เรื่องนี้เริ่มที่ธรรมศาสตร์ ที่แรก 'น้ำดื่มโดม' ไม่มีพลาสติกหุ้มฝาขวด และรณรงค์ใช้ถุงผ้า ลดละเลิกใช้



ธรรมศาสตร์เดินหน้าKickoff 23 เมษายนนี้ รณรงค์กิจกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อม 'พกถุงผ้า ถุงพลาสติกใช้ซ้ำให้ชิน' ลด- ละ-เลิกใช้ถุงพลาสติก ทั้งผู้ขายสินค้าและนักศึกษารวมทั้งบุคลากรมหาวิทยาลัยทุกคน หลังจากประสบความสำเร็จกรณีน้ำดื่มตราโดมที่ไม่มีพลาสติกหุ้มฝาขวดเป็นที่แรกของประเทศไทย

 

วันที่ 23 เมษายน 2561 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต จะมีการ Kick off กิจกรรม"พกถุงผ้า ถุงพลาสติกใช้ซ้ำให้ชิน"No more single use plastic โดยจะรณรงค์การรักษาสิ่งแวดล้อม ด้วยความสำนึกในชีวิตประจำวันดังนี้ 

ไม่ ให้ถุงพลาสติก (ในร้านสะดวกซื้อ ตลาดนัด ร้านค้าของมหาวิทยาลัย)

ไม่ ให้หลอดช้อนส้อมอัตโนมัติ  (ในร้านสะดวกซื้อ ศูนย์อาหาร ตลาดนัด)

ไม่ ให้ใช้แก้วพลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง (ในศูนย์อาหาร - ตลาดนัด)

ไม่ ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ใช้บรรจุภัณฑ์เกินความจำเป็น

เป็นอีกครั้งที่ธรรมศาสตร์แสดงให้เห็นว่า การรวมพลังกันของคนเล็กๆ สามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ใหญ่กว่าตัวเองได้ ดังกรณี"น้ำดื่มโดม"ซึ่งเป็นน้ำดื่มแบรนด์ประจำมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ประสบความสำเร็จจากการผลิตน้ำดื่มที่ไม่มีพลาสติกหุ้นฝาขวดหรือ cap seal เป็นแห่งแรกของประเทศไทยดังข้อสรุปตามนี้

1. น้ำดื่มโดม เป็นเจ้าแรกในไทย(ในยุคที่น้ำดื่มเจ้าไหนๆก็มีแคปซีล) ที่ ผลิตน้ำดื่มโดยไม่มีพลาสติกหุ้มฝาขวด

2. ธรรมศาสตร์ เป็นที่แรก ที่ประกาศให้ ร้านสะดวกซื้อ และ ร้านค้า ในมหาวิิทยาลัยเลิกขาย น้ำดื่มที่มีแคปซีล โดยผ่อนปรนให้ ผู้ประกอบการที่มีสินค้าค้างสต๊อก ขายให้หมดก่อน (จึงอาจจะยังเห็นมีวางขายอยุ่บ้างในปี 2560)

3. รัฐบาลประกาศ เลิกใช้แคปซีล ภายใน 2 ปี (ประกาศเมืิ่อปี 60 )

4. นักศึกษาวิชาหลักวิชาชีพนักกฏหมาย ทำโครงงานนักกฏหมายเรื่องมาตรการการลด การใช้พลาสติกครั้งเดียวทิ้งในมหาวิทยาลัยโดย ได้จำลองการออกกฎ ที่จะกระทบต่อสมาชิกในสังคมโดยได้ทำการบวนการรับฟังความคิดเห็น และลงนามร่วมกัน โดยในโครงการนี้ ดำเนินงานอย่างใกล้ชิดกับกรมควบคุมมลพิษ  และได้เชิญกรมควบคุมฯ มาเป็นพยาน ในการลงนามดังกล่าว เป็นการตอกย้ำให้เห็นว่า ธรรมศาสตร์ สามารถดำเนินการได้เร็วกว่าที่รัฐบาลตั้งเป้าหมายไว้

5. อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ประกาศความสำเร็จเมื่อบริษัทน้ำดื่มยักษ์ใหญ่ 5 บริษัทเลิกใช้พลาสติกหุ้มขวดในปี 2561 ซึ่งเร็วกว่าเป้าหมายของรัฐบาล

ที่มา thaitribune




 

