เรื่องวุ่นๆ ไพรมารีโหวต เมื่อ กกต.ตีรวน



ปมไพรมารี่โหวต ที่ปรากฏในร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ไม่ได้วุ่นๆ กับเฉพาะพรรคการเมือง – นักการเมือง ในฐานะผู้เล่นที่จะต้องยึดเป็นกติกาตอนลงสนามเลือกตั้งในอนาคตเท่านั้น แต่ยังวุ่นไปถึงกระบวนการร่างที่ยังไม่สะเด็ดน้ำ

 

ปมไพรมารี่โหวต ที่ปรากฏในร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ไม่ได้วุ่นๆ กับเฉพาะพรรคการเมือง – นักการเมือง ในฐานะผู้เล่นที่จะต้องยึดเป็นกติกาตอนลงสนามเลือกตั้งในอนาคตเท่านั้น

แต่ยังวุ่นไปถึงกระบวนการร่างที่ยังไม่สะเด็ดน้ำ แม้ร่างกฎหมายดังกล่าวจะผ่านวาระ 3 ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติไปแล้วก็ตามที

เรื่องของเรื่องคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เกิดติดใจตรงที่คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.พรรคการเมือง ได้สอดไส้ไพรมารี่โหวตให้รัดกุม เข้มแข็งขึ้น โดยให้แต่ละพรรคต้องทำไพรมารี่โหวตเข้มข้นในระดับเขตเลือกตั้ง  ใครชนะโหวตจากสมาชิกในพื้นที่ พรรคจึงจะส่งลงสมัครเลือกตั้ง 

ซึ่ง กรธ.มองว่าจะทำให้พรรคการเมืองเตรียมตัว เตรียมใจไม่ทัน

ขณะเดียวกัน กรธ.ยังสงสัยว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในฐานะผู้ปฏิบัติ ผู้คุมกฎการเลือกตั้ง จะสามารถทำตามกฎหมายที่ สนช.ตัดแต่งกิ่งเพิ่มมาได้หรือไม่

กรธ.จึงเชิญ กกต.เข้ามาหารือร่วมกัน ก่อนจะตั้งคณะกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่าย ระหว่างตัวแทน กรธ. สนช. และ กกต.ปรับแก้ไขให้ปฏิบัติได้ง่ายกันอีกรอบ

แต่ปัญหาอยู่ที่ว่า ขณะนี้ กกต.กำลังไต่ลวดความเสี่ยง ว่าจะถูกเซ็ตซีโร่ไปทั้งยวงหรือไม่ หลังจาก ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ สนช.และ กรธ.ผนึกกำลังเขียนให้เซ็ตซีโร่ กกต.ทั้ง 5 คนทิ้งไป เพื่อสรรหา กกต. 7 คน ป้ายแดง ตามคุณสมบัติในรัฐธรรมนูญใหม่ในอนาคต

ซึ่ง กกต.ไม่เห็นด้วย และตั้งป้อมขอตั้งคณะกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่ายเช่นกัน

เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ ปมไพรมารี่โหวตโพล่ขึ้นมาพอดี ในจังหวะที่ กรธ.ต้องขออาศัยความเห็นจาก กกต.ว่าในฐานะที่เป็นผู้ปฏิบัติจะทำตามกฎหมายที่ สนช.เพิ่มกฎไพรมารี่โหวตที่เข้มข้นได้หรือไม่

กกต.จึง ฉวยโอกาส เล่นบท “ตีรวน” โดยยืนยันว่าสามารถปฏิบัติตามที่ สนช.เขียนได้ แม้จะยาก และมีผลทำให้ กกต.และพรรคการเมืองต้องทำงานหนักขึ้น

ตัวแทนของ กกต.ที่ไปหารือกับ กรธ.เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.ถูกกำชับว่าเมื่อถูกถามว่า กกต.ทำได้หรือไม่ ให้ตอบ Say Yes… ทำได้

อันเป็นเหตุให้ การหารือยังไม่ได้ข้อสรุป และ “นรชิต สิงหเสนี” โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จึงแถลงเมื่อวันที่ 22 มิ.ย.ว่า วันนี้ตัวแทนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นำโดย นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต. ได้มาร่วมประชุมกับคณะอนุกรรมการติดตามและรวบรวมความคิดเห็นเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญในคณะกรธ. เพื่อหารือถึงเนื้อหาของร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้มีการแก้ไขและให้ความเห็นชอบ ซึ่งทั้งหมดยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะมีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันระหว่าง กรธ. สนช. และ กกต. หรือไม่แต่อย่างใด

