ปปช.ตั้งอนุกรรมการไต่สวน 7 ตำรวจ ถ่วงคดีทายาทกระทิงแดง



ปปช.ตั้งอนุกรรมการไต่สวน 7 ตำรวจ ถ่วงคดีทายาทกระทิงแดง ไม่ให้ถูกดำเนินคดีฐานขับรถขณะเมาสุรา ขับรถเร็วเกินกว่าอัตรากฎหมายกำหนด และความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด

 

รายข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (...) แจ้งว่า เมื่อช่วงปลายเดือนมิ..ที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะกรรมการป...ได้มีมติแต่งตั้งอนุกรรมการไต่สวน กรณีกล่าวหาพล...กฤษฎิ์ เปียแก้ว เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 กับพวก ได้แก่ ...สุคุณพรหมายน รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5, ...ไตรเมต อู่ไทย รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5,...ชุมพล พุ่มพวง ผู้กำกับการ สน.ทองหล่อ, ...สัมฤทธิ์ เกตุแย้ม พนักงานสืบสวนสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ สน.ทองหล่อ, ...วิบูลย์ ถิ่นวัฒนากูล พนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อและพ...วิรดลทับทิมดี พนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ กระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม

กรณีสอบสวนช่วยเหลือนายวรยุทธ อยู่วิทยา ผู้ต้องหา ไม่ให้ถูกดำเนินคดีฐานขับรถขณะเมาสุรา ขับรถเร็วเกินกว่าอัตรากฎหมายกำหนด และความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และไม่ดำเนินการออกหมายจับผู้ต้องหาเพื่อให้ได้ตัวมาส่งพนักงานอัยการฟ้องร้องดำเนินคดี เป็นเหตุให้ผู้ต้องหาหลบหนีและไม่ได้ตัวมาฟ้องภายในอายุความ โดยมีนายสุรศักดิ์ คีรีวิเชียร กรรมการป... เป็นประธานอนุกรรมการไต่สวน และได้ส่งคำสั่งแต่งตั้งอนุกรรมการไต่สวนไปให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ทราบ หรือคัดค้านรายชื่ออนุกรรมการไต่สวน


ที่มา thaitribune




 

Create Date : 21 กรกฎาคม 2560    
Last Update : 21 กรกฎาคม 2560 3:56:10 น.
Counter : 25 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

'เพื่อไทย'หวั่นทุจริตเวียนเทียนข้าว ปมโรงงานอาหารสัตว์ฉาว



'เพื่อไทย' จี้นายกฯตั้งคณะกรรมการสอบระบายข้าว หวั่นทุจริตเวียนเทียนข้าว ปมโรงงานอาหารสัตว์ฉาวประมูลซื้อจากรัฐบาล

 

ที่พรรคเพื่อไทย นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะทำงานตรวจสอบการระบายข้าว พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายสมคิด เชื้อคง อดีตส..อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ร่วมแถลงข่าวกรณีรัฐจำหน่ายข้าวให้บริษัทขายอาหารสัตว์แห่งหนึ่งใน.ราชบุรี ในราคาที่ต่ำ ซึ่งอาจมีความไม่โปร่งใสในการระบายข้าวครั้งที่ 1/2560 หรือไม่นั้น

นายยุทธ์พงศ์ กล่าวว่า ขอเรียกร้องพล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ใช้มาตรา 44 เปิดโกดังบริษัทขายอาหารสัตว์แห่งหนึ่งใน.ราชบุรี เพื่อพิสูจน์ความจริง เนื่องจากบริษัทดังกล่าวประมูลซื้อข้าวหอมมะลิจากโกดังแห่งหนึ่งใน.อุบลราชธานี 14,035 ตัน แต่มีกำลังการผลิตสูงสุดวันละ 11 ตัน ต่อให้โรงงานนี้ผลิตข้าว 7 วันต่อสัปดาห์จะต้องใช้เวลาในการผลิตอาหารสัตว์มากถึง 2,552 วันหรือคิดเป็นเวลา 7 ปี ถ้าใช้เวลาผลิตมากเพียงนี้ข้าวคงขึ้นรา เน่าเสียไปหมดแล้ว ซึ่งมีผู้หวังดีถ่ายภาพโรงงานขายอาหารสัตว์แห่งหนึ่งใน.ราชบุรี ซึ่งไม่พบข้าวจำนวนดังกล่าวอยู่เลย มีเพียงรถบรรทุกเพียง 2 คันหน้าโรงงานเท่านั้น ซึ่งเพียงพอต่อการขนข้าวจำนวนมากหรือไม่

