Group Blog
 
All Blogs
 

เรื่องมะเร็ง

ใครไม่กลัวมะเร็งมั่ง

ข่าวคืบหน้าเรื่องมะเร็ง จากสถาบัน จอห์น ฮอบกิ้นส์
อย่าใส่พลาสติคในเตาไมโครเวฟ
อย่าแช่ขวดพลาสติคในช่องแช่แข็ง
อย่าหุ้มภาชนะด้วยแผ่นแรปพลาสติค [cellophane wrap]
แล้วอบในเตาไมโครเวฟ
สถาบัน จอห์น ฮอบกิ้นส์ ได้ทำสาส์นแจ้งข่าวที่ไม่ควรมองข้ามนี้
และส่งเวียนในศูนย์การ แพทย์ทหารวอลเตอร์ รี้ดไปเมื่อเร็วๆ นี้
ไดอ๊อคซิน คาร์ซิโนเจ้นส์ ก่อให้เกิดมะเร็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมะเร็งเต้านม
อย่าเอาขวดพลาสติคใส่น้ำ แล้วไปแช่ในช่องแข็ง
เพราะจะทำให้ไดอ๊อคซินในพลาสติคหลั่งออกมา
น.พ. เอ็ดเวิร์ด ฟูจิโมโต้ แห่ง ร.พ. คาสเซิล ได้ออกมาอธิบายถึงความอันตรายต่อ
สุขภาพนี้ ผ่านทางรายการทีวีรายการหนึ่ง (ท่านเป็น ผจก.
โครงการคุณภาพชีวิต ของร.พ. แห่งนั้น)
ท่านได้อธิบายถึงไดอ๊อคซินว่าไม่ดีต่อเราอย่างไร ท่านบอกว่า
เราไม่ควรใช้ภาชนะ พลาสติคอุ่นอาหารในเตาไมโครเวฟ
ซึ่งรวมไปถึงอาหารที่มีไขมันสูงด้วย ท่านบอกว่า
เมื่อไขมันยิ่งผสานเข้ากับความร้อนสูง
และพลาสติค ไดอ๊อคซินยิ่งจะหลั่งออกมา และซึมเข้าไปในอาหาร
ซึ่งก็จะเข้าไปถึง เซลส์ในร่างกายเราในที่สุด ไดอ๊อคซินเป็นสารก่อมะเร็ง
[carcinogen] และมีพิษอย่างแรงต่อเซลส์ในร่างกายของเรา แทนที่จะใช้พลาสติค
คุณหมอแนะนำให้ใช้ภาชนะที่ทำจากแก้ว หรือภาชนะ ยี่ห้อคอร์นนิ่งแวร์ หรือ
พวกเซรามิคอุ่นอาหารจะดีกว่า ได้ความอร่อยเหมือนเดิมแบบไร้ไดอ๊อคซิน
ดังนั้น ควรเทอาหารจำพวก ทีวีดินเนอร์, บะหมี่และซุปสำเร็จรูป,ฯลฯ
ออกจากบรรจุภัณฑ์ไปใส่ภาชนะอื่นก่อน แล้วค่อยนำไปอุ่น
ภาชนะกระดาษก็ไม่เลวหรอก แต่ว่าเราก็ไม่รู้อยู่ดีว่าอะไรผสมอยู่ในกระดาษนั่นบ้าง
น่าจะปลอดภัยกว่าที่จะใช้ภาชนะจากแก้ว หรือคอร์นนิ่งแวร์ ฯลฯ
คุณหมอบอกว่าเรา อาจจำได้ที่ตอนร้านฟาสต์ฟู้ดทั้งหลายพากันเปลี่ยนจาก
ภาชนะที่ทำจากโฟมมาเป็นกระดาษ นั่นก็เป็นสาเหตุมาจากไดอ๊อคซินประการหนึ่ง
นอกเหนือจากนั้น การใช้แผ่นแรปพลาสติค [cellophane wrap มียี่ห้อหนึ่งชื่อ Saran]
ห่ออาหารแล้วไปอุ่นนั้น แท้ที่จริงความร้อนทำให้สารเป็นพิษหยดหลั่งลงบน
อาหารด้วยซ้ำ ใช้กระดาษชนิด paper towels ดีกว่า





 

Create Date : 09 กันยายน 2548    
Last Update : 9 กันยายน 2548 12:09:44 น.
Counter : 321 Pageviews.  