นายนรชิต กล่าวว่า ตัวแทนของ กกต. ได้ยืนยันต่อคณะอนุกรรมการของ กรธ. ว่า กกต. เห็นว่า ร่างพ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองที่ สนช. ได้แก้ไขไม่ได้สร้างปัญหาในทางปฏิบัติแก่ กกต. โดยตัวแทนของ กกต. มีความเห็นว่าการเพิ่มเนื้อหาในเรื่องการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. หรือ ไพรมารีโหวต เป็นส่วนหนึ่งของการเลือกตั้ง อันเป็นเรื่องที่ กกต. มีอำนาจหน้าที่ที่จะทำให้การเลือกตั้งเกิดความโปร่งใส ดังนั้น กกต. จึงยืนยันว่า กกต. สามารถปฏิบัติตามกฎหมายรวมไปถึงการให้ใบเหลืองหรือใบแเดงในกรณีของเพื่อให้การทำไพรมารี่โหวตเกิดความโปร่งใสได้

“เจตนารมณ์ของ กรธ. ในการจัดทำร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองนั้นต้องการให้ประชาชนเข้ามีส่วนร่วมในการสรรหาผู้สมัคร ส.ส. เช่น การทำไพรมารีโหวต แต่เรื่องการทำไพรมารี่โหวตตามแนวทางของ กรธ. เสนอให้เป็นเรื่องของพรรคการเมืองที่จะดำเนินการกันเอง ไม่ใช่ไปกำหนดขั้นตอนให้กับพรรคการเมืองเหมือนกับร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองที่ สนช. ได้ทำการแก้ไข เพราะอาจเกิดปัญหากับพรรคการเมืองในทางปฏิบัติได้ เมื่อ กรธ. ได้สอบถามไปยัง กกต. แล้วได้คำตอบว่า กกต. สามารถปฏิบัติตามกฎหมายได้ ดังนั้น กรธ. จะนำมาพิจารณาว่าจะสมควรเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน 3 ฝ่ายหรือไม่ต่อไป”

“และยังบอกว่า กกต.สามารถให้ใบเหลืองใบแดง เพื่อทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรมได้ แต่ กกต.ก็ไม่ได้ตอบว่าจะเข้าไปให้ใบเหลืองใบแดงได้ในขั้นตอนไหนอย่างไร”

การ say yes ลูกเดียวของ กกต. จึงไม่ต่างกับการตีรวน ทั้งที่เห็นกฎหมายว่าเกิดปัญหา

อาจเป็นเพราะปมเซ็ตซีโร่

อาจเป็นเพราะ การเลือกตั้งในอนาคตข้างหน้าที่ติดตั้งระบบไพรมารี่โหวต กกต.ชุดปัจจุบันไม่ได้อยู่จัดการเลือกตั้งแล้ว

แต่เป็น กกต.ชุดใหม่ที่ต้องดำเนินการ ไม่ใช่ กกต.ชุดที่กำลังถูกเซ็ตซีโร่....


ที่มา thaitribune




 

Create Date : 25 มิถุนายน 2560    
Last Update : 25 มิถุนายน 2560 9:03:08 น.
Counter : 59 Pageviews.  

คำแนะนำ 10 ประการ หนีไฟอาคารสูง คอนโดมีเนียม สำนักงาน และโรงแรม โดย พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯก



ปัจจุบันกรุงเทพมหานคร(กทม.) มีรถดับเพลิงที่สามารถดับเพลิงอาคารที่มีความสูง 90 เมตร หรือประมาณ 30 ชั้น จำนวน 6 คัน กระจายไปตามพื้นที่ต่างๆ ของกรุงเทพฯ

 

ขณะที่อาคารสูงในพื้นที่กรุงเทพฯ มีขนาดความสูงเพิ่มขึ้น ประกอบกับพื้นที่ตรอก ซอย มีขนาดเล็ก ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคในการเข้าถึงพื้นที่เกิดเหตุ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของประชาชน ประชาชนควรศึกษาวิธีป้องกันตนจากเหตุอัคคีภัย ได้แก่

1.ก่อนเข้าพักอาศัยในอาคารต่างๆ ควรสอบถามความพร้อมของอุปกรณ์ความปลอดภัยจากเหตุไฟไหม้เช่น เครื่องป้องกันควันไฟ อุปกรณ์ฉีดน้ำอัตโนมัติบนเพดาน รวมถึงอ่านคำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลความปลอดภัยจากเหตุไฟไหม้ และการหนีไฟ ของสถานที่นั้นๆ

