เตือนกรุงเทพฯเฝ้าระวังฝนตกหนัก 28-29 พ.ค.นี้



วันที่ 28 .สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหาสคร(กทม.) รายงานว่า สถานการณ์วันนี้ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในภาคเหนือ ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณที่ลาดเชิงเขาระวังอันตรายจากฝนตกหนักที่จะเกิดขึ้นในระยะนี้ไว้ด้วย สำหรับบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณดังกล่าวรวมทั้งอ่าวไทยตอนบนเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่ง

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมอ่าวเบงกอลตอนกลาง และมีแนวโน้มเคลื่อนขึ้นไปอ่าวเบงกอลตอนบนและประเทศเมียนมาในช่วงวันที่ 28-29 พฤษภาคม 2560ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยมีกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่โดยเฉพาะในภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง

ทั้งนี้ ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา กำหนดเวลา 07.00 . กรุงเทพมหานครมีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณพื้นที่ชั้นใน พื้นที่อื่นๆ ฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลางโดยทั่วไป ปริมาณฝนรวมสูงสุดที่สถานีสูบน้ำรัชดา-วิภาวดี 114 มม. จุดวัดบึงมักกะสัน เขตราชเทวี 94.5 มม. จุดวัดสำนักงานเขตบางพลัด 83.5 มมจุดวัดสำนักการระบายน้ำ 72 มม. จุดวัดอื่นเฉลี่ย 30-60 มม.


ที่มา thaitribune




 

Create Date : 28 พฤษภาคม 2560    
Last Update : 28 พฤษภาคม 2560 13:33:17 น.
Counter : 52 Pageviews.  

นายกฯใช้ ม. 44 ให้ต่างชาติเปิดมหาวิทยาลัยในเขตเศรษฐกิจพิเศษได้



ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่คำสั่งหัวหน้า คสช. ใช้มาตรา 44 ให้ต่างชาติเปิดมหาวิทยาลัยในเขตเศรษฐกิจพิเศษของไทยได้ โดยให้ตั้งคณะกรรมการ “คพอต.” คอยดูแลจัดการ มี รมว.ศึกษาฯ เป็นประธาน หวังพัฒนาไทยเป็นศูนย์กลางการศึกษาของภูมิภาคอาเซียน

 

เมื่อวันที่ 26 พ.ค. 2560 ที่ผ่านมาเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒๙/๒๕๖๐ เรื่อง การส่งเสริมการจัดการศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ ระบุว่า “เพื่อให้การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาและการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาประเทศตามนโยบายของรัฐบาล จําเป็นต้องเสริมสร้างองค์ความรู้ เทคโนโลยี และวิทยาการที่มีคุณภาพและทันสมัย ให้กับเยาวชน ที่จะเป็นทรัพยากรบุคคลสําคัญของชาติ โดยการส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการถ่ายทอดความรู้ ความเชี่ยวชาญดังกล่าวจากสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ เพื่อจะได้นําองค์ความรู้ ที่ได้รับมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง รวมทั้งยังเป็นการเสริมสร้างความร่วมมือในการจัดการศึกษาและการวิจัยระหว่างสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูง จากต่างประเทศกับสถาบันอุดมศึกษาหรือสถาบันอื่นในประเทศไทย อันจะเป็นการยกระดับคุณภาพของสถาบันอุดมศึกษาของไทยเพื่อนําไปสู่การเตรียมความพร้อมในการพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการศึกษาของภูมิภาคอาเซียนในอนาคต และเป็นการรองรับการดําเนินการปฏิรูปประเทศทั้งในด้านการศึกษาและด้านเศรษฐกิจตามแนวทางที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับที่ได้รับความเห็นชอบจากประชามติได้บัญญัติไว้

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๒๖๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงมีคําสั่งดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ การจัดการศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ ให้ดําเนินการได้ในเขตพื้นที่ ดังต่อไปนี้

(๑) ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor) ตามคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒/๒๕๖๐ เรื่อง การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกลงวันที่ ๑๗ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๐

