นกละเมอ
Group Blog
 
All blogs
 

ชีวิตเสรี - สมาธิ ที่ถูกต้อง ไม่หลงทาง

สมาธิ ที่ถูกต้อง ไม่หลงทาง
การทำสมาธิ อย่าไปอยากได้ความสงบอย่าไปอยากให้จิตเป็นสมาธิ ถ้าอยากแล้วจะไม่เป็นไปได้ เพราะธรรมชาติของจิตย่อมปรุงแต่งนึกคิด กลับกลอกไปมาไม่หยุดนิ่ง เราต้องศึกษาอาการพฤติกรรมของจิตใหถ่องแท้ว่า มันเป็นธรรมดาของจิตที่จะต้องมีความคิดเป็นอารมณ์ หรือบางทีบางจังหวะมันก็อยู่เฉยๆว่างเปล่าได้ ถ้าหากเราไม่ไปปรุงแต่งมันหรือกำหนดให้จิตมันหยุดอยู่เฉยๆได้
ถ้าจิตยังไม่สงบ ให้ดูมันเฉยๆอย่าไปวุ่นวายปรุงแต่งไปกับมัน รอมันสักครู่มันก็จะสงบเอง ให้รักษาความสงบว่างเปล่าเอาไว้
สมาธิที่ถูกต้อง คือ จิตจะเข้าสู่ความสงบระงับจากการปรุงแต่งเรื่องราวต่างๆ ทำจิตให้เป็นอิสระเสรี ไม่มีอารมณ์ใด มายั่วยุรบกวนรักษาอารมณ์จิตให้ผ่องใส เย็น บริสุทธิ์ สะอาด จิตจะปลอดโปร่งเปล่าเปลี่ยว ว่างเปล่า จะทำให้จิตมีกำลังพลังเกิดขึ้น เพราะจิตได้พักผ่อนเต็มที่ ย่อมสะสมความสงบเอาไว้มาก ซึ่งจะทำให้เกิดเป็นพื้นฐานของปัญญาที่แข็งแกร่งมั่นคง เราจึงนำเอาสมาธิไปพัฒนาความคิดนึกเพื่อให้เกิดปัญญาที่เฉลียวฉลาดรูจักคิดนึกแก้ไขปัญหาได้ถูกต้อง
ทำสมาธิ อย่าไปต้องการเห็น แสง สี เสียง รูป เทวดา นรก สวรรค์ นิมิต ฯลฯ สิ่งเหล่านี้เป้นอาการลวงของจิต เป็นภาพมายาที่ปรากฏชั่วคราวเท่านั้น มันไม่ใช่สิ่งวิเศษดีเด่นอะไรที่เราจะไปอยากได้มัน ถ้ามันเกิดขึ้นให้ดูมันเฉยๆ อย่าไปติดในมันให้ดูแล้วก็ผ่านไปไม่เก็บเอามาไว้ในจิต สลัดทิ้งออกไป
อย่าไปติดรูปแบบ วิธีการ จะทำแบบไหนก็ได้ขอให้จิต หยุดการปรุงแต่ง สำรวมเป็นอารมณ์เดียว เป็นใช้ได้ มันเป็นเพียงอุบายเท่านั้น




 

Create Date : 04 กันยายน 2551    
Last Update : 4 กันยายน 2551 9:11:44 น.
Counter : 217 Pageviews.  

