กรมสรรพากร เตรียมชง ครม.ถูกรางวัลที่ 1 จ่ายภาษีเพิ่ม



โดยกรมสรรพากร จะเสนอคณะรัฐมนตรี แก้กฎหมายเก็บอากรแสตมป์ผู้ถูกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลเพิ่มเป็น 2% เพื่อให้สอดคล้องกับเงินรางวัล และเงินเฟ้อ

 

นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมสรรพากรกำลังปรับปรุงร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... การแก้ไขเพิ่มเติมอัตราอากรแสตมป์ กรณีใบรับรางวัลสลากกินแบ่งของรัฐบาล โดยจะมีการเก็บค่าอากรแสตมป์กับผู้ถูกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลเพิ่มขึ้น จากเดิมเก็บประมาณ 0.5% ของเงินรางวัล เพิ่มเป็น 2% เพื่อให้สอดคล้องกับจำนวนเงินรางวัลที่ปรับเพิ่มขึ้น และอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง 

ทั้งนี้ กฎหมายฉบับเดิมใช้ตั้งแต่พ.ศ. 2525 โดยขณะนั้นถูกรางวัลที่ 1 จะได้เพียง 1 ล้านบาท แต่ปัจจุบันรางวัลได้เพิ่มเป็น 6 ล้านบาทแล้ว รวมถึงภาวะเงินเฟ้อและค่าครองชีพก็ปรับมาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น กรมสรรพากรจึงต้องปรับค่าอากรแสตมป์ตามให้เหมาะสม แต่เชื่อว่าจะไม่กระทบต่อผู้ถูกรางวัล เพราะเป็นส่วนต่างที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 

อย่างไรก็ตาม กฎหมายจะยังไม่มีผลบังคับใช้ทันที เพราะตามขั้นตอนกฎหมายจะต้องเสนอผ่านสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สภานิติบัญญัติแห่งชาติ รวมถึงประกาศลงพระราชกิจจานุเบกษาจึงจะมีผลบังคับใช้ได้ ส่วนถูกเงินรางวัลจากสลากกินแบ่งรัฐบาลยังคงได้รับการยกเว้นภาษีเช่นเดิม  หากมีการคำนวณการจ่ายเงินรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลแล้ว ผู้ถูกรางวัลที่ 1 เงินรางวัล 6 ล้านบาท ปัจจุบันจะเสียค่าอากรแสตมป์ที่ 30,000 บาท แต่เมื่อกฎหมายใหม่ผ่านจะเสียค่าอากรแสตมป์เพิ่มเป็น 120,000 บาท หรือเพิ่มขึ้น 90,000 บาท 

ที่มา thaitribune




 

Create Date : 21 เมษายน 2561    
Last Update : 21 เมษายน 2561 17:41:40 น.
Counter : 12 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

แถลงการณ์ เพจสมาคมคนเหนือ กรณี ขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ



เพจสมาคมคนเหนือซึ่งมีผู้ติดตามจำนวน ๑๕๒,๗๘๗ คน ได้เปิดให้แฟนเพจแสดงความคิดเห็นต่อกรณีการก่อสร้างบ้านพักศาลตุลาการภาค ๕ และได้ออกแถลงการณ์ 4 ข้อ เพื่อร่วมรณรงค์คัดค้าน และ ขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่

 

แถลงการณ์ เพจสมาคมคนเหนือ

เพจสมาคมคนเหนือ เป็นเพจที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับภาคเหนือในส่วนของวัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ วิถีชีวิตของชาวล้านนาในอดีต และการดำเนินชีวิตของคนภาคเหนือในปัจจุบัน จึงมีความเข้าใจถึงจิตใจของผู้คนต่อกรณีการก่อสร้างบ้านพักศาลตุลาการ ภาค ๕ ได้เป็นอย่างดี และได้ติดตามข้อมูลการก่อสร้างบ้านพักดังกล่าวมาอย่างใกล้ชิด จากการให้ผู้ติดตามได้แสดงความคิดเห็น ต่างก็คิดเห็นตรงกันว่าบ้านพักศาลตุลาการ ภาค ๕ ก่อสร้างบนพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม ด้วยเหตุผลหลายประการ

๑. ประชาชนชาวเชียงใหม่และหน่วยงานราชการได้ตกลงกันมาประมาณ ๓๐ ปีแล้วว่าจะไม่ให้มีสิ่งก่อสร้างใดๆเกิดขึ้นบนดอยสุเทพอีก เพราะดอยสุเทพเป็นชัยมงคล ศูนย์รวมความศรัทธาของ ชาวล้านนามานานนับพันปี ทุกหน่วยงานควรตระหนักถึงข้อตกลงข้อนี้ และไม่ควรให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก เพื่อมิให้กระทบต่อจิตใจของประชาชนทั่วไป รวมถึงมิให้เกิดทัศนียภาพอันอุจาดตา