ทั้งนี้ โรงงานขายอาหารสัตว์ดังกล่าว ยังประมูลซื้อข้าวสารในสต็อกของรัฐอีก 3 แห่ง คือ 1.โกดังแห่งหนึ่งในจ.ชัยนาท จำนวน 9,937 ตัน 2.โกดังแห่งหนึ่งใน .นครสวรรค์ 5,914 ตัน 3.โกดังอีกแห่งใน.ชัยนาท จำนวน 9,036 ตัน รวมกับโกดังใน .อุบลราชธานี จะมีปริมาณข้าวรวมกว่า 38,924 ตัน ซึ่งโรงงานอาหารสัตว์แห่งนี้จะต้องใช้เวลาผลิตมากถึง 20 ปี ถึงจะนำข้าวมาผลิตอาหารสัตว์ได้ทั้งหมด ซึ่งจะเป็นไปได้อย่างไร

นอกจากนี้ ขอตั้งข้อสังเกตว่ามีการนำข้าวที่ประมูลเป็นอาหารสัตว์ไปเวียนเทียนขายเป็นข้าวสำหรับคนหรือไม่ เห็นได้ชัดว่ามีความไม่โปร่งใสเกิดขึ้นหรือไม่ และนางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ในฐานะประธานคณะทำงานดำเนินการระบายข้าวในสต็อกของรัฐจะแสดงความรับผิดชอบอย่างไร

นายยุทธพงศ์ กล่าวยืนยันว่า ที่ออกมาตรวจสอบไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดีของน..ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และที่ออกมาตรวจสอบเพราะรัฐบาลเพิ่งระบายข้าวในช่วงนี้ ขออย่ามองเป็นประเด็นการเมืองเพราะเรื่องนี้เป็นการตรวจสอบการทุจริต เพื่อปกป้องผลประโยชน์ซึ่งเป็นเงินภาษีของประชาชนอย่างไรก็ตามขอให้นายกฯ ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบในเรื่องดังกล่าว รวมทั้งขอให้ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน รีบมาตรวจสอบเรื่องนี้ และในพรุ่งนี้ (วันที่ 20 ..) เวลา 09.00 . ตนจะนำสื่อมวลชนลงพื้นที่บริษัท กาญจนาอาหารสัตว์ .ราชบุรี เพื่อพิสูจน์ว่าข้าวจำนวนดังกล่าวอยู่ที่ไหน


ที่มา thaitribune




 

Create Date : 20 กรกฎาคม 2560    
Last Update : 20 กรกฎาคม 2560 20:14:29 น.
Counter : 162 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

กทม.ย้ายบ้าน 10 หลังชุมชนวัดสร้อยทอง สร้างรุกล้ำริมน้ำเจ้าพระยา



กทม.ส่งจนท.รื้อย้ายบ้าน 10 หลังชุมชนวัดสร้อยทอง สร้างรุกล้ำริมน้ำเจ้าพระยา ตั้งเป้าแล้วเสร็จ 282 หลังคาเรือน ก.ค.นี้ เปิดทางสร้างแลนด์มาร์คเจ้าพระยา

 

นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวภายหลังลงพื้นที่ติดตามการรื้อย้ายบ้านบริเวณชุมชนวัดสร้อยทอง เขตบางซื่อ ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ว่า บริเวณชุมชนวัดสร้อยทอง เขตบางซื่อ ซึ่งมีบ้านเรือนที่รุกล้ำจำนวน 10 หลังคาเรือน ก่อนหน้านี้สำนักการโยธาและสำนักงานเขตบางซื่อได้ลงพื้นที่เจรจาพูดคุยกับประชาชนที่บ้านเรือนรุกล้ำแล้ว ซึ่งประชาชนทั้ง 10 หลังคาเรือนยินยอมที่จะรื้อย้ายออกไป โดยประชาชนจำนวน 5 หลังคาเรือน พร้อมที่จะย้ายเข้าไปอยู่ในโครงการของพอช.ไปอยู่ที่แฟลตขสทบ.ตรงเกียกกาย ส่วนประชาชนอีก 5 หลังคาเรือน สมัครใจที่จะย้ายกลับภูมิลำเนา เช่น ไปที่สุพรรณบุรีบ้าง บางรายก็ไปที่ราชบุรีบ้าง บางรายก็ไปอยู่ยังฝั่งธนบุรีพื้นที่เขตบางพลัด สรุปโดยรวมแล้วบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา และอยู่ในแนวก่อสร้างโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา มีทั้งหมดจำนวน 282 หลังคาเรือน เป็นบ้านเรือน 273หลังคาเรือน และท่าเทียบเรือ 9 แห่ง โดยแบ่งเป็นชุมชน 14 ชุมชน