2.ตรวจสอบทางหนีไฟฉุกเฉินที่ใกล้ห้องพักที่สุด รวมถึงตรวจสอบประตูหนีไฟต้องไม่ปิดล็อค หรือสิ่งกีดขวาง โดยให้นับจำนวนประตูห้องทั้งสองทาง (ซ้าย–ขวา) จนถึงทางหนีไฟ ซึ่งจะทำให้ถึงทางหนีไฟฉุกเฉินได้แม้ว่าไฟฟ้าจะดับ หรือปกคลุมไปด้วยควัน

3.เรียนรู้ และฝึกการเดินภายในห้องพักเข้าหาประตู วางกุญแจห้องพักและไฟฉายใกล้กับเตียงนอน หากเกิดไฟไหม้จะได้นำกุญแจห้องและไฟฉายไปด้วย อย่าเสียเวลากับการเก็บสิ่งของ

4.หาตำแหน่งสัญญาณเตือนไฟไหม้ เปิดสัญญาณเตือนไฟไหม้หากหาพบ จากนั้นหนีออกจากอาคารแล้วโทรศัพท์เรียกหน่วยดับเพลิง

5.หากได้ยินเสียงสัญญาณไฟไหม้ ให้หนีลงจากอาคารทันที อย่าเสียเวลาตรวจสอบว่าไฟไหม้ที่ใด

6.ถ้าไฟไหม้ห้องพักของท่าน ให้หนีออกมา แล้วปิดประตูห้องทันที จากนั้นให้แจ้งเจ้าหน้าที่ดูแลอาคารและโทรศัพท์แจ้งหน่วยดับเพลิงโดยเร็ว

7.ถ้าไฟไม่ได้เกิดที่ห้องพักของท่าน ให้หนีออกจากห้อง โดยวางมือบนประตู หากประตูมีความเย็นอยู่ค่อยๆ เปิดประตู แล้วหนีไปยังทางหนีไฟฉุกเฉินที่ใกล้ที่สุด

8.หากประตูมีความร้อน อย่าเปิดประตู เพื่อป้องกันตนเองจากเปลวไฟภายนอก แต่ให้รีบโทรศัพท์แจ้งหน่วยดับเพลิง ถึงตำแหน่งของท่าน และหาผ้าเช็ดตัวเปียกๆ ปิดช่องประตู หรือทางเข้าของควัน ปิดพัดลม และเครื่องปรับอากาศ แล้วเปิดหน้าต่าง พร้อมส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือที่หน้าต่าง หรือชานอาคาร คอยความช่วยเหลือ

9.คลานให้ต่ำ หากท่านต้องเผชิญหน้ากับควันไฟ เมื่อควันปกคลุม อากาศบริสุทธิ์จะอยู่ด้านต่ำของพื้นห้อง ควรหาถุงพลาสติกตักเอาอากาศบริสุทธิ์ครอบศีรษะ จากนั้นคลานหนีไปยังทางหนีไฟฉุกเฉิน พร้อมนำกุญแจห้องไปด้วย หากหมดหนทางหนีจะได้สามารถกลับเข้าห้องพัก และขอความช่วยเหลือทางอื่นต่อไป

10.อย่าใช้ลิฟท์ขณะเกิดไฟไหม้ ให้ใช้บันไดภายในอาคาร เนื่องจากลิฟท์อาจหยุดทำงานที่ชั้นไฟไหม้


ที่มา thaitribune




 

Create Date : 25 มิถุนายน 2560    
Last Update : 25 มิถุนายน 2560 1:32:58 น.
Counter : 103 Pageviews.  

ถอดบทเรียน'แกรนด์เฟล' สู่ 10 มาตรการรับมือไฟไหม้อาคารสูงทั่วกรุง



จากเหตุการไฟไหม้ที่อาคารแกรนด์เฟล ทาวเวอร์ สูง 24 ชั้น ทางตะวันตกของ กรุงลอนดอน เมื่อกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เป็นสัญญาณกระตุ้นให้หน่วยงานทั่วโลกหันกลับมาตรวจสอบ"มาตรการความปลอดภัย" อาคารสูงภายในเมืองใหญ่ ต่อระบบป้องกันไฟและแผนอพยพว่ามีความสมบูรณ์หรือไม่ ?!?!

