www.Bigoo.ws www.Bigoo.ws www.Bigoo.ws www.Bigoo.ws www.Bigoo.ws www.Bigoo.ws www.Bigoo.ws www.Bigoo.ws

Group Blog
 
All blogs
 

ไม่งั้นเราจะไม่พบกัน...ตอนที่ ๑๐

เช้าวันจันทร์….น้ำเพชรลงมาจากหอ เตรียมตัวจะไปมหาวิทยาลัย


ลงมาข้างล่างสายตาก็สอดส่ายมองหา แต่ก็ไม่เห็น อะไรของมัน นี่มันจะไม่มารับเราแล้วเราเนี่ย น้ำเพชรคิดอย่างซึมๆ


เอ หรือว่ามันจะมาสาย รถติดหรือเปล่า ก็เลยยังไม่มา เรารอก่อนดีไหม….แต่ว่า ถ้ามันไม่มาล่ะ พักนี้มันเป็นอะไรไม่รู้แปลกๆ เดี๋ยวก็ดี เดี๋ยวก็ร้าย เอาใจยาก…แต่ว่าทำไมต้องเอาใจ


เฮ้อ น้ำเพชรส่ายหัวแล้วถอนหายใจ ก็มันเป็นเพื่อนเราไง เพื่อนเก่าเพื่อนแก่ เพื่อนที่คอยจิกกัดเราอยู่ตลอดเวลา แค่นั้นเอง


คิดแล้วก็เดินออกมาทางหน้าหอ กำลังจะเดินไปขึ้นรถตู้เหมือนที่เคย ก็เห็นรถคันหนึ่งแล่นชะลอเข้ามาจอดข้างๆ นายปาล์นนั่นเอง…แน่ะ มีธุระแถวนี้อีกหรอ…


“น้ำเพชร ขึ้นรถสิ” ปาล์มเรียก แอบดีใจที่ไม่เห็นบุ้ง


“เอ่อ….” น้ำเพชรกวาดสายตามองหาอีกครั้ง ลังเลว่าจะขึ้นดีไหม เดี๋ยวถ้าเกิดบุ้งมาแล้วไม่เจอ หรือเราจะโทรไปบอกดี แต่คิดอีกที มันอาจไม่ได้ตั้งใจมารับแล้วก็ได้


“อ้าว เป็นไร ทำไมไม่ขึ้นรถ รออะไรอยู่” ปาล์มเรียกอีกครั้ง น้ำเพชรจึงเดินไปขึ้นรถปาล์ม


เมื่อรถปาล์มเคลื่อนตัวออกไปแล้ว ก็มีรถเก่าๆ คันหนึ่งแล่นเข้ามา คนขับรถคันนั้นกำลังมองรถคันข้างหน้าอยู่ ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม บุ้งนั่นเอง วันนี้รถบุ้งมาถึงไล่เลี่ยกับรถคันข้างหน้าที่เขาเห็นว่าเป็นรถปาล์ม กำลังจะแซงไปอยู่แล้ว แต่อะไรไม่รู้ทำให้เขาชะลอรถ แล้วจอดดูอยู่


เขาเห็นน้ำเพชรเดินลงมาแล้ว ทำท่ามองหา ก็คงมองหารถปาล์มอยู่ละมั้ง เห็นว่าเจอกันแล้วก็รีบขึ้นรถไปทันที เฮ้อ จิ๋วมันไม่ได้รอเราสักหน่อย แล้วเราจะมารับมันทำไม


จิ๋วมันก็มีรถนั่งสบายๆ กว่ารถเราตั้งเยอะ ไม่รู้จะเสนอมารับมันทำไม ไม่ดูตัวเองเล้ย เราเนี่ย บุ้งคิดอย่างเศร้าๆ ก่อนจะออกรถไป…


น้ำเพชรเข้ามานั่งในรถแล้วก็นึกสงสัย จึงถาม


“วันนี้มีธุระแถวนี้อีกแล้วหรอ”


ปาล์มอึ้งไป หันมามองหน้าแวบหนึ่ง แล้วก็หลบสายตาตอบอ้อมแอ้มมาว่า


“ก็…ใช่ มีธุระแถวนี้อีกแล้ว”


น้ำเพชรฟังแล้วพยักหน้า เงียบกันไปครู่หนึ่ง ปาล์มจึงเหลือบมามองหน้า


“เอ่อ…”


น้ำเพชรหันมามอง ทำหน้าสงสัย


“คือ…รายงานน่ะ เอาเข้าเล่มให้แล้วนะ ตรวจแล้วด้วย ทุกอย่างเรียบร้อยดี”


“อืมๆ ขอบใจมากนะ รายงานกลุ่มเราทำเสร็จเร็วมากเลย นายหาข้อมูลเก่งดีนะ”


ปาล์มหันมามอง ยิ้มนิดๆ เหมือนจะเขิน “ ก็แค่รายงานง่ายๆ ไม่มีอะไรยากนี่”


น้ำเพชรฟังแล้วหันมามองหน้า “รายงานง่ายหรอ เราว่ายากจะตายไป แต่ว่า สำหรับคนเก่งอย่างนายคงจะง่ายจริงๆ แหละ…เป็นคนเก่งนี่ก็ดีเนอะ ทำอะไรก็ง่ายไปหมด…”


“ไม่หรอก ไม่ง่ายไปหมดหรอก” ปาล์มเผลอปากพูดไป หันมามองหน้าแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปมองถนนต่อ


“เรื่องบางเรื่อง ความเก่งช่วยอะไรไม่ได้เลย”


“จริงหรอ”


“ใช่ๆ เรียนเก่งก็จริง ก็ไม่ได้หมายความจะเก่งไปหมดทุกอย่างนี่นา อย่างน้อยเรื่องบางเรื่อง เราก็ไม่กล้าเหมือนกัน”


“เรื่องอะไรล่ะ ที่ว่าไม่กล้า” น้ำเพชรหันมาถาม ปาล์มหลบสายตา


“ก็…ไม่รู้สิ” ปาล์มอ้อมแอ้ม


“อ้าว” น้ำเพชรว่าแล้วหัวเราะ “แค่นี้ก็ไม่กล้าพูดแล้วหรอ อืม เชื่อแล้วล่ะ ว่าบางเรื่องก็ไม่กล้าจริงๆ”


ปาล์มฟังแล้วทำหน้าแปลกๆ นี่น้ำเพชรประชดหรือว่าพูดจริงกันนะ น้ำเพชรมองเห็นปาล์มทำหน้าแบบนั้นแล้วก็ยิ้มให้


“เราล้อเล่นน่ะ…”


ปาล์มฟังแล้วอึ้งไปพักหนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมา….



เมื่อมาถึงมหาวิทยาลัย ปาล์มเอารถเข้าไปจอดที่ลานจอดรถแล้ว ก็เดินออกมากับน้ำเพชร ระหว่างที่จะเดินตรงไปที่ตึกเรียน ผ่านสนามฟุตบอลก็อดหยุดมองไม่ได้ตามเคย


พี่พลกำลังซ้อมบอลอยู่อย่างขะมักเขม้น เมื่อมองเห็นน้ำเพชรกับปาล์มก็ยิ้มแล้วโบกมือให้ น้ำเพชรยิ้มตอบ ปาล์มเหล่มอง…


“นี่ เดี๋ยวเราเอาหนังสือไปคืนที่ห้องสมุดก่อนนะ” ปาล์มหันมาบอกน้ำเพชร


น้ำเพชรหันไปมองหนังสือในมือปาล์มมี 3 เล่มที่หอบมา ท่าทางหนัก จึงอาสา


“ให้เราช่วยไหม”


“ก็เอ่อ….” ใจจริงก็อยากจะให้ช่วยเหมือนกัน แต่พูดไม่ออกซะงั้น น้ำเพชรมองหน้ารอคำตอบ ปาล์มก็อ้ำๆอึ้งๆ


“หนังสือตั้งหลายเล่ม มีน้ำใจก็ช่วยเขาสิ” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง ทั้งสองหันไปจึงเห็นว่าเป็นบุ้งที่เดินหมุนกุญแจรถเล่นตรงมาที่คนทั้งสอง มาถึงก็ยิ้มกวนๆ น้ำเพชรฟังแล้วเมินหน้าหนี


“แล้วแกเกี่ยวอะไรด้วย บุ้ง” ปาล์มหันมาถาม


“ก็ไม่เกี่ยวหรอก ก็แค่แสดงความคิดเห็น ทีแกยังมีน้ำใจไปรับ “เพื่อน” ชั้นเลยนี่หว่า” บุ้งว่า ปาล์มเริ่มฉุนหน่อยๆ


“พอดีชั้นไปทำธุระแถวนั้น เจอน้ำเพชรก็เลยรับมาเรียนด้วยกัน”


“อ๋อๆ ก็ยังไม่ได้ว่าอะไรนี่ แกมารับ “เพื่อน” ชั้นก็ขอบใจมากๆ อุตส่าห์มีน้ำใจ แต่หวังว่า…”บุ้งพูดแล้วหยุดยิ้มกวน “แกคงจะไม่มีธุระแถวนั้นทุกวันหรอกนะ”


น้ำเพชรหันมามองบุ้ง ส่วนปาล์มฟังแล้วเมินหน้าหนี ก่อนจะหันมาจ้องหน้าบุ้ง


“ถ้าชั้นจะมีธุระแถวนั้นทุกวัน แกก็ไม่มีสิทธิมาห้าม” ปาล์มจ้องหน้าบุ้งอยู่ครูหนึ่ง แล้วเดินออกไปที่ห้องสมุดทันที


บุ้งหัวเราะหึหึ หันมามองคนข้างๆ ที่หน้าบึ้งๆ


“นั่งรถปาล์ม สบายมากไหม” เอ่ยขึ้นลอยๆ น้ำเพชรหันขวับมาทันที


“แล้วแกล่ะ ไม่ได้ไปรับชั้น คงสบายมากสินะ”


“อือ ก็ไม่สบายเท่าไหร่หรอก ก็ต้องไปรับแก้วอยู่ดีแหละ แกคงสบายกว่าเยอะ รถก็โก้ นั่งสบายกว่ารถเก่าๆ เป็นไหนๆ จริงไหม” บุ้งหันมามองหน้าน้ำเพชร ยิ้มนิดๆ น้ำเพชรมองตอบ


“ก็คงจะจริงมั้ง” ตอบแล้วก็แปลกใจตัวเอง ทำไมต้องพูดแบบนั้นด้วยก็ไม่รู้ ทั้งๆที่ใจก็ไม่ได้คิดอย่างนั้นสักหน่อย


“ก็นั่นน่ะสิ งั้นชั้นก็คิดถูกแล้วที่ไม่ไปรับแก” บุ้งฟังเพื่อนพูดแล้วรีบโพล่งออกไปทันที “รถชั้นเก่า แกจะลำบากเปล่าๆ..”


“ไม่เกี่ยวกับว่ารถเก่าหรือไม่เก่าหรอก มันเป็นเพราะแกไม่อยากไปรับชั้นต่างหาก..”น้ำเพชรมองหน้าแล้วพูดเรียบๆ “ถ้าไม่อยากไปรับ ก็ไม่ต้องมาพูด ไม่ต้องมาฝืนใจ” พูดแล้วก็เบือนหน้าหนี บุ้งมองหน้าเพื่อนด้วยความรู้สึกแปลกๆ


“ชั้นจะฝืนใจเรื่องอะไร”


“ก็ฝืนใจที่ต้องไปรับชั้นเพราะรับปากเอาไว้แล้วไง ไม่ต้องห่วงหรอกนะ ไม่อยากไปรับก็ไม่ต้องมา ชั้นไม่อยากฝืนใจแก แล้วไม่ต้องเอาใครมาอ้างด้วย” น้ำเพชรหันมาพูด รู้สึกแปลกๆ ใจมันแห้งๆ ชอบกล แถมเจ้ากรรม ไม่อยากจะเชื่อ…น้ำตาจะไหลซะอย่างงั้น เป็นอะไรไปเนี่ย น้ำเพชรรีบกลั้นน้ำตาไว้…เบือนหน้าหนี


บุ้งฟังแล้วรีบบอกทันที “ไม่ใช่อย่างงั้น ชั้นไม่ได้ฝืนใจ แล้วก็ไม่ได้ไม่อยากไปรับแก…แต่เมื่อเช้า” บุ้งจะพูดแล้วชะงักไป จะให้บอกว่าไงล่ะ “ชั้นคิดว่าปาล์มต้องไปรับแกอยู่แล้ว”


“อย่าเอาปาล์มมาอ้างเลย ปาล์มไปธุระแถวนั้นไม่ได้ไปทุกวัน แกจะมารู้ได้ไง” น้ำเพชรหันมาตอบแลัวเบือนหน้ากลับไป


“ต่อไปนี้มันคงมีธุระแถวนั้นทุกวันแหละ” บุ้งพูดขรึมๆ น้ำเพชรหันมามองทันที


“พูดงี้หมายความว่าไง”


“ก็หมายความว่า มันคงไปรับแกทุกวันแหละ ชั้นก็ไม่ต้องห่วงแล้ว แกก็สบายแล้ว” บุ้งมองหน้า พูดเรียบๆ เท่านั้นแหละ น้ำเพชรโมโหพูดขึ้นมาทันที


“อย่าพูดอย่างนี้อีกนะ”น้ำเพชรจ้องหน้าบุ้งเขม็ง “ไม่ต้องมาตัดสินแทนชั้นว่าจะสบายหรือลำบาก แกน่ะมัน….”แล้วก็พูดไม่ออก เบือนหน้าหนี บุ้งมองด้วยความไม่เข้าใจ แต่ก็เศร้าที่เห็นน้ำเพชรโกรธ


“จิ๋ว…”บุ้งเรียกเบาๆ แต่น้ำเพชรไม่หัน ขยับจะเรียกอีกครั้ง ก็ได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้นเสียก่อน


“พี่บุ้งคะ” หันไปก็เห็นแพทยืนยิ้มอยู่ แพทเดินเข้ามาหาพร้อมชูถุงขนม


“แพทมาหาพี่บุ้งที่คณะแต่ไม่เห็นก็เลยเดินมาเรื่อยๆ ไม่น่าเชื่อว่าจะเจอพี่บุ้งด้วย…นี่คะขนมเจ้าอร่อยที่วันนั้นแพทลงไปซื้อไงคะ”


บุ้งมองแล้วยิ้มนิดๆ “อ๋อๆ ไอ้ที่ต้องข้ามถนนไปซื้อจนรถราเกือบจะชนน่ะหรอ”


น้ำเพชรเหลือบมอง ได้ยินคำพูดทุกคำ อ๋อๆ ที่มันไม่ไปรับเราก็เพราะว่าไปรับสาวน้อยคนนี้นี่เอง ท่าทางน่ารักแถมยังสนิทสนมกันอีก…แล้วมาทำอ้างโน่นอ้างนี่ คิดแล้วก็ใจแห้งๆ ไม่อยากจะอยู่ตรงนี้แล้ว จึงเดินเลี่ยงไปนั่งเงียบๆ ที่โต๊ะหินข้างสนามฟุตบอล


บุ้งมองตาม แต่แพทสะกิด จึงหันมา


“พี่บุ้ง ลองกินขนมดิ อร่อยมากเลย รับรองว่าต้องชอบแน่ๆเลยค่ะ” แพทกุลีกุจอจะหยิบขนมให้บุ้ง


“กินตรงนี้เลยหรอ”


“ค่ะ กินเลย….เอ” แพทพูดแล้วหยุดคิด “ไปนั่งที่โต๊ะหินข้างสนามบอลนั่นดีกว่าค่ะ จะได้กินสะดวกๆหน่อย”


แล้วแพทก็เดินนำบุ้งไปนั่งที่โต๊ะหินข้างสนามที่อยู่ข้างๆ กับโต๊ะที่น้ำเพชรนั่ง น้ำเพชรเหลือบมามอง สบตากับบุ้งที่มองมาพอดี น้ำเพชรจึงเมินไป


น้ำเพชรนั่งคิดอะไรเงียบๆ แต่หูเจ้ากรรมก็ยังอุตส่าห์ได้ยินเสียงคนโต๊ะข้างๆ คุยกันอีก กำลังจะลุกหนีอยู่แล้ว ก็พอดีมีคนมานั่งลงข้างๆ จึงหันไปมอง


พี่พลนั่นเองที่มานั่งอยู่ พี่พลยิ้มให้ พร้อมดวงตาสุกใสและรอยยิ้มที่สว่างไสวเหมือนเคย


“น้องจิ๋วมานั่งทำไรตรงนี้ครับ”


“ก็เอ่อ…”น้ำเพชรตอบไม่ถูก ไม่รู้เรามานั่งทำบ้าอะไรตรงนี้ “มานั่งดูพี่พลซ้อมค่ะ…”แต่ก็ตอบความจริงส่วนหนึ่งไป ก็มาดูพี่พลซ้อมจริงๆนี่นา


“เอ แต่พี่ไม่เห็นน้องจิ๋วดูในสนามเลยนี่นา”พี่พลถามยิ้มๆ


“อ้าว พี่พลสังเกตด้วยหรอคะ” น้ำเพชรเหลือบมาถาม ยิ้มอ่อยๆ


“หึๆ พี่ไม่ได้สังเกตหรอก….พี่ล้อเล่นน่ะ”พี่พลว่าแล้วยิ้มกว้างขึ้น “ตอนซ้อมมันมีสมาธิ ไม่ได้มองดูสิ่งรอบข้างเลย”


“ว่าแล้วว่าพี่พลต้องล้อเล่น…” น้ำเพชรยิ้มออกมา


“แน่ะๆ เริ่มรู้ทันแล้วสิเรา” พี่พลว่าแล้วมองเลยไปโต๊ะข้างๆ “อ้าว นั่นบุ้งนี่นา นั่งอยู่กับใครล่ะ แล้วทำไมไม่นั่งด้วยกัน”


น้ำเพชรจากที่ยิ้มๆ อยู่เริ่มหุบยิ้มทันที เหลือบไปมองก็เห็นเขานั่งพูดคุยสนิทสนมกันดี เผลอก้มหน้าถอนหายใจ พี่พลมอง


“น้องจิ๋วเป็นไรหรือเปล่า”


น้ำเพชรรีบเงยหน้าขึ้นมาทันที “เปล่านี่คะ ไม่ได้เป็นอะไร”


พี่พลมองแล้วยิ้ม “ไม่ได้เป็นอะไรก็ยิ้มให้พี่ดูหน่อยสิครับ”


น้ำเพชรมองหน้าพี่พล เห็นพี่พลยิ้มให้อย่างปลอบใจ จึงยิ้มตอบ “จิ๋วไม่เป็นอะไรจริงๆค่ะ”


“อืมๆ ดีแล้วล่ะ…”พี่พลพยักหน้าอย่างพอใจ “งั้นเราไปนั่งรวมกับโต๊ะบุ้งไหม”


“อย่าเลยค่ะ พี่พล เขาอาจจะอยากคุยกันสองคนมากกว่า อย่าไปกวนเขาเลย” น้ำเพชรรีบห้าม พยายามไม่มองไปที่โต๊ะนั้น


“อ้าว หรอ อืมๆ ไม่ไปก็ไม่ไป”พี่พลว่ายิ้มๆ เหลือบไปมองคนโต๊ะโน้นกับคนโต๊ะนี้


“เอ่อ…”น้ำเพชรรีบเปลี่ยนเรื่อง “พี่พลซ้อมหนักใช่ไหมคะ ช่วงนี้”


“หนักจ๊ะ วันธรรมดาเลิกเกือบ 2 ทุ่มแน่ะ นี่ก็ใกล้ปีใหม่แล้ว ไม่รู้จะได้พักเหมือนคนอื่นเขาหรือเปล่า”


“เหนื่อยน่าดูเลยนะคะ…”


“ครับ ถึงเหนื่อยแต่ก็มีความสุข เพราะมันเป็นสิ่งที่เรารัก”พี่พลตอบยิ้มๆ


“มันก็เหมือนกับคนนั่นแหละ ลองเป็นคนที่เรารักซะอย่าง จะเป็นอะไรยังไง ก็ทนได้เสมอ รับได้เสมอนะ จริงไหม”


น้ำเพชรฟังแล้วเงียบไป “ก็ไม่รู้สิคะ…” พี่พลมองแล้วยิ้มๆ แล้วเอ่ยออกมาเบาๆ


“พี่เป็นกำลังใจให้น้องจิ๋วเสมอนะ”


น้ำเพชรเงยหน้าขึ้นมามอง “เป็นกำลังใจเรื่องอะไรคะ”


“ก็ทุกเรื่องนั่นแหละ” พี่พลตอบ น้ำเพชรฟังแล้วยิ้มให้ แล้วทั้งสองก็ยิ้มให้กัน


“เฮ้ย พล ได้เวลาซ้อมแล้วเว้ย อย่ามัวแต่จีบสาว” เสียงโอ๊ตดังมาจากโต๊ะสวัสดิการข้างสนาม ทั้งสองหันไปมองก็เห็นโอ๊ตยืนยิ้มยักคิ้วให้ มือหนึ่งถือผ้าเย็นเอามาลูบหน้า แล้วหันหน้าไปยิ้มกับมิ้นที่ยืนมองอยู่ข้างๆ มินต์มองคนทั้งคู่มานานแล้ว เมื่อเห็นพี่พลหันมา มินต์ก็หันหลังเดินออกไป

พี่พลมองตามแล้วขรึมลงไป ก่อนจะถอนหายใจ แล้วรีบลุกขึ้นยืน หันไปยิ้มบอกน้ำเพชรว่า


“ได้เวลาซ้อมแล้วครับ พี่ต้องไปก่อนนะ แล้ววันหลังเราคุยกันใหม่”พี่พลทำท่าจะวิ่งออกไป แต่เหมือนนึกอะไรได้ ก็หันหลังกลับมาบอกว่า


“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พี่คอยเป็นกำลังใจให้เสมอนะ” แล้วพี่พลก็ยิ้ม วิ่งออกไป น้ำเพชรยิ้มตอบพี่พลแล้วเผลอถอนหายใจออกมาอีก



บุ้งมองเห็นพี่พลเดินเข้ามาน้ำเพชรแล้วรู้สึกแปลกๆ ในใจอยากจะเข้าไปขวางเหมือนที่ทำมาตลอด แต่พอคิดดูอีกที จิ๋วมันคงมีความสุขที่ได้คุยกับคนที่มันแอบชอบ โดยที่ไม่ควรจะมีเราเข้าไปเกี่ยวข้อง


เรามันเข้าไปยุ่งกับจิ๋วมากเกินไปแล้ว มันคงรำคาญเราแล้ว ยิ่งเห็นเขายิ้มให้กัน บุ้งอยากจะเบือนหน้าหนี แต่ก็อดแอบมองไม่ได้…ท่าทางคงมีความสุขมาก


