www.Bigoo.ws www.Bigoo.ws www.Bigoo.ws www.Bigoo.ws www.Bigoo.ws www.Bigoo.ws www.Bigoo.ws www.Bigoo.ws

Group Blog
 
All blogs
 

ไม่งั้นเราจะไม่พบกัน...ตอนที่ ๒๐

เช้าวันที่ 31 ธันวาคม วันสิ้นปี น้ำเพชรอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วลงมาจากหอ วันนี้มีนัดทำโปรเจ็กส์ที่มหาวิทยาลัย และปาล์มบอกว่าจะมารับ เมื่อลงมาข้างล่างก็เห็นรถปาล์มมาจอดรออยู่แล้ว


เข้ามานั่งในรถ หันไปมองปาล์ม แล้วมองไปเบาะหลังก็เห็นหนังสือเล่มโตวางไว้เป็นกองสูง มีโน็ตบุ๊คส์วางอยู่ข้างๆ


“เตรียมพร้อมดีจัง” น้ำเพชรว่า ปาล์มหันมายิ้มนิดหนึ่ง


“วันนี้กะว่าจะทำให้เสร็จ หรืออย่างน้อยก็ต้องให้ได้เกินครึ่ง” ปาล์มตอบแล้วหันไปมองถนน สักพักก็พูดขึ้นมาลอยๆ


“เธอไม่มีธุระที่ไหนใช่ไหม”


“ก็ไม่มีนี่” น้ำเพชรตอบ “วันนี้ก็กะมาทำงานให้เสร็จอยู่แล้ว”


“อืมๆ ดีแล้ว เรานึกว่ามีนัดไปฉลองปีใหม่ กับเพื่อนสนิท” ปาล์มพูดเรียบๆ น้ำเพชรหันมามองหน้า รู้สึกแปลกๆ


“เพื่อนสนิทไหน”


“ก็....บุ้งไง”


น้ำเพชรชะงัก หันมามองหน้าปาล์ม อึ้งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบออกมา “บุ้งก็ต้องทำงาน แก้วก็ต้องทำงาน นายก็ต้องทำงานไม่ใช่หรอ แล้วจะไปฉลองกันได้ไง”


ปาล์มชะงัก หันมามองหน้าน้ำเพชร “เราด้วยหรอ...”


น้ำเพชรยิ้ม พยักหน้า ปาล์มทำหน้าแปลกๆ จะยิ้มก็ไม่ใช่ จะบึ้งก็ไม่เชิง ไม่รู้ว่าจะดีใจกับตำแหน่งเพื่อนที่น้ำเพชรมอบให้หรือเปล่า ได้แต่พูดออกมาลอยๆ


“ถึงเราจะเป็น แต่คงไม่เหมือนบุ้งหรอกมั้ง”


น้ำเพชรได้ยินแล้วแต่ทำเป็นไม่ได้ยิน ไม่ตอบ หันไปมองวิวอีกด้านหนึ่ง ต่างคนต่างเงียบไปจนถึงมหาวิทยาลัย


แพทมารับบุ้งไปมหาวิทยาลัยแต่เช้า พอบุ้งขึ้นรถมาได้ แพทก็ยื่นถุงขนมแล้วยิ้มให้


“พี่บุ้ง กินขนม”


บุ้งมองแล้วส่ายหน้า “เบื่อขนมแพทแล้วอ่ะ”


“แหม อะไรเนี่ย กินไม่กี่วัน เบื่อแล้วหรอ พี่บุ้งเนี่ยเบื่อง่ายจัง” แพทว่า บุ้งจึงหัวเราะ


“เราชอบก็กินไปคนเดียวสิ จะมาบังคับพี่กินทำไม”


“ก็หวังดี อยากให้กินของอร่อยนี่นา จะบอกให้นะ เห็นว่าเป็นพี่บุ้ง แต่เป็นคนอื่น แพทไม่สนใจหรอก”


“พี่ก็เห็นเราสนใจไปทุกคนแหละ อย่ามาพูดเลยน่า” บุ้งดักคอ แพทหันมามอง แล้วพูดยิ้มๆ


“ไม่จริงหรอกค่ะ ที่พี่บุ้งเห็นอย่างงั้น ก็เพราะไม่ได้สนใจแพทมากกว่า”


บุ้งชะงัก หันมามองหน้า “หมายความว่าไง” แพทมองบุ้ง แต่ไม่ตอบ


เมื่อมาถึงมหาวิทยาลัย บุ้งก็เดินมากับแพท ตรงไปที่ตึกคณะ สถานที่นัดทำโปรเจ็กส์


“วันเสาร์แทนที่จะนอนอยู่บ้าน ไม่รู้จะมาลำบากทำไม” บุ้งว่า


“เวลาที่เราเต็มใจทำอะไร มันไม่มีคำว่าลำบากหรอกค่ะ หรือถึงมันจะลำบากจริงๆ เราก็เต็มใจ” แพทพูดเรียบๆ บุ้งชะงักหันมามอง


“พี่บุ้งก็นึกถึงตอนที่พี่บุ้งขับรถเก่าๆ ไปรับพี่จิ๋วสิคะ” แพทพูดยิ้มๆ


บุ้งอึ้งไปพักหนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นมา “พูดงี้หมายความว่าไง”


“พี่บุ้งก็รู้ความหมาย อย่ามาถามแพทเลย” แพทพูดเรียบๆ “อย่าคิดว่าแพทไม่รู้นะ แพทรู้ทุกอย่างแหละ แต่แพทไม่เข้าใจว่าทำไมพี่บุ้งไม่บอก หรือว่ากลัวใครเขาจะ...”


“แพท...”บุ้งรีบขัดขึ้นมาทันที “อย่าพูดอะไรเหลวไหลได้ไหม” บุ้งว่าหน้าขรึมลงไป


“แพทไม่ได้พูดเหลวไหล พี่บุ้งนั่นแหละ เป็นอะไร ทำไมไม่ยอมรับความจริง” แพทว่า บุ้งหยุดเดินหันมามองหน้าแพท


“เราอย่ามาทำรู้ดีได้ไหม”


“รู้ดีก็แสดงว่าจริงใช่ไหมพี่บุ้ง พี่จะปล่อยให้มันคาราคาซังยังงี้หรอ พี่มีหวังก็ยังดี ทำไมไม่นึกถึงคนที่เขาไม่มีหวังบ้าง บางคนแค่จะหวังยังไม่มีสิทธิเลย” แพทพูดเสียงดังขึ้น


“ไม่ใช่เรื่องของเรานะ” บุ้งพูดหน้าเข้มขึ้น ในใจรู้สึกสับสน ทำไมเขาจะไม่อยากบอกให้จิ๋วรู้ แต่ว่า ถ้าไม่มีปาล์มหรือพี่พลอยู่เคียงข้าง เขาคงจะมั่นใจมากกว่านี้


คิดๆแล้วรู้สึกยังไงก็ไม่รู้ บุ้งรู้ว่าในแววตาของเพื่อนสนิทคนที่เขาคิดอะไรเกินกว่าคำว่าเพื่อนมานานแล้วนั้น มันมีความหมายบางอย่างเมื่อยามที่เขามองสบ แต่เขาไม่อยากจะคิดเข้าข้างตัวเองว่ามันเป็นความหมายเดียวกับที่เขารู้สึก แล้วยิ่งมีคนที่ดีพร้อมอยู่ข้างๆ เขาเองก็รู้สึกไม่ค่อยมั่นใจตัวเองอย่างที่คนอย่างเขาไม่เคยรู้สึกมาก่อน


บุ้งสลัดหัวเมื่อคิดมาถึงตรงนี้ หันมามองแพท ก็เห็นแพทมองมาด้วยแววตาบางอย่างที่บุ้งรู้สึกว่ามันเศร้ากว่าที่เคย


“พี่บุ้ง อย่าขี้ขลาดได้ไหม อย่าให้แพทผิดหวังในตัวพี่เลย นึกถึงคนที่เค้าไม่มีหวังบ้าง”


บุ้งหันมามองแพท นิ่งอยู่นาน จะพูดอะไรบางอย่างแล้วก็ไม่พูด ตัดสินใจเอ่ยเสียงเรียบ “พูดเรื่องอะไรน่ะแพท ไปกันเถอะ เดี๋ยวพี่ต้องไปทำโปรเจ็กส์อีกนะ เพื่อนๆ คงมากันแล้ว”


“แพทก็พูดเรื่องของพี่กับพี่จิ๋วน่ะสิ พี่จะว่าไงล่ะ” แพทโพล่งออกมา บุ้งชะงักอึ้ง เงียบไป แพทมองแล้วยิ้มหยันๆ


“ทำไมพี่ไม่พูดล่ะ นึกหรอว่าทำอย่างนี้แล้วจะมีความสุข” บุ้งมองหน้าแพท ไม่ตอบแล้วเดินออกไป แพทมองตามก่อนจะพูดออกมา


“แค่นี้ก็ไม่กล้า แค่จะยอมรับกับความรู้สึกตัวเองยังไม่กล้า แพทเองยังกล้าเลย ขนาดรู้ว่าไม่มีหวัง แพทยังอยากจะบอก”


บุ้งชะงักเท้า หันมามองหน้าแพทอีกครั้ง แพทจ้องตาบุ้งแล้วพูดออกมาด้วยความมั่นใจ


“แพทชอบพี่...” แพทพูดพร้อมกับน้ำตาที่ซึมออกมาทางหัวตา ก่อนจะค่อยๆไหลออกมา บุ้งอึ้ง หันไปมองแพท แล้วรีบเดินเข้ามาหาทันที


เดินมาถึงตัวแพท บุ้งก็เอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาให้ แล้วบอกเบาๆ “แพทอย่าร้องให้ พี่ชื่นชมแพทมากนะ แพทกล้าหาญมากกว่าพี่เยอะ พี่เองยังขี้ขลาด แต่แพทกลับเข้มแข็งได้ขนาดนี้”


แพทเงยหน้ามองบุ้ง “พี่คิดว่าแพทกล้าหาญหรอคะ แพทไม่ได้ทำอะไรเลยนะ ก็แค่บอกความรู้สึกให้พี่รู้ก่อนที่มันจะไม่มีโอกาสบอก แค่นั้นเอง”


บุ้งยิ้ม “นั่นแหละ ที่พี่นับถือ และพี่ก็อยากจะบอกแพทว่า พี่ก็รักแพท...”


แพทชะงัก จ้องตาบุ้ง “พี่รักแพทหรอ รักแบบน้องสาวใช่ไหมล่ะ” รีบดักคอทันที บุ้งหัวเราะ


“ใช่ พี่รักแพทเหมือนน้องสาว” บุ้งมองตาแพท “แพทจะรับพี่เป็นพี่ชายหรือเปล่า”


แพทนิ่งไป ในใจก็คิด ไม่ได้อยากให้เป็นพี่ชายสักหน่อย บุ้งเห็นแพทไม่พูดก็พูดขึ้นมายิ้มๆ ว่า


“เอาน่า เป็นน้องสาวก็รักละน่า แถมจะรักตลอดไป เพราะตำแหน่งน้องสาวเนี่ย มันคงลาออกไม่ได้แถมเลิกก็ไม่ได้ด้วยนะ ดีออก”


แพทฟังแล้วอดยิ้มออกมาไม่ได้ มองหน้าบุ้งแล้วหัวเราะ บุ้งก็หัวเราะด้วย เอื้อมมือมาขยี้หัวแพททีหนึ่งก่อนจะพากันเดินออกไป


ไกลออกไปไม่มาก น้ำเพชรเดินมากับปาล์ม ได้ยินที่แพทพูดออกมาอย่างชัดเจน แล้วก็เห็นบุ้งเดินเข้าไปหาแพท พูดอะไรเบาๆ แล้วยิ้ม ฝ่ายแพทก็หัวเราะ แล้วบุ้งก็ขยี้หัวแพท พากันเดินออกไป..


