Big Data Analytics เครื่องมือทรงพลังของประเทศ โดย: พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ กรรมการกิจการกระจายเส



ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างก้าวกระโดด ทำให้โลกของเรามีการผลิตข้อมูลข่าวสารในปริมาณมหาศาลในทุกวินาที ซึ่งข้อมูลที่ถูกสร้างขึ้นส่วนใหญ่เป็นข้อมูลเปิดใน social media จากคนหลายพันล้านคนทั่วโลก ที่เกิดจากการให้บริการของบริษัทเอกชน เช่น Facebook, Youtube, Google เป็นต้น รวมไปถึงข้อมูลที่ผลิตจากอุปกรณ์เซ็นเซอร์ต่างๆ หลายหมื่นล้านชิ้นทั่วโลก โดยปรากฏการณ์ดังกล่าวได้สร้างความท้าทายต่อองค์กรภาครัฐทุกประเทศที่จะต้องทำการปรับตัวเป็นอย่างมาก ทั้งนี้เนื่องจากเทคโนโลยีขั้นสูงมีราคาถูกลงอย่างรวดเร็วจนทำให้ประชาชนทั่วไปมีขีดความสามารถในการประมวลผลจากข้อมูลขนาดใหญ่ที่เท่าทันภาครัฐ ไปจนถึงทำให้ประชาชนมีขีดความสามารถในการท้าทายอำนาจของภาครัฐมากขึ้นอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน

 

ข้อมูลปริมาณมหาศาลที่เรารู้จักกันในชื่อ “Big Data” กำลังเข้ามามีบทบาท และเป็นประเด็นระดับชาติแล้วในหลายประเทศ จนถึงขั้นมีหลายประเทศได้ประกาศให้การวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Analytics) ยกเป็นยุทธศาสตร์ระดับชาติไปแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เป็นเครื่องมือสำคัญในการวิเคราะห์ Big Data ที่มีความชาญฉลาดก็ได้รับการยกระดับให้เป็นแผนยุทธศาสตร์การวิจัยและพัฒนา (R&D) ในระดับชาติแล้วในหลายประเทศเช่นกัน โดยในรายงานล่าสุดจากมหาวิทยาลัย Harvard ที่ได้ตีพิมพ์ในเดือน กรกฎาคม 2017 ภายใต้ชื่อ “Artificial Intelligence and National Security” ได้ระบุไว้ในผลการศึกษาอย่างชัดเจนว่า AI กำลังจะส่งผลกระทบและมีบทบาทในทุกๆประเทศใน 3 มิติหลัก คือ ในด้านพลังอำนาจทางทหาร (Military superiority) ด้านพลังอำนาจทางข้อมูลข่าวสาร (Information superiority) และด้านพลังอำนาจทางเศรษฐกิจ (Economic superiority) ดังนั้น ผู้นำและผู้บริหารทั้งภาครัฐและเอกชนคงจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงที่จะต้องนำเอาขีดความสามารถของ Big Data Analytics และ AI มาใช้เพื่อการขับเคลื่อนประเทศและองค์กรได้อีกต่อไป

จากการศึกษาเรื่อง Big data analytics for policy making ของ European Commission (EU) ปี 2016 ได้มีการสรุปแนวทางการปฏิบัติที่ดีที่สุด เพื่อเสนอแนะต่อหน่วยงานภาครัฐ ที่ต้องการจะนำเอา Big Data Analytics มาใช้เป็นเครื่องมือเพื่อให้เกิดประโยชน์ในการบริหารราชการแผ่นดิน โดยองค์กรภาครัฐในยุคดิจิทัลมีความจำเป็นที่จะต้องสร้างมูลค่าจากการวิเคราะห์ Big Data โดยมีแนวทางดังนี้

1. ก่อนที่จะเริ่มการสร้างระบบ Big Data Analytics นั้น องค์กรที่รับผิดชอบจะต้องทำการรับฟังความเห็น, รวบรวมข้อมูล และปรึกษากับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนเกี่ยวกับศักยภาพ, การเพิ่มประสิทธิภาพและการกำหนดนิยามทางเทคนิคที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงเป้าหมายที่จะทำให้เกิดประโยชน์ในการนำเอาข้อมูลมาร่วมใช้อย่างมีประสิทธิภาพในรูปแบบ Open source ให้มากขึ้น

2. วางแผนการลงทุนในการจัดโครงสร้าง, รวบรวมข้อมูลและการบริหารจัดการข้อมูลโดยอยู่บนพื้นฐานของความเชื่อมั่นต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่งการจัดการข้อมูลต่างๆจะต้องเป็นไปตามกฎหมายและหลักจริยธรรมที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งต้องสื่อสารให้ทุกภาคส่วน รวมทั้งประชาชนให้มีความเข้าใจและมั่นใจในเรื่องความเป็นส่วนตัวของข้อมูล (privacy)