Create Date : 05 เมษายน 2561    
Last Update : 5 เมษายน 2561 14:25:10 น.
Counter : 11 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

แบงก์ชาติพร้อมจ่ายธนบัตรในรัชกาลที่ 10 ตั้งแต่วันจักรี 6 เมษายนเป็นครั้งแรก และเตรียมสำรองเงินช่วงสง



ธนาคารแห่งประเทศไทยพร้อมนำธนบัตรในรัชกาลที่ 10 แบบใหม่ชนิดราคา 20 บาท 50 บาท และ 100 บาท ออกใช้ครั้งแรกในวันจักรี 6 เมษายนนี้ โดยประชาชนสามารถเบิกจ่ายจากตู้เอทีเอ็มและสาขาที่เปิดให้บริการในวันหยุด ขณะที่ธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งเตรียมสำรองเงินสดพร้อมให้ประชาชนเบิกใช้ช่วงวันหยุดสงกรานต์ 2.5หมื่นล้านผ่านเครื่องเอทีเอ็ม-สาขาไมโครทั่วประเทศ

 

เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2561 รายงานขาวจากธนาตารแห่งประเทศไทย(ธปท.) แจ้งถึงกรณีที่จะสถาบันการเงินจะนำธนบัตรแบบใหม่ (แบบ 17) ชนิดราคา 20 บาท 50 บาท และ 100 บาท ออกใช้ในวันจักรี วันที่ 6 เม.ย. 2561 เป็นต้นไป แต่เนื่องจากในวันดังกล่าวเป็นวันหยุดราชการ ประชาชนสามารถเบิกถอนได้ ณ สาขาของสถาบันการเงินที่เปิดให้บริการในวันหยุด หรือที่ตู้เอทีเอ็ม อย่างไรก็ตาม ธนบัตรแบบใหม่นี้ เป็นธนบัตรที่จะใช้หมุนเวียนทั่วไป ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยจะทยอยนำออกใช้หมุนเวียนในระบบอย่างต่อเนื่อง เพียงพอต่อไป

นายวรพร ตั้งสง่าศักดิ์ศรี ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายออกบัตรธนาคาร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ช่วงกลางเดือนเมษายน 2561 เป็นช่วงที่มีเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งความต้องการใช้ธนบัตรของประชาชนอยู่ในเกณฑ์สูงกว่าปกตินั้น ธปท.ประมาณการว่า สถาบันการเงินจะมีการเบิกจ่ายธนบัตรจาก ธปท. ในช่วงหนึ่งสัปดาห์ก่อนเทศกาลสงกรานต์ เป็นมูลค่าสุทธิประมาณ 25,000 ล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ทั้งนี้ ธปท. ได้เตรียมสำรองธนบัตรชนิดราคาต่าง ๆ เพื่อรองรับความต้องการไว้อย่างเพียงพอ

รายงานข่าวจากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ที่สาขาหลักธนาคารปิดให้บริการระหว่างวันที่ 13-16 เมษายน พ.ศ. 2561 นั้น ทางธนาคารได้มีการสำรองเงินสดไว้ให้บริการแก่ลูกค้าเพิ่มเติมจากภาวะปกติโดยรวมทั้งสิ้นประมาณ 36,000 ล้านบาท ผ่านช่องทางบริการเอทีเอ็มที่มี 9,500 กว่าจุดทั่วประเทศ นอกจากนี้ลูกค้ายังสามารถใช้บริการของทางธนาคารผ่านสาขาไมโครกว่า 330 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งเปิดให้บริการปกติในช่วงดังกล่าว ทั้งนี้ธนาคารจะเปิดทำการปกติตั้งแต่วันจันทร์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2561 เป็นต้นไป

โดยธนาคารได้ยกเว้นค่าธรรมเนียมเอทีเอ็มถอนเงินข้ามเขตและโอนเงินข้ามเขตจากบัญชีภายในธนาคาร และโอนเงินไปยังบัญชีต่างธนาคาร ตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 30 เมษายน พ.ศ. 2561 เพื่ออำนวยความสะดวกและมอบเป็นของขวัญให้กับลูกค้าผู้ถือบัตรธนาคารกรุงเทพที่ทำธุรกรรมผ่านตู้บัวหลวงเอทีเอ็มในช่วงเทศกาลปีใหม่ไทย นอกจากนี้ ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมทางการเงินผ่านช่องทางดิจิทัลได้ฟรีโดยไม่เสียค่าธรรมเนียม ทั้งช่องทางบริการผ่านโทรศัพท์มือถือ บัวหลวง เอ็มแบงก์กิ้ง และช่องทางบริการทางอินเทอร์เน็ต บัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง ทั้งธุรกรรมโอนเงินข้ามเขต โอนเงินต่างธนาคารแบบทันที โอนเงินพร้อมเพย์ การชำระบิลค่าสินค้าและบริการ และบริการเติมเงิน โดยลูกค้าจะได้รับความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยในการทำธุรกรรมทางการเงิน

ธนาคารกรุงไทย สำรองเงินสดช่วงเทศกาลวันหยุดสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 12 -16 เมษายน 2561 รวมจำนวนเงินทั้งสิ้น 26,460 ล้านบาท แบ่งเป็นในเขตกรุงเทพฯ7,230 ล้านบาท และในต่างจังหวัด 19,230 ล้านบาท ปัจจุบันธนาคาร มีสาขาทั้งสิ้น 1,119 สาขา และ มีเครื่องเอทีเอ็มรวม 8,693 เครื่อง

ธนาคารไทยพาณิชย์สำรองเงินสดสำหรับสาขาและเครื่องเอทีเอ็มทั่วประเทศเพื่อรองรับการใช้บริการของลูกค้าในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ 13-16 เมษายน 2561 เป็นจำนวนเงิน 36,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นในเขตกรุงเทพมหานคร 18,000 ล้านบาท และในเขตต่างจังหวัด 18,000 ล้านบาท เท่ากับปีที่แล้วเนื่องจากยังคงคาดการณ์ปริมาณความต้องการการใช้เงินสดของลูกค้าอยู่ในระดับเดิม

ปัจจุบันธนาคารฯ มีสาขาทั้งสิ้น 1,181 สาขา และ มีเครื่องเอทีเอ็มรวม 9,635 เครื่อง

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)(กรุงศรี) เตรียมสำรองเงินสดสำหรับให้บริการที่สาขาของธนาคารและเครื่องกรุงศรี เอทีเอ็ม เพื่ออำนวยความสะดวกและรองรับการเบิกถอนเงินสดของลูกค้าและประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2561 ระหว่างวันที่ 8 -16 เมษายน 2561 รวมกว่า 21,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% จากยอดเงินสดที่ลูกค้าใช้จริงช่วงสงกรานต์ปี 2560 โดยแบ่งเป็นเงินสดสำรองสำหรับบริการผ่านเครื่องกรุงศรี เอทีเอ็ม จำนวน 16,000 ล้านบาท และช่องทางสาขาของธนาคารจำนวนอีกกว่า 5,000 ล้านบาท โดยปัจจุบันธนาคารมีสาขาจำนวน 665 สาขา และเครื่องกรุงศรี เอทีเอ็ม จำนวน 6,576 เครื่องทั่วประเทศ

รายงานข่าวจากธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย แจ้งว่า เตรียมสำรองเงินสดช่วงวันหยุดสงกรานต์ ปี 2560 รวมจำนวนเงินทั้งสิ้น 500 ล้านบาท แบ่งเป็นการสำรองผ่านตู้เอทีเอ็ม ในสาขาทั้งสิ้น 88 สาขา จำนวนเงิน 300 ล้านบาท และสำรองผ่านตู้เอทีเอ็ม นอกสถานที่ จำนวน 59 ตู้ จำนวนเงิน 200 ล้านบาท

ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) (LH Bank) สำรองเงินสดช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 12-16 เมษายน 2561 ผ่านเครื่อง LH Bank ATM จำนวน 204 เครื่องทั่วประเทศ เป็นจำนวนเงินรวม 200 ล้านบาท เท่ากับปีที่แล้ว

ที่มา thaitribune




 

Create Date : 05 เมษายน 2561    
Last Update : 5 เมษายน 2561 11:55:40 น.
Counter : 14 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

คณะกรรมการซีไรต์ปีนี้ประกาศรับผลงานวรรณกรรมประเภท'นวนิยาย'ภายใน 15 พฤษภาคมนี้



คณะกรรมการดำเนินงานรางวัลซีไรต์ประจำปี 2561 ประกาศเปิดรับผลงานวรรณกรรมประเภท'นวนิยาย' ภายในวันที่ 15 พฤษภาคมนี้ โดยปีนี้จะจัดงานยิ่งใหญ่รวมนักเขียนซีไรต์ 3 ปีล่าสุดที่โรงแรมโอเรียนเต็ล