๒. บริเวณที่ก่อสร้างบ้านพักเป็นบริเวณที่มีตาน้ำ เป็นทางเดินของลำห้วยแม่ชะเยือง ห้วยแม่หยวกน้อยและห้วยแม่หยวก ซึ่งเป็นต้นน้ำของคลองแม่ข่า และอ่างเก็บน้ำแม่จอกหลวง การสร้างที่อยู่อาศัยของมนุษย์บริเวณต้นน้ำนอกจากจะทำให้การไหลของน้ำเปลี่ยนทิศทางแล้ว ยังทำให้เกิดการปนเปื้อนของน้ำผิวดิน อันเกิดจากการใช้น้ำอุปโภค บริโภค และน้ำจากห้องสุขา ซึ่งมีผลอย่างยิ่งต่ออ่างเก็บน้ำ
แม่จอกหลวงซึ่งเป็นโครงการชลประทานเชียงใหม่

๓. จากการสอบถามชาวบ้านดอนแก้วจำนวนหลายคน ทราบว่าบริเวณที่ก่อสร้างเคยเป็นป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ จึงควรฟื้นฟูบริเวณดังกล่าวให้กลับเป็นป่าเหมือนเดิม เพื่อรักษาความสมดุลทางธรรมชาติ และสนองนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการเพิ่มพื้นที่ป่าในประเทศไทยให้มีมากยิ่งขึ้น

๔. บริเวณที่ก่อสร้างมีความลาดชัน เปิดหน้าดิน ปิดทางน้ำเดิม มีป่าล้อมรอบ ย่อมเสี่ยงต่อการเกิด
ภัยพิบัติ ซึ่งจะทำให้ต้องสิ้นเปลืองงบประมาณในการซ่อมบำรุง และเป็นอันตรายต่อผู้อยู่อาศัย

ด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงเห็นสมควรให้รื้อถอนบ้านพักศาลตุลาการ ภาค ๕ ออกจากพื้นที่โดยเร็ว แล้วโอนพื้นที่บ้านพักศาลตุลาการและที่ราชพัสดุเชิงดอยสุเทพผนวกเป็นอุทยานแห่งชาติสุเทพ-ปุยเพื่อร่วมกันฟื้นฟูป่า และระบบนิเวศ รวมทั้งป้องกันการขอใช้พื้นที่ของหน่วยงานอื่นๆอีกในภายภาคหน้า

ที่มา thaitribune




 

Create Date : 20 เมษายน 2561    
Last Update : 20 เมษายน 2561 10:17:08 น.
Counter : 13 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

เล่นมือถือก่อนนอนเสี่ยงอะไร??



โฆษกกระทรวงสาธารณสุข เตือนเล่นมือถือก่อนนอนทำให้นอนไม่หลับ พักผ่อนไม่เพียงพอ เสี่ยงเกิดโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง แนะงดใช้มือถือก่อนเข้านอนอย่างน้อย 1 ชั่วโมง

 

วันที่ 18 เมษายน 2561 - แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุขและโฆษกกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า การเล่นโทรศัพท์ก่อนนอน กลายเป็นกิจกรรมที่หลายคนชอบทำ ทั้งนี้ หน้าจอโทรศัพท์มีแสงสีฟ้า หรือ blue light ที่ส่งผลกระทบในการผลิตสารเมลาโทนิน (Melatonin) ซึ่งเป็นสารที่ควบคุมการหลับและการตื่น ดังนั้นการเล่นโทรศัพท์ก่อนนอนมากกว่า 2 ชั่วโมงจะส่งผลให้เกิดการนอนไม่หลับ หรือหลับไม่สนิทได้ เนื่องจากการได้รับแสงสีฟ้าในเวลากลางคืนจะทำให้สมองคิดว่าตอนนี้เป็นเวลากลางวัน ทำให้นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อสายตาอีกด้วย

แพทย์หญิงพรรณพิมลกล่าวต่อว่า สิ่งที่อาจตามมาหลังจากนอนไม่หลับหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ คือ ร่างกายอ่อนล้าในตอนกลางวัน ระบบความจำมีปัญหา ทำให้เรียนหรือทำงานขาดประสิทธิภาพ และเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุอันเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของตนเองและผู้อื่นด้วย เช่น การวูบหลับในขณะใช้รถใช้ถนน หรือใช้เครื่องจักร นอกจากนี้ยังทำให้ระบบเผาผลาญของร่างกายทำงานไม่เต็มที่ อาจเกิดโรคเบาหวาน โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง หรือเกิดภาวะอ้วนตามมา รวมถึงเสี่ยงในการใช้สารเสพติดหรือแอลกอฮอล์เพื่อช่วยในการนอนหลับอีกด้วย

