นกละเมอ
Group Blog
 
All blogs
 

ชีวิตเสรี - ไม่เอาอะไร03

การปฏิบัติธรรม ไม่ใช่เอาความรู้ ความเห็น มาคุยอวดกัน แต่นำไปแก้ไขปัญหาชีวิต หัวใจ การงาน
มหาสิตปัฏฐาน ให้กำหนด ยืน เดิน นั่ง นอน กิน ดื่ม ทำ พูด คิด ทำสติอย่างเดียว ถ้าคิดเกี่ยวกับงาน ก็เอาเรื่องงานมาคิด
ในน้ำเน่า น้ำบริสุทธิ์ยังมีเจือปนอยู่ ผู้ฉลาดหาวิธีกลั่นกรองสามารถหาน้ำบริสุทธิ์ในน้ำเน่าได้
ผู้มีปัญญาจะตัดคำว่า อยาก ออกก่อนที่จะทำการใดๆ จึงจะสำเร็จ
จงปลุกจิตให้ตื่นขึ้น เป็นอิสระจากเครื่องร้อยรัดทั้งมวล
ชีวิตมิใช่ความคิด แต่เป็นความจริง
การปฏิบัติธรรม คือการเป็นอยู่อย่างปกติในชิวิต
ชีวิตคนเรา เดี๋ยวมือ เดี๋ยวสว่าง ไม่จีรังยั่งยืน
ถ้าชำระจิตให้บริสุทธิ์และเห็นธรรมชาติตน จะไม่มีสวรรค์ นรก ไม่มีกิเลสให้ขตัด ไม่มีดี ชั่ว เป็นอิสระจากวัฏจักร การเวียนเกิด เวียนตาย
เมื่อปล่อยวางร่างกายและจิตใจ ไม่ปล่อยให้ความคิดเกี่ยวพันกับสิ่งใดเกิดขึ้น เมื่อนั้นเสรีภาพอันสมบูรณ์จะมีอยู่เมื่อจิตเปรียบเสมือนท่อนไม้ ท่อนหิน จึงไม่มีอะไรที่จะแบ่งแยก
ทุกสิ่งก็ดำรงอยู่ ทุกสิ่งก็ว่าง แม้จักรวาลนี้
จงมองให้ลึกลงไปในธรรมชาติแห่งตน
ความเสื่อมใน ลาภ ยศ สุข สรรเสริญ หาได้ทำให้จิตใจของผู้ที่ไม่ปรารถนาในสิ่งนั้นหวั่นไหวไม่
ตัดความอยาก อย่างเดียว สวรรค์ นรก ก็ไม่มีความหมาย
ความเป็นพุทธะย่อมมีอยู่ภายในของตัวเอง มิต้องดิ้นรนกระเสือกกระสนหา
ถ้ายังพูดถึงความว่าง = ยังเข้าไม่ถึงความว่าง
หลักธรรมที่แท้จริง คือ จิต ให้กำหนดจิต ให้เข้าใจ จิตตัวเองให้ลึกซึ้ง = ได้หลักธรรม
การฝึกจิต การพิจารณาจิต เป็นวิธีที่ลัดสั้นที่สุด
ไม่มีอะไรจะถึง ไม่มีอะไรจะไม่ถึง




 

Create Date : 03 กันยายน 2551    
Last Update : 3 กันยายน 2551 15:07:03 น.
Counter : 157 Pageviews.  