 

เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2561 คณะกรรมการดำเนินงานรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (ซีไรต์) ประกาศแจ้งว่าในปี 2561 นี้ทางคณะกรรมการฯจะเปิดรับผลงานวรรณกรรมประเภท"นวนิยาย" โดยทางคณะกรรมการดำเนินงานซีไรต์ ร่วมกับสมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ได้กำหนดคุณสมบัติของผลงานวรรณกรรมที่ส่งมาให้พิจารณาดังต่อไปนี้

1.  เป็นผลงานวรรณกรรม ประเภทนวนิยาย เขียนด้วยภาษาไทย

2.  เป็นผลงานริเริ่มของผู้เขียนเอง มิใช่งานแปลหรือแปลงจากของผู้อื่น

3.  ผู้เขียนยังมีชีวิตอยู่ขณะส่งผลงานเข้าประกวด

4.  เป็นผลงานที่เผยแพร่เป็นเล่มครั้งแรกย้อนไปไม่เกิน 3 ปี ภายในวันสิ้นกำหนดส่งงาน ทั้งนี้ต้องมีเลขมาตรฐานสากลประจำหนังสือ (ISBN) ที่ถูกต้อง

5.  ผลงานวรรณกรรมที่เคยได้รับรางวัลอื่นใดมาแล้ว สามารถส่งเข้ารับการพิจารณา อีกได้

ผู้มีสิทธิ์ส่งวรรณกรรมประเภทนวนิยายเข้ารับการพิจารณา ได้แก่ องค์กรและสถาบัน สำนักพิมพ์   นักวิชาการ  นักเขียน นักวิจารณ์ และบุคคลทั่วไป

โดยส่งหนังสือที่มีคุณสมบัติข้างต้นจำนวน ๑๖ เล่ม ไปยังคณะกรรมการดำเนินงานรางวัลซีไรต์ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ เลขที่ 48 ถนนเจริญกรุง 40 เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500

* ภายในวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

หากส่งทางไปรษณีย์ จะถือวันที่ประทับตราไปรษณีย์ต้นทางเป็นสำคัญ

ทั้งนี้ท้ายข่าว คณะกรรมการดำเนินงานซีไรต์ได้เพิ่มเติมว่า "1. คณะ กก.ดำเนินงานซีไรต์ กำลังดำเนินการต่างๆ รวมทั้งหาเงินก้อนมหึมา สำหรับเป็นเงินรางวัล + ค่าใช้จ่ายการ จัดงานในปีนี้ ซึ่งจะจัดเป็นงานยิ่งใหญ่รวมซีไรต์ 3 ปีล่าสุด  และ 2. โปรดเป็นกำลังใจให้แก่คณะ กก.ดำเนินงาน ให้ภารกิจแสนสำคัญสำเร็จลุล่วง เพื่อจะมีซีไรต์สร้างสรรค์คุณภาพ คุณค่า และสีสันความคึกคัก แก่วงวรรณกรรมต่อไป"

ที่มา thaitribune




 

Create Date : 04 เมษายน 2561    
Last Update : 4 เมษายน 2561 19:54:38 น.
Counter : 9 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

สิ้นแล้ว...'นายประสิทธิ์ ชนิตราภิรักษ์' ศิลปินผู้แกะแม่พิมพ์ธนบัตรไทยกว่า 36 ปี



สิ้นแล้ว'นายประสิทธิ์ ชนิตราภิรักษ์' ศิลปินผู้แกะแม่พิมพ์ธนบัตรไทยในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ทำงานที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกว่า 36 ปี และฝากผลงานวิเศษชิ้นสุดท้ายในธนบัตรที่ระลึกฉลองสิริราชสมบัติครบ 70 ปี

 

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2561 รายงานข่าวจากเพจ Dec Pohchang (เด็กเพาะช่าง)แจ้งว่า “ขอแสดงความอาลัย..ศิลปินผู้แกะแม่พิมพ์ธนบัตรที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ อาจารย์ประสิทธิ์ ชนิตราภิรักษ์ เมื่อวันศุกร์ที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา เวลา 19.30 อาจารย์ประสิทธิ์ ชนิตราภิรักษ์ จากไปอย่างสงบ มีกำหนดสวดอภิธรรม เหลืออีก 2 วัน คือวันที่ 27 มีนาคม สวดเวลา 19.00 น. และ วันที่ 28 มีนาคม ฌาปนกิจ เวลา 17.00 น ครับ ณ วัดชมภูเวก จ.นนทบุรี ศาลา 1