ชีวิตเสรี - ลองทำดูก่อน

ลองทำดูก่อน
ผู้ที่ปฏิบัติใหม่ ๆ อาจจะยังไม่เข้าใจ ย้งสับสนไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะคำสอนแต่ละสำนักครูบาอาจารย์มีมายมาย ทำให้จับจุดไม่ถูก ไม่รู้ว่าหัวใจแก่นแท้ตำสอนอยู่ตรงไหนที่ใด
การภาวนา การกำหนดแบบไหนก็ตาม เป็นเพียงรูปแบบวิธีการเท่านั้น มันเป็นกิริยาอาการภายนอกขอให้ลองทำดูก่อนว่า วิธีแบบนี้มันถูกกับจริตอุปนิสัยของเราหรือไม่ ทำแล้วได้รับผลดีหรือไม่ ถ้าได้ผลก็ให้ทำไป ถ้าไม่ได้ผลก็ให้ลองทำแบบอื่นดูบ้าง จนกว่ามันจะลงล็อค เข้าที่เข้าทาง เราต้องอาศัยระยะเวลาประสบการณ์ กราจะค่อยๆ รู้เองว่า เรากำหนดอย่างไร จิตถึงจะหยุดการปรุงแต่งได้ดีเราต้องทดลองทำดูเหมือนกับหลักวิทยาศาสตร์ที่ทำการทดลองดูก่อนจนกว่าจะได้รับผลดีที่สุด เราจึงเอาตรงนั้นจับจุดหัวใขตรงนั้นไปกระทำลงมือปฏิบัติบ่อยๆ จนกว่าความชำนาญ พอกำหนดปุ๊บก็สงบปั๊บทันที
การทำสมาธิเป็นเรื่องภายในจิต กิริยาอาการภายนอกยังไม่ใช่การบ่งบอกชัดเจนว่าสงบหรือไม่ บางคนนั่งสมาธินิ่งดูน่าเลื่อมใสแต่ในใจอาจจะปรุงแต่งวุ่นวายก็ได้
การภาวนาทุกรูปแบบ เป็นเพียงอุบายหลอกล่อจิตเพื่อให้จิตมาจับเกาะกับการกำหนดนั้น จิตจะค่อยๆรวมตัวกันเข้ามาเป้นหนึ่งเดียวอารมณ์เดียว จุดหมายปลายทางก็เพื่อทำให้จิตสงบเบาสบายเป็นอิสระเท่านั้น
สมาธิ ถ้ารู้หลัก จับจุดของจิตได้ จะไม่หลงทาง จะทำให้จิตเข้าสู่ที่พักผ่อน ได้รับความสงบเต็มที่เราจะได้รู้ด้วยตัวเอง




 

Create Date : 04 กันยายน 2551    
Last Update : 4 กันยายน 2551 9:11:08 น.
Counter : 161 Pageviews.  

