ศาลเยอรมนีสั่งปล่อยตัวอดีตผู้นำกาตาลุญญา‘ปิกเดมองต์’ โดยให้ประกันตัว 2.8 ล้านบาท ปฎิเสธคำขอส่งตัวผู้



ศาลท้องถิ่นเยอรมนีแถลงให้ประกันตัวนาย ปิกเดมองต์ อดีตผู้นำกาตาลุญญา โดยใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน 2.8 ล้านบาท และห้ามออกนอกประเทศ นอกจากนี้ศาลยังปฏิเสธคำขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนในข้อหากบฎด้วย

 

เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2561  ศาลท้องถิ่นเยอรมนีแถลงว่า จะปล่อยตัวนายการ์เลส ปิกเดมองต์ อดีตผู้นำกาตาลุญญาในวันพรุ่งนี้ ภายใต้เงื่อนไขการประกันตัว

ศาลรัฐชเลสวิช-ฮ็อลชไตน์ระบุว่า คำขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนของสเปนนั้นไม่สามารถอนุมัติได้ด้วยข้อหากบฏ และขอให้ปิกเดมองต์วางเงินประกันตัวมูลค่า 75,000 ยูโร (ราว 2.8 ล้านบาท) 

อย่างไรก็ดี ศาลยังเสริมต่อไปว่า ปิกเดมองต์ยังมีข้อหาใช้เงินทุนสาธารณะในทางที่ผิด ซึ่ง “โดยทฤษฎีแล้ว” เยอรมนีอาจสามารถส่งตัวเขากลับสเปนได้ด้วยข้อหานี้ แต่ยังต้องรอการตัดสินใจต่อไป

หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นรายงานว่า ปิกเดมองต์จะต้องมารายงานตัวต่อตำรวจทุกๆ สัปดาห์ และไม่ได้รับอนุญาตให้ออกจากเยอรมนี หากไม่ได้รับความยินยอมจากอัยการ

โฆษกของเรือนจำเมืองนูมุนสเตอร์ซึ่งคุมขังปิกเดมองต์อยู่นั้นระบุว่า เขาจะยังไม่ได้รับการปล่อยตัวจนกว่าจะถึงเช้าวันรุ่งขึ้น 

ส่วนปิกเดมองต์ก็โพสต์ข้อความผ่านบัญชีผู้ใช้ของเขาเองบนทวิตเตอร์ว่า “เจอกันพรุ่งนี้ ขอบคุณทุกคนมาก!”

ทั้งนี้ นายการ์เลส ปุกเดมอนต์ ผู้นำแคว้นกาตาลุญญาที่ถูกรัฐบาลสเปนปลดจากตำแหน่งไปแล้วได้เดินทางไปยังกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียมแล้วหลังอัยการสูงสุดของสเปนได้ยื่นคำร้องให้ศาลสั่งฟ้องข้อหากบฏ ยุยงปลุกปั่นให้เกิดความแตกแยกและใช้งบหลวงในทางมิควรกับปุกเดมอนต์และคณะรัฐมนตรีกาตาลันที่เพิ่งถูกปลด ตามกฎหมายของสเปน ข้อหากบฏนั้นมีโทษจำคุกสูงสุด 30 ปี โทษฐานยุยงปลุกปั่นมีโทษจำคุก 15 ปี และโทษใช้งบหลวงในทางมิควรมีโทษจำคุก 6 ปี

ที่มา thaitribune




 

Create Date : 07 เมษายน 2561    
Last Update : 7 เมษายน 2561 19:30:18 น.
Counter : 56 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

สำนักงานตำมั่วแห่งชาติ (3) โดย วสิษฐ เดชกุญชร



พลตำรวจเอก วสิษฐ เดชกุญชร เขียนเรื่องความไม่ชอบมาพากลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ล่าสุดการ “ระดมทุน” ที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติบอกว่ากำลังกระทำกันอยู่ในสถานีตำรวจหลายร้อยแห่งนี้ เมื่อกลายเป็นประเพณี ก็ย่อมทำให้นายตำรวจชั้นประทวนเดือดร้อน ต้องตะเกียกตะกายหาเงินโดยวิธีที่มิชอบมาเพิ่มเพื่อให้ผู้บังคับบัญชา ผลการสอบสวนและดำเนินการในกรณี จ.ส.ต.เลอศักดิ์ นนท์ขุนทด จะเป็นคำตอบว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะยังจมอยู่ในปลักของความสกปรกเสื่อมทรามเช่นนี้อยู่ต่อไปหรือไม่

