Chill up's Blog คร้าบบบบ ^^
Group Blog
 
All Blogs
 

ได้ไปซะที "เชียงคาน"

ทริปเชียงคานนี้ ถือว่าเป็นทริปทางผ่าน ซึ่งจุดหมายของผมคือ อกาลิน รีสอร์ทริมแม่น้ำโขง แห่ง อ.ปากชม

การเดินทางใช้บริการหางแดงไปลงอุดร แล้วเช่ารถขับ

โดยออกจากสนามบินอุดร ก็วิ่งไปทางตะวันตก โดยใช้เส้นทาง 210 (อุดร-วังสะพุง)
จาก อ.วังสะพุง ก็วิ่งขี้นเหนือเข้าตัวเมืองเลย (เส้น 201)
วิ่งเส้น 201นี้ไปจนสุดถนน

ก็จะพบกับภาพนี้ เป็นภาพ3แยกที่บอกเราว่า เราวิ่งมา 200กมจากอุดร
และมาถึงอ.เชียงคานอย่างปลอดภัย ^_^



เมื่อไปถึงเชียงคานก็ขับรถวนรอบถนนศรีเชียงคานและ ถนนชายโขงซักรอบ

เราเลียวขวาจากรูปสามแยกไปแดง (รูปก่อนหน้านี้) ซึ่งถนนนี้เรียกว่า ถนนศรีเชียงคาน และเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนชายโขง โดยใช้เส้นถนนที่มีโรงเรียนตั้งอยู่ จะมีแนวต้นไม้ใหญ่ร่มรื่นมากครับ



ถนนชายโขง ตอนวันศุกร์บ่ายโมง
ไม่ค่อยมีร้านค้าเปิดมากนัก ถนนโล่ง (ผิดกับตอนเย็นๆ หน้ามือเป็นหลังมือ)



เมื่อขับวนถนนริมโขงไป1รอบ
ก็ขอเติมพลังให้กับร่างกายก่อนครับ

ไปจอดรถแวะชิมข้าวเปียกเส้นซอย10
ของผมใส่ไข่ ใส่พริดไทยเยอะๆๆๆๆ
ชามนี้ให้เยอะมาก 30บาทเท่านั้น

อยากจะบอกว่า อร่อยมากๆๆๆๆ น้ำตาจะไหล
^^



อิ่มแล้ว ก็ไปจอดรถที่ Guest house (จำชื่อไม่ได้ อยู่ประมาณ ซอย 19-20) เพื่อฝากรถ และเช่าจักรยาน (วันละ 50บาท) ขี่กันไปตามถนนชายโขงครับ

(ที่เช่าจักรยาน เพราะจะได้สะดวกเวลาเจอร้านน่ารักๆ และจอดง่ายด้วย)









จริงๆแล้ว ผมเห็นรีวิวเมืองเชียงคานมามากแล้ว ทำให้ความอยากมาไม่ค่อยมีเท่าไหร่
แต่ถ้าถามว่า หากมีเวลา จะกลับมาที่เชียงคานอีกไม๊

ผมคงตอบว่ามา แต่คงมาช่วงวันธรรมดา
อยากเห็นความสงบของที่นี่

แต่ยังไงก็ตาม ก็ได้ทำใจไว้แล้ว ว่ามาคราวนี้
คงเห็นร้านค้าต่างๆ ออกแนว commercial มากขึ้น
คือดูแล้วรู้ว่า คนเมืองกรุง หรือเมืองอื่นๆ เข้าจับจองเปิดร้านขายของกันมากมาย



ในทางกลับกัน เสน่ห์ของเชียงคานก็ยังมีอยู่อีกมาก
รอคุณมาพบเจอกับมัน

ร้านที่ที่มีคนแก่ ท่านก็จะมองมาด้วยสายตาเอ็นดู
เข้าไปสวัสดีท่าน ถามเรื่องราวต่างๆ
ก็จะได้คำตอบและรอยยิ้มกลับมาเสมอๆ





ผมใช้เวลาปั่นจักรยานกับคุณแฟนไปเรื่อยๆ
หากปั่นจริงๆ ไม่ถึงชั่วโมงก็เที่ยวหมดแล้วครับ

