'ไม่ต้องบอกว่าผมไม่ปรับตัวกับโลกออนไลน์ ผมไม่ได้อยากทำออนไลน์' ดำรง พุฒตาล ในวันประกาศปิดตำนาน 37 ปี



'ไม่รู้จะไปทำออนไลน์ทำไม ผมทำหนังสือเพราะอยากทำ ไม่ได้ทำเพื่อธุรกิจ แต่เมื่อมันไปต่อไม่ได้แล้ว ผมจะมานั่งทำออนไลน์หรืออีบุ๊กทำไมให้มันเหนื่อยอีก ผมไม่ต้องการแบบนั้น'

 

ถือเป็นข่าวร้ายที่น่าใจหายส่งท้ายปี 2017 สำหรับนิตยสาร ‘คู่สร้างคู่สม’ ที่กำลังจะโบกมืออำลาแผงหนังสือไปในฉบับที่1005 วันที่ 20 .. 2561 เป็นฉบับสุดท้าย

นิตยสารคู่สร้างคู่สมก่อตั้งโดย ดำรง พุฒตาล ผู้ริเริ่มต่อยอดรายการโทรทัศน์ คู่สร้าง คู่สม ที่ออกอากาศทางช่อง 5 มาเป็นนิตยสาร คู่สร้างคู่สมเปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี .. 2522 ถือเป็นนิตยสารที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ของไทย เพราะมีเนื้อหาที่หลากหลายและรอบด้าน ทำให้คู่สร้างคู่สมครองใจผู้อ่านมามากว่า 38 ปี

“คู่สร้างคู่สมเกิดจากจดหมายที่คนเขียนเข้ามาเพราะอยากออกรายการทีวีออกช่อง 5 ซึ่งจะมีการตอบจดหมายเดือนละครั้ง ตอนนั้นมีคนเขียนจดหมายมาเป็นกระสอบ ผมเลยเห็นว่ามันมีวัตถุดิบเยอะพอที่จะเอามาทำหนังสือ พอทำออกไปก็ปรากฎว่าขายดิบขายดีจริงๆ ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่ได้สนใจว่ารายได้มันจะเป็นอย่างไร ผมสนใจว่าจะทำหนังสืออย่างไรให้มันดีมากกว่า”

หากพูดถึงความโดดเด่นที่เป็นจุดขายของคู่สร้างคู่สม คงหนีไม่พ้น คู่สมกับราศี คอลัมน์ดูดวงที่ร่ำลือขึ้นชื่อว่าแม่นสุดๆ จนหลายคนแอบพลิกอ่านดวง ก่อนจะเปิดอ่านหน้าแรกเสียอีก

“คอลัมน์คู่สมกับราศีที่เขียนโดย อุตตราษาฒ เป็นคอลัมน์เอกของที่แฟนๆ คู่สร้างคู่สมติดตามอ่าน แต่พอระยะหลังเราเห็นมันปรากฎอยู่บนโซเชียลมีเดีย เพราะคนก็อปปี้เอาไปลง ซึ่งผมว่ามันไม่เป็นธรรม ทั้งกับหนังสือ ตัวผม และอุตราศาสตร์ผู้เขียน เราไม่ได้เที่ยวตามล่าหรือฟ้องร้องอะไร แต่ผมท้อใจครับ เพราะบางเรื่องที่อยู่ในหนังสือ เราไปสืบเสาะ ค้นพบ ไปสัมภาษณ์มาเองแต่สื่อโซเชียลมีเดียก็เอาไปเผยแพร่ต่อ โดยที่ตัวเองไม่ต้องทำอะไร ในแง่สื่อจึงรู้สึกว่าถูกเอารัดเอาเปรียบ” ดำรงกล่าว

การเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคดิจิทัลสร้างผลกระทบให้กับสื่อสิ่งพิมพ์มหาศาล ทั้งยังเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ 2คอลัมน์ที่มีผู้ติดตามมากของคู่สร้างคู่สมต้องถูกยกเลิกไป

