Love is like Chocolate, it delights your Heart. 我爱巧克力
Group Blog
 
All blogs
 

เมื่อพวก "อกหักปากแข็ง" อย่างเรา...กำลังถูกความเหงาเล่นงาน...เฮ้อ

ปิดเทอม...เหงา เหงา เหงา และเหงา
ทำไมความเหงามันช่างโหดร้ายอย่างนี้นะ เฮ้อ ในขณะที่เพื่อนคนอื่นก็ไปฝึกงานกัน แล้วฉันล่ะ นั่งแกร่วอยู่บ้านทั้งวันทั้งคืน(ก็คณะเราไม่บังคับฝึกงานอะนะ) ที่ผ่านมาก็รับจ๊อบนั่นนี่ไปเรื่อย ช่วยพิมพ์งานของคณะ ไปขายหนังสืองานสัปดาห์หนังสือ เป็นอาสาสมัครพิพิธภัณฑ์เด็ก และก็เตรียมสอนพิเศษจีน เฮ้อ แต่พอไม่ได้ทำมันก็ว่างอะ พอว่างปุ๊บ มันก็เหงาปั๊บ...เหมือนถูกตั้งโปรแกรมมาก็ไม่ปาน

จริงๆเราก็เลิกกะตาคนนั้นมาได้สี่เดือนกว่าแล้วนะ คิดว่าตัวเองเข้มแข็งแล้วด้วย ไม่ร้องไห้มาสามเดือนละ แต่ช่วงนี้ไม่รู้เป็นไร...อยู่ดีๆก็อยากร้องไห้ขึ้นมาซะงั้น ตอนแรกก็คิดว่าตัวเองอยู่ได้ ผู้ชายคนนั้นก็ไม่ได้สำคัญอะไรกับชีวิตเรานี่ แต่วันนี้ผีน้ำตามันดันมาเข้าสิง เกิดบ้าอะไรไม่รู้ ไปอ่านไดอารี่ที่ไม่เคยแตะเลยตั้งแต่เลิก แถมยังไปขุดรูปเก่าๆมาดูอีก น้ำตามาเป็นเขื่อนเลยยยย

เฮ้อ...จริงๆจะว่าไปเราเองก็คงไม่ได้เข้มแข็งอะไรหรอก ที่ผ่านมาก็คงเป็นเพราะเราหลอกตัวเองมั้ง ว่าเราเข้มแข็ง แต่จริงๆเราอ่อนแอมากกกก เราไม่อยากให้คนอื่นเห็นเราร้องไห้ ไม่อยากให้คนอื่นมองเราด้วยสายตาสงสาร ก็เข้ากับเพลง "อกหักปากแข็ง" อะนะ แล้วเป็นไงล่ะ อยู่กับเพื่อนก็ทำร่าเริง มีความสุข แต่พอมาอยู่คนเดียวก็โดนความเหงาเล่นงานซะงั้น เมื่อไหร่จะหลุดพ้นจากมันซะทีนะ

เฮ้อ(ถอนใจรอบที่ล้านแปด) ถ้าเปิดเทอมอะไรๆอาจจะดีขึ้น เอ หรือว่าแย่ลงนะ เราจะได้เจอเพื่อนๆทุกวัน ได้เรียน เรียนให้หนักๆ จะได้ไม่มีเวลามาฟุ้งซ่าน แต่...ปัญหาคือ เราก็ต้องเจอหน้าแฟนเก่าทุกวันด้วยนี่สิ (ดันเรียนคณะเดียวกันอีก ฮ่วย) ความอ่อนแอต้องมาเยือนอย่างไม่ต้องสงสัย จะย้ายคณะก็คงไม่ทันละ เพราะขึ้นปี4แว้วววว 555

ทำไมสาวอักษร(อย่างเรา) ถึงได้อาภัพรักอย่างนี้นะ อุตส่าห์โชคดี(เหรอ)มีหนุ่มอักษรแท้ๆ(ซึ่งปริมาณชายแท้มีเพียง1ต่อ10) มาตกหลุม(พราง)รัก ทั้งที ก็ดันต้องมาผิดหวัง สงสัยคงเป็นเพราะเราพูดจากันคนละภาษากระมัง (ก็เรียนคนละเอกไง 555)