 

ไม่เว้นแต่กรุงเทพมหานคร(กทม.) หน่วยงานหลักมีหน้าที่รับผิดชอบความปลอดภัยของประชาชนในอาคารสูง ตามภาระหน้าที่"บังคับใช้กฎหมาย" ต่อการสร้างอาคาร และระบบดูแลความปลอดภัยในแต่ละอาคาร เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้งาน เนื่องจากในพื้นที่กรุงเทพฯ มีอาคารสูงเป็นจำนวนหลายพันแห่ง ทั้งที่เป็นอาคารเก่าและอาคารใหม่ รวมถึงอาคารที่ยังก่อสร้างไม่เสร็จ ซึ่งอาคารสูงบางส่วนมีการต่อเติม ดัดแปลง หรือก่อสร้างผิดแบบจากที่ได้ยื่นขออนุญาตจากกทม. จึง"สุ่มเสี่ยง" ต่อเหตุฉุกเฉิน ตั้งแต่ไฟไหม้ อาคารทรุดตัวได้ทุกเมื่อ

สำหรับ"คำนิยาม" อาคารสูงตามกฎหมายนั้น ต้องเป็นอาคารที่สูงเกินกว่า 23 เมตร หรือ 8 ชั้นขึ้นไปโดยในกรุงเทพฯมีทั้งอาคารที่สร้างก่อนปี 2535 และหลังปี 2535 รวม 2,810 อาคาร โดยเหตุไฟไหม้แกรนด์เฟล ทาวเวอร์ กทม.ได้รับ"สัญญาณเตือน" ให้จัดเจ้าหน้าที่ออกตรวจความปลอดภัยของอาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพฯให้เข้มข้นกว่าเดิม โดยเฉพาะแผนความปลอดภัยของอาคารว่า ปฏิบัติตามพ...ควบคุมอาคารปี 2535 หรือไม่ ตั้งแต่ระบบสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ระบบน้ำรองรับกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ ป้ายบอกทางหนีไฟ ถังดับเพลิงขนาดเล็กต้องติดตั้งทุกชั้น

ในพื้นที่กรุงเทพฯ มีอาคารสูง 2,810 อาคาร แบ่งเป็น อาคารที่ปลูกสร้างก่อนการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับที่ 33 ตาม ...ควบคุมอาคาร .. 2535 จำนวน 1,033 อาคาร และอาคารที่ปลูกสร้างหลังการประกาศใช้กฎกระทรวง ฉบับที่ 33 ตาม ...ควบคุมอาคาร .. 2535 จำนวน 1,777 อาคาร ซึ่งที่ผ่านมา 50 สำนักงานเขต ได้ลงพื้นที่"ตรวจสอบ" อาคารและระบบป้องกันอัคคีภัยของอาคารภายในพื้นที่เขต ให้เป็นไปตามกฎกระทรวง เพื่อส่งรายงานให้กองควบคุมอาคาร สำนักการโยธาทุกปี รวมถึงสำนักงานเขต สำนักการโยธา และสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ออกตรวจการประจำปี หากพบข้อบกพร่องแต่ไม่ขัดกับกฎหมาย เจ้าหน้าที่จะให้คำแนะนำเพื่อปรับปรุงให้เกิดความปลอดภัย แต่หากพบ"ข้อบกพร่อง" และไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด สำนักงานเขตพื้นที่จะออกคำสั่งให้แก้ไขให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด แต่ต้องไม่น้อยกว่า 30 วัน

ที่สำคัญ กทม.ได้กำหนด "10 มาตรการ" ป้องกันและดูแลตัวเองหากเกิดเพลิงไหม้ โดยจะขอความร่วมมือให้อาคารสูงทุกแห่งติดป้าย 10 มาตรการดังกล่าว รวมถึงอาคารขนาดใหญ่อื่นๆประกอบด้วย 1.สอบถามความพร้อมของอุปกรณ์ความปลอดภัยจากเหตุไฟไหม้ 2.ตรวจสอบทางหนีไฟฉุกเฉิน 3.เรียนรู้และฝึกการเดินภายในห้องพักเข้าหาประตู วางกุญแจและไฟฉายที่เตียงนอน 4.หาตำแหน่งสัญญาณเตือนไฟไหม้ 5.หนีลงจากอาคารทันที เมื่อได้ยินเสียงสัญญาณไหไหม้ 6.หนีออกมาแล้วปิดประตูห้องทันที ถ้าไฟไหม้ในห้องพักของท่าน แจ้งเจ้าหน้าที่ดูแลอาคารโดยเร็ว 7..หนีออกจากห้อง โดยวางมือบนประตู หากประตูมีความเย็นอยู่ค่อยๆเปิดประตู แล้วหนีไปยังทางหนีไฟฉุกเฉินที่ใกล้ที่สุด 8.หากประตูมีความร้อนอย่าเปิดประตู9.คลานให้ต่ำ หากท่านต้องเผชิญหน้ากับควันไฟ 10.อย่าใช้ลิฟท์ขณะเกิดเพลิงไหม้