น้ำเพชรมองภาพนั้นอย่างอึ้งๆ ในใจรู้สึกเศร้าๆ จะเศร้าเรื่องอะไรล่ะ ก็ดูเพื่อนเรามีความสุขดีนี่ เราน่าจะคิดเรื่องนี้ได้ตั้งนานแล้วนะ เรื่องบุ้งกับแพท ทำไมไปมัวคิดเข้าข้างตัวเองอยู่ได้ เฮ้อ คิดแล้วน้ำเพชรก็เผลอถอนหายใจออกมา


ปาล์มมองภาพนั้นแล้วชำเลืองมองน้ำเพชร เห็นหน้าเศร้าลงไป รู้สึกบอกไม่ถูก จะดีใจก็อาจจะใช่ แต่ก็ดีใจไม่เต็มที่เมื่อเห็นท่าทางของน้ำเพชรทึ่มีปฏิกริยากับบุ้งแบบนั้น แล้วยิ่งเห็นน้ำเพชรถอนหายใจออกมา ปาล์มก็ยิ่งรู้สึกแปลกๆ มากขึ้น


มองคนสองคนเดินไปแล้ว อดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นมาลอยๆ


“ดูท่าทางเขามีความสุขกันนะ”


น้ำเพชรเหลือบตาไปมองปาล์ม แต่ไม่พูดอะไร ปาล์มหันมามอง


“ว่าไง ไม่ดีใจหรอ ที่เห็นเพื่อนมีความสุข”


น้ำเพชรไม่ตอบ รีบออกเดินไปทันที แต่ปาล์มยังเดินตามมา


“ทำไมรีบเดินมาล่ะ จะรีบไปหา 2 คนนั้นหรอไง อย่าไปเป็นก้างขวางคอเขาดีกว่าน่า”


น้ำเพชรชะงัก หันมามองหน้าปาล์ม “เมื่อไหร่จะหยุดพูดสักที” ปาล์มฟังแล้วเริ่มโมโหขึ้นมา


“ทำไมล่ะ เราพูดแทงใจดำเธอหรอ ถึงทนฟังไม่ได้”


น้ำเพชรเริ่มตาเขียว จ้องหน้าปาล์มเขม็ง ทำไมต้องรู้สึกโกรธอย่างนี้ก็ไม่รู้ หรือว่าจะแทงใจดำจริง อย่างที่ปาล์มบอก


“เราจะทนฟังได้หรือไม่ได้ก็ไม่เกี่ยวกับนาย และเราจะพูดหรือไม่พูดก็ไม่เกี่ยวกับนายเหมือนกัน”


“สรุปว่าอะไรเราก็ไม่เกี่ยวกับเธอทั้งนั้นใช่ไหม น้ำเพชร ไม่ว่าวันนี้หรือวันไหน เราก็ไม่มีสิทธิไปเกี่ยวกับเธอเลยใช่ไหม ต้องเป็นไอ้บุ้งคนเดียวใช่ไหมที่เกี่ยวกับเธอได้” ปาล์มโพล่งออกมาทันควัน น้ำเพชรฟังแล้วชะงัก อึ้งไป ก่อนจะเดินออกไปทางตึกคณะด้วยอารมณ์ขุ่นมัว ส่วนปาล์มมองตามหลังน้ำเพชรนิ่งอยู่ครู่ ก่อนจะก้าวตามไป


พี่พลวิ่งเยาะๆ ไปรอบๆ สนามฟุตบอลเพื่อวอร์มร่างกายก่อนถึงเวลาซ้อม ในเวลาเช้าเช่นนี้ที่สนามฟุตบอลไม่มีใคร พี่พลวิ่งเหยียบย่ำลงไปบนต้นหญ้าที่ยังชื้นด้วยน้ำค้างยามเช้า สูดอากาศบริสุทธิ์และสลัดหัวให้สมองปลอดโปร่ง วิ่งเหยาะๆ ไปเรื่อยๆ สายตาก็เหลือบไปเห็นคนคู่หนึ่งกำลังเดินผ่านสนามฟุตบอลตรงไปยังตึกคณะ


นั่นมันน้องแพทกับบุ้งนี่นา วันนี้มาทำอะไรกันนะ พี่พลคิดก่อนจะมองไปที่น้องแพทอีกครั้ง แล้วก็อดไม่ได้ที่จะคิดถึงใครอีกคนเมื่อวันวานที่ผ่านมา


พลอยนอนอยู่ในห้องคนไข้ เมื่อตอนที่พี่พลและมิ้นเข้าไป หาในห้อง มีคุณแม่นั่งอยู่ชิดเตียงมองดูลูกสาวอยู่ด้วยความเป็นห่วง


พลอยหันมาเห็นพี่พลกับมิ้นก็รีบเรียกทันทีด้วยความดีใจ


“พี่พล พี่มิ้น”


พี่พลกับมิ้นสาวเท้าเข้าไปหา ชิดเตียงอีกด้านหนึ่ง



“น้องพลอยเป็นยังไงบ้างครับ”พี่พลถาม มิ้นก็ถามต่อ “ตอนนี้ยังเจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ”


พลอยส่ายหน้า “พลอยคงไม่เป็นอะไรมากไปกว่านี้หรอกค่ะ ปกติ พลอยก็เป็นแบบนี้อยู่แล้ว โรคแบบนี้ พลอยคงไม่มีทางหายไปตลอดชีวิต” พูดแล้วก็หน้าม่อยลง ก่อนจะว่า


“พลอยต้องขอโทษพี่ทั้งสองคนด้วยที่ก่อเรื่องยุ่งยาก พลอยแค่อยากลองทำอะไรสนุกๆ ที่ไม่เคยทำบ้าง ยังไงในชีวิตนี้พลอยคงไม่มีโอกาสได้ไปสวนสนุกอีกแล้ว”


พี่พลมองหน้ามิ้นแล้วหันมาพูดกับพลอยอย่างปลอบโยน


“ไม่เป็นไรหรอกครับ แต่น้องพลอยอย่าทำอย่างนี้อีกนะ พี่สองคนเป็นห่วงมากรู้ไหม”


พลอยพยักหน้า “ค่ะ พลอยก็ไม่อยากทำให้ต้องเป็นห่วงกันอีก นี่พลอยบอกคุณแม่แล้วล่ะคะว่าไม่ใช่ความผิดของพี่ทั้งสองคน เพราะพลอยเป็นหาเรื่องเอง”


คุณแม่ที่อยู่อีกข้างหนึ่งของเตียงก็พยักหน้า แล้วยิ้มให้ทั้งสองคน


“แต่พี่ก็ยังรู้สึกผิดอยู่ดี ที่ไม่ได้ดูแลน้องพลอยให้ดี” มิ้นพูด พลอยหันมายิ้มให้


“ถ้าพี่มิ้นรู้สึกผิด งั้นพี่มิ้นมาดูแลพลอยทุกวันเลยได้หรือเปล่าคะ”


“ได้สิคะ” มิ้นตอบแบบไม่ลังเล ทำเอาพลอยยิ้มอย่างถูกใจ เสร็จแล้วก็หันไปยิ้มหวานกับพี่พล...


จากวันนั้น มิ้นก็มาดูแลพลอยทุกวัน นอกจากพยาบาลพิเศษที่จ้างมาดูแลเฉพาะแล้ว ก็มีมิ้นนี่แหละที่ใกล้ชิดพลอยมากที่สุด และพี่พลเองก็ดูเหมือนจะมาเยี่ยมพลอยบ่อยมากขึ้น


แล้วความสัมพันธ์ของพี่พลและมิ้นก็งอกงามขึ้นเรื่อยๆ พอๆกับความสัมพันธ์ของพี่พล มิ้นและพลอย แต่ความสัมพันธ์อย่างหลังดูท่าจะมีอะไรบางอย่างเคลือบแคลงอยู่ อะไรที่ว่านั้นมันเกิดจากความคิดที่ไม่ตรงกัน....




 

Create Date : 25 มกราคม 2549    
Last Update : 5 มีนาคม 2549 16:00:48 น.
Counter : 184 Pageviews.  

ไม่งั้นเราจะไม่พบกัน...ตอนที่ ๒๑

วันนี้พี่พลมาเยี่ยมน้องพลอยที่โรงพยาบาลเหมือนเคย เข้ามาในห้อง ก็เห็นมิ้นนั่งอ่านหนังสืออยู่ จึงเดินเข้าไปหาแล้วยิ้ม


“มิ้น ทำไมมานั่งอยู่คนเดียวล่ะ น้องพลอยไปไหน”


มิ้นเงยหน้าขึ้นมาเห็นพี่พลก็ยิ้มตอบ “น้องพลอยไปตรวจสุขภาพค่ะ เดี๋ยวก็คงเสร็จ”


พี่พลพยักหน้ารับรู้ ลากเก้าอี้มานั่งข้างมิ้น มองหนังสือในมือ


“ขยันจัง”


“พักนี้มีกิจกรรมเยอะน่ะค่ะ ทั้งกีฬา แล้วก็เรื่องเชียร์ ไหนจะต้องสอบอีก ก็เลยเอาหนังสือมาอ่านด้วยดีกว่า” มิ้นตอบ “ความจริงมิ้นก็ไม่ได้ขยันเท่าไหร่หรอก”


“แต่ต้องขยันกว่าผมแน่ๆเลย” พี่พลบอกยิ้มๆ เงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยออกมาว่า


“วันเสาร์นี้ มิ้นว่างหรือเปล่าครับ” พูดไปแล้วก็ตั้งตารอคำตอบ มิ้นนิ่งไป ก่อนจะตอบ


“ก็ว่างค่ะ”


พี่พลยิ้มรีบพูดต่อทันที “งั้น ผมจะชวนมิ้นไป....”พี่พลยังพูดไม่ทันจบ ก็มีเสียงหนึ่งขัดขึ้นมาเสียก่อน


“ว่าไงคะ จะชวนไปไหนกันหรอ” เสียงของพลอยนั่นเอง เมื่อทั้งสองหันไปมอง ก็เห็นพลอยยืนอยู่ที่ประตู มีพยาบาลพิเศษคอยประคองอยู่ข้างๆ


“พี่พลจะชวนพี่มิ้นไปไหน พลอยไม่ยอมจริงๆ ด้วยนะ” พลอยพูดทีเล่นทีจริง พลางค่อยๆ เดินมานั่งบนเตียงมีมิ้นช่วยพยุง


พี่พลพูดไม่ออก หันไปมองหน้ามิ้น


“วันเสาร์นี้น้องพลอยไม่มีใครอยู่เป็นเพื่อนหรอคะ ไหนว่าคุณพ่อจะกลับมาจากต่างประเทศแล้วไง อยากจะนอนคุยกับคุณพ่อให้หายคิดถึงไงคะ” มิ้นพูดยิ้มๆ


“คุณพ่อเลื่อนวันกลับค่ะ คงไม่กลับเสาร์นี้แล้ว อาจจะกลับวันจันทร์มั้งคะ สรุปว่า วันเสาร์พลอยไม่มีใครเลย” พลอยพูดแล้วทำหน้าหมอง


“ถ้าอย่างนั้น วันเสาร์นี้ พี่จะมาอยู่เป็นเพื่อนน้องพลอยแล้วกันนะ” มิ้นพูด หันไปมองพี่พล พี่พลก็ว่า


“พี่ก็จะมาเป็นเพื่อนน้องพลอยเหมือนกัน”


“จริงหรอคะ ดีจังเลย พลอยรักพี่พลกับพี่มิ้นที่สุดเล้ย” พลอยอุทานด้วยความดีใจ พี่พลกับมิ้นมองหน้ากัน ต่างยิ้มให้กันอย่างเข้าใจความคิดของอีกฝ่าย...


พี่พลมาเยี่ยมพลอยได้พักใหญ่ๆ ก็ลากลับไป เมื่อพี่พลกลับไปแล้วพลอยก็เอ่ยขึ้นมายิ้มๆ


“พี่พลน่ารักจังเลย พี่มิ้นว่าไหม”


มิ้นชะงัก ไม่ตอบ ได้แต่ยิ้ม “แต่พี่มิ้นน่ารักกว่าค่ะ” พลอยว่าแล้วมองมิ้นยิ้มๆก่อนจะเอื้อมมือไปลูบผมอันยาวสลวยของมิ้น


“หน้าก็สวย ผมก็สวย พลอยอยากเป็นอย่างพี่จัง” พลอยลูบผมมิ้น แล้วมองด้วยความชื่นชม มิ้นยิ้มตอบอย่างเขินๆ


การทำโปรเจ็กส์วันนี้ คืบหน้าไปมาก เพราะสมาชิกในกลุ่มต่างคนต่างก้มหน้าก้มตาทำงาน ไม่มีใครพูด ไม่มีใครยิ้มหรือหัวเราะอะไร บรรยากาศเต็มไปด้วยความเงียบ และดูคร่ำเคร่งมากกว่าที่ควรจะเป็น


นั่นทำให้แก้วมองด้วยความสงสัย เงยหน้าขึ้นมาจากโน๊ตบุ๊คส์ที่เอามาจากบ้านเพื่อทำงานโดยเฉพาะ มองเพื่อนแต่ละคน ก็เห็นต่างคนต่างตั้งใจกับงานตรงหน้า ดูท่าจะขยันกันเกินไปแล้ว นี่มันออกจะผิดวิสัยเพื่อนกลุ่มที่แก้วรู้จัก แก้วมองแต่ละคนอย่างงงๆ


มองบุ้ง ก็เห็นบุ้งทำงานไป ชำเลืองมองจิ๋วไปด้วย แต่จิ๋วทำไมมันไม่ยอมมองตอบ แถมยังทำหน้าบึ้งใส่ซะอีก เห็นแล้วขำ บุ้งมันเลยไม่กล้าพูดอะไรเลย มันคงไม่รู้สาเหตุการหน้าบึ้งของจิ๋วมัน ก็ขนาดเรายังไม่รู้เลย ไม่รู้ไอ้จิ๋วมันไปกินรังแตนที่ไหนมา


หันไปมองปาล์ม ก็เห็นกำลังคร่ำเคร่งกับการหาข้อมูลในโน๊ตบุ๊คส์ของตัวเอง ไม่ยอมมองหน้าใคร นานๆ ครั้งถึงจะเหลือบตาไปมองจิ๋วสักที แต่ดูท่ามันมองแบบเครียดๆ แปลกๆ แก้วคิดแล้วตั้งใจกับตัวเองว่า ไม่เข้าไปยุ่งกับไอ้ปาล์มดีกว่า


เห็นจะมีแต่น้องแพทเท่านั้นละมั้งที่ดูจะไม่เคร่งเครียด วันนี้เตรียมตัวมาดี มีนิตยสารกองโตเตรียมมาอ่านด้วย อ่านไป กินขนมไป ท่าทางมีความสุข เข้าหาคนนี้ท่าจะปลอดภัยที่สุด แก้วคิด


ว่าแล้วก็สะกิดแพท แล้วกระซิบ “แพท แพทว่าบรรยากาศตอนนี้มันแปลกๆไหม”


แพทหันมามองแก้ว แล้วกระซิบตอบ “อย่างนี้เขาเรียกบรรยากาศมาคุค่ะ พี่แก้ว”


“เออๆ นั่นแหละ แพทรู้ไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้น”แก้วถามต่อ


“แพทก็ไม่รู้เหมือนกันพี่แก้ว สงสัยอยู่เนี่ย” แพทว่าพลางส่ายหน้า แก้วจึงหันมามองเพื่อนแต่ละคน แล้วพูดออกมาเสียงดัง


“ฮัลโหลๆๆ...”