(โหมดซึ้ง)
วันที่ 9 ที่ผ่านมา ถ้าเรายังคบกันอยู่ เราก็คงจะได้ฉลองครบรอบคบกัน 2ปี 8เดือนด้วยกันแล้วเนอะ เฮ้อ แต่เธอคงลืมและไม่ใส่ใจกับมันแล้วล่ะ มีแต่ฉันที่ยังนับมันอยู่(แม้มันจะไม่มีทางเป็นจริงแล้วก็ตาม)

อยากรู้จริงๆ ว่าในขณะที่เรากำลังคิดถึงเค้าอยู่ เค้าจะคิดถึงเรามั่งมั้ยน้า(คิดว่าคงไม่) เค้ากำลังทำอะไรอยู่ มีภาพเราแว้บๆมาในห้วงความคิดบ้างรึเปล่าเป็นห่วงจัง ตาคนนี้ยิ่งไม่ค่อยจะแข็งแรงอยู่ด้วย ป่วยบ่อย แล้วใครจะดูแลเธอนะ แต่เอาเถอะ ฉันก็คงทำได้แค่คิดถึงเธอ ห่วงใยเธออยู่ไกลๆนั่นแหละ ถ้าเธอมีความสุข ฉันก็คงมีความสุขด้วย ก็อย่างที่เค้าบอกกันว่า "ถ้าคนที่เรารักมีความสุข เราก็จะมีความสุขด้วย แม้ว่าเราจะไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความสุขนั้นก็ตาม"

ฝากถึงเธอ(รู้ว่าเค้าไม่ได้มาอ่าน แต่ก็อยากจะบอก)
- อย่ากินjunk foodมากนะ มันไม่ดีต่อสุขภาพ
- ออกกำลังกายซะมั่ง อย่าเอาแต่เล่นกีตาร์กะเกมส์
- ใกล้จะเปิดเทอมแล้ว ขยันๆหน่อยนะ เป็นห่วงการเรียนของเธอเหลือเกิน
- กิจกรรมก็เพลาๆหน่อย รู้ว่าชอบทำ แต่นี่ทำซะจนลืมว่าต้องเรียนก็ไม่ไหวนะ
- ไปหาหมอบ้างนะ แล้วก็อย่าลืมหยอดตาล่ะ
- อย่าเพิ่งรักใครเลย ไม่ใช่ว่าฉันหวงเธอไม่อยากให้เธอมีคนใหม่หรอกนะ แต่ฉันอยากให้เธอรักตัวเองให้ได้ก่อน จัดการกับชีวิตของตัวเองให้ได้ก่อนนะ จะเรียนจบแล้ว ทุ่มเทให้กับมันหน่อย ฉันเห็นเธอเครียดแล้วฉันก็เครียดไปด้วยอะ ถ้าเธอรักใครตอนนี้ เธอคงดูแลเค้าไม่ได้ ก็เพราะตัวเธอเอง เธอยังดูแลไม่ได้เลย แล้วเธอจะดูแลใครได้
- สุดท้าย อยากบอกเธอว่า ฉันรักเธอนะ รักเสมอ แม้เธอจะทำให้เจ็บปวดแค่ไหน ฉันก็ไม่เคยโกรธเธอเลย ฉันยังรักและหวังดีกับเธอเสมอ...และก็คงจะรักเธอตลอดไป

"Love You Always, My One and Only"




 

Create Date : 12 พฤษภาคม 2550    
Last Update : 12 พฤษภาคม 2550 2:36:58 น.
Counter : 174 Pageviews.  

สาวหน้าฝน...ที่ไม่ชอบฤดูฝน

เราเกิดหน้าฝนค่ะ (1 พฤษภาคม) ถึงช่วงวันเกิดเราทีไร ฝนเป็นต้องตกทุกที เฮ้อ ทั้งๆที่เกิดหน้าฝนแท้ๆ แต่ทำไม เราถึงไม่ชอบหน้าฝนเอาซะเลย เราชอบหน้าหนาวอะ คิดถึงผ้าห่มอุ่นๆแล้วรู้สึกดีจัง

