Group Blog
 
All blogs
 
New York Cheesecake ( crack T..T)

นิวยอร์กชีสเค้ก



ผมฟังชื่อแล้วขยาดและกลัวๆ เพราะชื่อดูไฮโซเกินสำหรับขนมเมนูนี้ ทั้งชื่อเมืองและชื่อวัตถุดิบดูอร่อยสูงค่าสมคำร่ำลือ ผมคนบ้านๆ และออกจะลูกทุ่งนิดๆ ทำเองกินเองสนุกสนานไปวันๆ ที่เคยกินก็อยู่แถวสุขุมวิทนี้เองไม่ต้องเดินทางไปถึงอเมริกาโน่น นิวยอร์กชีสเค้กผมว่าต้องกินแบบเพียวๆ ไม่ต้องเพิ่มเติมอะไรลงไปจึงจะได้รสชาติตรงๆ ของชีสที่อบมาแล้ว แต่หากใครจะราดเบอรี่กวนก็ไม่น่าเกลียด



และผมไม่ค่อยจะเดินเข้าร้านเค้กดีๆ เพื่อมีวัตถุประสงค์เข้าไปกินเค้กและเบเกอรีอย่างเดียวมันดูเกเรกับตัวเองไปหน่อยทั้งราคาและส่วนผสมที่เต็มไปด้วยครีม นม แป้ง น้ำตาล ไม่รู้จะบอกลูกหลานอย่างไรว่ากินเค้กคำละ ๒๐ บาท ขณะที่หลายคน ๒๐ บาทกินข้าวได้เป็นจาน

แต่ถ้าใครซื้อมาให้ก็ไม่เคยรังเกียจและจะยิ้มรับขอบคุณทุกครั้งที่ลิ้นและปากมีโอกาสรับรสชาติขนมดีๆ บางครั้งอุตสาห์หิ้วขึ้นเครื่องบินมาจากต่างประเทศเพราะเห็นว่าเรามาทางนี้ กะเตงๆ มาส่งถึงบ้านคงเป็นบุญของผมที่ชาติก่อนผมคงซื้อให้เค้ากินบ่อยๆ (ฮา)



เมนูนี้เล็งไว้นานพับตำราจนขึ้นรอย เพิ่งจะทำครั้งแรกอ่านสูตรทำความเข้าใจอยู่หลายครั้งจนขณะลงมือทำก็ยังไม่ค่อยมั่นใจเพราะจากสถิติหลังอบเค้กจะหน้าแตกซะส่วนมาก ซึ่งผมเป็นหนึ่งในนั้นหน้าแตกสมกับมือใหม่หัดทำคงต้องมีนัดล้างตาอีกสักรอบ

ผมทำพร้อมกันกับบูลเบอรี่ชีสพายทำคู่กันไปทีเดียว งานนี้ใช้ครีมชีสหมด ๑ กก. บอกแล้วไงว่าถ้าทำกินเองใส่เครื่องให้เต็มที่จัดมาเลย ส่วนผสมและขั้นตอนไม่ค่อยยุ่งยากออกจะง่ายกว่าพายด้วยซ้ำเพราะไม่ต้องตีวิปปิ้งครีมและใส่เจลาติน การตีเหมือนตีเค้กธรรมดา ตีจนส่วนผสมเข้ากันเสร็จแล้วเทลงพิมพ์นำเข้าอบ



แต่จากตำราเขาบอกไว้ว่าสูตรนี้ไม่ได้อบแบบรองน้ำแต่จะใช้วิธีตั้งอุณหภูมิไว้ที่ ๒๐๐ องศาซี นำพิมพ์เข้าอบ ๑๐ นาทีจากนั้นลดอุณหภูมิเหลือ ๑๓๐ องศาซีโดยไม่ต้องแง้มฝาเตา และอบต่ออีก ๑ ชั่วโมงจนเห็นเค้กฟูขึ้น ผิวหน้าและขอบข้างเป็นสีน้ำตาลทองอ่อนๆ พอครบเวลาลองขยับพิมพ์ดูกลางพิมพ์จะกระเพื่อมเล็กน้อย จึงปิดไฟเตาอบและแง้มฝาเตาเล็กน้อย ทิ้งให้เค้กนอนเล่นอยู่ในเตาสัก ๑ ชั่วโมง ค่อยนำออกมาพักบนตะแกรงจนเย็นสนิทค่อยนำเข้าตู้เย็นแช่ไว้สัก ๑ คืน

จากตำราผมพบปัญหาที่ผมกังวลคือเมื่อดับไฟบนและลดอุณหภูมิจาก ๒๐๐ ลงไป ๑๓๐ อุณหภูมิมันลงช้ามากจนกลัวว่าครบ ๑ ชั่วโมงแล้วอุณหภูมิยังลดลงไม่ถึงเกณฑ์ที่ตั้งไว้ จึงต้องแง้มฝาเตาร่วมด้วยซึ่งมันก็ลดลงแต่ยังช้าอยู่ ช่วงเวลานี้ผมนั่งเฝ้าหน้าเตาเนื่องจากเป็นการผลิตครั้งแรกเพราะกลัวเค้กจะเสียหาย จนอุณหภูมิลงมาที่ ๑๓๐-๑๔๐ จึงปล่อยไว้แบบนั้นจนครบเวลาหน้าตาเค้กเหมือนตำราเป๊ะเลยจึงแง้มฝาเตาไว้



ผ่านไป ๑ ชั่วโมงยกเค้กออกมาหน้าตาสวยงามหน้าแตกเหมือนจริงตามสถิติ ซึ่งยาวประมาณ ๔-๕ นิ้ว นำแช่เย็นทันที วันรุ่งขึ้นจึงนำมาตัดได้ ๘ ชิ้น ซึ่งวิธีการตัดผมใช้มีดอังไฟเตาแก๊สและตัดเป็นชิ้นๆ ซึ่งทำไม่ยากแต่ก็ไม่ง่ายนัก และพบว่าฐานพายยังทำไม่ดีนักคงต้องสอบซ่อมแก้ตัวอีกรอบ



ทำเสร็จต้องดูและชิมถือเป็นเรื่องสำคัญทั้งคู่ ดูสีดูเนื้อเค้กว่ามันถูกต้องมันควรจะเป็นแบบนี้ตามสูตรมั๊ย ส่วนการชิมนี้ถือเป็นหัวใจหลักของคนทำขนมและอาหารเลยนะครับ เชฟเก่งๆเค้าชิมทุกครั้ง ส่วนผมไม่ใช่เชฟและไม่เก่งแต่อาศัยชิมมันทุกครั้งเหมือนกัน ผลการชิมสรุปว่ารสชาติผ่านเกณฑ์อร่อยนุ่มเนียน ๘ ชิ้นที่ตัดไว้เก็บกิน ๓ ชิ้นส่วนอีก ๕ ชิ้นส่งสำรวจตลาดชิมฟรีไม่คิดตังค์

* สำหรับเพื่อนๆ ที่ส่งหลังไมค์เข้ามาขอสูตรและวิธีทำผมจะส่งให้ทางอีเมลล์นะครับเพราะสูตรส่วนใหญ่จะมาจาก
ตำราบ้าง หนังสือบ้าง




Create Date : 24 พฤษภาคม 2554
Last Update : 24 พฤษภาคม 2554 21:05:51 น. 0 comments
Counter : 830 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ช้อย
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




ผู้ ช า ย ทำ ข น ม
Friends' blogs
[Add ช้อย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.