ชีวิตเสรี - ไม่เอาอะไร06

ตามให้รู้ ดูให้ทัน ให้พิจารณามองเห้นความดิ้นรนของจิตเพ่งพิจารณาเห็นจิตตามที่เป็นจริง
ให้เห็นโทษในสิ่งที่ตนได้ เห็นภัยในสิ่งที่ตนมี
หยุดขุ่นก้ใสตรงนั้น หยุดร้อนก็เย็นตรงนั้น หยุดวุ่นก็ว่างตรงนั้น
หากกายไม่เจ็บ จะรู้ได้อย่างไรว่าฝึกถึงไหน
หากไม่มีใครมาทดสอบ ก็ไม่รู้ว่าจะละโกรธได้จริง หรือเพียวระงับไว้ชั่วคราว เพียวรอเวลาสุกงอม ก็แตกออกมา
คนในโลกต้องมีสิ่งที่มี เพื่ออาศัยสิ่งนั้นเป็นอยู่ ส่วนผู้ปฏิบัติต้องปฏิบัติจนถึงสิ่งที่ไม่มี และอยู่กับสิ่งที่ไม่มี
คนทีไม่มีสิต เป้นคนลืมตัว ไม่รู้สึกตัว พอมีอะไรเกิดขึ้นก็พลัดเข้าไปในสิ่งนั้นๆ ไหลไปตามกระแส ตั้งตัวไม่ติด มีความคิดเกิดขึ้นในจิตก็พลัดเข้าไปในความคิด ต้องเดือนร้อนเป็นทุกข์ไปจนกว่าความคิดนั้นๆจะดับลง ถ้าไม่คิดก้ไม่เป็นเรื่องขึ้นมา เรื่องทุกเรื่องเกิดขึ้นเพราะความคิด เพราะไม่รู้ตัวอยู่เสมอ พอความคิดเกิดขึ้นก้ตั้งตัวไม่ติด พลัดตกลงไปในกระแสแห่งความคิด เป็นเรื่องขึ้นมาทันที
ที่จะไม่ให้คิดเป็นไปไม่ได้ เพราะความคิดเป็นธรรมชาติของจิต แต่เราป้องกันมิให้ตกเข้าไปในกระแสแห่งความคิดได้ หากรู้สึกตัวได้ทันก้ออกจากความคิดได้เหมือนกัน นับว่าทันท่วงที รู้เท่าทัน
รู้จัก หยุด ยอม เย็น ปลง ปล่อยให้สิ่งต่างๆ ดำเนินไปตามธรรมชาติ
หากเรามีความรู้สึก ถูก ผิด ได้ เสีย ด้วยความยึดถือในใจแล้วเท่ากับยังไม่ออกจากอุปทานอันเหนียวแน่น
ผู้ที่เข้าถึงสัจธรรม ย่อมดำรงชีวิตอย่างง่ายๆ สมถะ และสันโดษสอดคล้องกับธรรมชาติ
กิเลส คือ ทางแห่งการตรัสรู้
ความทุกข์เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการเข้าใจชีวิต
ถ้ารุ้จักจิตใจของตนเองอย่างถ่องแท้ จะเข้าถึงธรรม
ต้องรู้เท่าทันความรุ้สึกนึกคิดใดๆ ที่เกิดขึ้น อย่างมีสติ
จงมองดูความรุ่งโรจน์และตกต่ำ ด้วยดวงใจที่สงบ ไร้กังยลให้เห็นมันเป็นเพียงหยาดน้ำค้างบนใบหญ้าเท่านั้น
การตายจากมิใช่สิ่งที่น่าเศร้าโศก การมีชีวิตอยู่ก็มิใช่สิ่งที่น่ายินดี แท้จริงในขณะที่เรามีชีวิตอยู่ เราก็ได้ตายไปทุกขณะ
สมาธิภาวนาในขณะเคลื่อนไหว มีคุณค่ามากกว่าขณะอยู่นิ่งเงียบ
จะต้องละทิฐิเดิมและความเห็นออกก่อน จิตจึงจะว่างรับของใหม่




 

Create Date : 03 กันยายน 2551    
Last Update : 3 กันยายน 2551 15:11:45 น.
Counter : 167 Pageviews.  