 

ความวัวยังไม่หายความควายก็เข้ามาแทรก เขียนเรื่องความไม่ชอบมาพากลในการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจไปหยกๆ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วและสัปดาห์ก่อนหน้านั้น มาสัปดาห์นี้ก็ได้ข่าวคาวใหญ่เกี่ยวกับตำรวจอีก

คราวนี้เป็นนายตำรวจชั้นประทวน คือ จ.ส.ต.เลอศักดิ์ นนท์ขุนทด ผู้บังคับหมู่สืบสวน สถานีตำรวจนครบาลพหลโยธิน คุณเลอศักดิ์เป็นข่าวขึ้นมา เมื่อเขาไปยื่นเรื่องราวร้องทุกข์ต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ (ป.ป.ท.) ว่าผู้บังคับบัญชาคือสารวัตรสืบสวน 2 คนของสถานีตำรวจนครบาลพหลโยธินใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ สั่งการให้หักเงินเบี้ยเลี้ยงจากตนและเพื่อนร่วมงานซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้น้อย 11 นาย เพื่อใช้ซื้อเครื่องปรับอากาศสำหรับติดตั้งในห้องสืบสวนของสถานีตำรวจแห่งนั้น

หลักฐานชิ้นหนึ่งที่คุณเลอศักดิ์นำไปมอบให้แก่ ป.ป.ท. คือสำเนาข้อความการสนทนาทางโทรศัพท์ ซึ่งตอนหนึ่งระบุว่า “กรณีเงินด่านมั่นคงนั้น พหล 4 41 42 ได้พิจารณาร่วมกันแล้ว ให้ดำเนินการดังนี้ เงินรวม 52,800 บาท เนื่องด้วยมีความเดือดร้อนส่วนรวมในห้องสืบ คือ แอร์ห้องในสุดเสีย ทำให้เดือดร้อนทุกคน ดังนั้นผู้บังคับบัญชาต้องเอาเงินส่วนนี้มาสนับสนุน เนื่องด้วยเพราะผู้ประกอบการช่วงนี้ฝืดเคือง ดังนั้น ขอจัดสรรดังนี้ ให้แบ่งชั้นประทวนทุกนายคนละ 2500 จำนวน 11 คน…..รวม 27500 บาท คงเหลือไว้ซื้อแอร์ 52,800-27,500 = 25,300 บาท”

หลังจากที่ปรากฏเป็นข่าวออกมาแล้ว พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 (ผู้บังคับบัญชาโดยตรงของสถานีตำรวจนครบาลพหลโยธิน) กับรองผู้บังคับการและผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลพหลโยธิน ได้ร่วมกันแถลงผลการสอบสวนข้อเท็จจริงว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนทั้ง 10 คนสมัครใจให้หักเงินเบี้ยเลี้ยงเพื่อนำไปซื้อเครื่องปรับอากาศ และเมื่อถามว่าเหตุใดไม่แจ้งผู้กำกับการเพื่อใช้งบประมาณของหลวง ก็ได้รับคำตอบว่า “ไม่อยากรบกวน” และว่ามีการตกลงกันไว้แล้วว่าทุกคนจะเสียสละนำเงินส่วนนี้ไปซื้อเครื่องปรับอากาศมาติดในห้องทำงาน ชีวิตราชการของคุณเลอศักดิ์ส่อเค้าว่าจะไม่ราบรื่นเมื่อ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงตอบคำถามของผู้สื่อข่าวว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่อง “การปกครองภายใน” จะว่าเล็กก็ไม่เล็ก จะว่าใหญ่ก็ไม่ใหญ่ อะไรที่เสียต้องซ่อมแซมให้ใช้ได้โดยไม่สามารถรองบประมาณ ตามปกติก็ต้อง “ดำเนินการไป” พล.ต.อ.จักรทิพย์

