ป.ป.ท.พบทุจริตเงินคนไร้ที่พึ่ง 60 จังหวัด เร่งเสร็จสิ้น เม.ย.ส่งผลบอร์ดตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน



กองบรรณาธิการ Thai Tribune นำเสนอรายงาน //www.posttoday.com กรณีโกงคนไร้ที่พึ่ง ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เผยความคืบหน้า ตรวจสอบการใช้จ่ายเงินงบประมาณ ปี พ.ศ. 2560 ประเภทเงินอุดหนุนเงินสงเคราะห์ครอบครัวผู้มีรายได้น้อย-ผู้ไร้ที่พึ่ง พบ 60 จังหวัด โดยวันที่ 30 เม.ย.2561 จะดำเนินการให้แล้วเสร็จ เพื่อส่งเรื่องตั้งอนุกรรมการไต่สวน ต่อไป

 

โดย พ.ท. กรทิพย์ ดาโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ท.) เปิดเผยความคืบหน้า การตรวจสอบการใช้จ่ายเงินงบประมาณ ประจำปี พ.ศ. 2560 ประเภทเงินอุดหนุนเงินสงเคราะห์ครอบครัวผู้มีรายได้น้อย และ ผู้ไร้ที่พึ่ง ช่วง 13 กุมภาพันธ์ - 26 เมษายน 2561 วงเงินงบประมาณทั้งสิ้น 123,159,000 บาท ว่า

1. ดำเนินการตรวจสอบศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งที่ได้รับงบประมาณ จำนวน 76 ศูนย์

2. กำหนดเป้าหมายสำหรับศูนย์ที่ได้รับงบประมาณสูง (ตั้งแต่ 1 ล้านบาท) หรือ ที่ได้รับเบาะแสเป็นหมายเร่งด่วน จำนวน 37 จังหวัด แล้วเสร็จวันที่ 31 มีนาคม2561 พบความผิดปกติจำนวน 34 จังหวัด ที่เหลือ 3 จังหวัด และ จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดนครศรีธรรมราช

แต่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม เนื่องจาก พบว่า อาจนำเงินสงเคราะห์ไปใช้ซื้อของที่ราคาแพงผิดปกติ ทั้งนี้จังหวัดที่ตรวจสอบพบความผิดปกติ ถึงวันที่ 26 เม.ย.จำนวน 60 จังหวัด คณะกรรมการป.ป.ท. รับไว้ไต่สวนข้อเท็จจริง จำนวน 33 จังหวัด อยู่ระหว่างตรวจสอบ จำนวน 13 จังหวัด โดยกำหนดกรอบระยะเวลาดำเนินการแล้วเสร็จ ภายใน วันที่ 30 เม.ย 2561

โดย พ.ท. กรทิพย์ กล่าวว่า ในส่วนของตรวจสอบ การทุจริตเงินสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่ง ในนิคมสร้างตนเอง ศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง ศูนย์ประสานงานโครงการฯ สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งภาคใต้ ได้รับงบประมาณ 370,000,000 บาท

ทั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ท. ได้ดำเนินการตรวจสอบจำนวน 9 แห่ง รวมวงเงินงบประมาณ 135,755,00 บาท

ซึ่งสำนักงานปปท.รับไว้ไต่ส่วนข้อเท็จจริง 2 แห่ง คือ

1. นิคมสร้างตนเองเชียงพิณ จังหวัดอุดรธานี

2. ศูนย์ประสานงานโครงการฯ สันกำแพง เชียงใหม่

ส่วน นิคมสร้างตนเองเขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น นิคมสร้างตนเองห้วยห้วง จังหวัดอุดรธานี นิคมสร้างตนเองบ้านกรวด บุรีรัมย์ ส่งไปยังสำนักงาน ป.ป.ช. พบพฤติการณ์ลักษณะมุ่งเน้นให้เงินทุนกลุ่มวิชาชีพ และ เบิกสงเคราะห์ จำนวนหลายครั้ง

นอกจากนี้ในส่วนของนิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้จังหวัดสตูล ศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงจังหวัดเชียงใหม่ สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งภาคใต้ นครศรีธรรมราช นิคมสร้างตนเองจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เบื้องต้นพบว่า ประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ จากการสุ่มตรวจของเจ้าหน้าที่่พบว่าไม่ได้รับเงิน อยู่ระหว่างหาข้อมูลเพิ่มเติม และ จัดทำรายงานเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ท. พิจารณา 

