กทม.ชวนประชาชนร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว



กทม.ชวนปชช.ร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เฉลิมพระชนมพรรษา 65 พรรษา พร้อมชวนจิตอาสาร่วมกิจกรรมโครงการ 'เราทำความดี ด้วยหัวใจ'

 

พล...อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) ถึงการเตรียมการจัดงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 65 พรรษา 28 กรกฎาคม 2560 พระลานพระราชวังดุสิต ว่า ในระหว่างวันที่ 27 – 29 ..2560 รัฐบาลกำหนดจัดงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 65 พรรษา 28 กรกฎาคม 2560 ดังนี้ วันที่ 27..2560 เวลา 17.30 . พระสงฆ์ 241 รูป เจริญพระพุทธมนต์ถวายพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และถวายพระพรชัยมงคลกับถวายพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 65 พรรษา 28 กรกฎาคม 2560 พระลานพระราชวังดุสิต

วันที่ 28 ..2560 เวลา 06.30 . พิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์และสามเณร จำนวน 651 รูป ถวายพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และถวายพระพรชัยมงคลกับถวายพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 65 พรรษา 28 กรกฎาคม 2560 พระลานพระราชวังดุสิต ซึ่งประชาชนสามารถนำสิ่งของมาร่วมพิธีทำบุญตักบาตรได้ตามวันและเวลาดังกล่าว จากนั้นเวลา 09.10 .มีพิธีปล่อยขบวนคาราวานจิตอาสาตามโครงการ “เราทำ ดี ด้วยหัวใจ” โดย พล..เปรม ติณสูลานนท์ประธานองคมนตรี ผู้แทนพระองค์ เป็นประธานในพิธีปล่อยขบวนคาราวานจิตอาสา

นอกจากนี้ สำนักพระราชวังจัดสถานที่ลงนามถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร ในพระบรมหาราชวัง เวลา 09.00 – 17.00 . ซึ่งกรุงเทพมหานครโดยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จะนำคณะผู้บริหารและหัวหน้าหน่วยงานในสังกัด ร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร(เสาชิงช้า)ในเวลา 11.30 . จากนั้นกรุงเทพมหานครจะเปิดให้ประชาชนร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เขตพระนครด้วย ในส่วนของวันที่ 29 ..60 จะมีการแสดงดนตรีเพื่อประชาชน พระลานพระราชวังดุสิตตั้งแต่เวลา 19.00 . เป็นต้นไป

นอกจากนี้ จะมีการจัดกิจกรรมโครงการ “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” กำหนดเปิดรับลงทะเบียนประชาชนจิตอาสาระหว่างวันที่ 23 – 27 ..2560 ศูนย์อำนวยการใหญ่ (ศอญ.) สำนักพระราชวัง สนามเสือป่ากรุงเทพมหานครและศูนย์อำนวยการภาคสนาม (ศอส.) ในแต่ละจุดที่จัดกิจกรรม ซึ่งการจัดกิจกรรมแบ่งเป็น 3 เฟส ดังนี้ เฟสที่ 1 เริ่ม 28 .. – 5 .. 2560 ดำเนินการในพื้นที่เขตต่างๆ ของกรุงเทพมหานครเฟสที่ 2 เริ่ม 5 ..2560 – 28 ..2561 ในจังหวัดที่มีเขตพระราชฐาน หรือจังหวัดที่มีเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง(จนท.สนว.) หรือลูกจ้างโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และเฟสที่ 3 เริ่ม 28 .. – 5..2561 ใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ

ทั้งนี้ จิตอาสาที่จะเข้าร่วมโครงการ “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” จะต้องมีสัญชาติไทย อายุ 7 ปีขึ้นไป ไม่มีประโยชน์แอบแฝง ไม่เบียดบังเวลาราชการ ไม่เสียการเรียน มีการลงทะเบียนถูกต้อง “1 คน 1 สิทธิ์”เท่านั้น โดยจิตอาสาที่ลงทะเบียนถูกต้องจะได้รับหมวกและผ้าพันคอพระราชทานในการเข้าร่วมกิจกรรมในแต่ละวัน