แต่เราควรใช้เวลาซึมซึบกับมัน
ไม่ว่าจะเป็นการ นั่งทานเครื่องดื่มเย็นๆ (กาแฟ โกโก้ น้ำแดงโซดา)
ดูวิถีชีวิต ณ ถนนชายโขง







จากที่ผมจะใช้เวลาซัก 2-3 ชม ที่นี่

กลับกลายเป็นว่า เวลาผ่านไปเร็วมาก










ได้ข่าวว่าที่นี่ เป็นโรงแรมแห่งแรกของเชียงคาน





ผมใช้เวลาเดินเล่นซัก 3ชม
แล้วมานั่งดื่มเบียร์เย็นๆ อีกกว่า 2ชม
ริมแม่น้ำโขง มองวิวประเทศเพื่อนบ้าน

มีความสุขมากๆ
^^



นั่งรับลมเย็นๆ (หนาวนิดๆ)
มองประเทศเพื่อนบ้าน (ลาว)







เผลอแพลบเดียว
จากที่ตั้งใจว่าจะผ่านมาดูเชียงคานแป๊ปเดียว กะจะออกจากเชียงคานตอนบ่าย3

กลายเป็นกว่าจะออกจากเชียงคานก็เกือบ 5โมงครึ่ง





และแล้ว เราก็โบกมือลาเชียงคาน ตอนที่ร้านรวงต่างๆกำลังเปิดมากขึ้น
คนที่ถนนชายโขงก็เริ่มหนาตาขึ้น

จุดหมายต่อไปเราคือ อกาลิน ที่ซึ่งกาลเวลาหยุดนิ่ง (อยู่ในหมวดรีวิวที่พักครับ)



ขอบคุณที่เข้ามาชมครับ

^_^




 

Create Date : 23 มีนาคม 2554    
Last Update : 23 มีนาคม 2554 13:31:00 น.
Counter : 2294 Pageviews.  

ภูเก็ตรำลึก

พอดีไปเจอรูปเก่าๆที่เคยไปเที่ยวภูเก็ตมาเมื่อ2-3 ปีที่แล้ว
ไม่ค่อยได้มีโอกาศไปภูเก็ตซักเท่าไหร่
จำได้ว่าตอนเป็นเด็กเล็ก เคยไปมา1ครั้ง
และช่วง2-3ปีที่ผ่านมา ได้มีโอกาสไปมาอีก2ครั้ง
เลยนำรูปมาให้ดูเล่นๆครับ ^^

ขอมูลอาจไม่แน่นนะครับ (เพราะจำไม่ได้) เน้นรูปอย่างเดียว :p

รักคุณเท่าฟ้า



โรงแรมที่พัก ครั้งนี้ไปกับครอบครัว (จำชื่อไม่ได้ละ)
ถ้าจำไม่ผิดจะอยู่หาดป่าตองนี่แหละ



บริเวณ Lobby



เดินเล่นริมหาด





รถกะป้อสีสันสะใจ



รถมอไซใครจอดอยู่ เทห์มาก



มีป้ายบอกเส้นทางหนีคลื่นซึนามิด้วย



ขึ้นไปดูจุดชมวิวบ้าง
จุดชมวิวนี้ จะอยู่บนภูเขา สุดหาดกะตะ



จะเห็นวิว3หาดคือ
หาดกะตะ หาดกะรน และหาดป่าตอง



ถ้าจำไม่ผิดน่าจะถ่ายที่หาดกะรน









ไปแหลมพรหมเทพกันบ้างครับ











ตกเย็นก็ขึ้นเรือเพื่อไปทานอาหารเย็นที่กระชังกลางทะเลครับ



นั่งเรือไปกันครับ



ใกล้ถึงแล้ว ร้านอยู่กลางทะเล



เอาชื่อร้านไปครับ (มิได้มีเจตนาโฆษณานะครับ)



บรรยากาศที่ร้าน



กุ้ง Lobster เป็นๆ



สั่งอาหารเสร็จปุ๊ป ก็เปิดไวน์รอป๊าปป ^^




ออร์เดิฟรองท้อง จำชื่อหอยไม่ได้ -_-'