“พี่บุ้ง อร่อยไหม ขนม” เสียงแพทถามอยู่ข้างๆ ทำเอาบุ้งแทบสะดุ้ง เออ ลืมไปเลยว่ากำลังกินขนมอยู่


“เออๆ ก็อร่อยดี แต่กินแล้วไม่เห็นมันจะเหาะได้เลยนี่”


“โธ่ พี่บุ้ง แล้วมีขนมที่ไหนกินแล้วเหาะได้บ้างละคะ แหม ถึงเหาะไม่ได้แต่ก็อร่อยเหาะนะ…”


“อ้อ เอางั้นเลยหรอ ขนมเสี่ยงตายนี่ มันสุดยอดจริงๆนะ อย่างนี้เขาเรียกว่า ตายไม่ว่า แต่ขนมข้าต้องรอด ว่างั้นเหอะ”


แพทฟังแล้วหัวเราะ “พี่บุ้งตลกจริงๆ สงสัยจะเป็นอย่างนั้นแหละ เพราะแพทชอบกินมากๆ”


“เออๆ ตัวก็เล็กนิดเดียว กินแล้วเอาขนมไปเก็บไว้ตรงไหนนะ ถามจริงไส้มีเปล่า”


“มีสิคะ คนนะไม่ใช่ตั๊กแตนจะได้ไม่มีไส้” แพทว่าแล้วหัวเราะ “ว่าแต่แพทตัวเล็กมาไหม”


บุ้งมองแล้วพยักหน้า “ก็ตัวเล็กนะ ยังกะเด็ก”


“เล็กเท่าพี่คนนั้นที่พี่แอบมองบ่อยๆ หรือเปล่าคะ” แพทถามยิ้มๆ บุ้งสะดุ้ง เหลือบไปมองโต๊ะข้างๆ โดยอัตโนมัติ


“พูดอะไรน่ะ” บุ้งรีบปั้นเสียงขรึมๆ แพทรู้ได้ไงเนี่ยว่าเราแอบเหลือบตาไปมอง


“อ้าว ก็จริงๆนี่คะ แพทสังเกตเห็นนะ แล้วยิ่งกว่านั้น แพทยังเห็นพี่คนนั้นเขาก็แอบมองพี่เหมือนกันนะ” แพทว่าแล้วยิ้มอย่างเหนือชั้น


“แพทเห็นผิดแล้วมั้ง” บุ้งใจเต้น เอ่อ จะตื่นเต้นอะไรไม่รู้ ก็จิ๋วมันคุยกับพี่พล จะมามองเราตอนไหน


“จะผิดได้ไงคะ ถึงแพทจะเพิ่งออกจากโรงพยาบาลมา แต่ก็ตาไม่ฝาดนะ ว่าแต่ เขาเป็นใคร เป็นแฟนพี่หรอ ทำไมไม่นั่งด้วยกันล่ะคะ” แพทเข้ามาพูดเบาๆ ทำสีหน้าอยากรู้เต็มที่ บุ้งได้ยินคำว่า แฟน ก็สะดุ้ง รีบพูดทันที


“เฮ้ย แฟนเฟินอะไรเล่า เพื่อนๆ เค้าเป็นเพื่อนพี่เอง” พูดแล้วก็นึกเสียดาย เสียดายอะไรไม่รู้


“เพื่อนแน่หร้อ…”แพทถามยิ้มๆ


“ก็บอกว่าเพื่อนก็เพื่อนสิ จะสงสัยอะไรเนี่ย แพท ออกจากโรงพยาบาลมาเนี่ย ให้หมอเขาเช็คสมองมาด้วยหรือเปล่าเนี่ย” บุ้งรีบกัดกลบเกลื่อนทันที


“แหม พี่บุ้งนี่ เล่นแรง เดี๋ยวเถอะ เอ้า เพื่อนก็เพื่อนไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย แค่นี้ไม่เห็นต้องร้อนตัวเลยนี่นา อิอิ”


“ไม่ได้ร้อนตัว เอ้อ นี่ตอนนี้ไม่มีเรียนหรอไง” บุ้งรีบตัดบท


“มีค่ะมี แหม รีบไล่เชียวนะ แพทกำลังจะไปพอดีเลย งั้นไปก่อนล่ะ…”แพทว่าแล้วลุกขึ้น ก่อนจะไปหันมาบอกบุ้ง


“แล้ววันหลังแนะนำแฟน เอ้ย เพื่อนพี่บุ้งคนนั้นให้รู้จักบ้างนะคะ แพทอยากรู้จักมากๆ เลย” บุ้งฟังแล้วชูมะเหงกเตรียมจะเขกหัว แพทรีบหลบ หัวเราะๆ แล้วเดินจากไป


คนโต๊ะข้างๆ ได้ยินเสียงหัวเราะของแพทก็เหลือบไปมอง ตาสบกันโดยบังเอิญ แต่ต่างก็เมินกันไป บุ้งมองนาฬิกาแล้วลุกขึ้นยืนรีๆรอๆ เพราะใกล้จะถึงเวลาเรียนแล้ว น้ำเพชรก็ลุกขึ้นยืนเช่นกัน กำลังจะเดินไปก็มีเสียงเรียก


“จิ๋วๆ บุ้งๆ” แก้วนั่นเองที่กำลังถือถุงขนมมาหอบใหญ่เดินมาข้างปาล์ม


“อ้าว แก้วไปไหนมา แล้วซื้อขนมมาทำไมเยอะแยะ” น้ำเพชรทัก


“เอาขนมมาฝากอาจารย์ เดี๋ยววันนี้จะปรึกษางานแกหน่อย” แก้วตอบแล้วเดินมาหา


“แล้วปาล์มคืนหนังสือแล้วใช่ไหม” น้ำเพชรหันไปทักปาล์ม


“คืนแล้ว”ปาล์มมองน้ำเพชรและมองบุ้งที่ยืนห่างออกไป “เราไปเรียนกันเหอะ…”


ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยจึงหากันเดินออกไป แก้วหันไปเรียกบุ้ง


“ไปบุ้ง ไปเรียน แกมายืนทำไรตรงนี่เนี่ย” เรียกแล้วเข้าไปลากแขนบุ้งให้มาเดินด้วยกัน น้ำเพชรเหลือบมองแล้วเมินไป ส่วนปาล์มองสบตาบุ้ง แต่ทั้งคู่ก็ไม่ได้พูดอะไรกัน….


สามทุ่มแล้ว น้ำเพชรเพิ่งอาบน้ำเสร็จ เดินมานั่งที่โต๊ะเขียนหนังสือ พลางนึกถึงเมื่อเย็น ไม่ได้อยากจะกลับกับบุ้งสักหน่อย เพราะมันคงไม่อยากมาส่งเราหรอก แต่แก้วน่ะสิ ลากให้มาด้วยกันจนได้ แต่ไปส่งแก้วแล้ว มันก็ไม่พูดอะไรสักคำ ตั้งอกตั้งใจเหลือเกินในการขับรถน่ะ


คิดแล้วก็นึกถึงเรื่องเมื่อเช้า บุ้งมันพูดอะไรของมัน เรื่องธุระของปาล์มทุกเช้า พูดยังกับว่า….เฮ้อ เดี๋ยวคอยดูดีกว่าว่าพรุ่งนี้ปาล์มจะมาจริงอย่างที่บุ้งมันพูดหรือเปล่า…


คิดมาก ปวดหัวไปหมดแล้ว…เล่นเนตดีกว่า…สงสัยวันนี้ต้องเข้าห้องสวนลุมอีก เผื่อจะหายปวดหัวได้บ้าง


วันนี้นายล่องลอยจะมาห้องสวนลุมไหมนะ แต่ก็นั่นแหละ ดวงสมพงษ์เดี๋ยวก็เจอกันแน่…นั่นไง เจอจริงๆ วันนี้มาตั้งกระทู้อีกแล้ว…


ชื่อกระทู้….วันนี้ขอไร้สาระหน่อยนะครับ อยากรู้ว่าผู้หญิงชอบผู้ชายแบบร้ายๆ หรือแบบแสนดีกันแน่ครับ…


เนื้อหากระทู้….ผมอยากรู้ว่าผู้หญิงสมัยนี้นี่ เขาชอบผู้ชายที่เป็นแบดบอย ประเภทพูดน้อยต่อยหนัก เอ้ย ไม่ใช่ แบบ ไม่หวานแต่จริงใจ หรือว่าชอบแบบแสนดีและอบอุ่นกันแน่ครับ…


น้ำเพชรอ่านกระทู้ แล้วมองความเห็นที่ตอบไป 8-9 ความเห็น ส่วนมากก็จะคละเคล้ากันไป



ความคิดเห็นที่ 10

แน่ะ นายล่องลอยอยากรู้ไปทำไม

จากคุณ WINDY_LOVE [ 26 ธ.ค. 48 : 21 : 23 : 56 ]


ความคิดเห็นที่ 11

เถอะน่า WINDY_LOVE ตอบไม่ตรงคำถามเลย ผมอยากรู้น่ะ โดยเฉพาะของคุณ ^ ^

จากคุณ นายล่องลอย [ 26 ธ.ค. 48 : 21 : 26 : 45 ]


ความคิดเห็นที่ 12

มันไม่ได้สำคัญที่เป็นแบดบอยหรืออบอุ่นแสนดีหรอก มันขึ้นอยู่กับว่า เขาเป็นคนที่เรารักหรือเปล่า

จากคุณ WINDY_LOVE [ 26 ธ.ค. 48 : 21 : 28 : 56 ]


ความคิดเห็นที่ 13

ฟังดูดีจัง ^ ^ ว่าแต่ หมายความว่าไงกันละเนี่ย - -“

จากคุณ นายล่องลอย [ 26 ธ.ค. 48 : 21 : 30 : 05 ]


ความคิดเห็นที่ 14

ก็หมายความว่า ถ้าเป็นคนที่เรารัก จะเป็นอะไรเราก็รัก

จากคุณ WINDY_LOVE [ 26 ธ.ค. 48 : 21 : 33 : 16 ]


ความคิดเห็นที่ 15

โห เป็นความรักในอุดมคติมากๆ เลยนะครับ นึกว่าจะมีแต่ในหนัง

จากคุณ นายล่องลอย [ 26 ธ.ค. 48 : 21 : 36 : 40 ]


ความคิดเห็นที่ 16

นายล่องลอย อย่าดูถูกความรักของผู้หญิงนะ

จากคุณ เพิ่งรู้ว่ารักเธอ [ 26 ธ.ค. 48 : 21 : 38 : 12 ]


ความคิดเห็นที่ 17

ใช่ๆ เห็นด้วยกับ WINDY_LOVE เรารักที่เขาเป็นเขา

จากคุณ Nu_Nid [ 26 ธ.ค. 48 : 21 : 40 : 00 ]


ความคิดเห็นที่ 18

แล้วถ้าเขาแบดมากๆ ล่ะ ยังจะรักไหวหรือเปล่า

จากคุณ CLUB_12 [ 26 ธ.ค. 48 : 21 : 42 : 32 ]


ความคิดเห็นที่ 19

คนทุกคนมีส่วนดีและไม่ดีนี่ ไม่มีใครดีหมดหรือไม่ดีหมด ถ้าเขารักเราจริงนะ อันนี้มันก็แล้วแต่รสนิยม

จากคุณ Nu_Nid [ 26 ธ.ค. 48 : 21 : 44 : 47 ]


ความคิดเห็นที่ 20

แต่ผมเห็นเดี๋ยวนี้ ผู้หญิงเขาชอบแบดๆกันนะครับ เพราะอะไร

จากคุณ นายล่องลอย [ 26 ธ.ค. 48 : 21 : 46 : 45 ]


ความคิดเห็นที่ 21

อย่าถามหาเหตุผลเลย เคยได้ยินไหม ที่เขาว่า ความรักไม่มีเหตุผล ไม่มีจุดเริ่มต้น แต่มีจุดจบน่ะ

จากคุณ WINDY_LOVE [ 26 ธ.ค. 48 : 21 : 48 : 55 ]


ความคิดเห็นที่ 22

โห วันนี้ WINDY_LOVE ปรัชญาน่าดู เป็นอะไรไปหรือเปล่าครับ

จากคุณ นายล่องลอย [ 26 ธ.ค. 48 : 21 : 51 : 41 ]


น้ำเพชรอ่านความเห็นของนายล่องลอยแล้วอึ้งไปเล็กน้อย เราเป็นอะไรไปหรือเปล่า ก่อนจะส่ายหัวอย่างแรง ก็ไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อยนี่นา


ความคิดเห็นที่ 23

ไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย ^ ^

จากคุณ WINDY_LOVE [ 26 ธ.ค. 48 : 21 : 53 : 39 ]


ความคิดเห็นที่ 24

ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้วครับ เป็นห่วงนะ ^ ^

จากคุณ นายล่องลอย [ 26 ธ.ค. 48 : 21 : 55 : 18 ]


ความคิดเห็นที่ 25

เดี๋ยวต้องบอกล้อเล่นอีกแน่ๆ

จากคุณ WINDY_LOVE [ 26 ธ.ค. 48 : 21 : 58 : 57 ]


ความคิดเห็นที่ 26

อันนี้ไม่ล้อเล่น เป็นห่วงจริงๆ นะ ^ ^

จากคุณ นายล่องลอย [ 26 ธ.ค. 48 : 22 : 01 : 45 ]


ความคิดเห็นที่ 27

ขอบคุณมากที่เป็นห่วง ^ ^

จากคุณ WINDY_LOVE [ 26 ธ.ค. 48 : 22 : 03 : 49 ]


ความคิดเห็นที่ 28

แต่เราว่านายล่องลอยเขาว่า WINDY_LOVE จะเพี้ยนมากกว่านะ

จากคุณ ต้นสาย_สินธุ [ 26 ธ.ค. 48 : 22 : 06 : 45 ]


ความคิดเห็นที่ 29

^
^
^
คุณข้างบนอย่าทำเสียเรื่องดิ เขากำลังซึ้งๆ กันอยู่

จากคุณ KITTY_PROFESS0R [ 26 ธ.ค. 48 : 22 : 08 : 40 ]


ความคิดเห็นที่ 30

นั่นดิ ผมก็กำลังจะจำเอาไปจีบสาวมั่ง ^ ^

จากคุณ ผู้ชายในเงามืด [ 26 ธ.ค. 48 : 22 : 10 : 05 ]


ความคิดเห็นที่ 31

5555 มาหาเอาแถวนี้เองหรอคุณข้างบน

จากคุณ ต้นสาย_สินธุ [ 26 ธ.ค. 48 : 22 : 12 : 11 ]


ความคิดเห็นที่ 32

คุณ ผู้ชายในเงามืด ก็ออกจากมาจากเงามืดซะสิครับ ^ ^

จากคุณ นายล่องลอย [ 26 ธ.ค. 48 : 22 : 14 : 55 ]


ความคิดเห็นที่ 33

ถ้าจะให้คุณผู้ชายในเงามืด ออกมาจากเงามืด นายล่องลอยก็ต้องเลิกล่องลอยไปเรื่อย

จากคุณ WINDY_LOVE [ 26 ธ.ค. 48 : 22 : 16 : 04 ]


ความคิดเห็นที่ 34

ใช่ๆ แล้วเปลี่ยนชื่อ คุณผู้ชายในเงามืดว่า ผู้ชายในแสงสว่างแทน อิอิ

จากคุณ KITTY_PROFESS0R [ 26 ธ.ค. 48 : 22 : 18 : 47 ]


ความคิดเห็นที่ 35

ใช่ๆ อิอิ แล้วนายล่องลอย ก็เปลี่ยนเป็นนายปักหลักแทน เป็นไง ^ ^

จากคุณ WINDY_LOVE [ 26 ธ.ค. 48 : 22 : 20 : 03 ]


ความคิดเห็นที่ 36

แหม ผมขี้อายซะด้วยสิ ไม่กล้าออกมาที่สว่างหรอกครับ ขออยู่ในเงามืดอย่างเดิมดีกว่า

จากคุณ ผู้ชายในเงามืด [ 26 ธ.ค. 48 : 22 : 22 : 49 ]


ความคิดเห็นที่ 37

ผมเองก็ชอบท่องไปในโลกกว้างครับ ^ ^

จากคุณ นายล่องลอย [ 26 ธ.ค. 48 : 22 : 24 : 15 ]


ความคิดเห็นที่ 38

เห็นไหม ผู้ชายก็เงี้ย เปลี่ยนอะไรยาก

จากคุณ ตะวันตกน้ำ [ 26 ธ.ค. 48 : 22 : 26 : 42 ]


ความคิดเห็นที่ 39

ผู้หญิงก็เปลี่ยนยากเหมือนกันละน่า

จากคุณ ผมชื่อนี้ครับ [ 26 ธ.ค. 48 : 22 : 28 : 43 ]


ความคิดเห็นที่ 40

เอ่อ ขอโทษนะ กลายเป็นเรื่องผู้หญิงผู้ชายไปแล้ว - * -

จากคุณ นี่คือความเห็นที่ดีที่สุด [ 26 ธ.ค. 48 : 22 : 30 : 45 ]


ความคิดเห็นที่ 41

อ้าว ผิดประเด็น โทษทีจ้า ^ ^

จากคุณ ตะวันตกน้ำ [ 26 ธ.ค. 48 : 22 : 32 : 01 ]


ความคิดเห็นที่ 42

มันก็พูดยากนะ คงแล้วแต่นะ จะ bad จะ good ขอแค่รักเราก็พอแล้ว

จากคุณ เมฆขาว [ 26 ธ.ค. 48 : 22 : 34 : 56 ]


ความคิดเห็นที่ 43

ขอมากไปหรือเปล่าครับ ^ ^

จากคุณ นายล่องลอย [ 26 ธ.ค. 48 : 22 : 36 : 45 ]


ความคิดเห็นที่ 44

แค่นี้ยังมากไปอีกหรอ นายล่องลอย

จากคุณ เมฆขาว [ 26 ธ.ค. 48 : 22 : 38 : 32 ]


ความคิดเห็นที่ 45

ผมล้อเล่นน่ะครับ ^ ^

จากคุณ นายล่องลอย [ 26 ธ.ค. 48 : 22 : 40 : 45 ]


ความคิดเห็นที่ 46

กะแล้วเชียว - -

จากคุณ WINDY_LOVE [ 26 ธ.ค. 48 : 22 : 42 : 51 ]


ความคิดเห็นที่ 47

^
^
^
รู้ใจจัง ^ ^

จากคุณ นายล่องลอย [ 26 ธ.ค. 48 : 22 : 44 : 45 ]


ความคิดเห็นที่ 48

อิอิ ตกลงได้ข้อสรุปหรือยัง นายล่องลอย

จากคุณ นี่คือความเห็นที่ดีที่สุด [ 26 ธ.ค. 48 : 22 : 46 : 00 ]


ความคิดเห็นที่ 49

อืมๆ ผมก็ยังไม่แน่ใจน่ะครับ แต่ได้รู้แค่นี้ก็รู้สึกดีแล้วครับ ^ ^

จากคุณ นายล่องลอย [ 26 ธ.ค. 48 : 22 : 48 : 40 ]


ความคิดเห็นที่ 50

รู้ว่ายังไง

จากคุณ WINDY_LOVE [ 26 ธ.ค. 48 : 22 : 50 : 45 ]


ความคิดเห็นที่ 51

ก็รู้ว่าผู้หญิงที่มาตอบกระทู้ผม ไม่ได้มองผู้ชายแค่เปลือกนอก แต่มองไปถึงหัวใจต่างหาก

จากคุณ นายล่องลอย [ 26 ธ.ค. 48 : 22 : 52 : 00 ]


ความคิดเห็นที่ 52

แล้วรู้อะไรอีกอย่างไหม

จากคุณ WINDY_LOVE [ 26 ธ.ค. 48 : 22 : 55 : 49 ]


ความคิดเห็นที่ 53

อะไรหรอครับ ^ ^

จากคุณ นายล่องลอย [ 26 ธ.ค. 48 : 22 : 57 : 25 ]


ความคิดเห็นที่ 54

จะอะไรล่ะ 5555 เราก็จะ แว้บบบบ น่ะสิ อิอิ

จากคุณ WINDY_LOVE [ 26 ธ.ค. 48 : 22 : 59 : 09 ]


น้ำเพชรโพสแล้วยิ้ม วันนี้ชิ่งก่อน สำเร็จแล้ว…รีเฟรสกระทู้อีกรอบ


ความคิดเห็นที่ 55

อ้าว -*- เผลอจนได้

จากคุณ นายล่องลอย [ 26 ธ.ค. 48 : 23 : 02 : 00 ]


ความคิดเห็นที่ 56

อ้าว WINDY_LOVE ไปแล้วหรอ

จากคุณ KITTY_PROFESSOR [ 26 ธ.ค. 48 : 23 : 04 : 01 ]


ความคิดเห็นที่ 57

ชิ่งไปไกลแล้วครับ ป่านนี้กำลังนั่งหัวเราะผมอยู่แน่ๆ - -“

จากคุณ นายล่องลอย [ 26 ธ.ค. 48 : 23 : 06 : 13 ]


น้ำเพชรอ่านแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ ช่างรู้ใจจริงนะ นายล่องลอย…




 

Create Date : 25 มกราคม 2549    
Last Update : 5 มีนาคม 2549 14:36:55 น.
Counter : 169 Pageviews.  