เอาสาระมาให้หน่อย..

เมื่อร่างกายประท้วงว่าคุณกินไม่เหมาะสม
เมื่อร่างกายประท้วงว่าคุณกินอาหารไม่เหมาะสม สัญญาณ 10 ประการต่อไปนี้ ร่างกายอาจกำลังบอกคุณว่า คุณกินอาหารไม่เหมาะสม

1. ผิวหนังมีปัญหา เช่น มีอาการคัน หรือลอกเป็นขุยแม้จะไม่ใช่ช่วงหน้าหนาว อาการเช่นนี้อาจเป็นลักษณะของการขาดวิตามิน A
ผักและผลไม้ ที่มีสีเหลือง สีส้ม หรือสีเขียวเข้ม ล้วนแต่อุดมไปด้วยวิตามิน Aเพียงพอที่จะทำให้ผิวคุณเป็นปกติ ไม่ควรทานวิตามิน Aเสริมที่อยู่ในรูปแบบเม็ดเพราะการได้รับโดยตรงเช่นนี้มากเกินไปจะเป็นอันตรายได้

2. ผมไม่เงางาม ในกรณีที่รุนแรง ผมของคุณจะไม่สามารถจัดทรงได้เลยเป็นผลมาจากการขาดโปรตีนและธาตุเหล็ก โดยเฉพาะกลุ่มคนที่เป็นมังสวิรัติหรือคนที่จำกัดอาหารอย่างมาก
แม้ว่าจะอยากผอมแค่ไหน ก็ไม่ควรอดอาหารจนเกินไปให้กินอาหารให้มีส่วนผสมของธาตุอาหารอย่างเหมาะสม เน้นอาหารที่มีกากใย พร้อมไปกับการออกกำลังกาย สำหรับคนที่เป็นมังสวิรัติ ต้องได้สารอาหารจาก พืชผัก ข้าว และ ถั่วในอัตราส่วนที่เหมาะสม เพื่อที่จะได้โปรตีนทดแทนโปรตีนจากเนื้อสัตว์ที่ขาดไปและเพิ่มเติมด้วยกะหล่ำดอก และผลไม้เปลือกแข็ง เช่น เกาลัด ถั่วแขกและถั่วเหลือง ซึ่งอุดมไปด้วยไบโอติน

3. ท้องผูก เป็นอีกอาการหนึ่งที่บอกถึงการรับประทานอาหารอย่างไม่เหมาะสม คุณต้องได้สารอาหารพวกไฟเบอร์ หรืออาหารที่มีกากใย เช่น ผักผลไม้ต่างๆ อย่างน้อยวันละ 25 กรัม และดื่มน้ำให้มากขึ้นด้วย

วันนี้ ขอให้มา3ข้อก่อนนะ ครับ ไว้คอยติดตามตอนต่อไปนะอะ

4. ผายลมบ่อย แม้ว่าไฟเบอร์จะมีประโยชน์ แต่ถ้ากินมากเกินไปหรือได้รับสารอาหารประเภทนี้เร็วเกินไป เช่น กินถั่ว หรือไม้จำพวกที่มีฝัก เช่น กระถิน ทองหลาง ร่างกายของคุณจะผลิตแก๊สตามออกมามากกว่าอาหารที่ย่อยง่ายตามปกติ
วิธีแก้ปัญหาคือค่อยๆ เพิ่มสารอาหารพวกไฟเบอร์อย่างช้าๆ ถ้าคุณเคยกินแค่เพียงวันละ 10 กรัม อย่าเพิ่มเป็น 25 กรัมในวันรุ่งขึ้น ในสัปดาห์แรกเพิ่มแค่เพียง 5 กรัม แล้วสัปดาห์ต่อมาค่อยเพิ่มอีก 5 กรัม