ชีวิตเสรี - ไม่เอาอะไร02

อย่าไปอยากได้ สมาธิและความสงบ จิตจึงจะเข้ราสู่ธรรมชาติที่เปล่าเปลี่ยว เป็นอิสระ ว่างเปล่า
จิตที่เป็นสมาธิอย่ในฌานเป็นสมาธิที่โง่ เพราะจิตที่เข้าฌานต้องเพ่งสิ่งหนึ้งใด อาการความรู้ ภูมิจิต ภูมิธรรมก็ไม่เกิดขึ้น ถ้าจิตไปติดอยู่ในความสงบ ในฌาน สมถะอย่างดีทำให้เกิดอภิญญา ผู้ สำเร็จฌานก็ต้องมาเวียนว่ายตายเกิดอีก เพราะจิตไม่มีปัญญา ลักษณะอภิญญา+ฤทธิ์ ไม่จัดเข้าอยู่ในลักษณะปัญญาที่จะเอาตัวรอดได้จากอำนาจกิเลส เพราะฉะนั้น สมาธิในณานจึงไม่สามารถทำให้ผู้ปฏิบัติสำเร็จมรรคผลนิพพานได้
ทำสมาธิจิตลงไปให้สงบ สามารถอ่านจิตใจตัวเอง ให้รุ้ซึ้งว่าสภาพจิตเป็นอย่างไร มีกิเลสตัวไหนมาก จะแก้ไขอย่างไร ปรับโทษตัวเอง การปฏิบัติที่ได้ผลเร็ว คือ ตั้งใจทำจริง ทำทุกขณะ
เมื่อบริกรรมภาวนาจนจิตเป็นสมาธิ จึงกำหนดรุ้ลงที่จิตของตน (ไม่ต้องภาวนาต่อไป) เพราะเมื่อจิตสงบลงไปแล้ว จิตมีลักษณะสงบ นิ่ง รู้ ตื่น เบิกบาน จิตสามารถทรงไว้ซึ่งความรู้ ตื่น เบิกบาน
ทำสมาธิไม่ใช่ไปหลับตาไม่ทำอะไรหลบอยู่ แต่มุ่งให้มีพลังจิต มีสติสัมปชัญญะต่อสู้กับงาน แก้ไขปัญหาชีวิตได้ สนใจทุกสิ่ง ทุกอย่างๆ ในโลกนี้มันเป็นสภาวธรรม ต้องสู้กับงานทุกอย่าง เพราะสมาธิทำให้จิตตั้งมั่น มั่นใจ ต่อหน้าที่ การงานที่เรารับผิดชอบอยู่
ศึกษาธรรม = ให้รู้ความจริงของชีวิต สภาวธรรม = สิ่งที่มีอยู่เป็นอยู่ในโลกนี้ทั้งหมด ย่อมแสดงปรากฏการณ์ความจริงให้เรารู้อยู่ตลอดเวลา เราจะสามารถกำหนดรู้ทันรึเปล่า เพราะทุกสิ่งปรากฏการณ์ขึ้น ทรงตัวอยุ่ แล้วก้แตกสลายตัวไป คือกฏธรรมชาติ




 

Create Date : 03 กันยายน 2551    
Last Update : 3 กันยายน 2551 15:05:06 น.
Counter : 178 Pageviews.  