เมนูหลักที่ไม่เคยทานมาก่อน
Lobster Sashimi
เนื้อกุ้งหวาน เด้งได้ทีเดียว



ทายซิ ว่าแก้วด้านซ้ายคืออะไรเอ่ย (เหมือนน้ำลิ้นจี่)
... เฉลย มันคือเลือดกุ้ง Lobster!!!
เค้าบอกว่ามันโด๊ปปปป อิอิ

รสชาติออก หวานๆอะ แต่ส่วนตัว ไม่ค่อยชอบ



อิ่มหนำสำราญ แล้วก็นั่งเรือกลับฝั่ง
พระอาทิตย์กำลังจะตกพอดี





รูปต่อไปนี้ เป็นอีกทริปนึงที่ไปภูเก็ต
แต่คราวนี้ไปกับเพื่อนๆ ได้ไปพักอยู่บ้านของคุณลุงของเพื่อนรักฟรี
วิวดีเหมือนอยู่โรงแรมหรูๆเลย
ต้องขอขอบคุณคุณลุงมา ณ ที่นี้ด้วยครับ ^^





วิวจากบ้านพัก





ออกไปทานข้าวข้างนอกกัน
(จำร้านไม่ได้อีกแล้ว สงสัยเป็นปลาทอง)

วิวมองจากร้านอาหาร







กลับมาพักผ่อนที่บ้านคุณลุง(ของเพื่อน)










ลากันด้วยภาพนี้ครับ ^^




 

Create Date : 01 กันยายน 2553    
Last Update : 1 กันยายน 2553 11:15:44 น.
Counter : 1378 Pageviews.  

อัมพวา พาชมตลาดน้ำท่าคา อาสนวิหารแม่พระบังเกิด วัดบางกุ้ง ตลาดน้ำอัมพวา อุทยานร2.

ไปหัวหินทุกที ก็ต้องผ่านสมุทรสงคราม แต่ไม่ยักจะคิดแวะเที่ยว แต่คราวนี้ขอเกาะกระแส ขอลองเที่ยวอัมพวาดูซักที

สมุทรสาครเป็นจังหวัดที่เล็กที่สุดในประเทศไทย มีแค่3อำเภอคือ อำเภอเมือง อำเภอบางคนที และอำเภออัมพวา

สมุทรสงครามเป็นถิ่นที่ขึ้นชื่อว่ามี3น้ำคือน้ำเค็ม(จากทะเล) น้ำจืด(จากแม่น้ำแม่กลอง) และน้ำกร่อย
มีปลาทูเป็นปลาขึ้นชื่อที่ว่ากันว่า ปลาทูที่นี่อร่อยที่สุดในประเทศ ปลาทูที่นี่ต้องหน้างอ คอหัก ตัวเล็กหวานมัน และราคาถูกมากก...

ได้มีโอกาศไปพักที่ "บ้านรักอัมพวา" ที่พักน่ารัก ริมคลองอัมพวา

รวมๆก็ชอบอัมพวามาก แต่มาคราวหน้าขอไม่เดินตลาดน้ำอัมพวา เพราะคนเยอะเหลือเกิน ขออยู่ที่ที่พัก 'บ้านรักอัมพวา' ชิวๆดีกว่า ^^
(ติดตามรีวิวที่ "บ้านรักอัมพวา" ได้ที่ group 'Review โรงแรม ที่พักในประเทศ'ครับ

การเดินทางมาตลาดน้ำอัมพวา ใช้เส้นทางพระราม2 (ธนบุรี-ปากท่อ)
เมื่อข้ามสะพานพระราม9 ลงสุดทางลงทางด่วนที่ถนนพระราม2 ให้วิงตรงไปเรื่อยๆ เหมือนไปหัวหิน ประมาณ 70กม. (ใช้เวลาประมาณ 45นาที) ก็จะถึงทางแยกเข้าอำเภออัมพวา