5. ข้อต่อมีเสียงดังหรือปวดบริเวณข้อต่อ อย่าเพิ่งไปโทษโรคข้ออักเสบ อาจเป็นไปได้ว่าคุณกินปลาน้อยเกินไปกรดไขมันประเภทโอเมก้า-3 ที่พบมากในปลา เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า จะทำให้ข้อต่อของคุณเคลื่อนไหวได้สะดวกขึ้น ซึ่งจะช่วยให้กระแสโลหิตไหลเวียนดีขึ้น ลดอาการบวมและปวดบริเวณข้อต่อ
6. สเปิร์มน้อยลงไปมาก ถ้าคุณกำลังพยายามที่จะมีลูก และมีปัญหาระดับของสเปิร์มต่ำกว่าปกติ อาจเป็นไปได้ว่าคุณขาดวิตามิน C ซึ่งเป็นตัวสำคัญในการกระตุ้นการทำงานระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย จากการศึกษาพบว่า วิตามิน C ยังช่วยในการรักษาปริมาณและความสมบูรณ์ของตัวสเปิร์มด้วย
Earl Dawson, Ph.D., ที่ University of Texas Medical Branch ที่ Galveston แนะนำว่าให้ผู้ชายดื่มน้ำส้มอย่างน้อยวันละประมาณ 1 ลิตรทุกวัน โดยบอกว่าวิตามิน C มีส่วนช่วยป้องกันสเปิร์มจากอันตรายและความเสียหายในทุกๆ ด้าน


7. หัวใจเต้นผิดปกติ หัวใจของคนเราเป็นกล้ามเนื้อที่มีการบีบตัวมากกว่า 100,000 ครั้งต่อวันคงไม่สามารถทำงานอย่างสมบูรณ์แบบได้ตลอดเวลา แต่ถ้าอยู่ๆ คุณรู้สึกว่าหัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ หรือเต้นๆ หยุดๆ โดยไม่มีเหตุผล ถ้ามีอาการเจ็บปวด หรือหน้ามืด เวียนศีรษะด้วย ให้รีบไปพบแพทย์ทันที แต่ถ้าแพทย์พบว่าไม่มีอะไรผิดปกติ แต่หัวใจคุณก็ยังมีอาการเต้นผิดปกติในบางครั้ง คุณอาจจะขาดสารอาหารพวกแม็กนีเซียมหรือโปแตสเซียม
สำหรับโปแตสเซียม ให้ดื่มน้ำส้มวันละ 2-3 แก้ว ช่วงอาหารเช้าให้เพิ่มกล้วยเข้าไปในส่วนหนึ่งของเมนู สำหรับแม็กนีเซียม ให้ทานอาหารว่างที่เป็นพวกเม็ดมะม่วงหิมพานต์ เมล็ดทานตะวัน หรือเมล็ดฟักทองและผักโขม เป็นอีกตัวหนึ่งที่มีแร่ธาตุช่วยในการทำงานของหัวใจ

8. ปวดเหงือก ถ้าการเจ็บปวดเกิดจากการอักเสบ ก่อให้เกิดความเจ็บปวดและปัญหาของเหงือกแสดงว่าปากของคุณกำลังต้องการแบคทีเรียที่มีประโยชน์ ให้มาช่วยจัดการกับแบคทีเรียในปากที่มีอันตราย ให้กินโยเกิร์ตที่มีแบคทีเรียที่เราต้องการเป็นอาหารว่างในช่วงเช้าของทุกวัน