ทุกคนสะดุ้งตกใจ เงยหน้าขึ้นมามอง


“อะไรของแกน่ะ แก้ว เสียงดังทำไม”บุ้งถามขึ้นมา


“นี่มันเที่ยงจะบ่ายแล้วนะ ใจคอจะไม่กินข้าวกันเลยหรอ” ทุกคนชะงักอึ้งไป แต่ก็มองหน้ากันเฉย แก้วมองแล้วรำคาญลุกขึ้นชวนแพท


“ใครไม่กินชั้นไม่สนแล้วนะ ชั้นจะไปกินแล้ว ไปแพทไปกินข้าวแก้เซ็งกัน” แล้วจับมือแพทเดินออกไปทันที ที่เหลือมองหน้ากัน บุ้งหันมาหาน้ำเพชร แล้วชวนยิ้มๆ


“ไปกินข้าวกันเถอะ” แต่น้ำเพชรเมินหน้าไป ไม่ตอบ ลุกเดินออกไปทันที ทำเอาบุ้งงง หันไปหาปาล์ม ก็เห็นปาล์มมองมาอยู่ก่อนแล้วด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก บุ้งทำท่าจะพูดอะไรกับปาล์ม แต่ปาล์มไม่สนใจ รีบเดินออกไปอีกคน ปล่อยให้บุ้งยืนงงอยู่คนเดียว...


พี่พลเปิดประตูเข้ามาในห้องคนไข้ แล้วก็ต้องแปลกใจ เมื่อมองไม่เห็นใครอยู่ในห้อง เอ น้องพลอยกับมิ้นไปไหน พี่พลคิดพลางกวาดสายตาไปรอบๆ ห้อง แล้วเดินไปที่ระเบียง


นั่น มิ้นยืนอยู่ระเบียง มองเห็นด้านหลังกับผมที่ยาวสลวยน่ามอง พี่พลเดินเข้าไปหา เดินเข้าไปยืนใกล้ๆ มิ้นรู้สึกตัวหันมาทันที


“มายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้ครับมิ้น” พี่พลถามยิ้มๆ


“พอดีน้องพลอยไปตรวจสุขภาพประจำวันค่ะ มิ้นออกมายืนดูวิวข้างนอก พักสายตาค่ะ” มิ้นหันมาตอบ


“ท่าทางจะอ่านหนังสือหนักสิครับ มิ้นไม่ต้องอ่านหนังสือมากขนาดนี้ก็ได้ เพระที่มหาวิทยาลัยเขาเลื่อนสอบแล้ว” พี่พลพูดขึ้นมา มิ้นหันมามองหน้า


“จริงหรอคะ ทำไมมิ้นไม่รู้เลย”


“มิ้นจะรู้ได้ไงล่ะครับ ก็ผมล้อเล่นนี่”พี่พลพูดหน้าตาเฉย ทำเอามิ้นอึ้งไป ก่อนจะทำหน้าแปลกๆ


“พลนี่ชอบล้อเล่นจริงๆ ด้วย เหมือนที่ใครๆเขาว่าเลย” ประโยคหลังมิ้นพูดกับตัวเอง พี่พลมองแล้วยิ้ม


“ทำไมหรอครับ มีใครพูดถึงผมหรอ แล้ว....”พี่พลหยุดแล้วพูดต่อ “แล้วมิ้นสนใจผมด้วยหรอ”


มิ้นฟังแล้วชะงัก เกิดเขินขึ้นมา รีบพูดแก้ทันที แต่ก็อึกอัก “ไม่ใช่ค่ะ คือ...”


“แล้วมันยังไงล่ะครับ” พี่พลพูดยิ้มๆ มองหน้ามิ้นแล้วรู้สึกว่าโลกสดใส หัวใจก็สว่างไสวไปด้วย


“ผมรู้แล้ว มิ้นไม่ได้สนใจผมเหมือนที่ผมสนใจมิ้นหรอกใช่ไหมครับ” พี่พลพูดขึ้นมาลอยๆ มิ้นชะงักหันมามองหน้า


“พลล้อเล่นใช่ไหมเนี่ย”



“เปล่าครับ ไม่ได้ล้อเล่น” พี่พลพูดเรียบๆ มิ้นหันมามองหน้า แต่เมื่อเห็นพี่พลกำลังมองมา มิ้นก็หลบตา


“มิ้นไม่มองผม ผมมองมิ้นฝ่ายเดียวก็ได้ ” พี่พลพูดยิ้มๆ “มิ้นรู้ไหม บางทีคนเราก็มีความสุขง่ายๆ แค่ได้มองคนที่เราอยากมอง แค่นั้นมันก็มีความสุขแล้ว เราไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่านี้ด้วยซ้ำ”


“มิ้นรู้ค่ะ” มิ้นพูดเบาๆ พี่พลชะงัก หันมามอง เห็นสายตาของมิ้นแล้วก็ยิ้ม ทั้งสองยิ้มให้กัน ก่อนที่จะได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้น


“รู้อะไรกันคะ ขอพลอยรู้ด้วยคนสิ”


พลอยยืนอยู่ที่ประตูระเบียง กำลังมองมาที่คนทั้งสอง


“ทำไมไม่ตอบละคะ มีความลับกับพลอยอีกแล้วหรอ” พลอยพูดเสียงเครียด


“ก็ไม่มีอะไรนี่ครับพลอย พี่คุยกับพี่มิ้นเรื่องทั่วไป” พี่พลรีบบอกพลอย แต่พลอยสะบัดหน้า


“พี่พลไม่ต้องมาพูดเลย อย่านึกว่าพลอยไม่รู้นะ พี่สองคนน่ะ” พลอยมองไปที่คนทั้งสอง


“น้องพลอย...”มิ้นเรียก รู้สึกแปลกใจกับท่าทีของพลอย


“พี่มิ้น ทำไมพี่ทำอย่างนี้ พี่ทำให้พลอยเสียใจรู้ไหม” พลอยหันมามองมิ้น น้ำตาเริ่มไหลออกมา “พี่สองคนบอกพลอยมาเลยดีกว่า พี่ชอบกันใช่ไหม”


ทั้งสองอึ้งไปทันที หันมามองหน้ากัน มิ้นพูดไม่ออก แต่พี่พลเอ่ยขึ้นมาเรียบๆ


“ทำไมน้องพลอยถามพี่อย่างนี้”


“พี่พลก็ตอบมาสิคะ ตอบมาสิ” น้องพลอยเสียงดัง “แล้วไม่ต้องมาหลอกพลอยอีกนะ พลอยไม่ชอบให้ใครมาหลอก เพราะพลอยไม่ใช่ตัวตลก”


“พี่ไม่เคยคิดจะหลอกน้องพลอยเลย” พี่พลพูดแล้วหยุดมองหน้าพลอย “พี่ยอมรับ ว่าพี่ชอบพี่มิ้น”


พี่พลพูดเสียงเรียบ หันไปมองหน้ามิ้นแล้วบอกเบาๆ


“ผมชอบมิ้นนะ”มิ้นมองสบตาพี่พล พูดไม่ออก แต่ในใจนั้นเกิดความรู้สึกแปลกๆ เหมือนที่มีคนเคยบอก เหมือนผีเสื้อนับร้อยมันกระพือปีกอยู่ในหัวใจ มันเป็นความรู้สึกที่ไม่สามารถบรรยายออกมาได้ มิ้นไม่รู้จะตอบว่าอย่างไร รู้สึกว่าหน้าแดงขึ้นมาทันทีเพราะความเขิน


“แล้วก็พูดจริง ไม่ได้พูดเล่นด้วยนะครับ” พี่พลสำทับยิ้มๆ มองมิ้น มิ้นเงียบไม่ตอบ แต่ถึงไม่ตอบ สายตาของมิ้นที่มองสบตาพี่พลนั้น ก็มีความหมายมากมายเกินกว่าคำพูด


และพลอยก็มองเห็นสายตานั้นของมิ้น และแปลความหมายนั้นได้เช่นกัน มองคนทั้งสองด้วยความปวดร้าว ทำไมถึงต้องเป็นอย่างนี้ ในที่สุดพลอยก็ต้องผิดหวังหรือนี่ นึกถึงตอนนี้ น้ำตาก็ไหลออกมาอีก แล้วแผดเสียงร้องออกมา


“พี่พล ทำไมพี่พลทำอย่างนี้ พลอยผิดหวังในตัวพี่ที่สุด”


พี่พลกับมิ้นหันมามองพลอยด้วยความตกใจ เห็นพลอยร้องให้น้ำตาไหลแล้วมิ้นก็รีบเดินเข้าไปหาทันที แต่พลอยถอยหนี


“พี่มิ้นก็เหมือนกัน ทำไมถึงทำกับพลอยอย่างนี้ เสียแรง พลอยอุตส่าห์รัก อุตส่าห์ไว้ใจพี่มิ้นที่สุด”


“น้องพลอยครับ ทำไมไปว่าพี่มิ้นเขาแบบนั้น พี่มิ้นเขาไม่ได้ทำอะไรเลย พี่เอง พี่ไปชอบพี่มิ้นเอง” พี่พลรีบพูด


“พี่มิ้นก็ชอบพี่พลด้วยเหมือนกันแหละ พลอยรู้นะ”พลอยรีบสวนขึ้นมาทันที


“ถ้าพี่ทำให้น้องพลอยเสียใจ พี่ก็ขอโทษด้วย แต่พลอยอย่าไปว่าพี่มิ้นเขาเลยนะ”


“ทำไมคะ พี่พลเป็นห่วงความรู้สึกพี่มิ้นขนาดนั้นเลยหรอคะ แล้วความรู้สึกพลอยล่ะ มีใครเคยเป็นห่วงมั่งไหม”



“พี่เป็นห่วงน้องพลอยนะคะ” มิ้นรีบพูดขึ้นมาทันที แต่พลอยหันขวับมามองมิ้น


“ไม่จริงหรอก พี่มิ้นไม่ได้ห่วงพลอย ไม่อย่างนั้นคงไม่ทำให้พลอยผิดหวังอย่างนี้หรอก” พลอยว่าแล้วน้ำตาไหลออกมาอีก หันมามองหน้ามิ้น


“พี่มิ้นห่วงพลอยมั่งไหม ถ้าพี่ชอบพี่พล แล้วพลอยล่ะ พลอยจะทำยังไง พี่มิ้นรู้ไหม ว่าพลอยชอบพี่นะ” พลอยพูดออกมาเบาๆ แต่นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้ทั้งพี่พลและมิ้นชะงัก ต่างอึ้งกันไปทั้งสองคน...




 

Create Date : 25 มกราคม 2549    
Last Update : 5 มีนาคม 2549 16:04:30 น.
Counter : 113 Pageviews.  

ไม่งั้นเราจะไม่พบกัน...ตอนที่ ๒๒

ทุกคนเงียบกันไป ก่อนที่มิ้นจะเดินเข้ามาหาพลอย แล้วจับมือไว้ทั้งสองข้าง


“พี่ก็รักน้องพลอย รักเหมือนน้องสาวแท้ๆ ของพี่เลย” ว่าแล้วเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาที่อาบแก้มของพลอย แต่น้องพลอยสะบัดหน้าอย่างแรง ปัดมือของมิ้นออก


“ถ้าพี่มิ้นจะรักพลอยแบบน้อง ไม่ต้องมารักซะดีกว่า”พลอยตอบเสียงสะบัด พี่พลเดินเข้ามาหาอีกคน เข้ามาลูบหลังปลอบ


“น้องพลอย..”มิ้นเรียก พูดไม่ออก


“พี่มิ้นไม่ต้องพูดแล้ว พลอยไม่อยากฟังคำแก้ตัวอะไรอีก พลอยอยากรู้อยู่อย่างเดียว ตกลงพี่มิ้นชอบพี่พลใช่ไหม บอกพลอยมาสิ”


มิ้นอึ้งไป พูดไม่ออก หันไปมองพี่พล พี่พลจึงรีบเดินเข้ามาหา


“น้องพลอยใจเย็นก่อนครับ” เอื้อมมือมาจะลูบหลังพลอย แต่พลอยเบี่ยงตัวหลบ


“พี่พลไม่ต้องมาพูด เพราะพี่พลนั่นแหละที่ทำให้พี่มิ้นไม่รักพลอย” พลอยแผดเสียง แล้วร้องให้ออกมาอีก “ไม่มีใครรักพลอยแล้ว พลอยไม่อยากอยู่แล้ว” พลอยตะโกนเสียงดัง หันซ้ายหันขวาอย่างขัดใจ ก่อนจะหันไปมองสายน้ำเกลือของตัวเอง แล้วกระชากออก



พี่พลกับมิ้นตกใจ พี่พลรีบเข้าไปจับตัวพลอยไว้ แต่พลอยดิ้นสุดแรงไม่ยอมให้จับ ทำท่าจะกระโดดลงมาจากเตียงคนไข้ มิ้นรีบตรงไปกดกริ่งเรียกพยาบาลทันที ก่อนที่พลอยจะหมดสติไป...