แต่จุดหมายแรกของเราไม่ได้อยู่ที่ ตลาดน้ำอัมพวา ซึ่งเป็นตลาดน้ำกลางคืน เราตั้งใจจะไปชมตลาดน้ำท่าคา ซึ่งเป็นตลาดเช้า ที่ตั้งจะอยู่เลยอัมพวาไปทางตลาดน้ำดำเนินสะดวกประมาณ10กม

ขับรถผ่านไร่ผ่านสวนไปเรื่อย มาเจอะกับที่นี่ เห็นเขียนป้ายว่า "สวนบ้านคุณแม่" แต่มีป้ายว่าห้ามบุคคลภายนอกเข้า เลยได้แต่เก็บรูปภายนอกมาฝาก





ผ่านไร่สวนอันสวยงาม



ถึงแล้วครับ ตลาดน้ำท่าคา




บริเวณตลาดน้ำท่าคาบรรยากาศสองฝั่งน้ำร่มรื่นด้วยสวนมะพร้าวและสวนผลไม้ ตั้งแต่ 7 โมงเช้า ชาวบ้านจะเริ่มทยอยพายเรือออกมาจากสวน บ้างก็มาจากละแวกใกล้เคียงบรรทุกผลไม้ พืชผัก ขนม ของกินของใช้ ล่อง









หลายคนติดอกติดใจตลาดน้ำแห่งนี้มากกว่าตลาดน้ำแห่งอื่น เพราะหลงเสน่ห์ของตลาดที่เป็นแหล่งซื้อขายของชาวบ้านจริงๆ ไม่ได้สร้างไว้รับนักท่องเที่ยว สินค้าที่มาขายก็จะเป็นของที่ชาวบ้านต้องกินต้องใช้ กับผลไม้ตามฤดูกาลที่บางส่วนก็เป็นผลผลิตจากสวนในย่านนี้เอง อย่างเช่น เนื้อหมู มะขามเปียก พริกแห้ง กระเทียม หอมแดง กล้วย ชาวบ้านนำของมาขายแล้วก็จับจ่ายหาซื้อของกลับบ้านไปด้วยเลย



บริเวณทางเข้าตลาดท่าคา จะมีสวนมะพร้าว มีขายต้นกล้วยไม้สวยๆด้วย





เส้นทางอันร่มรื่น ผ่านเรือกสวน ไร่นา



ไปต่อกันที่ อาสนวิหารแม่พระบังเกิด บางนกแขวก
เป็นสถานที่สักการะอันศักดิ์สิทธิ์ของศริสตชนที่อาศัยอยู่โดยรอบ สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1890 (พ.ศ. 2433)

เป็นสถาปัตยกรรมแบบโกธิค ที่สร้างด้วยอิฐเผา ผนังฉาบด้วยปูนตำกับน้ำเชื้อมจากอ้อยใสสีดำ ภายในประดับด้วยกระจกสีที่สวยงามจากประเทศฝรั่งเศสที่เป็นเรื่องเล่าของพระนางมารีย์พรหมจารีย์จากพระคัมภีร์ และภาพของบรรดานักบุญชายหญิง มีรูปปั้น ธรรมาสน์เทศน์ อ่างล้างบาป ขาเทียนลักษณะต่าง ๆ และรูปแกะสลักประดับบานประตู บรรยายเกร็ดประวัติในพระคัมภีร์คริสต์ศาสนาบางตอน
ที่มา: วิกิพีเดีย













ไปต่อกันที่ค่ายบางกุ้ง




ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ปีพ.ศ. ๒๓๐๘ กองทัพพม่ายกเข้ามาตีกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์จึงทรงมีพระราชดำรัสสั่งให้หัวเมืองปากใต้ยกกองทัพเรือมาตั้งค่ายสร้างกำแพงล้อมวัดบางกุ้งที่ตำบลบางกุ้ง เมืองสมุทรสงคราม เรียกว่า “ค่ายบางกุ้ง”
ที่มา: วิกิพีเดีย





วัดบางกุ้ง เป็นวัดเก่าแก่ตั้งอยู่ในเขตตำบลบางกุ้ง อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม ตามประวัติกล่าวว่าสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา









หิวแล้ว
แวะทานข้าวกลางวันริมแม่น้ำแม่กลอง







อิ่มแล้วก็เข้ามา check in ที่บ้านรักอัมพวา
(ติดตามรีวิว บ้านพักอัมพวา ได้ที่ group "Review โรงแรม ที่พักในประเทศ"ครับ





แดดร่มลมตก ก็เดินไปยังตลาดน้ำอัมพวา ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านรักอัมพวาแค่ 300เมตร

















ปลาทูแม่กลอง หน้างอ คอหัก ตัวเล็กหวานมัน





































ไปต่อกันที่อุทยานพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย หรือ อุทยาน ร.2 ครับ





ไม่ค่อยได้เดินชมอะไรมาก เพราะอากาศร้อนเหลือเกิน

จบทริปอัมพวาอย่างมีความสุขครับ
^^




 

Create Date : 13 สิงหาคม 2553    
Last Update : 13 สิงหาคม 2553 10:51:28 น.
Counter : 3057 Pageviews.  

พระพุทธชินราช พระพุทธรูปที่ได้รับการยกย่องว่าสวยงามที่สุดในประเทศไทย วัดใหญ่จังหวัดพิษณุโลก

พอดีต้องไปทำงานที่จังหวัดพิษณุโลก (ไปเช้า เย็นกลับ)
เครื่องลงตั้งแต่ 7โมงเช้า ทำให้มีเวลา3ชมก่อนที่จะมีประชุมตอน 10โมง
เลยไปเดินถ่ายรูปเล่น ถือโอกาศไปไหว้พระพุทธชินราช พระพุทธรูปที่ได้รับการยกย่องว่าสวยงามที่สุดในประเทศไทย

ขึ้นบินกันตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นเลยทีเดียว



และแล้ว ก็ถึงเวลาสวัสดีตอนเช้า ^^





พระวิหารพระอัฏฐารส
เป็นพระพุทธรูปยืนปางห้ามญาติสูง 18 ศอก (ประมาณ 10 เมตร) สร้างในสมัยเดียวกับพระพุทธชินราช ในราว พ.ศ. 1800 เดิมประดิษฐานอยู่ในวิหารใหญ่แต่วิหารได้พังไปจนหมด เหลือเพียงเสาที่ก่อด้วยศิลาแลงขนาดใหญ่ 3 – 4 ต้น และเนินพระวิหารบางส่วน เรียกว่า “เนินวิหารเก้าห้อง” ในปัจจุบันกรมศิลปากรได้ทำการบูรณะขุดแต่งทางโบราณคดีในบริเวณที่เรียกว่า “เนินวิหารเก้าห้อง” ซึ่งขุดพบฐานพระวิหารเดิมและพระพุทธรูปวัตถุโบราณจำนวนหนึ่ง
(ที่มา: วิกิพีเดีย)



ด้านหลังคือองค์พระปรางค์ ตั้งอยู่ ณ ศูนย์กลางของวัดวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร
(ที่มา: วิกิพีเดีย)











วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือชื่อที่เรียกกันทั่วไปว่า "วัดใหญ่" ตั้งอยู่ที่ ถนนพุทธบูชา ริมฝั่งแม่น้ำน่านด้านทิศตะวันออก ตรงข้ามกับศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก เป็นพระอารามหลวง ชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร เป็นที่รู้จักโดยทั่วไปในฐานะสถานที่ประดิษฐานพระพุทธชินราช พระพุทธรูปที่ได้รับการยกย่องว่าสวยงามที่สุดในประเทศไทย
(ที่มา: วิกิพีเดีย)







แม่น้ำน่าน



รถสกายแลปแห่งเมืองพิษณุโลก



พระประธานที่วัดนางพญา



วัดราชบูรณะ พิษณุโลก เป็นวัดโบราณ สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ






ถนนกลางเมืองพิษณุโลก



เสียดายที่ไม่มีโอกาสไปทานก๋วยเตี๋ยวห้อยขาอันเลื่องชื่อ
^^




 

Create Date : 10 สิงหาคม 2553    
Last Update : 10 สิงหาคม 2553 21:09:06 น.
Counter : 4063 Pageviews.  