ไม่งั้นเราจะไม่พบกัน...ตอนที่ ๑๑

เช้าวันรุ่งขึ้น น้ำเพชรเดินลงมาจากหอ เพื่อเตรียมไปเรียน วันนี้มาเช้ากว่าเดิมเล็กน้อย กวาดสายตามองหารถของใครคนหนึ่ง ก็ไม่มี


กำลังจะเดินลงไปอยู่แล้ว ก็เห็นรถคันหนึ่งกำลังแล่นเข้ามาจอด น้ำเพชรรีบหลบหลังเคาน์เตอร์ทันที แล้วแอบมอง


รถคันนั้นเคลื่อนตัวมาหน้าหอ แล้วหยุด รถของปาล์มนั่นเอง น้ำเพชรมองแล้วอึ้งๆ ปาล์มมาจริงๆ ด้วยหรือนี่

แต่น้ำเพชรก็ยังแอบดูอยู่ รออยู่อีกครู่หนึ่ง ปาล์มที่นั่งในรถก็เหลียวซ้ายแลขวา แล้วก็ขับรถออกไป


น้ำเพชรออกมาจากเคาน์เตอร์ ยืนมองด้วยสายตาครุ่นคิด แต่สายตาเหลือบไปเห็นรถอีกคันหนึ่งกำลังเคลื่อนผ่านหอไปเช่นกัน


ดูครั้งเดียวก็จำได้ รถเก่าๆ อย่างนั้น รถของบุ้งแน่นอน น้ำเพชรรีบเข้าไปซ่อนที่เดิม แอบมอง ก็เห็นบุ้งชะลอรถแถวหน้าหอ กวาดสายตามองรอบหนึ่ง แล้วก็เคลื่อนรถออกไป


น้ำเพชรมองตามรถบุ้ง ตกลงมันมารับใช่ไหมเนี่ย….แล้วปาล์มล่ะ



หลังจากออกมาจากหอน้ำเพชรแล้ว บุ้งก็มารับแก้วที่บ้าน


นั่งกันมาในรถ ไม่ได้พูดอะไรกัน แก้วเหลือบตามอง


“แล้วจิ๋วล่ะ แกไม่ไปรับมันหรอ”


“มันคงมีคนมารับแล้วล่ะ” บุ้งตอบโดยไม่มองหน้า


“ใครจะมารับมัน….แล้วแกรู้ได้ไง” แก้วพูดยิ้มๆ บุ้งเหลือบมามองแก้วแวบหนึ่ง ก่อนจะพูดอย่างฉุนๆ


“ชั้นรู้ก็แล้วกัน แกไม่ต้องเป็นห่วงมันหรอก ยังไงคงไม่มีใครปล่อยให้มันนั่งรถมาเองหรอก”


แก้วฟังหันมามองหน้าบุ้ง ยิ้มๆ จะพูดอะไรแล้วก็ไม่พูด


นั่งไปสักพักก็พูดขึ้นมาลอยๆ ว่า


“แกเป็นอะไร บุ้ง”


บุ้งหันมามองแก้วแวบหนึ่ง แล้วตอบ “ก็ไม่ได้เป็นอะไรนี่ แกเห็นชั้นผิดปกติตรงไหนหรอ”


“น่าจะรู้ตัวเองดีนี่ ว่าผิดปกติตรงไหน” แก้วพูดยิ้มๆ บุ้งหันขวับมามอง


“หมายความว่าไง”


“ไอ้บุ้ง แกเห็นชั้นเป็นคนยังไง ชั้นไม่ได้ตาบอดนะเว้ย” แก้วว่าจ้องหน้าบุ้ง บุ้งหันมามองแล้วหลบสายตา


“แกมันก็เป็นซะยังงี้แหละ” แก้วว่าพลางส่ายหน้า


“ชั้นเป็นยังไง” บุ้งว่าอ่อยๆ


“ก็ปากแกน่ะ มันเป็นยังงี้ไง ระวังนะ ระวังจะเสียใจ” แก้วพูดขรึมๆ บุ้งหันมามอง อึ้งไป ก่อนจะพูดแก้เก้อออกมา


“ชั้นจะเสียใจเรื่องอะไร”


แก้วหันมามองหน้าบุ้งเต็มตา พูดจริงจัง “แกอย่าปากแข็งนักเลยบุ้ง ปากแข็งมากๆ อาจจะพลาดสิ่งดีๆ ในชีวิตไปนะ”


บุ้งอึ้งไป หันมามองแก้วแล้วหลบสายตา


“ที่สำคัญ สิ่งดีๆ นั้นมันเป็นสิ่งที่ใจเราต้องการด้วย อย่าปล่อยให้มันหลุดลอยไปเพราะ ความปากแข็งของเราเลย เพราะถ้าถึงตอนนั้น แกคงจะโทษใครไม่ได้ นอกจากตัวเอง”


แก้วพูดขรึมๆ บุ้งไม่ยอมหันมามองหน้าแก้วอีก ทำทีเป็นตั้งใจขับรถ แต่ในหัวสมองนั้น มีคำพูดของแก้ววนเวียนอยู่….


ปาล์มขับรถมาถึงมหาวิทยาลัย เอารถจอดแล้วก็เดินตรงไปที่ตึกคณะ ผ่านสนามฟุตบอลก็เผลอหยุดดู นั่น พี่พลกำลังซ้อม กวาดตามองไปรอบๆ ก็ไม่เห็นน้ำเพชร เอ ที่หอก็ไม่มี มาก่อนแล้วทำไมไม่เห็น จะโทรไปดีไหม


ขณะที่ปาล์มกำลังคิดอยู่นั้น พี่พลก็วิ่งเข้ามา


“ว่าไง ไอ้น้องชาย” พี่พลทัก “เออๆ พี่ลืมของไว้ที่รถปาล์มว่ะ เดี๋ยวเย็นนี้เอามาให้ที่บ้านด้วยนะ”


แต่ปาล์มก็ยังยืนนิ่งเหมือนคิดอะไรอยู่ พี่พลชะงัก แล้วขมวดคิ้วมองปาล์ม


“ปาล์มๆ” พี่พลเรียก ปาล์มจึงสะดุ้ง หันมามองพี่พล


“อ้าว พี่พล มาตั้งแต่เมื่อไหร่”


พี่พลยิ้มนิดๆ “ก็มาเมื่อกี้ เป็นไรน่ะเรา เรียกเมื่อกี้ตั้งนานไม่ได้ยิน ปล่อยให้พี่พูดคนเดียว”


“อ้อๆ ได้ยินครับ แต่ไม่ทันได้ตอบ เดี๋ยวเย็นนี้ผมเอาของไปให้” ปาล์มรีบตอบ

“วันนี้มาคนเดียวหรอ” พี่พลถาามพลางกวาดสายตามอง


“พี่คิดว่าผมจะมากับใครล่ะ” ปาล์มถามพลางหลบสายตา พี่พลมองแล้วยิ้ม


“พี่ก็ไม่รู้ นึกว่ามากับเพื่อนๆ เดี๋ยวนี้ปาล์มมีเพื่อนเยอะ”


“วันนี้ผมมาคนเดียวครับ”


“ไม่มีธุระแถวหอน้องจิ๋วอีกหรอ” พี่พลพูดยิ้มๆ ปาล์มหันขวับมามองทันที ทำหน้าแปลกๆ จะแก้ตัวก็ไม่รู้จะพูดอะไร


“พี่ล้อเล่นน่ะ” แล้วพี่พลก็หัวเราะ หึหึ มองปาล์มผู้เปรียบเสมือนน้องชายแล้วตบบ่าเบาๆ


“ปาล์มเปลี่ยนแปลงขึ้นเยอะ เดี๋ยวนี้มีความสุขขึ้นมากใช่ไหม”


ปาล์มหันมามองพี่พล รับคำเบาๆ “ครับ…”


“การที่เราทำตามใจตัวเอง ก็ไม่ได้หมายความว่า เราจะไม่ทำตามใจพ่อนะ ปาล์มไม่ต้องเคร่งครัดกับชีวิตตัวเองมากอย่างที่ทำมาก็ได้…ทำอะไรที่เรามีความสุขบ้างก็ได้”


“อะไรล่ะครับที่ทำแล้วเราจะมีความสุข” ปาล์มถามออกไป


“ก็หลายอย่างนะ อย่างหนึ่งก็คือ การมีเพื่อนดีๆ” พี่พลว่าแล้วยิ้ม “การมีเพื่อนดีๆ ที่ห่วงใยกัน มันทำให้ชีวิตของเราไม่เงียบเหงาในโลกกว้างใบนี้นะ”


“แค่มีเพื่อนหรอครับ” ปาล์มถามเบาๆ


“จะเป็นเพื่อนหรือเป็นอะไรก็ได้ มันก็แล้วแต่ความรู้สึกเราสิ” ปาล์มฟังพี่พลพูด แล้วเงียบไปอย่างใช้ความคิด


“สิ่งสำคัญเลย คือการเปิดใจเรา อย่ามองโลกในแง่ร้ายเกินไป เพราะจะทำให้เราคิดถึงคนอื่นในแง่ร้ายไปด้วย มันจะปิดโอกาสในการสร้างสัมพันธ์ดีๆ กับใครบางคนที่เรารู้สึกดีด้วยนะ”


ปาล์มฟังแล้วอึ้งไป หันไปมองพี่พล พี่พลก็ยิ้มให้ ยกมือตบบ่าปาล์มอีกครั้ง แล้วบอก


“พี่ไปก่อนนะ”


ปาล์มหันมายิ้มให้พี่พล “ครับ ผมก็จะไปตึกเรียนเหมือนกัน” พูดแล้วก็เดินตรงไปที่ตึกเรียน


พี่พลมองตามปาล์มไป แล้วหันหลังจะกลับไปซ้อมที่สนาม แต่สายตาเหลือบไปมองเห็นมิ้นกำลังเดินมาคนเดียว


เท้าวิ่งไปเร็วก่อนสมองสั่งซะอีก กว่าจะรู้ตัวก็มาหยุดอยู่ตรงหน้ามิ้นแล้ว…สงสัยเมื่อกี้ไม่ได้ใช้สมองสั่ง แต่ใช้หัวใจสั่งมากกว่า


“มิ้นครับ” พี่พลเรียก มิ้นชะงักมองคนตรงหน้า เผลอยิ้มออกมานิดหนึ่ง


“อ้าว พล” แล้วก็หยุดเหมือนไม่รู้จะพูดอะไร


“มิ้นจะไปไหน จะรีบไปเรียนหรือเปล่า” แล้วพี่พลก็มาเดินข้างๆ มิ้นหันมายิ้มให้


“ไม่รีบค่ะ ยังเช้าอยู่เลย”


“เดี๋ยวไปส่งที่ตึกคณะนะ” พี่พลบอกยิ้มๆ มิ้นหันมาเห็นสายตาพี่พลแล้วหลบ รีบบอกแก้เก้อ


“ล้อเล่นอีกหรือเปล่า” พี่พลฟังแล้วส่ายหน้าทันที


“ไม่ล้อครับ พูดจริงๆ” แล้วก็มองมิ้น พูดลอยๆ “มิ้นชอบว่าผมล้อเล่นเรื่อยเลย”


“ก็พลล้อเล่นจริงๆ นี่ บางทีมันก็…” มิ้นพูดแล้วเงียบไป พี่พลหันมามอง


“มิ้นไม่ชอบให้ผมล้อเล่นใช่ไหม”


“เปล่าค่ะ เปล่า” มิ้นรีบปฏิเสธ “มันไม่เกี่ยวกับที่มิ้นชอบหรือไม่ชอบ”


“แต่มันก็ทำให้เรา…”พี่พลพูดยังไม่ทันจบ เสียงโอ๊ตก็ดังขึ้นมาจากด้านหลัง


“อ้าว ไอ้พล มิ้น จะไปไหนกัน”


ทั้งสองหันไปมอง ก็เห็นโอ๊ตยืนอยู่ทำหน้าแปลกๆ แล้วก็รีบเดินเข้ามาหาคนทั้งสองทันที


“ทำไมเงียบล่ะ ถามว่าจะไปไหนกันหรอ” โอ๊ตถามย้ำอีกครั้ง น้ำเสียงเริ่มไม่พอใจ มองหน้าคนทั้งสองสลับไปมา


“มิ้นจะไปตึกเรียน ข้าเลยเดินไปส่ง”พี่พลตอบเรียบๆ


“แล้วทำไมเอ็งต้องเดินไปส่ง” โอ๊ตหันมาจ้องหน้าเพื่อน พี่พลจ้องตอบ แล้วพูดขรึมๆ


“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเอ็งด้วย ถ้าข้าจะไปส่งมิ้น”


“ข้าต้องถามมากกว่าว่าเกี่ยวอะไร เอ็งกับมิ้นน่ะ ไม่เกี่ยวอะไรกันแล้วนะ” โอ๊ตเริ่มพูดเสียงดังขึ้น มิ้นหันมามองโอ๊ต พูดเสียงเรียบๆ


“โอ๊ต อย่าพูดเรื่องนี้ได้ไหมคะ”


โอ๊ตหันมามองมิ้น “ทำไมโอ๊ตจะพูดไม่ได้ ก็เรื่องของมิ้นกับไอ้พลมันจบไปแล้วนี่ ทำไมจะพูดไม่ได้ หรือว่ามิ้นทนฟังไม่ได้”


พี่พลตาวาว จ้องตาโอ๊ตเขม็ง แล้วพูดเสียงเฉียบขาด


“อย่าพูดอย่างงี้กับมิ้น”


โอ๊ตจ้องตอบพี่พล “แล้วเอ็งเกี่ยวอะไรด้วย เสือ-กอะไรด้วย เรื่องของแฟนเขาจะคุยกัน” โอ๊ตเริ่มเสียงดังขึ้น


“มิ้นเขาไม่ได้เป็นแฟนเอ็ง พูดจาให้มันดีๆ หน่อย ให้เกียรติกันหน่อย” พี่พลกระชากเสียง


“มิ้นเป็นแฟนข้า ส่วนเอ็งน่ะไม่ใช่ ไม่ใช่มาตั้งนานแล้ว” โอ๊ตตอบทันที


แล้วก็หันไปหามิ้น “มิ้นก็บอกมันไปสิ ว่าเราเป็นแฟนกัน มันน่ะไม่ได้เกี่ยวอะไรกับมิ้นมาตั้งนานแล้ว”


มิ้นมองพี่พล แล้วก็หันไปมองโอ๊ต เอ่ยเสียงเฉียบขาด


“โอ๊ตเข้าใจผิดแล้ว เราไม่ได้เป็นแฟนกันนะ มิ้นคิดว่าโอ๊ตเป็นเพื่อน ไม่เคยคิดเป็นอย่างอื่นเลย”


โอ๊ตฟังแล้วอึ้ง ก่อนจะกระชากเสียงถาม “หมายความว่าไงมิ้น พูดอย่างงี้หมายความว่าไง ที่โอ๊ตจีบมิ้นมาตลอดนี่ มิ้นไม่เห็นความดีเลยหรอ โอ๊ตยังเป็นได้แค่เพื่อนอีกหรอ…หรือว่า…” โอ๊ตหยุดหันไปมองพี่พล


“มิ้นยังไม่ลืมมัน”


พี่พลหันมามองหน้ามิ้นทันที ตาสบกัน ทั้งสองพบร่อยรอยความเจ็บปวดที่ปรากฏอยู่ในดวงตาของกันและกัน ไม่มีใครพูดอะไรออกมาได้ เงียบไปพักหนึ่ง แล้วมิ้นก็พูดออกมาเรียบๆ


“มันเป็นเรื่องส่วนตัวของมิ้น…” แล้วก็เดินออกไปทันที


พี่พลมองตาม แต่ไม่ได้เดินตามไป เพียงแต่มองตามเงียบๆ ส่วนโอ๊ตฮึดฮัดจะตามมิ้นไป แต่พี่พลเข้ามาขวางไว้


“จะไปไหน โอ๊ต”


“ก็จะไปตามมิ้น พูดกันให้รู้เรื่อง อย่ามาขวางได้ไหม” โอ๊ตกระชากเสียงตอบ


“ไม่ได้ยินที่มิ้นพูดเมื่อกี้หรือไง…”พี่พลเอ่ยเสียงเรียบ “ลูกผู้ชาย อย่าทำตัวเป็นคนพูดไม่รู้เรื่อง ให้มันเป็นสุภาพบุรุษหน่อย”


โอ๊ตมองหน้าพี่พล เห็นดวงตาเอาจริงคู่นั้นแล้วก็หลบตา แล้วฮึดฮัดเดินออกไปอีกทางหนึ่ง


พี่พลยืนเงียบๆ อยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเดินออกไปทางสนามฟุตบอล….แต่แล้วก็มีใครคนหนึ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้า


พี่พลเหลือบตาขึ้นมอง….ก็เห็น น้ำเพชรนั่นเองที่กำลังยืนยิ้มให้


หลังจากที่เห็นรถบุ้งขับออกไปจากหอแล้ว น้ำเพชรก็ออกมารอรถตู้ไปมหาวิทยาลัย เพิ่งจะถึง กำลังจะเดินไปที่คณะ ผ่านสนามฟุตบอล หยุดดูแล้วไม่เห็นพี่พลก็แปลกใจเล็กน้อย เดินไปเรื่อยๆ ก็เห็นเหตุการณ์เมื่อครู่โดยไม่ได้ตั้งใจ


พี่พลดูขรึมและดุอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แต่น้ำเพชรกลับไม่รู้สึกกลัว แต่รู้สึกแปลกๆ ที่อธิบายไม่ถูก ยิ่งเห็นตอนที่พี่พลกับพี่มิ้นมองหน้ากัน เห็นแล้วก็พลอยเศร้าไปด้วย เราจะช่วยอะไรพี่พลได้บ้างไหมนะ


คิดแล้วก็ฝืนยิ้มเดินไปหาพี่พล


“พี่พลจะไปซ้อมหรอคะ” เดินเข้าไปยืนข้างๆ


“ครับ” พี่พลยิ้มให้ ออกเดิน น้ำเพชรจึงเดินไปด้วย


“เป็นอะไรหรือเปล่าคะ” น้ำเพชรถามเบาๆ พี่พลหันมามอง


“ไม่เป็นครับ น้องจิ๋วสบายดีไหม”


“ก็ไม่รู้สิคะ จะให้บอกว่าสบายก็ไม่ใช่ ไม่สบายก็ไม่เชิงนะคะ บอกไม่ถูก” น้ำเพชรตอบแล้วนิ่วหน้า “งงไหมคะ”


“ไม่ครับ ไม่งง” พี่พลส่ายหน้าแล้วยิ้ม “คนเราก็เป็นอย่างนี้ มันต้องมีช่วงสับสนในชีวิตบ้าง แต่สุดท้าย เราก็ต้องรู้ว่าเราต้องการอะไร อะไรที่ทำให้เรามีความสุขกันแน่”


น้ำเพชรฟังแล้วเงียบไป ก่อนจะเผลอถามออกมาเบาๆ “แล้วถ้าเราไม่รู้ละคะ”


“ไม่หรอกครับ เรารู้ แต่ไม่อยากยอมรับต่างหาก” พี่พลพูด แล้วเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะพูดออกมาอีก “ไม่ยอมรับใจตัวเองว่าแย่แล้ว แต่หลอกตัวเองยิ่งแย่กว่า”


น้ำเพชรหันมามองหน้าพี่พล ก็เห็นพี่พลไม่ได้มองตัวเองอยู่ แต่มองเลยไปไกล ครุ่นคิดอะไรบางอย่าง


“ไม่ยอมรับแล้วยังหลอกตัวเอง สุดท้าย เราเองก็จะต้องเสียใจ เพราะเวลามันย้อนกลับมาไม่ได้” พี่พลรำพึง ก่อนจะหันมาหาน้ำเพชร


“อย่าเป็นอย่างนั้นเลยนะครับ พี่ไม่อยากให้น้องจิ๋วต้องเสียใจ…เหมือนพี่”


น้ำเพชรฟังแล้วชะงัก ทวนคำพูดพี่พลอย่างงงๆ “เหมือนพี่หรือคะ”


เหมือนพี่พลจะรู้สึกตัว ยิ้มๆ แล้วว่า “พี่ล้อเล่นน่ะ อย่าเชื่ออะไรพี่มากเลย…พี่ชอบล้อเล่น”


น้ำเพชรยิ้ม รีบส่ายหน้า “พี่พลไม่ได้ล้อเล่นไปหมดทุกอย่างนี่คะ พี่พูดมีข้อคิดดีออก”


“หรอ เมื่อก่อนพี่ไม่เป็นอย่างนี้หรอก”


“จริงหรอคะ เมื่อก่อนพี่ไม่ล้อเล่นหรอ”


พี่พลหัวเราะ หึหึ “ เมื่อก่อนพี่ล้อเล่นยิ่งกว่านี้อีก”


น้ำเพชรฟังแล้วชะงัก ก่อนจะหัวเราะออกมา “พี่ล้อเล่นอยู่ใช่ไหม”


พี่พลหัวเราะ “เปล่า ไม่ได้ล้อเล่น พูดจริงๆ…นี่ไง เห็นไหมล่ะ สงสัยพี่ล้อเล่นจนไม่น่าเชื่อถือแล้วมั้งเนี่ย”


พี่พลพูดแล้วเผลอคิดเรื่องที่ผ่านมา ก่อนจะหันมายิ้มกับน้ำเพชรเหมือนเดิม



ไกลออกไปอีกหน่อย บุ้งกับแก้วกำลังยืนมองทั้งสองอยู่ บุ้งยืนมองนิ่ง ส่วนแก้วหันมาหาบุ้ง


“บุ้ง เอ่อ” แก้วจะพูด แต่บุ้งรีบชิงพูดก่อน


“แกอาจจะพูดถูกก็ได้ แก้ว ชั้นอาจจะพลาดจริงๆ”


“เฮ้ย อย่าเพิ่งด่วนสรุปสิ อย่าทำเป็นพระเอกหนังไทย ที่เห็นอะไรแล้วชอบคิดไปเองโดยไม่ถามก่อนได้ไหม..” แก้วพูด บุ้งหันมามองหน้า


“ชั้นเคยสงสัยทุกครั้ง ว่าพระเอกพวกนั้นมันเป็นอะไร ทำไมถึงงี่เง่า เห็นอะไรไม่หมดก็คิดไปเอง เข้าใจไปเอง แล้วยังไม่ถามใครอีกนะ ขอบอกนะ ว่าชั้นเบื่อพระเอกพวกนี้มาก…และก็ขอร้องนะ อย่าทำตัวเป็นอย่างนั้นเลย”


บุ้งฟังแล้วอดยิ้มไม่ได้ หันมาบอกแก้วกวนๆ


“ก็ใครว่าชั้นจะเป็นอย่างนั้นเล่า อย่างชั้นเนี่ยนะจะเป็นพระเอก เพ้อเจ้อจริงๆ แกเนี่ย”


“ว่าไม่ได้นะ ก็คนทุกคนก็เป็นพระเอกนางเอกในชีวิตจริงของตัวเองกันทั้งนั้นนี่นา แกเองก็เหอะ ไม่ทำตัวงี่เง่าก็ดีแล้ว”


บุ้งฟังแล้วเงียบไป ก่อนจะพูดออกมา “เรื่องอะไรชั้นจะไม่ทำ ชั้นทำมามากแล้วต่างหาก ชั้นงี่เง่ามานานแล้ว”


แก้วหันมามองเพื่อน ยิ้มๆ “รู้ตัวก็ดีแล้ว ดีกว่ามันจะสายไปนะ”


“ชั้นก็ไม่แน่ใจ มันอาจจะสายไปแล้วก็ได้” บุ้งตอบแล้วมองดูพี่พลยิ้มกับน้ำเพชรอีกครั้ง ก่อนจะตัดสินใจเดินออกไป ทำเอาแก้วเดินตามแทบไม่ทัน


“เฮ้ย บุ้งแกจะทำอะไร รีบเดินมาไม่บอกกล่าวเลย” แก้วตามมาทันหันหน้ามาถาม แต่บุ้งไม่พูดอะไร ได้แต่ยิ้ม แล้วเดินเข้าไปหาน้ำเพชรกับพี่พล




 

Create Date : 25 มกราคม 2549    
Last Update : 5 มีนาคม 2549 14:37:47 น.
Counter : 128 Pageviews.  