สาเหตุที่เราไม่ชอบหน้าฝน เป็นเพราะ
- ผ้าไม่แห้ง หาโอกาสซักยากมากกกก แถมยังเหม็นอับอีก รู้สึกว่าผ้าที่ยังไม่ซักจะยังหอมกว่าผ้าที่ซักแล้วไม่แห้งซะอีก
- อากาศร้อนอบอ้าวมาก หน้ามันเยิ้ม เปลืองกระดาษซับหน้าที่สุด เหอๆ
- อาการภูมิแพ้ของเรากำเริบ ฟึดฟัดๆทั้งวัน
- ขี้เกียจพกร่มอะ มันหนักนะ บางทีพกแล้วก็ดันไม่ตกซะงั้น กลั่นแกล้งกันชัดๆ เดาใจยากจริง เฮ้อ
- รองเท้าจะพัง เดินทีจะลื่นมิลื่นแหล่ กลัวเป็นฮ่องกงฟุตด้วย 555
- แมลงสาบเยอะเป็นบ้า ประหนึ่งว่าเป็นฤดูแห่งการอพยพ
- รถติดขั้นสาหัส ไม่เข้าใจว่าทำไมฝนตกแล้วรถต้องติด เป็นสูตรสำเร็จรึไงนะ
- ทำให้หมดอารมณ์จะออกไปข้างนอก อยากนอนอืดอยู่บ้านซะงั้น (ผลที่ตามมาคือ "อ้วน" เหอๆ)
- ผมเสียทรง เมคอัพหลุด มาสคาร่าเลอะ เหอๆ
- น้ำตาไหลได้ง่าย buildอารมณ์สุดๆ ประหนึ่งว่าตัวเองเป็นนางเอกมิวสิคปานนั้น
- รู้สึกเหงาๆยังไงไม่รู้ ทำให้ต่อมความคิดถึงทำงาน คิดถึงใครบางคนที่ตอนนี้ออกไปจากชีวิตเราแล้ว เฮ้อ ไปคิดถึงมันทำม้ายยยย (แต่มันห้ามความคิดถึงไม่ได้นี่นา)
- ฯลฯ

ฤดูฝนสำหรับเรา มันก็เป็นเหมือนความมืดมน สับสน อ้างว้าง เหงา เศร้า ก็เหมือนกับอุปสรรคที่เข้ามาในชีวิตเราช่วงหนึ่ง อาจจะหนัก เบาต่างกันไป ก็ไม่ต่างอะไรกับปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมา ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะรับกับมันได้มั้ย จะอดทนรอจนกว่าฝนจะหยุดตก(แม้จะนานก็ตาม) หรือจะยอมเปียกปอน เป็นเรา เราเลือกที่จะรอให้ฝนหยุด เพราะหลังจากนี้ ฟ้าก็จะเริ่มใส แสงสว่างก็จะกลับมา บางทีก็อาจจะมีรุ้งโผล่มาให้รู้สึกชื่นฉ่ำใจ ก็อย่างที่ใครๆเค้าบอกกันนั่นแหละว่า "ฟ้าหลังฝนมักจะสวยงามเสมอ"

จริงๆตอนนี้ฝนในใจเรามันก็ยังตกอยู่ปรอยๆ เราก็หวังว่าไม่นาน ฟ้าของเราจะกลับมาสดใส เฮ้อ แต่จะเมื่อไหร่กันนะ





 

Create Date : 05 พฤษภาคม 2550    
Last Update : 5 พฤษภาคม 2550 1:05:51 น.
Counter : 205 Pageviews.  

เปิ่น สะเพร่า เลินเล่อ เฟอะฟะ...ไม่มีใครเกินฉันแล้วววว -_-!

ขอบคุณฟ้า ที่ยังเมตตาหนู หุๆ

เรื่องเฟอะฟะของเรา...จริงๆไม่อยากจะเล่า เพราะเหมือนประจานตัวเอง 555 แต่ก็บอกไว้เพราะอาจจะเป็นประโยชน์กับคนที่เปิ่นๆ เฟอะฟะแบบเรา จะได้รอบคอบนิดนึง

เรื่องมีอยู่ว่า วันนี้ประมาณห้าโมงเย็น เรากะเพื่อนสาวไปเดินช็อปปิ้งที่มาบุญครองถิ่นประจำ ก็ได้แป้งทาหน้ากะคอนซีลเลอร์ลดราคามา แต่ทว่าเงินไม่พอ เนื่องจากวันนี้ลดเป็นวันสุดท้าย (40%) ด้วยความงกก็เลยขอยืมเงินเพื่อนก่อน แล้วค่อยกดให้ทีหลัง ทีนี้พอได้ของ (เพิ่มความสวย) สมใจอยาก ก็ไปหาตู้เอทีเอ็ม เพื่อกดตังค์ให้เพื่อนเป็นจำนวนเงิน 200 บาท