ขณะที่มาตรการดูแลความปลอดภัยอาคารสูงก่อนประกาศใช้กฎกระทรวง ฉบับที่ 33 จะพิจารณาตามกฎกระทรวงฉบับที่ 47 (.. 2540) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร ..2522 ต้องมีรายละเอียดหลัก 6 ข้อ ประกอบด้วย

1.ติดตั้งบันไดหนีไฟ โดยกำหนดให้อาคารสูงตั้งแต่ 4 ชั้นขึ้นไป ติดตั้งบันไดหนีไฟ โดยทำด้วยวัสดุที่ไม่ติดไฟ เพิ่มจากบันไดหลักภายในอาคาร เพื่อให้สามารถลำเลียงคนทั้งหมดออกมานอกอาคารได้ภายใน1 ชั่วโมง

2.ติดตั้งแบบแปลนแผนผังอาคารแต่ละชั้นหน้าลิฟท์ทุกแห่ง และบริเวณห้องโถงทุกชั้นของอาคารให้เห็นชัดเจน โดยแสดงตำแหน่งห้องต่างๆ ทุกห้อง รวมถึงตำแหน่งที่ติดตั้งอุปกรณ์ดับเพลิง ประตูหรือทางหนีไฟของชั้นนั้นๆ อีกทั้งบริเวณชั้นล่างของอาคารต้องจัดให้มีแบบแปลนแผนผังของอาคารทุกชั้นเก็บรักษาไว้เพื่อการตรวจสอบโดยสะดวก

3.ติดตั้งเครื่องมือดับเพลิงแบบมือถือตามชนิดและขนาดที่กำหนด โดยให้มี 1 เครื่องต่อพื้นที่ไม่เกิน1,000 ตารางเมตร ทุกระยะไม่เกิน 45 เมตร แต่ไม่น้อยกว่าชั้นละ 1 เครื่อง

4.ติดตั้งระบบสัญญาณเตือนไฟไหม้ทุกชั้น ได้แก่ อุปกรณ์ส่งสัญญาณที่สามารถส่งเสียงหรือสัญญาณให้คนอยู่ในอาคารได้ยินชัดเจน และอุปกรณ์แจ้งเตือนทั้งระบบแจ้งเหตุอัตโนมัติและระบบแจ้งเหตุด้วยมือ

5.ติดตั้งระบบไฟส่องสว่างสำรองและป้ายบอกทางหนีไฟ เพื่อให้มีแสงสว่าง สามารถมองเห็นช่องทางเดินได้ขณะเกิดไฟไหม้ และมีป้ายบอกชั้นและป้ายบอกทางหนีไฟบริเวณด้านในและด้านนอกประตูหนีไฟทุกชั้น

6.ติดตั้งระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่า ได้แก่ เสาล่อฟ้า สายล่อฟ้า สายตัวนำ สายนำลงดิน ให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย

ส่วนมาตรการดูแลความปลอดภัยอาคารสูงหลังประกาศใช้กฎกระทรวง ฉบับที่ 33 "ระบบความปลอดภัย" ต้องเป็นไปตามกฎกระทรวงฉบับที่ 33 (..2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร .. 2522 ซึ่งสามารถจัดแบ่งเป็น 4 ระบบ ประกอบด้วย

1.ระบบป้องกันภัย เช่น ใช้วัสดุทนไฟในการก่อสร้างและตกแต่งอาคาร

2.ระบบเตือนภัย เช่น ต้องมีสัญญาณเตือนภัย มี Smoke detector หรือเครื่องตรวจจับควันและเครื่องตรวจจับเปลวไฟ ฯลฯ

3.ระบบระงับภัย เช่น ต้องมีระบบสปริงเกิ้ล (sprinkle system) ปั๊มน้ำ เครื่องปั่นไฟ ถังดับเพลิง สายน้ำดับเพลิง ฯลฯ และ

4.ระบบหนีไฟ เช่น ต้องมีป้ายสะท้อนแสงบอกทางหนีไฟ มีไฟส่องสว่างฉุกเฉิน ประตูหนีไฟต้องไม่มีสิ่งของวางเกะกะกีดขวาง มีบันไดหนีไฟ รวมทั้งต้องมีการซ้อมหนีไฟ การจัดทำผังการทำงานและช่วยเหลือผู้ที่อยู่ภายในอาคาร เป็นต้น

นอกจากนี้ ในส่วนของกระทรวงแรงงาน ซึ่งตามกฎกระทรวง ได้กำหนดมาตรฐานในการบริหารจัดการและดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย ..2555 ประกอบด้วย