ที่มา thaitribune




 

Create Date : 28 เมษายน 2561    
Last Update : 28 เมษายน 2561 19:04:29 น.
Counter : 9 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

รัฐบาลเห็นชอบปรับโครงสร้างหนี้ผู้มีรายได้น้อย ในระบบ ธ.ก.ส.จัดงบ ธ.ออมสิน จ้างผู้ช่วย 500 คน



นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลัง ระบุ ครม. รับทราบมาตรการพัฒนาคุณภาพชีวิต ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เห็นชอบโครงการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของผู้มีรายได้น้อยในระบบธ.ก.ส. เพิ่มเติม พร้อมจัดสรรงบประมาณให้ธนาคารออมสิน ค่าใช้จ่ายจัดจ้างผู้ช่วยผู้ดูแลผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (Account Officer: AO) เพิ่มเติม

 

ความคืบหน้าการดำเนินการตามมาตรการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และทบทวนมติคณะรัฐมนตรี เรื่องมาตรการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2561 รับทราบความคืบหน้าการดำเนินการตามมาตรการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (มาตรการฯ) และเห็นชอบโครงการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของผู้มีรายได้น้อยในระบบธ.ก.ส. เพิ่มเติม

นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า

คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2561 รับทราบความคืบหน้าการดำเนินการตามมาตรการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (มาตรการฯ) และเห็นชอบโครงการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของผู้มีรายได้น้อยในระบบธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพิ่มเติม และการจัดสรรงบประมาณให้ธนาคารออมสินสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดจ้างผู้ช่วยผู้ดูแลผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (Account Officer: AO) เพิ่มเติม โดยมีสาระสำคัญสรุปได้ ดังนี้

1. ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ผู้มีบัตรฯ) แจ้งความประสงค์เข้าร่วมมาตรการฯ ระหว่างวันที่ 1 – 28 กุมภาพันธ์ 2561 มีจำนวน 6,400,124 ราย จากผู้มีบัตรฯ จำนวน 11,469,185 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 55.8 ของผู้มีบัตรฯ ทั้งหมด โดยกลุ่มเป้าหมายหลักของมาตรการฯ คือผู้มีบัตรฯ ที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี และอยู่ในวัยแรงงาน จำนวน 5,262,683 ราย ซึ่งในจำนวนนี้เป็นผู้แจ้งความประสงค์เข้าร่วมมาตรการฯ จำนวน 3,119,726  ราย  คิดเป็นร้อยละ 59.3 จึงเหลือกลุ่มเป้าหมายอีก 2,142,957 ราย ซึ่ง AO และผู้ช่วย AO ต้องลงพื้นที่สัมภาษณ์ผู้มีบัตรฯ เป็นรายบุคคลในช่วงเดือนมีนาคม - เมษายน 2561 รวมมีผู้มีบัตรฯ ทั้งหมดที่ต้องเข้ารับการสัมภาษณ์ จำนวนประมาณ 8.5 ล้านราย

2. คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2561 เห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ดังนี้

2.1 การดำเนินการตามแนวทางการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคของมาตรการฯ ดังนี้

(1) การกำหนดให้ผู้มีบัตรฯ ที่ประสงค์จะพัฒนาตนเองเข้าพบคณะทำงานพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ทีมหมอประชารัฐสุขใจ: ทีม ปรจ.) ในเดือนกุมภาพันธ์ 2561 เพื่อสัมภาษณ์เป็นรายบุคคล ณ สถานที่ที่ผู้อำนวยการเขตหรือนายอำเภอกำหนดไว้ ซึ่งเป็นเขตหรืออำเภอที่ผู้มีบัตรฯ ประสงค์จะเข้ารับการพัฒนาตนเอง