สำหรับโครงการ “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” แบ่งเป็น 2 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมที่ 1 “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” การจัดกิจกรรมแต่ละวัน จะใช้กำลังหน่วยพระราชทาน ทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่ของสำนักงานเขตและสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร และประชาชนจิตอาสา กิจกรรมส่วนใหญ่จะเป็นการเปิดทางน้ำไหล เก็บขยะ วัชพืช ผักตบชวา ลอกดินเลน โดยกำหนดจุดดำเนินการนำร่อง ดังนี้ จุดที่ 1.คลองกระท้อนแถว และคลองวัดยางสุทธาราม เขตบางกอกน้อย วันที่ 28 – 30 ..2560 ตั้งศูนย์อำนวยการภาคสนาม(ศอส.) ที่โรงเรียนนฤมลทินธนบุรี พื้นที่ปฏิบัติการคลองกระท้อนแถว จากคลองชักพระ ถึงคลองวัดอัมพวา กว้าง 3 – 6 เมตร ยาว 1,200 เมตร พื้นที่เขตบางกอกน้อย พื้นที่ปฏิบัติการคลองวัดยางสุทธารามจากคลองชักพระ ถึงถนนจรัญสนิทวงศ์ กว้าง 3 – 4 เมตร ยาว 800 เมตร

จุดที่ 2.คลองหลวงวารี เขตคลองสาน วันที่ 28 ..2560 ตั้งศูนย์อำนวยการภาคสนาม (ศอส.) ที่โรงเรียนวัดทองธรรมชาติ พื้นที่ปฏิบัติการคลองหลวงวารี จากแม่น้ำเจ้าพระยา ถึงสุดระยะคลอง (สะพานท่อ)กว้าง 2 – 10 เมตร ยาว 235 เมตร พื้นที่เขตคลองสาน จุดที่ 3.บึงคลองพระยาสุเรนทร์ เขตบางเขน วันที่29 – 30 ..2560 ตั้งศูนย์อำนวยการภาคสนาม (ศอส.) ที่วัดพระยาสุเรนทร์ พื้นที่ปฏิบัติการคลองบึงพระยาสุเรนทร์ จากคลองพระยาสุเรนทร์ ถึงถนนสุขาภิบาล 5 กว้าง 10 – 15 เมตร ยาว 5,500 เมตร จุดที่4.คลองขวางบน เขตพระโขนง และเขตสวนหลวง วันที่ 31 .. – 1 ..2560 ตั้งศูนย์อำนวยการภาคสนาม (ศอส.) ที่วัดยาง พื้นที่ปฏิบัติการคลองขวางบน จากคลองบางนางจีน ถึงคลองสวนอ้อย กว้าง 5 – 8 เมตร ยาว 1,050 เมตร และจุดที่ 5.คลองทับช้างล่าง เขตสะพานสูง วันที่ 2 – 3 ..2560 ตั้งศูนย์อำนวยการภาคสนาม (ศอส.) ที่สุเหร่าทับช้าง พื้นที่ปฏิบัติการ คลองทับช้างล่าง จากถนนกรุงเทพกรีฑา ถึงถนนกรุงเทพ – ชลบุรี กว้าง 8 – 10 เมตร ยาว 600 เมตร

กิจกรรมที่ 2 “การบำเพ็ญประโยชน์การจราจร” ระหว่างวันที่ 28 .. – 3 ..2560 กิจกรรมส่วนใหญ่จะเป็นการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร และวินัยให้กับการจัดการจราจรให้เป็นระเบียบ สร้างจิตสำนึกให้ผู้ใช้ถนน โดยนำร่อง 4 เส้นทางหลัก คือ 1. ถนนเพชรบุรี 2.ถนนพระราม 1 3.ถนนราชปรารภ และ4.ถนนอโศกมนตรี


ที่มา thaitribune




 

Create Date : 25 กรกฎาคม 2560    
Last Update : 25 กรกฎาคม 2560 13:42:50 น.
Counter : 134 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

'หมอวรงค์' โต้ 'วัฒนา' บิดเบือนคดีจำนำข้าว



'หมอวรงค์' โพสต์เฟซบุ๊ค โต้ 'วัฒนา เมืองสุข' บิดเบือนคดีจำนำข้าว เชื่อคนไทย 60 ล้านคน ไม่ต้องการเห็นแผนปลุกระดมกดดันศาล จี้'ยิ่งลักษณ์'เคารพคำตัดสิน 25 ส.ค.นี้

 