“สมัยก่อนคอลัมน์ที่คนนิยมอ่านเป็นอันดับสองคือ ดำรงตอบจดหมาย เมื่อก่อนผู้อ่านสงสัยอะไรเขาก็มาถามผม ผมก็ไปค้นคว้ามาตอบให้ แต่เดี๋ยวนี้ถ้าสงสัยอะไรแค่เข้ากูเกิล ยูทูป หรือวิกิพีเดีย เขาได้รับคำอธิบายเป็นร้อยๆ หน้า ในขณะที่ผมสามารถตอบได้ไม่เกิน 10 บรรทัด สุดท้ายเลยไม่มีคนเขียนมาถามในคอลัมน์ดำรงตอบจดหมาย”

“อีกคอลัมน์จะเป็นเรื่องราวของหญิงไทยที่ไปแต่งงานกับชาวต่างชาติ เขาจะเล่าวิถีชีวิต สิ่งแวดล้อมที่พบเจอ เช่น ไปตกปลาในมหาสมุทรเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งทำให้เรามีเรื่องแปลกๆ มาลงหนังสือ แต่วันหนึ่งที่เขาเล่นไลน์ เขาเล่นโซเชียลมีเดีย เขาก็ไม่เหงาแล้ว เลยไม่มีจดหมายมาถึงผม ผมก็เลยไม่มีเรื่องที่ผู้อ่านส่งมา”

เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว หันไปเสพข่าวสารความบันเทิงจากโซเชียลมีเดียมากขึ้นสนามสื่อออนไลน์จึงเป็นทางรอดของนิตยสารหลายหัว แต่สำหรับ คู่สร้างคู่สม กลับไม่เป็นอย่างนั้น

“ไม่ใช่ไม่มีใครอ่านหนังสือนะ แต่คนทั่วโลกไม่นิยมอ่านหนังสือที่พิมพ์อยู่ในกระดาษ เขาไปอ่านหนังสือที่มันพิมพ์อยู่ในจอคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ หรือแทบเล็ตแทน สมมุติคุณเขียนเรื่องมาอยากจะลงคู่สร้างคู่สม ผมอ่านแล้วมันไม่มีคุณภาพพอที่จะลงหนังสือ ผมก็โยนทิ้งตะกร้าไปคุณต้องกลับไปพยายามอีกเป็นเดือนเป็นปี แต่วันนี้คุณจะเขียนอะไรก็ได้ แค่คุณกดปุ่มลงโซเขียลมีเดีย มันออกไปทั่วโลกทันที”

แม้คู่สร้างคู่สมจะเป็นนิตยสารที่ได้รับความนิยมอยู่เรื่อยๆ แต่ท้ายที่สุดก็ไม่อาจต้านทานวิกฤตสื่อสิ่งพิมพ์ได้ จึงต้องปิดตัวลงไปในปี 2560 พร้อมกับนิตยสารขวัญเรือน, ดิฉัน, ครัว, Marie Claire, The Hollywood Reporter Thailand หรือแม้แต่หนังสือพิมพ์บ้านเมือง

“ในทางตัวเลขไปต่อยากจริงๆ ด้วยระบบดิจิทัลที่เข้ามาอย่างรวดเร็ว ผมคิดว่าเราไม่สามารถทำนายได้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น เพราะทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก หนังสือคู่สร้างคู่สมในช่วงปี 59-60 ยอดพิมพ์ตก มีหนังสือเหลือคืนเยอะ ถ้าเราจะดันทุรังทำต่อไปซักปี 61 มันจะเริ่มขาดทุน เริ่มเจ๊ง”

ไม่เพียงแต่สิ่งพิมพ์ที่ต้องเผชิญกับวิกฤต แต่สื่อใหญ่อย่างโทรทัศน์ก็พลอยได้รับผลกระทบไปด้วย ดำรงเล่าว่า “ในฐานะที่เคยทำทีวีด้วย จากประสบการณ์ตัวผมเลย ลูกผมไม่ดูทีวีมา 4-5 ปีแล้วนะปล่อยให้พ่อนั่งดูอยู่คนเดียว แต่เขาก็ไม่ตกข้อมูลข่าวสาร เขารู้ข้อมูลข่าวสารมากกว่าผมซะอีกผมก็เลยมานั่งเป็นห่วงว่าอนาคตทีวีจะเป็นอย่างไร แต่ผมโชคดี เพราะมันมาเกิดขึ้นในยุคที่ผมเลิกทำทีวีแล้ว ไม่อย่างนั้นคงต้องวิตกกังวลต่อไป”