ทางเพจ Dec PohChang และศิษย์เก่าเพาะช่าง ขอแสดงความเสียใจต่อการจากไปของอาจารย์ ประสิทธิ์ ชนิตราภิรักษ์ ผลงานและคุณงามความดีของท่านจะอยู่ในใจพวกเราตลอดไปครับ"

นายประสิทธิ์ ชนิตราภิรักษ์ เป็นศิลปินผู้แกะแม่พิมพ์ธนบัตร หนึ่งในผู้ออกแบบพระบรมฉายาลักษณ์ ในหลวงรัชการที่ 9 บนธนบัตรไทย 

กว่า 36 ปีที่ทำงานที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ถวายงานแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งพระองค์ทรงมีพระราชวินิจฉัยผลงานก่อนเผยแพร่ โดยผลงานสุดท้าย ที่บรรจงสลักลายสุดฝีมือของนายประสิทธิ์ คือธนบัตรที่ระลึกฉลองสิริราชสมบัติครบ 70 ปี

นายประสิทธิ์ ดำเนินชีวิตในวิถีศิลปินอิสระ ภายหลังเกษียณอายุ และใช้ทักษะการเขียนแม่พิมพ์ด้วยมือผลิตผลงานศิลปะที่ชื่นชอบ โดยในห้วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้เลือกสร้างงานศิลปะน้อมรำลึกถึงพระองค์ โดยสลักจากภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ทรงฉลองพระองค์ลายใบไม้ ทำให้รู้สึกถึงความสบายใจ

ที่มา thaitribune




 

Create Date : 29 มีนาคม 2561    
Last Update : 29 มีนาคม 2561 18:45:45 น.
Counter : 47 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ภัยใกล้ตัวเด็ก นักวิจัยพบแบคทีเรีย เชื้อราอันตรายในเป็ดยางลอยน้ำ



นักวิจัยต่างชาติ เผยการศึกษาเป็ดยางลอยน้ำ ของเล่นสุดฮิต พบเชื้อรา แบคทีเรียอื้อ เสี่ยงอันตรายต่อเด็ก แนะพ่อแม่ดูแลรักษาความสะอาดเสมอ ดันกฎระเบียบมาตรฐานวัสดุผลิตของเล่น

 

ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวอิศรา www.isranews.org รายงานว่า เมื่อวันที่ 27 มี..ที่ผ่านมา เว็บไซต์ Live Scienceซึ่งเป็นเว็บไซต์เกี่ยวกับงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ได้เผยแพร่งานวิจัยที่ศึกษาแบคทีเรียในเป็ดยางลอยน้ำ ของเล่นในห้องน้ำยอดนิยมที่พ่อแม่มักซื้อให้ลูกๆ โดยพบว่าในเป็ดยางตัวอย่างที่นำมาตรวจมีจุลินทรีย์จำพวกแบคทีเรียและ เชื้อราตระกูลฟังไจ ประกอบด้วยราเห็ด และยีสต์

การศึกษาครั้งนี้เป็นการตรวจดูพวกจุลิทรีย์ที่กำลังเติบโตในตัวเป็ดยางลอยน้ำ โดยทำการสุ่มเก็บกลุ่มตัวอย่างของเป็ดยางที่ใช้งานจริงๆ ตามบ้านต่างๆ จำนวน 19 ชิ้น ขณะเดียวกันนักวิทยาศาสตร์ยังได้จำลองการใช้ของเล่นในห้องน้ำงานในรูปแบบต่างๆ ตั้งแต่แช่อยู่ในน้ำสะอาด และอีกส่วนแช่อยู่ในน้ำสกปรก

โดยผลการทดลองพบว่า ภายในของเล่นพวกนี้มีจุลินทรีย์เกาะอยู่ในลักษณะแผ่นฟิล์มอย่างหนาและมีลักษณะหยาบ คำนวนคร่าวๆ พบว่าเป็นแหล่งเพาะเชื้อราตั้งแต่ 5 ล้านถึง75 ล้านเซลล์ต่อตารางเซนติเมตร นักวิจัยยังพบเชื้อตระกูลฟังไจอีก 60 เปอร์เซ็นต์ทั้งในกลุ่มของเล่นที่อยู่ในน้ำสะอาดและน้ำสกปรก