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตส..พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊ค ว่า "นายวัฒนา เมืองสุข มาเร็วกว่าที่ผมคิด ผมเข้าใจว่าหลังจากที่แต่ละฝ่ายได้สิทธิ์ ในการแสดงหลักฐานข้อเท็จจริง เพื่อให้ศาลท่านไต่สวนทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องก็ควรที่จะหยุด และรอคำตัดสินวันที่ 25 ..นี้ แต่นายวัฒนากลับใช้แผนเดิม นั่นคือนำสิ่งที่พยานฝ่ายนางสาวยิ่งลักษณ์เบิกความ ไปบิดเบือนให้ประชาชนเข้าใจผิด"

"นายวัฒนาอ้างว่า หลังรัฐประหาร มีคำสั่งห้ามเปิดโกดังเพื่อรมยาจนเป็นเหตุให้ข้าวเสื่อมสภาพ ถ้านายวัฒนาจำได้ในช่วงตรวจโกดังโดยท่านปนัดดา ตามข่าวมีหลายโกดังยังตรวจไม่ได้เพราะเพิ่งรมยา และถ้าเป็นจริงตามที่วัฒนากล่าว ข้าวที่เสื่อมต้องเสื่อมทั้งคลังเพราะไม่ได้รมยา แต่ข้าวเสื่อมกลับซุกอยู่ภายในกองข้าวดี โดยมีข้าวดีล้อมรอบ สิ่งที่นายวัฒนาพูดจึงฟังไม่ขึ้น และในข้อเท็จจริงก็มีการรมยาตามปกติ"

"นายวัฒนาอ้างว่า มีคำสั่งให้ยกเลิกติดกล้องวงจรปิดบริเวณโกดังเก็บข้าว คำพูดนี้ไม่มีประโยชน์ใดๆนอกจากให้คนสับสน เพราะการติดตั้งกล้องวงจรปิดที่โกดัง ก็เพื่อเป็นการจับผิด ดูสภาพรถขนข้าวเข้าออกจากโกดัง ว่ามีการขนข้าวเข้าออกจริง ไม่มีเหตุผลใดๆที่ต้องทำ ไม่เข้าใจว่านายวัฒนาอ้างเพื่ออะไรเพราะความจริงไม่มีเรื่องดังกล่าว ส่วนเรื่องการขายข้าว กรมการค้าต่างประเทศเคยแจงไปแล้ว

"นายวัฒนาคงท่องสูตรประชาธิปไตย เพื่อหลอกลวงประชาชนจนชิน ประชาชนเขารักประชาธิไตยที่แท้จริง แต่ไม่เอาประชาธิปไตยจอมปลอม ภายใต้ระบอบทุนสามานย์ ที่เอาคนจนมาบังหน้า แต่มาแสวงหาผลประโยชน์ แม้แต่นายวัฒนาเอง ก็ยังเอาบ้านเอื้ออาทรมาบังหน้า แต่สุดท้ายก็ถูกป...ชี้มูลเรื่องทุจริต"

"วันนี้คนไทยหลายสิบล้านคน เขาทันนักการเมืองขี้โกงกันแล้ว ประชาชนเหล่านั้นคงจะไม่ยอมให้พวกระบอบทุนสามานย์แต่อ้างประชาธิปไตย มาหลอกลวงอีก ผมเชื่อว่าคนไทยมากกว่า 60 ล้านคน ต้องการให้นางสาวยิ่งลักษณ์เคารพคำตัดสินของศาลฎีกา ไม่ต้องการให้มีการปลุกระดมเพื่อกดดันศาล และไม่ยอมให้ใครมาบิดเบือนคำนิจฉัยของศาลอีกต่อไป"


ที่มา thaitribune




 

Create Date : 25 กรกฎาคม 2560    
Last Update : 25 กรกฎาคม 2560 6:03:29 น.
Counter : 11 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

'โรคซึมเศร้า' ไม่ใช่ความอ่อนแอ ทุกคนช่วยได้ รักษาหายได้ โดย นาวาอากาศตรี นายแพทย์ บุญเรือง ไตรเรืองว



การฆ่าตัวตายเป็นสาเหตุการเสียชีวิตทั่วโลก จำนวนกว่า 8 แสนคนต่อปี คาดว่าจะเพิ่มเป็น 1.5 ล้านคน ในปี 2563

 