คณะของปาล์มทำโปรเจ็คกันอย่างเอาจริงเอาจัง ท่ามกลางความงุนงงสงสัยของแก้ว แต่ก็ไม่รู้จะไปถามใคร เพราะแต่ละคนเอาแต่เงียบ ตั้งหน้าตั้งตาทำโปรเจ็คอย่างเคร่งเครียด


เมื่อกินข้าวเย็นแล้ว ก็มาทำงานกันต่อแต่เมื่อผ่านไปถึง 4 ทุ่มครึ่งแล้วก็ยังไม่เสร็จ แก้วชำเลืองมองแพทก็เห็นกำลังหาวอย่างเบื่อๆ


“เป็นไง แพท เบื่อหรอ”แก้วถาม


“ก็ มันไม่มีไรทำนี่คะพี่ หนังสือก็อ่านหมดแล้ว” แพทตอบ มองไปที่บุ้งก็เห็นตั้งใจทำงาน น้ำเพชรก็ก้มหน้าทำงาน ส่วนปาล์มตั้งใจทำงานมากที่สุด มองแล้วน่าเบื่อจริงๆ แพทคิดในใจ แล้วก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ของตัวเองดังขึ้น แพทเอื้อมมือมารับ


“ว่าไงคะ ลุงแม้น อ้าว มาแล้วหรอ แพทยังไม่ได้บอกเลยว่าจะกลับ”แพทกรอกเสียงลงไปในโทรศัพท์


“คุณแม่ให้มารับ ก็แพทยังไม่กลับนี่ อะไรนะ คุณแม่ฝากขนมมาหรอ โธ่ๆ แพทไม่ได้ขอสักหน่อย” แพทหยุดถอนหายใจ


“ลุงไม่ต้องมา เดี๋ยวแพทไปหาที่รถเอง จอดอยู่ตรงไหนคะ อ๋อๆ อืมๆ เดี๋ยวแพทไปหา แค่นี้นะคะ” แพทรับโทรศัพท์เสร็จแล้ว หันไปบอกทุกคน


“คุณแม่ฝากขนมมาให้ค่ะ เดี๋ยวแพทไปเอาก่อนนะ” ไม่ทันที่ใครจะว่าอะไร แพทก็เดินออกไปทันที


“อ้าว เฮ้ย แพท เดี๋ยวๆ” แก้วรีบเรียก แต่แพทไม่ฟังเสียง เดินออกไปไกลแล้ว แก้วจึงหันมามองเพื่อนทั้งสามที่กำลังเครียดกับการทำงานอยู่ บรรยากาศไม่น่าอภิรมย์จริงๆ เล้ย แพทก็ดันหนีไปอีก แล้วเราจะอยู่ทำไมล่ะเนี่ย แก้วคิดก่อนจะค่อยๆ ถามปาล์ม


“เออ ปาล์ม งานใกล้เสร็จแล้วใช่ไหม”


ปาล์มเงยหน้าขึ้นมา พยักหน้านิดๆ “ก็ไกล้แล้ว”


“งั้นชั้นไปซื้อขนมมาให้กินนะ เดี๋ยวมา”แก้วทำท่าจะเดินออกไป แต่นึกอะไรขึ้นมาได้ จึงหันไปหาบุ้ง


“บุ้งๆ ไปเป็นเพื่อนชั้นหน่อยสิ มืดแล้วเนี่ย” บุ้งเงยหน้าขึ้นมามอง มองไปที่น้ำเพชรก็เห็นทำหน้าบึ้ง จึงตัดสินใจลุกตามแก้วไป


“อือๆ ไปก็ได้” แล้วแก้วกับบุ้งก็เดินออกไป น้ำเพชรเผลอมองตาม ครั้นรู้สึกตัวก็รีบหันกลับมา


แก้วกับบุ้งเดินออกมาแล้ว บุ้งก็หันมาถามเพื่อน


“แกชวนชั้นออกมาทำไม”


“อ้าว ก็ออกมาซื้อขนมไง แกไม่เครียดกันมั่งหรอ เห็นตั้งใจทำงานซะเหลือเกิน ไหนๆ ก็จะเสร็จแล้ว ออกมายืดเส้นยืดสายบ้างเหอะ”


“อืม พักสมองบ้างก็ดีมั้ง” บุ้งพยักหน้านิดๆ แก้วมองเพื่อนแล้วยิ้มนิดๆ เช่นกัน


“ท่าทางแกจะเครียดน่าดู”


“ชั้นเครียดเพราะคนบางคน”บุ้งพูดลอยๆ


“อย่าโทษคนอื่น เป็นเพราะตัวแกเองนั่นแหละ ไอ้คนไม่ชัดเจน สมน้ำหน้า” แก้วว่าทีเล่นทีจริง บุ้งฟังแล้วทำหน้าแปลกๆ


“นี่แกว่าชั้นหรอ”


“ก็ใช่สิ แล้วมันจริงไหมล่ะ” แก้วว่ายิ้มๆ บุ้งอึ้งไป ก่อนจะยอมรับ “ก็คงจะจริงมั้ง ชั้นมันไม่ดีเอง”


“เออๆ รู้ตัวก็ดีแล้ว อย่าให้ต้องเตือนบ่อยๆ รู้เองมั่งสิว่าควรจะทำยังไง” แก้วว่าเพื่อนทีเล่นทีจริง บุ้งเลยเงียบไป



สักพักหนึ่งแก้วก็ร้องขึ้นมาเมื่อนึกอะไรขึ้นมาได้ “แหม เมื่อกี้ไม่ได้เอาโน๊ตบุ๊คส์มาด้วย จะส่งเมล์ไปแฮบปี้นิวเยียร์เพื่อนสักหน่อย”



“ส่งวันอื่นได้ไหม มาส่งอะไรวันนี้ล่ะ”



“ก็วันนี้วันสิ้นปี พรุ่งนี้วันปีใหม่ แกจะให้ชั้นส่งวันไหน ชั้นต้องส่งให้เสร็จก่อนเที่ยงคืนนี้นะ โธ่ ชั้นเอาโน๊ตบุ๊คส์มาเพื่องานนี้นะเนี่ย” แก้วว่า บุ้งมองเพื่อนแล้วหัวเราะ


“อ้าว แกไม่ได้เอามาหาข้อมูลทำงานหรอ”


“แหม ก็ทำด้วยแหละ อันนั้นถือเป็นผลพลอยได้” แก้วว่าแล้วยิ้ม ก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้


“รู้แล้ว งั้นเราไปร้านเนตกัน ชั้นขี้เกียจกลับไปเอาโน๊ตบุ๊คส์ ”


“โห ไปร้านเนตเพื่องานนี้เลยหรอ” บุ้งมองเพื่อน


“ก็ใช่ดิ แหม แกนี่ไม่เข้าใจเลย นี่วันสิ้นปีนะ รีบๆไปเหอะ เพื่อนชั้นเยอะ ต้องส่งหลายคน”แก้วว่าแล้วรีบลากตัวเพื่อนไปร้านเนตข้างมหาวิทยาลัยทันที


น้ำเพชรนั่งอยู่ข้างๆ ปาล์ม แต่ทั้งสองไม่ได้พูดอะไรกัน ปาล์มเปิดโน๊ตบุ๊คส์ขึ้นมาทำงานอย่างเคร่งเครียด ส่วนน้ำเพชรทำงานของตัวเองจนเริ่มล้า หันไปเห็นโน๊ตบุ๊คส์ของแก้วเปิดอยู่ จึงหยิบขึ้นมา


พักงานสักแปบนึงดีกว่า มองดูนาฬิกาข้อมือก็เห็นว่า 5 ทุ่มแล้ว จึงเปิดเนตเข้าเวบพันทิปที่คุ้นเคย


เข้าห้องอะไรดีนะ อืม นึกถึงนายล่องลอยขึ้นมา วันนี้นายล่องลอยจะไปล่องลอยอยู่ที่ไหน จะเข้ามาเล่นเนตหรือเปล่านะ


ลองเข้าห้องไร้สังกัดดีกว่า จะเจอนายล่องลอยไหมนะ น้ำเพชรคิดพลางคลิกเข้าไป นั่น เจอนายล่องลอยมาตั้งกระทู้จริงๆ ด้วย


ชื่อกระทู้...วันนี้วันสิ้นปีครับ คุณอยากจะทำอะไรในวันนี้ก่อนจะขึ้นปีใหม่ครับ


เนื้อหากระทู้...วันนี้เป็นวันสิ้นปี ผมไม่ได้ไปเที่ยวไหน เพราะติดธุระ มานั่งคิดๆ ดู มีเหตุการณ์ต่างๆ มากมายที่เกิดขึ้นในปีนี้ มีทั้งความสุขและความทุกข์ มีอะไรหลายอย่างที่ได้ทำไปแล้ว และมีอีกหลายอย่างเช่นเดียวกันที่ผมยังไม่ได้ทำ และหวังที่จะทำ ก่อนที่จะผ่านพ้นปีนี้ไป สิ่งนั้นคือ การบอกรักคนที่ผมรัก และบอกกับเค้าว่า ผมรักเค้าเสมอ และตลอดไป ^ ^


น้ำเพชรอ่านกระทู้แล้วยิ้ม นายล่องลอยนี่ท่าจะโรแมนติกน่าดู ถ้าเกิด...ถ้าเกิด...น้ำเพชรอดคิดถึงบุ้งไม่ได้ เฮอะ บุ้งคงไม่ได้คิดอะไรแบบนี้หรอก ก็บุ้งมีคนมาบอกรักแล้วนี่ น้องแพทนั่นไง คงไม่ได้สนใจอะไรกับเราหรอก ที่ผ่านมาทั้งหมด เราคงคิดไปเอง ความจริงต้องเป็นบุ้งกับแพทต่างหาก


น้ำเพชรคิดแล้วหน้าเศร้าลงไป ปาล์มเหลือบมองแวบหนึ่ง ก่อนจะก้มหน้าก้มตากับโน๊ตบุ๊คส์ของตัวเองต่อไป


น้ำเพชรมองความคิดเห็นที่ยังไม่มีเลย นายล่องลอยคงจะเพิ่งตั้ง จึงโพสลงไปเป็นความคิดเห็นแรก


ความคิดเห็นที่ 1


โรแมนติกจังนะ นายล่องลอย


จากคุณ WINDY_LOVE [ 31 ธ.ค. 48 23 : 04 : 31 ]



ความคิดเห็นที่ 2


WINDY_LOVE มาแล้วหรอครับ นึกว่าวันนี้จะไม่เจอซะแล้ว ^ ^


จากคุณ นายล่องลอย [ 31 ธ.ค. 48 23 : 06 : 41 ]


ความคิดเห็นที่ 3


อยากบอกรักใครก็บอกสิ


จากคุณ WINDY_LOVE [ 31 ธ.ค. 48 23 : 08 : 08 ]



ความคิดเห็นที่ 4


เฮ้อ - - ผมไม่รู้จะพูดยังไง


จากคุณ นายล่องลอย [ 31 ธ.ค. 48 23 : 10 : 56 ]



ความคิดเห็นที่ 5


เข้าใจนะ คนเรามันก็มีเวลาที่พูดไม่ออกเหมือนกัน


จากคุณ WINDY_LOVE [ 31 ธ.ค. 48 23 : 12 : 00 ]



ความคิดเห็นที่ 6


ขอบคุณครับที่เข้าใจ ^ ^


จากคุณ นายล่องลอย [ 31 ธ.ค. 48 23 : 14 : 44 ]



ความคิดเห็นที่ 7


บางครั้ง คนเราก็พูดในสิ่งที่อยากพูดไม่ได้


จากคุณ WINDY_LOVE [ 31 ธ.ค. 48 23 : 16 : 22 ]



ความคิดเห็นที่ 8


ใช่ครับ แต่ยังไง ผมก็จะบอกเค้าให้ได้


จากคุณ นายล่องลอย [ 31 ธ.ค. 48 23 : 18 : 31 ]



ความคิดเห็นที่ 9


เอาใจช่วยนะ แล้วเค้าเป็นใครล่ะ ถามได้ไหม


จากคุณ WINDY_LOVE [ 31 ธ.ค. 48 23 : 22 : 58 ]



ความคิดเห็นที่ 10


ได้สิครับ ผมถือว่า WINDY_LOVE เป็นเพื่อนผมคนหนึ่ง เค้าคนนั้นก็อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลเนี่ยแหละครับ


จากคุณ นายล่องลอย [ 31 ธ.ค. 48 23 : 25 : 31 ]



ความคิดเห็นที่ 11


ถ้าเป็นคนใกล้ตัวก็บอกเขาไปเลยสิ


จากคุณ WINDY_LOVE [ 31 ธ.ค. 48 23 : 28 : 32 ]



ความคิดเห็นที่ 10


ไม่รู้ว่าใกล้ตัว แต่ไกลใจหรือเปล่า - -


จากคุณ นายล่องลอย [ 31 ธ.ค. 48 23 : 31 : 30 ]



ความคิดเห็นที่ 11


มั่นใจหน่อยสิ นายล่องลอย


จากคุณ WINDY_LOVE [ 31 ธ.ค. 48 23 : 34 : 29 ]



ความคิดเห็นที่ 12


ไม่ได้มีแค่การบอกรัก มันมากกว่านั้น


จากคุณ นายล่องลอย [ 31 ธ.ค. 48 23 : 37 : 31 ]


ความคิดเห็นที่ 13


- -a ไม่เข้าใจ


จากคุณ WINDY_LOVE [ 31 ธ.ค. 48 23 : 40 : 11 ]