ไม่งั้นเราจะไม่พบกัน...ตอนที่ ๑๒

บุ้งเดินเข้าไปหาน้ำเพชรกับพี่พล มีแก้วเดินตามมาด้วย


พี่พลกับน้ำเพชรหันมาเห็นบุ้ง น้ำเพชรเมินหน้าหนี แต่พี่พลยิ้มทัก


“อ้าว บุ้ง น้องแก้ว เพิ่งมาหรอครับ”


บุ้งยิ้ม มองหน้าพี่พลแล้วมองหน้าน้ำเพชร “ครับ ผมเพิ่งมาถึงเมื่อกี้นี้” มองหน้าเพื่อน แต่เพื่อนไม่มองตอบ


“พี่พลล่ะครับ วันนี้ซ้อมหรือเปล่า”


“ซ้อมสิ เดี๋ยวพี่ก็จะไปซ้อมแล้ว” พี่พลตอบ


“เดี๋ยววันแข่ง แก้วกับเพื่อนจะต้องไปเชียร์พี่พลแน่ๆ ค่ะ” แก้วรีบบอกแล้วยิ้มหวานให้พี่พล


“ขอบคุณมากเลยครับ ได้กำลังใจจากน้องๆ พี่คงปลื้มจนเล่นไม่ออกแน่ๆ เลย” พี่พลว่ายิ้มๆ แก้วชะงัก ยิ้มค้าง


“พี่ล้อเล่นน่ะครับ” พี่พลยิ้ม แล้วก็นิ่วหน้า “ว้า พี่ล้อเล่นอีกแล้ว ว่าจะไม่แล้วเชียว”


แก้วอึ้งไปพักหนึ่ง ก่อนจะรู้สึกตัว รีบยิ้มแล้วบอกพี่พล “ไม่เห็นเป็นไรเลยค่ะ พี่พล ล้อเล่นน่ารักออก เป็นอย่างนี้แหละค่ะ ดีแล้ว”


“ขอบคุณครับ ที่รับได้” พี่พลว่าแล้วหัวเราะ หึหึ “งั้นพี่ไปก่อนนะครับ”


พี่พลลาน้องๆ แล้ววิ่งเข้าไปซ้อมในสนามต่อ พอพ้นจากบุ้ง แก้วและน้ำเพชรแล้ว หน้าที่ยิ้มๆ ของพี่พลก็กลับขรึมลงไป ถอนหายใจกับตัวเองเบาๆ


เหลือกันอยู่สามคน แต่ต่างคนก็ต่างไม่พูดอะไรออกมา แก้วเหลือบมองเพื่อนทั้งสอง แล้วยิ้มนิดๆ ที่มุมปาก


“เอ่อ…” แก้วพูดขึ้น เพื่อนทั้งสองหันมามอง


“ชั้นนึกขึ้นได้ว่ามีธุระ กับ….เอ่อ….กับจอย” แก้วโพล่งออกมา แล้วพูดต่อ “ไปก่อนนะ แล้วเจอกันที่ห้องเรียนเลย”


แก้วรีบพูดแล้วรีบเดินหนีออกมาทันที เพื่อนทั้งสองมองตามจะทักก็ทักไม่ทัน


“อ้าว แก้ว….” น้ำเพชรพูดได้เท่านั้น แก้วก็เดินออกไปไกลแล้ว หันรีหันขวางไม่รู้จะทำยังไง เหลือบตาไปมองคนข้างๆ ก็เห็นกำลังมองมาพอดี น้ำเพชรรีบหลบตา แล้วขยับจะเดินตามแก้วไป แต่บุ้งเอ่ยออกมาก่อน


“เดี๋ยว จิ๋ว แกจะไปไหน”


น้ำเพชรชะงักหันมามองบุ้ง แล้วหลบตา “เอ่อ ชั้นไปหาแก้ว”


“ก็แก้วมันมีธุระ” บุ้งพูดยิ้มๆ “ยังไม่ถึงเวลาเรียนเลย ไม่ดูพี่พลซ้อมก่อนหรอ”


น้ำเพชรหันมามองหน้าบุ้ง แล้วมองไปที่สนาม “เอ่อ ก็ ดูก็ได้”


“งั้นก็นั่งสิ” บุ้งพูดมองไปที่โต๊ะนั่งที่หันหน้าไปทางสนามบอล น้ำเพชรจึงนั่งลง แล้วบุ้งก็นั่งลงข้างๆ


ต่างคนต่างมองดูพี่พลที่กำลังซ้อมที่สนาม เงียบกันไปครู่หนึ่ง บุ้งก็พูดขึ้นมาเบาๆ


“วันนี้ไปรับมาด้วยล่ะ” พูดโดยไม่หันมามองหน้า น้ำเพชรอมยิ้มนิดๆ


“อือๆ เห็นแล้วล่ะ”


บุ้งชะงัก หันมามองหน้า “อ้าว เห็นหรอ แล้วทำไมไม่มา…อ๋อ”


น้ำเพชรก็หันมามองหน้าบุ้ง “ไม่ต้องมาอ๋อ อ๋อเรื่องอะไร”


“ก็อ๋อที่ว่า ปาล์มคงไปรับมั้ง” บุ้งหันกลับมามองที่สนามฟุตบอลเหมือนเดิม น้ำเพชรก็หันกลับมาเช่นกัน


“ปาล์มไปรับก็จริง…แต่ชั้นไม่ได้มากับปาล์ม” น้ำเพชรพูดจบ บุ้งก็แอบยิ้ม แต่ตายังคงมองที่สนามฟุตบอล


“ทำไมไม่มากับปาล์มล่ะ รถนั่งสบายออก”


“บอกแล้วไงว่าไม่ต้องมาตัดสินว่าชั้นจะสบายหรือลำบาก ไม่ต้องมาคิดแทนชั้น” น้ำเพชรบอกเรียบๆ ตามองพี่พลซ้อม


“ก็…ไม่อยากให้แกลำบากนี่” บุ้งพูดเบาๆ น้ำเพชรฟังแล้วเงียบไป ต่างคนต่างนั่งดูพี่พลซ้อม แต่ในหัวต่างคิดเรื่องราวอะไรสับสนวุ่นวาย สำหรับน้ำเพชรคิดถึงตอนปี 1 ที่ได้รู้จักกับบุ้งใหม่ๆ คิดถึงตอนที่เป็นเพื่อนกัน และทำอะไรเปิ่นๆ ด้วยกัน คิดแล้วก็ขำจนต้องเผลอยิ้มออกมา


บุ้งเหลือบตาไปมองแล้วยิ้ม คิดถึงความทรงจำเมื่อสมัยปี 1 เช่นกัน ผู้หญิงตัวเล็กหน้าตาเด๋อด๋าในตอนนั้น เป็นคนที่เค้านึกว่าจะหงิมๆ มีอะไรบางอย่างดึงดูดให้เค้าเข้าไปคุยด้วย พอคุยด้วยแล้วถึงรู้ ว่าไม่ใช่หงิมอย่างที่เขาคิด…ไม่ใช่เลย…

และยิ่งตอนนี้ ผู้หญิงตัวเล็กเด๋อด๋าคนนั้น เปลี่ยนไปมาก… บุ้งยิ้มออกมา พูดลอยๆ


“ชั้นปากเสียมากไหม” น้ำเพชรได้ยินแล้วเหลือบตามามอง ก่อนจะหันกลับไปที่สนามฟุตบอล


“มาก…” ตอบเรียบๆ


“แล้วแกโกรธไหม เวลาชั้นปากเสีย”


“โกรธสิ…” น้ำเพชรตอบเรียบๆ อีกครั้ง


“แล้ว…แกทนได้ไหม..” บุ้งถามเบาๆ น้ำเพชรฟังแล้วเงียบไป ไม่ยอมตอบ บุ้งเหลือบตาไปมอง ถามย้ำอีกครั้ง


“ว่าไง ทนได้หรือเปล่า” บุ้งถามแล้วหันมามองหน้า น้ำเพชรหันมามองหน้าบุ้ง สบตากันครู่หนึ่ง ก่อนที่น้ำเพชรจะพูดออกมาแก้เก้อ


“นี่แกอย่ามาถามเซ้าซี้ได้ไหม น่าเบื่อจริงๆ เลย” ว่าแล้วหันกลับไปมองพี่พลซ้อมต่อ บุ้งหัวเราะ หันกลับไปมองสนามบอลเช่นกัน


“ขอโทษที่เซ้าซี้ ก็มันอยากรู้นี่”


“จะอยากรู้ไปทำไมหนักหนา” น้ำเพชรบ่น บุ้งฟังแล้วเงียบไป ก่อนจะพูดออกมาลอยๆ


“ถ้าเป็นคนอื่นก็ไม่อยากรู้หรอก” น้ำเพชรฟังแล้วชะงัก อึ้งไป ทำทีเป็นตั้งอกตั้งใจดูพี่พลซ้อม บุ้งยิ้มๆ เหลือบมองคนข้างๆ แล้วมือๆ หนึ่งของตัวเอง ก็ค่อยๆ เอื้อมไปจับมือน้ำเพชรที่วางอยู่ข้างตัว จับเบาๆ แต่ตายังมองไปที่สนามฟุตบอล


น้ำเพชรกำลังดูพี่พลซ้อมเพลินๆ สะดุ้ง ค่อยๆเหลือบมองบุ้ง แล้วหันกลับมา พูดเสียงแข็ง


“แกจะทำไร”


“ขอโทษ” บุ้งเอ่ยยิ้มๆ แต่ไม่ปล่อยมือ


“ไม่ยกโทษให้ ปล่อยเลย” น้ำเพชรหันกลับมามองบุ้ง บุ้งก็หันมามองหน้าเช่นกัน แล้วก้มลงมองมือที่จับมือน้ำเพชรไว้ แล้วเงยหน้ามาถาม


“ชั้นเคยจับมือแกไหม”


น้ำเพชรงง เผลอตอบออกไป “ก็ตอนนั้นไง ตอนปี 1 ที่เรารับน้องกัน เราเป็นคู่บัดดี้กัน”


“ใช่ๆ เราถูกจับมัดมือด้วยกัน แล้ววันนั้น มีเดินทางไกลด้วย ชั้นจูงแกขึ้นเขาไง จำได้ไหม” บุ้งว่า ตาเป็นประกาย น้ำเพชรเผลอยิ้มออกมา


“ตอนนั้นแกเดินเร็ว ไม่รอชั้นเลย ชั้นหกล้มตั้งหลายครั้ง”


“เออๆ โทษทีตอนนั้น ชั้นลืมไปเรื่อยเลยว่าแกตัวเล็ก นึกว่าตัวสูงเท่าๆ กับชั้น เลยลากซะเต็มที่เลย” บุ้งว่าแล้วหัวเราะ น้ำเพชรฟังแล้วทำหน้ามุ่ย แต่แล้วก็อดเผลอหัวเราะออกมา เมื่อนึกถึงความหลังครั้งนั้น


กำลังหัวเราะกันอยู่สองคน ก็มีเสียงกระแอมดังขึ้น


“อะแฮ้มมมมม”


ทั้งสองเหลียวไปมอง ก็เห็นแพทกำลังยืนอยู่ข้างหลัง มือถือถุงขนมถุงโต ใบหน้ายิ้มอย่างมีเลศนัย


“หัวเราะอะไรกันหรอคะ” แพทว่าแล้วมองมือของบุ้งที่จับมือน้ำเพชรอยู่ ทั้งสองมองตามสายตาแพท แล้วตกใจ รีบปล่อยมือออกจากกันทันที


“เอ่อ…” บุ้งนึกคำพูดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะบอกออกมา “กำลังดูพี่พลซ้อมบอลกันสนุกๆ อยู่น่ะ…”


แพทมองตาม พลางถาม “ไหนคะ พี่พล”


“ก็นั่นไง คนที่หล่อๆ เป็นกัปตันทีมฟุตบอลมหาลัย และก็เป็นหัวหน้านักกีฬาไง คนที่หล่อๆ คนนั้นน่ะ” บุ้งชี้ไปที่พี่พล แพทมองเห็นแล้วร้อง อ๋อ


“อ๋อๆ พี่พลนั่นเอง เท่ห์จังเลย” แพทมองพี่พลแล้วทำตาฝัน ก่อนจะชะงัก หันมาจ้องหน้าบุ้ง


“แต่เมื่อกี้ที่แพทเห็น พี่ไม่ได้ดูพี่พลที่ในสนามเลยนะคะ” แล้วก็หันมามองน้ำเพชร บุ้งอึกอัก ก่อนจะพูดขึ้นมา


“นี่พี่จิ๋ว…เอ่อ....เพื่อนพี่เอง” แล้วหันไปมองน้ำเพชร บอกว่า “นี่แพท…”


แพทรีบยกมือไหว้น้ำเพชร แล้วยิ้มสดใส “สวัสดีค่ะ พี่จิ๋ว”


น้ำเพชรยิ้มตอบ “ค่ะ สวัสดีค่ะ น้องแพท” ในใจนึกสงสัย ว่าเด็กผู้หญิงน่ารักคนนี้ไปรู้จักกับบุ้งได้อย่างไร


แพทหันไปมองบุ้ง แล้วยักคิ้วให้ “พี่จิ๋วรู้ไหมคะ ว่าพี่มีเพื่อนที่แมนมากๆ เลยนะ”


น้ำเพชรทำหน้าแปลกใจ แพทจึงพูดต่อ “วันนั้น แพทเป็นลม ล้มไปบนถนน แล้วไม่มีใครช่วย ก็มีพี่บุ้งนี่แหละค่ะ ที่มาช่วย”


น้ำเพชรฟังแล้วหันไปมองบุ้ง บุ้งทำหน้าเขินๆ ก่อนจะตอบออกมาแก้เก้อ


“ก็แพทมาล้มลงตรงหน้ารถพี่ พี่ก็เลยต้องช่วยไปงั้นเอง”


“แหม พี่บุ้ง ไม่ต้องเขินไปหรอกน่า” แพทว่าแล้วหันไปยิ้มกับน้ำเพชร “วันนั้นพี่บุ้งเลยต้องพาแพทส่งโรงพยาบาล ไปเรียนไม่ทันเลยใช่ไหมคะ” หันไปถามบุ้ง บุ้งก็พยักหน้า


น้ำเพชรนึกในใจ คงจะเป็นวันนั้นเอง วันที่มันไม่ได้มารับเรา โธ่ หลงคิดว่า….


“แล้วพี่บุ้งนะคะ…”แพททำท่าจะเล่าต่อ แต่บุ้งรีบชิงพูดขึ้นซะก่อน


“พอๆ พอเลยแพท พูดเก่งจริงนะเรา แล้วนี่มาทำอะไรแถวนี้ คณะแพทไม่ได้อยู่ตรงนี้นะ”


แพทเบ้หน้า แล้วว่า “แหมๆ รู้แล้วล่ะค่ะ ว่าคณะไม่ได้อยู่ตรงนี้ แต่แพทแวะเอาขนมเจ้าอร่อยมาฝาก นี่ไง” แพทว่าแล้วชูถุงขนมขึ้นมาให้ดู


“อ๋อ ไอ้ขนมอร่อยเหาะเนี่ยอีกแล้วหรอ นี่เสี่ยงตายวิ่งไปซื้ออีกหรือเปล่าเนี่ย” บุ้งว่า


“ไม่แล้วค่ะ” แพมส่ายหน้าแล้วยิ้ม “แพทให้คนขับรถลงไปซื้อต่างหาก นั่งรอสบายๆ ในรถดีกว่า”


“อืมๆ น่าจะคิดได้ตั้งนานแล้วนะ”


แพทฟังแล้วส่งค้อนให้บุ้ง ก่อนจะหันมาหาน้ำเพชร “แพทกะเอามาฝากพี่จิ๋วด้วยนะคะ วันนั้นแพทเห็นพี่ อยากรู้จักพี่ แต่พี่บุ้งน่ะสิไม่ยอมแนะนำให้รู้จัก”


แล้วแพทก็ส่งถุงขนมให้น้ำเพชร น้ำเพชรเหลือบตาไปมองบุ้ง


“ขอบคุณมากค่ะ”


“ค่ะ แล้ววันหลัง แพทจะเอามาฝากอีกนะคะ แล้วแพท…” แพทยังไม่พูดไม่ทันจบ บุ้งก็ขัดขึ้นมาอีกครั้ง


“เอ้า พูดมันเข้าไป ไม่รีบไปเรียนหรือไงเราน่ะ”


แพทชะงักหันมามองบุ้งยิ้มๆ “ก็ ไปก็ได้ค่ะ แหม กลัวจะขัดจังหวะล่ะสิ”


“ขัดจังหวะอะไรเล่า เอ้อ เด็กคนนี้นี่” บุ้งรีบพูด


แพทหัวเราะ ทำท่าจะเดิน แต่แล้วหันกลับมาอีกที ยิ้มมุมปาก “เมื่อกี้ทำไร อย่านึกว่าไม่เห็นนะ อิอิ” มองหน้าทั้งสองคน ก็เห็นอึ้งๆ กันไป จึงหัวเราะแล้วเดิน ลัลล้า ออกไป


เมื่อแพทเดินออกไปแล้ว เหลือคนสองคนก็หันมามองหน้ากันเอง แล้วต่างเมินไปทางอื่น แอบยิ้มเขินๆ



ปาล์มนั่งอ่านหนังสือรออยู่ในห้องเรียนแล้ว เห็นแก้วเดินเข้ามาในห้อง ก็รีบเงยหน้าขึ้นมาถาม


“อ้าว แก้ว แล้ว…น้ำเพชรล่ะ ไม่มาด้วยกันหรอ”


แก้วหันมามองหน้าปาล์ม มองอย่างครุ่นคิดแล้วตอบออกมา “ไม่ได้มาด้วยกัน แล้วมันไม่ได้มากับปาล์มหรอ ได้ข่าวว่าไปธุระแถวนั้นบ่อยนี่”


ปาล์มชะงัก ก่อนจะตอบเมินๆ ไป “ก็พอดีมีธุระแถวนั้น ก็เลยแวะไปรับนะ สงสัยเค้าคงมาก่อนแล้วมั้ง”


“อืม ใช่ๆ เพราะเรากับบุ้งเดินมาก็เห็นจิ๋วยืนคุยอยู่กับพี่พลแล้วอ่ะ” แก้วตอบ ยังมองหน้าปาล์มอย่างพินิจพิเคราะห์ต่อไป


ปาล์มได้ฟังก็เงียบไป พลางคิด พี่พลอีกแล้วหรอ… คิดแล้วก็เผลอพูดออกไป


“เอ่อ…น้ำเพชรนี่เค้าสนิทกับพี่พลมากไหม”


แก้วมองปาล์ม แล้วตอบ “ก็ ไม่แน่ใจนะ กับพี่พลเนี่ยเพิ่งจะมาคุยกันไม่นาน แต่จิ๋วมันรู้จักพี่พลมานานแล้วล่ะ พวกเราชอบไปดูพี่พลซ้อมที่สนามฟุตบอลบ่อยๆ”


“หรอ เราก็เห็นว่า น้ำเพชรชอบหยุดดูพี่พลซ้อมบ่อยๆ” ปาล์มพูดขึ้นมาแล้วเงียบไป ในใจคิดอะไรสับสนวุ่นวาย แล้วก็ถอนหายใจ


“เธอคิดว่าพี่พลเป็นยังไง”


“พี่พลหรอ” แก้วพูดพลางทำท่าฝันๆ “น่ารักอ่ะ ใครได้คุยกับพี่พลก็ต้องชอบทุกคนแหละ”


ปาล์มฟังแล้วหน้าขรึมลงไป ส่วนแก้วก็มองปาล์มแล้วคิดอะไรเงียบๆ


น้ำเพชรปิดหนังสือลงหลังจากที่นั่งอ่านประมาณชั่วโมงหนึ่งได้ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ของโต๊ะเขียนหนังสือ เหลือบตามองนาฬิกา จะสามทุ่มครึ่งแล้ว…


ในใจคิดถึงเรื่องเมื่อเย็น วันนี้บุ้งมาส่งเหมือนเคย แต่พอส่งแก้วแล้ว นั่งมาในรถกันสองคน มันก็ไม่พูดอะไร เอาแต่เหลือบตามองแล้วยิ้ม ท่าจะบ้า…


น้ำเพชรเผลอยิ้มออกมา แล้วเอื้อมมือไปเปิดคอม ฯ เข้าเนต….เวบที่คุ้นเคย นึกถึงนายล่องลอย วันนี้จะมาไหมนะ แล้วจะไปล่องลอยอยู่ที่ห้องไหนล่ะเนี่ย


เข้าห้องเฉลิมไทย ไปห้องดนตรี…..นั่นไง นายล่องลอยมาตั้งกระทู้ น้ำเพชรคลิกเข้าไปทันที


ชื่อกระทู้…เพื่อนๆ ครับ ชอบฟังเพลงเวลาไหนกันบ้าง…


เนื้อหากระทู้…แน่ะๆ ไม่ใช่เวลาเช้าสายบ่ายเย็นนะครับ ผมหมายถึงว่า เวลาที่เรารู้สึกยังไง อย่างผมจะฟังเพลงตอนที่รู้สึกมีความสุขกับตอนเศร้าๆ จากเรื่องอะไรก็ตามโดยเฉพาะเรื่องความรักครับ อิอิ ^^ เพลงโปรดเวลาเศร้าของผมเลย รักที่เพิ่งผ่านพ้นไป ครับ ส่วนเวลามีความสุข ผมชอบเพลงเพราะอะไร ของพี่ป้าง ^ ^


น้ำเพชรอ่านกระทู้แล้วยิ้ม มีคนตอบไปบ้างแล้ว ไปโพสบ้างดีกว่า


ความคิดเห็นที่ 6

อยากจะฟังเวลาไหนก็ฟัง ไม่มีกำหนด

จากคุณ WINDY_LOVE [ 27 ธ.ค. 48 : 21 : 35 : 12 ]


ความคิดเห็นที่ 7

อ้าว เล่นงี้เลยหรอ WINDY_LOVE - * -

จากคุณ นายล่องลอย [ 27 ธ.ค. 48 : 21 : 37 : 03 ]


ความคิดเห็นที่ 8

อ้าว จริงๆนะ ฟังเพลงแล้วแต่อารมณ์ไง

จากคุณ WINDY_LOVE [ 27 ธ.ค. 48 : 21 : 39 : 41 ]


ความคิดเห็นที่ 9

ก็นั่นน่ะสิครับ แล้วอารมณ์ไหน

จากคุณ นายล่องลอย [ 27 ธ.ค. 48 : 21 : 41 : 23 ]


ความคิดเห็นที่ 10

ก็ แล้วแต่อารมณ์ไหนมันอยากฟังก็ฟัง อิอิ

จากคุณ WINDY_LOVE [ 27 ธ.ค. 48 : 21 : 42 : 11 ]


ความคิดเห็นที่ 11

ขอบคุณครับ ที่ช่วยตอบ - -“

จากคุณ นายล่องลอย [ 27 ธ.ค. 48 : 21 : 44 : 56 ]