โดยมีคนพยายามฆ่าตัวตายสูงกว่าคนที่ฆ่าตัวตายสำเร็จ 20 เท่าตัว สำหรับประเทศไทย คนไทยฆ่าตัวตายสำเร็จเฉลี่ย 1 คน ในทุกๆ 2 ชั่วโมง ผู้ชายมีอัตราการฆ่าตัวตายสูงกว่าผู้หญิง เกิดจากหลายสาเหตุประกอบกัน และโรคซึมเศร้า ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการฆ่าตัวตาย ซึ่งโรคซึมเศร้า เป็นภัยเงียบที่คุกคามสุขภาพของประชาชน ส่งผลกระทบต่อประชากรทั่วโลก โดยองค์การอนามัยโลกได้ประมาณการว่า ประชากรมากกว่า 300 ล้านคนเป็นโรคซึมเศร้า หากไม่ได้รับการบำบัดรักษาอย่างถูกต้องนานเป็นเดือน เรื้อรังเป็นปี จะกลับเป็นซ้ำได้บ่อย หากอาการซึมเศร้ารุนแรง อาจจบชีวิตด้วยการฆ่าตัวตายได้มากกว่าคนทั่วไปถึง 20 เท่า สำหรับประเทศไทย พบผู้ป่วยโรคนี้ 1.5 ล้านคน

อุปสรรคสำคัญหนึ่งที่ทำให้ผู้ป่วยเข้าไม่ถึงบริการ คือ ประชาชนส่วนใหญ่ยังขาดความตระหนักและไม่เข้าใจถึงความสูญเสียที่เกิดจากการป่วยด้วยโรคซึมเศร้า ตลอดจนมีอคติต่อผู้ป่วย มองเป็นความขี้เกียจอ่อนแอ ซึ่งในความเป็นจริงไม่เป็นเช่นนั้น ซึมเศร้าเป็นความเจ็บป่วย พวกเขาต้องการความช่วยเหลือสาเหตุมาจากสารสื่อประสาทในสมองทำงานผิดปกติ ซึ่งเกิดได้หลายสาเหตุ เช่น การหลั่งฮอร์โมน การหลั่งสารสื่อประสาทผิดปกติ หรือปัจจัยภายนอก เช่น ความผิดหวัง ความสูญเสีย ความเครียด เมื่อปัจจัยเหล่านี้มารวมกัน ทำให้คนๆ นั้นเกิดภาวะซึมเศร้าได้ ความคิด ทัศนคติ การตัดสินใจ การมองโลก ทุกสิ่งทุกอย่างจึงเปลี่ยนแปลงไป โดยที่ไม่สามารถบังคับความคิดของตัวเองได้ เพราะสารสื่อประสาทในสมองผิดปกติ ต่อให้จิตใจเข้มแข็งสักเท่าไหร่ก็ตาม ดังนั้น คนที่จากไป ไม่ใช่ว่าเขาไม่เข้มแข็ง แต่เป็นเพราะเขาเจ็บป่วย และสามารถรักษาให้หายได้ สิ่งจำเป็นที่สุด คือ การดูแลด้วยความตั้งใจและอดทน จากเพื่อน ครอบครัวและคนใกล้ชิด ที่จะช่วยให้อาการซึมเศร้าหายเร็วขึ้น การพูดคุยกับคนที่เราไว้ใจจะเป็นก้าวแรกในการฟื้นคืนจากโรคซึมเศร้า

สัญญาณบอกเหตุของโรคซึมเศร้า มี 9 ข้อ ได้แก่ ซึมเศร้า ท้อแท้ เบื่อไม่อยากทำอะไร ขาดความสนใจสิ่งรอบข้าง ไม่มีสมาธิ อ่อนเพลีย เชื่องช้า รับประทานอาหารมากขึ้น หรือน้อยลง นอนมากขึ้น หรือน้อยลง ตำหนิตัวเอง และพยายามฆ่าตัวตาย หากพบว่าตัวเอง หรือคนใกล้ตัวมีอาการ ข้อ 1 หรือ 2 ข้อใดข้อหนึ่ง ร่วมกับอาการในข้อ 3-9 อย่างน้อย 5 อาการ ติดต่อกันนาน 2 สัปดาห์ ให้สงสัยว่าอาจเป็นโรคซึมเศร้า หากพบเห็นอย่าประมาท ควรพูดคุยกับเขา หรืออาจแนะนำให้เขาไปพบจิตแพทย์ ซึ่งควรเปลี่ยนทัศนคติที่ว่า ที่ไปพบจิตแพทย์ คือ คนเป็นบ้า เพราะการมีอคติเช่นนี้ จะยิ่งทำให้ผู้ป่วยไม่กล้าไปพบแพทย์ ทำให้ไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและสุดท้ายจบชีวิตด้วยการฆ่าตัวตาย