นายจักกพันธุ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ที่ผ่านมาสำนักการโยธาและสำนักงานเขตที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ เขตบางซื่อเขตบางพลัด และเขตดุสิต ได้เจรจาพูดคุยทำความเข้าใจกับประชาชนในทุกชุมชน ซึ่งประชาชนในชุมชนที่รุกล้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยาได้ให้ความร่วมมือกับกรุงเทพมหานครในการรื้อย้ายบ้านเรือนที่รุกล้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยาออกไป อย่างไรก็ตามกรุงเทพมหานคร ได้วางแผนไว้ว่าจะดำเนินการรื้อย้ายบ้านเรือนที่รุกล้ำให้แล้วเสร็จตามที่ได้ตั้งเป้าไว้ภายในเดือนก..2560 ซึ่งขณะนี้เท่าที่พูดคุยทั้ง 282 หลังคาเรือนยินยอมรื้อย้ายหมด โดยอยู่ในขั้นตอนเจรจาว่ากรณีบ้านเรือนที่รุกล้ำรื้อย้ายออกไปหมดทั้งหลังกรุงเทพมหานครก็จะให้ค่าช่วยเหลือทั้งหมด 100% หากในกรณีบ้านหลังใดรื้อย้ายบางส่วนหรือรอที่จะไปปลูกบ้านอยู่ที่ใหม่ก็จะได้รับเงินช่วยเหลือครึ่งหนึ่งก่อนคือ 50% หลังจากที่รื้อย้ายออกไปจนหมดแล้วจึงจะได้รับค่าช่วยเหลือในส่วนที่เหลืออีก 50% ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กรุงเทพมหานครกำหนดและได้แจ้งไว้ให้ประชาชนรับทราบ

"สำหรับการจ่ายเงินค่าช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยากรุงเทพมหานครได้กำหนดไว้ในวันที่ 26 ..2560 ซึ่งขณะนี้คณะกรรมการได้มีการประชุมเรียบร้อยหมดแล้ว พร้อมที่จะจ่ายเงินช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการดังกล่าว"นายจักกพันธุ์ กล่าว


ที่มา thaitribune




 

Create Date : 19 กรกฎาคม 2560    
Last Update : 19 กรกฎาคม 2560 16:19:56 น.
Counter : 34 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

'มะเร็ง' ยังเป็นโรคคร่าชีวิตประชาชนสูงสุด โดย นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ



  มะเร็งยังคงเป็นโรคคร่าชีวิตคนไทยเป็นอันดับ 1 ทั้งผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นทุกปี เฉลี่ยมีผู้ป่วย 1 ในพันของประชากร