ความคิดเห็นที่ 12

เราก็ตอบเหมือน WINDY_LOVE นะ ฟังตามอารมณ์ที่อยากฟัง

จากคุณ สายน้ำและความรัก [ 27 ธ.ค. 48 : 21 : 46 : 12 ]


ความคิดเห็นที่ 13

กะจะเข้ามาตอบ เวลาเช้าสายบ่ายเย็นอยู่พอดี 55555

จากคุณ นายขนมปัง [ 27 ธ.ค. 48 : 21 : 48 : 05 ]


ความคิดเห็นที่ 14

กำหนดไม่ได้หรอก แต่ถ้าจะกำหนดจริงๆ เวลาอกหักนี่ล่ะ ฟังเพลงแล้วเข้ากับเราทุกเพลงเลย

จากคุณ สายน้ำและความรัก [ 27 ธ.ค. 48 : 21 : 50 : 33 ]


ความคิดเห็นที่ 15

ใช่ๆ เหมือนแต่งให้เราซะงั้น ฮือๆ

จากคุณ สายรุ้งสีชมพู [ 27 ธ.ค. 48 21 : 52 : 00 A : 203.108.26.183 X: TicketID: 7187000 ]


ความคิดเห็นที่ 16

คุณข้างบนเป็นอะไรมากหรือเปล่าครับเนี่ย

จากคุณ นายล่องลอย [ 27 ธ.ค. 48 : 21 : 54 : 12 ]


ความคิดเห็นที่ 17

นั่นสิ ไม่เป็นไรนะ

จากคุณ WINDY_LOVE [ 27 ธ.ค. 48 : 21 : 56 : 09 ]


ความคิดเห็นที่ 18

ตอนนี้กำลังเศร้ามากๆ ฟังเพลงนี้แล้วแบบ ฮือๆ รักแท้ดูแลไม่ได้ ฮือๆๆ

จากคุณ สายรุ้งสีชมพู [ 27 ธ.ค. 48 21 : 58 : 30 A : 203.108.26.183 X: TicketID: 7187000 ]


ความคิดเห็นที่ 19

ใจเย็นๆ ครับ โธ่ๆ

จากคุณ นายล่องลอย [ 27 ธ.ค. 48 : 22 : 00 : 19 ]


ความคิดเห็นที่ 20

อย่าไปฟังมันเลยค่ะ เพลงอกหัก เปลี่ยนมาฟังเพลงสบายๆ ดีกว่านะ

จากคุณ WINDY_LOVE [ 27 ธ.ค. 48 : 22 : 02 : 42 ]


ความคิดเห็นที่ 21

ใช่ครับ ฟังเพลงอะไรกันดี เพื่อนๆ ช่วยคิดหน่อย

จากคุณ นายล่องลอย [ 27 ธ.ค. 48 : 22 : 05 : 17 ]


ความคิดเห็นที่ 22

ฟัง โอ้ละหนอ my love ของพี่เบิร์ดไหม สนุกดี

จากคุณ RED_DRAGON [ 27 ธ.ค. 48 : 22 : 07 : 55 ]


ความคิดเห็นที่ 23

ฮือๆๆ มันมีคำว่า my love อ่ะ ทนไม่ได้

จากคุณ สายรุ้งสีชมพู [ 27 ธ.ค. 48 22 : 09 : 35 A : 203.108.26.183 X: TicketID: 7187000 ]


ความคิดเห็นที่ 24

งั้นไม่เอาเพลงรักแล้วกัน หายากจังวุ้ย เอานี่เลย ความเชื่อ ของบอดี้แสลมป์ดีไหม ชีวิตมันต้องเดินตามหาความฝัน ไม่เกี่ยวกับความรัก

จากคุณ นายล่องลอย [ 27 ธ.ค. 48 : 22 : 11 : 10 ]


ความคิดเห็นที่ 25

เอา ฤดูที่แตกต่าง ของพี่บอยดีกว่าน่า อดทนเวลาที่ฝนพรำ อย่างน้อยก็ทำให้เราได้เห็นถึงความแตกต่าง

จากคุณ WINDY_LOVE [ 27 ธ.ค. 48 : 22 : 13 : 04 ]


ความคิดเห็นที่ 26

live and learn ไปเลยดีไหม เพราะชีวิตคือชีวิต มีผ่านเข้ามาต้องมีเลิกไป

จากคุณ DDT_MAN [ 27 ธ.ค. 48 : 22 : 15 : 58 ]


ความคิดเห็นที่ 27

แต่เราว่า มันต้องเพลงแบบ แรงๆ เอาแบบ หญิงร้ายชายเลวดีไหม ของปานไง หรือจะเอาฝากปลาย่างไว้กับแมว

จากคุณ LOVE_GIRL [ 27 ธ.ค. 48 : 22 : 17 : 12 ]


ความคิดเห็นที่ 28

คุณข้างบน มันจะตอกย้ำไปหรือเปล่า ผมว่านะ - -

จากคุณ นายล่องลอย [ 27 ธ.ค. 48 : 22 : 19 : 50 ]


ความคิดเห็นที่ 29

อ้าว หรอ เพลงแรงไป งั้นเอาเพลงน้องพลับ หรือจะเอาน้องมายด์ ผมเอาแครอทมาฝาก อิอิ

จากคุณ LOVE_GIRL [ 27 ธ.ค. 48 : 22 : 21 : 15 ]


ความคิดเห็นที่ 30

555 ผมว่า ลำบากนักก็อย่าฟังมันเลย เพลงน่ะ

จากคุณ DDT_MAN [ 27 ธ.ค. 48 : 22 : 23 : 20 ]


ความคิดเห็นที่ 31

เอาเพลงนี้ ครึ่งหนึ่งของชีวิต ของพี่แอม ครึ่งหนึ่งของชีวิต ที่เราทำหายไป ต่อให้นอนเสียดายไปจนตายมันก็เท่านั้น

จากคุณ WINDY_LOVE [ 27 ธ.ค. 48 : 22 : 27 : 44 ]


ความคิดเห็นที่ 32

ผมกลัวว่าฟังแล้วจะพากันไปกระโดดสะพานเหมือนใน MV น่ะสิ

จากคุณ นายล่องลอย [ 27 ธ.ค. 48 : 22 : 30 : 12 ]


ความคิดเห็นที่ 33

งั้น เอาเพลงแด้นซ์ๆ และต้องเป็นเพลงสากลด้วยนะ

จากคุณ ดอกไม้ดอกนี้ให้เธอ [ 27 ธ.ค. 48 : 22 : 33 : 10 ]


ความคิดเห็นที่ 34

^
^
^
ทำไมอ่ะ

จากคุณ สายน้ำและความรัก [ 27 ธ.ค. 48 : 22 : 35 : 40 ]


ความคิดเห็นที่ 35

ก็เปิดเพลงแด้นซ์แล้วจะได้ดิ้นๆ จนลืมเรื่องเศร้า ส่วนเพลงสากลจะได้ฟังไม่ออก ไม่รู้ความหมาย ความหมายเศร้าเราก็ไม่รู้อยู่แล้ว อิอิ

จากคุณ ดอกไม้ดอกนี้ให้เธอ [ 27 ธ.ค. 48 : 22 : 38 : 00 ]


ความคิดเห็นที่ 36

5555 คุณข้างบนคิดไปได้

จากคุณ DDT_MAN [ 27 ธ.ค. 48 : 22 : 40 : 02 ]


ความคิดเห็นที่ 37

เออ งั้นเพลงจีน เพลงญี่ปุ่นก็ได้สิ เอาเพลงโดราเอมอน ไปเลย

จากคุณ DDT_MAN [ 27 ธ.ค. 48 : 22 : 41 : 19 ]


ความคิดเห็นที่ 38

5555 ดีครับ ดี ว่าไง คุณสายรุ้งสีชมพู เลือกเพลงได้ยัง

จากคุณ นายล่องลอย [ 27 ธ.ค. 48 : 22 : 42 : 58 ]


ความคิดเห็นที่ 39

ฮือๆ เพลง ความเชื่อ เนื้อหาไม่มีไร แต่แฟนเราหน้าเหมือนพี่ตูนอ่ะ ฟังแล้วนึกถึงแฟนโครตๆ เลย
ฤดูที่แตกต่าง ฟังแล้วนึกถึงตอนที่เราเจอกันครั้งแรก มีฝนตกแบบนี้เลย ฟังแล้วนึกถึงตอนนั้น
Live and Learn นี่ตรงท่อนนี้เลย เพราะชีวิตคือชีวิต มีผ่านเข้ามาต้องมีเลิกไป มีสุขสมมีผิดหวัง หัวเราะหรือหวั่นไหว เกิดขึ้นได้ทุกวัน ฮือๆๆ
เพลงหญิงร้ายชายเลว ฝากปลาย่างไว้กับแมว ฮือๆ ตรงกับเรื่องจริงเลย
เพลงเด็ก ไม่เอ้า เลิกกันเพราะแฟนทำผู้หญิงท้องอ่ะ เห็นเด็กแล้วแสลง
เพลงแด้นซ์หรอ ตอนนี้ไม่สบาย ลุกไม่ไหว จะให้แด้นซ์ได้ไง แถมตอนนี้ก็อยู่เมกาด้วย เพลงสากลฟังรู้เรื่อง
เพลงครึ่งหนึ่งของชีวิตหรอ ฟังแล้วจะไปโดดสะพานจริงๆนะ
แล้วสุดท้าย เพลงโดราเอมอน ฮือๆ ไม่เอ้า ไม่เอา แฟนเป็นคนญี่ปุ่น แล้วเคยซื้อตุ๊กตาโดราเอมอนให้เค้าด้วย ฮือๆ ตอนนี้เค้าเอามาคืนแล้ว อยู่ตรงปลายเท้าเนี่ย เตะซ้ำไปหลายหนแล้ว

จากคุณ สายรุ้งสีชมพู [ 27 ธ.ค. 48 22 : 45 : 00 A : 203.108.26.183 X: TicketID: 7187000 ]


ความคิดเห็นที่ 40

โห 0 – 0

จากคุณ นายล่องลอย [ 27 ธ.ค. 48 : 22 : 46 : 12 ]


ความคิดเห็นที่ 41

โห อึ้ง * 0 * ด้วย

จากคุณ WINDY_LOVE [ 27 ธ.ค. 48 : 22 : 47 : 52 ]


ความคิดเห็นที่ 42

ก็ผมบอกแล้วไง ว่าลำบากนักก็อย่าฟังมันเลยเพลงอ่ะ - -

จากคุณ DDT_MAN [ 27 ธ.ค. 48 : 22 : 49 : 12 ]


ความคิดเห็นที่ 43

โธ่ คุณ DDT_MAN คนกำลังเสียใจน่า

จากคุณ WINDY_LOVE [ 27 ธ.ค. 48 : 22 : 50 : 10 ]


ความคิดเห็นที่ 44

นั่นสิ ทำใจแล้วกันนะครับ

จากคุณ นายล่องลอย [ 27 ธ.ค. 48 : 22 : 52 : 01 ]


ความคิดเห็นที่ 45

ทำใจทำไมอ่ะ ไม่เห็นต้องทำเลย เพราะว่าเรา…..ล้อเล่น….55555
แว้บบบบบบบ

จากคุณ สายรุ้งสีชมพู [ 27 ธ.ค. 48 22 : 54 : 06 A : 203.108.26.183 X: TicketID: 7187000 ]


ความคิดเห็นที่ 46

อ้าว - - “

จากคุณ นายล่องลอย [ 27 ธ.ค. 48 : 22 : 55 : 12 ]


ความคิดเห็นที่ 47

อิอิ นายล่องลอย โดนเล่นซะแล้ว

จากคุณ WINDY_LOVE [ 27 ธ.ค. 48 : 22 : 55 : 56 ]


ความคิดเห็นที่ 48

ก็โดนด้วยกันนั่นแหละ WINDY_LOVE เหอ เหอ

จากคุณ นายล่องลอย [ 27 ธ.ค. 48 : 22 : 56 : 14 ]


ความคิดเห็นที่ 49

อิอิ แอบอ่านมานานแล้ว อยากบอกว่าโดนทั้งคู่แหละจ้า

จากคุณ ตื่นขึ้นมายังมีรัก [ 27 ธ.ค. 48 : 22 : 57 : 04 ]


ความคิดเห็นที่ 50

ว้าว มีบัตรผ่านเข้ามาป่วนในทู้นี้ด้วย 5555 ดังนะเนี่ย

จากคุณ รักซะให้เข็ด [ 27 ธ.ค. 48 : 22 : 58 : 18 ]


ความคิดเห็นที่ 51

WINDY_LOVE คุณตื่นขึ้นมายังมีรัก เข้ามาแอบดูเรา 2 คนอีกแล้ว

จากคุณ นายล่องลอย [ 27 ธ.ค. 48 : 22 : 59 : 51 ]


ความคิดเห็นที่ 52

แต่ว่า พอบัตรผ่านออกไป คุณตื่นขึ้นมายังมีรักก็ออกมาเลยนะ หรือว่า…

จากคุณ WINDY_LOVE [ 27 ธ.ค. 48 : 23 : 01 : 12 ]


ความคิดเห็นที่ 53

หรือว่า คุณ ตื่นขึ้นมายังมีรักจะ….เป็นบัตรผ่านปลอมตัวเข้ามาเมื่อกี้

จากคุณ นายล่องลอย [ 27 ธ.ค. 48 : 23 : 02 : 58 ]


ความคิดเห็นที่ 54

- * - เอาเข้าไป คู่นี้นี่ท่าจะเพี้ยน

จากคุณ ตื่นขึ้นมายังมีรัก [ 27 ธ.ค. 48 : 23 : 03 : 15 ]


ความคิดเห็นที่ 55

อิอิ ผมล้อเล่นน่า ^ ^

จากคุณ นายล่องลอย [ 27 ธ.ค. 48 : 23 : 04 : 12 ]


ความคิดเห็นที่ 56

ล้อเล่นเหมือนกัน อิอิ

จากคุณ WINDY_LOVE [ 27 ธ.ค. 48 : 23 : 05 : 47 ]


ความคิดเห็นที่ 57

เอ้า ล้อเล่นเหมือนกันอีก - -

จากคุณ ตื่นขึ้นมายังมีรัก [ 27 ธ.ค. 48 : 23 : 07 : 12 ]


ความคิดเห็นที่ 58

(กระซิบ) WINDY_LOVE เรามาทำอะไรเหมือนกันอีกอย่างนะ

จากคุณ นายล่องลอย [ 27 ธ.ค. 48 : 23 : 08 : 19 ]


ความคิดเห็นที่ 59

(กระซิบด้วย) ทำไร

จากคุณ WINDY_LOVE [ 27 ธ.ค. 48 : 23 : 09 : 32 ]


ความคิดเห็นที่ 60

(กระซิบ) นับ 1..2..3 แล้วแว้บบบพร้อมกันนะ 1..2..3..แว้บบบบบ

จากคุณ นายล่องลอย [ 27 ธ.ค. 48 : 23 : 10 : 02 ]


ความคิดเห็นที่ 61

ได้เลย แว้บบบ ตามไปทันที

จากคุณ WINDY_LOVE [ 27 ธ.ค. 48 : 23 : 11 : 45 ]


น้ำเพชรโพสแล้วยิ้ม วันนี้นายล่องลอยมาแปลก มีการชวนไปพร้อมกันอีก รีเฟรสกระทู้อีกรอบ


ความคิดเห็นที่ 62

ว้า แอบฟังเขากระซิบกัน แต่แว้บบบตามไม่ทัน

จากคุณ ตื่นขึ้นมายังมีรัก [ 27 ธ.ค. 48 : 23 : 12 : 57 ]


ความคิดเห็นที่ 63

คุณข้างบน ผมว่าเรารีบแว้บบบ เถอะ เดี๋ยวบัตรผ่านมาอีก ส่วนผมก็ แว้บบบบก่อน ไปละ

จากคุณ DDT_MAN [ 27 ธ.ค. 48 : 23 : 13 : 40 ]


น้ำเพชรอ่านความเห็นสุดท้ายแล้วยิ้ม ตกลงเลยไม่รู้ว่า นายล่องลอยมาตั้งกระทู้เพราะอะไร อยู่ในอารมณ์ไหนกันแน่นะ…




 

Create Date : 25 มกราคม 2549    
Last Update : 5 มีนาคม 2549 14:38:56 น.
Counter : 158 Pageviews.  

ไม่งั้นเราจะไม่พบกัน...ตอนที่ ๑๓

เช้าวันรุ่งขึ้น น้ำเพชรเดินลงมาจากหอ เพื่อเตรียมจะไปเรียนตามปกติ ลงมาข้างล่างก็อดกวาดสายตามองไปรอบๆ ไม่ได้

นั่นไง รถเก่าๆ แล่นเข้ามาด้วยเสียงเครื่องยนต์ที่ดังกว่าปกติ เข้ามาจอดเทียบข้างหน้าหอ แต่ไม่ดับเครื่องยนต์ เจ้าของรถโผล่หน้าออกมายิ้มกว้าง จนดวงตาเล็กเรียวนั้นสุกใสสว่าง


“รีบๆ ขึ้นมาเลยแก” บุ้งทักไปด้วย เร่งไปด้วย น้ำเพชรงงแต่ก็รีบไปขึ้นรถ เรียบร้อยแล้ว บุ้งก็ออกรถไปทันที


นั่งมาในรถ น้ำเพชรเหลือบมามองเพื่อน “ทำไมแกต้องเร่งชั้นขนาดนั้นด้วยเนี่ย”


บุ้งหันมายิ้มๆ “ก็….คือว่า….”


น้ำเพชรทำหน้าสงสัย “อะไรล่ะ อ้ำอึ้งอยู่ได้”


“ก็..รถชั้นน่ะสิ เวลาอากาศหนาวๆ ตอนเช้าๆ เครื่องมันจะติดยาก ถ้าดับเครื่องหรือจอดรอนานๆ เครื่องมันจะไม่ค่อยดี เผลอๆ จะสตาร์ดไม่ติดเอา ก็เลยต้องเร่งแก” บุ้งหัวเราะแหะๆ


น้ำเพชรฟังแล้วก็หัวเราะ “โธ่ แกนี่แหละน้า ก็บอกแล้ว ว่ารถแกน่ะไม่น่าไว้ใจ”


“แหม แต่มันก็ไม่เคยทำให้ผิดหวังนะ ถึงจะเก่าแต่ก็ยังเก๋าเว้ย”


“เออๆ ให้มันจริงเหอะ ไม่ใช่ต้องให้ชั้นลงไปเข็นล่ะ”


บุ้งหันมามองหน้า ยิ้มๆ แล้วพูด “ไม่ต้องกลัวหรอก ถึงเสียก็ไม่ให้แกเข็นหรอก ก็บอกแล้วไง ยังไงก็ไม่ปล่อยให้ลำบาก”


น้ำเพชรฟังแล้วเงียบ เหลือบตามองบุ้งก็เห็นมองยิ้มๆ อยู่ จึงหันหน้ากลับ ไม่พูดอะไร ในใจนึกไปถึงเรื่องราวที่ผ่านมาตั้งแต่รู้จักกัน ถึงแม้บุ้งจะกวน จะปากเสีย ไม่ค่อยพูดจาดีๆ แต่เราก็รู้ว่า ภายใต้คำพูดกวนๆ พวกนั้นมันมีความจริงใจซ่อนอยู่เสมอ และถึงแม้จะไม่ใช่สุภาพบุรุษเหมือนใครๆ แต่มันก็เป็นคนมีน้ำใจ และที่สำคัญมันไม่เคยทำให้เราต้องลำบาก


น้ำเพชรคิดแล้วยิ้มออกมานิดๆ บุ้งเหลือบตาไปมองแล้วถาม


“ยิ้มอะไร”


“เกี่ยวอะไรกะแกล่ะ ชั้นยิ้มก็ปากของชั้น” น้ำเพชรพูดกวนๆ บุ้งมองแล้วค้อน


“เหอะ อย่ามากวน เดี๋ยวเถอะ เดี๋ยวจะอึ้ง ” บุ้งว่าแล้วยิ้ม ตาเป็นประกายแปลกๆ น้ำเพชรมองแล้วหลบ


“อะไรของแก อึ้งเรื่องอะไร” พูดออกมาอ่อยๆ


“ไม่รู้สิ พูดอะไรไปคงไม่มีใครเชื่อถือหรอก” บุ้งหันกลับไปมองถนนต่อ


“ยังไม่ได้พูดเลย รู้ได้ไง” น้ำเพชรพูดเรียบๆ


“ก็ชั้นมันเป็นคนปากหมา ปากเสีย แล้วแกจะเชื่อชั้นหรอ” บุ้งหันมามองหน้า น้ำเพชรจ้องหน้าอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบ


“ชั้นเชื่อ เพราะถ้าไม่เชื่อ ชั้นคงไม่คบกับแกทั้งๆที่แกปากเสีย ปากหมาขนาดนี้หรอก” น้ำเพชรตอบเรียบๆ บุ้งฟังแล้วอึ้งไป ก่อนจะยิ้ม


“แต่ให้ชั้นพูดตอนนี้มันก็…ไม่กล้าว่ะ” บุ้งพูดอ่อยๆ น้ำเพชรมองแล้วอดขำไม่ได้


“โธ่ๆ คนปากขนาดแกยังไม่กล้าพูดเลยหรอ อยากจะหัวเราะเป็นภาษาตุรกีว่ะ ฮ่าๆ” น้ำเพชรเลียนแบบคำพูดบุ้งแล้วหัวเราะ


บุ้งมองแล้วค้อนให้ มือเอื้อมไปหยิบเพลงมาเปิด


“ฟังเพลงนี้แล้วกัน…” บุ้งพูดเบาๆ แล้วเสียงเพลงก็ดังขึ้น


“…เธอไม่ต้องกังวล เธอไม่ต้องเกรงใจ ความรักฉันที่ฝากไว้ เป็นเรื่องง่ายกว่านั้น….ฉันเป็นเพียงชายคนหนึ่งที่อยากดูแล ห่วงใยเธอเท่านั้น ขอแค่เพียงยังมีใครที่ห่วงใยกัน ไม่เคยต้องการสิ่งใด…”


น้ำเพชรที่กำลังหัวเราะอยู่ เงียบทันที ฟังเพลงแล้วเหลือบตามองบุ้ง ก็เห็นบุ้งมองอยู่ยิ้มๆ แล้วหันกลับไปมองถนน ตั้งใจขับรถซะเหลือเกิน น้ำเพชรจึงหันมาฟังเพลง พลางคิดในใจ รู้สึกว่า วันนี้ เวลานี้ เพลงนี้จะเพราะกว่าที่เคยฟังแฮะ


บรรยากาศภายในรถเงียบ มีเพียงเสียงเพลงที่ล่องลอยอยู่ในสายลม คนสองคนที่นั่งอยู่ด้วยกัน ไม่ได้หันมามองหน้ากัน ไม่ได้พูดคุยกัน แต่กำลังฟังเพลงๆเดียวกัน และเพียงแค่นั้น เพียงแค่นั้นเอง มันก็มีความสุขมากมายจนไม่อาจบรรยายได้….