3. ความท้าทายที่เกิดขึ้นจากพลังของผลจากการวิเคราะห์ Big Data ในระดับชาตินั้น ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานภาครัฐจะต้องมีความเข้าใจและมีทักษะทางธุรกิจและทักษะทางเทคนิคอย่างมืออาชีพ โดยจะต้องทำให้ Big Data สามารถเชื่อมโยงประโยชน์ให้เกิดกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มโดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชน ด้วยการสร้างพันธมิตรในรูปแบบ win-win เพื่อที่จะเกิดความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว

4. เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่มีกฎระเบียบที่หลากหลาย จึงทำให้การออกแบบระบบ Big Data Analytics จะต้องใช้สถาปัตยกรรมด้านไอทีแบบผสมผสาน ที่สามารถปรับขนาดได้ (scalability) และมีความยืดหยุ่น (flexibility) โดยองค์กรภาครัฐที่ทำหน้าที่ดูแลระบบจะต้องเตรียมพร้อมภายใต้การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว

5. รัฐมีความท้าทายอย่างมากที่จะต้องปรับตัวให้องค์กรภาครัฐจะต้องเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศอย่างกลมกลืน และจะต้องไม่เป็นผู้สร้างอุปสรรคให้เกิดขึ้นในการสร้างระบบ Big Data Analytics ดังนั้นเจ้าหน้าที่ภาครัฐจะต้องปรับ mindset ในการเข้าร่วมกับทุกภาคส่วนในลักษณะพันธมิตร (partnership) ให้ได้

6. ภาครัฐจะต้องปรับปรุงวิธีคิดและกระบวนการเพื่อทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลและ การใช้ข้อมูลร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐกันเองอย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่หวงข้อมูลว่าเป็นของหน่วยงานของตัวเอง ซึ่งการแลกเปลี่ยนข้อมูลและการใช้ข้อมูลร่วมกันจะเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่การมองเห็นความรู้ใหม่ๆ ที่เกิดจากข้อมูลในมิติใหม่ และมีผลต่อการสร้างแหล่งข้อมูล Big Data ได้อย่างรวดเร็ว โดยรัฐบาลจะต้องสร้างสภาพแวดล้อมด้านเทคโนโลยีที่ปลอดภัยและสร้างกรอบการกำกับดูแลที่เหมาะสมในด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูลและใช้ข้อมูลร่วมกัน ซึ่งอาจวางนโยบาย "Open Government" เพื่อเปิดเผยข้อมูลภาครัฐให้มากขึ้นเพื่อนำไปสู่การทำ Big Data ให้ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง

7. การกำหนดแนวทางและการบริการให้คำปรึกษาในด้าน Big Data Analytics ให้แก่ทุกภาคส่วนเป็นอีกหนึ่งปัจจัยแห่งความสำเร็จ ซึ่งองค์กรภาครัฐจะต้องมีส่วนร่วมให้มากขึ้นกว่าที่เป็นมาในอดีตในรูปแบบการให้บริการที่ปรึกษา โดยจะต้องสร้างแนวทางและมาตรการเพื่อให้เกิดความร่วมมือในการให้ข้อมูลเชิงลึก ก็ยิ่งจะทำให้ประโยชน์จาก Big Data Analytics มีความทรงพลังมากขึ้น

Big Data Analytics จะเปิดโอกาสมากมายสำหรับองค์กรภาครัฐในการสร้างการจ้างงานในตำแหน่งงานใหม่ๆ ให้แก่ประเทศโดยรวม สร้างองค์ความรู้ในด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) ได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น สร้างการเติบโตให้แก่ธุรกิจ SME ได้อย่างรวดเร็ว ไปจนถึงทำให้รัฐบาลสามารถบริหารราชการแผ่นดินได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ซึ่งมีผลการวิเคราะห์จากสำนักวิจัยที่มีชื่อเสียงหลายแห่งเห็นตรงกันว่า Big Data Analytics เป็นเครื่องมือที่มีความจำเป็นของภาครัฐในทุกประเทศ ในการขับเคลื่อนการบริหารราชการแผ่นดินอย่างมีประสิทธิภาพ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดดในศตวรรษที่ 21

ที่มา thaitribune




Create Date : 09 กันยายน 2560
Last Update : 9 กันยายน 2560 17:49:43 น. 0 comments
Counter : 61 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

p_chusaengsri
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 52 คน [?]








Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add p_chusaengsri's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.