ่ง ปลอมแปลงเอกสารยักยอกเงินออมชราภาพ ของผู้ประกันตน มาตรา 33 ที่เสียชีวิตไปแล้ว รวมกว่าแสนบาท ความมาแตกหลังญาติผู้ตายติดตามทวงถามสิทธิประโยชน์ จนพนักงานรายนี้ถูกไล่ออก เมื่อสอบถามไปยังนางเพียงพิศ วิภานันท์ ประกันสังคมจังหวัดนครปฐม ก็ไม่ได้ปฏิเสธถึงเรื่องที่เกิดขึ้น

ที่มา thaitribune




 

Create Date : 25 ธันวาคม 2560    
Last Update : 25 ธันวาคม 2560 15:11:33 น.
Counter : 31 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  

p_chusaengsri
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 52 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add p_chusaengsri's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.