ชีวิตเสรี - ไม่เอาอะไร01

ไม่เอาอะไร
ปฏิบัติธรรมอย่าไปอยากได้อะไร ถ้ายังอยากได้จะเกิดอัตตาความรู้สึกเป็นตัวเราของเราขึ้นมา อัตตาจะไม่สลายตัวปฏิบัติเพื่อไม่เอาอะไร ให้จิตเข้าสู่ความว่างเปล่า เป็นอิสระ จิตจะต้องหมดความรุ้สึกว่าเรา ได้ มี เป็น
อย่าไปอยากได้สมาธิ อย่าไปอยากเป็นพระอรหันต์ พระอรหันต์คืออะไร ? คือ จิตที่ไม่มีความโลภ โกรธ หลง จิตตะหมดความรู้สึกเป็นตัวเราของเรา อย่าไปวิ่งตามหาร่างกายตัวบุคคลที่ลือกันว่าเป็นอรหันต์ มันจะเสียเวลาเปล่าเราทำจิตของเราให้เป็นอรหันต์จะดีกว่า
การปฏิบัติทำได้ทุกสภานที่ ทุกเวลา ทุกอิริยาบถ ให้เอาร่างกายและจิตใจของเรา เป็นสถานที่ปฏิบัติทุกขณะ
ทำสติจดจ่อคิดให้มันชัด เอาเรื่องชีวิตประจำวันเป็นเครื่องรู้ของจิต เป็นเครื่องระลึกของสติ
นิโรธ คือ ความดับ จิตดับอารมณ์ ดับความยินดี ยินร้าย สุข ทุกข์ แต่จิตมีอารมณ์สั่งรู้อยู่ตลอดเวลา
เมื่อจิตมีความคิด ให้กำหนดรู้ ความคิดจะหยุดทันทีเมื่อหยุดคิด ให้กำหนดอยู่ที่ความว่าง ความคิดเกิดขึ้นอีก เราทำสติตามรู้ความคิด แล้วติจจะนิ่งว่างไม่มีความคิด
ปกติจิตเราคิดอยู่แล้ว เพียงแต่ทำสติกำหนดตามรู้มันเรื่อยไป เมื่อสติตามรู้ความคิดทันแล้ว ความสงบจะเกิดขึ้น
ความอยาก คือ ความไม่ว่างของจิต ถ้าอยากให้จิตสงบจะไม่สงบ เมื่อว่างจากความอยากแล้วจิตจึงจะสงบ ถ้าหมดอยากเราจึงจะรู้
ระลึกถึงความตายทุกลมหายใจ คือ กำหนดเอาลมหายใจเข้า - ออก เป็นเครื่องหมาย ลมถ้ามันไม่ออก-ไม่เข้า ก็ตาย ลมกายใจจึงเป็นเครื่องหมายแห่งการเกิด-ตาก เกิดดับเป็นอุบายระลึกถึงความตาย
เมื่อสมาธิเกิดขึ้นแล้ว จิตจะเข้ามารู้อยู่ภายในจิต รู้อยู่ที่จิตมีสติเตรียมพร้อมรู้อยู่ที่จิตเท่านั้น เมื่อสิ่งใดปรากฎขึ้นจะได้สติสัมปชัญญะ รู้ทันว่า มันเป็นแต่เพียงความปรุงแต่งของจิตไม่ใช่เรื่องจริงอะไร
ฝึกจิตให้สงบ และ ฉลาด รู้เท่าทันและยอมรับตามความเป็นจริงของทุกสรรพสิ่ง จนจิตสลัดอารมณ์ดี-ร้ายออกไปจากจิต จิคจะเป็นอิสระเสรี ไม่วิตกกังวล ไม่เร่าร้อนไม่ฟุ้งซ่าน ไม่ติดในอารมณ์ใด
ถ้าไม่อยาก ไม่หวังสิ่งใด จะไม่มีทุกข์เลย




 

Create Date : 03 กันยายน 2551    
Last Update : 3 กันยายน 2551 15:03:18 น.
Counter : 233 Pageviews.  

ชีวิตเสรี - รู้จัก ฝึกจิต แก้ปัญหาชีวิตได้

รู้จัก ฝึกจิต แก้ปัญหาชีวิตได้ความทุกข์เกิดจากเราไปยึดติดถือมั่นเอากับความรู้สึกนึกคิดที่จิตมันปรุ่งแต่งขึ้นมา ทำให้เราติดหล่มจมปลักกับความคิดนั้นยิ่งคิดยิ่งทุกข์มาก บางคนทำให้เป็นโรคประสาท บ้า ฆ่าตัวตาย
ความคิดเป็นเพียงนามธรรมความรูสึกเท่านั้น มันไม่มีตัวตนที่จะมาทำร้ายเราได้ เป็นเพียงภาพมายาลวงตากับดักให้เราไปหลงในอารณ์นั้นๆ ว่ามันเป็นจริงเป็นจังขึ้นมา เราต้องมารู้เท่าทันธรรมชาติของจิตว่ามันจะต้องปรุงแต่งคิดนึกอยู่อย่างนี้เอง ให้เรา ดู รู้ เห็น ความคิดทุกขณะจิต ดูแล้วก็ผ่านไป เห็นแล้วก็วางมัน เมื่อรู้เท่าทันความคิดนั้นจะดับไป
เมื่อจิตสงบ ให้เพ่งพินิจพิจารณาหาเหตจุผลนำไปลบล้างความคิดที่มันเป็นทุกจ์ จงคิดแบบใหม่ที่มันไม่ให้เป็นทุกข์ จิตจะคลายจากความผูกพันที่เราหลงอยู่ในความคิด จิตต้องมีเหตุผลรู้เท่าทันกับปัญหา จึงจะผ่อนคลายออกแก้ปัญหาได้
อาศัยการเพ่งพินิจอยู่ในความสงบทุกลมหายใจ ระวังจิตไม่ให้เข้าไปปรุงแต่งว่าจะเอา จะได้ จะมี จะเปนอะไรทั้งนั้น อย่าทำด้วยความเคร่งเครีบด ทำจิตให้เบาสบายที่สุด
ผู้รู้แจ้ง คือ การจิตให้รู้เท่าทันความเป็นจริงในสภาพการปรุงแต่งของจิต ที่มันหลงเข้าไปยึดถือ ผูกพันแล้วจิตจะมีความเห็นที่ถูกต้อง ไม่ไปหลง รัก ตัวเอง ไม่มีความอยากได้ ดี มี เป็น เอาอะไรทิ้งมันให้หมด
ให้รักษาความรู้สึกไว้ เป็นอิสระเสรี ปลอดโปร่งที่สุด อย่าให้เกิดความรู้สึกว่าเป็นตัวเราขึ้นมา ถ้าไม่มีตัวเราความอยากจะไม่เกิดขึ้น จึงเป็นความดับของกิเลส ตัณหา อุปาทาน