เพลงจบแล้ว แต่น้ำเพชรยังนั่งเหม่อคิดเรื่องอะไรเพลินๆ อยู่ บุ้งเหลือบมามองหน้า แล้วเรียกเบาๆ


“จิ๋ว…” น้ำเพชรจึงหันมามอง เลิกคิ้วด้วยความสงสัย


“เพลงเพราะไหม” บุ้งถามเบาๆ แต่ตายังมองถนน น้ำเพชรพยักหน้า


“ชั้นก็เพิ่งรู้ว่าเพลงนี้มันเพราะจริงๆ”


“เพลงนี้….มันก็….เหมือนความรู้สึกชั้นแหละ” บุ้งค่อยๆ พูดออกมาแต่ตายังมองถนนไม่กล้าหันมา น้ำเพชรชะงัก อึ้งไป


“ว่าไงนะ” ถามซ้ำอีกรอบ พลางจ้องหน้าบุ้งเขม็ง บุ้งเหลือบมามองหน้าแล้วหลบสายตา ใจเต้นโครมคราม อ้ำอึ้งไปเป็นครู่


“ว่าไง ที่พูดนี่หมายความว่าไง” น้ำเพชรถามย้ำ บุ้งเงียบไปก่อนจะเหลือบมองคนข้างๆ แล้วหันกลับมามองถนน


“ก็หมายความว่า….ชั้น….” บุ้งตั้งใจพูด แต่ยังพูดไม่ทันจบ


ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงดัง…..ครืดดดดดดดด…….แล้วรถก็กระตุกอีก 2 ครั้ง ก่อนจะแน่นิ่งไป ทั้งสองตกใจหันมามองหน้ากัน แล้วก็พากันหัวเราะ


“ไหนแกว่า เก่าแต่เก๋าไง แถมยังไม่เคยทำให้ผิดหวังด้วยนะเนี่ย” น้ำเพชรพูดไปหัวเราะไป


“แหม มันก็ไม่เคยทำให้ผิดหวังสักครั้งเลยนี่นา จนมาถึงครั้งนี้แหละ” บุ้งพูดอ่อย ทำท่าจะลงจากรถ


“เดี๋ยวชั้นลงไปดูก่อนนะว่าเป็นอะไร” แล้วเปิดประตูลงจากรถไป


รถของบุ้งขับมาชิดขอบทางอยู่แล้ว จึงไม่เป็นการกีดขวางการจราจรมากนัก บุ้งเดินไปเปิดกะโปรงรถด้านหน้า พอเปิดขึ้นมาเท่านั้น ควันโขมงก็ลอยออกมาทันที


น้ำเพชรเห็นควันโขมง จึงลงมาดู แล้วหันไปมองบุ้งที่กำลังก้มหน้าดูเครื่องยนต์


“รถเป็นไร บุ้ง ทำไมควันเยอะอย่างเงี้ย”


“อืมๆ ไม่แน่ใจ ไม่รู้หม้อน้ำรั่วหรือเปล่า เอ “ บุ้งตอบ แต่ตายังมองเครื่องยนต์ มือขยับโน่นนี่


“เดี๋ยวแกลองไปสต้าร์ทรถให้หน่อยนะ เผื่อจะติด” บุ้งหันมาบอก น้ำเพชรพยักหน้าแล้วรีบเข้าไปสต้าร์ทรถทันที


แต่สต้าร์ทเท่าไหร่ก็ไม่มีวี่แววจะติด บุ้งส่ายหน้าแล้วบอก


“พอแล้วแก ไม่ต้องสต้าร์ทแล้ว สงสัยคงไม่ติด” บอกแล้วทำหน้ากังวล เมื่อน้ำเพชรลงจากรถมายืนข้างๆ ก็หันไปบอก


“แกไปก่อนดีกว่า เดี๋ยวไม่ทันชั่วโมงเรียน อาจารย์เคี่ยวด้วย”


“แล้วแกล่ะ ไม่ไปด้วยกันหรอ”


“ชั้นต้องรอเรียกอู่มาลากรถไปซ่อม แกไปก่อนดีกว่านะ” บุ้งพูด น้ำเพชรลังเล


“จะดีหรอ แล้วแกจะไปไม่ทันเอานะ เดี๋ยวอาจารย์จะเทสต์ย่อยหรือเปล่าไม่รู้”


บุ้งฟังแล้วยิ้มๆ มองน้ำเพชรแล้วว่า “ไม่เป็นไรหรอกน่า แกไปก่อนเถอะ เดี๋ยวชั้นจัดการได้ ขอโทษด้วยนะที่ทำให้ลำบาก ทั้งๆที่บอกไว้แล้วเชียว”


น้ำเพชรมองบุ้ง แล้วพูดอ่อยๆ “มันไม่เกี่ยว รถมันจะเสียเอง จะไปห้ามได้เมื่อไหร่”


“ขอบใจนะที่เข้าใจชั้น” บุ้งพูดเบาๆ น้ำเพชรชะงัก มองหน้า บุ้งมันพูดดีๆ อย่างนี้กับเขาเป็นด้วยหรอเนี่ย นี่พูดจริงหรือแกล้งกันแน่


“นี่แก พูดจริงหรือล้อเล่นเนี่ย”


บุ้งฟังแล้วทำหน้ามุ่ย “โธ่ แกนี่ ก็ทำไมจะไม่จริงเล่า คือว่า….ชั้น….” แต่บุ้งยังพูดไม่ทันจบ ก็ได้ยินเสียงรถคันหนึ่งกดแตรอยู่ข้างหลัง


“ปรื้นๆ….” ทั้งสองหันไปมอง ก็เห็นเจ้าของรถเดินลงจากรถมาหาคนทั้งสอง


ปาล์มนั่นเอง ที่กำลังเดินเข้ามาหาด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่เมื่อมองเห็นสภาพรถของบุ้งแล้วก็ยิ้มนิดๆ


“รถเป็นไรหรอ” ปาล์มถาม มองหน้าบุ้งแล้วยิ้ม


“รถเสีย ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นอะไร” บุ้งมองหน้าปาล์ม แล้วตอบเรียบๆ


“แล้วจะทำไงละเนี่ย” ปาล์มถาม หันมามองน้ำเพชร


“เดี๋ยวจะโทรเรียกช่างที่อู่มาลากไป” บุ้งตอบสั้นๆ พลางหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา


“แล้วเมื่อไหร่ช่างจะมาล่ะ จะเข้าเรียนไม่ทันนะ” ปาล์มพูดยิ้มๆ บุ้งมองแล้วขมวดคิ้ว


“ก็จะให้จิ๋วไปก่อนอยู่แล้ว แล้วเดี๋ยวชั้นจะตามไป”


ปาล์มหันไปมองน้ำเพชร “งั้นน้ำเพชรก็ไปกับเราก็ได้นี่ จะได้ไม่ต้องลำบากหาแท็กซี่ไปอีก เดี๋ยวก็ไม่ทันเรียนพอดี”


น้ำเพชรฟังแล้วหันไปมองบุ้ง ลังเล “แล้วแกล่ะ เรียกคนที่บ้านมาเฝ้ารถได้ไหม แล้วแกรีบไปเรียนก่อน”


แต่บุ้งได้ยินคำว่า ลำบาก ของปาล์มแล้วสะดุด ก่อนจะเมินไป พูดเรียบๆ


“วันนี้ไม่มีใครว่างเลย ไม่เป็นไรหรอก ชั้นรอช่างคงไม่นานมาก แกก็ไปกับปาล์มแล้วกัน จะได้ไม่ลำบาก” น้ำเพชรฟังแล้วอึ้งไป ส่วนปาล์มยิ้มนิดๆ ก่อนจะพูดลอยๆ


“อืม ก็ไม่น่าเอารถออกมาแต่แรกนี่หว่า เห็นไหม มาตายกลางทางแล้วมันก็ลำบากอย่างเงี้ย” พูดแล้วเหลือบตามองน้ำเพชร


“เพื่อนก็ต้องมาพลอยลำบากไปด้วยน่ะ”


น้ำเพชรหันมามองหน้าปาล์ม แต่ปาล์มไม่ได้มองตอบ เพราะกำลังมองบุ้งยิ้มๆ


“แกน่าจะเช็คให้ดีก่อนนี่หว่า ว่า “รถ” มันไหวไหม ถ้าไม่ไหว ก็ไม่น่าจะเอาออกมา” บุ้งจ้องตาตอบ ก่อนจะบอกออกมาเรียบๆ


“มันเป็นความผิดชั้นเองแหละ ที่ทำให้เพื่อนต้องลำบาก” แล้วก็หันไปหาน้ำเพชร “ไปกับปาล์มนะ เดี๋ยวชั้นตามไป ขอโทษอีกครั้งที่ต้องทำให้ลำบาก”


น้ำเพชรมองหน้าบุ้ง เห็นสายตานั้นแล้วรู้สึกแปลกๆ แต่บุ้งยิ้มให้พลางสำทับว่า


“ไปเหอะนะ ไม่ต้องเป็นห่วงชั้นหรอก” น้ำเพชรมองหน้าบุ้งแล้วพยักหน้า


“อืมๆ ก็ได้ งั้นไปกับปาล์มก็ได้” หันไปพูดกับปาล์ม “ขอบใจมากนะปาล์ม”


ปาล์มมองแล้วยิ้ม “ไม่เป็นไรหรอก เราไม่ทำให้เธอลำบากซ้ำสองแน่ๆ”


บุ้งสะดุด หันมามอง ปาล์มยิ้มนิดๆ แล้วเดินนำน้ำเพชรไปขึ้นรถ น้ำเพชรหันมามองบุ้งแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับ บุ้งมองตามรถคันโก้ของปาล์มที่ค่อยๆ เคลื่อนตัวออกไป มองเห็นน้ำเพชรที่นั่งอยู่ข้างๆ ปาล์ม มองตามไปจนรถปาล์มเร่งความเร็วหายไปจากสายตาในที่สุด


บุ้งถอนหายใจ โทรศัพท์เรียกช่าง แล้วเข้ามานั่งรอในรถ ถอนหายใจอีกครั้งดังเฮือก พลางนึกด่าตัวเองอยู่ในใจ คราวนี้ริอ่านจะทำตัวเป็นพระเอกผู้เสียสละเลยหรือวะเรา ท่าจะเพ้อเจ้อใหญ่แล้ว เฮ้อ แต่ว่า แล้วจะให้มาลำบากกับเราเนี่ยนะ ให้เขาไปสบายๆ ก็ดีแล้วนี่


คิดแล้วก็ซึมไป สักพักจึงเอื้อมมือไปเปิดเพลงเดิม พลางนึกถึงบรรยากาศเมื่อกี้นี้ บรรยากาศที่บุ้งยอมรับกับตัวเองว่า มีความสุขมาก


“ใจที่ฉันให้เธอ เธอก็แค่รับไป เธอไม่ต้องมอบสิ่งไหน ตอบแทนมาให้ฉัน ฉันเป็นเพียงชายคนหนึ่งที่อยากดูแล ห่วงใยเธอเท่านั้น ขอแค่เพียงยังมีใครที่ห่วงใยกัน ไม่เคยต้องการสิ่งใด…”


บุ้งฟังเพลงพลางคิด ความจริงใจของฉัน มีค่าพอให้เธอได้หรือเปล่า….


ปาล์มขับรถ แต่ก็แอบเหลือบตามองคนที่นั่งข้างๆ อยู่เป็นระยะ สักพักก็ถาม


“วันนี้บุ้งมารับแต่เช้าหรอ”


น้ำเพชรละสายตาจากข้างทาง หันมาตอบ “อืม วันนี้มารับเช้าไปหน่อย แล้วนายล่ะ ทำไมมาแถวนี้ หรือว่ามีธุระอีก”


ปาล์มสะดุด ก่อนจะค่อยๆ ตอบออกมา “ก็ ใช่ พอดีมาแถวนี้มีธุระ พักนี้ก็คงจะมีธุระทุกวันแหละ”


น้ำเพชรฟังแล้วพยักหน้า ปาล์มจึงค่อยๆ ถามต่อ


“แล้ว รถบุ้งก็เสียอย่างนี้ คงจะซ่อมนานนะ”


“ก็ไม่รู้สิ บุ้งก็ไม่รู้ว่าอะไรเสีย”


“ดูแล้วคงจะซ่อมนาน….แล้ว…บุ้งก็ไปรับเธอไม่ได้แล้วสิ” ปาล์มอ้อมแอ้มออกมา


น้ำเพชรนิ่งคิด “อืม ก็คงงั้นมั้ง แต่ก็ไม่เป็นไรนี่ เราก็นั่งรถตู้ไปก็ได้ เมื่อก่อนไม่มีใครมารับก็ไปได้ ไม่เห็นจะเดือดร้อนอะไร”


“อืม แต่ว่าช่วงนี้เผื่อเราไปแถวนั้น จะแวะไปรับเธอก็แล้วกัน” ปาล์มรีบพูดทันที ก่อนที่จะไม่กล้า น้ำเพชรหันมามองหน้า


“เอางั้นหรอ ไม่เป็นไรมั้ง เกรงใจน่ะ เดี๋ยวนายจะลำบากเปล่าๆ”


“ไม่นี่ ไม่ได้ลำบากเลย” ปาล์มรีบพูด “และรับรองนะ เราไปรับเธอ ก็ไม่ปล่อยให้เธอลำบากเหมือนบุ้งแน่ๆ”


น้ำเพชรได้ยินคำว่า ลำบาก แล้วนึกถึงคำพูดบุ้งจึงรีบตอบ “ก็…บุ้งก็ไม่ได้ทำให้ลำบากอะไรนี่ ก็แค่รถเสีย มันห้ามกันไม่ได้”


“ก็รถมันเก่าซะขนาดนั้นน่ะ มันจะไม่เสียได้ไง ความจริงมันไม่น่าจะเอามาขับบนถนนด้วยซ้ำ” ปาล์มพูดแล้วยิ้มนิดๆ น้ำเพชรเหลือบตาไปมอง รู้สึกแปลกๆ จึงตอบไป


“ก็ไม่ได้เก่าขนาดนั้นหรอก ปกติก็ไม่เคยเสียนะ เพิ่งจะเสียครั้งนี้แหละ”


“มันไม่เคยเสีย ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่เสียนี่ รถเก่าๆ แบบนั้นน่ะ ไว้ใจได้ที่ไหน ทางที่ดี แนะนำให้บุ้งเลิกใช้ไปเลยดีกว่า”


น้ำเพชรฟังแล้วเงียบ ปาล์มหันมามองแล้วพูดเบาๆ


“ส่วนเรื่องไปมหาลัย เดี๋ยวไปรับเธอตลอดเลยก็ได้” น้ำเพชรฟังแล้วหันขวับไปทันที มองหน้าปาล์ม ก็เห็นปาล์มหันไปสนใจกับถนนเบื้องหน้า ปาล์มพูดอย่างนี้จะให้หมายความว่ายังไงกันแน่นะ


“หมายความว่าไง”


“ก็อย่างที่บอก เดี๋ยวไปรับเอง ไม่เห็นจะมีปัญหาอะไรนี่” ปาล์มพูดโดยไม่มองหน้า ในใจเต้นตึกตัก


“ไม่เป็นไรหรอกมั้ง คือว่า” น้ำเพชรอึกอัก พูดไม่ออก ปาล์มหันมามองแวบหนึ่ง


“ทำไมล่ะ ไม่อยากให้ไปรับหรอ”


“ก็….เกรงใจไง” น้ำเพชรอ้อมแอ้มบอก ปาล์มฟังแล้วรู้สึกแปลกๆ ที่น้ำเพชรปฏิเสธเขานี่ มันเป็นเพราะอะไร มันเกี่ยวกับอะไรหรือใครกันแน่


“ก็บอกแล้วไง ไม่ต้องเกรงใจ นะ ตกลงพรุ่งนี้ไปรับนะ ยังไงบุ้งมันคงไปรับเธอไม่ได้แล้วล่ะ” ปาล์มตัดบท ก็เรื่องมันก็น่าจะเป็นอย่างนี้ สะดวกสบายกันทุกฝ่ายนี่นา บุ้งไม่มีรถไปรับ ก็ไม่ต้องลำบากไปรับ ส่วนเขามีรถเขาก็ไปรับ มันก็ถูกต้องแล้วนี่นา


หรือว่า…ปาล์มคิดขึ้นมาได้ หรือว่าที่น้ำเพชรไม่อยากให้เราไปรับเพราะกลัวว่าพี่พลจะเข้าใจผิด ก็..น้ำเพชรชอบแอบมองพี่พลบ่อยๆ แล้วตอนนี้พี่พลเขาก็ไม่มีแฟนแล้ว…หรือว่า… ปาล์มคิดแล้วก็พูดออกมาลอยๆ


“กลัวพี่พลเข้าใจผิดหรอ”


น้ำเพชรหันมามองหน้า “เกี่ยวอะไรกับพี่พลด้วย”


“อ้าว ก็เราไม่รู้สาเหตุว่าทำไมเธอไม่ยอมให้มารับ ก็นึกว่าเกี่ยวกับพี่พลน่ะสิ”


“จะมารับก็มาไม่ได้ว่าอะไร แต่เรื่องนี้มันไม่เกี่ยวอะไรกับพี่พล” น้ำเพชรตอบ ปาล์มฟังแล้วแอบยิ้ม


“โอเค งั้นพรุ่งนี้จะมารับนะ” น้ำเพชรพยักหน้า ปาล์มยิ้มแล้วหันกลับไปมองถนน ตั้งใจขับรถต่อไปด้วยอารมณ์ที่ดีขึ้นมาก


พี่พลกำลังวิ่งเหยาะๆ ตรงไปที่สนามฟุตบอลที่ฝึกซ้อมประจำ เนื่องจากยังเช้าอยู่ ยังไม่ถึงเวลานัดของนักกีฬ่า พี่พลจึงมาวิ่งวอร์มร่างกายเตรียมไว้ก่อน


วิ่งไปเรื่อยๆ จนเกือบจะถึงสนามฟุตบอลอยู่แล้ว ก็มีเสียงใสๆ ร้องเรียก แล้วก็มีเสียงฝีเท้าคนกำลังวิ่งไล่หลังมา พี่พลหันไปมอง จึงเห็นสาวน้อยคนหนึ่งกำลังวิ่งตรงมา ในมือถือถุงขนมถุงโต ขณะนี้เธอวิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขาแล้วยิ้ม


“พี่พล”


พี่พลยิ้มให้ ยิ้มที่สว่างไสวพร้อมๆ กับดวงตาสุกใสที่ทำให้โลกมีชีวิตชีวาเช่นเคย แม้ว่าจะไม่รู้ว่าสาวน้อยคนนี้เป็นใครก็ตาม


“พี่พลใช่ไหมคะ” สาวน้อยคนนั้นก็คือแพทนั่นเอง


“ใช่ครับ” พี่พลรับคำ แล้วทำหน้าสงสัย “แล้วน้อง…”


“แพทค่ะ” แพทแนะนำตัวเองเสร็จสรรพแล้วยิ้มให้


“น้องรู้จักพี่ด้วยหรอครับ”


“โธ่ ทำไมจะไม่รู้จักล่ะคะ พี่พลไม่รู้ตัวหรอ ว่าพี่พลน่ะดังจะตาย ใครๆ ก็รู้จักทั้งนั้นแหละค่ะ…คือว่าวันนั้นแพทมาหาพี่บุ้ง แล้วพี่บุ้งเขาบอกว่ารู้จักพี่พลด้วย”


พี่พลยิ้ม ทำหน้าเข้าใจ “อ๋อ ใช่ครับ แล้วน้องแพทมาหาพี่มีอะไรหรือเปล่า”


“มีสิคะ นี่ไง” ตอบพร้อมชูถุงขนมให้ดู “แพทซื้อขนมเจ้าอร่อยมาฝากค่ะ อร่อยมากเลยนะคะ พี่บุ้งกินแล้วยังติดใจบอกว่า อร่อยมากๆ เลย”


พี่พลรับถุงขนมไป แล้วบอก “ขอบใจมากๆ เลยครับ”


“ขอบใจอย่างเดียวไม่พอค่ะ พี่พล พี่พลต้องกินด้วยค่ะ กินเดี๋ยวนี้เลยนะคะ….”แพทว่า แล้วพาพี่พลมานั่งที่เก้าอี้ริมสนามฟุตบอล ดึงตัวพี่พลลงนั่ง แล้วเปิดถุงขนมให้


“จะให้กินตอนนี้เลยหรอครับ”พี่พลมองขนมแล้วลังเล “เดี๋ยวพี่ก็ต้องซ้อมแล้วนะ”


“โธ่ๆ ลองชิมหน่อยเดียวเองค่ะ นะคะ ไม่เสียเวลาหรอก….ไม่กินเดี๋ยวป้อนนะคะ” แพทว่าทำท่าจะหยิบขนมมาป้อนจริงๆ พี่พลต้องรีบยึดมือไว้


“นี่จะป้อนพี่จริงๆหรอเนี่ย”


แพทหัวเราะ “โธ่ ใครว่าจริงละคะ ล้อเล่นต่างหาก”


พี่พลฟังแล้วพลอยหัวเราะไปด้วย แต่ครั้นเหลือบสายตาไปเห็นใครคนหนึ่งที่กำลังมองอยู่ข้างๆ พี่พลก็ยิ้มค้าง มิ้นนั่นเองที่กำลังยืนมองอยู่


มิ้นมองดูภาพนั้น ความรู้สึกเหมือนเหตุการณ์เมื่อหนึ่งปีที่แล้วย้อนกลับมาอีกครั้ง ทั้งๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องอะไรกันอีกแล้ว แต่ทำไมความรู้สึกมันยังคงเหมือนเดิม ไม่ต่างจากวันนั้นเลย หรือมิ้นต้องยอมรับกับตัวเอง ว่ายังไม่เคยลืมเค้าได้ และยังมีความรู้สึกเหมือนเมื่อครั้งนั้นทุกอย่าง


แต่เราไม่ควรจะรู้สึกอย่างนั้น เพราะทุกอย่างมันก็จบไปแล้ว พลจะทำอะไรก็เป็นสิทธิของเขา เราไม่มีสิทธิอะไรแม้แต่น้อย ทางที่ดี ควรจะบังคับความรู้สึกของตัวเองไว้ดีกว่า อย่าให้มันเป็นเหมือนที่ผ่านๆ มาเลย


คิดได้ดังนั้นมิ้นก็หันหลังกลับ เดินออกไป พี่พลมองตาม ขยับจะลุก นึกขึ้นได้ก็หันมาบอกแพทว่า