ดังนั้นเพื่อสุขภาพที่ดีควรงดเล่นมือถือก่อนเข้านอนอย่างน้อย 1 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายได้ปรับการทำงานของดวงตาเข้าสู่การพักผ่อน หากมีความจำเป็นที่จะต้องใช้งานมือถือควรใช้อุปกรณ์ที่สามารถป้องกันแสงสีฟ้า เช่น แผ่นกรองแสงถนอมสายตาจากแสงสีฟ้า หรือแอพพลิเคชั่น Night Shift ที่ช่วยตัดแสงสีฟ้า เป็นต้น เพื่อถนอมสายตาและทำให้นอนหลับได้ดีขึ้น แพทย์หญิงพรรณพิมล กล่าว

ที่มา thaitribune




 

Create Date : 20 เมษายน 2561    
Last Update : 20 เมษายน 2561 2:12:17 น.
Counter : 15 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

163 ปี สนธิสัญญาเบาริ่ง



วันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2398 หรือเมื่อ 163 ปีที่แล้ว เป็นวันสำคัญในอดีตที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในประวัติศาสตร์ไทย คือ เป็นวันลงนามสนธิสัญญาเบาริ่ง ซึ่งมีสาระสำคัญ คือ การเปิดการค้าเสรีกับต่างประเทศในสยาม มีการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบการค้าระหว่างประเทศ เพิ่มเติมจากสนธิสัญญาเบอร์นี สนธิสัญญาฉบับก่อนหน้าซึ่งได้รับการลงนามระหว่างสยามและสหราชอาณาจักรใน พ.ศ. 2369

 

วันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2398 หรือ ค.ศ. 1855 ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 4 ได้มีการลงนามในสนธิสัญญาทางพระราชไมตรีประเทศอังกฤษแลประเทศสยาม (Treaty of Friendship and Commerce between the British Empire and the Kingdom of Siam) โดยมีเซอร์จอห์น เบาริ่ง ราชทูตที่ได้รับการแต่งตั้งจากสมเด็จพระบรมราชินีนาถวิกตอเรีย เข้ามาทำสนธิสัญญา โดยบนปกสมุดไทย ใช้ชื่อว่า หนังสือสัญญาเซอยอนโบวริง หรือที่รู้จักกันในชื่อ "สนธิสัญญาเบาว์ริง"

สนธิสัญญามีสาระสำคัญคือ

1.คนในบังคับอังกฤษจะอยู่ภายใต้อำนาจควบคุมของกงสุลอังกฤษ นับเป็นครั้งแรกที่สยามมอบสิทธิสภาพนอกอาณาเขตแก่ประชากรต่างด้าว

2.คนในบังคับอังกฤษได้รับสิทธิในการค้าขายอย่างเสรีในเมืองท่าทุกแห่งของสยาม และสามารถพำนักอาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานครเป็นการถาวรได้ ภายในอาณาเขตสี่ไมล์ (สองร้อยเส้น) แต่ไม่เกินกำลังเรือแจวเดินทางในยี่สิบสี่ชั่วโมงจากกำแพงพระนคร คนในบังคับอังกฤษสามารถซื้อหรือเช่าอสังหาริมทรัพย์ในบริเวณดังกล่าวได้ คนในบังคับอังกฤษยังได้รับอนุญาตให้เดินทางได้อย่างเสรีในสยามโดยมีหนังสือที่ได้รับการรับรองจากกงสุล

3.ยกเลิกค่าธรรมเนียมปากเรือและกำหนดอัตราภาษีขาเข้าและขาออกชัดเจน

        1) อัตราภาษีขาเข้าของสินค้าทุกชนิดกำหนดไว้ที่ร้อยละ 3 ยกเว้นฝิ่นที่ไม่ต้องเสียภาษี แต่ต้องขายให้กับเจ้าภาษี ส่วนเงินทองและข้าวของเครื่องใช้ของพ่อค้าไม่ต้องเสียภาษีเช่นกัน

        2) สินค้าส่งออกให้มีการเก็บภาษีชั้นเดียว โดยเลือกว่าจะเก็บภาษีชั้นใน (จังกอบ ภาษีป่า ภาษีปากเรือ) หรือภาษีส่งออก

4.พ่อค้าอังกฤษได้รับอนุญาตให้ซื้อขายโดยตรงได้กับเอกชนสยามโดยไม่มีผู้ใดผู้หนึ่งขัดขวาง