พาเที่ยวเกาะรัตนโกสินทร์ (มิวเซียมสยาม, วัดพระแก้ว, The Deck, ปากคลองตลาด)

วันนี้อยากพาไปเที่ยวเกาะรัตนโกสินทร์ อยู่ใกล้ตัวในกรุงเทพฯนี่เอง
ที่ๆจะพาไปเที่ยวมีดังนี้ครับ
- มิวเซียมสยาม
- วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว)
- พาไป Dinner ที่ The Deck (Arun Residence)
- ไปเดินย่อยที่ ปากคลองตลาด

ลองไปชมกันนะครับ :)

ที่แรกครับ
มิวเซียมสยาม พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้



การเดินทางมาที่นี่
ถ้าเริ่มต้นโดยมาจากทางถนนราชดำเนินใน (ขวามือจะเป็นสนามหลวง ตรงหน้าจะเป็นวัดพระแก้ว)
ให้เลี้ยวซ้ายไปตามถนน (โดยที่วัดพระแก้วจะอยู่ทางด้านขวามือของเรา)

พอถึงแยกให้เลี้ยวขวาเข้าถนนท้ายวัง
วิ่งไปจนสุดแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนมหาราช

วิ่งตรงไป เลยโรงเรียนตั้งตรงจิตรพาณิชยการ ให้ชิดซ้ายเลยครับ
มิวเซียมสยามอยู่ตรงนั้นเลย มีที่จอดรถสะดวกสบาย

ที่นี่ เวลาทำการคือ 10.00-18.00
ที่นี่จะหยุดวันจันทร์นะครับ



อัตราค่าเข้าชม
เข้าฟรี :
เยาวชนไทยและต่างชาติอายุต่ำกว่า 15 ปี
ส่วนสูงต่ำกว่า 150 ซม.
พระภิกษุสงฆ์ ผู้พิการ ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป

เสียค่าบริการ :
นักเรียน นักศึกษา อายุ 15 ปีขึ้นไป 50 บาท
ผู้ใหญ่คนไทย 100 บาท
ผู้ใหญ่ชาวต่างชาติ 300 บาท

หมู่คณะ 5 คนขึ้นไป :
นักเรียน นักศึกษา 25 บาท
ผู้ใหญ่คนไทย 50 บาท
ผู้ใหญ่ชาวต่างชาติ 150 บาท

**หมายเหตุ - ตั้งแต่เวลา 16.00 - 18.00 น. ของทุกวันทำการ เข้าชม ฟรี!!



ที่มิวเซียมสยาม จะมีทั้งหมด 3ชั้น
แต่ละชั้นจะแบ่งเป็นห้องๆ แต่ละห้องจะเล่าเรื่องราวต่างๆในอดีต
ให้เราได้เห็นวิวัฒนาการของประเทศไทยของเรา

โดยทั้ง3ชั้น จะมีห้องหลักทั้งหมดรวมกัน 17 ห้อง

โดยชั้นแรก จะมี 3ห้องดังนี้
1. ตึกเก่าเล่าเรื่อง
2. เบิกโรง
3. ห้องไทยแท้

เมื่อไปถึง ก็จะมีการพาไปชมวีดีทัศน์ เรียกว่าเบิกโรง (เป็นห้องที่2 จากทั้งหมด 17 ห้อง) เล่าเรื่องราวต่างๆครับ

อยากจะบอกว่า ที่นี่เหมือนไม่ใช่พิพิธภัณฑ์เลย
ไม่น่าเบื่อเลยซักนิด ดูทันสมัยสุดๆ

ควรไปดูมากๆครับ ขอบอก ^^



ห้องที่ 3. ห้องไทยแท้
ความรู้สึกเหมือนไปเดินดูเพลินวานที่หัวหินเลย ^^







เดินตามทางไป จะพาเราขึ้นไปชั้น 3ก่อน (แล้วค่อยลงมาชั้น2 ที่หลังครับ)



ที่ชั้น3 จะมีอีก 6 ห้อง ดังนี้
4. เปิดตำนานสุวรรณภูมิ (ที่มาเริ่มแรก)
5. สุวรรณภูมิ
6. พุทธิปัญญา
7. กำเนิดสยามประเทศ
8. สยามประเทศ
9. สยามยุทธิ์ (เครื่องแต่งการนักรบสยามยุคแรกๆ)