นอกจากนี้การแสดงความเห็น หรือวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการฆ่าตัวตาย หรือโรคซึมเศร้า โดยไม่ได้คิดก่อนว่าจะกระทบกับผู้ใดหรือไม่นั้น อาจส่งผลกระทบกับผู้ที่มีปัญหาอยู่เดิม หรือกลุ่มคนที่อ่อนไหวมีความเปราะบางทางจิตใจ ที่อาจคิดว่า อยู่ไปก็ไม่มีประโยชน์และตัดสินใจจบชีวิตในลักษณะเดียวกันได้โรคซึมเศร้าจึงเป็นประเด็นทางสาธารณสุข ที่ต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนและมาตรการหนึ่งที่สำคัญที่ภาคประชาสังคมสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหานี้ได้ คือ ร่วมกันรณรงค์สร้างความตระหนักเพื่อลดอคติและตราบาป และเพิ่มการเข้าถึงการรักษาทางจิตเวช เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องภาวะซึมเศร้าและอาการของโรค และรู้วิธีพื้นฐานในการรับมือและให้ความช่วยเหลือ เป็นต้น


ที่มา thaitribune




 

Create Date : 24 กรกฎาคม 2560    
Last Update : 24 กรกฎาคม 2560 1:56:53 น.
Counter : 15 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

'ความบังเอิญ' เปลี่ยนชีวิต โดย วรากรณ์ สามโกเศศ



เดือนกรกฎาคม 2017 เป็นวาระครบรอบ 74 ปี ของการผลิตยาเพนนิซิลินอย่างเป็นกอบเป็นกำ ยาปฏิชีวนะpenicillin นี้พลิกโลกเพราะเยียวยาโรคติดเชื้อได้ชะงัด เป็นยาที่พบโดยบังเอิญอย่างเป็นสิ่งประเสริฐที่เกิดขึ้นในโลกโดยแท้

 

“ความบังเอิญ” ได้เกิดขึ้นในอีกหลายเรื่องจนทำให้ชีวิตผู้คนและประวัติศาสตร์โลกเปลี่ยนแปลง

ความบังเอิญในด้านดีดังกล่าวภาษาอังกฤษมีคำเรียกว่า serendipitous accident ใช้ได้กับยาเพนนิซิลินซึ่งค้นพบโดยนักวิทยาศาสตร์ชาวสก็อต Alexander Fleming ในปลายทศวรรษที่ 19 นักวิทยาศาสตร์และแพทย์หลายคนพยายามค้นหายาปฏิชีวนะเพื่อนำมาฆ่าเชื้อโรคโดยได้นำเชื้อราหลายชนิดมาทดลอง วันหนึ่งในเดือนกันยายน .. 1928 Fleming ได้สังเกตเห็นว่าในจานแก้วทดลองของเขาซึ่งใส่เชื้อ Staphylococcus ไว้ ลืมปิดฝาและมีเชื้อราสีน้ำเงิน-เขียวเติบโตขึ้นอยู่ เขาพบว่าบริเวณที่อยู่ใกล้เชื้อรานี้เชื้อโรคจะหยุดการเติบโต เขาจึงสงสัยว่าเชื้อรานี้คงปล่อยสารอะไรบางอย่างที่หยุดการเติบโตของเชื้อโรคได้

​Fleming ทดลองจนได้เชื้อที่เขาเรียกว่า penicillin บริสุทธิ์ และทดลองจนมั่นใจว่ามันหยุดการเติบโตของเชื้อโรคอย่างได้ผล แต่ก็ไม่มีใครสนใจการค้นพบของเขา จนกระทั่งในปี 1940 นักวิทยาศาสตร์ชาวออสเตรเลีย Howard Florey กับทีมนักวิจัยที่มหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ดได้ทดลองใช้สารสกัดจากเชื้อราเพนนิซิลินรักษาการติดเชื้อในหนูอย่างได้ผล และในปีต่อมาก็ทดลองกับคนที่มีการติดเชื้อรุนแรงอย่างได้ผลเช่นกัน