ชีวิตเสรี - ไม่เอาอะไร05

รู้จัก ปลง ยอม เย็น ปล่อยวาง ปล่ายให้ทุกสิ่ง ไปตามธรรมชาติ
ความคิดเป็นธรรมชาติ หากจะออกจากความคิด ต้องหาอะไรให้มันเกาะ ให้จิตของเราไปเกาะอยู่กับความรู้สึกตัว
กำหนดรู้ลบหายใจ ความคิด ความว่าง วนเวียนกัน
กำหนดดูจิต รู้ไว้ที่จิต ทำความรู้สึก ตามรู้ การ ยืน เดิน นั่ง นอน ทำ พูด คิด ทุกลมหายใจ
สมาธิที่ถูกต้อง กายและจิตจะเบา เบาจนกระทั่งรู้สึกว่าไม่มีกาย
มีสติจดจ่ออยู่ในสิ่งที่เราคิด ทำ พูด ทุกอิริยาบถ มีสติตามรู้ ตามเห็น ตามทัน การเคลื่อนไหว กาย วาจา ใจ
ทุกชีวิต เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทุกคน เราจงอย่าเก็บอะไรให้เป็นการหนักอกหนักใจตนเองเลย ปฏิบัติธรรมแล้วต้อง ทำให้เกิดเบาใจ อะไรผิดก็แก้ไขกันไป ผิดไปแล้วก็แล้วไป ให้เห็นว่าเป็นมายาที่ผ่านไป ให้ท่าน มีสติปัญญาพิจารณาทุกอย่างให้เห็นเป็นธรรมดาอยู่เช่นนี้ ทุกอย่างแปรปรวนไปตามเหตุปัจจัยของมัน อะไรที่แก้ไขไม่ได้ให้คิดว่าเป็นเรื่องอธิวาสนา
ให้พอใจกับการปฏิบัติ พอใจกับธรรมะ อย่าพอใจกับการสอดส่องดูความบกพร่องของผู้อื่น อะเกิดให้รู้ รู้แล้วละเสียธรรมชาติเป็นเช่นนั้นเอง อย่าคิดให้เกินเลย ต้องคิดให้พอดี
วัตถุเจริญมาก จะนำความเสื่อมมาให้ในภายหลัง ความเกิดพอดีในวัตถุจะปิดกันความเจริญในธรรม ให้มีธรรมสันโดษเป็นเครื่องอยู่ ความเกินพอดีจะนำความทุกข์วุ่นว่ายมาให้ ถ้าขาดอย่าขอ
อยู่เบาไปเบา เหมือนนกที่มีปากเฉพาะตัว มีมาตรเป็นท้องมีจีวรเป็นปีก มีกลดเป็นบ้าน ท่องเที่ยวไปไม่ติดที่ ไม่ติดอาหาร ไม่ติดญาติโยม แต่มุ่งมั่นต่อการประพฤติปฏิบัติ




 

Create Date : 03 กันยายน 2551    
Last Update : 3 กันยายน 2551 15:10:19 น.
Counter : 167 Pageviews.  

ชีวิตเสรี - ไม่เอาอะไร04

ดูให้เห็นความคิด อย่าไปตามความคิด อย่าเข้าไปในความคิด
ต้องอาศัยดูความคิด เมื่อเห็นความคิด ความคิดจะหดตัวหยุดคิดของมันเอง ไม่ใช่สะกดห้ามคิด ต้องให้มันคิดก่อนจึงดู
จะคิดล่วงหน้า รู้ก่อน ไม่ได้ ต้องเกิดจึงรู้
จงทำจิต ให้เป็นจิตชนิดที่ไม่อิงอาศัยบนอะไรเลย
กิเลส ไม่มี มี เพราะเผลอสติ
เมื่อจะตาย ให้สมัครใจตาย แบบตกกระไดพลอยโจร ให้รู้สึกว่า ไม่อยาก ไม่ มี เป็น เอา อะไรอีกแล้ว พอกันที สิ้นสุดกันทีกับการดิ้นรน ขอสมัครใจ ดับไม่เหลือดีกว่า
คิดเท่าไรก็ไม่รู้ต่อเมื่อหยุดคิดจึงรู้ แต่ต้องอาศัยความคิดจึงรู้
ไม่มีสูตรสำเร็จ วิธีการใดๆ ตายตัว ในการปฏิบัติ แก้ปัญหา
คำสอน ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ เป็นเพียงอุบายให้หันมาดูจิตนั่นเอง คำสอนมีมากมาย เพราะกิเลสมีมาก แต่ทางดับทุกข์ได้มีทางเดียว
อย่าให้อะไรมาเป็นนายเรา ต้องให้ทุกอย่างมาเป็นทาสเรา
พระอรหันต์ เป็นผู้ที่มีสติสมบรูณ์ทุกอิริยาบถ รู้สึกตัวอยู่ทุกขณะจิต อยู่กับตัว ไม่หลงพลัดไปในความคิด
หากไม่ดูจิต ก็จะไม่เห็นจิต จะไม่รู้จักตัวเอง




 

Create Date : 03 กันยายน 2551    
Last Update : 3 กันยายน 2551 15:07:47 น.
Counter : 162 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  

นกละเมอหลงเวลา
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add นกละเมอหลงเวลา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.