ความคิดเห็นที่ 14


ไม่เป็นไรครับ แค่รับฟังก็พอแล้ว


จากคุณ นายล่องลอย [ 31 ธ.ค. 48 23 : 44 : 01 ]



ความคิดเห็นที่ 15


ยินดีรับฟังนะ ว่าแต่ ไม่มีคนเข้ามาเลย


จากคุณ WINDY_LOVE [ 31 ธ.ค. 48 23 : 47 : 39 ]



ความคิดเห็นที่ 16


เค้าคงไปฉลองปีใหม่กันหมดแล้ว WINDY_LOVE ไม่ฉลองปีใหม่กับเขาหรอ


จากคุณ นายล่องลอย [ 31 ธ.ค. 48 23 : 50 : 31 ]



ความคิดเห็นที่ 17


วันนี้มาทำงาน ยังไม่เสร็จเลย


จากคุณ WINDY_LOVE [ 31 ธ.ค. 48 23 : 54 : 15 ]



ความคิดเห็นที่ 18


แล้วมีเวลาว่างมาเล่นเนตได้ไง ^^


จากคุณ นายล่องลอย [ 31 ธ.ค. 48 23 : 57 : 31 ]



ความคิดเห็นที่ 19


ก็เหมือนนายล่องลอยมีเวลาว่างมาเล่นแหละ


จากคุณ WINDY_LOVE [ 31 ธ.ค. 48 24 : 01 : 03 ]



ความคิดเห็นที่ 20


อิอิ จริงด้วยครับ แต่ดีใจนะ ที่ได้คุยกับ WINDY_LOVE


จากคุณ นายล่องลอย [ 31 ธ.ค. 48 24 : 04 : 31 ]



ความคิดเห็นที่ 21


ดีใจเหมือนกัน ยังไงก็อวยพรให้บอกเค้าคนนั้นให้ได้นะ เค้าอยู่แถวนี้ไหม


จากคุณ WINDY_LOVE [ 31 ธ.ค. 48 24 : 09 : 39 ]



ทางโน้นเงียบไปพักหนึ่งจนน้ำเพชรสงสัยในใจ แต่แล้วก็เห็นความคิดเห็นของนายล่องลอยโพสมา



ความคิดเห็นที่ 22


เค้าก็อยู่แถวนี้แหละครับ


จากคุณ นายล่องลอย [ 31 ธ.ค. 48 24 : 20 : 31 ]



ความคิดเห็นที่ 23


งั้นก็บอกเค้าสิ บอกให้ชัดเจน ดีกว่าปล่อยให้คาราคาซังนะ


จากคุณ WINDY_LOVE [ 31 ธ.ค. 48 24 : 25 : 51 ]



ความคิดเห็นที่ 24


ครับ ผมก็ว่าอย่างนั้น ผมรู้แล้วว่าควรจะทำอะไรให้ชัดเจนสักที ถึงแม้ว่ามันอาจจะเป็นไปไม่ได้ แต่ผมก็ไม่อยากได้แต่มองเค้าแบบนี้ WINDY_LOVE ก็เหมือนกันนะ ถ้ามีโอกาสก็บอกเค้า


จากคุณ นายล่องลอย [ 31 ธ.ค. 48 24 : 29 : 01 ]



ความคิดเห็นที่ 25


สำหรับเรา มันก็อาจจะเป็นไปไม่ได้เหมือนกัน


จากคุณ WINDY_LOVE [ 31 ธ.ค. 48 24 : 35 : 37 ]



น้ำเพชรโพสแล้วนิ่งไป ในใจรู้สึกเศร้า เมื่อนึกถึงคนบางคน



ความคิดเห็นที่ 26


WINDY_LOVE เป็นอะไรหรือเปล่าครับ อย่าเศร้าสิ


จากคุณ นายล่องลอย [ 31 ธ.ค. 48 24 : 40 : 00 ]



ความคิดเห็นที่ 27


จะพยายาม


จากคุณ WINDY_LOVE [ 31 ธ.ค. 48 24 : 45 : 37 ]



ความคิดเห็นที่ 28


เอาใจช่วยนะ


จากคุณ นายล่องลอย [ 31 ธ.ค. 48 24 : 48 : 00 ]



ความคิดเห็นที่ 29


ขอบคุณมาก


จากคุณ WINDY_LOVE [ 31 ธ.ค. 48 24 : 50 : 37 ]



ความคิดเห็นที่ 30


ไม่เป็นไรครับ อะไรที่มันเศร้า เราปล่อยผ่านไปกับปีเก่า มาเริ่มต้นปีใหม่กันดีกว่า


จากคุณ นายล่องลอย [ 31 ธ.ค. 48 24 : 53 : 00 ]



ความคิดเห็นที่ 31


เริ่มจากการที่นายล่องลอยบอกรักกับคนๆนั้นนะ


จากคุณ WINDY_LOVE [ 31 ธ.ค. 48 24 : 55 : 37 ]



ความคิดเห็นที่ 32


WINDY_LOVE ก็เหมือนกัน อย่าคิดว่าเป็นไปไม่ได้นะครับ เค้าคนนั้นอาจกำลังคิดจะบอกรักคุณอยู่นะ



จากคุณ นายล่องลอย [ 31 ธ.ค. 48 24 : 57 : 00 ]



ความคิดเห็นที่ 33


นายล่องลอยรู้ได้ยังไง


จากคุณ WINDY_LOVE [ 31 ธ.ค. 48 24 : 58 : 37 ]



ความคิดเห็นที่ 34


ความรู้สึกเราคงคล้ายๆกันมั้ง


จากคุณ นายล่องลอย [ 31 ธ.ค. 48 24 : 59 : 00 ]



น้ำเพชรอ่านกระทู้ด้วยความรู้สึกที่ดีขึ้น รู้สึกดีที่อย่างน้อยก็มีคนเข้าใจ มีคนที่ดูเหมือนว่าจะมีความรู้สึกเดียวกับเรา ทั้งๆที่เค้าเป็นใครมาจากไหนก็ไม่รู้


น้ำเพชรยิ้ม กำลังจะโพสข้อความลงไป ก็ได้ยินเสียงพลุดังขึ้น มองไปที่หน้าจอ



ความคิดเห็นที่ 35


สวัสดีปีใหม่ครับ WINDY_LOVE มีความสุขมากๆนะครับ คิดอะไรสมความปรารถนานะครับ


จากคุณ นายล่องลอย [ 1 ม.ค. 49 00 : 01 : 00 ]



ความคิดเห็นที่ 36


สวัสดีปีใหม่เช่นกัน มีความสุขมากๆนะนายล่องลอย ขอให้สมความปรารถนาเช่นกันในทุกเรื่อง


จากคุณ WINDY_LOVE [ 1 ม.ค. 49 00 : 03 : 37 ]



ความคิดเห็นที่ 37


ที่ๆ ผมอยู่เห็นพลุด้วยครับ สวยมากเลย



จากคุณ นายล่องลอย [ 1 ม.ค. 49 00 : 05 : 00 ]



ความคิดเห็นที่ 38


ที่ๆ อยู่ก็มีพลุเหมือนกัน


จากคุณ WINDY_LOVE [ 1 ม.ค. 49 00 : 07 : 57 ]



ความคิดเห็นที่ 39


จริงหรอครับ ผมอยู่ที่มหาวิทยาลัย


จากคุณ นายล่องลอย [ 1 ม.ค. 49 00 : 09 : 00 ]



ความคิดเห็นที่ 40


อยู่ที่มหาวิทยาลัยเหมือนกัน


จากคุณ WINDY_LOVE [ 1 ม.ค. 49 00 : 11 : 38 ]



ความคิดเห็นที่ 41


ผมอยู่มหาวิทยาลัย... หวังว่าโลกจะกลมนะครับ ^ ^



จากคุณ นายล่องลอย [ 1 ม.ค. 49 00 : 13 : 00 ]



ความคิดเห็นที่ 42


โลกกลมจริงๆด้วย เพราะเราอยู่มหาวิทยาลัย... เหมือนกัน


จากคุณ WINDY_LOVE [ 1 ม.ค. 49 00 : 15 : 25 ]



ความคิดเห็นที่ 43


โลกกลมจริงๆด้วย ^ ^ งั้นออกมาดุพลุกันดีกว่า ออกมาที่โล่งๆ ที่สนามฟุตบอลดีไหม



จากคุณ นายล่องลอย [ 1 ม.ค. 49 00 : 17 : 00 ]



ความคิดเห็นที่ 44


สนามฟุตบอลของมหาวิทยาลัยหรอ


จากคุณ WINDY_LOVE [ 1 ม.ค. 49 00 : 19 : 45 ]



ความคิดเห็นที่ 45


ใช่ครับ อยู่แถวนั้นหรือเปล่า มาดูพลุกันเถอะ



จากคุณ นายล่องลอย [ 1 ม.ค. 49 00 : 21 : 08 ]



ความคิดเห็นที่ 46


ตกลง เดี๋ยวจะไป


จากคุณ WINDY_LOVE [ 1 ม.ค. 49 00 : 22 : 37 ]


น้ำเพชรโพสกระทู้แล้วลุกขึ้นยืน มองไปที่สนามฟุตบอล แล้วเหลือบมองปาล์ม จะพูดอะไรแต่ก็ไม่พูด เดินออกไปทางสนามฟุตบอล ปาล์มเองมองน้ำเพชรแล้วเดินออกไปที่สนามฟุตบอลเช่นกัน


น้ำเพชรเดินไปถึงสนามฟุตบอล ในใจเต้นตึกตัก นี่นายล่องลอยอยู่แถวนี้จริงๆหรอ นี่เรากำลังจะเจอกับนายล่องลอย คนที่ไม่เคยคิดว่าจะได้เจอ แต่ตอนนี้กำลังจะได้เจอจริงๆ


ที่สนามฟุตบอล น้ำเพชรมองเห็นคนๆหนึ่งกำลังยืนดูพลุอยู่คนเดียว มองจากด้านหลังช่างคุ้นตาเหลือเกิน น้ำเพชรมองอย่างอึ้งๆ ดูเหมือนว่าคนๆนั้นจะรู้ตัวว่ามีคนกำลังมองอยู่ เค้าหันมา


น้ำเพชรชะงัก น่าจะพร้อมกับที่คนๆนั้นชะงักเช่นกัน คนๆนั้นขมวดคิ้ว ก่อนจะคลายออก แล้วยิ้มให้น้ำเพชร ยิ้มที่ที่ทำให้โลกสว่างไสวแม้ในความมืด น้ำเพชรมองอย่างตะลึง แม้คนๆนั้นจะเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าแล้วก็ตาม


“สวัสดีครับ WINDY_LOVE ใช่ไหม” เขายิ้ม


“นายล่องลอย....”น้ำเพชรรำพึงออกมา ก่อนจะพูดต่อ “พี่พล...”...




 

Create Date : 25 มกราคม 2549    
Last Update : 5 มีนาคม 2549 16:07:39 น.
Counter : 120 Pageviews.  

ไม่งั้นเราจะไม่พบกัน...ตอนที่ ๒๓

“พี่พล...”น้ำเพชรพูดซ้ำอีกครั้ง แล้วอึ้งไปอย่างพูดไม่ออก มองหน้าพี่พลแล้วรู้สึกยังไงไม่รู้ รู้แต่ว่า อยากจะร้องให้ คิดแล้วน้ำตาก็ซึมออกมา


พี่พลมองอย่างตกใจ เอื้อมมือมาจับมือไว้มือหนึ่ง อีกมือลูบหัวเบาๆ


“เป็นอะไรครับน้องจิ๋ว ร้องให้ทำไม”


น้ำเพชรส่ายหน้า ตอบพี่พลไม่ได้ และตอบตัวเองไม่ได้เช่นกันว่าร้องให้ทำไม เพียงแค่มองเห็นพี่พลอยู่ตรงหน้าเท่านั้น


น้ำเพชรคิดแล้วมองพี่พล มองให้ชัดๆ คนที่เหมือนไม่มีตัวตน คนที่เคยแอบมอง กับคนที่อยู่ตรงหน้า ก็คือคนๆเดียวกัน เป็นคนๆเดียวกันที่มองมาด้วยสายตาอบอุ่นพร้อมๆกับคำพูดที่ปลอบโยนอยู่เสมอ น้ำเพชรเอื้อมมือมาจับพี่พลอีกมือหนึ่ง


“บอกแล้วพี่พลจะช่วยได้หรอคะ”


“ลองบอกมาก่อนสิ ไม่แน่ พี่อาจจะช่วยได้นะ” พี่พลว่าแล้วยิ้ม จากที่ลูบผมเปลี่ยนเป็นขยี้ผมเบาๆ แล้วเช็ดน้ำตาให้ แต่น้ำเพชรก็ไม่สามารถห้ามน้ำตาไม่ให้ไหลออกมาอีกได้ ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้พี่พลทั้งน้ำตา แววตาที่มองนั้นแฝงความไว้เนื้อเชื่อใจไว้เต็มเปี่ยม


คนสองคน ยืนอยู่ด้วยกันกลางสนามฟุตบอล บนท้องฟ้ามีพลุจุดสว่างไสว สวยงาม จุดอย่างต่อเนื่องไม่มีสิ้นสุด แต่ทั้งสองก็ไม่ได้มองพลุบนท้องฟ้า ได้แต่มองหน้ากัน...