(2) การหยุดการจ่ายเงินเพิ่มเติม (200 บาทต่อคนต่อเดือน หรือ 100 บาทต่อคนต่อเดือน แล้วแต่กรณี) ให้แก่ผู้มีบัตรฯ ที่แสดงความประสงค์จะพัฒนาตนเอง แต่ต่อมาได้ขอยกเลิกการแสดงความประสงค์ หรือไม่มาสัมภาษณ์ภายในเดือนมีนาคม – เมษายน 2561 หรือเข้ารับการสัมภาษณ์แล้ว แต่ไม่เลือกพัฒนาตนเอง หรือผู้ที่เลือกพัฒนาตนเอง แต่ต่อมาไม่พัฒนาตนเองโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร หรือผู้ที่เข้ารับการอบรมแล้วแต่ไม่ตั้งใจประกอบอาชีพเพื่อให้มีรายได้เพิ่มขึ้น โดยเริ่มหยุดการจ่ายเงินตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2561 เป็นต้นไป หรือในเดือนถัดไปนับแต่ทราบผลการพิจารณาการไม่พัฒนาตนเอง

(3) ขยายระยะเวลาลงพื้นที่สัมภาษณ์จากเดิมที่กำหนดให้ AO และผู้ช่วย AO ลงพื้นที่สัมภาษณ์ผู้มีบัตรฯ ภายในเดือนมีนาคม – เมษายน 2561 เป็นกำหนดให้ AO และผู้ช่วย AO สามารถลงพื้นที่สัมภาษณ์ผู้มีบัตรฯ ได้จนถึงเดือนพฤษภาคม 2561

2.2 โครงการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของผู้มีรายได้น้อยในระบบ ธ.ก.ส. เพิ่มเติม โดยคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ดังนี้

(1) การขยายกลุ่มเป้าหมายในการให้ความช่วยเหลือตามมาตรการฯ ให้ครอบคลุมถึงลูกค้า ธ.ก.ส. ที่ประกอบอาชีพเกษตรกรและประกอบอาชีพอื่นเป็นอาชีพเสริมแต่แจ้งลงทะเบียนเป็นอาชีพอื่นจำนวน 562,494 ราย ซึ่งมีมูลหนี้ 88,350 ล้านบาท เพื่อให้ลูกค้า ธ.ก.ส. กลุ่มนี้ได้รับสิทธิ์ตามโครงการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของผู้มีรายได้น้อยในระบบ ธ.ก.ส. ภายใต้มาตรการฯ ที่คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบไว้เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2561

(2) การจัดสรรงบประมาณให้แก่ ธ.ก.ส. เพื่อชดเชยดอกเบี้ยจากการพักชำระหนี้ให้กับเกษตรกรที่มีหนี้ที่เป็นภาระหนักและหนี้ไม่เกิน 300,000 บาท จำนวน 222,503 ราย ต้นเงินกู้รวม 29,708 ล้านบาท ที่เข้าร่วมโครงการปรับโครงสร้างหนี้ของผู้มีรายได้น้อยในระบบ ธ.ก.ส. เป็นระยะเวลา 2 ปี โดยให้ ธ.ก.ส. ทำความตกลงกับสำนักงบประมาณเพื่อขอรับการจัดสรรงบประมาณตามความจำเป็นและเหมาะสมต่อไป

2.3 การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีให้ธนาคารออมสินสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดจ้างผู้ช่วย AO เพิ่มเติม จำนวน 500 คน สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดจ้างผู้ช่วย AO เพิ่มเติม รวมถึงค่าใช้จ่ายดำเนินงานของผู้ช่วย AO สำหรับการปฏิบัติงานในช่วงเดือนเมษายน – กันยายน 2561 (6 เดือน) โดยให้ธนาคารออมสินทำความตกลงกับสำนักงบประมาณเพื่อขอรับการจัดสรรงบประมาณตามความจำเป็นและเหมาะสมต่อไป

ที่มา thaitribune




 

Create Date : 28 เมษายน 2561    
Last Update : 28 เมษายน 2561 4:17:05 น.
Counter : 8 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

บันทึกคดี ล่าสัตว์ป่า ทุ่งใหญ่ฯ 2561 ในวันที่คนไทย ต้องร่วมกันติตตามความยุติธรรม



กองบรรณาธิการ Thai Tribune เปิดบันทึกล่าสัตว์ป่า ทุ่งใหญ่ฯ 2561 จากบทความ คุณเอกวิทย์ เตระดิษฐ์ หัวหน้าฝ่ายสื่อสารองค์กร มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ที่ระบุถึงความรู้สึก เวลาเช้า วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 เมื่อบุคคลหนึ่งกลายเป็นแฮซแท็ก ติดโซเชี่ยลเทรนด์ประจำวัน ในหัวข้อ “จับประธานอิตาเลี่ยนไทย ล่าสัตว์ทุ่งใหญ่ฯ”