“น้องแพทครับ พี่มีธุระด่วน ขอตัวก่อนนะครับ เดี๋ยวพี่มา” แพทพยักหน้าอย่างงงๆ กับท่าทีของพี่พลที่จู่ๆ ก็ลุกขึ้นแล้ววิ่งออกไปทันที


พี่พลวิ่งไปทันมิ้นที่ใต้ตึกคณะที่ตอนนี้ ไม่มีใครอยู่ เพราะยังเช้าอยู่มาก พี่พลวิ่งมาดักหน้ามิ้นไว้ มิ้นชะงัก หันมามองหน้า แล้วหลบตา


พี่พลมองดวงตาคู่นั้นของมิ้น แล้วเห็นว่า คลอคลองไปด้วยหยาดน้ำใส จึงถามเสียงอ่อนโยน


“มิ้นเป็นอะไรไปครับ ร้องให้ทำไม”


มิ้นส่ายหน้า ขยับจะปฏิเสธ แต่พี่พลชิงพูดดักไว้ก่อน “ผมก็รู้นะว่ามิ้นน่ะเป็นนางเอก แต่คราวนี้อย่าตอบแบบว่าผงเข้าตาเลยครับ ผมอยากรู้จริงๆ เป็นห่วงนะ”


มิ้นฟังแล้วชะงัก มองหน้าพี่พล แล้วรีบเช็ดน้ำตาที่กำลังจะไหล “มิ้นไม่เป็นอะไรค่ะ พลอย่ามาเป็นห่วงเลย”


“มิ้นห้ามผมไม่ได้หรอกครับ เมื่อก่อนผมเคยเป็นห่วงยังไง เดี๋ยวนี้ก็ยังเป็นอย่างนั้นอยู่”


มิ้นมองหน้าพี่พล แววตาเต็มไปด้วยความสับสน ข้างพี่พลก็จ้องตามิ้น ไม่ยอมหลบ สุดท้ายมิ้นเองที่เป็นฝ่ายหลบตา


“เรื่องของเราจบไปแล้วนะคะ จบไปนานแล้ว พลจะไม่ห่วงมิ้นก็ได้นะ มันก็ไม่ผิดอะไร”


พี่พลถอนหายใจ “มิ้นอาจจะอยากให้มันจบนะ แต่ผมไม่เคยคิดอย่างนั้นเลย”


“ถึงพลจะไม่คิด แต่มันก็ต้องจบลงจริงๆค่ะ พลก็รู้นี่ ว่ามันต้องเป็นอย่างนั้น”


“ผมรู้ ผมเข้าใจว่ามิ้นหมายถึงอะไร แต่น้องพลอยเค้า…ไปแล้วนะ” พี่พลพูดเบาๆ การเอ่ยถึงคนๆหนึ่งดูจะเป็นการยากลำบากเหลือเกินสำหรับเขา


“ก็เพราะเค้าไปแล้วน่ะสิคะ ก็เพราะอะไรล่ะ มันถึงเป็นอย่างนั้น ไม่ใช่เพราะเราหรอ” มิ้นตอบกลับมาเบาๆ เช่นกัน เมื่อนึกถึงน้องพลอย มิ้นก็อดน้ำตาซึมขึ้นมาอีกครั้งไม่ได้


“มิ้นอย่าโทษตัวเองเลย ถ้ามันจะเป็นเพราะใครสักคน มันก็คงจะเป็นเพราะผมมากว่า” พี่พลว่าแล้วมองมิ้นด้วยดวงตาที่ปวดร้าว “มันเป็นเพราะผมเอง ไม่ว่าวันนี้หรือวันไหน ไม่ว่ากับน้องพลอยหรือกับใคร มันเป็นความผิดของผมเอง”


มิ้นมองพี่พล เห็นความเศร้าในดวงตาของเขาแล้วก็อดสงสารไม่ได้ “อย่าโทษตัวเองสิคะ พลไม่ได้ตั้งใจ มิ้นรู้ แล้วอย่าโทษตัวเองคนเดียว เพราะมิ้นก็มีส่วนอยู่ไม่น้อย”


“ยังไงเรื่องมันก็เกิดเพราะผม เพราะนิสัยผม” พี่พลพูดแล้วเงียบไป พยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาส่งให้มิ้นแล้วว่า


“แต่ไม่ว่าจะยังไง ก็ขอให้มิ้นรู้เอาไว้ ว่าผมยังเป็นห่วงมิ้นเสมอนะ และมันคงไม่เปลี่ยนแปลงไปได้”


มิ้นรับผ้าเช็ดหน้าของพี่พลมาซับน้ำตา สบตากับพี่พล “ขอบคุณค่ะ มิ้นอยากจะบอกกับพลอย่างหนึ่งนะ พลเป็นคนดี เชื่อมั่นในความดีของตัวเองนะคะ”


“หลังจากเกิดเหตุการณ์นั้นแล้ว มิ้นยังคิดว่าผมเป็นคนดีอยู่อีกหรอ” พี่พลถามเบาๆ


“ก็เพราะเหตุการณ์นั้น ทำให้มิ้นรู้ว่า พลเป็นคนดี เป็นคนดีเกินไปด้วยซ้ำ” มิ้นบอกเบาๆ เช่นกัน แล้วทั้งสองก็มองหน้ากัน ต่างรู้กันอยู่ว่าต่างคิดอะไร แต่ก็ไม่สามารถจะทำอะไรให้มันดีกว่านี้ได้…




 

Create Date : 25 มกราคม 2549    
Last Update : 5 มีนาคม 2549 14:39:37 น.
Counter : 105 Pageviews.  

ไม่งั้นเราจะไม่พบกัน...ตอนที่ ๑๔

ทั้งสองสบตากันอยู่ครู่หนึ่ง แล้วมิ้นก็หันหลังเดินออกไป พี่พลรีบเดินตามไปข้างๆ มองคนข้างๆ แล้วเอ่ยออกมา


“แต่เรื่องน้องพลอยก็ไม่เกี่ยวกับความรู้สึกของเราสองคนนี่”


มิ้นหันมามองพี่พลแวบหนึ่ง ก่อนจะตอบเสียงเรียบๆ


“เกี่ยวสิคะ เราสองคนต้องรับผิดชอบ”


พี่พลชะงักหันมามองหน้ามิ้น พูดเสียงเรียบๆ แต่มิ้นรับรู้ได้ถึงกระแสแห่งความปวดร้าวแผ่ออกมาจากคำพูดนั้น


“ผมรู้แล้วว่าต้องรับผิดชอบ เราสองคนกำลังรับผิดชอบกันอยู่นี่ไง”


มิ้นหันมามองหน้า สบตาแล้วส่ายหน้า แต่พี่พลชิงพูดขึ้นมาก่อน


“แต่การรับผิดชอบของเราสองคน มันก็ไม่ได้หมายความเราจะต้องถูกปิดกั้นแม้แต่ความรู้สึกหรอกนะ ผมไม่มีสิทธิแม้แต่จะรู้สึกอะไรบ้างเชียวหรอ”


มิ้นส่ายหน้าอีกครั้ง “มิ้นคงห้ามพลไม่ได้ แต่สำหรับมิ้น คงไม่มีสิทธิคิด มีสิทธิรู้สึกอะไรกับพลอีกแล้ว”


พี่พลหันขวับมามองหน้ามิ้น จ้องตา แล้วบอกขรึมๆ “ทำไมมิ้นต้องทำอย่างนี้ด้วย มิ้นทำเหมือนกับว่า มิ้นลืมเรื่องที่ผ่านมาของเราไปหมดเแล้ว”


มิ้นมองตาพี่พลแล้วเมินหน้าไป “เรื่องนั้นมันคงไม่สำคัญแล้วล่ะค่ะ เรื่องของน้องพลอย ทำให้มิ้นคิดว่า เราไม่ควรจะเกี่ยวข้องอะไรกันอีก อย่างน้อยก็เห็นแก่น้องเขา”


“ผมเห็นแก่เค้า เห็นแก่เค้ามาตลอดปีหนึ่งที่ผ่านมา” พี่พลพูดขรึมๆ แล้วเงียบไป มิ้นหันมามองหน้า พูดเบาๆ


“มิ้นถึงบอกไงค่ะ ว่าพลเป็นคนดีเสมอ”


“ผมไม่ได้อยากได้คำชมเรื่องความดี แต่ผมอยากรู้ว่า…เราจะทำอะไรให้มันดีขึ้นได้ไหม” พี่พลพูดแล้วคว้ามือมิ้นมาจับไว้ มิ้นชะงัก สบตาพี่พลแล้วพูดเรียบๆ


“ปล่อยมันไปเถอะค่ะ ถ้าพลนึกถึงน้องพลอย พลก็จะรู้ ว่าคงไม่มีอะไรที่เราจะทำให้มันดีขึ้นมากไปกว่านี้ได้อีกแล้ว”


มิ้นมองมือที่พี่พลเกาะกุมไว้ พี่พลมองตามก่อนจะค่อยๆ ปล่อยมือ ทั้งสองสบตากันก่อนที่มิ้นจะยิ้มให้ แล้วเดินออกไป พี่พลยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม มองตามมิ้นนิ่งๆ พลางคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมา


หนึ่งปีแล้วสินะ กับเหตุการณ์นั้น เหตุการณ์ที่เขาไม่มีวันลืม จะให้ลืมได้อย่างไร ก็ภาพน้องพลอยที่นอนอยู่บนเตียงในโรงพยาบาลยังเกาะติดอยู่ในความทรงจำของเขา ไม่เคยลืมเลือนไปได้เลย


น้องพลอยมองมาที่เขา แล้วร้องให้ สายตาเต็มไปด้วยความตัดพ้อ ถ้าสายตาของน้องพลอยเป็นมีด เขาก็คงโดนฟาดฟันจนเป็นแผลเต็มตัว แล้วเขาจะทำอะไรได้ ได้แต่ยืนมองน้องพลอยอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะสาวเท้าเข้าไปหาจนชิดเตียง และเริ่มต้นปลอบโยน


“พี่รู้ว่าพี่ทำร้ายน้องพลอย แต่พี่ไม่ได้ตั้งใจจะให้น้องเจ็บปวดเลย พี่ไม่รู้จริงๆ…พี่เสียใจจริงๆ” พี่พลนึกถึงคำปลอบโยนในตอนนั้น แล้วถอนหายใจออกมา…


ปาล์มขับรถมาถึงมหาวิทยาลัย เอารถจอดที่ลานจอดรถแล้วก็เดินออกมากับน้ำเพชร ตรงไปที่ตึกเรียน


เดินกันไปเงียบๆสักพัก ปาล์มก็เหลือบตามามองหน้าคนข้างๆ


“เป็นอะไร ทำไมเงียบๆ” ปาล์มถามขึ้นมา สายตามองน้ำเพชรอย่างพินิจพิเคราะห์ น้ำเพชรหันมามองแล้วส่ายหน้า


“เปล่านี่ ไม่ได้เป็นอะไร” น้ำเพชรตอบ พลางยกนาฬิกาขึ้นมาดู “มาเร็วดีเนอะ เหลืออีกตั้งครึ่งชั่วโมงแน่ะ กว่าจะถึงชั่วโมงเรียน”


“ใช่ๆ…” ปาล์มยิ้มอย่างภูมิใจ สบตาน้ำเพชรแล้วบอกเบาๆ “ก็บอกแล้วว่าเราไม่ทำให้ลำบากซ้ำสองหรอก”


น้ำเพชรมองสายตาของปาล์มแล้วรู้สึกแปลกๆ ในใจคิดเรื่อง ลำบาก อีกแล้วหรอ ทำไมใครๆ จะต้องมาตัดสินหรือมาคิดแทนให้ด้วย แต่ก็พูดออกมา


“ขอบใจมากนะปาล์ม”


ปาล์มยิ้ม “ไม่เป็นไรหรอก เราเต็มใจ…” คำหลังพูดเสียงเบา น้ำเพชรได้ยิน แต่ไม่แน่ใจจึงถามย้ำ


“เมื่อกี้ว่าไงนะ”


ปาล์มอึกอัก ก่อนจะอ้อมแอ้มตอบออกมา “ไม่มีอะไรนี่ เราบอกว่าไม่เป็นไร แค่นี้”


“แค่นี้หรอ” น้ำเพชรถามย้ำ จ้องหน้าปาล์ม แต่ปาล์มหลบสายตา


“ก็แค่นั้นแหละ” ปาล์มรีบพูด น้ำเพชรก็ไม่ได้เซ้าซี้ทั้งที่เมื่อกี้คิดว่าได้ยินอะไรที่มากกว่าคำว่าไม่เป็นไร แต่ก็ อาจจะหูฝาดก็ได้ น้ำเพชรส่ายหน้า พลางยกนาฬิกาขึ้นมาดูอีกครั้ง ในใจนึกถึงบุ้งขึ้นมา


เหลืออีก 25 นาที บุ้งจะมาทันหรือเปล่า คิดแล้วขมวดคิ้วด้วยความกังวล ปาล์มเหลือบตามอง


“เป็นอะไร เห็นมองนาฬิกา 2 ครั้งแล้ว” ปาล์มถาม ทั้งคู่เดินกันมาเรื่อยๆ จนมาถึงสนามฟุตบอล น้ำเพชรหันมาตอบ


“ไม่รู้บุ้งจะมาเรียนทันหรือเปล่า” ปาล์มฟังแล้วสะดุด ทำไมน้ำเพชรต้องเป็นห่วงบุ้งด้วย เพราะเป็นเพื่อนกันเท่านั้นหรือว่าเป็นเพราะอะไรที่มันมากกว่านั้น แล้วพี่พลล่ะ น้ำเพชรคิดยังไงกันแน่


นั่นไง เห็นหยุดมองไปที่สนามฟุตบอลอีกแล้ว ปาล์มหยุดมองตาม ก็เห็นนักกีฬาทยอยลงมาวอร์มร่างกายในสนามแล้ว แต่ไม่มีพี่พล


“พี่พลยังไม่มานี่นา” เสียงน้ำเพชรรำพึง ปาล์มเหลือบตามอง


“เธอมาดูพี่พลซ้อมบ่อยๆ หรอ”


“ก็ไม่ได้ดูเป็นจริงเป็นจังอะไรหรอก” น้ำเพชรหันมาตอบ “ตอนหลังรู้จักพี่พล พี่เค้าก็แวะมาทักบ้าง”


“แต่พี่พลเค้าคงไม่ทักน้องทุกคนที่มาดูเขาซ้อมหรอกนะ…”ปาล์มพูดขึ้นมา


“มันก็ไม่ถึงขนาดนั้น พอดีมีเหตุให้รู้จักกันก็ทักทายกันนิดหน่อยเท่านั้นเอง” น้ำเพชรว่ายิ้มๆ เมื่อนึกถึงตอนที่ลูกฟุตบอลลอยมาฟาดหน้าเข้าอย่างจัง นั่นเป็นครั้งแรกที่ได้รู้จักและคุยกับพี่พล


ปาล์มเห็นท่าทางของน้ำเพชรแล้วรู้สึกแปลกๆ ไม่อยากเห็นรอยยิ้มของน้ำเพชรยามเอ่ยถึงพี่พลเลย จึงเอ่ยขึ้นมาลอยๆ


“เดี๋ยวนี้น่ะ ถ้าไม่มีเหตุ พี่พลเขาคงไม่ทักใครพร่ำเพรื่ออีกแล้วล่ะ….เพราะเดี๋ยวจะเกิดเรื่องอีก”


น้ำเพชรฟังแล้ว ทำหน้างง ปาล์มพูดอะไรแปลกๆ


“หมายความว่าไงหรอ เรื่องอะไร”


“ก็….” ปาล์มขยับจะพูด พอดีได้ยินเสียงเรียกซะก่อน


“จิ๋วๆ…”แก้วนั่นเองที่กำลังเดินมาหา มาหยุดอยู่ตรงหน้า มองน้ำเพชรแล้วหันไปมองปาล์มอย่างสงสัย


“อ้าว มาด้วยกันหรอ”


ปาล์มเห็นสายตาจับผิดของแก้วแล้ว รีบพูดขึ้นมาทันที “พอดีเราไปธุระแถวนั้น แล้วเห็นรถบุ้งเสีย ก็เลยรับน้ำเพชรมาด้วยกัน”


“ใช่ๆ รถบุ้งเสีย กำลังเรียกช่างมาลากเข้าอู่ แล้วจะตามมา” น้ำเพชรเสริม


“อืม รู้แล้วล่ะ บุ้งโทรมาบอก ชั้นถึงได้มาเองนี่ไงล่ะ…ว่าแต่” แก้วพูดหันไปมองปาล์มอีกครั้ง “มีธุระแถวนั้นบ่อยจังนะ”


ปาล์มหลบสายตาแล้วตอบว่า “ช่วงนี้ต้องไปแถวนั้นบ่อยๆ น่ะ ก็เลยไปรับน้ำเพชรมาเรียนด้วย เห็นว่าทางเดียวกัน”


“อ๋อ…”แก้วพยักหน้ารับรู้ “งั้นเรารอบุ้งที่นี่ก่อนไหม เดี๋ยวจะโทรไปหามันอีกทีว่าช่างมาหรือยัง”


น้ำเพชรพยักหน้าอย่างเห็นด้วย แก้วจึงฉุดมือไปนั่ง ปาล์มจึงต้องเดินตามทั้งสองมานั่งที่เก้าอี้ริมสนามฟุตบอลด้วย พอนั่งลงเท่านั้นแหละ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นใกล้ๆ


“พี่จิ๋ว…” เมื่อทั้งหมดหันไปมอง ก็เห็นแพทกำลังนั่งอยู่อีกโต๊ะหนึ่ง ยิ้มให้แล้วรีบคว้าถุงขนมเดินเข้ามาหา


“แล้วพี่บุ้งล่ะคะ” มาถึงแล้วก็นั่งลงทันที ถามถึงบุ้งยิ้มๆ


“พอดีบุ้งรถเสียจ๊ะ เดี๋ยวตามมา….เอ่อ…แพท…นี่เพื่อนพี่….คนนี้พี่แก้ว คนนี้พี่ปาล์ม” น้ำเพชรพูดแล้วหันไปหาเพื่อนทั้งสองคน


“นี่น้องแพท รุ่นน้องเรา”


แพทไหว้ทุกคนแล้วยิ้ม “สวัสดีค่ะพี่ๆ แหม เพื่อนเยอะกันดีนะคะ ครึกครื้นดีจัง” น้ำเพชรยิ้ม ส่วนปาล์มกับแก้วหันมามองหน้ากัน เพื่อนแค่นี้น่ะ ถือว่าเยอะแล้วหรอ


“เมื่อกี้แพทเจอพี่พลด้วยค่ะ นี่ๆ เอาขนมมาฝากพี่พลด้วย” แพมชูถุงขนมให้ดู ปาล์มหันขวับมามองแพททันที ขยับจะพูดอะไร แต่แล้วก็ไม่พูด


“แล้วพี่พลไปไหนซะแล้วล่ะคะน้อง” แก้วถาม


“อืม ไม่รู้สิคะ เห็นบอกว่ามีธุระด่วน แพทเลยนั่งรอพี่พลตรงนี้” แพทว่าแล้วยิ้มสดใส ปาล์มหันมามองอีกครั้ง คงไม่ใช่อย่างที่คิดนะ พี่พล


“แต่เดี๋ยวใกล้เวลาซ้อมแล้ว พี่พลคงจะมาน่ะค่ะ ให้แพทนั่งด้วยคนนะคะ” แพทว่าแล้วยิ้มอ้อนๆ น้ำเพชรจึงยิ้มตอบ “ได้สิจ๊ะ…”


ทั้งสี่จึงนั่งคุยกันอยู่ที่เก้าอี้ริมสนามฟุตบอล แก้วหยิบโทรศัพท์เข้ามาโทรหาบุ้ง คุยอยู่พักหนึ่งก็หันมาบอกเพื่อน


“บุ้งบอกว่ายังไม่เรียบร้อยเลย ให้พวกเราเข้าเรียนกันก่อนได้เลย”


“อ้าว แล้วบุ้งจะเข้าเรียนทันหรอ” น้ำเพชรถามอย่างกังวล ปาล์มเหลือบตามามอง


“มันบอกว่าจะพยายามมาให้เร็วที่สุดนะ แต่พวกเราก็ต้องเข้าไปก่อน ไม่งั้นอาจจะโดนยกกลุ่ม” แก้วว่า พลางลุกขึ้นจากเก้าอี้


“เรารีบไปกันก่อนเถอะ ใกล้เวลาเรียนแล้ว” แก้วสำทับ ปาล์มจึงพยักหน้า ลุกขึ้นจากเก้าอี้ แล้วหันไปชวนน้ำเพชร


“ไปก่อนเถอะน้ำเพชร อาจารย์คนนี้เคี่ยวนะ” น้ำเพชรมองเพื่อนทั้งสองแล้วจึงลุกตาม หันไปหาแพทแล้วยิ้ม


“พี่ไปเรียนก่อนนะคะแพท”


แพทยิ้มให้ “ค่ะ เดี๋ยวแพทรอพี่พลตรงนี้แหละ บ้าย บายค่ะ”


น้ำเพชรยิ้มแล้วเดินตามแก้วกับปาล์มไป แพทมองตาม หน้าที่ยิ้มอยู่เมื่อกี้ เปลี่ยนเป็นจ๋อยลงไป ก้มหน้าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปมองถุงขนมอย่างหงอยๆ


แต่ครั้นสายตาเหลือบไปเห็นพี่พลกำลังวิ่งตรงมา ก็ยิ้มอย่างดีใจ ร้องเรียก


“พี่พลคะ มากินขนมเร็ว”


พี่พลวิ่งมาหยุดตรงหน้า แม้จะยิ้ม แต่แพทก็ยังสังเกตเห็นความเครียดบนใบหน้าของพี่พล


“ได้เวลาซ้อมแล้วครับ พี่คงกินขนมไม่ทันแล้ว ขอบคุณน้องแพทมากนะครับ แต่เดี๋ยวพี่ขอตัวไปซ้อมก่อนนะครับ”


แล้วพี่พลก็รีบวิ่งเข้าไปในสนามฟุตบอลทันที แพทมองตาม ยิ้มค้างแล้วจ๋อยอีกรอบ มองถุงขนมแล้วหยิบขึ้นมากินเองอย่างหงอยๆ


ภายในห้องเรียนวันนี้ อาจารย์กำลังสอนอย่างคร่ำเคร่ง แต่โชคดีที่ไม่มีเทสต์ย่อย สิบห้านาทีผ่านไป ก็เห็นบุ้งวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา หน้าตาเหนื่อยๆ ขออนุญาตอาจารย์แล้วเข้ามานั่งโต๊ะข้างๆ น้ำเพชร