งานวิจัยชุดนี้ระบุว่า แบคทีเรียหรือเชื้อราที่ปรากฏนั้นจะมีผลที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งาน ดูแลรักษาในแต่ละครัวเรือน แต่อย่างไรก็ตาม โดยรวมแล้วนักวิจัยพบว่ามีแบคทีเรียที่อาจเป็นอันตรายได้แก่ Legionella และ Pseudomonas aeruginosa ใน 80 เปอร์เซ็นต์ของของเล่นที่ศึกษา

Frederik Hammes นักวิจัยอาวุโสแห่งภาควิชา Environmental Microbiology แห่งสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้านน้ำสหพันธรัฐสวิส ระบุว่า ประเด็นเรื่องความปลอดภัยในของเล่นจำพวกของเล่นยางในห้องน้ำถูกพูดถึงมาระยะหนึ่งในโลกออนไลน์ แต่งานวิจัยที่ลงลึกในรายละเอียดยังมีน้อย ทั้งๆ ที่เรื่องนี้น่าสนใจเป็นอย่างมาก เพราะว่า ของเล่นกลุ่มนี้เปรียบเสมือนจุดเชื่อมระหว่างน้ำดื่ม วัสดุพลาสติกที่ใช้ผลิต การปนเปื้อนจากภายนอก และผลกระทบต่อกลุ่มผู้ใช้ที่เปราะบาง โดเฉพาะเด็ก

อย่างไรก็ดี แม้ว่ายังไม่มีการยืนยันที่ชัดเจนว่า แบคทีเรียและเชื้อราที่พบในของเล่นจะส่งอันตรายต่อเด็กเนื่องจากยังมีนักวิจัยอีกจำนวนหนึ่งเชื่อว่า การสัมผัสเชื้อแบคทีเรียบางชนิดนั้นมีส่วนช่วยสร้างระบบภูมิคุ้มกันเด็กได้อีกทาง แต่ก็มีความกังวลว่าด้วยระบบภูมิคุ้มกันเชื้อโรคของเด็กที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่อาจมีความเสี่ยงที่เด็กจะติดเชื้อได้ โดยเฉพาะการรับเชื้อแบคทีเรียผ่านทาง เหยื่อบุตา หู แผลตามร่างกายกระทั่งการติดเชื้อระบบทางเดินอาหาร

ทั้งนี้กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ มองว่า ในงานวิจัยต่อไปในอนาคตจำเป็นต้องมีการตรวจสอบความเสี่ยงระหว่างของเล่นในห้องน้ำกับกลุ่มโรคที่มีความเชื่อมโยง นอกจากนี้นักวิจัยยังวิเคราะห์เพิ่มเติมโดยมองว่าวัสดุพลาสติกที่ใช้ในการผลิตของเล่นพวกนี้อาจมีส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดการเผยกระจายของเชื้อแบคทีเรีย เนื่องจากเป็นวัสดุโพลิเมอร์ที่มีคุณภาพต่ำ เพราะโดยปกติวัสดุโพลิเมอร์จะปล่อยสารประกอบคาร์บอนอินทรีย์เป็นจำนวนมากซึ่งอาจแหล่งพลังงานสำคัญในการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ นอกจากนี้ของเหลวในร่างกายและแบคทีเรียที่หลั่งน้ำลงไปในน้ำยังเป็นอีกปัจจัยช่วยเพิ่มการเติบโตของเชื้อราในของเล่นพวกนี้ได้เป็นอย่างดี

นักวิจัยยังได้แนะนำเพิ่มเติมว่า วีธีการทำความสะอาดของเล่นพวกนี้ สามารถใช้น้ำร้อนในการล้างหรือนำน้ำออกจากหลังการใช้งานทันที แต่สิ่งที่เหล่านักวิจัยเรียกร้องมากกว่าคือ กฎระเบียบที่เข้มงวดเกี่ยวกับประเภทของวัสดุที่ใช้ทำของเล่นสำหรับอาบน้ำ วัสดุที่ดีกว่าจะช่วยลดการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์กลุ่มนี้ได้มากกว่า


ที่มา thaitribune




 

Create Date : 29 มีนาคม 2561    
Last Update : 29 มีนาคม 2561 14:36:38 น.
Counter : 19 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  

p_chusaengsri
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 52 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add p_chusaengsri's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.