กดเสร็จปุ๊บก็เดินไปสยามกัน กำลังจะลงไปรอรถเมล์ ก็รู้สึกเอะใจ อยากรู้ยอดเงินในบัญชี ก็ควานหาสลิปในกระเป๋าตังค์...ไม่มี...ควานหาบัตร...ไม่มีๆๆๆ โอ้ว ช็อกระลึกได้ว่าพอหยิบเงินเสร็จก็ไม่ได้สนใจบัตรกะสลิปเลย ค้างเติ่งมันไว้คาเครื่องเยี่ยงนั่นแล

หัวใจหล่นวูบถึงตาตุ่ม...รีบวิ่งสุดแรงเกิดเลยค่ะ ประหนึ่งว่าไปฉกชิงวิ่งราวใครมาก็ไม่ปาน พอไปถึงตู้เอทีเอ็มนั้นปุ๊บ...เจอแต่ความว่างเปล่า แทบจะล้มทั้งยืน มองซ้ายมองขวาเผื่อจะมีเบาะแสอะไร ก็เจอสลิปของใครไม่รู้ตกอยู่ก็หยิบมาดู โทรไปหาศูนย์เอทีเอ็ม บอกโลเกชั่นเค้าไป ให้เค้าเช็คให้ (ก็ต้องขอบคุณสลิปใบนั้นด้วย) เค้าก็บอกว่าโลเกชั่นนี้เมื่อประมาณยี่สิบนาทีที่แล้วมีบัตรถูกเครื่องยึดไป เราก็ภาวนาให้เป็นของเรา ตอนนี้ก็ขอให้เค้าเช็คว่ายอดในบัญชีเป็นไงมั่ง ภาวนาให้ไม่มีอะไรสูญหาย เงิน 25,000 แม้มันอาจจะไม่มากสำหรับใครบางคน แต่สำหรับเรามันเยอะมาก เพราะเรายังเรียนอยู่ ยังหาเงินเองไม่ได้ เหอๆ ก็ลุ้นๆต่อไป

ในขณะที่เค้าเช็คข้อมูลให้เราอยู่ เราก็กระวนกระวายจะแย่ เค้าก็ถามขึ้นมา(อย่างอารมณ์ดี ขัดกับอารมณ์ของตูสุดๆ absurd มาก)ว่า
"เอ มาบุญครองนี่ไฟไหม้วันไหนนะ"
เราก็ "เอ่อ เมื่อวานค่ะ"
เค้า "แล้ววันนี้คนเยอะมั้ย"
เรา "เยอะค่ะ"
เค้า "555 คนเรานี่ก็ไม่กลัวกันเลยเนอะ"
เรา "เหอๆ ค่ะ"
แต่อยากจะบอกว่าตูกลัวววว ตูเครียดดดด เร็วๆหน่อยได้ม้ายยยย ไม่มีอารมณ์ขำค่ะตอนนั้น แต่ก็ยอมรับว่าเค้า
เอาใจใส่ดีมาก ในที่สุด เค้าก็บอกเราว่ายอดที่ถอนล่าสุดคือ...."200บาท"...เย้ๆๆๆๆๆ นั่นคือยอดที่เราถอนไปเอง เราก็ถามแล้วถามอีกค่ะ เค้าก็คงรำคาญ เลยบอกว่าอายัติให้แล้ว ไม่มีใครมากดต่อ(เว่ย) 555 ให้เราไปเช็คที่สาขาที่เราเปิดบัญชี

โอ้ว แทบจะกรี๊ดและกระโดดตรงนั้นเลยค่ะ ดีใจจริงๆ เหมือนจะซวย แต่โชคก็มาช่วย ก็ต้องขอบคุณตู้เอทีอ็มตู้นั้นที่ไม่มีใครมากดต่อจากเราจนเครื่องมันยึดไป คิดดูสิคะจะเกิดไรขึ้น เพราะเรานี่กดเสร็จก็ไม่ออกจากรายการนะคะ ถ้าคนต่อมามากดต่อนี่ ก็ซวยเลยค่ะ