9. กระดูกแตก ถ้ากระดูกคุณแตกมากกว่า 2-3 ครั้งตั้งแต่โตเป็นผู้ใหญ่ อาจเป็นไปได้ว่ากระดูกของคุณอยู่ในภาวะอ่อนแอ อาจมีสาเหตุมาจากการขาดวิตามินD และแคลเซียม ซึ่งเป็นตัวประกอบที่สำคัญในการสร้างกระดูก ผู้ชายก็ต้องการแคลเซียมมากเหมือนๆ ผู้หญิง เพราะผู้ชายมักจะกินเนื้อมากกว่า ซึ่งอุดมไปด้วยฟอสฟอรัส ยิ่งร่างกายได้รับฟอสฟอรัสมากเท่าไร ก็ยิ่งต้องการแคลเซียมมากขึ้นเท่านั้น อาหารที่อุดมไปด้วยแคลเซียม ได้แก่ ปลาเล็กปลาน้อย กุ้งแห้ง โยเกิร์ต นมและเนยแข็ง (ไขมันต่ำได้ก็ดี)
10.ขี้ลืม อาจเป็นได้ว่าคุณขาดวิตามิน B ในการศึกษาที่ USDA Human Nutrition Research Center in Boston นักวิจัยพบว่าผู้ชายที่มีระดับของวิตามิน B6 B12 และ B folate สูงในเลือด จะมีความทรงจำที่ดีกว่า จากการทดสอบพบว่าสารอาหารพวกนี้ช่วยให้สมองทำงานได้เต็มที่ และยังช่วยควบคุม homocysteine ซึ่งเป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่งที่อยู่ในร่างกายซึ่งเป็นตัวขัดขวางการที่เลือดจะไปหล่อเลี้ยงสมอง
ถั่วเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามิน B6 และโฟเลต มากที่สุด และไม่ต้องกังวลกับการขาดวิตามิน B12 เพราะมีมากในเนื้อสัตว์และอาหารทะเล
หมั่นสังเกตตัวเองสักนิด แล้วจะรู้ว่าร่างกายตัวเองต้องการอะไร

10 ข้อ ครบแล้วนะครับ หวังว่าอาจเป็นประโยชน์บ้างสำหรับผู้ที่ใส่ใจกับสุขภาพ





 

Create Date : 31 สิงหาคม 2548    
Last Update : 5 กันยายน 2548 18:05:16 น.
Counter : 305 Pageviews.  

เพื่อน

อย่าตั้งความหวังไว้ให้เหนื่อยเปล่า
ว่าคนเป็นเพื่อนเราต้องเพอร์เฟคประมาณไหน
ต้องพร้อม, ต้องเก่ง, ต้องมีนิสัยดีกว่าใคร
ต้องรับฟังทุกปัญหาได้อย่างเข้าใจและยอมรับกัน
เพราะไม่มีใครจะสมบูรณ์สำหรับใครได้เท่านี้
เมื่อคนละหัวใจ...ทุกอย่างที่มีก็แตกต่างไปทั้งนั้น
ความเป็นเพื่อนแท้ ความหมายจึงไม่ได้อยู่แค่
...เจอหน้ากันทุกวัน
หรือแต่งตัวเหมือนกัน ฟังวิทยุคลื่นเดียวกันซ้ำๆไป
และอย่าวาดจนความรู้สึกอึดอัด...
ด้วยไม่มีเส้นดินสอใดจะวาดเส้นผูกพันทั้งหมดได้
ในวิชาคณิตศาสตร์ รากที่2 ของ4 คือ2 เสมอไป
แต่ในวิชามิตรภาพ ทุกรากของ "เพื่อน" คือจริงใจ
เคียงข้างในวันร้องให้...ไม่ซ้ำเติม




 

Create Date : 29 สิงหาคม 2548    
Last Update : 30 สิงหาคม 2548 15:41:26 น.
Counter : 319 Pageviews.  

โสดแบบไหนเนี๊ย...