สถานการณ์ของโรคมะเร็งในภาพรวม พบจำนวนผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นทุกปีทั้งในเพศหญิงและเพศชาย โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 130,000 รายต่อปี โดยพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง แต่จากข้อมูลและสถานการณ์พบว่า อัตราการเกิดโรคมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในทั้งสองเพศ รวมถึงอัตราการเสียชีวิต ทั้งนี้ โรคมะเร็งยังคงเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตเป็นอันดับหนึ่งของคนไทย นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2542 เฉลี่ย 100 คนต่อประชากร 100,000 คน ในขณะที่อัตราการเสียชีวิตเป็นอันดับ 2 ของคนไทยคืออุบัติเหตุ เฉลี่ยอยู่ที่ 50 คนต่อประชากร 100,000 คน
สำหรับ 5 อันดับแรกของมะเร็งที่พบบ่อยในเพศชาย ได้แก่ 1.มะเร็งตับและท่อน้ำดี 2.มะเร็งปอด 3.มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก 4.มะเร็งต่อมลูกหมาก และ 5.มะเร็งต่อมน้ำเหลือง 
ขณะที่ 5 อันดับแรกของมะเร็งที่พบบ่อยในเพศหญิง ได้แก่ 1.มะเร็งเต้านม 2.มะเร็งปากมดลูก 3.มะเร็งตับ 4.มะเร็งปอด และ 5.มะเร็งลำไส้ใหญ่ แต่สาเหตุของการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งเป็นอันดับที่ 1 ของทั้ง 2 เพศ กลับพบว่าคือโรคมะเร็งตับและท่อน้ำดี ถัดมาคือ โรคมะเร็งปอด สาเหตุเป็นเพราะทั้ง 2 มะเร็งมีการพยากรณ์โรคไม่ดี จึงทำให้ทั้งมะเร็งตับและท่อน้ำดี มะเร็งปอด เป็นสาเหตุเสียชีวิตเป็นลำดับต้นๆ เมื่อเทียบกับมะเร็งชนิดอื่นๆ และขณะที่มะเร็งชนิดอื่นๆ การพยากรณ์โรคจะค่อนข้างดีกว่า หากรู้เร็วก็สามารถให้การรักษาได้อย่างทันท่วงที
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งมี 3 ปัจจัยหลัก คือ 1.กรรมพันธุ์ 2.พฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง 3.สิ่งแวดล้อม ที่ประกอบไปด้วยมลภาวะต่างๆ โดยทั้ง 3 ปัจจัยนี้ ในเรื่องของกรรมพันธุ์ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ แต่ก็ไม่ควรวิตกกังวลมากนัก เพราะมีเปอร์เซ็นต์ความเสี่ยงค่อนข้างน้อยเพียง 10% แต่ถ้าเป็นเรื่องของพฤติกรรม ถือว่ามีความเสี่ยงมาก และสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่เราสามารถหลีกเลี่ยงได้ เพราะมีพฤติกรรมมากมายที่ทำให้เราก้าวเข้าสู่ความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็ง ซึ่งอาจใช้วิธีการยึดหลัก "5 ทำ 5 ไม่" เพื่อห่างไกลโรคมะเร็ง 5 ทำ ได้แก่ 1.ออกกำลังกายเป็นนิจ 2.ทำจิตแจ่มใส 3.กินผัก-ผลไม้ 4.กินอาหารหลากหลาย 5.ตรวจร่างกายเป็นประจำ ส่วน 5 ไม่ ได้แก่ 1.ไม่สูบบุหรี่ 2.ไม่มีเซ็กซ์มั่ว 3.ไม่มัวเมาสุรา 4.ไม่ตากแดดจ้า 5.ไม่กินปลาน้ำจืดดิบ
นอกเหนือจากคำแนะนำ "5 ทำ 5 ไม่" แล้ว ยังมีสิ่งที่ควรต้องระมัดระวังอีกมาก เช่น การรับประทานเนื้อสัตว์แปรรูป อาหารปิ้ง-ย่างไหม้เกรียม ไม่รับประทานอาหารจากน้ำมันทอดซ้ำ หรือใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน ซึ่งจะทำให้มีโอกาสติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและไวรัสตับอักเสบซีได้ และอาจกลายเป็นมะเร็งตับได้ในอนาคต
ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุสลดในวงการบันเทิงที่ถูกมะเร็งคร่าชีวิต รายแรกคือ แหวน-ฐิติมา สุตสุนทร นักร้องสาว ได้เสียชีวิตในวัย 54 ปี ด้วยโรคมะเร็งกระดูก โดยก่อนหน้านั้นเธอป่วยเป็นมะเร็งลำไส้ ก่อนจะลุกลามเป็นเต้านม กระทั่งล่าสุดอาการทรุดเพราะมะเร็งลุกลามไปที่กระดูก ทำให้ต้องเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา เป็นระยะเวลากว่า 20 วัน รายถัดมาคือ "เต้ย-ไฮร็อก" หรือนายกิตติศักดิ์ เจริญคงสมัย แห่งวงไฮร็อก เสียชีวิตเมื่อคืนวันที่ 8 ก.ค.นี้ หลังจากป่วยเป็นมะเร็งตับระยะสุดท้าย

ที่มา thaitribune




 

Create Date : 19 กรกฎาคม 2560    
Last Update : 19 กรกฎาคม 2560 5:29:38 น.
Counter : 30 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

กรมอุตุฯเตือน ทั่วไทยฝนตกหนักบางแห่ง ด้านกทม.มีฝน 70 % ฝั่งทะเลอันดามัน-อ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร



กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ทั่วทุกภาคของประเทศไทยมีฝนตกหนาแน่นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ในบริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก

 

ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย สำหรับทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่ง จนถึงวันที่ 19 ก.ค. 60

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย และประเทศเมียนมา ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยมีกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ทั่วทุกภาคของประเทศไทยจะมีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ในบริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้.

ภาคเหนือ มีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง กับมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก กำแพงเพชร และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร ขอนแก่น และชัยภูมิ อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี นครสวรรค์ อุทัยธานี และชัยนาท อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดจันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฏร์ธานี อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง และพังงา อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส ตั้งแต่ จ.ภูเก็ตขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ตั้งแต่ จ.กระบี่ลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ที่มา thaitribune




 

Create Date : 18 กรกฎาคม 2560    
Last Update : 18 กรกฎาคม 2560 16:04:07 น.
Counter : 20 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  

p_chusaengsri
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 52 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add p_chusaengsri's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.