กล่าวด้วยว่า ตนเชื่อว่ามีอยู่หลายร้อยโรงพักที่ดำเนินการลักษณะแบบนี้ “ตำรวจในโรงพักช่วยระดมทุนแบบนี้”

พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวถึงกรณีที่เกิดขึ้นว่าเป็นการร้องเรียนข้ามหน่วยงาน และคุณเลอศักดิ์จะต้องถูกตรวจสอบทางวินัยตามระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ท่านผู้อ่านเป็นจำนวนมากอาจไม่ทราบหรือไม่เข้าใจว่าคุณเลอศักดิ์นั้นเป็นนายตำรวจชั้นประทวน ยศจ่าสิบตำรวจ ต่ำกว่านายตำรวจสัญญาบัตรซึ่งเริ่มจากร้อยตำรวจตรี และคุณเลอศักดิ์มีตำแหน่งเป็นผู้บังคับหมู่ ต่ำกว่าร้อยตำรวจตรีซึ่งเป็นรองสารวัตร แต่นายตำรวจชั้นประทวนซึ่งทั้งประเทศมีจำนวนประมาณกว่าสองแสนคนนี่แหละที่เป็นกำลังหลักส่วนใหญ่ที่เราเห็นคอยตรวจตระเวนดูแลรักษาความสงบ และป้องกันชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ส่วนนายตำรวจสัญญาบัตร ซึ่งทั้งประเทศมีจำนวนประมาณหกหมื่นคนนั้นดำรงตำแหน่งรองสารวัตรขึ้นไป และส่วนใหญ่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในสำนักงาน

นอกจากงานจะหนักกว่าแล้ว นายตำรวจชั้นประทวนยังได้รับเงินเดือนน้อยกว่าด้วย เพราะฉะนั้นทั้งเงินเดือนและเบี้ยเลี้ยงทุกชนิด รวมทั้งเบี้ยเลี้ยงที่ได้จากการตั้งด่านตรวจเพื่อ “ความมั่นคง” จึงมีความหมายอย่างยิ่งสำหรับชีวิตของนายตำรวจชั้นประทวนและครอบครัวทุกคน

การ “ระดมทุน” ที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติบอกว่ากำลังกระทำกันอยู่ในสถานีตำรวจหลายร้อยแห่งนี้ เมื่อกลายเป็นประเพณี ก็ย่อมทำให้นายตำรวจชั้นประทวนเดือดร้อน ต้องตะเกียกตะกายหาเงินโดยวิธีที่มิชอบมาเพิ่มเพื่อให้ตนสามารถบริจาค หรือร่วมในการระดมทุนของผู้บังคับบัญชา

ผลการสอบสวนและดำเนินการในกรณี จ.ส.ต.เลอศักดิ์ นนท์ขุนทด จะเป็นคำตอบว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะยังจมอยู่ในปลักของความสกปรกเสื่อมทรามเช่นนี้อยู่ต่อไปหรือไม่

ที่มา thaitribune




 

Create Date : 06 เมษายน 2561    
Last Update : 6 เมษายน 2561 21:31:11 น.
Counter : 14 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

'อภิสิทธิ์'ประกาศนำพรรคประชาธิปัตย์ก้าวขึ้นปี 73 สู่ยุคใหม่ ชี้คำสั่งคสช.เพิ่มปัญหาภาระและขัดรัฐธรรม



นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประกาศนำพรรคประชาธิปัตย์ก้าวขึ้นปี 73 สู่ยุคใหม่ ชี้คำสั่ง คสช.เพิ่มปัญหาภาระและขัดรัฐธรรมนูญ ติงรัฐอย่าใช้อำนาจมากเกินไปจนขาดธรรมาภิบาล โดยเฉพาะการตั้งพรรคการเมืองเพื่อสนับสนุนพลเอกประยุทธ์เป็นนายกฯคนนอกต่อไป

 

 เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2561 ที่สำนักงานพรรคประชาธิปัตย์ มีพิธีทำบุญครบรอบ 72 ปีของพรรคประชาธิปัตย์  อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ว่า ในการก้าวขึ้นสู่ปีที่ 73 เป็นความท้าทายที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้งของประเทศและของโลก มั่นใจแนวคิดที่ยึดมั่นจะสามรถแก้ไขปัญหาใหญ่ๆของประเทศได้อย่างดี ขณะนี้เตรียมพร้อมที่จะนำเสนอแนวคิดที่จะเดินไปสู่ยุคใหม่ร่วมกับประชาชน เพราะทางเดินหลักของประเทศไม่สามารถที่จะเดินตามกรอบความคิดในรัฐบาลปัจจุบันที่ยึดแต่ความมั่นคง การอนุรักษ์นิยม โดยใช้กลไกราชการไม่สามารถพัฒนาประเทศให้ก้าวขึ้นได้ แสดงให้เห็นแล้วว่ากลไกราชการมีการทุจริตอย่างกว้างขวาง

ส่วนกรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯจะแก้ไขคำสั่ง หัวหน้า คสช. 53/2560 ที่อาจจะมีปัญหาเกี่ยวกับการตั้งสาขาพรรค นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ประเด็นนี้มีความขัดแย้งในตัวเอง จำเป็นที่จะต้องมีการแก้ไข หากไม่แก้จะเกิดปัญหาขึ้นแน่ ซึ่งทางผู้ตรวจการแผ่นดินก็ได้ออกมาท้วงติงแล้วว่าจะสร้างความเดือดร้อนให้เกิดขึ้นในกระบวนการได้ จำเป็นที่จะต้องแก้ แต่ถ้าคสช.และรัฐบาลยึดหลักธรรมาภิบาลและเคารพการตรวจสอบถ่วงดุลรัฐบาลก็ต้องเคารพองค์กรอิสระและความคิดของประชาชน เพื่อไม่ให้เป็นปัญหาในรัฐบาลข้างหน้า

สำหรับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯจะตั้งพรรคการเมืองเพื่อสนับสนุนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯคนนอกต่อไป นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เป็นสิ่งที่ทุกคนทำได้ตามกฎหมาย แต่สิ่งสำคัญอย่าใช้อำนาจมากเกินไปจะไปขัดกับหลักธรรมาภิบาล และการดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อไปสู่ความได้เปรียบ รัฐบาลไม่ควรทำอย่างยิ่ง ส่วนกรณีที่มีอดีตส.ส.ของพรรคหลายคนภาคตะวันออกเข้าพบนายสมคิดที่ทำเนียบรัฐบาลนั้น ซึ่งอดีตส.ส.เหล่านี้ได้มาชี้แจงกับรองหัวหน้าพรรคแล้วว่าเข้าไปพูดคุยในเรื่องเขตเศรษฐกิจอีอีซี ไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องการเมือง และตนไม่คิดว่าพรรคจะเกิดปัญหาสมองไหล

“นายสมคิดก็ออกมาพูดชัดแล้วกำลังขยับในเรื่องการเมือง และคิดจะตั้งพรรคการเมืองก็คงเป็นธรรมดาของพรรคใหม่ที่อยากจะได้บุคลากรอื่นๆเข้าไปอยู่ในพรรคตัวเองด้วย แต่อดีตส.ส.ของพรรคไม่มีใครแสดงเจตจำนงว่าจะออกจากพรรค ส่วนนายธานี เทือกสุบรรณ อดีตส.ส.สุราษฏร์ธานีก็ไปตั้งพรรค ส่วนสมาชิกพรรคคนอื่นๆบางท่านยังติดปัญหาสุขภาพ”นายอภิสิทธิ์กล่าว 

เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ใช้มาครบ 1 ปีแล้ว นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็มีความขรุขระมาก มีจุดบกพร่อง ไม่เป็นไปตามที่ขอประชามติว่าจะเป็นรัฐธรรมนูญฉบับ ปราบโกง ปฏิรูปประเทศ โดยเฉพาะองค์กรอิสระถูกบั่นทอนอำนาจไปมาก ไม่เอื้อกับการปราบโกง ซึ่งตนเชื่อวาการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีแน่ แต่ต้องไม่ลืมว่ารัฐธรรมนูญจะแก้ไขได้ต้องมีเสียงของส.ว.ด้วย ดังนั้นสิ่งสำคัญที่ตนอยากจะเห็นคือการเมืองเมื่อเข้าสู่การเลือกตั้งแล้วนักการเมือง พรรคการเมือง จะต้องทำงาน และพิสูจน์ เพื่อกอบกู้ศรัทธาให้ประชาชนเห็นว่าสามารถที่จะทำงานนำพาประเทศไปได้ก้าวไกล มีความซื่อสัตย์ สุจริต หากพรรคการเมืองทำได้ตามนี้ก็จะสามารถเป็นแรงกดดันแก้ไขรัฐธรรมนูญได้มากขึ้น