น้ำเพชรเหลือบไปมอง เผลอยิ้มออกมาเมื่อเห็นบุ้งเข้ามานั่ง ส่วนปาล์มก็มองบุ้งแล้วเหลือบตาไปมองน้ำเพชร รู้สึกแปลกๆ


น้ำเพชรเห็นเพื่อนเหนื่อยๆ ก็กระซิบเบาๆ


“เป็นไงบ้าง เรียบร้อยไหม รถน่ะ”


บุ้งหันมามอง ยิ้มให้ “ลากเข้าอู่ไปแล้วล่ะ แต่ไม่รู้ต้องซ่อมกี่วัน นี่โทรให้เฮียไปดูแล้ว ชั้นก็รีบมาก่อนเนี่ยแหละ ตกลงมีเทสต์ย่อยหรือเปล่า”


“มีสิ เพิ่งจะเสร็จไปเมื่อกี้นี้แหละ” น้ำเพชรพูดหน้าตาเฉยๆ บุ้งตกใจ


“จริงหรอ”


น้ำเพชรมองเห็นเพื่อนตกใจ ขำก็ขำ สงสารก็สงสาร เผลอยิ้มออกมาแล้วว่า “ล้อเล่นน่ะ”


บุ้งหันมามองหน้าเพื่อน เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน แล้วว่า “หนอย เดี๋ยะ เพื่อนเล่นหรอ หา” แล้วก็อดยิ้มออกมาไม่ได้


ปาล์มมองสองคุยกัน รู้สึกแปลกๆ ไม่อยากมองก็หันหน้าหนี หันมาเจอแก้วกำลังมองอยู่อย่างพิจารณา จึงถามแก้เก้อ


“มีอะไรหรอ”


“อืม…” แก้วมองปาล์มแล้วว่าขรึมๆ “เรื่องบางเรื่องมันไม่ได้ลงตัวเหมือนสูตรคณิตศาสตร์นะ”


ปาล์มฟังแล้วอึ้งไป หันมามองแก้ว “เธอพูดอะไรน่ะ” แก้วส่ายหน้า แล้วหันกลับไปตั้งใจฟังอาจารย์ต่อไป ปาล์มหันกลับไปมองน้ำเพชรกับบุ้งอีกครั้ง แล้วถอนหายใจ กลับมาตั้งใจฟังอาจารย์สอนต่อไป…


น้ำเพชรตื่นนอนมาอย่างงัวเงีย ค่อยๆลืมตาขึ้นมา แล้วมองนาฬิกา จะสามทุ่มแล้วหรอเนี่ย เราหลับไปนานแค่ไหน


อืม หลับไปตั้งแต่ ทุ่มกว่าๆ หลังจากไปกินข้าวเย็นกับเพื่อนกลับมาถึงหอก็นอนเลย น้ำเพชรนอนคิดก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นมาบิดขี้เกียจ แล้วเดินไปเปิดเพลง กลับมานั่งที่โต๊ะเขียนหนังสือ


วันนี้พวกเราแวะกินข้าวเย็นแถวมหาวิทยาลัย ก่อนที่ปาล์มจะอาสามาส่งเพื่อนทุกคน ทีแรกบุ้งอิดออดไม่อยากจะมาด้วย บอกจะไปดูรถที่อู่ แต่เฮียของบุ้งก็โทรมาบอกว่าจัดการให้เรียบร้อยแล้ว แต่คงจะต้องซ่อมอีกหลายวัน เพราะรถมันเก่ามาก


นึกถึงรถบุ้งแล้วน้ำเพชรก็อดยิ้มออกมาด้วยความขำไม่ได้ สภาพตอนที่เปิดกระโปรงรถแล้วมีควันโขมงนั้น มันดูไม่จืดเลยจริงๆ แล้วก่อนหน้านั้นล่ะ ตอนที่นั่งอยู่ในรถ ตอนที่ฟังเพลง…


เสียงเพลงจากวิทยุที่เปิดดังขึ้นมาพอดี


“ฉันเป็นเพียงชายคนหนึ่งที่อยากดูแล..ห่วงใยเธอเท่านั้น..ขอแค่เพียงยังมีใครที่ห่วงใยกัน…ไม่เคยต้องการสิ่งใด”


น้ำเพชรฟังแล้วยิ้ม อะไรจะบังเอิญขนาดนั้น กำลังอยากฟังเพลงนี้อยู่พอดี คิดแล้วเอื้อมมือมาเปิดคอมฯ เข้าเนตแล้วเปิดเวบไซค์ที่คุ้นเคย


เข้าห้องเฉลิมไทย….แล้วไปห้องดนตรี อดกวาดสายตาหานายล่องลอยไม่ได้…นั่นไง…กระทู้ของนายล่องลอย


ชื่อกระทู้…ตอนนี้เพื่อนๆ กำลังอยากฟังเพลงอะไรครับ …


เนื้อหากระทู้…ผมกระทู้เคยตั้งกระทู้คล้ายๆ แบบนี้ไปแล้ว แต่วันนี้อยากตั้งอีก คงไม่ว่านะครับ เผื่อจะมีเพลงเพราะๆ โดนๆ ไปฟังเพิ่มได้อีก แต่ตอนนี้ผมรู้สึกกับเพลงนี้ครับ

ค้นหาความรู้สึกเธอ ที่เธอนั้นซ่อนเร้นไว้ภายใน
ได้โปรดเปิดทางให้ฉัน ได้เดินเข้าไปข้างในหัวใจ
จะเอาดวงใจฉันค้นใจเธอ ให้เจอะสิ่งที่เธอนั้นเก็บไว้
ถ้าเธอมีคำนั้นไว้ในใจ เธอทำไมไม่พูดมันออกมา…

อยู่ดีๆ ก็นึกถึงเพลงนี้ขึ้นมาครับ เศร้าๆดีครับ แต่ก็ดูมีความหวังอยู่ ผมก็หวังว่ามันจะดีน่ะครับ ^^


น้ำเพชรอ่านกระทู้แล้วยิ้ม นายล่องลอยเป็นอะไรล่ะวันนี้ มาโหมตเศร้า แต่เพลงนี้ก็เป็นเพลงที่ชอบอีกเพลงหนึ่งเหมือนกัน มองดูคนโพสตอบมีอยู่ 3 ความเห็นแล้ว


ความคิดเห็นที่ 4

เพลงนี้ก็เป็นเพลงที่ชอบนะ เพราะดี ^^

จากคุณ WINDY_LOVE [ 28 ธ.ค. 48 21 : 12 : 23 ]


ความคิดเห็นที่ 5

WINDY_LOVE มาแล้ว ^^ ว่าแต่ ชอบเพลงตามผมอีกแล้ว

จากคุณ นายล่องลอย [ 28 ธ.ค. 48 21 : 15 : 20 ]


ความคิดเห็นที่ 6

ถ้าชอบตามแล้วจะทำไม มีปัญหาอะไรไหม

จากคุณ WINDY_LOVE [ 28 ธ.ค. 48 21 : 17 : 03 ]


ความคิดเห็นที่ 7

หูย วันนี้มาแปลกแฮะ กวนซะด้วย - -“

จากคุณ นายล่องลอย [ 28 ธ.ค. 48 21 : 19 : 45 ]


ความคิดเห็นที่ 8

อิอิ ล้อเล่นน่า ^^

จากคุณ WINDY_LOVE [ 28 ธ.ค. 48 21 : 21 : 23 ]


ความคิดเห็นที่ 9

กะแล้ว วันนี้ท่าทางอารมณ์ดี

จากคุณ นายล่องลอย [ 28 ธ.ค. 48 21 : 22 : 29 ]


ความคิดเห็นที่ 10

แล้ววันนี้นายล่องลอยอารมณ์ไม่ดีหรอ

จากคุณ WINDY_LOVE [ 28 ธ.ค. 48 21 : 24 : 53 ]


ความคิดเห็นที่ 11

ไม่รู้สิครับ ความรู้สึกเหมือนในเพลง มันก็เศร้าๆนะ แต่ก็ยังพอมีความหวัง

จากคุณ นายล่องลอย [ 28 ธ.ค. 48 21 : 26 : 40 ]


ความคิดเห็นที่ 12

ก็ยังดีเนอะ ที่ยังมีหวังอยู่ ยังไงก็ค้นใจเค้าให้เจอแล้วกัน ^^

จากคุณ WINDY_LOVE [ 28 ธ.ค. 48 21 : 28 : 11 ]


ความคิดเห็นที่ 13

ขอบคุณครับที่ให้กำลังใจ ^^ ว่าแต่ชาวซุ่ม ออกมามอบตัวเถอะครับ ทางเราล้อมไว้หมดแล้ว อิอิ

จากคุณ นายล่องลอย [ 28 ธ.ค. 48 21 : 30 : 25 ]


ความคิดเห็นที่ 14

อิอิ รู้ได้ไงนะ ว่าเราซุ่มอยู่

จากคุณ ตื่นขึ้นมายังมีรัก [ 28 ธ.ค. 48 21 : 32 : 23 ]


ความคิดเห็นที่ 15

มานานแล้วหรอครับ เจ้าเก่าเจ้าเดิม ^^

จากคุณ นายล่องลอย [ 28 ธ.ค. 48 21 : 34 : 21 ]


ความคิดเห็นที่ 16

ก็นานพอที่จะฟัง 2 คนคุยกันเพลินๆ ชิวๆ อิอิ

จากคุณ ตื่นขึ้นมายังมีรัก [ 28 ธ.ค. 48 21 : 36 : 23 ]


ความคิดเห็นที่ 17

ส่วนผมก็ตามคุณข้างบนมาครับ อิอิ

จากคุณ DDT_MAN [ 28 ธ.ค. 48 21 : 38 : 28 ]


ความคิดเห็นที่ 18

อ้าว DDT_MAN ตามกันมาได้ยังไง

จากคุณ ตื่นขึ้นมายังมีรัก [ 28 ธ.ค. 48 21 : 40 : 23 ]


ความคิดเห็นที่ 19

ตามกันมาอย่างงี้ กลัวบัตรผ่านจะตามมาด้วยจัง ^^

จากคุณ WINDY_LOVE [ 28 ธ.ค. 48 21 : 42 : 24 ]


ความคิดเห็นที่ 20

จ๊ะเอ๋ ใครเรียกบัตรผ่านจ๊ะ เค้ามาแล้ว คิดถึงล่ะสิ ^^

จากคุณ สายรุ้งสีชมพู [ 28 ธ.ค. 48 21 : 44 : 06 A : 203.108.26.183 X: TicketID: 7187000 ]


ความคิดเห็นที่ 21

โห มาจริงด้วยแฮะ - -“

จากคุณ นายล่องลอย [ 28 ธ.ค. 48 21 : 45 : 13 ]


ความคิดเห็นที่ 22

แหะๆ มาซุ่มฟังอยู่นานแล้ว ขอคุยด้วยสิ เหงาอ่ะ

จากคุณ สายรุ้งสีชมพู [ 28 ธ.ค. 48 21 : 46 : 01 A : 203.108.26.183 X: TicketID: 7187000 ]


ความคิดเห็นที่ 23

พูดจริงหรือพูดเล่นเนี่ย

จากคุณ DDT_MAN [ 28 ธ.ค. 48 21 : 48 : 20 ]


ความคิดเห็นที่ 24

เล่น เอ้ย จริงสิ ขอคุยด้วยนะ เราก็ชอบฟังเพลงเหมือนกัน

จากคุณ สายรุ้งสีชมพู [ 28 ธ.ค. 48 21 : 50 : 06 A : 203.108.26.183 X: TicketID: 7187000 ]


ความคิดเห็นที่ 25

คุณชอบฟังเพลงอะไร

จากคุณ WINDY_LOVE [ 28 ธ.ค. 48 21 : 52 : 23 ]


ความคิดเห็นที่ 26

ตอนนี้เหงาอ่ะ เป็นแบบเพลงนี้เลย

เคยรู้สึกไหม เวลาไม่มีใครแล้ว
จะมองไปทางไหน ไม่มีใครให้พูดจา
ไม่มีเลยสักคน จะหันมามองและเข้าใจ
ว่าคนคนนี้ที่มันไม่มี อะไร…

อย่างเงี้ยเลย ฮือๆ เหงาๆ

จากคุณ สายรุ้งสีชมพู [ 28 ธ.ค. 48 21 : 54 : 06 A : 203.108.26.183 X: TicketID: 7187000 ]


ความคิดเห็นที่ 27

เอาน่า เดี๋ยวก็หายเหงา ส่วนเรา ก็เพลงนี้เลย

ขอ ขอแค่เธอคนดีอยู่ตรงนี้ข้างๆกาย
เอื้อมมือไปเมื่อไหร่ก็ได้เจอ
ขอ นั่งมองดาวด้วยกันให้ความฝันไม่เดียวดาย
ขอให้เรามีกันตลอดไป ก็พอแล้ว

อิอิ มีความสุขซะงั้น

จากคุณ ตื่นขึ้นมายังมีรัก [ 28 ธ.ค. 48 21 : 55 : 23 ]


ความคิดเห็นที่ 28

คุณตื่นขึ้นมายังมีรัก ท่าจะมีความสุขน่าดู

จากคุณ WINDY_LOVE [ 28 ธ.ค. 48 21 : 57 : 26 ]


ความคิดเห็นที่ 29

นั่นสิ อารมณ์ดีเหมือนชื่อเลยนะครับ อยู่ดีๆ ก็เกิดรู้สึกอิจฉา ^^

จากคุณ นายล่องลอย [ 28 ธ.ค. 48 21 : 59 : 23 ]


ความคิดเห็นที่ 30

ส่วนผม ต้องนี่เลยครับ คนไม่เอาถ่าน แต่แฟนผมก็ยังรัก อิอิ

จากคุณ บุรุษราตรี [ 28 ธ.ค. 48 22 : 01 : 00 ]


ความคิดเห็นที่ 31

ข้างบนก็น่าหมั่นไส้ไม่แพ้กันเลย นี่เราเหงาอยู่คนเดียวหรอเนี่ย ฮือๆ

จากคุณ สายรุ้งสีชมพู [ 28 ธ.ค. 48 22 : 03 : 00 A : 203.108.26.183 X: TicketID: 7187000 ]


ความคิดเห็นที่ 32

ข้างบนจะออกอาการอีกหรือเปล่า - -a

จากคุณ นายล่องลอย [ 28 ธ.ค. 48 22 : 05 : 23 ]


ความคิดเห็นที่ 33

5555 โธ่ ไม่ออกหรอกน่า เดี๋ยวไม่มีคนคุยด้วย
ว่าแต่ยังมีใครไม่ได้บอกเพลงอีก

จากคุณ สายรุ้งสีชมพู [ 28 ธ.ค. 48 22 : 06 : 56 A : 203.108.26.183 X: TicketID: 7187000 ]


ความคิดเห็นที่ 34

ของผมเพลงนี้ครับ ปากดีครับ 5555 แต่ที่จริงไม่ค่อยดีหรอกครับ น่าจะปากแมวมากกว่า 555 น่ารักเนอะ

จากคุณ DDT_MAN [ 28 ธ.ค. 48 22 : 08 : 23 ]


ความคิดเห็นที่ 35

^
^
^
555 อย่าเลยคุณข้างบน ปากแมวมันน่ารักไปมั้งผมว่านะ

จากคุณ นายล่องลอย [ 28 ธ.ค. 48 22 : 10 : 54 ]


ความคิดเห็นที่ 36

5555 นั่นดิ น่าจะเป็นปากอย่างอื่นมากกว่านะ ว่าแต่ กำลังนึกถึงเพลงนี้อยู่เลย แฟนเราก็ปากดีเหมือนกัน

จากคุณ แม่นางทางช้างเผือก [ 28 ธ.ค. 48 22 : 12 : 23 ]


ความคิดเห็นที่ 37

อย่าบอกนะว่า คุณสองคนเป็นแฟนกันจริงๆ

จากคุณ WINDY_LOVE [ 28 ธ.ค. 48 22 : 14 : 24 ]


ความคิดเห็นที่ 38

5555 ถ้าหนีแฟนมาเล่นเนตแล้วดันเจอกันอีกก็ฮาละครับ

จากคุณ นายล่องลอย [ 28 ธ.ค. 48 22 : 16 : 58 ]


ความคิดเห็นที่ 39

นายล่องลอยอย่าพูดสิครับ ผมชักเสียวๆ แฟนผมแอบมาเล่นหรือเปล่าเนี่ย คุณแม่นางทางช้างเผือกครับ เดี๋ยวผมหลังไมค์ไปหานะ อิอิ

จากคุณ DDT_MAN [ 28 ธ.ค. 48 21 : 18 : 23 ]


ความคิดเห็นที่ 40

DDT_MAN อย่ามาฟอร์มเลย รู้นะคิดอะไรอยู่ อิอิ

จากคุณ WINDY_LOVE [ 28 ธ.ค. 48 21 : 20 : 05 ]


ความคิดเห็นที่ 41

ว่าแต่เขา แล้ว WINDY_LOVE ล่ะ นึกถึงเพลงอะไรอยู่ตอนนี้

จากคุณ นายล่องลอย [ 28 ธ.ค. 48 22 : 22 : 29 ]


น้ำเพชรนิ่งคิด ก่อนจะพิมพ์ลงไป


ความคิดเห็นที่ 42

เพลงชายคนหนึ่ง

จากคุณ WINDY_LOVE [ 28 ธ.ค. 48 22 : 24 : 23 ]


ความคิดเห็นที่ 43

โห เพลงนี้ผมชอบมาก ฟังบ่อยๆด้วย แต่เอ นี่ตกลง WINDY_LOVE เป็นผู้ชายหรือนี่ - * -

จากคุณ นายล่องลอย [ 28 ธ.ค. 48 22 : 26 : 33 ]


ความคิดเห็นที่ 44

5555 ว้า ความจริงเปิดเผยซะแล้ว

จากคุณ WINDY_LOVE [ 28 ธ.ค. 48 21 : 28 : 21 ]


ความคิดเห็นที่ 45

อกหักซะแล้วเรา - -“

จากคุณ นายล่องลอย [ 28 ธ.ค. 48 22 : 30 : 13 ]


ความคิดเห็นที่ 46

นายล่องลอยอย่ามาพูด ไหนว่าจะไปค้นใจใครบางคนอยู่ไม่ใช่หรอ

จากคุณ WINDY_LOVE [ 28 ธ.ค. 48 22 : 32 : 23 ]


ความคิดเห็นที่ 47

T๐T ไม่แน่ใจเลยครับ ผมไม่อยากแน่ใจอะไรมากไป เดี๋ยวผิดหวัง

จากคุณ นายล่องลอย [ 28 ธ.ค. 48 22 : 34 : 44 ]


ความคิดเห็นที่ 48

มันก็ต้องลองดูก่อน ไม่ลองจะรู้หรอ

จากคุณ WINDY_LOVE [ 28 ธ.ค. 48 22 : 36 : 23 ]


ความคิดเห็นที่ 49

ขอบคุณที่ให้คำแนะนำนะครับ ^^ ผมมีกำลังใจขึ้นมาก

จากคุณ นายล่องลอย [ 28 ธ.ค. 48 22 : 38 : 20 ]


ความคิดเห็นที่ 50

งั้นคราวนี้ต้องให้เราไปก่อนนะ ^^

จากคุณ WINDY_LOVE [ 28 ธ.ค. 48 22 : 40 : 23 ]


ความคิดเห็นที่ 51

5555 เล่นงี้เลยหรอ ได้ๆ เชิญเลยคร้าบบบบ (เปิดประตูให้ออกเลย)

จากคุณ นายล่องลอย [ 28 ธ.ค. 48 22 : 42 : 03 ]


ความคิดเห็นที่ 52

อิอิ งั้นขอแว้บบบบบ ไปก่อนล่ะ

จากคุณ WINDY_LOVE [ 28 ธ.ค. 48 22 : 44 : 21 ]


น้ำเพชรโพสแล้วยิ้ม วันนี้นายล่องลอยยอมง่ายๆ แฮะ รีเฟรสกระทู้อีกรอบ


ความคิดเห็นที่ 53

งั้นผมแว้บบบบบ ตาม ^^

จากคุณ นายล่องลอย [ 28 ธ.ค. 48 22 : 46 : 09 ]


ความคิดเห็นที่ 54

อ้าว หนีกันไปหมด ปล่อยให้เค้าเหงาอยู่คนเดียว - -

จากคุณ สายรุ้งสีชมพู [ 28 ธ.ค. 48 22 : 47 : 06 A : 203.108.26.183 X: TicketID: 7187000 ]


ความคิดเห็นที่ 55

ไม่เหงาหรอกคุณสายรุ้งสีชมพู เรายังอยู่กันเยอะแยะไป ปล่อยคู่นั้นเขาไปเถอะ มาๆ คุยกัน

จากคุณ ตื่นขึ้นมายังมีรัก [ 28 ธ.ค. 48 22 : 49 : 23 ]


น้ำเพชรอ่านแล้วยิ้ม สายรุ้งสีชมพูนี่ขี้เหงาน่าดู ส่วนคุณตื่นขึ้นมายังมีรักก็น่ารักดี แต่วันนี้นายล่องลอยท่าจะเศร้าๆ นะ อืมๆ ฟังเพลงเศร้าแต่ยังดีที่มีกำลังใจ คงไม่เป็นอะไรมากใช่ไหม นายล่องลอย…




 

Create Date : 25 มกราคม 2549    
Last Update : 25 มกราคม 2549 19:03:50 น.
Counter : 153 Pageviews.  

1  2  

ชมเช้า
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




ชมเช้า..มาจาก ชมเช้า ชมสาย ชมบ่าย ชมเย็น ชมค่ำ ทุกกาลเวลาช่างน่าชื่นชม จะเวลาไหนก็เลือกชมเอาตามสะดวก..

...เวลาเช้า เป็นเวลาที่รู้สึกสดชื่น มีชีวิตชีวา ดูสดใส จอมแก่นแสนซน ที่ไหนได้ ใครๆ เห็นชื่อแล้วบอกว่า 40 ขึ้นแน่ๆ บ้างก็ว่าป้า..เอ่อ เป็นงั้นไป...ขอบอกว่ายังห่างค่ะ ห่างมาก อิอิ...

ตอนนี้มีภารกิจเพื่อชาติให้ปฏิบัติค่ะ รู้สึกภูมิใจจังเลย (โบกมือแบบนางงาม) ดิฉันจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดค่ะ เอาใจช่วยด้วยนะคะ อิอิ...

คุณที่เข้ามาอย่าเพิ่งงงค่ะ ภารกิจอะไรขอเก็บไว้เป็นความลับ(ว่าแต่ ไม่ได้มีใครเขาอยากรู้สักหน่อย ^^") แต่ยังไงก็ขอบคุณทุกคนที่เข้ามานะคะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ อ้อ อีกอย่าง เป็นแฟนหงส์ค่ะ (เกี่ยวไหมเนี่ย อิอิ)

Friends' blogs
[Add ชมเช้า's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.