โสดประเภทไหนเนี่ย…
นิยามความโสด 10 แบบ (คุณเป็นแบบไหนบอกได้..อะเปล่า
1. คืนนี้ไม่มีดวงดาว (โสดช่างฝัน)



คนโสดประเภทนี้ชื่อก็บอกอยู่ว่าเป็นคนชอบเพ้อ
ชอบฝัน ชีวิตเหมือนอยู่ในเทพนิยาย ตลอดเวลา ได้แต่เฝ้ารอคอยว่าวันหนึ่งจะมีเจ้าชาย หรือเจ้าหญิง
มารับไปอยู่ในปราสาท คนโสดในกลุ่มนี้มักเป็นคนช่างเลือก และหาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเองจนบางครั้งลืมมองไปว่าคนอื่น
เขาก็อยากเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองเหมือนกัน คนพวกนี้เหมาะที่จะอยู่ในโลกของความฝัน
มากกว่าโลกของความเป็นจริงเพราะว่าชอบคิดเข้าข้างตัวเอง
เพ้อฝันไปเรื่อย ไม่มีที่สิ้นสุด คนพวกนี้เลยจัดอยู่ในจำพวก
โสดช่างฝันนั่นแหละ เหมาะแล้ว

2. บ้านนี้ไม่มีแมลง (โสดซ่อนกิ๊ก)



คนโสดประเภทนี้ ต้องบอกว่าเป็นคนประเภทโสด
แต่ไม่สด พวกนี้เคยมีแฟนหรือเคย มีชีวิตคู่
แล้วต้องกลับมาอยู่เป็นโสด คนโสดประเภทนี้ ถ้าเรามองด้วยตาเปล่าก็จะเหมือนกับคนโสดธรรมดา
ทั่วไปแต่ถ้าเอากล้องจุลทัศน์มาส่องดูจะเห็นว่าแอบม
ีกิ๊กซ่อนอยู่บอกใครก็ไม่ได้เพราะต้องครองสถานภาพ
สดทางสังคมเข้าอาการน้ำท่วมปากก็เลยต้องมีคู่แบบ
หลบซ่อนไปเรื่อยๆ นี่หละเข้าตำรา โสดซ่อนกิ๊ก

3. ถนนที่ไร้ปลายทาง (โสดป่าเดียวกัน)



คนโสดประเภทนี้ เป็นประเภทไปหลงรักกับพวกผิดฝาผิดตัว
ผิดที่ผิดทาง จะว่ากันจริงๆผิดเพศน่าจะตรงกว่า คนพวกนี้ก็จัดอยู่ในพวกคนที่แสนดี เพราะเป็นคนที่เสียสละมากไม่ว่าเขาจะเป็นยังไงก็รัก
ทั้งๆ ที่รู้ว่าคนที่ไปรักถูกสาปให้ต้องเป็นแบบนี้
เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ ถึงแม้ว่าจะโค่นป่าทั้งป่า ก็คงจะเปลี่ยนให้เขากลับมาชอบเพศตรงข้าม
ม่ได้แต่คนโสดกลุ่มนี้ดูไปแล้วก็น่าอิจฉา เพราะอย่างน้อยก็ยังมีความรักหล่อเลี้ยง
ทั้งๆที่รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้แต่ก็ยินดี
เรียกได้ว่าเป็นพวกโสดไม่มีที่สิ้นสุด ดีเลิศประเสริฐแท้

4. มันเป็นเรื่องของรอยกงเกวียน (โสดภาคบังคับ)



คนโสดประเภทนี้ไม่ได้มีความอยากอยู่เป็นโสดแม้แต่น้อย แต่จำเป็นต้องอยู่เป็นโสดเพราะถูกคนที่มีอิทธิพลต่อชีวิต หรือจะเรียกว่าผู้มีพระคุณ ตั้งกฎเกณฑ์บังคับให้ต้องอยู่เป็นโสด ถึงแม้ว่าจะพยายามค้นหาและไขว่คว้า หรือจะเอาชนะอย่างไร ก็ไม่อาจจะพ้นจากความโสดได้ จนแล้วจนรอดก็ต้องถูกบังคับให้กลับมาเป็นโสด เหมือนเดิม เฮ้อช่างน่าสงสารจริงๆ