 

เวลาเช้า วันที่ 6 กุมภาพันธ์ ข้าพเจ้าเขียนบันทึกเอาไว้ว่า

บนกระดานสนทนาของเฟสบุ๊ก ผู้คนต่างพูดคุยในเรื่องเดียวกันโดยมิได้มีการนัดหมาย บนทวิตเตอร์ชื่อของบุคคลหนึ่งกลายเป็นแฮซแท็กติดโซเชี่ยลเทรนด์ประจำวันในทันที

หรือแม้แต่ในโลกความเป็นจริง บทสนทนาของใครต่อใครก็นำไปสู่หัวข้อ… “จับประธานอิตาเลี่ยนไทย ล่าสัตว์ทุ่งใหญ่ฯ”

ใครเลยจะคาดคิดว่าในเช้าวันหนึ่งของยุคสมัยที่การล่าสัตว์ป่าเป็นเพียงตำนานความโก้เก๋ของคนโบราณ ขณะที่สถานะสัตว์ป่าเมืองไทยกำลังวิกฤต และมีกฎหมายคุ้มครองเพื่อมิให้มีการล่าหรือซื้อขาย จะถูกกลุ่มคนซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นผู้มีฐานะทางสังคมสูง มีการศึกษาดี มีเงินทองมั่นคง เข้าไปร่วมกระทำการให้สัตว์ป่าคุ้มครองอย่าง ‘เสือดำ’ ต้องถึงแก่ความตาย ซ้ำยังเป็นการกระทำในพื้นที่อนุรักษ์ที่มีความสำคัญในระดับโลกอย่างทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก

ผืนป่าแห่งจิตวิญญาณที่ประชาชนหลายภาคส่วนได้ร่วมต่อสู้เพื่อปกป้องเอาไว้มาหลายต่อหลายครั้ง…

ภาพที่ปรากฎในข่าว คงเป็นเรื่องที่ทำให้ใครหลายคนอดเสียไม่ได้ที่จะระบายความรู้สึกไม่พอใจออกมา คงไม่มีใครอยากเก็บถ้อยคำสบถ ก่นด่า เอาไว้เพียงแต่ภายใน บางถ้อยคำนั้นหยาบคายเกินว่าจะจินตนาการออกว่าเขาคนนั้นจะมีความรู้สึกและอารมณ์ร่วมรุนแรงได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ…

“เค้าช่วยกันอนุรักษ์แทบเป็นแทบตาย…. เป็นถึงประธานบริษัทใหญ่กลับไม่มีสามัญสำนึกอะไรเลยจริงๆ”

“เสนอว่าให้ช่วยกันแชร์ครับ ใหญ่ขนาดนี้ กระแสต้องแรงถึงจะเอามันได้”

“หลายคนเสี่ยงชีวิตเพื่ออนุรักษ์ บางคนกลับลักลอบทำลายเพื่อความสุข ความสนุกของตัว เป็นคนดัง ใหญ่โตกลับทำเรื่องที่ผิดกฏหมาย ไร้สำนึก อับอายบ้างรึเปล่าคะเนี่ย”

“ถ้าเข้าป่าเพื่อทำเลวๆ อย่างนี้ อย่าเข้าเลยครับ ทุกวันนี้ทั้งป่าและสัตว์ป่าของเราก็ลดน้อยลงทุกที มันหมดยุคการเข้าป่าเพื่อผจญภัยแบบรพินทร์ ไพรวัลย์ แล้ว”

“หน้าตาก็อุบาทว์ จิตใจกลับชั่วช้า โหดร้ายยิ่งกว่าหน้าตา ไม่อยากด่าเลย แต่อ่านข่าวแล้วโกรธ โกรธมาก มันมีความจำเป็นในชีวิตหรือ ไม่มีจะกินหรือ เปล่าเลย เพียงแต่เกิดจากจิตใจที่ชอบการทำร้ายทำลายชีวิต”

ฯลฯ

บางส่วนจากข้อความที่คัดลอกมาจากกระทู้สนทนาบนเฟสบุ๊คที่แชร์ข่าวดังกล่าว

แต่บางส่วนก็พูดทำนองว่า

“คนรวย เดี๋ยวก็หลุด เดี๋ยวก็รอด”