(๒) เขตเศรษฐกิจพิเศษอื่นที่คณะรัฐมนตรีประกาศกําหนดให้เป็นพื้นที่จัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศตามคําสั่งนี้การจัดการศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศจะดําเนินการนอกเขตพื้นที่ ตามวรรคหนึ่งก็ได้โดยความเห็นชอบของ คพอต. ทั้งนี้ การจัดการศึกษาดังกล่าวต้องเป็นการดําเนินการ ร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ และเป็นการดําเนินการเพื่อประโยชน์ในการส่งเสริม สนับสนุนหรือพัฒนาการจัดการศึกษาภายในเขตพื้นที่ตาม (๑) หรือ (๒) ข้อ ๒ ให้มีคณะกรรมการพัฒนาการจัดการศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ เรียกโดยย่อว่า “คพอต.” ประกอบด้วย

(๑) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานกรรมการ

(๒) กรรมการโดยตําแหน่ง ได้แก่ ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย และนายกสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย เป็นกรรมการ

(๓) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจํานวนสามคน ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการแต่งตั้งเป็นกรรมการให้เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เป็นกรรมการและเลขานุการ และให้เลขาธิการ

คณะกรรมการการอุดมศึกษามอบหมายเจ้าหน้าที่ของสํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาจํานวนไม่เกินสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ ข้อ ๓ ให้ คพอต. มีหน้าที่และอํานาจ ดังต่อไปนี้

(๑) กําหนดศาสตร์วิทยาการและสาขาวิชาที่เป็นประโยชน์และมีความสําคัญต่อการพัฒนาประเทศที่สถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศสามารถจัดการศึกษาในระดับอุดมศึกษาในประเทศไทย

(๒) พิจารณาสรรหา อนุมัติ และจัดทําข้อตกลงกับสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ เพื่อเข้ามาดําเนินการจัดการศึกษาในประเทศไทย

(๓) กําหนดหลักเกณฑ์ รูปแบบ วิธีการ และเงื่อนไขในการดําเนินการจัดการศึกษาตาม (๒)โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี

(๔) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทํางานเพื่อกระทําการใด ๆ อันอยู่ในอํานาจหน้าที่ของ คพอต. หรือตามที่ คพอต. มอบหมาย

(๕) ปฏิบัติหน้าที่อื่นเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของคําสั่งนี้

ข้อ ๔ สถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ ซึ่ง คพอต. อนุมัติโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีให้จัดการศึกษาในประเทศไทยตามคําสั่งนี้ ให้ได้รับยกเว้นการปฏิบัติตามกฎหมายหรือกฎ ดังต่อไปนี้

(๑) กฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน

(๒) ประกาศกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษา

(๓) หลักเกณฑ์การประกันคุณภาพภายในระดับอุดมศึกษาและการประเมินคุณภาพภายนอกระดับอุดมศึกษา

ในกรณีที่มีความจําเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามคําสั่งนี้ คพอต. อาจเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อขอยกเว้นการปฏิบัติตามกฎหมายหรือกฎอื่นใดอีกได้สถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศอาจได้รับการส่งเสริมการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุนก็ได้

ข้อ ๕ ให้สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ รับผิดชอบงานธุรการของ คพอต. รวมทั้งคณะอนุกรรมการและคณะทํางานที่ คพอต. แต่งตั้งการเบิกจ่ายเบี้ยประชุมของ คพอต. คณะอนุกรรมการ และคณะทํางานตามคําสั่งนี้ให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยเบี้ยประชุมกรรมการ ส่วนการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการอื่นที่จําเป็น ให้เบิกจ่ายได้ตามระเบียบของทางราชการ ทั้งนี้ ให้เบิกจ่ายจากงบประมาณของสํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ

ข้อ ๖ กรณีมีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามคําสั่งนี้ ให้เป็นไปตามคําวินิจฉัยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ข้อ ๗ ในกรณีที่เห็นสมควรนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีอาจเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติแก้ไขเปลี่ยนแปลงคําสั่งนี้ได้

ข้อ ๘ คําสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

      สั่ง ณ วันที่ ๒๖ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐

      พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา

      หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ”

ที่มา thaitribune




 

Create Date : 28 พฤษภาคม 2560    
Last Update : 28 พฤษภาคม 2560 8:13:26 น.
Counter : 87 Pageviews.  