แล้วก็ต้องขอบคุณสลิปใบนั้น ที่ช่วยให้เราโทรไปที่ศูนย์ได้ และมีรายละเอียดของโลเกชั่นอยู่

สุดท้าย ขอบคุณฟ้า ที่ยังเมตตาหนูนะคะ


เหอๆ สรุปก็กลับบ้านด้วยความเปรมปรีดิ์ แต่ยังไม่กล้าบอกพ่อค่ะ ไม่งั้นหูอาจชาได้

เป็นไงล่ะคะ จะมีใครเปิ่น เฟอะฟะ เลินเล่อได้ขนาดนี้อีก เล่าให้เพื่อนฟังไม่มีใครสงสารซักคน มีแต่หัวเราะค่ะ น่าอายจริงๆ ใครที่อ่านแล้วจะมาหัวเราะเราก็ไม่ว่าหรอกนะคะ ก็สมควรจริงๆล่ะ เป็นคนสะเพร่า เปิ่น เฟอะฟะขนาดนี้ จะขายออกได้ยังไงเนี่ย 555 ใครมีวิธีแก้ความเปิ่นก็ช่วยบอกกันหน่อยน้า จะเป็นพระคุณอย่างสูงเลยค่ะ

หวังว่าเรื่องของเราคงจะเป็นประโยชน์กับใครได้บ้างเน้ออออ พอแล้วดีกว่า น่าอายๆๆๆ




 

Create Date : 22 เมษายน 2550    
Last Update : 22 เมษายน 2550 22:59:34 น.
Counter : 262 Pageviews.  

4 เดือนกับความโสด...เป็นกำลังใจให้คนอกหักค่ะ

วันนี้เป็นวันครบรอบ 4 เดือนที่เราเลิกคบกับแฟนค่ะ...ต้องฉลองความโสดซะหน่อย 555 ดูเหมือนไม่เสียใจใช่มั้ยคะ ทั้งๆที่เราถูกบอกเลิกนะเนี่ย เหอๆ ถ้าเป็นวันนี้เมื่อสี่เดือนที่แล้ว เรากำลังนั่งตรงข้ามกับเค้า น้ำตาไหลยิ่งกว่าเขื่อนทะลักซะอีก ร้องไห้แบบไม่อายประชาชีที่อยู่รอบข้าง(ก็คนกำลังเศร้านี่คะ ใครจะมามีอารมณ์สนใจคนอื่น) แถมไอ้ตาคนนี้ก็เลือกทำเลบอกเลิกได้ดีจริงๆ ก็ฟู้ดเซ็นเตอร์ มาบุญครองน่ะสิ (บอกรักที่นี่ และก็บอกเลิกที่นี่ ดีจริงๆ...เป็นที่ที่เราไม่อยากจะไปอีกเลยถึงวันนี้)

แถมตอนกลับบ้านนั่งรถเมล์กลับ รถเมล์เนี่ยก็ช่างรู้ใจ เปิดเพลง "คำถามที่ต้องตอบ" โอ้ ฉึกๆในใจเลยค่ะ เราก็แสดงเป็นนางเอกมิวสิคน้ำตาไหลพรากๆอย่างไม่อายใคร วันต่อมาก็มามหาลัยด้วยหน้าตาอันน่าเกลียด ตาบวมแบบสุดๆ เปิดตาแทบไม่ได้เลย

ช่วงนั้นสองสามวันแรก จำได้ว่าเราทำตัวไร้ค่ามาก นอนร้องไห้ทั้งวันทั้งคืน ไม่ทำอะไรเลยจริงๆ มามหาลัยก็เรียนไม่รู้เรื่อง เหม่อลอย ที่สำคัญเรากะแฟนเรียนคณะเดียวกันค่ะ โหดร้ายดีมั้ย ยังต้องมาเจอหน้ากันทุกวันอีก เฮ้อ สวรรค์ช่างกลั่นแกล้ง...