ในห้วงอารมณ์ และประสบการณ์ทางสังคมที่แต่ละคนสะสมมา คงมีบ้างล่ะที่อาจจะเขวคิดไปว่า คงลงโทษผู้กระทำความผิดไม่ได้ เพราะรวย มีหน้าตา เส้นใหญ่ หรือไม่ก็คิดกันไปทำนองว่า “เดี๋ยวอีกไม่นานก็ลืมกันหมด”

เช่นเดียวกัน เราเองก็ไม่ปฏิเสธว่าในบางนาทีรู้สึกหวั่นไหวไปกับความคิดเห็นเหล่านั้นไม่น้อย

แต่เมื่อตั้งสติ และกลับมามองเรื่องความถูกต้อง กระทำความผิดก็คือผิด ส่วนบทสรุปจะออกมาเป็นอย่างไร นั่นคือเรื่องของอนาคต

ส่วนในนาทีนี้ สิ่งหนึ่งที่ปรากฎเด่นชัดแล้วก็คือ

ประเด็นทางสิ่งแวดล้อมกำลังถูกจุดขึ้นอีกครั้ง

ติดตามอ่านเรื่องราวทั้งหมดได้ใน สาส์นสืบ บันทึกคดี ล่าสัตว์ป่า ทุ่งใหญ่ฯ 2561 เร็วๆ นี้

บทความ เอกวิทย์ เตระดิษฐ์ หัวหน้าฝ่ายสื่อสารองค์กร มูลนิธิสืบนาคะเสถียร

ที่มา thaitribune




 

Create Date : 28 เมษายน 2561    
Last Update : 28 เมษายน 2561 1:10:38 น.
Counter : 11 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ครม.เห็นชอบ ผลิตบันฑิตพันธุ์ใหม่-อาชีวะพันธุ์ใหม่ 115,626 คน รองรับ 10 อุตสาหกรรม EEC



สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ รายงาน ครม. (24 เม.ย.2561) มีมติเห็นชอบ โครงการผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่และอาชีวะพันธุ์ใหม่ ทำงานใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรม พื้นที่ EEC โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก ยานยนต์สมัยใหม่-อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ-ท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ-เกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ-แปรรูปอาหาร-หุ่นยนต์-การบินและโลจิสติกส์-เชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวิภาพ-ดิจิทัล-อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร เป้าหมาย 115,626 คน

 

โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) เป็นโครงการขนาดใหญ่ หรือ เมกะโปรเจค ที่รัฐบาลมุ่งหวังดึงชาวต่างชาติเข้ามาลงทุน ในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง เพื่อสร้างงาน และ เม็ดเงินให้ประเทศ ซึ่งมีความต้องการแรงงานเป็นจำนวนมาก

ในที่ประชุม คณะรัฐมนตรี (เมื่อวันที่ 24 เม.ย.2561) มีมติเห็นชอบ โครงการผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่และอาชีวะพันธุ์ใหม่ เข้าทำงานใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรม ในพื้นที่ EEC ได้แก่

1.อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่

2.อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ

3.อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

3.อุตสาหกรรมเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ

4.อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร

5.อุตสาหกรรมหุ่นยนต์

6.อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์

7.อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร

8.อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวิภาพ

9.อุตสาหกรรมดิจิทัล

10.อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร

โดยมีเป้าหมาย ผลิตแรงงานที่จบ ปริญญาตรีด้านวิทยาศาสตร์ และ วิศวกรรมศาสตร์ กว่า 56,000คน(56,478) แรงงาน ที่จบประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) จำนวน 8,500 คน และ อบรมผู้เรียนจน ปวช. ปวส. เพื่อเพิ่มความรู้เฉพาะด้าน โดยการปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอน ใช้เวลาอบรมตั้งแต่ 6 เดือนถึง 1 ปีอีกกว่า 52,000 คน(52,899) รวมทั้งหมด 115,626 คน 

สำหรับการปรับปรุงหลักสูตรสำหรับนักเรียนอาชีวะ ตามโครงการอาชีวะพันธ์ใหม่นี้ รัฐบาลช่วยจ่ายเบี้ยเลี้ยงให้นักเรียนที่ร่วมโครงการ จำนวน 60,000 บาทต่อคน ในระดับปริญญาตรีจ่ายเงินอุดหนุนประมาณ 1 แสนบาทต่อหัว รวมเป็นเงินอุดหนุนทั้งหมด 14,138 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 5 ปี (61-65) 