ภาพนั้นทำให้คนที่แอบมองอยู่สะท้อนใจ ปาล์มมองแล้วถอนหายใจ เมื่อกี้แอบเดินตามน้ำเพชรมา เพราะสงสัยที่อยู่ๆ ก็ลุกขึ้นผลุนผลันเดินออกไป ไม่คิดเลยว่าจะมาเจอภาพบาดตาแบบนี้ พี่พลอีกแล้วหรอ พี่พลคนดี คนดีก็ย่อมได้รับความรักจากคนอื่นๆอย่างนี้แหละ ถูกต้องแล้วนี่


แล้วเราจะมาอยู่ทำไมตรงนี้ล่ะ มันไม่ใช่ที่ของเรานี่ ปาล์มคิดพลางหันหลังกลับ แต่แล้วก็ต้องชะงัก เมื่อมองเห็นใครอีกคนกำลังมองคนสองคนที่อยู่กลางสนามฟุตบอลเช่นเดียวกัน


บุ้งกำลังยืนมองภาพนั้นอยู่อย่างนิ่งๆ ในหัวคิดอะไรสับสนวุ่นวายไปหมด มีแต่เรื่องของเรากับจิ๋ว เรื่องความปากแข็งอย่างน่าเตะ เรื่องความกวน พูดจาไม่เข้าหู ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราทำกับเพื่อนรักของเรา...เพื่อนที่รัก


สมน้ำหน้าตัวเอง คนอย่างเราเนี่ยนะ ใครจะมาชอบ คนที่ดีๆ อย่างพี่พลต่างหากที่เหมาะสมกัน ที่มีแต่คนรัก สมควรแล้วที่เขาจะสมหวังกัน


บุ้งคิดแล้วถอนหายใจมองเห็นปาล์มกำลังมองมา ก็ยิ้มให้ แต่ปาล์มไม่ยิ้มตอบ เดินเลี่ยงออกไป บุ้งมองแล้วเดินตาม


ปาล์มเดินออกมานั่งที่เก้าอี้ข้างๆ คณะ เงียบๆ ไม่มีใคร สักพักบุ้งก็เดินตามมานั่งข้างๆ มองปาล์มแล้วยิ้มกวนๆ


“เป็นอะไรล่ะแก”


ปาล์มหันมามอง ไม่อยากจะพูด แต่ก็ตอบอย่างเสียไม่ได้ “ก็ไม่ได้เป็นไรนี่” ตอบแล้วนึกในใจ นี่บุ้งจะมายุ่งกับเราทำไม เมื่อไหร่จะไปสักที เราอยากอยู่คนเดียวๆ เงียบๆ


“ไม่เป็นไรแล้วทำไมไม่กลับไปที่โต๊ะล่ะ” บุ้งยังไม่ยอมไป ยังถามต่อ ปาล์มเริ่มรำคาญ ยิ่งอารมณ์ไม่ค่อยดีเรื่องเมื่อกี้อยู่ด้วย ไม่อยากจะพูด จะตอบอะไรกับใครทั้งนั้น จึงตอบออกไปด้วยเสียงกระชาก


“แล้วแกจะมายุ่งอะไรกับชั้นล่ะ”


บุ้งหน้าขรึมลงไป ก่อนจะพูดเรียบๆ “ก็ไม่ได้อยากจะยุ่งอะไรกะแกหรอก ถ้าไม่ติดว่า แกเป็นเพื่อนชั้นน่ะ”


ปาล์มชะงัก หันมามองหน้าบุ้ง ก็เห็นบุ้งยิ้มๆ “แกอาจจะไม่อยากจะพูดอะไรกับใครตอนนี้ ชั้นเองก็รู้สึกแบบแกแหละ แต่อย่างชั้นมันไม่เป็นอะไรหรอก มันขาดๆ เกินๆ มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ไม่เพอร์เฟคเหมือนแก”


ปาล์มหันมามองหน้าบุ้ง ขมวดคิ้ว “ชั้นก็ไม่ได้เพอร์เฟคอะไร ก็แค่ จะทำอะไรก็ต้องทำให้ได้เท่านั้น”


“แล้วแกเคยผิดหวังหรือเปล่า”


“ถ้าเป็นเรื่องที่ชั้นทำ ก็คงไม่เคย คนอย่างชั้น จะทำอะไรก็ต้องทำให้ดีที่สุด” ปาล์มว่าแล้วเงียบไป ก่อนจะพูดต่อ “แต่ชั้นคงผิดหวังครั้งนี้เป็นครั้งแรก”


“แล้วเป็นไงบ้าง” บุ้งถาม


“มันก็รู้สึกแปลกๆ เศร้าๆ” ปาล์มว่าแล้วมองบุ้ง “แล้วแกล่ะ เป็นไง ผิดหวังเหมือนกันไม่ใช่หรอ ยิ้มระรื่นเชียวนะ แกเศร้ากับเค้าบ้างหรือเปล่าเนี่ย”


บุ้งยิ้มกวน “ทำไมจะไม่เศร้าล่ะ แต่ชั้นชินแล้ว” พูดแล้วก็หน้าขรึมลง “คนอย่างชั้นมันไม่ค่อยเอาไหน ปากก็หมา รักใครก็ปากแข็ง เป็นอย่างนี้ก็สมควรแล้ว”


ปาล์มมองบุ้ง เห็นความเศร้าในดวงตาที่เจ้าตัวพยายามจะเก็บเอาไว้ แต่ปาล์มก็ยังอุตส่าห์มองเห็นจนได้


“ชั้นว่าไม่จริงหรอก คนที่พูดได้อย่างแกเนี่ย แสดงว่าต้องเศร้ามากกว่าใคร เพราะแกรู้ทุกอย่างว่าตัวเองผิดตรงไหน แต่แก้ไม่ได้”


บุ้งชะงัก มองปาล์ม ยิ้มๆ “งั้นหรอ ก็คงจะจริงอย่างแกว่า ชั้นผิดเองก็ต้องยอมรับเอง” พูดแล้วก็ลุกขึ้น “แต่ก็ช่างมันเถอะ ชั้นแค่อยากจะบอกแกว่า ยังมีเพื่อนเป็นห่วงอยู่นะเว้ย”


ปาล์มมองอย่างงงๆ ก่อนจะยิ้มออกมา “เออๆ เมื่อก่อนชั้นไม่ค่อยรู้หรอกว่ามีเพื่อน แต่ตอนนี้ชักเริ่มรู้แล้ว อย่างน้อยก็มีเพื่อนปากหมาที่ชั้นเขม่นอย่างแกเนี่ย คนหนึ่ง”


บุ้งหัวเราะ “อ๋อๆ แกเขม่นชั้นคนเดียวหรือไง ชั้นก็เกลียดขี้หน้าแกเหมือนกันแหละ” ว่าแล้วทำท่าจะเดินออกไป แต่ปาล์มเรียกไว้


“แกจะทำยังไงต่อไป”


บุ้งหันมามองยิ้มกวนๆ “คนอย่างแกไม่น่าจะมาถามชั้นนี่หว่า..แต่ถ้าถามชั้น ก็คงต้องกลับไปเผชิญหน้าเท่านั้นเอง ส่วนแกเอง ก็รีบกลับมาทำโปรเจ็คนะเว้ย เดี๋ยวไม่ได้กลับบ้านกันพอดี”


แล้วบุ้งก็หันหลังเดินออกไป ปาล์มมองตาม ความคิดของเขาเปลี่ยนไป เมื่อกี้เขาคิดว่าเขาเสียอะไรบางอย่าง มันอาจเป็นความรัก แต่เมื่อกี้นี้เองเช่นกัน ที่เขาแน่ใจว่า เขาได้ความรักจากเพื่อนแล้ว เขามีเพื่อนที่เมื่อก่อนไม่เคยคิดอยากจะมี อืม มันช่างเป็นความสุขดีๆ ท่ามกลางความเศร้าจริงๆ ปาล์มคิดแล้วยิ้มออกมา


หลังจากที่บุ้งคุยกับปาล์มแล้ว ก็เดินออกมาเรื่อยๆ นึกถึงตัวเองแล้วก็อดนึกถึงเพื่อนที่เขารักไม่ได้ แม้อยู่ต่อหน้าปาล์ม เขาจะทำเป็นร่าเริง แต่ในใจแล้ว คงไม่มีใครรู้ว่าเขาเองเป็นคนเจ็บปวดที่สุด


บุ้งเดินหน้าเศร้า เดินอย่างไม่รู้ว่าจะไปไหน จะกลับที่โต๊ะก็ไม่อยากจะเจอกับภาพบาดใจ แล้วเราจะไปไหนดี บุ้งคิดอย่างสับสน


แต่บุ้งคงไม่ต้องคิดนาน เพราะมีคนมาทำให้บุ้งตัดสินใจได้แล้ว น้ำเพชรนั่นเอง ที่กำลังเดินมา เดินมาเรื่อยๆ ตรงมาหาบุ้ง


บุ้งมองเพื่อนที่เขารัก มองด้วยสายตาแห่งความรักที่เค้าไม่เคยแสดงให้เพื่อนรู้ แต่เวลานี้ ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว มันจะไม่มีโอกาสอีกแล้ว จะเป็นอะไรไปล่ะ ถ้าจิ๋วจะมองไม่เห็น หรือเห็นแต่ไม่ใส่ใจ เขาก็ยอม เพราะมันยังดีกว่าเก็บไว้โดยที่ไม่มีโอกาสได้รับรู้


น้ำเพชรมองบุ้ง เห็นสายตาแล้วอึ้งไป ทำไมจะไม่เห็นความหมายในดวงตานั้น แต่ก็ยังพูดอะไรไม่ออก


“อ้าว แล้วพี่พลล่ะ” บุ้งฝืนยิ้ม ทักเพื่อนอย่างร่าเริง


พูดถึงพี่พลน้ำเพชรอดยิ้มออกมาไม่ได้ บุ้งมองภาพนั้นอย่างเจ็บในใจ ได้ยินน้ำเพชรว่า


“พี่พลไปแล้วล่ะ เราคุยกันเสร็จแล้ว วันนี้มีเรื่องไม่น่าเชื่อด้วยล่ะ”


บุ้งมองหน้าน้ำเพชร เห็นเพื่อนดูมีความสุขก็พลอยสุขไปด้วย แต่เป็นความสุขในความเศร้า สุขที่เห็นคนที่รักมีความสุข แต่เศร้า ที่คนที่ทำให้เธอมีความสุขไม่ใช่เรา แต่จะเป็นไรไปล่ะ แค่เห็นคนที่เรารักมีความสุขก็พอแล้วนี่


“เรื่องอะไรล่ะ”


“ก็เรื่อง...”น้ำเพชรทำท่าจะเล่า แล้วชะงัก หันมามองหน้าบุ้ง “ทำไมชั้นต้องเล่าให้แกฟังด้วย เรื่องอะไรล่ะ”


“อ้าว” บุ้งเกาหัว “งั้นถ้าแกไม่เล่า ชั้นเล่าเองก็ได้ ชั้นมีอะไรจะบอกแก”


“ว่ามาดิ แต่อย่านานนะ ไม่มีเวลาฟังมาก” น้ำเพชรพูดยิ้มๆ


“เอ่อ...คือ...” จะตะกุกตะกักทำไมเนี่ย บุ้งไม่เข้าใจตัวเอง ก็ตัดสินใจแล้วไง น้ำเพชรมองแล้วส่ายหน้า


“ถ้ายังไม่พร้อม ก็ไม่...” น้ำเพชรยังพูดไม่ทันจบ บุ้งก็โพล่งขึ้นมาทันที


“ชั้นชอบแก...” พูดแล้วเงียบไปพักหนึ่ง มองหน้าเพื่อนรัก สังเกตใบหน้าและดวงตา มองอย่างพิจารณา มองอย่างที่ใจรู้สึก ไม่จำเป็นต้องเอาท่าทีและคำพูดกวนๆ มาบังหน้าอีกต่อไป ต่อไปนี้ มันคือความรู้สึกที่แท้จริงของผู้ชายคนหนึ่งเท่านั้นเอง


“ชั้นรู้ ว่าชั้นมันไม่ดี ปากเสีย คอยแต่ว่าแกอยู่เรื่อย ไม่เคยชมแก พูดดีๆ กับแกก็นับครั้งได้ ถึงแกจะไม่ชอบชั้น ชั้นก็ไม่ว่าอะไรหรอก เพราะชั้นทำตัวชั้นเอง แต่จริงๆ แล้วนะ ชั้นไม่เคยคิดจะว่าแกเลย แต่ปากหมาๆ ของชั้นมันพาไปเอง...


....จริงๆ แล้วชั้นอยากจะต่อล้อต่อเถียงกับแก อยากจะให้แกเห็นชั้นอยู่ในสายตา ชั้นมีความสุขเสมอเมื่อได้เห็นหน้าแก เห็นแกยิ้ม หัวเราะ และเมื่อแกเศร้าชั้นก็พลอยเศร้าไปด้วย มันอาจฟังดูตลก แต่มันก็เป็นเรื่องจริง”


บุ้งหยุดมองน้ำเพชรที่อึ้งพูดไม่ออกแล้วบอกต่อไปว่า


“ถึงตอนนี้ชั้นรู้แล้ว ที่ผ่านมาชั้นทำอะไรโง่ๆ ไปหลายอย่าง แต่ครั้งนี้ ชั้นจะไม่ยอมงี่เง่าอีก ถึงแม้มันจะสายไปแล้ว แต่ชั้นก็ยังดีใจที่ได้บอกแก อย่างน้อยแกก็จะได้รับรู้ความรู้สึกของชั้น ความรู้สึกที่ชั้นเก็บไว้นานแล้ว เฮ้อ ถึงชั้นจะกวน แต่ชั้นก็จริงใจกับแกเสมอนะ”


บุ้งพูดออกมายืดยาวอย่างกลัวว่าจะไม่มีโอกาสได้พูดอีก สบตาเพื่อนรักแล้วย้ำออกมาอีกครั้ง


“ชั้นชอบแกนะ ชั้นชอบแก ได้ยินไหม”


น้ำเพชรมองบุ้ง ยังอึ้งๆอยู่ จนได้ยินบุ้งย้ำนั่นแหละ จึงตอบออกมา


“ชั้นรู้แล้ว ได้ยินแล้ว แต่...แกมาบอกอะไรตอนนี้” น้ำเพชรพูดเรียบๆ แล้วหันหลังเดินออกไป ทิ้งให้บุ้งมองตามอย่างปวดร้าว...