ที่มา thaitribune




 

Create Date : 06 เมษายน 2561    
Last Update : 6 เมษายน 2561 14:39:51 น.
Counter : 13 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

กระทรวงวัฒนธรรม ประกาศสงกรานต์ปี 2561 ปีนี้นางสงกรานต์ ทรงนามว่า



กระทรวงวัฒนธรรมประกาศสงกรานต์ปี 2561 นางสงกรานต์ทรงนามว่า'นางมโหธรเทวี' ทรงพาหุรัดดอกสามหาว (ผักตบชวา) ทรงนกยุงเป็นพาหนะ ภักษาหารเนื้อทราย หัตถ์ขวาทรงจักร หัตถ์ซ้ายทรงตรีศูล ปีนี้วันศุกร์เป็นวันธงชัย วันพฤหัสบดีเป็นวันอุบาทว์ และวันอาทิตย์เป็นวันโลกาวินาศ

 

กระทรวงวัฒนธรรม ประกาศสงกรานต์ปี 2561 ปีนี้นางสงกรานต์ ทรงนามว่า "นางมโหธรเทวี" ทรงพาหุรัดทัดดอกสามหาว

ประกาศสงกรานต์ ปีพุทธศักราช 2561 มีรายละเอียดดังนี้

-ปีจอ (ผีเสื้อผู้หญิง ธาตุดิน) สัมฤทธิศก จุลศักราช 1380 ทางจันทรคติเป็น อธิกมาส ทางสุริยคติ เป็น ปกติสุรทิน

วันที่ 14 เมษายน เป็น วันมหาสงกรานต์ ตรงกับวันเสาร์ แรม 14 ค่ำ เดือน 5 ปีจอ เวลา 08 นาฬิกา 56 นาที 57 วินาที

 -นางสงกรานต์ ทรงนามว่า นางมโหธรเทวี ทรงพาหุรัดทัดดอกสามหาว(ผักตบชวา) อาภรณ์แก้วนิลรัตน์ ภักษาหารเนื้อทราย หัตถ์ขวาทรงจักร หัตถ์ซ้ายทรงตรีศูล เสด็จยืน มาเหนือหลังนกยูง เป็นพาหนะ

วันที่ 16 เมษายน เวลา 12 นาฬิกา 59 นาที 24 วินาที เปลี่ยนจุลศักราชใหม่ เป็น 1380

-ปีนี้ วันศุกร์ เป็นธงชัย วันศุกร์ เป็นอธิบดี วันพฤหัสบดี เป็นอุบาทว์ วันอาทิตย์ เป็นโลกาวินาศ

- ปีนี้ วันพุธ เป็นอธิบดีฝน บันดาลให้ฝนตก 600 ห่า ตกในโลกมนุษย์ 60 ห่า ตกในมหาสมุทร120 ห่า ตกในป่าหิมพานต์ 180 ห่า ตกในเขาจักรวาล 240 ห่า นาคให้น้ำ 5 ตัว

เกณฑ์ธัญญาหาร ได้เศษ 6 ชี่อ ลาภะ ข้าวกล้าในภูมินา จะได้ผล 9 ส่วน เสีย 1 ส่วน ธัญญาหาร พลาหาร มัจฉมังสาหาร จะบริบูรณ์

เกณฑ์ธาราธิคุณ ตกราศี เตโช (ไฟ) น้ำน้อย

ที่มา thaitribune




 

Create Date : 05 เมษายน 2561    
Last Update : 5 เมษายน 2561 20:13:13 น.
Counter : 29 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

เรื่องนี้เริ่มที่ธรรมศาสตร์ ที่แรก 'น้ำดื่มโดม' ไม่มีพลาสติกหุ้มฝาขวด และรณรงค์ใช้ถุงผ้า ลดละเลิกใช้