1.สถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างปฏิบัติงานตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป นายจ้างต้องจัดให้มี"แผนป้องกัน"และระงับอัคคีภัย ประกอบด้วย การตรวจตรา การอบรม การณรงค์ป้องกันอัคคีภัย การดับเพลิง การอพยพหนีไฟ และการบรรเทาทุกข์ เพื่อป้องกันและระงับอัคคีภัยที่มีมาตรฐาน ซึ่งถือเป็นมาตรการสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้ลูกจ้างได้รับความปลอดภัยจากการทำงาน

2.อาคารที่มีสถานประกอบกิจการหลายแห่งตั้งอยู่รวมกัน ให้นายจ้างทุกรายของสถานประกอบกิจการในอาคารนั้น มีหน้าที่ร่วมกันในการจัดให้มีระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย รวมทั้งแผนป้องกันและระงับอัคคีภัย

3.ให้นายจ้างจัดให้ลูกจ้างทุกคนฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อม"อพยพหนีไฟ" พร้อมกันอย่างน้อยปีละ1 ครั้ง ซึ่งก่อนการฝึกซ้อมไม่น้อยกว่า 30 วัน ซึนายจ้างจะต้องส่งแผนการฝึกซ้อมและดับเพลิงและอพยพหนีไฟ รวมทั้งรายละเอียดการฝึกซ้อมต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย และภายหลังเสร็จสิ้นการฝึกซ้อม นายจ้างต้องจัดทำรายงานผลการฝึกซ้อมยื่นต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย

4.หากสถานประกอบกิจการ มีจำนวนลูกจ้างไม่ถึง 10 คน ไม่จำเป็นต้องดำเนินการจัดฝึกซ้อมดับเพลิงและอพยพหนีไฟ แต่หากอาคารดังกล่าวมีสถานประกอบกิจการหลายแห่งตั้งอยู่รวมกัน สถานประกอบการทุกรายมีหน้าที่ร่วมกันในการจัดให้มีระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย รวมทั้งจัดทำแผนป้องกันฯ แม้จำนวนลูกจ้างของสถานประกอบการแต่ละรายจะมีจำนวนไม่ถึง 10 คนก็ตาม

"อัศวิน ขวัญเมือง" ผู้ว่าฯกทม. ระบุว่า ได้กำชับให้สำนักการโยธา สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต เข้มงวดในการตรวจสอบอาคารต่างๆ รวมถึง"อาคารสูง" ซึ่งตามกฎกระทรวงฉบับที่ 33 กำหนดไว้ว่า เป็นอาคารที่มีความสูงตั้งแต่ 23 เมตรขึ้นไป หรือสูงประมาณ 8 ชั้น และอาคารขนาดใหญ่พิเศษในพื้นที่กรุงเทพฯโดยให้คำแนะนำในการปรับปรุงระบบแจ้งเตือน และระบบป้องกันอัคคีภัยภายในอาคารให้สามารถใช้งานได้อย่างครบถ้วน เพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น และไม่เกิดเหตุซ้ำรอยกรณีเพลิงไหม้ตึกแกรนด์เฟลล์ ทาวเวอร์ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

ทั้งหมดจึงเป็นมาตรการ"ขันน็อต" มาตรฐานความปลอดภัยและแผนป้องกันไฟไหม้ของอาคารสูงทั่วกรุงเทพฯ ซึ่งถือว่าเป็นอีก"ภัยใกล้ตัว" ที่ประชาชนต้องเรียนรู้และฝึกการเอาตัวรอด เพื่อเฝ้าระวังเหตุไฟไหม้ที่เกิดขึ้นได้ทุกนาที


ที่มา thaitribune




 

Create Date : 24 มิถุนายน 2560    
Last Update : 24 มิถุนายน 2560 20:38:39 น.
Counter : 72 Pageviews.  