5. กว่าจะถึงเส้นแพ้ (โสดรอด้ายยยย…)



"ไม่เป็นไรรอด้ายยย" เป็นคำพูดติดปากของคนโสดกลุ่มนี้ คนพวกนี้มักพูดว่าไม่เรียกร้อง ไม่ต้องการ ยินดีที่จะมอบความรักไม่หวังผลตอบแทนและก็
็พร้อมที่จะเป็นแต่ผู้ให้ เพียงอย่างเดียว
จะว่ากันง่ายๆ ก็ไปรักคนที่มีเจ้าของ แล้วก็คิดว่าวันหนึ่งเขาจะทิ้งคนรักของเขามาหาตัวเอง
เพราะความดีที่ทำให้จึงได้แต่พร่ำว่า รอได้ รอได้ มันก็เลยต้องอยู่เป็นโสดเพราะว่ายังไง ก็…รอได้
ไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็ตาม แต่
่ถ้ามี ความสุขล่ะก็เอาเห๊อะ

6. คนรักช้าง (ทำเป็นโสด)



คนโสดพวกนี้มักจะบอกกับใครๆ ว่าตัวเองโสดอยู่ตลอดเวลา
(ทั้งๆ ที่จริงๆ ไม่โสด) อันนี้จะคล้ายๆ กับโสดซ่อนกิ๊ก และก็แฉลบไปโดนกับโสดภาคบังคับอยู่นิดหน่อยเพียงแต่ว่า
ที่เขาทำก็ด้วยหน้าที่ ทำให้ต้องอยู่เป็นโสด คนพวกนี้จัดเป็น
คนโสด เฉพาะกลุ่มสักหน่อย เพราะจะเป็นคนที่จัดอยู่ในประเภทคนของประชาชน มีคนมามอบความรักมากมายแต่ว่าไม่สามารถมีคนรักเป็น
ของตนเองได้เพราะกลัวว่าตัวเองจะไม่เป็นที่ยอมรับและ
ก็ต้องมาทำเป็น โสด นี่แหละ เหนื่อยหน่อยนะแต่ถ้าชอบก็เอา

7. แต่งกับความโสด (โสดตัวกินไข่ โสดปลาไหลกินน้ำแกง)


คนโสดประเภทนี้มักมีพฤติกรรมที่เกลียดเพศตรงข้ามจน
ออกหน้าออกตา อาจจะด้วย อยู่มานานแล้วไม่มีใครสนใจสักที เลยทำเป็นเกลียด ขยะแขยง จริง ๆ แล้วกลัวเสียฟอร์ม หรือไม่ก็อยากมี…แต่ก็กลัวหรือคิดอีกที อาจจะเคยผิดหวังอย่างแรงทำให้เกลียดเพศตรงข้ามไปเลย
แต่ในใจลึกๆ ของคนโสดประเภทนี้ อยากมีคู่มากที่สุด แต่ก็แสดงออกมาในทางตรงกันข้าม เข้าตำรา โบราณที่ว่า
เกลียดตัวกินไข่ เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง เลยต้องอยู่แบบ
โสดตัวกินไข่ เพราะคนที่จะเข้ามาก็กลัวคนพวกนี้เหมือนกัน
เป็นไงหละเลยโสดเลยเห็นมั้ย (บอกแล้ว)

8. เหมือนดอกไม้ (โสดเสเพลย์ (โสดสราณรมณ์))