 

Create Date : 25 มกราคม 2549    
Last Update : 5 มีนาคม 2549 16:10:25 น.
Counter : 162 Pageviews.  

ไม่งั้นเราจะไม่พบกัน...ตอนที่ ๒๔

น้ำเพชรเดินไปแล้ว บุ้งรู้สึกเหมือนกำลังเดินไปไกลออกจากชีวิตเขาไปเรื่อยๆ แล้วเขาจะปล่อยให้เป็นอย่างนี้หรือ จะปล่อยให้คนที่รักเดินจากไปง่ายๆอย่างนี้หรือ


บุ้งรีบเดินตามน้ำเพชรไปทันที เดินไปจนทัน แล้วคว้ามือเพื่อนเอาไว้ น้ำเพชรหันมามอง ถามกวนๆ


“ว่าไง มีอะไรอีกล่ะ”


“เมื่อกี้ที่แกพูดหมายความว่าไง ชั้นไม่ปล่อยให้แกเดินจากชั้นไปง่ายๆอย่างนี้หรอกนะ”


น้ำเพชรมองเพื่อนที่ยืนอยู่ตรงหน้า สายตาที่แสดงความมุ่งมั่นมองสบมาเขม็ง


“เมื่อกี้ที่ชั้นพูดหรอ...ชั้นล้อเล่นน่ะ” น้ำเพชรว่ายิ้มๆ “เอามาจากในหนังไง เคยดูเปล่า”


บุ้งฟังแล้วชะงักไป สบตาน้ำเพชรด้วยสายตาค้นคว้า เมื่อเห็นความรู้สึกบางอย่างที่ฉายชัดออกมาจากดวงตาคู่นั้น มันเป็นความรู้สึกเดียวกับที่เขารู้สึก หัวใจก็เต้นแรง


“แกล้อเล่นหรอ” บุ้งพูดอะไรไม่ออก ได้แต่ทวนคำ น้ำเพชรพยักหน้า


“ใช่ดิ ก็ล้อเล่นเหมือนพี่พลไง” น้ำเพชรพูดแล้วยิ้ม เมื่อนึกไปถึงพี่พล ก่อนจะพูดต่อ “วันนี้มีเรื่องไม่น่าเชื่อจริงๆ ก็พี่พลน่ะสิ ชั้นได้ไปดูพลุกับพี่พลด้วย”


บุ้งฟังแล้วขมวดคิ้ว หันมามองหน้าน้ำเพชร ก็เห็นกำลังยิ้ม พูดถึงพี่พลต่อไป “ชั้นเพิ่งรู้ว่าพี่พลเป็นคนๆเดียวกับคนที่ชั้นคุยด้วยทางเนตบ่อยๆ เราเข้าไปคุยในกระทู้เดียวกัน”


บุ้งขมวดคิ้วหนักขึ้น น้ำเพชรยังเล่าต่อ “ วันนี้ก็เจอกันทางเนต แล้วพี่พลชวนไปดูพลุ ชั้นก็ไปโดยที่ไม่รู้ว่าเป็นพี่พล มันไม่น่าเชื่อจริงๆนะ พี่พล...”


น้ำเพชรยังพูดไม่ทันจบ บุ้งก็ทนฟังไม่ไหว คว้ามือกระชากคนพูดเข้าไปกอดแนบแน่น น้ำเพชรชะงักอึ้ง ใจหายวาบแล้วเปลี่ยนเป็นเต้นโครมคราม พูดก็ไม่ออก ได้ยินเสียงบุ้งบอกว่า


“อะไรๆก็พี่พล เมื่อไหร่จะพูดถึงชั้นสักที”


น้ำเพชรรวบรวมสติ ขยับตัวออกจากอ้อมกอดบุ้ง แต่บุ้งไม่ยอมปล่อย


“แกปล่อยชั้นก่อนสิ” บุ้งเงียบไป ก่อนจะค่อยๆ คลายอ้อมแขนออก แต่ยังจับมือไว้ทั้งสองข้าง มองหน้าเพื่อนรักก็เห็นหน้าแดง นี่เราคิดเข้าข้างตัวเองหรือเปล่าเนี่ย บุ้งคิดพลางยิ้มๆ


“ว่าไง ปล่อยแล้ว คราวนี้ก็พูดถึงชั้นบ้างสิ” น้ำเพชรมองสบตาคู่นั้นของบุ้งแล้วเสหลบ ดวงตานั้นเป็นประกายสดใส เป็นดวงตาที่แฝงความจริงใจเอาไว้เต็มเปี่ยม


“จะให้พูดว่าไรล่ะ” น้ำเพชรตอบเมินๆ


“ถ้าไม่รู้จะพูดอะไร ก็ตอบคำถามชั้นก็ได้” บุ้งพูดยิ้มๆ “ชั้นชอบแก แล้วแกชอบชั้นหรือเปล่า”


น้ำเพชรชะงัก มองหน้าบุ้ง แล้วพูดตะกุกตะกัก “พูดตรงไปหรือเปล่า จะบ้าหรอ”


“อ้าว จะอ้อมทำไมล่ะ”บุ้งว่า มองหน้าเพื่อนอย่างพอใจ “ตอนนี้ชั้นรู้แล้ว ว่าไม่ควรงี่เง่าอีกต่อไป”


น้ำเพชรมองบุ้งแล้วค้อนให้ “น่าจะรู้ตั้งนานแล้วนะ”


“เออน่า รู้ตอนนี้ก็ยังไม่สายไม่ใช่หรอ “ บุ้งพูดแล้วยิ้มให้กวนๆ “แล้วชั้นก็รู้อีกว่า การบอกความรู้สึกให้คนที่เรารักรู้นี่มันดีจังเลย”


น้ำเพชรมองแล้วเมินไป “งั้นหรอ”


“อืม แล้วแกอยากรู้สึกดีๆ มั่งไหม”บุ้งถามยิ้มๆ มองหน้าเพื่อนนิ่งๆ น้ำเพชรสบตาแล้วพยักหน้า


“อยากรู้สึกดีก็บอกชอบชั้นดิ” บุ้งพูดหน้าตาเฉย มองสบตาเพื่อนรักแล้วยิ้ม ดวงตาเรียวเล็กนั้นเป็นประกายสุกใส น้ำเพชรมองแล้วเมินไปแอบยิ้ม แต่หัวใจพองโต มีความสุขขึ้นมาอย่างประหลาด


พี่พลเดินมาตามทางเดินเพื่อตรงไปที่สโมสรนักกีฬา ระหว่างทางก็คิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ถ้าจะบอกว่าโลกนี้มีเรื่องบังเอิญเกิดขึ้นมากมาย ก็คงต้องรวมเรื่องนี้ไปด้วย


พี่พลนึกถึงเรื่องของตัวเองกับเพื่อน จะเรียกว่าเพื่อนในเนตก็คงได้ แม้ว่าจะรู้จักกันทางเนตได้ไม่นาน แต่ความรู้สึกที่มีให้ต่อกันนั้น มันก็คือความรู้สึกของเพื่อนคนหนึ่งพึงมีต่อเพื่อนคนหนึ่ง มันเป็นความรู้สึกเชื่อใจกัน โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยเวลา ระยะทางมากำหนด


ช่วงที่เขาซ้อมบอลเครียดๆ เหนื่อยๆ หรือเวลาเศร้าๆ ไม่น่าเชื่อว่า การเล่นเนตจะทำให้เขารู้สึกดีขึ้น แม้ใครจะมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระ หรือไม่มีประโยชน์อะไร แต่บางครั้งคนเราจะต้องการสาระอะไรมากไปกว่าความสุข ความสบายใจที่ได้พูดคุยแสดงความคิดเห็นกันระหว่างเพื่อนในโลกไซเบอร์เล่า


เขาได้รู้จักกับเพื่อนทางเนต ได้คุยกันในหลายๆเรื่อง แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน อยู่เสมอๆ และคนๆหนึ่งที่เขารู้สึกคุ้นเคยจนรู้สึกผูกพันธ์ก็คือ WINDY_LOVE นี่เอง

ด้วยความที่คุยกันถูกคอ และมักจะมาเจอกันในกระทู้บ่อยๆ จะด้วยรสนิยม ความคิด ความชอบหรือจะเป็นเพราะความบังเอิญอะไรก็ตาม แต่ก็ทำให้พี่พลรู้สึกดีทุกครั้งที่ได้เจอ WINDY_LOVE และได้พูดคุยแสดงความคิดเห็นกัน โดยไม่ต้องการอะไรมากกว่านี้


เขาได้พบและได้คุยกับ WINDY_LOVE มาเรื่อยๆ จนถึงวันนี้ วันสิ้นปีเก่า และเมื่อเริ่มต้นปีใหม่ เขาก็ได้พบกับ WINDY_LOVE ได้พบกันโดยบังเอิญ แต่เป็นความบังเอิญที่น่าประทับใจ มันไม่สำคัญหรอกว่าเธอจะเป็นใคร ไม่สำคัญว่าจะได้พบกันหรือไม่ เพราะความรู้สึกดีๆ ที่มีให้กันนั้นมันไม่มีอะไรจะเปลี่ยนแปลงได้อยู่แล้ว


ที่สนามฟุตบอลนั้น พี่พลมองน้ำเพชรอย่างอึ้งไป ก่อนจะยิ้มออกมาแล้วเดินเข้าไปหา เมื่อเห็นคนตรงหน้าน้ำตาซึมออกมา เขาก็รีบปลอบเหมือนกับปลอบน้องสาวตัวเล็กๆคนหนึ่ง


“ว่าไง จะบอกพี่ได้หรือยัง ว่าร้องให้ทำไม”


น้ำเพชรส่ายหน้า ไม่ตอบแต่กลับถามมาว่า “พี่พลเป็นนายล่องลอยจริงๆหรอคะ”


พี่พลยิ้มแล้วว่า “พี่คงล้อเล่นมั้ง” น้ำเพชรชะงักหันมามองหน้า พี่พลจึงรีบแก้ “ไม่ครับๆ ไม่ได้ล้อเล่น ไม่ต้องสงสัยไปหรอกน้องจิ๋ว โลกนี้มันก็มีเรื่องแปลกประหลาดอย่างนี้เสมอแหละ”


น้ำเพชรมองพี่พลนิ่งไป ก่อนที่น้ำตาจะไหลมาอีก “พี่พลคะ ถ้าพี่พลเป็นนายล่องลอยจริง ก็ต้องช่วยจิ๋วเหมือนที่ช่วย WINDY_LOVE นะ”


“ได้สิครับ บอกมาสิ” พี่พลรับคำยิ้มๆ “น้องจิ๋วร้องให้เรื่องอะไร ร้องให้ให้ใคร”


“ก็.....” น้ำเพชรพูดไม่ออก เห็นหน้าพี่พลแล้วก็นึกอยากร้องให้ขึ้นมา เพราะมันนึกไปถึงคนอีกคนหนึ่ง ทำไม ทำไมคนๆนั้นถึงไม่ดีเหมือนพี่พลนะ


“ทำไมเขาไม่ดีเหมือนพี่พล” นึกแล้วก็รำพึงออกมา


“หือ รู้ได้ยังไงว่าเขาไม่ดี” พี่พลว่าแล้วหน้าขรึมลงไป “แล้วรู้ได้ยังไงว่าพี่ดี บางที มันอาจกลับกันก็ได้”


น้ำเพชรส่ายหน้า รีบบอกทันที “ไม่จริงหรอกค่ะ พี่พลดีจริงๆ พี่พลทำให้อุ่นใจและเชื่อมั่นได้เสมอ แต่เค้า...ไม่เคยชัดเจนอะไรเลย จิ๋วไม่แน่ใจอะไรเกี่ยวกับเค้าเลย”


“แต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่าเค้าจะไม่ดีนะครับ บางทีเรื่องแบบนี้อาจต้องใช้เวลา”


น้ำเพชรส่ายหน้าอีกครั้ง “คงไม่มีประโยชน์แล้วล่ะค่ะ เพราะเขาคงใช้เวลาไปกับคนอื่นแล้ว” พูดแล้วก้มหน้า เมื่อนึกถึงเรื่องเมื่อเช้าขึ้นมา แพทบอกรักบุ้ง และบุ้งก็เดินเข้าไปหา พูดคุยหยอกล้อกัน ที่บุ้งไม่ชัดเจนกับเราก็เพราะจะไปชัดเจนกับแพทมากกว่า