"วิษณุ" ชี้ พรรคการเมืองทำไพรมารี่โหวตไม่ทัน ถูกตัดสิทธิคนลงสมัครเลือกตั้ง



รองนายกฯ วิษณุ หัวหน้าฝ่ายกฎหมายรัฐบาล ระบุ พรรคการเมืองทำไพรมารี่โหวตไม่ทัน เสียสิทธิส่งคนสมัครเลือกตั้ง เว้นแต่กรรมการ 3 ฝ่ายเขียนข้อยกเว้น

 

วันที่ 22 มิถุนายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์กรณีเสียงคัดค้านจากพรรคการเมืองถึงระบบไพรมารีโหวตว่า ตนไม่ทราบว่าถ้าพรรคการเมืองดำเนินขั้นตอนไพรมารี่โหวตไม่ทันจะกระทบการเลือกตั้งหรือไม่ แต่ถ้าหลักการอุตส่าห์ให้มีเรื่องนี้มันก็ต้องมีผล

เมื่อทำไม่ทันอาจจะตัดสิทธิหรือเสียสิทธิในการส่งคนลงสมัครได้ เว้นแต่กรรมาธิการร่วมระหว่างตัวแทนสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ตัวแทนคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ และตัวแทนคณะกรรมการการเลือกตั้ง จะไปเขียนข้อยกเว้นไว้ให้ วันนี้สังคมพูดกันว่าถ้าจะใช้ระบบนี้ประเดิมการเลือกตั้งครั้งหน้า มันอาจมีอะไรต้องผ่อนสั้นผ่อนยาวสำหรับความไม่พร้อม

"ข้อยกเว้นจะใช้เฉพาะเลือกตั้งครั้งหน้าหรือไม่ ไม่ทราบ มันจะเลือกปฏิบัติหรือเปล่า ถ้าบังคับแล้วต้องบังคับเลยหรือเปล่า คนที่คิดเรื่องนี้ขึ้นมาก็จะต้องคิดว่าจะมีปัญหาอะไรขึ้น แล้วจะแก้ปัญหานั้นยังไง ส่วนระบบไพรมารี่โหวตจะเหมาะกับบ้านเราหรือไม่ ผมไม่ทราบ ไม่แน่ใจเหมือนกัน" นายวิษณุกล่าว

ที่มา thaitribune




 

Create Date : 24 มิถุนายน 2560    
Last Update : 24 มิถุนายน 2560 9:08:15 น.
Counter : 48 Pageviews.  

หลีกเลี่ยงยาตีกันอย่างไรในผู้สูงอายุ โดย ผศ. (พิเศษ) ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์ ประธานมูลนิธิคุณแม่คุณ



ผู้สูงอายุส่วนใหญ่มักจะเป็นโรคเรื้อรัง เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ทำให้ต้องกินยาเป็นประจำ เพื่อควบคุมอาการของโรค

 

บางคนอาจเป็นโรคเรื้อรังมากกว่าหนึ่งโรคจึงมียาที่ต้องกินหลายชนิดซึ่งทำให้มีโอกาสที่ยาจะเกิดอันตรกิริยาต่อกัน (ยาตีกัน) ได้ นอกจากนี้เมื่อเกิดอาการป่วยใดๆขึ้นมาผู้สูงอายุอาจไปหาซื้อยามาใช้เอง หรือมีผู้แนะนำให้ใช้ยาสมุนไพรหรืออาหารเสริมต่างๆก็จะทำให้มีโอกาสที่ยาที่ซื้อมาใช้เอง หรือยาสมุนไพรหรืออาหารเสริมต่างๆจะตีกันกับยาที่ใช้อยู่เป็นประจำได้

ข้อมูลจาก รศ.ดร.ภญ.กนกพร นิวัฒนนันท์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยถึงตัวอย่างของยาตีกันที่อาจเกิดขึ้น เช่น ถ้าผู้สูงอายุมีอาการของโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบและได้รับยาฆ่าเชื้อเช่น ซิโปรฟลอกซาซิน ถ้ากินร่วมกับยาลดกรดที่มีอะลูมินั่ม แมกนีเซียม หรือ แคลเซียม หรือ ยาเสริมธาตุเหล็ก หรือ ดื่มนม จะทำให้ยาฆ่าเชื้อนั้นไม่ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายจึงไม่สามารถออกฤทธิ์ได้ ถ้าจำ เป็นต้องใช้ร่วมกันให้กินยาฆ่าเชื้อก่อน หลังจากนั้นสองชั่วโมงจึงกินยาลดกรด หรือ ยาเสริมธาตุเหล็ก เพื่อเลี่ยงการเกิดยาตีกัน