 

Create Date : 01 กันยายน 2551    
Last Update : 1 กันยายน 2551 9:31:06 น.
Counter : 213 Pageviews.  

ชีวิตเสรี - ติดความสุขจึงไม่รู้ความจริง

ติดความสุขจึงไม่รู้ความจริง
คนส่วนมากจะคิดว่า ถ้าเรามีเงินมากๆ มียศถาบบรรดาศักดิ์ใหญ่โตมีหน้ามีตา มีชื่อเสียง มีบ้าน รถ ทรัพย์สมบัติ ลูก สามี ภรรยา แล้วจะทำให้ชีวิตเรามีความสุข ทุกสิ่งย่อมให้ความสะดวก สบาย ในการกิน อยู่ ใช้ เพียงเท่านั้นเราก็มาอาศัยปัจจัยต่างๆ ชี่วคราวเท่านั้นสิ่งเหล่านี้ย่อมอยู่ในกฎไตรลักษณ์ ซึ่งเป็นกฎเกณฑ์ของโลกนี้ที่ไม่มีใครจะหลีกเลี้ยงหนีพ้น ทุกคนจะต้องแก่ เจ็บ ตาย จะต้องผิดหวังพลัดพราก สูญเสีย มันเป็นสิ่งคู่โลกคู่กับชีวิตเรา แต่เรามองมันไม่ออกมองไม่เห็นมัน เพราะเรายังไม่เกิดสติปัญาพอที่จะรู้ได้ ที่จะเห็นได้คามความเป็นจริงของทุกสรรพสิ่งในโลกนี้
ถ้าเราได้พิจารณะให้เห็นตามความเป็นจริงด้วยสติป้ญญา เราจะมองเห็นว่า เราก็มี สามี ภรรยา ลูก ทรัพย์สมบัติ หน้าที่การงาน ตามปกติที่เรามีอยู่ตามปัจจัย เราก็บริหารทำหน้าที่ให้ดีที่สุดให้ถูกต้อง บริสุทธิ์ ยุติธรรม แต่ต้อง พยายามระวังรักษาจิตใจเราอย่าให้ตกกระแสไปตามความโลภ โกรธ หลง ความทะยานอยาก ไม่รู้จักพอ มิฉะนั้นแล้ว จะทำให้เราวุ่นวายเป็นทุกข์ แก้ไขปัญหาไม่ตก เราจะต้องทำจิตให้สงบ แล้วนำปัญญาไปแก้ปัญหา ไตร่ตรองพิจารณาคิดให้รอบคอบ คิดแก้ปัญหาชีวิตด้วยความสงบ คิดแล้วจิตจะไม่วุ่นวาย ไม่ฟุ้งซ่าน ถ้าเราทำจิตให้สงบเสียก่อนแล้วจึงคิดแก้ปัญหาด้วยความสงบเป็นพื้นฐานแล้วปัญญาจะเกิด เราจะมีหนทางออกแก้ไขปัญหาได้ จงน้อมนำเอาความสงบ สติปัญญา นำไปแก้ไขปัญหาของชีวิต จะพบความสว่าง




 

Create Date : 01 กันยายน 2551    
Last Update : 1 กันยายน 2551 9:27:59 น.
Counter : 174 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  

นกละเมอหลงเวลา
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add นกละเมอหลงเวลา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.