'ชวน หลีกภัย' ร่วมเขียนสีภาพจิตรกรรม 'ฉากบังเพลิง' ถวายในหลวงรัชกาลที่ 9



วันที่ 27 พฤษภาคม นายมานพ อมรวุฒิโรจน์ นายช่างศิลปกรรมอาวุโส สำนักช่างสิบหมู่ กล่าวถึงกระแสข่าวในโลกออนไลน์ มีภาพนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมเป็นจิตอาสาช่วยงานสำนักช่างสิบหมู่ว่า เป็นเรื่องจริง โดยตนสนิทกับนายชวนมากว่า 10 ปี เพราะนายชวนเป็นรุ่นพี่ที่วิทยาลัยช่างศิลป ที่ผ่านมามีการพูดคุยกันเป็นระยะๆ นายชวนเล่าว่าสมัยเป็นนายกฯ ได้ใกล้ชิดและได้ถวายงานในหลวงรัชกาลที่ 9 ในวาระที่พระองค์เสด็จสวรรคต จึงอยากเข้ามามีส่วนร่วมในการถวายงานพระองค์เป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะถวายพระเพลิงพระบรมศพ

"วันที่ 19 เมษายน นายชวนได้มาปรับแต่งต้นแบบดินเหนียวขาสิงห์ที่สำนักช่างสิบหมู่ และล่าสุดเมื่อวันที่24 พฤษภาคม ได้เข้ามาเขียนสีฉากบังเพลิง ซึ่งนายชวนตั้งใจจะเขียนภาพดอกบัวและเทวดา พร้อมกันนี้นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เชิญไปที่สนามหลวง ซึ่งคาดว่านายชวนจะไปที่สนามหลวงได้ในวันที่ 31 พฤษภาคมนี้"นายมานพ กล่าว


ที่มา thaitribune




 

Create Date : 28 พฤษภาคม 2560    
Last Update : 28 พฤษภาคม 2560 2:13:53 น.
Counter : 122 Pageviews.  

4 โรคควรระวัง กินทุเรียนมากเสี่ยงทำอาการทรุด



กรมอนามัย เตือน ผู้ป่วยโรคไต เบาหวานความดันโลหิตสูงและหลอดเลือดหัวใจตีบ ควรระวังการกินทุเรียน หวั่นเสี่ยงทำอาการทรุด แนะกินแต่พอดี ไม่ถี่ทุกวัน และไม่กินพร้อมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

 

นายแพทย์วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ทุเรียนจัดอยู่ในอาหารกลุ่มผลไม้ที่ให้วิตามินแร่ธาตุ และเป็นแหล่งของคาร์โบไฮเดรตแต่สำหรับกลุ่มผู้ป่วยเป็นโรคไต เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และหลอดเลือดหัวใจตีบควรระวังเป็นพิเศษ หากกินทุเรียนในปริมาณที่มากเกินไปอาจทำให้อาการเสี่ยงทรุดได้เพราะในทุเรียนมีแป้งและน้ำตาลสูง ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และหลอดเลือดหัวใจตีบ ต้องคุมระดับน้ำตาลและไขมันในเลือดควรกินทุเรียนแต่พอเหมาะ ไม่กินในปริมาณมากและไม่กินถี่ทุกวัน หากเป็นไปได้กินไม่เกิน 1 เม็ดเล็กต่อวัน และเนื่องจากทุเรียนเป็นผลไม้มีโพแทสเซียมสูง ผู้ป่วยโรคไตไม่สามารถขับโพแทสเซียมส่วนเกินได้เท่าคนปกติ ผู้ป่วยโรคไตควรเลี่ยง เพราะจะส่งผลให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ

"ทั้งนี้ ไม่ควรกินทุเรียนพร้อมกับเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ จะทำให้ร่างกายเกิดความร้อนสูง เสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากการขาดน้ำได้ และจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว มีการย่อยสลายน้ำตาลที่เนื้อเยื่อต่างๆ ที่กล้ามเนื้อและไขมันเพื่อนำไปเปลี่ยนเป็นไขมันและไกลโคเจนเก็บไว้ที่ตับ ทำให้ร่างกายเกิดความร้อนสูงมากกว่าปกติ ผลที่เกิดตามมาคือการย่อยสลายทุเรียนและแอลกอฮอล์จะให้ความร้อนและเป็นกลไกที่ต้องใช้น้ำ เสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากการขาดน้ำได้ และนอกจากนั้นจะมีผลทำให้เอนไซม์ตัวสำคัญลดลง ส่งผลให้ สารแอลดีไฮด์เกิดการสะสมในร่างกาย และทำให้เกิดอาการหน้าแดงชาวิงเวียนและอาเจียน” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว

ทางด้านแพทย์หญิงนภาพรรณ วิริยะอุตสาหกุล ผู้อำนวยการสำนักโภชนาการ กล่าวว่า ทุเรียน 1 เม็ด เท่ากับ 2 ส่วน ให้พลังงาน 130 กิโลแคลอรีจึงควรกินไม่เกิน2 เม็ดต่อวันและไม่กินถี่ทุกวันเพราะอาจส่งผลให้ น้ำหนักเกิน ร้อนใน เจ็บคอ บางรายจึงนิยมกินทุเรียนกับมังคุดเพราะในมังคุดมีสารต้านการอักเสบช่วยแก้เรื่องร้อนในและยังมีน้ำในปริมาณมาก การกินทุเรียนกับมังคุดจึงเข้ากันดีมีใยอาหารสูงนอกจากนี้ ในมื้อที่กินทุเรียนควรควบคุมอาหารประเภทข้าว แป้ง ขนมหวานควบคู่ไปด้วย เช่น กินทุเรียนแล้วก็ไม่ต้องซ้ำด้วยของหวานอื่น หรือถ้าจะกินทุเรียนมื้อนี้ควรลดข้าวให้น้อยลง รวมถึงไม่ควรกินข้าวเหนียวทุเรียนบ่อยเนื่องจากมีความหวานมัน

ที่มา thaitribune




 

Create Date : 27 พฤษภาคม 2560    
Last Update : 27 พฤษภาคม 2560 22:13:19 น.
Counter : 131 Pageviews.  

'คลัง' แนะปชช.ตรวจชื่อลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย พบตกหล่นแจ้งภายใน 2 มิ.ย.นี้



วันที่ 26 .ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมบัญชีกลางอยู่ระหว่างการประชาสัมพันธ์ให้ผู้มาลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการจากรัฐ หรือลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย 14.1 ล้านคน ในช่วงวันที่ 3 เมษายน-15 พฤษภาคม เข้าตรวจสอบรายชื่อการลงทะเบียนได้ที่เว็บไซต์ www.epayment.go.th, //www.mof.go.th และwww.fpo.go.th ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม- 2 มิถุนายน โดยกรอกหมายเลขบัตรประชาชนว่ามีชื่อลงทะเบียนอยู่หรือไม่ โดยหากไม่มีชื่ออยู่ในระบบ ให้เร่งนำหลักฐานจากแบบฟอร์มลงทะเบียนที่เจ้าหน้าที่ฉีกให้ พร้อมบัตรประชาชนไปติดต่อธนาคาร สาขาสำนักงานคลังจังหวัด หรือสำนักงานเขตกรุงเทพฯ ที่ไปลงทะเบียนไว้ล่าสุด ภายในวันที่ 2 มิถุนายนนี้ หากเกินกำหนดผู้ลงทะเบียนจะถูกตัดสิทธิ์ในการรับสวัสดิการของรัฐที่จะเริ่มแจกในวันที่ 1 ตุลาคมนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายชื่อผู้มีรายได้น้อยในระบบทั้งหมดจะถูกตรวจคุณสมบัติว่าผ่านตามเกณฑ์หรือไม่ โดยผู้มีรายชื่อในระบบสามารถตรวจสอบว่าผ่านคุณสมบัติหรือไม่ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2560 ในกรณีที่ผู้ลงทะเบียนไม่ผ่านคุณสมบัติระบบจะแจ้งว่าไม่ผ่านคุณสมบัติข้อใดบ้าง.


ที่มา thaitribune




 

Create Date : 27 พฤษภาคม 2560    
Last Update : 27 พฤษภาคม 2560 1:15:07 น.
Counter : 178 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  

Valentine's Month


 
p_chusaengsri
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 52 คน [?]




FollowLike
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add p_chusaengsri's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.