เมื่อสื่อหลักต้องปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงกันยกใหญ่ วิชาชีพสื่อสารมวลชนจึงถึงเวลาต้องทบทวน

“ระบบดิจิทัลที่เข้ามาป่วนโลก มันทำให้วิชาชีพต่างๆ ค่อยๆ หายไป ผมเคยอ่านและเห็นด้วยที่มีผู้เขียนว่า การเรียนการสอนนิเทศศาสตร์หรือวารสารศาสตร์ในมหาวิทยาลัย ถ้าไม่ปรับปรุง ไม่แก้ไข ต่อไปอาจจะไม่มีคนเข้าไปเรียนนิเทศศาสตร์ก็ได้ หลานผมเรียนนิเทศศาสตร์ปี 1 อยู่ เขามาบอกผมว่าเขาจะลาออก ไปเรียนคณะอื่นแล้ว”

ดำรง กล่าวเสริมอีกว่า “เดี๋ยวนี้คนที่ทำสื่อออกไปในโซเชียลมีเดีย มันไม่ได้ต้องการคนที่จบนิเทศศาสตร์หรือจบด้านการผลิตรายการวิทยุโทรทัศน์เลย คนเหล่านี้ไม่ได้จบทางนิเทศศาสตร์แต่เขาก็ทำออกมาได้ดี ดีหรือไม่ดีไม่รู้ แต่มีคนรับสาร มีคนเสพสิ่งที่เขาทำเป็นล้านๆ สิ่งนี้มันท้าทายมาก”

ดำรง พุฒตาล โลดแล่นอยู่ในวงการสื่อโทรทัศน์และสื่อสิ่งพิมพ์มากว่าครึ่งชีวิต จนได้ขึ้นชื่อว่าเป็นบุคคลระดับตำนานคนหนึ่ง ทว่าประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน ทำให้มุมมองชีวิตของเขาในวันนี้เปลี่ยนไป

“สมัยก่อนผมทำทั้งทีวี ผมทำทั้งหนังสือ ผมทำทั้งทัวร์ แล้วก็พูดว่างานคือชีวิต ชีวิตคืองาน แต่มาคิดตอนนี้แล้วโง่มากที่พูดแบบนั้น ทำไมชีวิตมนุษย์เกิดมาจะต้องทำงานตลอดเวลา มันไม่แฟร์กับร่างกายเลย โชคดีอย่างนึงคือผมได้ทำงานที่ตัวเองอยากทำ มันมีมนุษย์ไม่มากหรอกครับที่จะได้ทำงานที่ตัวเองชอบ แต่ผมทำงานมาหนักเกินไป ตอนนี้ผมรู้แล้วว่า ชีวิตมันไม่ต้องทำงานอย่างเดียว มันต้องมีอย่างอื่น เช่น ความสุข”

และหากจะถามว่า ความหมายชีวิตคืออะไร? นี่คือคำตอบของ ดำรง พุฒตาล ในวัย 74 ปี

“ชีวิตผมต่อไปนี้ก็คือเอนจอยไลฟ์ ผมมีบ้านอยู่ที่อังกฤษ อยุธยา หัวหิน เชียงใหม่ ต่อไปนี้ผมจะได้ไปใช้ชีวิตช้าๆ ที่นั่น ผมเดินทางมาทั่วโลก แต่ไปแบบทำงานตลอด ต่อไปนี้ผมจะได้ไปเที่ยวจริงๆ ไม่ต้องเป็นห่วงผม ต่อไปนี้ผมจะไปเสพสุขแล้ว”


ที่มา thaitribune




Create Date : 19 ธันวาคม 2560
Last Update : 19 ธันวาคม 2560 11:24:58 น. 0 comments
Counter : 45 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

p_chusaengsri
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 52 คน [?]








Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add p_chusaengsri's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.