ในปี 1941 ทีมวิจัยนี้ก็สามารถผลิตยาเพนนิซิลินออกมาได้และใช้ได้ผลมากขึ้นทุกวัน บริษัทในสหรัฐอเมริกาสนใจมากและเริ่มผลิต ในเดือนกรกฎาคม 1943 กองทัพสหรัฐอเมริกาก็ผลิตยานี้ออกมาอย่างเป็นล่ำเป็นสันเพื่อรักษาทหารพันธมิตรในสงครามโลกครั้งที่สอง ในปี 1945 Fleming กับ Floreyและ Chain ก็ได้รับรางวัลโนเบิลสาขาการแพทย์ จากการค้นพบยาปฏิชีวนะตัวแรกของโลก

​​ถ้า Fleming ไม่ได้ลืมปิดผาจากแก้วทดลองก็อาจไม่พบยาปฏิชีวนะอันทรงพลังของโลกก่อนที่สงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลง การค้นพบโดยบังเอิญได้ช่วยชีวิตมนุษย์นับร้อยล้านคนและนำไปสู่ยาปฏิชีวนะอีกหลายตัวในสกุลเพนนิซิลินนี้

เรื่องที่สองเกี่ยวกับ "ความบังเอิญ "อย่างไม่น่าเชื่อซึ่งได้เปลี่ยนประวัติศาสตร์โลก กองทัพอันเกรียงไกรของ Napoleon Bonaparte จักรพรรดิฝรั่งเศสผู้ยิ่งใหญ่จำนวนกว่า 500,000 คน เดินหน้าฝ่าความหนาวเข้าโจมตีรัสเซียในกลางปี 1812 แต่อีกเพียง 6 เดือนต่อมาไพร่พลลดเหลือเพียงไม่ถึง 10,000 คน ทั้งหมดหายไปเพราะการต่อสู้ การอดอาหารและความหนาว แต่มีอีกสิ่งหนึ่ง อันเป็น"ความบังเอิญ "ซึ่งซ้ำเติมชะตากรรมอย่างเหลือเชื่อจนทำให้จอมทัพหลุดจากตำแหน่งในที่สุด

ท่านผู้อ่านลองจินตนาการว่าทหารที่มือหนึ่งต้องแบกปืนบนบ่าและมือที่เหลือต้องดึงขอบเสื้อโค๊ตที่เผยอออกจากกันเพื่อป้องกันความหนาว อีกทั้งกางเกงหลุดลุ่ยต้องใช้มือที่ไม่ได้แบกปืนมาสลับดึงไว้อย่างนี้จะไปรบชนะใครได้ แค่เดินฝ่าความหนาวก็ตายแล้ว ที่เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นก็เพราะ “บังเอิญ”ที่กระดุมเสื้อโค้ท กางเกงและกระเป๋า ล้วนทำจากดีบุกซึ่งจะแตกย่อยออกเป็นเศษเล็กเศษน้อยในอากาศหนาวมากๆ

อีก 68 ปีต่อมานักประพันธ์เพลงคลาสสิกชื่อดังก้องโลกชาวรัสเซีย Pyotr Llyich Tchaikovsky แต่งเพลง1812 Overture เพื่อรำลึกถึงชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของชาวรัสเซียในสงครามกับ Napoleon ในปี 1812 โดยมีเสียงปืนใหญ่ประกอบเพลงแต่ไม่มีเสียงกระดุมแตกเป็นผง

เรื่องที่สามของ “ความบังเอิญ” เกิดในยุคกลางของยุโรป (ศตวรรษที่ 5 ถึง 15) เมื่อพริกไทยมีราคาแพงมาก หนึ่งปอนด์ของมันสามารถไถ่ตัวทาสได้หนึ่งคน ที่จริงแล้วยุคนั้นมีความต้องการเครื่องเทศหลากหลายชนิดแต่ ที่มีค่าสูงมากชนิดหนึ่งคือ nutmeg (จันทน์เทศ หรือ ลูกจันทน์) ซึ่งนำไปสู่สงครามและการที่เกาะ Manhattan ของ New York กลายเป็นของสหรัฐอเมริกาในปัจจุบัน