ธรรมศาสตร์เดินหน้าKickoff 23 เมษายนนี้ รณรงค์กิจกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อม 'พกถุงผ้า ถุงพลาสติกใช้ซ้ำให้ชิน' ลด- ละ-เลิกใช้ถุงพลาสติก ทั้งผู้ขายสินค้าและนักศึกษารวมทั้งบุคลากรมหาวิทยาลัยทุกคน หลังจากประสบความสำเร็จกรณีน้ำดื่มตราโดมที่ไม่มีพลาสติกหุ้มฝาขวดเป็นที่แรกของประเทศไทย

 

วันที่ 23 เมษายน 2561 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต จะมีการ Kick off กิจกรรม"พกถุงผ้า ถุงพลาสติกใช้ซ้ำให้ชิน"No more single use plastic โดยจะรณรงค์การรักษาสิ่งแวดล้อม ด้วยความสำนึกในชีวิตประจำวันดังนี้ 

ไม่ ให้ถุงพลาสติก (ในร้านสะดวกซื้อ ตลาดนัด ร้านค้าของมหาวิทยาลัย)

ไม่ ให้หลอดช้อนส้อมอัตโนมัติ  (ในร้านสะดวกซื้อ ศูนย์อาหาร ตลาดนัด)

ไม่ ให้ใช้แก้วพลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง (ในศูนย์อาหาร - ตลาดนัด)

ไม่ ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ใช้บรรจุภัณฑ์เกินความจำเป็น

เป็นอีกครั้งที่ธรรมศาสตร์แสดงให้เห็นว่า การรวมพลังกันของคนเล็กๆ สามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ใหญ่กว่าตัวเองได้ ดังกรณี"น้ำดื่มโดม"ซึ่งเป็นน้ำดื่มแบรนด์ประจำมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ประสบความสำเร็จจากการผลิตน้ำดื่มที่ไม่มีพลาสติกหุ้นฝาขวดหรือ cap seal เป็นแห่งแรกของประเทศไทยดังข้อสรุปตามนี้

1. น้ำดื่มโดม เป็นเจ้าแรกในไทย(ในยุคที่น้ำดื่มเจ้าไหนๆก็มีแคปซีล) ที่ ผลิตน้ำดื่มโดยไม่มีพลาสติกหุ้มฝาขวด

2. ธรรมศาสตร์ เป็นที่แรก ที่ประกาศให้ ร้านสะดวกซื้อ และ ร้านค้า ในมหาวิิทยาลัยเลิกขาย น้ำดื่มที่มีแคปซีล โดยผ่อนปรนให้ ผู้ประกอบการที่มีสินค้าค้างสต๊อก ขายให้หมดก่อน (จึงอาจจะยังเห็นมีวางขายอยุ่บ้างในปี 2560)

3. รัฐบาลประกาศ เลิกใช้แคปซีล ภายใน 2 ปี (ประกาศเมืิ่อปี 60 )

4. นักศึกษาวิชาหลักวิชาชีพนักกฏหมาย ทำโครงงานนักกฏหมายเรื่องมาตรการการลด การใช้พลาสติกครั้งเดียวทิ้งในมหาวิทยาลัยโดย ได้จำลองการออกกฎ ที่จะกระทบต่อสมาชิกในสังคมโดยได้ทำการบวนการรับฟังความคิดเห็น และลงนามร่วมกัน โดยในโครงการนี้ ดำเนินงานอย่างใกล้ชิดกับกรมควบคุมมลพิษ  และได้เชิญกรมควบคุมฯ มาเป็นพยาน ในการลงนามดังกล่าว เป็นการตอกย้ำให้เห็นว่า ธรรมศาสตร์ สามารถดำเนินการได้เร็วกว่าที่รัฐบาลตั้งเป้าหมายไว้

5. อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ประกาศความสำเร็จเมื่อบริษัทน้ำดื่มยักษ์ใหญ่ 5 บริษัทเลิกใช้พลาสติกหุ้มขวดในปี 2561 ซึ่งเร็วกว่าเป้าหมายของรัฐบาล

ที่มา thaitribune




 

Create Date : 05 เมษายน 2561    
Last Update : 5 เมษายน 2561 14:25:10 น.
Counter : 11 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  

p_chusaengsri
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 52 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add p_chusaengsri's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.