ทาสอเมริกา-ทาสไทย โดยผักกาดหอม



ดูๆ ไปความขัดแย้งในประเทศไทยเทียบไม่ได้เลยกับความขัดแย้งที่มหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา

 

แม้ความขัดแย้งในไทยจะเป็นความขัดแย้งระหว่างประชาชน กลุ่มใหญ่ แต่ต้นสายปลายเหตุไม่ใช่ปัญหาที่หยั่งรากลึก จนแก้ไขอะไรไม่ได้ จลาจลที่เวอร์จิเนียเกิดจากกลุ่มผิวขาวชาตินิยมขวาจัด เดินขบวนต่อต้านการถอนอนุสาวรีย์พลเอกโรเบิร์ต อี ลี ผู้บัญชาการฝ่ายสมาพันธรัฐอเมริกา อนุสาวรีย์พลเอกโรเบิร์ต อี ลี คือชนวนความขัดแย้ง เพราะช่วงสงครามกลางเมือง นายพลลีสนับสนุนให้มีทาสต่อไป

นั่นหมายความว่า ลึกๆ แล้วสังคมอเมริกันในปัจจุบันยังมีการแบ่งชนชั้นระหว่างคนขาวกับคนดำอยู่อย่างกว้างขวาง และดูเหมือนความเกลียดชังจะปะทุขึ้นอีกรอบจากนโยบายกีดกันเชื้อชาติ ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นั่นเอง

หลังสงครามระหว่างเม็กซิโกและอเมริกา เพื่อแย่งชิงรัฐเทกซัส ในช่วง ..1846-1848 จบลงด้วยชัยชนะของสหรัฐอเมริกา

"ลี" มีส่วนสำคัญในการรบครั้งนั้น ลีได้รับการแต่งตั้งให้เป็น พันเอกโรเบิร์ต เอ็ดเวิร์ด ลี ซึ่งเป็นยศที่สูงสุดของลีในสหรัฐอเมริกา

เพราะเมื่อสหพันธรัฐอเมริกา หรืออเมริกาใต้ ได้ประกาศแยกตัวออกป็นอิสระจากสหรัฐอเมริกา เนื่องจากฝ่ายใต้ไม่ยอมรับนโยบายเลิกทาสของประธานาธิบดีอับราฮัม ลินคอร์น ของฝ่ายเหนือ การแยกตัวของฝ่ายใต้ เป็นเหตุนำไปสู่สงครามกลางเมืองอเมริกา

1 ในรัฐทั้ง 1 รัฐของฝ่ายใต้ ก็คือรัฐเวอร์จิเนีย บ้านเกิดของผู้พันลี ทำให้ลีได้ตัดสินใจสละหน้าที่การงานในสหรัฐอเมริกาทั้งหมด เพื่อกลับมารับใช้บ้านเกิดที่เวอร์จิเนีย หลังจากเขาเข้าร่วมกับสมาพันธรัฐอเมริกา ลีก็ได้รับการแต่งตั้งจากฝ่ายใต้ให้เป็น พลเอกโรเบิร์ต เอ็ดเวิร์ด ลี

การถอนอนุสาวรีย์นายพลี จึงกลายเป็นการจุดชนวนก่อจลาจล!

นั่นคือด้านความเชื่อ ชั้นชน และสีผิวในอเมริกา

กลุ่ม White nationalist ซึ่งมีหลายกลุ่มในอเมริกา กระจายอยู่ในแทบทุกรัฐ ยังคงมีความเชื่อในเรื่องการรักษาชาติพันธุ์ผิวขาวที่บริสุทธิ์เอาไว้

จึงไม่แปลกที่การเดินขบวนในมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย มีผู้ชุมนุมบางคนถือธงนาซีแสดงเป็นสัญลักษณ์ด้วย ประธานาธิบดีทรัมป์พยายามประณามความรุนแรงที่เกิดขึ้นว่า “เป็นการแสดงออกด้านความเกลียดชังอย่างน่าเลวร้าย ความโง่เขลา และความรุนแรงในหลายด้านที่ได้แสดงออกมา” แต่สายไปเสียแล้ว เพราะทรัมป์นั่นเองที่รณรงค์นโยบายกีดกันสีผิว

เทียบกับประเทศไทย ไม่ต่างจากนายทักษิณ ชินวัตร ที่ใช้นโยบายทางการเมืองกีดกันประชาชนที่ไม่เลือกพรรคไทยรักไทย

หนำซ้ำบรรดาสมุนน้อยใหญ่ใช้วาทกรรมว่าด้วยเรื่องทาส มาสร้างความแตกแยกในสังคม จากกรณีการถวายสัตย์ปฏิญาณตนเข้าเป็นนิสิตจุฬาฯ

ที่อเมริกาความขัดแย้งเรื่องสีผิวคือเรื่องจริงที่สืบย้อนไปถึงยุคค้าทาส หยั่งรากลึกจนยากจะสลัดพ้นไปจากสังคมอเมริกัน

ในประเทศไทย ครั้งหนึ่งการหมอบคลานถูกมองเป็นเรื่องทาสกับนายทาส

แต่วันนี้หมอบคลานเป็นเพียงประเพณีแสดงความเคารพ ที่ไม่มีบริบทของคำว่าทาสมาเจือปน กระนั้นก็ตาม กลับมีความพยายามหยิบประเด็นทาสขึ้นมาเพื่อปลุกให้เกิดความเกลียดชังทางชนชั้น

จะเห็นว่าต้นตอของปัญหาระหว่างสังคมไทยกับอเมริกันแตกต่างกัน

ความขัดแย้งในไทยไม่ได้หยั่งรากลึกอย่างสังคมอเมริกัน เป็นแค่ความโลภของนักการเมืองที่ใช้ผลประโยชน์หลอกล่อให้ประชาชนเพื่อตัวเองจะได้ผลประโยชน์ก้อนโตกว่า

หากหมดนักการเมืองเลวๆ ความขัดแย้งในสังคมจะเบาบางลง

แต่ก็อยู่ที่ประชาชนว่ารู้เท่าทันนักการเมืองหรือไม่

ฉะนั้นหากมองความขัดแย้งที่มีอยู่ทั่วโลก ปัญหาในไทยเปรียบได้แค่วงจรชีวิตยุงเท่านั้น.


ที่มา thaitribune




Create Date : 16 สิงหาคม 2560
Last Update : 16 สิงหาคม 2560 9:55:03 น. 0 comments
Counter : 78 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

p_chusaengsri
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 52 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add p_chusaengsri's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.