อีกตัวอย่างหนึ่งของยาตีกันที่ผู้สูงอายุควรทราบ คือ ยาลดไขมันซิมวาสแตติน ตัวอย่างชื่อการค้า เช่น ซิมเม็กซ์ เบสแตติน ถ้าได้รับร่วมกับยาลดไขมันอีกชนิดหนึ่ง ชื่อ เจมไฟโบรซิล ตัวอย่างชื่อการค้า เช่น โลปิดไฮดิล อาจทำให้เกิดกล้ามเนื้ออักเสบรุนแรงและเกิดผลเสียต่อไตได้ นอกจากนี้ยาลดไขมัน ซิมวาสแตติน ยังตีกันกับยาอื่นได้อีก เช่น ยาฆ่าเชื้อกลุ่มอีริโทรมัยซิน ยาฆ่าเชื้อราชนิดรับประทานที่ชื่อ อิตราโคนาโซล ยาลดอาการอักเสบของเก๊าท์ที่ ชื่อ คอลชิซิน ทำให้เกิดผลข้างเคียงรุนแรงเช่นเดียวกับเจมไฟโบรซิล ดังนั้นผู้ที่ใช้ยาซิมวาสแตตินและยาลดไขมันกลุ่มเดียวกันนี้ ต้องระมัดระวังโอกาสเกิดยาตีกันกับยาอื่น

สำหรับผู้ที่ใช้ยากันเลือดแข็ง ชื่อ ยาวาร์ฟาริน ซึ่งเป็นยาที่มีโอกาสเกิดยาตีกันกับยาอื่นได้มาก ต้องระมัดระวังในการซื้อยาอื่นๆ ยาสมุนไพรหรืออาหารเสริมต่างๆมาใช้ ตัวอย่างยาที่พบได้บ่อยว่าเกิดตีกันกับยาวาร์ฟาริน คือ ยาแก้ปวดแก้อักเสบ เช่น ไอบูโพรเฟน ไดโคลฟีแนค ซึ่งเป็นยาที่แนะนำให้ต้องกินหลังอาหารทันที ผลของการเกิดยาตีกันจะทำให้เกิดเลือดออกผิดปกติในอวัยวะต่างๆ เช่น ที่ผิวหนังเห็นเป็นจ้ำเลือด หรืออาจเกิดเลือดออกที่ข้อ หรือในช่องท้องหรือที่สมองได้ นอกจากนี้การใช้ยาสมุนไพรต่างๆ เช่น ขมิ้นชัน บัวบก ฟ้าทะลายโจร หรือ อาหารเสริม เช่น น้ำมันปลาร่วมกับยาวาร์ฟาริน ก็จะเพิ่มโอกาสการเกิดเลือดออกผิดปกติได้เช่นกัน

ดังนั้นการหลีกเลี่ยงไม่ให้ยาที่ใช้อยู่เกิดตีกันอาจทำได้โดยใช้ยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ถ้าจำเป็นต้องซื้อยาอื่นเพื่อบรรเทาอาการใดๆให้แจ้งเภสัชกรประจำร้านยาทุกครั้งว่าท่านใช้ยาใดเป็นประจำ หรือนำยาที่ใช้ประจำไปด้วย โดยเฉพาะถ้ายาที่ท่านใช้อยู่เป็นยาที่มีความเสี่ยงสูงและต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ ยากันเลือดแข็ง ชื่อ ยาวาร์ฟาริน ยารักษาโรคหัวใจ ชื่อ ยาดิจอกซิน ยารักษาโรค หืด ชื่อ ธีโอฟิลลิน เป็นต้นนอกจากนี้ถ้าท่านต้องการใช้ยาสมุนไพรหรืออาหารเสริมใดๆร่วมกับยาที่ใช้เป็นประจำ ต้องปรึกษาแพทย์ผู้รักษาหรือเภสัชกรก่อน ทุกครั้งเพื่อความปลอดภัยในการใช้ยาของตัวท่านเอง

สภาเภสัชกรรม ร่วมกับ องค์กรเครือข่ายวิชาชีพเภสัชกรรม จัดกิจกรรม “สัปดาห์เภสัชกรรม ประจำปี2560” เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนไทยมีความรู้ ความเข้าใจ และทัศนคติที่ถูกต้องในการใช้ยาและสมุนไพรอย่างปลอดภัยในการรักษาโรค ภายใต้คำขวัญ “ใช้ยาและสมุนไพรอย่างไรให้ปลอดภัย…ปรึกษาเภสัชกร” โดยจะจัดกิจกรรมให้ความรู้เรื่องยาและสมุนไพรในโรงพยาบาล ร้านยาและหน่วยงานบริการสาธารณสุขพร้อมกันทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 24-30 มิถุนายน 2560 นี้ ให้ประชาชนผู้ใช้ยา ขอรับคำปรึกษากับเภสัชกรในสถานพยาบาลหรือร้านยาใกล้บ้าน


ที่มา thaitribune




 

Create Date : 24 มิถุนายน 2560    
Last Update : 24 มิถุนายน 2560 1:14:02 น.
Counter : 100 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  

p_chusaengsri
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 52 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add p_chusaengsri's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.