ในทศวรรษ 1660 ชาวเนเธอร์แลนด์ หรือดัตช์คือผู้ค้าเครื่องเทศรายใหญ่สุดของโลกต้องการผูกขาดการค้าจันทน์แดงแต่เพียงผู้เดียวด้วยการได้ Spice Island of Run ซึ่งอยู่ในหมู่เกาะ Banda ของอินโดนีเซียภายใต้การยึดครองของอังกฤษมาเป็นของตน

ดัตช์ล้อมเกาะนี้ไว้เพื่อตอบโต้อังกฤษที่โจมตีเรือบรรทุกสินค้ามีค่าของ Dutch East India Company รบกันอยู่ 3 ปีในที่สุดก็ตกลงกันได้โดยดัตช์ขอเกาะ Run ไว้โดยแลกกับเกาะเล็ก ชื่อ Manhattan ที่ชาวดัตช์ไปตั้งรกรากอยู่ทางตอนใต้และเกาะอยู่ในการยึดครองของดัตช์ เมื่อประเทศสหรัฐอเมริกาเกิดขึ้นเกาะนี้ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของประเทศนี้ไป

ถ้าไม่ “บังเอิญ” มีจันทน์แดงเข้ามาเกี่ยวข้อง       New York อาจมีชื่อว่า New Amsterdam (คล้ายกับที่คนดัตช์ตั้งชื่อ New Sealand และกลายมาเป็น New Zealand ในปัจจุบัน) ก็เป็นได้

จันทน์แดงใช้ปรุงรสอาหารและรักษาอาหารเช่นเดียวกับเครื่องเทศ เหตุที่จันทน์แดงเป็นที่นิยมมากก็เพราะคนเชื่อว่าหากใส่ถุงแล้วแขวนคอจะสามารถป้องกันโรคกาฬโรค (Black Death ซึ่งเป็นเหตุการณ์ระบาดครั้งใหญ่ของกาฬโรคระหว่างปี 1346-1353 มีคนตายถึง 75-200 ล้านคน หรือประมาณ 30-60%ของคนยุโรป) งานวิจัยปัจจุบันพบว่ากลิ่นพิเศษของจันทน์แดงมาจากสารเคมี isoeugenol ซึ่งเป็นยาฆ่าแมลงเมื่อคำนึงถึงว่ากาฬโรคติดต่อกันผ่านเห็บที่เกาะอยู่บนตัวหนู การแขวนจันทน์แดงไว้จึงเป็นเรื่องที่มีเหตุมีผล

เรื่องที่สี่คือ “ความบังเอิญ” ของการรักษาโรคมาเลเรีย คำว่า “malaria” มาจากภาษาอิตาลีซึ่งแปลว่า“bad air” เนื่องจากคนสมัยโบราณเชื่อกันมาเป็นร้อย ปีว่าหมอกจากแหล่งน้ำชื้นเฉาะเป็นสาเหตุของมาเลเรียซึ่งเป็นโรคที่ตายได้ง่ายๆ (ปัจจุบันในปีหนึ่ง ประชากรโลก 300 ถึง 500 ล้านคน ถูกผลกระทบจากมาเลเรีย)

เรื่องเล่าของ “ความบังเอิญ” ก็คือเคาน์เตสร์ของสเปนชื่อ Chinchón เดินทางไปดินแดนในเทือกเขาAndes (ประเทศเปรู โบลิเวียในปัจจุบัน) ในประมาณกลางศตวรรษที่ 16 และล้มป่วยเป็นไข้มาเลเรีย

หมอยุโรปที่ไปด้วยหมดปัญญารักษา จึงขอความช่วยเหลือจากเจ้าของถิ่น จึงได้ดื่มชาที่ต้มจากเปลือกต้นไม้ชนิดหนึ่งซึ่งชาวบ้านกินแก้โรคนี้กันมาเป็นเวลายาวนานแล้ว เธอจึงหายจากโรคนี้ สารที่สกัดจากเปลือกต้นไม้นี้รู้จักกันในชื่อยาควินิน (Quinine) และสกุลของต้นไม้นี้มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Cinchonaซึ่งมาจากชื่อของเคาท์เตส