พี่พลหันมามองหน้าน้ำเพชร มองตาแล้วพูดว่า


“ฟังพี่นะน้องจิ๋ว การที่เรารักใครสักคนหนึ่ง มันเป็นความรู้สึกพิเศษที่สวยงามมาก ไม่ว่าเราจะได้รับความรักตอบหรือไม่ก็ตาม แต่ความรักนั้นก็จะสวยงามอยู่ในใจเราเสมอ”พี่พลหยุดแล้วพูดต่อ


“เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะทำอะไร คิดให้ดีก่อน สิ่งสำคัญก็คือ อย่าเพิ่งไปคิดหรือด่วนสรุปอะไรทั้งนั้น ไม่อย่างนั้น บางทีเราอาจจะทำลายความรัก ความสวยงามในใจเราอย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์”


น้ำเพชรมองหน้าพี่พล พูดไม่ออก พี่พลจึงพูดต่อ “เชื่อพี่นะน้องจิ๋ว อย่าเพิ่งสรุปหรือปักใจเชื่ออะไร พี่ไม่อยากให้เสียใจทีหลัง”


พี่พลพูดแล้วลูบผมน้ำเพชรอย่างอ่อนโยน น้ำเพชนเงยหน้าขึ้นมามองพี่พลด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจและซึ้งใจ


“พี่พลรู้ไหม จิ๋วดีใจมากเลยค่ะที่รู้ว่าพี่พลคือนายล่องลอย เพราะจิ๋วจะได้มีใครคนหนึ่งที่รู้ใจและเข้าใจเสมอ ยินดีที่ได้พบนะคะ นายล่องลอย”


“พี่ก็ยินดีครับที่ได้พบ WINDY_LOVE หวังว่ามีอะไร เราจะคุยจะปรึกษากันเหมือนก่อนนะครับ”


“แน่นอนค่ะ เรายังเป็นเพื่อนในเนตกันอยู่เหมือนเดิม” น้ำเพชรยิ้ม


“เราจะมาเจอกันในวันที่มีความสุข และมาร่วมทุกข์ในวันเศร้าๆ เหมือนเดิมนะ”พี่พลยิ้มสดใส ตาเป็นกระกาย เงยหน้ามองไปบนฟ้า พลุยังจุดอยู่อย่างต่อเนื่อง ก็หันไปบอกน้ำเพชรว่า


“พี่ต้องไปแล้วล่ะ น้องจิ๋วล่ะ”


“ค่ะ จิ๋วก็จะไปเหมือนกัน” น้ำเพชรตอบแล้วออกเดินเคียงข้างกัน มาหยุดอยู่ที่ข้างสนาม


“อย่าลืมที่พี่บอกนะครับ รับฟังและรอคอยเขาหน่อย พี่เชื่อ ว่าความรัก เมื่อถึงที่สุดแล้ว มันจะแสดงอานุภาพออกมาเอง คราวนี้ก็ขึ้นอยู่ที่เราแล้วล่ะ”


คิดมาถึงตรงนี้แล้วพี่พลก็ยิ้ม ภาวนาให้ความรักของน้องจิ๋วสมหวังด้วยเถอะ อย่าให้เหมือนพี่เลย มีความรัก มีคนที่รัก แต่ไม่สามารถจะทำอะไรได้ ได้แต่มองดูอยู่ห่างๆ


ว่าแต่ ที่เราบอกน้องจิ๋วไปว่า อานุภาพแห่งความรักมันจะแสดงออกมาเอง แล้วเราจะมีโอกาสนั้นไหมนะ พี่พลคิดพลางเดินไปพลาง จนถึงสโมสรนักกีฬา


ราวกับความคิดคำนึงจะส่งถึงกัน เพราะเมื่อพี่พลเดินมาจนถึงลานโล่งหน้าสโมสรนักกีฬาที่มีเก้าอี้หลายตัววางอยู่นั้น เขาก็เห็นใครคนหนึ่งกำลังนั่งหันหลังก้มหน้าดูเอกสารปึกหนึ่งอยู่


ที่ๆเธอนั่งประจำ ที่เขาคุ้นตา และเธอก็มาอยู่ตรงนี้อีกครั้งหนึ่ง มิ้นนั่นเอง พี่พลเผลอมองผมยาวสลวยด้านหลังของมิ้นเหมือนเคย มองด้วยสายตาที่เคยมองเมื่อหนึ่งปีก่อน มันไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปเลย ไม่เลย...


ราวกับมิ้นจะรู้สึกตัวมามีคนมองอยู่ จึงหันหลังกลับมา และก็พบกับดวงตาคู่นั้นของพี่พล ดวงตาที่ทำให้หวั่นไหวในใจได้เสมอ แม้เวลาจะผ่านไปนานแล้ว แม้ว่าจะเพียรบอกตัวเองไม่รู้กี่ครั้งว่าเป็นไปไม่ได้อีกแล้วก็ตาม


ทั้งสองสบตากันนิ่งๆ เหมือนตกอยู่ในภวังค์ แล้วพี่พลก็รู้สึกตัวก่อน เดินเข้าไปหามิ้น แล้วนั่งลงข้างๆ


“มิ้นมาทำไรครับ แล้วเพื่อนหายไปไหนหมด” พี่พลถามพลางมองไปรอบๆ ไม่มีใครอยู่จริงๆ


“เพื่อนๆ กลับกันหมดแล้วค่ะ มิ้นก็กำลังจะกลับ รอที่บ้านมารับอยู่ ก็เลยอ่านเอกสารการประชุมกรรมการนักกีฬาไปพลางๆก่อน”


“งั้นผมนั่งเป็นเพื่อนนะ”


“แล้วพลไม่กลับบ้านหรอคะ ซ้อมเสร็จหรือยัง” มิ้นหันมาถาม พยายามหลบสายตาที่มีความหมายคู่นั้น พยายามไม่คิดอะไร


“ก็ กำลังจะกลับครับ นักกีฬาก็แยกย้ายไปกันหมดแล้ว ผมแวะมาเอาโน๊ตบุ๊คส์” พี่พลบอกพลางมองไปที่โน๊ตบุ๊คของตัวเองที่วางอยู่อีกโต๊ะหนึ่ง มิ้นมองตาม พยักหน้ารับรู้ แล้วเงียบไป ต่างคนต่างมองเมินไปทางอื่น แม้จะนั่งอยู่ข้างๆ กัน


แล้วสุดท้าย พี่พลก็หันมาหามิ้น แล้วพูดเบาๆ


“สวัสดีปีใหม่ครับมิ้น ขอให้มีความสุขมากๆ คิดอะไรสมความปรารถนานะครับ” มิ้นชะงักหันมามองหน้าแล้วตอบ


“สวัสดีปีใหม่ค่ะพล ขอให้มีความสุขมากๆ คิดอะไรสมความปรารถนาเช่นกัน”


พี่พลยิ้มขื่นๆ “แต่ตอนนี้สิ่งที่ผมคิด ทำไมมันไม่สมความปรารถนาเลยล่ะครับ”


“อะไรล่ะคะ “ มิ้นเผลอถามออกไป


“ก็ผมปรารถนาให้เรากลับมารักกันเหมือนเดิม แต่ทำไมไม่เห็นเป็นอย่างที่ผมคิดเลยล่ะครับ” พี่พลพูดเรียบๆ จ้องหน้ามิ้นนิ่ง มิ้นเงียบไปก่อนจะตอบออกมา


“เรื่องบางเรื่องมันก็อยู่เหนือความควบคุมค่ะ และบางเรื่อง มันก็ผ่านไปแล้ว”


“มันผ่านไปแล้วก็จริง แต่สำหรับผมทุกอย่างยังเหมือนเดิม”พี่พลตอบเสียงหนักแน่น “ถ้าผมจะบอกว่าผมชอบมิ้น มันก็มาจากความรู้สึกผมจริงๆ ความรู้สึกที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปเลยแม้ว่าเวลาจะผ่านไปเป็นปีแล้วก็ตาม”


“แล้วมันจะมีประโยชน์อะไรล่ะคะ” มิ้นมองพี่พลด้วยสายตาปวดร้าว แม้คำพูดของพี่พลจะเหมือนน้ำที่มาคอยชะโลมหัวใจแห้งผากให้ชุ่มชื่นขึ้น เมื่อนึกถึงความเป็นจริงแล้ว มันก็เป็นไปไม่ได้


“มันไม่มีประโยชน์อะไรหรอกค่ะ พล มันเป็นไปไม่ได้ พลลืมแล้วหรอ ลืมน้องพลอยแล้วหรอ”


“ก็เพราะผมไม่ลืมนี่ไง ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา เราถึงห่างเหินกันอย่างนี้” พี่พลตอบแล้วมองมิ้นด้วยสายตาปวดร้าวเช่นเดียวกัน


“ ถ้าพลไม่ลืม ก็คงจะไม่ลืมที่เราสองคนเคยสัญญากับน้องพลอยเอาไว้ วันนั้น ที่น้องพลอยหมดสติไป พวกเราสองคนต่างตกลงกันว่า จะทำอะไรก็ได้ให้น้องพลอยดีขึ้น และน้องพลอยก็ขออะไรอย่างหนึ่ง น้องพลอยขอให้เราสัญญา...”


พี่พลพยักหน้า “ผมจำได้ไม่ลืม น้องพลอยขอสัญญาจากเราสองคน ว่าเราจะต้องเลิกสนิทสนมกัน เพราะน้องพลอยทนไม่ได้ที่จะต้องกลายเป็นส่วนเกิน” พี่พลพูดแล้วนึกถึงน้องพลอยในตอนนั้น สภาพของน้องพลอยนั้นน่าสงสารมาก ในภาวะจิตใจอ่อนแอ ก็ทำให้ร่างกายอ่อนแอจนเกิดโรคแทรกซ้อนตามมาอีกมากมาย มากจนน้องพลอยเองต้องขอสัญญา..


“ถ้าพลอยไปแล้ว พี่สองคนอย่าสนิทสนมกันได้ไหมคะ มันอาจฟังดูเหมือนเห็นแก่ตัว แต่พลอยอยากจะขอ ในฐานะที่เราทั้งสามคนรักกันได้ไหมคะ จะทำเพื่อพลอยสักครั้งได้ไหม พลอยไม่อยากเป็นส่วนเกินของพวกพี่ ที่รอเวลาที่จะถูกลืมเท่านั้น พลอยไม่อยากเป็น พลอยอยากจะอยู่ในความทรงจำและความคิดคำนึงของพวกพี่ตลอดไป...”


น้องพลอยว่าหายใจรวยริน “เมื่อพลอยไปแล้ว ก็ขอให้ได้เป็นคนสำคัญในใจพี่ทั้งสองคนนะคะ” แล้วพลอยก็เหนื่อยเกินกว่าที่จะพูดอะไรได้อีก ทั้งพี่พลและมิ้นต่างมองหน้ากัน แล้วรับคำพลอยในทันที


“ครับ พี่สัญญา” พี่พลพูดหนักแน่น แต่แววตาเศร้า ส่วนมิ้นก็พูดต่อ


“พี่ก็สัญญาค่ะ”


แล้วทั้งสองก็ได้เห็นความพอใจฉายชัดขึ้นมาบนใบหน้าของน้องพลอย แม้ไม่มีแรงจะพูดแล้ว ได้แต่นอนหายใจรวยริน แต่ก็ยังมองพี่ทั้งสองคนด้วยแววตาลึกซึ้ง ก่อนจะค่อยๆ หลับตาลง


พี่พลนึกถึงเรื่องราวในตอนนั้นแล้วอดเศร้าไม่ได้ หันมามองมิ้น พูดออกมาเบาๆ


“เราคงไม่มีทางกลับมารักได้ใช่ไหมครับ มิ้น” มิ้นมองสบตาพี่พลเศร้า


“มันคงเป็นไปไม่ได้อีกแล้วล่ะค่ะ เราต้องรักษาสัญญา” มิ้นตอบเบาๆ ด้วยแววตาเศร้า แล้วแอบเมินหน้าไปซ่อนหยาดน้ำตา




 

Create Date : 25 มกราคม 2549    
Last Update : 5 มีนาคม 2549 16:12:06 น.
Counter : 127 Pageviews.  

1  2  

ชมเช้า
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




ชมเช้า..มาจาก ชมเช้า ชมสาย ชมบ่าย ชมเย็น ชมค่ำ ทุกกาลเวลาช่างน่าชื่นชม จะเวลาไหนก็เลือกชมเอาตามสะดวก..

...เวลาเช้า เป็นเวลาที่รู้สึกสดชื่น มีชีวิตชีวา ดูสดใส จอมแก่นแสนซน ที่ไหนได้ ใครๆ เห็นชื่อแล้วบอกว่า 40 ขึ้นแน่ๆ บ้างก็ว่าป้า..เอ่อ เป็นงั้นไป...ขอบอกว่ายังห่างค่ะ ห่างมาก อิอิ...

ตอนนี้มีภารกิจเพื่อชาติให้ปฏิบัติค่ะ รู้สึกภูมิใจจังเลย (โบกมือแบบนางงาม) ดิฉันจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดค่ะ เอาใจช่วยด้วยนะคะ อิอิ...

คุณที่เข้ามาอย่าเพิ่งงงค่ะ ภารกิจอะไรขอเก็บไว้เป็นความลับ(ว่าแต่ ไม่ได้มีใครเขาอยากรู้สักหน่อย ^^") แต่ยังไงก็ขอบคุณทุกคนที่เข้ามานะคะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ อ้อ อีกอย่าง เป็นแฟนหงส์ค่ะ (เกี่ยวไหมเนี่ย อิอิ)

Friends' blogs
[Add ชมเช้า's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.