ช่วงแรก พ่อแม่เราแทบไม่พูดอะไรเลย เพราะเค้าอยากให้เราเสียใจให้พอ ให้เต็มที่ แต่พอเห็นสภาพเราที่มันแย่ลงทุกวัน พ่อกับแม่ก็มาพูดกับเรา ประโยคที่แม่พูดแล้วทำให้เราคิดได้คือ "แม่เห็นลูกของแม่เป็นคนเข้มแข็งมาตลอด เป็นที่ปรึกษาที่ดีสำหรับเพื่อนๆเสมอ แต่ทำไมวันนี้ ลูกกลับแก้ปัญหาให้กับตัวเองไม่ได้ แค่ผู้ชายคนเดียวที่เข้ามาในชีวิตลูกไม่นานแล้วก็ไป ปล่อยเค้าไปถอะ ถ้าเค้าไม่เห็นค่าเรา แต่สำหรับพ่อกับแม่ ลูกมีค่าเสมอ" โห อึ้ง เราฟังจบ ประหนึ่งว่าบรรลุเลยค่ะ ลุกขึ้นทันที ตระหนักได้ว่าตัวเองทำตัวไร้ค่ามาก ไร้สาระสุดๆ

ก็เลยปฏิวัติตัวเองค่ะ มองตัวเองในกระจกแล้วตกใจ ยัยเพิ้งตาบวมนี่ใครกัน น่าเกลียดที่สุด รับไม่ได้จริงๆ ก็แบบว่าเปลี่ยนอะไรหลายอย่างเลยค่ะ รู้จักแต่งหน้าให้ดูมีสง่าราศีนิดนึง เปลี่ยนสีผม เปลี่ยนการแต่งตัว เป็นคนใหม่สุดๆ เชื่อมั้ยคะ แทบไม่มีใครเชื่อว่าเราอกหัก เพื่อนๆบอกว่าเราดูดีกว่าตอบคบกับแฟนเก่าเยอะ บางคนถึงขั้นบอกว่าเป็นเพราะของดำหลุดจากตัวเราไป 555 ทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าตอนเราคบกะเค้าเราโทรมมาก คือเอาแต่สนใจเค้าไง ไม่ดูแลตัวเองเลย วันนี้ก็ต้องขอบคุณเค้าที่ทิ้งเรา เพราะทำให้เราได้รู้ว่ายังมีคนที่รักเราอยู่มากมายรอบตัวเรา และทำให้เรากลับมารักมาสนใจตัวเองมากขึ้น

ถึงวันนี้ ก็เป็นเวลา 4 เดือนแล้ว เราก็ยังอยู่ได้นี่นา ตอนแรกก็คร่ำครวญจะเป็นจะตายว่าชั้นจะอยู่ได้ยังไงถ้าไม่มีเค้า แต่นี่เราก็ยังผ่านมันมาได้ ตอนนี้ เราค่อนข้างมั่นใจนะว่าเราเข้มแข็งขึ้นเยอะแล้ว ก็อาจจะมีบ้างบางอารมณ์ที่คิดถึงเค้า ผ่านที่ที่เราไปด้วยกัน ฟังเพลงเศร้า ก็เศร้าๆบ้าง แต่ก็ไม่นาน เพราะเรามีกำลังใจมากมาย และได้ภูมิคุ้มกันหัวใจที่เค้าสร้างให้เราตั้งแต่วันที่ถูกบอกเลิก

ตอนนั้นเราโกรธเค้า แทบจะเกลียดเลยก็ว่าได้ แต่มาวันนี้ความโกรธ ความเกลียดมันหายไปหมดแล้ว เราให้อภัยเค้า เพราะสิ่งที่เค้าได้รับมันก็มากพอแล้ว (คือคนที่เค้าไปชอบอะ ไม่ชอบเค้า แบบห่างเหินสุดๆ เค้าก็อกหัก...กงเกวียนกำเกวียนจริงๆ) เรายังสงสารเค้าเลยด้วยซ้ำ แถมเค้าก็เครียดมากๆ เพราะเค้าเริ่มสำนึกในสิ่งที่ทำกับเรา แต่ตอนนี้ก็ให้อภัยทุกอย่างแล้วค่ะ คนเคยรักกันนี่เนอะ ตอนนี้ก็คุยๆกันบ้างค่ะ ก็ยังรักยังห่วงใยเค้าเสมอแหละ (ไม่ว่าเค้าจะทำเราเจ็บแค่ไหน เราก็ยังรักและหวังดีกับเค้าเสมอ)