ในระดับปริญญาตรี ได้คัดเลือกมหาวิทยาลัย 20 แห่ง เข้าร่วมโครงการ เป็นมหาวิทยาลัยเอกชน 3 แห่ง คือ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ม.ศรีปทุม และ ม.หอการค้าไทย ส่วนการผลิตอาชีวะพันธุ์ใหม่ได้คัดเลือก 27 วิทยาลัยอาชีวะเข้าร่วมโครงการ ซึ่งสถาบันการศึกษาเหล่านี้ต้องกำหนดให้นักศึกษา ได้เรียนในสถานประกอบการของเอกชน โดยใช้เวลาครึ่งหนึ่งของเวลาเรียน เริ่มโครงการตั้งแต่เดือนพฤษภาคมนี้ เป็นต้นไป

ทั้งนี้ สำหรับประเด็นสภาพปัญหา และ ที่มา ที่คณะรัฐมนตรี ได้อนุมัติโครงการผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่ และ อาชีวะพันธุ์ใหม่ คือ ปัญหานักศึกษาระดับอาชีวะที่เรียนด้านวิทยาศาสตร์ เพียงร้อยละ 30 ส่วนที่เหลือ ร้อยละ 70 เรียนด้านสังคม จึงต้องสร้างแรงจูงใจให้คนรุ่นใหม่ ที่เรียนด้านอาชีวะ หันมาเรียนด้านวิทยาศาสตร์เพิ่มขึ้น เพราะบริษัทเอกชนต้องการแรงงานด้านนี้ โดยภาครัฐเตรียมเจรจากับ สำนักงาน ก.พ. เพื่อกำหนดฐานเงินเดือนขั้นต่ำด้านวิชาชีพ ให้สูงเท่ากับระดับปริญญาตรี และ มีโอกาสก้าวหน้าในวิชาชีพ เพื่อเป็นหลักประกันให้แรงงานภาคอุตสาหกรรมในเขต EEC มีรายได้ขั้นต่ำมากกว่า 2 หมื่นบาทต่อเดือน

ที่มา thaitribune




 

Create Date : 27 เมษายน 2561    
Last Update : 27 เมษายน 2561 21:55:18 น.
Counter : 9 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

เชิญคนไทยผู้สนใจ ร่วมออกแบบย่านเดินเท้า ทองหล่อ-เอกมัย วันเสาร์ที่ 28 เมษายน 2561



GoodWalk ชวนคุณมาออกแบบย่านเดินเท้า ทองหล่อ-เอกมัย หากคุณคือคนที่อยู่อาศัย ทำงาน หรือทำธุรกิจ ในย่านทองหล่อ-เอกมัย หรือ สนใจอยากสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงพื้นที่ เราขอเชิญคุณเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรม “ออกแบบย่านเดินเท้า ทองหล่อ-เอกมัย” ร่วมกันผลักดันให้เป็นต้นแบบของประเทศไทย

 

กลุ่ม GoodWalk ชวนคุณมาออกแบบย่านเดินเท้า ทองหล่อ-เอกมัย --

หากคุณ คือ คนที่อยู่อาศัย ทำงาน หรือทำธุรกิจ ในย่านทองหล่อ-เอกมัย

หรือเป็นคนหนึ่งซึ่งสนใจ และ อยากสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงพื้นที่

เราขอเชิญคุณเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรม “ออกแบบย่านเดินเท้า ทองหล่อ-เอกมัย” 

เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และ ประเด็นเกี่ยวกับการเดินเท้า เราอยากให้ย่านทองหล่อ-เอกมัย เป็นไปในรูปแบบใด

จะทำอย่างไรให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม และ ร่วมกันผลักดันให้กลายเป็นย่านเดินเท้าต้นแบบ ของ ประเทศไทย

ในวันเสาร์ ที่ 28 เมษายน 2561 เวลา 13.30 – 16.30 น. ณ Ma:D Club สุขุมวิท 63 เอกมัย ซอย 4 กรุงเทพมหานคร

จัดโดย ศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UddC) โดยการสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

ที่มา thaitribune




 

Create Date : 26 เมษายน 2561    
Last Update : 26 เมษายน 2561 23:40:37 น.
Counter : 14 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  

p_chusaengsri
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 52 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add p_chusaengsri's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.