5.รัฐบาลสยามสงวนสิทธิ์ในการห้ามส่งออกข้าว เกลือและปลา เมื่อสินค้าดังกล่าวมีทีท่าว่าจะขาดแคลนในประเทศ

ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่สยามมอบสิทธิสภาพนอกอาณาเขตแก่ประชากรต่างด้าว ซึ่งกล่าวกันในภายหลัง คือ การเสียอำนาจอธิปไตยทางด้านศาลหรือตุลาการให้กับต่างชาตินั่นเอง จึงทำให้ประเทศไทยต้องปฏิรูประบบกฎหมายและการศาลไทยใหม่อย่างเร่งด่วนในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5

ที่มา thaitribune




 

Create Date : 18 เมษายน 2561    
Last Update : 18 เมษายน 2561 19:46:58 น.
Counter : 13 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

กระทรวงเกษตรฯ ประกาศใช้มาตรฐานปลาร้า 18เม.ย.61



กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประกาศใช้มาตรฐาน “ปลาร้า” ชี้กลิ่นต้องหอม เนื้อต้องนุ่ม สีตามลักษณะเฉพาะ ไม่มีพยาธิและสิ่งแปลกปลอม ห้ามใช้สีและวัตถุกันเสียทุกชนิด สารปนเปื้อนไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด โดยมีผล 18 เมษายน 2561

 

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 135 ตอนพิเศษ 87 ง วันที่ 17 เมษายน 2561 ลงประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตร : ปลาร้า ตามพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ. 2551 โดยระบุว่า  คณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตร เห็นสมควรกำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่อง ปลาร้า เป็นมาตรฐานทั่วไป ตามพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ. 2551 เพื่อส่งเสริมสินค้าเกษตร ให้ได้คุณภาพ มาตรฐาน และปลอดภัย

ทั้งนี้ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 มาตรา 15 และมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติ มาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ. 2551 ประกอบมติคณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตร ในการประชุม ครั้งที่ 1/2561 เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2561 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงออกประกาศกำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตร : ปลาร้า มาตรฐานเลขที่ มกษ. 7023 - 2561 ไว้เป็นมาตรฐานทั่วไป โดยมีผลถัดจากวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

โดยรายละเอียดแนบท้ายประกาศ ระบุถึง ขอบข่ายของมาตรฐานปลาร้า คำอธิบายผลิตภัณฑ์ กระบวนการผลิต ส่วนประกอบสำคัญและเกณฑ์คุณภาพ อาทิเช่น คุณลักษณะทางกายภาพ ที่ส่วนประกอบต้องคลุกเคล้าให้เข้ากันพอดี ไม่แห้ง แฉะ หรือเละเกินไปตามลักษณะเฉพาะของปลาร้า เนื้อปลาต้องนุ่ม สภาพผิวคงรูป หนังไม่ฉีกขาด มีสีปกติตามลักษณะเฉพาะของปลาร้า เนื้อปลามีสีชมพูอ่อนหรือสีอื่น เช่น สีเหลืองอ่อน กลิ่นหอมตามลักษณะเฉพาะของปลาร้า ไม่มีกลิ่นอื่นที่ไม่พึงประสงค์ เช่น กลิ่นคาว กลิ่นอับ กลิ่นหืน กลิ่นสาบ กลิ่นเหม็นเปรี้ยว

ขณะที่ ปริมาณเกลือ (โซเดียมคลอไรด์) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 18 โดยน้ำหนัก ไม่พบตัวอ่อนพยาธิตัวจี๊ด ตัวอ่อนพยาธิใบไม้ในตับ ไม่มีสิ่งแปลกปลอม (foreign materials) เช่น เส้นผม ดิน ทราย กรวด ไม่พบแมลง เช่น มอด ตัวอ่อนของแมลงหนอน ชิ้นส่วนแมลง ขนสัตว์ สิ่งปฏิกูล ไม่พบชิ้นส่วนของสัตว์อื่นๆ ที่ไม่ใช่ปลา สำหรับปลาชนิดอื่นที่ไม่ได้ระบุในฉลากต้องพบไม่เกินร้อยละ 5 ห้ามใช้สีและวัตถุกันเสียทุกชนิด สารปนเปื้อนไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด

พร้อมกันนี้ ยังกำหนดเกณฑ์ด้านจุลินทรีย์อย่างละเอียด จนถึงการบรรจุ การแสดงฉลากสำหรับการขายปลีกและข่ายส่ง การแสดงเครื่องหมายรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร

ที่มา thaitribune




 

Create Date : 18 เมษายน 2561    
Last Update : 18 เมษายน 2561 4:48:31 น.
Counter : 12 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  

p_chusaengsri
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 52 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add p_chusaengsri's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.