เล่ามาซะก็ยาว อย่าเพิ่งเบื่อนะ ก็แค่อยากเล่าประสบการณ์การอกหักของตัวเองน่ะค่ะ แล้วก็อยากจะให้กำลังใจกับคนที่อกหักทุกคนว่า รอบตัวเรายังมีคนที่รักเราอีกมาก เราเชื่อว่าการที่เค้าทิ้งเราไปมันอาจเป็นบททดสอบบทนึงก่อนที่เราจะได้ไปเจอกับคนที่ใช่ และรักเราจริงๆในวันข้างหน้า(ก็ของดีๆจะได้มาง่ายๆได้ยังไงล่ะคะ ใช่มั้ย อาจจะต้องฝ่าฟันเยอะหน่อย)

"เวลา" ค่ะ เป็นยารักษาใจที่ดีที่สุด เรารับรอง มันจะช่วยทำให้แผลเราแห้งเร็วขึ้น แต่เราก็ต้องช่วยตัวเองด้วยนะคะอย่าเอาเข็มไปสะกิดให้เลือดออกอีกล่ะ แล้วไม่นานหรอก ที่แผลเรามันจะตกสะเก็ดและค่อยๆจางหายไป อาจจะมีรอยเหลืออยู่ แต่ก็คงไม่เจ็บปวดอะไรแล้วล่ะ ถือซะว่ามันเป็นรอยแห่งความทรงจำดีๆละกันนะคะ

สุดท้ายอยากบอกทุกคน(ที่อกหัก)ว่า "อย่าเสียใจที่เค้าทิ้งคุณไป แต่จงเสียใจให้กับเค้าที่ทิ้งคุณไป" นะคะ อย่าดูถูกตัวเอง ทุกคนมีคุณค่าในตัวเองเสมอค่ะ สู้ๆไปพร้อมกันนะ




 

Create Date : 21 เมษายน 2550    
Last Update : 21 เมษายน 2550 3:50:38 น.
Counter : 258 Pageviews.  

Blogฉบับปฐมฤกษ์...เหตุเกิดจากความเหงา

นี่เป็นการทำBlogครั้งแรกของเรา อาจจะไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจเท่าไหร่ (มือใหม่หัดทำอะ) ใครมีอะไรอยากจะแนะนำเราก็ยินดีเลยนะ

ช่วงนี้เหงาเป็นพิเศษ อาจเป็นเพราะปิดเทอมด้วยมั้ง ก็พยายามหาอะไรทำเรื่อยๆ อย่างงานหนังสือที่ผ่านมา เราก็ไปช่วยขายหนังสือ เดี๋ยวก็มีงานกีฬามหาลัยโลกที่อาจจะต้องไปประชุมบ่อยๆ นอกจากนี้ เรายังเป็นอาสาสมัครที่พิพิธภัณฑ์เด็กด้วย (ฟังดูเหมือนเป็นนางงามเลยเนอะ555)

ดูๆแล้วกิจกรรมก็เหมือนจะเยอะ ไม่น่าเหงาได้ แต่ความเหงามันก็มักมาเยือนแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวเหมือนกัน เคยเป็นกันบ้างรึเปล่า เฮ้อ ไม่ได้อยากเหงา แต่มันก็ดันเหงาซะงั้น
(ใครก็ด้ายยยย ช่วยเอาความเหงาไปจากช้านนนนที)

ที่ทำได้ก็คงพยายามทำให้ตัวเองยุ่งๆหน่อย แล้วถ้าเครียดหรือเซ็ง ก็จะหยิบช็อกโกแลตมากินสักแท่ง อารมณ์ก็จะดีขึ้นมาทันตาเห็น แต่ขอเตือนไว้ก่อนนะว่า อย่าหยิบเข้าปากมากเกินไปล่ะ เดี๋ยวจะพาลอารมณ์เสียเพราะน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นมาซะก่อน อิๆ

(ป.ล.ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ)




 

Create Date : 18 เมษายน 2550    
Last Update : 18 เมษายน 2550 0:22:54 น.
Counter : 199 Pageviews.  

1  2  3  4  5  

mimoza
Location :
Shanghai China

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ผู้หญิงอารมณ์อ่อนไหว ที่รักการกินช็อกโกแลตเป็นชีวิตจิตใจ
Friends' blogs
[Add mimoza's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.