ถ้าเธอไม่บังเอิญเดินทางไปป่วยเป็นมาเลเรีย คนยุโรปอาจไม่รู้จักหนทางรักษากันอีกนานและผู้คนอาจล้มตายอีกมากมาย หลังจากการค้นพบความวิเศษของต้นไม้นี้ ผู้คนแตกตื่นกันมากจนอเมริกาใต้ค้าขายควินินจนร่ำรวย และห้ามการส่งออกเมล็ดต้นไม้นี้เด็ดขาด จนต้องมีการลักลอบออกมาปลูกและกระจายไปทั่วโลกในที่สุด

ในระดับบุคคล “ความบังเอิญ” ทั้งดีและร้ายเกิดขึ้นกับทุกคนโดยเฉพาะในเรื่องการพบและรู้จักผู้คนราวกับมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์กำกับอยู่จนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในชีวิตที่ดีและเลว อย่างไรก็ดีถ้าบุคคลมีสติและใช้ปัญญาในการคบหาผู้คนแล้ว ก็เชื่อได้ว่าจะสามารถควบคุมชะตาชีวิตของตนเองได้ในระดับหนึ่งอย่างแน่นอน


ที่มา thaitribune




 

Create Date : 23 กรกฎาคม 2560    
Last Update : 23 กรกฎาคม 2560 18:22:19 น.
Counter : 10 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

"ธนาคาร" กำลังพบกับช่วงเวลาของ "โกดัก" ภายใน 5 ปีนี้ : โดยพ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ กรรมการกิจการก



Antony Jenkins ผู้ก่อตั้งและประธานบริหาร 10X Future Technologies ซึ่งเขาเคยเป็น CEO ของ Barclays Plc สถาบันการเงินที่มีชื่อเสียง ได้ให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์กับ Bloomberg ในรายการ "Bloomberg Surveillance" ว่า ธนาคารกำลังเผชิญหน้ากับการพลิกผัน (disruption) อย่างหนักจนถึงขั้นล้มหายตายจาก ซึ่งจะมีปรากฎการณ์คล้ายๆกันกับที่บริษัท "โกดัก" ได้ประสบมาแล้วในปี 2012 ซึ่งเป็นปีที่บริษัทโกดักล้มละลาย

โดยปรากฎการณ์ที่ธนาคารจะพบกับ "Kodak moment" น่าจะเริ่มชัดเจนมากในช่วง 5-15 ปีจากนี้ ซึ่งมีผลกระทบจากเทคโนโลยีดิจิทัล เช่น smartphone ที่ทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น ทำให้บริการ mobile banking เป็นที่นิยมของผู้บริโภค จนการทำธุรกรรมทางการเงินเริ่มเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งก็คล้ายๆกับปรากฎการณ์ที่ Uber เข้ามามีผลกระทบในธุรกิจรถ Taxi

หลังจาก 5 ปีจากนี้ไป ธนาคารจะเปลี่ยนรูปแบบจนสุดท้ายจะไม่มีรูปแบบเหมือนในวันนี้เลย โดยธนาคารจะกลายเป็นบริษัทในรูปแบบ "New financial-technology companies"

Jenkins ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า สถาบันการเงินขนาดใหญ่ในประเทศอังกฤษ มีการปิดสาขาและเพิ่มการลงทุนในเทคโนโลยีธนาคารออนไลน์ เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วด้วยการมุ่งไปใช้บริการออนไลน์บนโทรศัพท์เคลื่อนที่ ในขณะที่บริษัท Fintech startup ได้เข้ามาในตลาดอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางการปรับตัวที่ยุ่งยากของธนาคารแบบดั้งเดิมที่ไม่มี "culture หรือ mindset" ที่ถูกทิศทาง

หมายเหตุ 
Jenkins เคยเป็นผู้บริหารในธุรกิจบัตรเครดิตใน Barclays มาเป็นเวลานาน และได้ออกจาก Barclays ในปี 2015 เนื่องจากบริษัทได้เปลี่ยนกลยุทธ์ไปทำ investment banking และ Jenkins เป็นผู้ก่อตั้งบริษัท 10x Future Technologies ซึ่งมุ่งให้บริการและขายระบบคลาวด์ให้กับธนาคาร

ที่มา thaitribune




 

Create Date : 23 กรกฎาคม 2560    
Last Update : 23 กรกฎาคม 2560 0:21:57 น.
Counter : 13 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  

p_chusaengsri
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 52 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add p_chusaengsri's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.