ไปดูห้อง เปิดตำนานสุวรรณภูมิ กันครับ (ห้องที่4)



ไม่มี บอร์ดแสดงภาพแบบเก่าๆ
มีแต่การนำเสนอที่ทันสมัย สวยงาม และง่ายต่อการเข้าใจ







การนำเสนอ น่าสนใจมากๆ



ห้องต่อไป ห้อง5 สุวรรณภูมิ





ชาร์ทแบบเก่าๆไม่มีแล้ว
ชาร์ทแบบนี้ เข้าใจง่ายดีครับ
แสดงให้เห็นว่า อารยธรรมไหนเกิดก่อน-หลัง





ห้องต่อไป 6. พุทธิปัญญา



ห้อง 7. กำเนิดสยามประเทศ



8. สยามประเทศ









ห้องที่ 9. สยามยุทธิ์





ลงมาชั้นที่ 2 ซึ่งเป็นชั้นสุดท้าย
ชั้นนี้จะมีถึง 8 ห้อง คือ
10. แผนที่
11. กรุงเทพฯ ภายใต้ฉากอยุธยา
12. ชีวิตนอกกรุงเทพฯ
13. แปลงโฉมสยามประเทศ
14. กำเนิดประเทศไทย
15. สีสันตะวันตก
16. เมืองไทยวันนี้
17. มองไปข้างหน้า (ห้องสุดท้ายครับ)

ห้องที่ 10 แผนที่ครับ
จะเห็นแผนที่ประเทศสยามเดิมที่กินอนาเขตกว้างไกล (รวมลาว เขมร และมาเล)





ห้องที่ 11 กรุงเทพฯ ภายใต้ฉากอยุธยา





12. ชีวิตนอกกรุงเทพฯ



ห้องที่ 13. แปลงโฉมสยามประเทศ





ห้องที่ 14. กำเนิดประเทศไทย

ช่อง4 บางขุนพรหม



ห้องที่ 15. สีสันตะวันตก







ห้องที่16. เมืองไทยวันนี้



ห้องสุดท้าย ไม่ได้ถ่ายมาอะ (17. มองไปข้างหน้า)

ข้ามไปห้องขายของต่างๆครับ



ตอนที่ผมไป ด้านหลังของมิวเซียมสยามมีเปิดนิทรรษการลูกปัดโบราณ
(ที่เคยมีข่าวว่าถูกขโมยอะครับ)







อันนี้แหละครับที่ถูกขโมย







ไปชมวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) กันครับ

























หิวแล้วก็ไปทานข้าวกันที่ Arun Residence ร้านชื่อ The Deck ครับ
จะเห็นวิวพระปรางค์วัดอรุณครับ โรแมนติกมากมาย



กินไปฝนยังตกอยู่เลย บรรยากาศเลยอึมครึมนิดๆ





ที่นี่อาหารอร่อยทุกอย่างเลยครับ
ขอแนะนำอกเป็ดราดซอสส้ม อร่อยมากกก

ทานเสร็จก็ขึ้นไปดริ๊งต่อด้านบน



มองวิววัดอรุณไปด้วย





อิ่มแล้วก็ไปเดินย่อยดูดอกไม้สวยๆที่ปากคลองตลาดคร้าบบ^^

















รวมๆถือว่าเป็นทริปใกล้ๆ กลางเมืองแบบนี้
สนุก และได้เห็นอะไรที่สวยๆงามๆมากมาย
มิน่า ฝรั่งเค้าถึงว่า กรุงเทพฯเป็นเมืองที่น่าเที่ยวที่สุดในโลก
มีอะไรให้ดูเยอะแยะ วันเดียวไม่มีทางหมดจริงๆ

พบกันใหม่รีวิวหน้านะคร้าบบบ
^^




 

Create Date : 16 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 16 กรกฎาคม 2553 14:44:33 น.
Counter : 18155 Pageviews.  

1  2  3  4  5  

Chill up
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




Friends' blogs
[Add Chill up's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.