คนพวกนี้มักจะรักอิสระ ตามหาความรักและตัวตนไปเรื่อยๆ ไม่ชอบการผูกมัด ยึดติดไม่ยอมลงเอยกับใคร และไม่อยากผูกพันธ์ คนพวกนี้ถือว่าความรักกับเซ็กส์เป็นเรื่องเดียวกัน ก็เลยค้นหาไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจอกับคนที่เข้ากันได้จริงๆ แต่คนพวก นี้คงจะลืมไปว่า ไม่มีใครที่จะสมบูรณ์พร้อมไปซะทุกอย่าง มัวแต่ค้น และหาไปเรื่อย ๆ ถ้าไม่เจอก็อยู่โสดซะดีกว่า จะว่าไปคนโสดพวกนี้ ก็มีความสุขดีที่จะอยู่เป็นโสดนะ เลือกไปเรื่อยเลย

9. ข้าวฟ่างอินเตอร์เน็ต (โสดไม้ไส้ระกำ)



คนโสดพวกนี้ เป็นพวกไม่มีหัวจิต หัวใจ ไม่เคยรักใครนอกจากตัวเอง คนพวกนี้บางทีก็บริหารเสน่ห์ ให้คนมารัก ทั้งที่ตัวเองไม่ได้คิดอะไร ไม่เรียกว่าใจไม้ ใจหิน ก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรดี ส่วนใหญ่คนโสดพวกนี้จะมีหน้าตาเป็นอาวุธ ใครเผลอไปรักเข้าก็ต้องมานั่งเศร้า ตกอยู่ในสภาวะโสดช้ำระกำใจ เพราะไปรักคนที่ไม่มีหัวใจ นี่แหละพวกโสดไม้ไส้ระกำ
10. ยากยิ่งสิ่งเดียว (โสดปอด ปอด)


คนโสดพวกนี้มักจะหลงรักเพื่อนตัวเอง แต่ว่าไม่กล้าบอกเพราะกลัวว่าจะเสียความเป็นเพื่อนไป เอาแต่ลังเล จดๆ จ้องๆ ไม่กล้าอยู่นั่นแหละ ได้แต่แอบรัก แอบมอง แอบหวังดีแถมไล่ให้ไปรักคนอื่นก็ไม่ไป จะให้พูดก็ไม่ยอมเหมือนกัน กลัวไปหมด เฮ้อ! ใจปลาซิวแท้ ๆ แบบนี้ไง ถึงได้เรียกว่าโสด ปอด ปอด









 

Create Date : 26 สิงหาคม 2548    
Last Update : 27 สิงหาคม 2548 21:55:48 น.
Counter : 2320 Pageviews.  

อยากจะบอกว่า......

รักชาวBlog ทุกๆคน และขอบคุณผู้ช่วยเหลือทั่งหลายด้วยที่ช่วยแนะนำ
และเป็นกำลังใจในการพัฒนาblogตอนนี้ผมได้ลบของเก่าและพยายาม
ทำของใหม่ตามคำแนะนำแต่ก็ยังไปไม่ถึงไหน ต้องขอเวลาสักนิด กำลังลองผิดลองถูกนะ..ครับ และช่วงนี้งานเยอะไม่ค่อยจะมีเวลา เข้าblogที่ทำงานก็เข้าได้บ้างไม่ได้บ้าง..เน๊ตที่ทำงานหลุดบ่อยและ
บ้างทีก็เข้าไม่ได้เสียงั้นแหละ..กลับมาบ้าน ก็พยายามเข้ามาเล่น บางทีก้เพลียง่วงแต่ก็คิดถึงเพื่อนทุกคนก้ใช้เวลาไปเที่ยวตามบ้านblog
ต่างๆก็เพลินไป...ต้องขอเวลาไว้เสาร์-อาทิตย์ ละกันจะพยายามปรับปรุงและup blog ใหม่ตอนนี้ขอเที่ยวตามblog หาประสบการก่อนไม่ว่ากันนะครับ...




 

Create Date : 25 สิงหาคม 2548    
Last Update : 25 สิงหาคม 2548 22:50:02 น.
Counter : 250 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  

tahanthai
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




เวลาที่เหลือ มอบให้ตนเอง ครอบครัวและสังคม
Friends' blogs
[Add tahanthai's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.